Thursday, 11 June 2026
NEWS FEED

'รุ้ง ปนัสยา' เผยอาการเพนกวินน่าเป็นห่วง สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่

จากกรณีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน เข้าเรือนจำ ก่อนจะได้รับแจ้งว่า ติดเชื้อโควิด-19 จนทำให้หลายคนเป็นห่วง ล่าสุดกรมราชทัณฑ์ได้ออกเผยอาการของเพนกวิน ว่าไม่มีไข้ หายใจปกติ เจ็บคอลดลง สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ปกติ สัญญาณชีพและค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์ให้การรักษาด้วยยา Favipiravir ร่วมด้วยกับยาพ่นโรคประจำตัวและยารักษาตามอาการ

ความคืบหน้าล่าสุด น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้ทวีตอัปเดตอาการของเพนกวินลงในทวิตเตอร์ โดยมีข้อความระบุว่า...อาการของเพนกวินน่าเป็นห่วงมาก ๆ ในห้องที่เพนกวินอยู่สภาพแออัด (อยู่กัน 43 คน) หมอจัดยาให้ผิด ไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน คนไข้ต้องทำแผลให้กวิ้นเอง แถมยุงเยอะมาก ๆ แต่ไม่มียากันยุง และนิวก็ไม่กินข้าวมา 4 วันแล้ว เข้าใจว่าสภาพจิตใจคงแย่มาก ๆ แล้ว #ปล่อยเพื่อนเรา

พร้อมกับทวีตภาพข้อความ ระบุ ว่า...เอ็กซเรย์ปอดมีฝ้า ไอ ครั่นเนื้อครั่นตัว มีการขอออกซิเจนเพิ่ม เข็มที่แขนมีปัญหาเลือดไหลก็ให้คนไข้ด้วยกันช่วยทำแผล เพนกวินบอกว่า ถ้าติดเชื้อในกระแสเลือดทำไง ขอยาแก้หอบ ก็จัดยาผิดมาให้กิน ดีนะจำยาที่เคยกินได้ ถ้าเป็นยาฉีดอาจตายไปแล้ว หรือถ้าให้ยารักษาโควิดผิดเราก็ไม่รู้ ใส่เสื้อตัวเดิมมา 3 วัน ไม่มีให้เปลี่ยน ยุงในห้องเยอะมาก นอนตบทั้งคืน ถ้าเพนกวินเป็นไข้เลือดออกอีกครั้งตายแน่


ที่มา : https://twitter.com/PanusayaS/status/1428371192897892353
https://siamrath.co.th/n/273058


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ไทยลงนามสั่งซื้อวัคซีน 'ไฟเซอร์' เพิ่มอีก 10 ล้านโดส คาดมาถึงไตรมาส 4 ปีนี้

20 ส.ค. 64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานในพิธีลงนามในการแก้ไขสัญญาเพื่อสั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 10 ล้านโดส จากเดิม 20 ล้านโดส เป็น 30 ล้านโดส คู่สัญญาระหว่างอธิบดีกรมควบคุมโรค โดย นพ.โอกาส การย์กวินพงศ์ กับ บริษัทไฟเซอร์ โดย Ms. Deborah Seifert ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทยและอินโดไชนา 

ระหว่างพิธี นายอนุทิน ได้ กล่าวขอบคุณ Ms. Deborah Seifert และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้ช่วยให้การจัดหาวัคซีนครั้งนี้สำเร็จ ด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือในการจัดหาวัคซีนเช่นนี้ต่อไป

ทั้งนี้ ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้พิจารณาในขั้นตอนการนำวัคซีนไฟเซอร์ฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้การฉีดวัคซีนเป็นไปเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนตัววัคซีนไฟเซอร์นั้น มีรายงานว่าจะทยอยส่งให้ประเทศไทยในไตรมาส 4 ของปีนี้ เพื่อเสริมแผนกระจายวัคซีนสู่ประชากรในประเทศไทย 100 ล้านโดส ภายในปี 2564  


ที่มา : https://www.facebook.com/3080161418691131/posts/6370840069623233/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นักฟุตบอลหนุ่มชาวอัฟกัน เสียชีวิต เหตุเกาะเครื่องบินหนีกลุ่มตาลีบัน ก่อนร่วงลงมา

วันที่ 20 สิงหาคม 2564 ความเคลื่อนไหวกรณีมีชาวอัฟกานิสถาน กระโดดเกาะล้อเครื่องบิน C-17 ของกองทัพสหรัฐฯ เพื่อพยายามหาทางหนีออกนอกประเทศ หลังกองกำลังตาลีบันยึดกรุงคาบูล เมืองหลวง ได้ร่วงตกลงมากระแทกพื้นเบื้องล่าง เสียชีวิตสลด 3 ศพ เพียงไม่กี่นาทีหลังจากเครื่องบินกองทัพสหรัฐฯ ทะยานขึ้นจากสนามบินนานาชาติฮามิด คาไซ ในกรุงคาบูล

ล่าสุด มีการยืนยันว่า นายซากี อันวารี นักฟุตบอลหนุ่มวัย 19 ปี ซึ่งเล่นฟุตบอลให้กับทีมเยาวชนระดับประเทศของอัฟกานิสถาน เสียชีวิตจากการร่วงตกจากเครื่องบินทหารของสหรัฐฯ หลังจากพยายามหลบซ่อนที่เครื่องบิน ในระหว่างที่กำลังออกจากท่าอากาศยานในกรุงคาบูล

ซากิ อันวารี นักกีฬาฟุตบอลหนุ่มชาวอัฟกานิสถาน ได้รับการยืนยันว่าเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากการเกาะเครื่องบินเพื่อลี้ภัยหนีกลุ่มตาลีบัน ทว่าตกลงมากลางอากาศอย่างน่าเศร้า

จากการเปิดเผยของคณะกรรมการพลศึกษาและการกีฬาของอัฟกานิสถาน ระบุว่า ซากิ อันวารี นักฟุตบอลหนุ่มวัย 19 ปี พยายามโดดขึ้นเครื่องบิน C-17 ของสหรัฐอเมริกา ที่ลำเลียงชาวอัฟกัน อพยพหนีกลุ่มตาลีบัน ณ สนามบินกรุงคาบูล เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา

โดยรายงานระบุว่า ซากิ อันวารี มีฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา เคยเล่นให้กับทีมชาติอัฟกานิสถาน ระดับเยาวชน และมีอนาคตค้าแข้งที่สดใสรออยู่ข้างหน้า แต่ต้องมาจากโลกนี้ไปอย่างสุดเศร้า


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/596312


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'กระทรวงแรงงาน' มอบใบประกาศขอบคุณภาคเอกชน ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ และรพ.เครือข่ายประกันสังคม สนับสนุนการฉีดวัคซีนผู้ประกันตน ม.33

วันที่ 16 สิงหาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นางสาวบุปผา เรืองสุด ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่มอบใบประกาศขอบคุณภาคเอกชนที่ร่วมให้การสนับสนุนสถานที่และโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการฉีดวัคซีนโควิด-19ให้แก่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ณ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บางซื่อ, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

โดย นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงาน และประชาชนทั่วไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกำหนดให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาตินั้น และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายสำนักงานประกันสังคม บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยโดยกรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงการคลัง โดยธนาคารกรุงไทย และสถานพยาบาลเครือข่ายประกันสังคม ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดทั้งในโรงงาน และสถานประกอบการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ได้มอบหมายให้ดิฉันและคณะลงพื้นที่จุดฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ผู้ประตน มาตรา 33 เพื่อมอบใบประกาศขอบคุณภาคเอกชนที่ร่วมให้การสนับสนุนสถานที่และโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการฉีดวัคซีนโควิด-19ให้แก่ผู้ประกันตน มาตรา 33 สำหรับผู้ประกันตนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็นหนึ่งในมาตรการที่กระทรวงแรงงาน ให้การป้องกันรักษาโดยเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนตามนโยบายรัฐบาล เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในกลุ่มแรงงาน เพื่อให้กิจการเดินหน้าต่อไปได้” นางธิวัลรัตน์ กล่าวในท้ายสุด

 

หญิงสาวญี่ปุ่นติดเชื้อโควิดระหว่างตั้งครรภ์ หาโรงพยาบาลรับรักษาไม่ได้ คลอดก่อนกำหนดที่บ้าน สุดท้ายต้องสูญเสียลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก

ว่าที่คุณแม่ในวัย 30 ปีตั้งครรภ์ได้ 29 สัปดาห์ อาศัยในจังหวัดชิบะ ใกล้กรุงโตเกียว เธอถูกพบว่าติดเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม หน่วยงานสาธารณสุขประเมินอาการแล้วให้เธอพักรักษาตัวที่บ้าน

หลายวันต่อมา เธอพยายามร้องขอเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะอายุครรภ์มากแล้ว และกังวลว่าอาการจะทรุดลงอย่างกะทันหัน ส่งผลต่อทารกในครรภ์ แต่ไม่มีโรงพยาบาลแห่งไหนยอมรับตัว

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เธอปวดท้องและตกเลือด จึงเรียกรถพยาบาลเพื่อร้องขอให้ผ่าคลอดโดยด่วน แต่ไม่สามารถหาสถานพยาบาลที่จะรับเธอเข้ารักษาได้ เธอคลอดที่บ้านในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทารกที่คลอดก่อนกำหนดเสียชีวิตหลังจากคลอดได้ไม่นาน

โรงพยาบาลปฏิเสธถึง 3 ครั้ง

ในวันที่มีอาการรู้สึกว่าจะคลอด หญิงสาวรายนี้พยายามติดต่อโรงพยาบาลหลายแห่ง แต่เธอถูกปฏิเสธถึง 3 ครั้ง แม้กระทั่งครั้งสุดท้ายที่เธอแจ้งว่าได้คลอดที่บ้านแล้ว ทารกยังหายใจอยู่ แต่โรงพยาบาลก็ยังปฏิเสธที่จะรับตัว

หน่วยงานสาธารณสุขในจังหวัดชิบะ ระบุว่า โรงพยาบาลที่รับผู้หญิงที่อยู่ใกล้คลอดและติดเชื้อไวรัสโควิด ต้องเตรียมการสำหรับการผ่าคลอด โดยต้องสามารถแยกตัวทารกได้โดยทันที ซึ่งหลายโรงพยาบาลไม่มีความพร้อมที่ทำเช่นนี้ได้ จึงต้องปฏิเสธที่จะรับตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล

ผู้หญิงท้องติดเชื้อเพิ่มเท่าตัว ส่วนใหญ่ยังไม่ได้วัคซีน

สมาคมสูตินรีแพทย์แห่งญี่ปุ่นระบุว่า เฉพาะในกรุงโตเกียว ในเดือนกรกฎาคม มีผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด 98 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าถึงเท่าตัว แพทย์ระบุว่า ผู้หญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่จะอาการทรุดหนักได้ง่าย และไม่สามารถใช้ยาบางชนิดเพื่อรักษาโควิดได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ผู้หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ถึงคิวที่จะได้รับวัคซีน จึงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น


ที่มา : https://mgronline.com/japan/detail/9640000082000


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ไฟเซอร์ เผยผลศึกษาหลังฉีดวัคซีนให้ประชาชนผ่านไป 6 เดือน ภูมิจะลดต่อเนื่อง จำต้องฉีดเข็ม 3 กระตุ้น ขณะที่ผลวิจัยอังกฤษชี้วัคซีน ‘ไฟเซอร์-แอสตร้าฯ’ ป้องกันโควิด ‘เดลตา’ ได้น้อยลงหลังฉีดไปแล้ว 3 เดือน

Pfizer-BioNTech เปิดเผย ผลการศึกษาประชาชนที่ได้รับวัคซีน ครบ 2 เข็ม กว่า 46,000 ตัวอย่าง ทั้งในสหรัฐฯ, ตุรกี, บราซิล, อาร์เจนตินา, แอฟริกาใต้ และเยอรมนี เพื่อตรวจวัดระดับภูมิคุ้มกัน โดยมีราว 2,306 คน ที่อายุระหว่า 12-15 ปี ส่วนที่เหลืออายุ 16 ปีขึ้นไป โดยมีค่ากลางอายุที่ 51 ปี แต่ผลการศึกษานี้ยังไม่ได้รับการทบทวนจากผู้เชี่ยวชาญแต่อย่างใด 

“โดยประสิทธิภาพสูงที่สุดอยู่ที่ 96.2% ระหว่าง 7 วัน ถึง 2 เดือน หลังจากที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 และจะลดลงเหลือ 83.7% เมื่อผ่านไปราว 4 เดือน...นั่นหมายความว่า จะลดลงเฉลี่ย 6% ในทุก ๆ 2 เดือน" ผู้ทำการศึกษาชิ้นนี้อธิบายไว้ในเอกสารที่เผยแพร่ใน medRxiv.org เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา  การรู้ถึงประสิทธิภาพของวัคซีนที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไปเช่นนี้ ทำให้ทางบริษัทผู้ผลิตวัคซีนย้ำว่า อนาคตควรมีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ซึ่งอ้างอิงจากการตรวจหาเชื้อทางจมูกและลำคอมากกว่า 3 ล้านตัวอย่างทั่วอังกฤษพบว่า หลังฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้วประมาณ 90 วัน ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้าในการป้องกันเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาจะลดลงมาเหลือ 75% และ 61% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ 85% และ 68% ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการฉีดเข็มที่ 2

ประสิทธิภาพของวัคซีนยังลดลงในกลุ่มประชากรที่อายุเกิน 35 ปีขึ้นไป มากกว่าผู้ที่อายุต่ำกว่านั้น

ซาราห์ วอล์กเกอร์ อาจารย์ด้านสถิติการแพทย์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิเคราะห์ผลการศึกษา ย้ำว่า “วัคซีนทั้ง 2 ชนิด เมื่อฉีดครบ 2 เข็ม ยังคงมีประสิทธิภาพค่อนข้างดีมากในการป้องกันเชื้อเดลตา”

ทั้งนี้ คณะผู้วิจัยไม่ได้ประเมินต่อว่าระดับการป้องกันจะลดลงมากน้อยแค่ไหนเมื่อระยะเวลาผ่านไป แต่คาดว่าประสิทธิภาพของวัคซีนทั้ง 2 ชนิดนี้จะลดลงมาอยู่ในระดับที่พอ ๆ กันหลังฉีดเข็ม 2 ไปราว 4-5 เดือน

งานวิจัยนี้ยังมีข้อมูลที่น่ากังวลเกี่ยวกับเชื้อสายพันธุ์เดลตา โดยพบว่าผู้ที่ติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วจะมีปริมาณไวรัส (viral load) ในร่างกายมากพอ ๆ กับคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย

ผลการศึกษาของอ็อกซ์ฟอร์ดให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) และมีขึ้นในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังร่างแผนเพื่อฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 ให้แก่ประชาชนทั่วไปภายในเดือน ก.ย. หลังจากที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ


ที่มา : รอยเตอร์
https://mgronline.com/around/detail/9640000081725
https://www.facebook.com/351495409269379/posts/504408237311428/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'มิ้นท์ I Roam Alone' โพสต์ข้อความขอโทษหลังทบทวนตัวเองถึงการกระทำที่ไม่น่ารัก กรณีไปอัฟกานิสถาน

หลังจากเกิดดราม่าเป็นข่าวดังกันทั่วบ้านทั่วเมือง กรณียูทูบเบอร์สาว มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล หรือ มิ้นท์ I Roam Alone ออกเดินทางไป อัฟกานิสถาน คนเดียว ในขณะเกิดไฟสงครามกลุ่มตาลีบันรุกหนักเข้าโจมตี ทำให้หลายฝ่ายเข้ามาทักท้วง และตัวมิ้นท์เอง ได้ออกมาตอบโต้ แม้กระทั่งทูตที่เข้ามาให้คำแนะนำ

ล่าสุด เพจ I Roam Alone ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ในวันที่ 19 ส.ค. 64 ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากกลุ่มตาลีบันยึดอัฟกานิสถานได้เบ็ดเสร็จและกรุงคาบูลแตกไปเมื่อสองวันก่อน (17 ส.ค.) โดยระบุว่า

ขอบคุณทุก ๆ คนที่เป็นห่วงนะคะ มิ้นท์ออกจากอัฟกานิสถานมาได้สักพักและปลอดภัยดี มิ้นท์ยังคุยกับเพื่อน ๆ ที่อัฟกานิสถานอยู่ตลอด ตอนนี้ทุกคนยังปลอดภัย บอกพวกเขาด้วยว่าหลายคนที่ไทยตามข่าวอยู่และเป็นห่วงพวกเขามาก ๆ ทุกคนหวังให้พวกเขาปลอดภัยเช่นกัน 

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มิ้นท์อยากจะบอกทุกคนว่าขอโทษนะคะ 

หลังจากที่ได้ไปทบทวนทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มิ้นท์ติดค้างคำขอโทษกับหลายคนมากเลย กับตัวมิ้นท์เองที่พาตัวเองไปเสี่ยง กับคนรอบข้างที่ทำให้ว้าวุ่นใจ และกับทุก ๆ คนที่เป็นห่วงและคอยตักเตือนมิ้นท์เสมอ 

ช่วงเดินทางที่อัฟกานิสถานเป็นช่วงที่ตึงเครียด ทั้งสถานการณ์เอง แล้วก็คอมเม้นท์ด้านลบที่มาพร้อม ๆ กัน มิ้นท์เองทำผิดพลาดไปหลายอย่าง ทั้งการตอบที่ไม่น่ารัก ลบคอมเม้นท์ แสดงความโมโหใส่คนอื่น หลังจากได้ทบทวนกับตัวเองแล้ว ก็รู้ว่าเราทำไม่ถูก มิ้นท์ควรใจเย็นกว่านี้และหยุดการตอบโต้ในเวลาที่ไม่พร้อม รอจนอารมณ์เราเป็นกลาง แล้วเราจะมองเห็นความห่วงใยของคนมากมาย 

สำหรับคำชี้แจงที่ดูอวดดีและหลายส่วนไม่น่ารักเลย มิ้นท์ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ มิ้นท์อยากจะเล่าให้ฟังว่าช่วงที่หายไปเป็นช่วงที่มิ้นท์รอเวลาที่เครื่องบินจะออกจาก Herat ได้ ตอนนั้นจริง ๆ มิ้นท์รู้สึกกลัวมาก ๆ และเราโทษตัวเองที่มา 

ช่วงนั้นเป็นเวลาที่มิ้นท์เห็นคน Tag มาอยากให้ถูกจับเป็นตัวประกัน มีคนชี้เป้าเรากับตาลีบัน จากนั้นก็เห็นหลาย ๆ เพจเอาเรื่องของมิ้นท์ไปวิเคราะห์ ตีความการกระทำของเราไปไกล และมีคนจำนวนมากแชร์ไปด่าเต็มไปหมด 

มิ้นท์สารภาพว่ามิ้นท์รู้สึกโกรธจริง ๆ แต่ที่มากกว่าความโกรธ คือ ความกลัว เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความเกลียด เกลียดจนอยากให้เราตาย พอคิดแบบนั้นก็ยิ่งไม่กล้าแสดงความอ่อนแอ หรือยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง เพราะเราอยากปกป้องตัวเองและคิดแค่ว่าไม่อยากถูกซ้ำเติมอีก โพสต์ชี้แจงที่ผ่านมาเลยออกมาในสภาพนั้น เต็มไปความแข็งกระด้าง ความอวดดี แสดงความมั่นใจแบบผิด ๆ และดูไม่น่ารักเลย โดยลืมคิดว่าจริง ๆ แล้วมีคนจำนวนมากกำลังเป็นห่วงเราจริง ๆ และเราทำร้ายจิตใจเขาอยู่

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน ก็ไม่ได้เป็นข้ออ้างของความไม่น่ารักในครั้งนี้ มิ้นท์ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ

สุดท้ายมิ้นท์ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ยังติดตามมิ้นท์ มิ้นท์เป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ คนนึงที่มีข้อเสียเต็มไปหมด เป็นคนธรรมดา ๆ ที่มีทั้งความอ่อนแอ ความไม่เข้าใจ ความกลัว เป็นคนที่จะทำพลาดอีก จะเรียนรู้อีก แล้วเดี๋ยวก็จะพลาดอีกไปเรื่อย ๆ อยากให้ทุกคนที่นี่ได้อยู่เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน และอยากให้เชื่อว่ามิ้นท์พร้อมจะเรียนรู้และปรับปรุงเสมอนะ 

ขอให้ทุกคนปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงนะคะ


ที่มา : https://www.facebook.com/photo?fbid=384587219701443&set=a.327182098775289


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“เทนนิส” นักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย เหรียญทองโอลิมปิก 2020 ร่วมบริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้ป่วยในสถานการณ์โควิด-19

พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ พร้อมด้วย พล.อ.ท.ธนวิตต สกุลแสงประภา เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ และ พล.อ.ต.อาณัติ เดชพร เจ้ากรมสวัสดิการทหารอากาศต้อนรับ เรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือ น้องเทนนิส นักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย เหรียญทองโอลิมปิก 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาร่วมบริจาคโลหิต ณ กองบริการโลหิต ชั้น 3 อาคารศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ

ในโอกาสนี้ น้องเทนนิสได้เชิญชวนประชาชนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ร่วมบริจาคโลหิต เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทาง ส่งผลให้โรงพยาบาลต่าง ๆ มีโลหิตไม่เพียงพอ กระทบต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

พร้อมกันนี้ น้องเทนนิส ได้มอบเสื้อยืด และรูปถ่ายพร้อมลายเซ็น ให้แก่ประชาชนที่มาร่วมบริจาคโลหิตในวันนี้อีกด้วย

สภากาชาดไทย ส่งหนังสือด่วนมาก ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด-นายกอบจ. 38 จังหวัด เปิดแผนกระจายวัคซีนโมเดอร์นา ใหม่ เพิ่มเติม ห้ามฉีดเป็นวัคซีนเข็มที่ 3

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการฯ ปฏิบัติการแทน เลขาธิการสภากาชาดไทย ส่งหนังสือด่วนมาก เรื่อง แนวทางการบริหารวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna สภากาชาดไทย ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด และ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 38 จังหวัด เพื่อนำไปฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่ม ดังนี้

1.) คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง สตรีมีครรภ์

2.) ผู้สูงอายุ 70 ปี ขึ้นไป

3.) บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล

4.) ผู้ที่ทำงานประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ครูผู้สอนหนังสือ

5.) บุคลากรที่ออกปฏิบัติงานสัมผัสประชาชนตามโครงการฉีดวัคซีนให้ประชาชนครั้งนี้ และบุคคลที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน เนื่องจากติดขัดระเบียบกฎหมายทางราชการ และได้มีการขี้แจงแนวทางการบริหารจัดการวัคซีน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ไปแล้ว นั้น

เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ได้กำหนดการจัดหาวัคซีนนำมาฉีดให้กับประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปตามแนวทางหรืออยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดำเนินการฉีดวัคซีนตามโครงการนี้ต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายทั้ง 5 กลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นลำดับแรก สภากาชาดไทยจึงขอแจ้งแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna เพิ่มเติม ดังนี้

1.) ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ ส่วนราชการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สำรวจจัดทำข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย พร้อมรายชื่อสำรองอีกร้อยละ 30 ของจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่จังหวัดได้รับการจัดสรรวัคซีน ตามแบบฟอร์ม Whitelist ของระบบหมอพร้อม ส่งให้คณะกรรมการโรคติดต่อถึงจังหวัดพิจารณาตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของกลุ่มเป้าหมาย

และให้ส่งบัญชีข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแล้ว ให้สภากาชาดไทยเพื่อนำไปตรวจสอบคุณสมบัติตามรายชื่อของกลุ่มเป้าหมายกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ อาจมีการนำรายชื่อดังกล่าวแสดงทางเว็บไซต์ของสภากาชาดไทยเพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสด้วย ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบหมอพร้อมต่อไป ทั้งนี้ ขอให้จัดส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าว ให้สภากาชาดไทยภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 ผ่านอีเมล์ [email protected] โดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและข้อมูลต่าง ๆ ได้ที่ลิงก์ shorturl.asia/067rS

2.) ในการกำหนดจำนวนประชาชนและกลุ่มเป้าหมายทั้ง 5 กลุ่ม ว่าจะฉีดให้กลุ่มใดจำนวนมากน้อยเท่าใดนั้น ขอให้จังหวัดให้ความสำคัญกับกลุ่มเข้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเรียงลำดับความสำคัญจากกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ 4 และกลุ่มที่ 5 ตามลำดับ ทั้งนี้ประชาชนกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 4 และกลุ่มที่ 5 นั้น ต้องไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน หรือห้ามนำไปฉีดเป็นวัคซีนเข็มที่ 3 (Booster) โดยเด็ดขาดเนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากยังไมได้รับวัคนเข็มที่ 1 แต่อย่างใด

3.) เนื่องจากมีบางจังหวัดจะขอเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคชีน โดยอ้างว่าประชาชนตามกลุ่มเป้าหมายทั้ง 5 กลุ่ม ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วนั้น จังหวัดจะต้องมีการแสดงข้อเท็จจริงพร้อมหลักฐานที่ชัดเจนว่าประชาชนทั้ง 5 กลุ่มเป้าหมาย ได้รับการวัคซีนครบแล้ว จึงจะขอขยายหรือเพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้ โดยจะต้องให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมีมติรับรองการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวด้วย แล้วส่งไปยังสภากาขาดไทยพิจารณาก่อน

อนึ่ง สภากาชาดไทยขอเรียนว่า โครงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางครั้งนี้ ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างสภากาชาดไทยกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสังคมเป็นอย่างมาก จึงขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการได้โปรดช่วยกันดูแลกำกับการดำเนินงานของโครงการให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทยและองค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วยความโปร่งใสและเคร่งครัดด้วย


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ครอบครัว ‘ธนากิจอำนวย’ แถลงการณ์ยืนยัน ‘ไฮโซลูกนัท’ แพทย์สรุปตาขวาไม่สามารถมองเห็นได้อีก ต้องรักษาต่อเนื่องอีกกว่า 6 เดือน เตรียมยื่นฟ้องตำรวจทั้งแพ่งและอาญา เหตุใช้วิธีสลายการชุมนุมผิดหลักสากล

19 สิงหาคม 64 เฟชบุ๊ก “Nat Thanakitamnuay” ของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ที่โดนลูกหลงถูกยิงด้วยของแข็งเข้าที่บริเวณใบหน้าจนคิ้วขวาแตกได้รับบาดเจ็บระหว่างเข้าร่วมชุมนุม เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 64 ที่บริเวณแยกดินแดง โพสต์ระบุว่าอยู่ที่ กรมทหารราบที่ 1 ถ.วิภาวดี-รังสิต พร้อมข้อความ ว่า “I’m back cr: ไข่แมวชีส ดวงตาหนึ่งข้างที่ดับไปตลอดกาล แต่ผมไม่เคยมองเห็นชัดเจนขนาดนี้มาตลอดชีวิต #เผด็จการจงพินาศประชาราษฎร์จงเจริญ”

นอกจากนี้ยังมีการโพสต์แถลงการณ์ ดังนี้...

คำแถลงการณ์

กรณีอาการบาดเจ็บของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย (คุณลูกนัท)

ตามที่ได้ปรากฏข่าวสารเผยแพร่ทั่วไปเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ว่า นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย (ลูกนัท) ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าและดวงตาจากการดำเนินการควบคุมและสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ ณ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและแยกดินแดง กรุงเทพมหานคร จนต้องเข้ารับการตรวจรักษาจากคณะแพทย์นั้น

นายธนัตถ์ฯ และครอบครัวธนากิจอำนวย ขอขอบคุณคณะแพทย์ผู้ทำการตรวจรักษาและผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ตลอดจนญาติมิตรที่ได้กรุณาช่วยเหลือ หรือติดตามสอบถามอาการบาดเจ็บของนายธนัตถ์ฯ และความคืบหน้าในการตรวจรักษาด้วยความห่วงใยและปรารถนาดีมาโดยตลอด ในการนี้ นายธนัตถ์ฯ และครอบครัว

ขอเรียนต่อสาธารณชนว่า ที่ผ่านมาทางครอบครัวและคณะแพทย์ผู้รักษายังไม่เคยให้ข่าวใด ๆ กับสื่อมวลชนหรือบุคคลที่มิใช่สมาชิกในครอบครัว ฉะนั้น ครอบครัวธนากิจอำนวยจึงขอแถลงข้อมูลตามความเป็นจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้

ในประการแรก นายธนัตถ์ฯ ได้รับบาดเจ็บโดยมีบาดแผลฉีกขาดเป็นรูปครึ่งวงกลมที่บริเวณคิ้วขวา ลักษณะเกิดจากการถูกกระแทกด้วยวัตถุของแข็งไม่มีคม ลักษณะเป็นกระบอกกลม ซึ่งคณะแพทย์ผู้ตรวจรักษาได้ตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่านายธนัตถ์ฯ มีแผลบวมช้ำที่เบ้าตาขวาและมีบาดแผลฉีกขาดที่คิ้วขวา กระจกตาขวาฉีกขาด ลูกตาขวาแตก จอประสาทตาขวาลอก จากนั้น นายธนัตถ์ฯ จึงได้เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บจากคณะแพทย์ด้วยการผ่าตัดแล้ว ปัจจุบันมีอาการเบื้องต้นปลอดภัยและทรงตัว แต่ยังมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์เพิ่มเติมต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลามากกว่า 6 เดือน โดยแพทย์มีความเห็นว่าภายหลังการรักษาเสร็จสิ้นแล้ว ดวงตาข้างขวาของนายธนัตถ์ฯ จะไม่สามารถมองเห็นได้อีก

ครอบครัวธนากิจอำนวยขอเรียนว่า นายธนัตถ์ฯ ได้เข้าร่วมการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติรับรองเสรีภาพดังกล่าวไว้ โดยนายธนัตถ์ฯ มีเจตนาที่จะแสดงความคิดเห็นและชุมนุมอย่างสงบโดยยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีมาแต่แรกเริ่ม โดยตลอดการร่วมชุมนุมนายธนัตถ์ฯ ได้แสดงออกและพยายามอย่างเต็มที่ในการป้องกันและหลีกเลี่ยงพฤติการณ์ใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรง หรือความเสี่ยงต่อความรุนแรง ความวุ่นวาย และความเสียหายแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ดังที่ได้ปรากฏหลักฐานเป็นที่รับทราบโดยทั่วไป

ทั้งนี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) หรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องนั้นจะมีอำนาจหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายและดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม แต่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยเคารพและคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยโดยรวมของประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุม

อย่างไรก็ตาม ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าในระหว่างการชุมนุมนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ได้เลือกใช้มาตรการในการสลายการชุมนุมหลายประการที่มีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตหรือร่างกายของผู้เข้าร่วมชุมนุม เช่น การยิงแก๊สน้ำตา หรือการยิงกระสุนยางเข้าใส่กลุ่มประชาชนผู้ชุมนุม ทั้งที่การชุมนุมดังกล่าวยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์การใช้ความรุนแรงถึงระดับที่จะเป็นเหตุให้รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการที่มีความรุนแรงในการสลายการชุมนุมดังกล่าว หรือหากแม้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในขณะนั้นอยู่ในสภาวะที่จำเป็นจะต้องใช้มาตรการยิงแก๊สน้ำตา หรือยิงกระสุนยาง ก็ตาม การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็จะต้องกระทำไปตามหลักการและมาตรฐานสากล

กล่าวคือ ในการปฏิบัติการยิงแก๊สน้ำตานั้น ต้องใช้วิธีการยิงแบบวิถีโค้งในลักษณะโพรเจกไทล์ (Projectile) โดยต้องไม่ทำการยิงวิถีตรงหรือเล็งเข้าหาตัวบุคคลอย่างเด็ดขาด และในส่วนของการยิงหรือใช้กระสุนยางนั้นต้องเล็งยิงไปในบริเวณที่ต่ำกว่าเอวหรือบริเวณขาเท่านั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นแก๊สน้ำตาหรือกระสุนยาง ต้องห้ามยิงจากที่สูงหรือมุมสูงโดยเด็ดขาด ซึ่งในกรณีของนายธนัตถ์ฯ เกิดจากการยิงแก๊สน้ำตาที่ไม่ใช่การยิงแบบวิถีโค้ง จนเกิดเป็นความเสียหายที่ไม่อาจประเมินได้นั่นเอง

ดังนั้น นายธนัตถ์ฯ และครอบครัวจึงเห็นว่าการใช้มาตรการสลายการชุมนุมดังกล่าวเป็นการใช้กําลังและเครื่องมือควบคุมฝูงชนที่เกินจําเป็น ไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับแนวทางสากลในการจัดการและควบคุมฝูงชน ทั้งยังเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุและไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนเป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนมากรวมถึงนายธนัตถ์ฯ ได้รับบาดเจ็บอันเป็นการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมของประชาชน

ด้วยเหตุนี้ นายธนัตถ์ฯ และครอบครัวจึงมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิในการดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งในคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีอื่นใด กับบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อนายธนัตถ์ฯ เนื่องจากการใช้อำนาจหน้าที่ การปฏิบัติการ และการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวจนถึงที่สุดในทุกวิถีทาง โดยมีเจตนาเพื่อที่จะให้เป็นบรรทัดฐานและแบบอย่างในการปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธของประชาชนตามรัฐธรรมนูญฯ ที่บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของตน และอยู่ร่วมกันในสังคมโดยสามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ รวมถึงเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของนายธนัตถ์ฯ และครอบครัวตามกรอบของกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญฯ โดยการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นนี้นายธนัตถ์ฯ และครอบครัวมิได้มีเจตนาและมิได้มีความประสงค์ที่จะให้บุคคล กลุ่มบุคคล หรือฝ่ายการเมืองใดนำไปใช้ประโยชน์ในทางการเมือง ไม่ว่าในลักษณะหรือแง่มุมใดก็ตาม

ครอบครัวธนากิจอำนวยขอเรียนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายธนัตถ์ฯ ถือเป็นความสูญเสียครั้งร้ายแรงของครอบครัว ซึ่งครอบครัวธนากิจอำนวยหวังว่าการดำเนินการใด ๆ ต่อจากนี้ จะช่วยไม่ให้เกิดความสูญเสียหรือความรุนแรงในลักษณะเดียวกันต่อบุคคล หรือประชาชนที่ต้องการแสดงออกทางความคิดของตนโดยสงบและปราศจากอาวุธ โดยขอยืนยันว่าการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ ของประชาชนต้องไม่ถูกขัดขวางหรือคุกคามโดยรัฐ รวมทั้งการใช้อำนาจหรือการปฏิบัติงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายต้องเป็นไปตามแนวทางสันติวิธีและเป็นไปตามหลักสากล โดยหลีกเลี่ยงการใช้กำลังหรือการทำให้เกิดความรุนแรงใด ๆ

ขอแสดงความนับถือ
ครอบครัวธนากิจอำนวย
วันที่ 19 สิงหาคม 2564


ที่มา : https://www.facebook.com/nat.tanat.democrat/posts/10165228930350648


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top