Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

นี่คือ 10 เหตุผล ที่คุณและครอบครัว ไม่ควรพลาด งาน 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568'

✅ ช้อปสุดคุ้ม! สินค้าอุปโภคบริโภคราคาโรงงาน
✅ โปรรถแรง! ดีลเด็ดจาก 19 ค่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์
✅ เครื่องใช้ไฟฟ้าลดสูงสุด 60%
✅ สนับสนุนของดี SME ไทยจากกว่า 200 ร้านค้า
✅ คอนเสิร์ตฟรี! กับศิลปินดัง 4 วัน 4 สไตล์
✅ เวิร์กช็อป-สัมมนา ฟรี! เสริมทักษะ สร้างอาชีพ
✅ เปิดโลกเทคโนโลยีที่โซน MIND Inno-Verse
✅ เดินทางสบาย MRT แค่ 20 บาทถึงงาน
✅ กิจกรรมเหมาะกับทุกวัย ทุกสมาชิกในครอบครัว
✅ ทุกการช้อปของคุณ = สนับสนุนเศรษฐกิจไทย!

ไม่มา ไม่ได้แล้ว!

📍 31 ก.ค. – 3 ส.ค.
🕙 เวลา 10:00 – 21:00 น.
📍 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

กองทัพบกสูญเสียกำลังพลเพิ่ม 1 นาย ในสมรภูมิช่องอานม้า จากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ทหารกล้าเสียชีวิตแล้ว 15 นาย

(29 ก.ค. 68) เมื่อเวลา 11.45 น. กองทัพบกรับรายงานกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบเพิ่มเติม จำนวน 1 นาย คือ สิบโท ต่อพงษ์ พันดวง สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68 จากการปะทะที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บอีก 13 นาย

กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาทของทหารกล้าเหล่านี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละของท่านเหล่านี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 68 ถึงปัจจุบัน รวมกำลังพลเสียชีวิตแล้ว 15 นาย 

ทภ.2 ควบคุม 18 ทหารเขมรยอมจำนนที่ซำแต พบเป็นศพในพื้นที่อีก 2 พร้อมส่งคืนร่างผู้เสียชีวิต

โฆษก ทบ. เผยกองทัพภาคที่ 2 ควบคุม 18 ทหารกัมพูชา หลังตอบโต้ถูกโจมตีพื้นที่ซำแต ศรีสะเกษ และได้ยอมจำนน ยึดหลักมนุษยธรรมดูแลพร้อมส่งคืนร่างผู้เสียชีวิต

วันนี้ (29 ก.ค. 68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานผลการควบคุมตัวทหารกัมพูชา จำนวน 18 นาย สืบเนื่องจากเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ ซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธหนักและอาวุธวิถีโค้ง ยิงเข้ามาในเขตพื้นที่ของไทย ฝ่ายไทยจึงได้ใช้ หน่วยทหารม้าเฉพาะกิจเข้าทำการตอบโต้และกวาดล้างที่มั่นของฝ่ายกัมพูชา

จากการปฏิบัติดังกล่าว พบมีทหารกัมพูชาจำนวนหนึ่งยอมจำนนโดยไม่มีท่าทีหรือลักษณะจะคุกคามฝ่ายไทย ทางหน่วยจึงดำเนินการปลดอาวุธและควบคุมตัวตามขั้นตอน โดยยึดถือหลักมนุษยธรรมสากลอย่างเคร่งครัด มีจำนวน 18 นาย ชั้นยศ ร้อยตรี 1 นาย ,จ่าสิบโท 2 นาย ,สิบเอก 12 นาย ,สิบโท 2 นาย , สิบตรี 1 นาย และในจำนวนนั้นมีผู้บาดเจ็บ 1 นาย คือ สิบเอก มอม ริดที บาดเจ็บ ถูกกระสุนบริเวณสะโพกข้างขวา และ แขนซ้าย ซึ่งภายหลังฝ่ายไทยได้ส่งเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่จำนวน 2 นาย

ขณะนี้ ทหารกัมพูชาทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุม ณ พื้นที่ปลอดภัยของกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งได้จัดเตรียมการดูแลขั้นพื้นฐานไว้ให้ ทั้ง เสื้อผ้า อาหาร น้ำดื่ม และการรักษาพยาบาล ตามความจำเป็น ดูแลให้เป็นไปตามแบบปฏิบัติในทางทหารของสากล และยึดหลักมนุษยธรรมสากล จากนั้นจะดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในส่วนของผู้เสียชีวิต ฝ่ายไทยจะดำเนินการส่งคืนร่างของผู้เสียชีวิต ตามหลักปฏิบัติสากลในการปฏิบัติต่อศพในภาวะสงคราม อย่างสมเกียรติต่อไป

กองทัพบกยังคงยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน หลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และพันธกรณีที่ไทยถือปฏิบัติภายใต้อนุสัญญาเจนีวาที่พึงกระทำต่อทหาร และ ศพของฝ่ายตรงข้ามอย่างเคร่งครัด

‘อรรถวิชช์’ แจ้งข่าวดี ‘กฎหมายเสรีโซลาร์’ ผ่านครม.เรียบร้อย ตามที่ ‘พีระพันธุ์’ เสนอ

(29 ก.ค. 68)นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า พ.ร.บ.โซลาร์ ผ่าน ครม. ตามที่ รมต.พีระพันธุ์เสนอไป! 

วันนี้ ร่างพรบ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ของกระทรวงพลังงาน โดย รมต.พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครม.อนุมัติเรียบร้อยแล้ว และมีร่างกฎหมายฉบับสส.พรรครวมไทยสร้างชาติประกบพร้อมเข้าสู่การพิจารณาของสภาสส.วาระแรกแล้วครับ

เป็นกฎหมายโซลาร์ฉบับแรกของประเทศไทย ที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ใช้เอง โดย “ไม่ต้องขออนุญาต” จากหลายหน่วยงาน เหลือแค่ "แจ้งให้ทราบ" ที่เดียวเท่านั้น

ผมภูมิใจที่ได้เขียนกฎหมายเสรีโซลาร์ตั้งแต่มาตราแรก ถึงมาตราสุดท้าย ผมยึดหลักว่า "แสงอาทิตย์เป็นของประชาชน ห้ามรัฐยืนบังแดด" 

ขอบคุณรมต.พีระพันธุ์ที่มอบภารกิจนี้ให้ และสู้ไม่ถอย!

ภ.2 ผนึกกำลัง 3เอ็ม – สสส. – ทิพยประกันภัย ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ส่งมอบแถบสะท้อนแสงตามมาตรฐานกรมขนส่งฯ พร้อมเดินหน้าโครงการ “ถนนปลอดภัย ภ.2”

(30 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) รับมอบแถบสะท้อนแสงคุณภาพสูงจาก บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด เพื่อนำไปติดตั้งในรถบรรทุก รถซาเล้ง รถเพื่อการเกษตร และรถจักรยานยนต์ที่ไม่มีไฟท้าย ตามกฎหมายที่ประกาศโดยกรมการขนส่งทางบก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน

ในโอกาสเดียวกัน ได้รับมอบกรวยยางจราจรคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุน “โครงการถนนปลอดภัย ภ.2” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีตัวแทนคือ คุณดาวยศ คำแก้ว, คุณฬุฎารัช เข็มสุวรรณ์, คุณเรวดี ทวีเดช พร้อมด้วย บมจ.ทิพยประกันภัย โดย คุณศิขเรศ ศิริมงคล ผู้อำนวยการฝ่าย ธุรกิจภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญในความร่วมมือนี้
รวมทั้ง​ พล.ต.ต.สันติ์นที​ ประยูรรัตน์
ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ​(สสส.)​ เข้าร่วมด้วย​ เพื่อยกระดับ​ สุขภาวะชุมชน​ และความปลอดภัยบนถนนจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถใหญ่และช่วยป้องกันเหตุให้รถเล็กอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ยิ่งยศ ยังได้รับมอบน้ำดื่มทิพยเพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านความมั่นคงในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 โดยจะนำไปใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในการประชุมบริหารประจำเดือนของตำรวจภูธรภาค 2 ณ ห้องประชุม ภ.2 อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

🚗 คนรักรถห้ามพลาด! โซน MIND Motor Show ที่ อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 รวมรถจาก 19 ค่ายดัง พร้อมดีลสุดแรงแห่งปี ใจสั่นแน่นอน!

คนรักรถห้ามพลาด! โซน MIND Motor Show ที่ อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 รวมรถจาก 19 ค่ายดัง พร้อมดีลสุดแรงแห่งปี ใจสั่นแน่นอน!

ดีลสุดร้อนแรง
💰 จองรถในงาน ลุ้นทองคำ 1 บาท แจกทุกวัน!
⚡ ทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดก่อนใคร
💥 ดีลเฉพาะในงานเท่านั้น!
– โตโยต้า: ส่วนลดหลักแสน
– ฮอนด้า: ดอกเบี้ยพิเศษ
– อีซูซุ: ดาวน์น้อย ผ่อนสบาย
– และอีกหลายค่ายที่ขนโปรแรงมาแบบจัดเต็ม!

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเจอ “รถที่ใช่ ดีลที่ชอบ” ที่นี่ที่เดียว!

📍 31 ก.ค. – 3 ส.ค.
🕙 10.00 – 21.00 น.
📍 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

บช.น. เชิดชู 43 นักสืบมืออาชีพ มอบรางวัลอันทรงเกียรติ แห่งความทุ่มเท

(29 ก.ค. 68) ณ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนดีเด่น ประจำปี 2568 รวมทั้งสิ้น 43 นาย เพื่อยกย่องความมุ่งมั่น ทุ่มเท และผลงานที่เป็นเลิศด้านการสืบสวน

พิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ทรงเกียรติ โดยมี พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ผู้ดูแลงานสืบสวน, พล.ต.ต. โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยตัวแทนผู้บังคับการนครบาล 1-9, ผู้แทนจาก กก.ดส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแสดงความยินดี

พล.ต.ท. สยาม เปิดเผยว่า การคัดเลือกมีขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต. นพศิลป์ เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งได้คัดเลือกข้าราชการตำรวจผู้มีความสามารถโดดเด่นทั้งด้านการปฏิบัติ การวางแผน และการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมในงานสืบสวน เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่ตำรวจรุ่นหลัง

“ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกนาย และขอชื่นชมในความเสียสละ ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของการเป็นนักสืบมืออาชีพ ขอให้รักษามาตรฐานแห่งเกียรติยศนี้ไว้อย่างภาคภูมิ” ผบช.น. กล่าวทิ้งท้าย//

‘ดร.หิมาลัย’ สวน ‘พิธา’ ระบุเข้าใจดีเรื่องภาษีสหรัฐฯ แต่ขอให้มองภาพจริงชายแดน

‘ดร.หิมาลัย’ สวน ‘พิธา’ ระบุเข้าใจดีเรื่องภาษีสหรัฐฯ แต่ขอให้มองภาพจริงชายแดน กัมพูชายังเสริมกำลัง–รถถังไม่หยุด ก่อนหยุดยิงอีกไม่ถึง 2 ชั่วโมง ท้าไปช่วยบอกให้เขมรหยุดเองเลยดีไหม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้ พร้อมหนุนงบประมาณด้านการฝึกอบรม และทีมบรรเทาสาธารณภัย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้ พร้อมหนุนงบประมาณด้านการฝึกอบรม และทีมบรรเทาสาธารณภัย อุปกรณ์ เครือข่ายการสื่อสาร รวมทั้งเตรียมพร้อมปฏิบัติการ บูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถในระดับสากล ณ  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

(29 ก.ค. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ ในนามของผู้แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดย นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ [MOU] ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผนึกกำลังทั้งทางด้านวิชาการ และการปฏิบัติการอันเป็นการบูรณาการการจัดการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิฯ และเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยให้สามารถบริหารจัดการและปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับขอบเขตหน้าที่ของมูลนิธิฯ  อาทิ การร่วมกับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการฝึกอบรมให้ความรู้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมสนับสนุนงบประมาณเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อรองรับการฝึกอบรม โดยมี นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เป็นผู้กล่าววัตถุประสงค์ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหารของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมทั้งผู้บริหารของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เปิดเผยว่า ในนามของมูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง หรือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งในความร่วมมืออันทรงคุณค่ายิ่ง ระหว่างมูลนิธิฯ กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน  ตลอดระยะเวลา 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ดำเนินงานภายใต้ปณิธาน  “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  โดยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที โดยไม่เลือกชนชั้น เชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา ความร่วมมือในวันนี้จึงไม่เป็นเพียงพันธสัญญาเชิงรูปธรรม แต่ คือการสานต่อเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ด้วยการยกระดับการบูรณาการภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัยไปสู่การช่วยเหลือระดับประเทศร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เพื่อพี่น้องประชาชนและสังคมส่วนรวม ซึ่งเชื่อมั่นว่า จะส่งผลต่อความรวดเร็ว ที่มีประสิทธิผล และความปลอดภัยในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของทั้งสองฝ่าย และเป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านสาธารณะอันสูงสุด

นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ คือการยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายจะให้ความร่วมมือกันในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยินดีที่จะสนับสนุนและร่วมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยตามที่ได้รับแจ้งจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และในขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ยินดีที่จะสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการสาธารณภัย เพื่อเสริมสมรรถนะของเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตามบันทึกความเข้าใจนี้ ซึ่งถือเป็นการให้บริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของผู้ประสบภัยและทางราชการร่วมกัน โดยขอบเขตหน้าที่ของมูลนิธิฯ ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้นว่าฉบับนี้จะเป็นการยกระดับความร่วมมือ คือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ด้านการฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสนับสนุนบุคลากร พร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำหรับความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งใน “ด้านสังคมสงเคราะห์” มีแผนกสาธารณภัย ประสานเพื่อเยียวยาผู้ประสบสาธารณภัยต่าง หรือ “ด้านบรรเทาสาธารณภัย”  ซึ่งมูลนิธิฯ มีบุคลากรทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร นำกำลังพร้อมอุปกรณ์ด้าน กู้ชีพ กู้ภัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยและได้มีการประสานงานกับปภ.ในพื้นที่ และยังมี “แผนกฝึกอบรม” ประสานจัดการ “ด้านการฝึกอบรม” เพื่อจัดอบรม เพิ่ม และพัฒนาองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครซึ่งได้มีการประสานงานกันเรื่อยมาจวบจนปี พ.ศ. 2564 มูลนิธิฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อการบูรณาการการดำเนินงานด้านบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นทางการครั้งแรก และได้มีการผนึกกำลังพัฒนาบุคลากรมูลนิธิฯ เรื่อยมา อาทิ หลักสูตรการกู้ภัยเบื้องต้น (BRC)  หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสำหรับเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ หลักสูตรการกู้ภัยในกระแสน้ำไหลเชี่ยวเบื้องต้น (Basic Swiftwater Rescue) และหลักสูตรการค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง ( USAR ) เป็นต้น

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา ทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไม่เพียงแต่ร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบเหตุ ประสบภัยต่างๆ เท่านั้น แต่ยังร่วมกับหน่วยงานระดับประเทศในด้านต่างๆ ในการพัฒนาองค์ความรู้ให้ครอบคลุมทั้งด้านกู้ชีพ กู้ภัย และสนับสนุนงานด้านนิติเวช เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศล บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยทั้งทางตรงและทางอ้อมได้อย่างมีประสิทธิผลอย่างเป็นที่ประจักษ์ และร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับภาครัฐ เอกชน และประชาชน 

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

‘แพทองธาร’ เปิดใจปมเขมรเดือด!! เพราะไทยจับมือลาว-พม่า ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(29 ก.ค. 68) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น อาจมีต้นตอมาจากการที่ไทย ลาว และเมียนมา ร่วมลงนามไตรภาคีเพื่อปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งอาจกระทบผลประโยชน์บางฝ่าย

แม้จะอยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่แพทองธารยืนยันว่า ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของประชาชน และเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยสามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

นายกฯ ยังกล่าวยืนยันว่า ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะมาจากตระกูลใด ก็ต้องมีหน้าที่ดำเนินการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด พร้อมเชื่อว่าเหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นแรงเสียดทานจากการปราบขบวนการดังกล่าวในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกฯ ยังเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และได้สั่งการเร่งด่วนให้กระทรวงวัฒนธรรมดูแลเรื่องพิธีศพและการสนับสนุนด้านอื่นๆ ทันที


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top