Monday, 15 June 2026
NEWS FEED

5 เทศบาล! ลงขันร่วมมือทำ ‘รถไฟฟ้ารางเบา เส้นทางนำร่องสายสีแดง’ จังหวัดขอนแก่น ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง งานโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น

จังหวัดขอนแก่นลงนามบันทึกข้อตกลง งานโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางเส้นทางสายเหนือ - ใต้ นำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) อันเกิดจากความร่วมมือรถไฟฟ้า LRT (KKTS - กลุ่มกิจการร่วมค้าขอนแก่น CKKM , CRRC จากประเทศจีน)เพื่อเมืองของเราเอง โดยการหาทุนเอง สร้างกันเอง สาระสำคัญ นั่นคือต้องการหาทุนเอง ผลิตเอง เพื่อให้ลูกหลานคนขอนแก่นคนอีสานได้มีงานดี ๆ ทำ มีรายได้สูง ๆ

เมื่อวันที่ 17  พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า ที่ห้องออคิด บอลรูม 1 โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ร่วมแถลงข่าวและกล่าวถึงความเป็นมา การลงนามบันทึกข้อตกลง งานโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) ซึ่งมีผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย นายสิทธิกุล ภูคำวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ,นายพิสุทธิ์ อนุตรอังกูร นายกเทศมนตรีตำบลท่าพระ, เทศบาลเมืองศิลา ,นางสาวรัมภามาศ ฑีฆธนานนท์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า ,นายทวี แสนอาจ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสำราญ  , พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ประธานกรรมการบริษัทขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (Khon Kaen Transit System CO.,Ltd.) , JV CKKM, Mr.Liu Tong ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ บริษัท CRRC , Mr. Wang Chi ผู้ช่วยฝ่ายการตลาด บริษัท CRRC, Mr.Kai Tai Francis Wu ที่ปรึกษาบริษัท CRRC , นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน), และที่ปรึกษาบริษัทขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติมากมาย ดังนี้ นางศิริพร จังตระกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น  , Mr.Sven Gaber กรรมการบริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน), คณะผู้บริหารจาก 5 เทศบาล ,คณะผู้บริหาร KKTS คณะผู้บริหารกลุ่มกิจการร่วมค้า CKKM , CRRC Consortium Executive Representator ,ผู้นำ 8 องค์กรเศรษฐกิจ ,พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,ดร.พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ คณบดีมหาวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น  มหาวิทยาลัยขอนแก่น , รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ ,ผู้บริหารจาก CEA ,หัวหน้าส่วนราชการจากภาคเอกชน , พี่น้องสื่อมวลชนขอนแก่น

ซึ่งในส่วนของเทศบาลนครขอนแก่นที่ร่วมงาน ประกอบด้วย รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น (นายธวัชชัย รื่นรมย์สิริ,พ.ต.ท.สมชาย โตเจริญ) , เลขานุการนายก(นายกฤษฏ์ สว่างไสว , นายสมภพ วงษ์ก่อ), สมาชิกสภาเทศบาล (นายวรินทร์  เอกบุรินทร์ ,น.ส.ณัชชา แสงสุรศักดิ์, นายรัชตะ รัชตะวินิจ ) , นายวิทยา ภูโยสาร ปลัดเทศบาล, รองปลัดเทศบาล (นางกฤษณา แสนสอาด , นายสุปัทม์ ทองรัตน์)  นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผอ.ส่วนควบคุมการก่อสร้างอาคารและผังเมือง , นางอินทิรา ฆารเจริญ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ , และผู้นำชุมชน 

นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ในนาม 5 เทศบาลจังหวัดขอนแก่นเป็นผู้บริหารจัดการ ได้กล่าวว่า ทุกภาคส่วนของชาวขอนแก่นไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม NGO ผู้นำชุมชน ร่วมมือกันเพื่อทำโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะระบบรางเบา (LRT) เส้นทางสายเหนือ-ใต้ (สำราญ – ท่าพระ) แต่เป้าหมาย “ไม่ใช่ทำรถไฟฟ้าเพื่อให้ได้รถไฟฟ้า” เมื่อ ณ เวลานึง ความชัดเจนมันเห็นเป็นภาพจิ๊กซอว์ต่อครบ การทำรถไฟฟ้ารางเบากลายเป็นเป้าหมายหลักกลายเป็น “รางเปลี่ยนเมือง” ซึ่งมีวิธีคิดที่แตกต่าง คือ เมืองขอนแก่นทำโครงการเพื่อเมืองเราเอง โดยการหาทุนเอง สร้างกันเอง สาระสำคัญ นั่นคือ เราต้องการหาทุนเอง ผลิตเอง เพื่อให้ลูกหลานคนขอนแก่นคนอีสานได้มีงานดี ๆ ทำ มีรายได้สูง ๆ วิธีการคือ การจัดทำหลักสูตรรองรับ ซึ่งเทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับระบบราง

สำหรับ โครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) มีความยาว 26 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 20 สถานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเดินทางในชีวิตประจำวันมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ให้พี่น้องประชาชนมีทางเลือกในการเดินทาง และยังทำให้การพัฒนาเมืองโดยมีระบบขนส่งมวลชนเป็นตัวนำ สำหรับการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว นับได้ว่าเป็นความคืบหน้าในการทำงานที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งนับตั้งแต่บริษัท KKTS ได้คัดเลือกให้กลุ่มกิจการร่วมค้า CKKM เป็นคู่เจรจางาน จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้ารางเบา

ถึงแม้ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาที่ผ่านมาแต่ด้วยความตั้งใจอย่างจริงจังของทั้งสองฝ่าย สามารถบรรลุในหลักการของร่างสัญญาก่อสร้างแล้ว อย่างไรก็ตามก่อนที่จะลงนามในสัญญาก่อสร้าง ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติให้สัมฤทธิ์ผลและเกิดขึ้นให้เรียบร้อยก่อนภายในเวลาที่กำหนดจึงเป็นที่มาของการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว โดยบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัท CRRC Nanjing Puzhen Co.,Ltd. เป็นบริษัทผู้ประสานงานหลักด้านการเงิน ซึ่งจะประสานงานร่วมมือกันในการเจรจาและทำความตกลงกับสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อจัดหาเงินกู้ระยะยาวให้กับบริษัท KKTS  ซึ่งบริษัท KKTS จะทำหน้าที่ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการมอบพื้นที่ พื้นที่ศูนย์วิจัยข้าว พื้นที่กลางและริมถนนมิตรภาพ หลังจากลงนามใน MOA รวมทั้งการออกใบอนุญาต และอำนวยความสะดวกในการก่อสร้างต่อไป

ทั้งนี้ จังหวัดขอนแก่น เมืองแห่งศูนย์กลางการบริหารและบริการภาครัฐของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ศูนย์กลางการค้าการลงทุนและบริการ ศูนย์กลางคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ศูนย์กลางทางการแพทย์และสาธารณสุข ศูนย์กลางการประชุมและท่องเที่ยว ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสีเขียว ศูนย์กลางการศึกษา อีกทั้งจังหวัดขอนแก่นอยู่ในระเบียงเศรษฐกิจ ASEAN-NSEC-EWEC และมีที่ตั้งสถานกงสุลใหญ่ประเทศจีน-เวียดนาม-ลาวอีกด้วย 

 

‘กระทรวงแรงงาน’ ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2566 – 2570

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 เวลา 08.45 น. นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2566 – 2570 ณ ห้องประชุมจอมพล ป. พิบูลสงคราม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางขับเคลื่อนการดําเนินงานส่งเสริม คุ้มครอง และพัฒนาแรงงานนอกระบบ ซึ่งมีสาระสำคัญกำหนดทิศทาง การดำเนินงานไว้ 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ 1 : เสริมสร้างหลักประกันทางสังคมและขยายความคุ้มครองให้ทั่วถึง

ยุทธศาสตร์ที่ 2 : เสริมสร้างสมรรถนะแรงงานนอกระบบเพื่อการทำงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 : เพิ่มสมรรถนะการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ

 

"ดร.ซก" ที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฮุนเซน ยืนยัน!ข่าวกัมพูชายกเลิกล็อกดาวน์จริง เผยยอดติดเชื้อลดลงวันละไม่ถึง 100 ราย พร้อม!เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ทำ PCR Test เข้าได้

หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าวว่า ประเทศกัมพูชามีคำสั่งยกเลิกล็อกดาวน์พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้ โดยนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซนได้ประกาศข้อความเสียงผ่านโซเชียลมีเดียไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น

ทั้งนี้ เพื่อความชัดเจน นักข่าวได้สอบถามไปยัง (ดร.แซม) ดร.ซก ซกกรัดทะยา ที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฮุนเซนนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งกำลังทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ ไทย - กัมพูชา อยู่ ณ เวลานี้ โดยไดัรับการยืนยันจากท่านที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฮุนเซนว่าข่าวดังกล่าวเป็นความจริงทุกประการ โดยท่านยังได้ยืนยันถึงมาตรการด้านการควบคุมการแพร่ระบาดไของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่เข้มข้นของรัฐบาล พร้อมได้เชิญชวนประชาชนชาวไทยให้เดินทางไปท้องเที่ยวประเทศกัมพูชาด้วย

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 (ดร.แซม) ดร. ซก ซกกรัดทะยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับข่าวยกเลิกล็อกดาวน์เปิดให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนแล้วเข้าประเทศกัมพูชาได้แล้วนั้น ผมขอยืนยันคือข่าวจริงทุกประการ โอกาสนี้ จึงอยากเชิญชวนชาวไทยทุกคนให้เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศกัมพูชาได้ตามปกติ ขอยืนยันความปลอดภัย โดยเฉพาะมาตรการคุมเข้มเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ตอนนี้กัมพูชาได้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้ว 85% หรือกว่า 14 ล้านคน จึงอยากให้คนไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยได้มีความมั่นใจในการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในกัมพูชา

ดร.ซก กล่าวอีกว่า “สำหรับประเทศกัมพูชา ณ เวลานี้ เราขอยืนยันความพร้อมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวและกัมพูชาไม่ได้มีเพียงเมืองมรดกโลกอย่างเมืองเสียมเรียบที่มีนครวัดนครธมเท่านั้น เรายังมีเมืองสีหนุวิลล์เมืองตากอากาศ และพนมเปญ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่อยากให้ทุกคนไปเยือน และการเดินทางจากประเทศไทยนั้นสะดวกสามารถเดินทางได้ทั้งทางรถยนต์ ทางเรือ หรือทางเครื่องบิน จึงอยากขอเชิญชวนคนไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวกัมพูชาได้แล้ว” ดร.ซก ที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฮุนเซน กล่าว  

 

‘บิลลี่’ ฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ผู้ไม่เคยลำบาก ชี้! แผ่นดินไทยอุดมสมบูรณ์ได้ เพราะในหลวง ร.9

บิลลี่ โอแกน นักร้องขาร็อกมาดเข้มรุ่นใหญ่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เวลากินข้าวที่ตั้งอยู่ตรงหน้านี้ทำให้เราได้คิดเห็นว่าคนสมัยใหม่อายุสัก 20-30 นี่ไม่ค่อยจะเคยลำบาก เพราะเกิดมาตอนบ้านเมืองเจริญก้าวหน้ามีไฟฟ้าสาธารณูปโภคพร้อมพรั่ง ทั้งอาหารการกินก็มีทุกอย่าง แต่เขาคงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเมืองไทยเราไม่ได้ร่ำรวย เราเป็นประเทศเกษตร ปลูกข้าวเป็นหลัก กินผักกินปลา ที่เจริญมาได้ขนาดนี้ เพราะในหลวง ร.9 ท่านวางรากฐานไว้ให้ ท่านทำทุกอย่าง ท่านแทบไม่ได้อยู่สบายเลย ออกไปชนบท ช่วยคนให้ทำมาหาเลี้ยงตนและครอบครัวได้ ไม่มีน้ำ ท่านก็ทำฝายทำอ่างเก็บน้ำให้ ไม่มีพืชพันธุ์ท่านก็จัดหาให้ ไม่มีฝนท่านก็ทำฝนเทียมให้ ท่านทำให้ทุกอย่าง 

'ประกันสังคม' ชวนผู้ประกันตนตรวจสุขภาพ ได้ทุก รพ.ที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงานหรือคนทำงานในสถานประกอบการทุกคน ให้มีสุขภาพที่ดี โดยสนับสนุนให้ผู้ประกันตนได้เข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ กำชับนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ให้บริการดูแลสุขภาพเชิงรุก เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพผู้ประกันตน มีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นกำลังผลิตที่สำคัญ ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศ มีการขับเคลื่อนและพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม ร่วมขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน เพื่อดูแลสุขภาพของผู้ประกันตนเชิงรุกในทุกมิติ โดยให้สิทธิผู้ประกันตนเข้ารับการตรวจสุขภาพกับสถานพยาบาลที่สมัครเข้าร่วมโครงการตรวจสุขภาพกับสำนักงานประกันสังคม ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ส่งผลให้ผู้ประกันตนมีทางเลือกและมีความสะดวกในการตรวจสุขภาพ เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงและป้องกัน และหากพบความผิดปกติ ผู้ประกันตนจะได้รับการบำบัดตั้งแต่ระยะแรก อาทิ การตรวจเต้านมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจน้ำตาลในเลือด การตรวจการทำงานของไต การตรวจไขมันในเส้นเลือด เพื่อหาความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดอุดตัน ฯลฯ อย่างไรก็ดีเพื่อพัฒนาระบบคุณภาพบริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้กับผู้ประกันตนอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึง สิทธิและบริการด้านสุขภาวะในกลุ่มผู้ใช้แรงงานอีกด้วย

 

'ปลัดฯ แรงงาน' เยือน สพร.พังงา ดันแรงงานสร้างอาชีพ หนุนการท่องเที่ยวหลังเปิดประเทศ

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ติดตาม รับฟังผลการดำเนินงาน พร้อมตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมของสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา (สพร .พังงา) จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการประกอบธุรกิจกาแฟ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 20 คน หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการทำงานด้วยรูปแบบทางไกล มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 20 คน และหลักสูตรการล้างและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 15 คน รวมถึงร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ (ต้นรวงผึ้ง) ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ณ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา

นายบุญชอบ กล่าวว่า สำหรับจังหวัดพังงา เป็นหนึ่งในกลุ่มจังหวัดอันดามันที่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียงระดับโลก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในพื้นที่และประเทศชาติ แต่ภายหลังจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ดังนั้น ในส่วนของกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงมีส่วนสำคัญเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ด้วยการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการสร้างงาน สร้างอาชีพ ที่จะนำไปสู่การเกิดรายได้ของแรงงานทั้งในระดับท้องถิ่น ชุมชน และระดับอื่น ๆ

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคน และขอฝากไว้ว่าในการพัฒนาทักษะฝีมือจะต้องเลือกพัฒนาให้สอดรับกับความต้องการของแรงงานที่อยู่ในพื้นที่และตลาดแรงงานมีความต้องการด้วย จึงจะส่งผลให้แรงงานเกิดอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน ขอให้ สพร.พังงา ได้พัฒนาหลักสูตรให้ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงของการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวนี้ รวมถึงให้บูรณาการการทำงานร่วมกันกับ 5 เสือแรงงาน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพต่อไป

 

Tencent คิดใหญ่ สร้าง Metaverse สัญชาติจีน ด้านรัฐบาลจีนไม่ว่า ขอแค่เคารพกฎหมาย

Tencent เอาด้วย หลังจากที่ Facebook ประกาศเปิดตัว Metaverse จักรวาลโลกเสมือนอย่างยิ่งใหญ่ ที่สร้างความกระแสฮือฮาไปทั่วโลก ว่ามันเป็นสิ่งที่จะมาปฏิวัติโลกดิจิทัลในอนาคต ทำให้องค์กรทุกระดับทั่วโลกต่างกระตือรือร้นที่จะขอเป็นส่วนหนึ่งของ Metaverse เพราะกลัวจะ 'Out' หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลังกระแสนิยมโลก 

ทั้งนี้ การสร้าง Metaverse ให้สมบูรณ์แบบ ใช้งานได้จริง จะต้องใช้โครงสร้างเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่ซับซ้อนและล้ำสมัยมาก ๆ อย่าง AI, 5G, Blockchain และอุปกรณ์ดิจิทัลรุ่นใหม่ ๆ ที่ต้องทำให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย จึงสามารถสร้างสังคมผู้ใช้จำนวนมากพอที่จะสร้างโลกอีกใบ ที่ทำได้เกือบทุกอย่าง และมีมูลค่าในระบบเศรษฐกิจไม่ต่างจากโลกจริง 

และต้องยอมรับว่า ตอนนี้สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความพร้อมพอที่จะสร้าง Metaverse ให้เกิดขึ้นจริงได้ บวกกับการครอบครอง Big Data ระดับมหึมาของ Facebook จึงทำให้หลายองค์กร / บริษัท ต่างสนใจอยากเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย 

ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจที่อยู่ในสายเทคโนโลยี อย่าง Tencent บริษัทเกมและดิจิทัลเจ้าดังของจีน ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกธุรกิจที่น่าจะได้อานิสงส์อย่างมากมายในการเข้าร่วมใน Metaverse 

แต่ทว่า Tencent ดูจะมีเป้าหมายสูงกว่านั้น เพราะเขาจะไม่ใช่สนใจแค่ "ร่วมแจม" แต่ต้องการสร้าง Metaverse เป็นของตนเองเลยทีเดียว 

และมีความเป็นไปได้สูงเสียด้วย เพราะนอกจากสหรัฐอเมริกา ก็มีจีนอีกประเทศที่เติบโตจนกลายเป็นอีกหนึ่งมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี และมีระบบนิเวศทางดิจิทัลล้ำสมัย ครบครัน ไม่ห่างจากสหรัฐอเมริกามากนัก 

แถมรัฐบาลจีนยังมีแผนที่จะผลักดันประเทศให้เป็นเจ้าแห่ง AI ในอนาคตอีกด้วย โดยปักธงไว้ว่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้าจะต้องตีตลาดนวัตกรรม AI สัญชาติจีนให้เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก เพื่อก้าวขึ้นสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยี AI ของโลกให้ได้ภายในปี 2030

และเมื่อเกิดสงครามการค้า จีน- สหรัฐฯ ที่นับวันจะยิ่งตึงเครียด ซึ่งสหรัฐอเมริกา พยายามอย่างหนักที่จะกีดกันการขยายอิทธิพลของจีนในทุกรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่การเข้าถึง หรือแชร์ทรัพยากรด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของสหรัฐฯ ก็ทำให้จีนไม่มีทางเลือก ต้องพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง 

และการสร้างสังคม Metaverse ฉบับจีนอยู่ในแผนของ Tencent มาแล้วตั้งแต่ปี 2019 โดยได้จับมือร่วมกับ Roblox หนึ่งในแพลตฟอร์มเกมโลกเสมือนที่ได้รับความนิยมมาก มาสร้างฐาน Metaverse ในจีน โดย Tencent ตั้งใจจะนำทั้งเกม 3D และ Wechat ซูเปอร์แอปฯ ของตนมารวมกัน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้ามาเล่น/เรียน/ทำงาน/ซื้อของ/สังสรรค์/สร้างธุรกิจ หรือแม้แต่กลุ่มสังคมโลกเสมือนส่วนตัวได้เอง 

“บิ๊กตู่”โพสต์ปลื้ม สัญจรใต้ ส่งสัญญานทั้วโลกเปิดประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อควาทบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า วานนี้ (16 พ.ย.) เป็นอีกวันที่รู้สึกยินดีที่ได้มาลงพื้นที่ตรวจราชการ ในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้สัมผัสถึงความพร้อมอย่างเต็มที่ ของประชาชน ในการต้อนรับผู้ที่มาเยือน เพื่อเดินหน้าประเทศแบบ New normal ทั้งนี้ภายหลังการเปิดประเทศตามนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นมา มีผู้ที่เดินทางเข้าประเทศแล้ว 54,939 คน ในจำนวนนี้ พบว่าติดเชื้อโควิดเพียง 65 คน หรือ 0.12% ซึ่งถือว่ามีสัดส่วนที่น้อย และสามารถบริหารจัดการได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อส่วนรวม

สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 6 จังหวัด พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชนนั้น ถือว่าเกิดผลสำเร็จในหลายประการ เช่น 1. การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยแก่ชุมชน เนื้อที่รวม 4,105 ไร่ ใน 21 จังหวัด โดยมีพื้นที่ภาคใต้ 12 จังหวัด เพื่อลดความขัดแย้งในเรื่องการบุกรุกครอบครองผืนป่าชายเลน แล้วเพิ่มการส่งเสริมพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลนต่อไป

2. การผลักดันโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี จำนวน 7 โครงการ  วงเงิน 494 กว่าล้านบาท ได้แก่ (1) โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล (2) โครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้อนุรักษ์ฟื้นฟูพะยูนและสัตว์ทะเลหายาก จังหวัดตรัง (3) โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อม จังหวัดระนอง (4) โครงการ Phuket Health Sandbox จังหวัดภูเก็ต (5) โครงการศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการชายฝั่งแห่งเมืองพังงา จังหวัดพังงา (The Park Khaolak) (6) โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือโดยสาร-ท่องเที่ยวปากคลองจิหลาด จังหวัดกระบี่ และ (7) โครงการพัฒนาแหล่งสปาวารีบำบัดน้ำพุร้อนคลองท่อมเมืองสปา จังหวัดกระบี่ ซึ่งทั้ง 7 โครงการนี้ จะช่วยสร้างความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในจังหวัดภาคใต้ตามนโยบายเปิดประเทศ

3. การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการงานเมกะอีเว้นท์ รวม 3 รายการ ได้แก่ (1) งาน Expo2028 Phuket-Thailand ในปี 2571 เพื่อผลักดันบทบาทของประเทศไทยและภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก (2-3) มหกรรมพืชสวนโลก 2 ครั้ง ที่จังหวัดอุดรธานี ในปี 2569 และจังหวัดนครราชสีมา ในปี 2572 เพื่อแสดงศักยภาพในการวิจัย พัฒนา และเทคโนโลยี ด้านพืชสวนแบบครบวงจรของไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ระดับโลก และต่อยอดเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และศูนย์กลางนวัตกรรมด้านการเกษตร ในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง (GMS) ที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจ BCG Model ทั้งนี้ หากประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ เมกะอีเว้นท์ทั้ง 3 งาน ประเมินได้ว่าจะสามารถสร้างการจ้างงาน 230,442 คน สร้างเงินสะพัดในประเทศรวม 100,173 ล้านบาท เก็บภาษีเข้ารัฐ 20,641 ล้านบาท และผลักดันการเติบโตให้จีดีพีได้ 68,520 ล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบให้เสนอแหล่งมรดกทางธรรมชาติ พื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา และภูเก็ต ประกอบด้วย 6 พื้นที่อุทยาน และ 1 พื้นที่ป่าชายเลน พื้นที่รวมกว่า 2,908 ตารางกิโลเมตร ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งล้วนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงอนุรักษ์ที่สำคัญ ที่นอกจากสร้างรายได้หล่อเลี้ยงชาวชุมชนแล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หายาก เช่น ชะนีมือขาว ค้างคาวแม่ไก่เกาะ กระเบนราหู วาฬหัวทุย โลมา เต่ามะเฟือง เต่าหญ้า ที่นับวันจะลดลงไปมาก ดังนั้น เราต้องรักษาระบบนิเวศเหล่านี้ไว้ให้ดี เพื่ออนุรักษ์สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานไทยได้ภาคภูมิใจต่อไป

 

สถาบันพระปกเกล้า ปิดหลักสูตร 'สิทธิมนุษยชน'​ รุ่น 2 ด้าน 'ศ.วุฒิสาร'​ มองบทเรียนโควิด มีความซับซ้อนจากความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม 

16 พ.ย.64​ ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า บรรยายเรื่อง สังคมไทยได้อะไรจาก Covid-19 ในพิธีปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง​ (ปสม.) รุ่นที่ 2 

โดยมีนายวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, นางสาวรตญา กอบศิริกาญจน์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการสถาบันพระปกเกล้า และนักศึกษาหลักสูตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปสม.) รุ่นที่ 2 

ศ.วุฒิสาร ตันไชย กล่าวในตอนหนึ่งถึงสังคมไทยได้เรียนรู้จากสถานการณ์โควิดในเรื่อง การจัดการเชิงพื้นที่ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ยากจน การปรับวิถีการทำงาน พลัง หรือทุนทางสังคมของสังคมไทย มีมูลค่าสูง (อาสาสมัครมีพลังสูงมาก น้ำใจเอื้อเฟื้อ คนไทยมีวินัยและรับผิดชอบทางสังคม) การจัดการภายใต้ฐานข้อมูลร่วมกัน

สำหรับบทเรียนจาก Covid-19 มีความซับซ้อนของปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม เศรษฐกิจระดับรากฐาน ผู้ประกอบการย่อย ประสบปัญหามากที่สุด การว่างงาน การว่างงานแฝง ภาคเศรษฐกิจท่องเที่ยวประสบภาวะถดถอยอย่างรุนแรง เศรษฐกิจครัวเรือนมีปัญหามากขึ้น คุณภาพการศึกษาระยะสั้น ระยะยาว​ จึงเป็นบทเรียนของสังคมไทย ในการจัดการเชิงพื้นที่ แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน​ (Big data) ทุนทางสังคมไทยมีศักยภาพสูง

พรรคประชากรไทยจัดงานแถลงข่าว สมุนไพรไทย คุ้มครองไทย โดยพรรคประชากรไทย

16 พ.ย.​ 64 สำนักงานพรรคประชากรไทย หมู่บ้านศรีวรา ซอยศรีวรา 21 ถนนศรีวรา แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ได้จัดงานแถลงข่าว สมุนไพรไทย คุ้มครองไทย โดยพรรคประชากรไทย โดยมีนายคณิตศร สมมะลวน  หัวหน้าพรรคประชากรไทย พร้อมด้วยนายชัยพร ภูผารัตน์ ผู้อำนวยการสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย, นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน, นางสาวภัสวรินทร์ กิตติโชคกุลพัทธ์ นายกสมาคมส่งเสริมและพัฒนาคนพิการไทย และสมาชิกพรรคเข้าร่วมงาน

ด้านนายคณิตศร สมมะลวน หัวหน้าพรรคประชากรไทย กล่าวว่า พรรคประชากรไทยจะสนับสนุนส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรและผลักดันแพทย์แผนไทยให้มีความเสมอภาคกับแพทย์แผนปัจจุบันและพรรคประชากรไทยจะนำยาสมุนไพรไทย สู่สมุนไพรโลก และพรรคประชากรไทย จะผลักดันสวัสดิการต่างๆ ให้กับผู้พิการผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุให้มีความสุขความสบายอย่างจริงจัง

นอกจากนี้​ พรรคประชากรไทย​ ยังมีนโยบายสู้โควิด-19 อย่างเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์ทั่วโลก โดยใช้สมุนไพรทางเลือกและกัญชาในการป้องกันและรักษา ซึ่งกำลังคัดกรองสิ่งดีๆ ต่อพี่น้องประชาชน นำสมุนไพรทางเลือก และกัญชามาส่งเสริมรายได้ชุมชนในยุคโควิด-19 ใส่ใจในเรื่องปากท้องและคืนความสุขให้ประชาชน เช่น ตู้กาแฟผสมสมุนไพรทางเลือก หรือ กัญชา รวมถึงการเชื่อมธนาคารต่างๆ เข้าถึงชุมชนมากขึ้น​ รวมถึงการวิจัยให้ชุมชนสามารถเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ในส่วนของงานการเมือง​ ​ทางพรรคประชากรไทยก็จะเร่งดำเนินกิจกรรมทางการเมือง​ โดยจะส่งเสริมเกี่ยวกับนโยบายของพรรคประชากรไทยไปสู่พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกเขต ทุกพื้นที่เลือกตั้งในประเทศไทย เพื่อเตรียมพร้อมลงสนามใหญ่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top