'นายกสมาคมสื่อ' จับมือ 'ภาครัฐ เอกชน' มอบอุปกรณ์เฝ้าระวังโควิด ให้ จนท.ด่านหน้าภาคใต้ - โควิดยังอ้วม PPE ขาดแคลน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายอะหมัด รามันห์สิริวงศ์ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดยะลา นายอับดุลฮาดี เจะยอ ข่าวสดยะลา นายนิแอ สามะอาลี นักประชาสัมพันธ์ สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา น.ส.เลขา เกลี้ยงเกลา สำนักข่าวอิศรา กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ลงพื้นที่ มอบ อุปกรณ์เฝ้าระวังโควิด-19 และ ขนมเด็ก กล่องโควิด แคร์ ถุงยังชีพ ให้ เจ้าหน้าที่ ด่านหน้า รพ.สต. อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ ต.ลูโบ๊ะยือไร อ.มายอ ต.วัด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี , ต.ยะหา จ.ยะลา , ต.สะบ้ายอย จ.สงขลา โดยมี ผู้นำในพื้นที่ จ.ยะลา จ.สงขลา และ นายซุลกิฟลี สาหะ ผอ.รพ.สต.วัด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พร้อมด้วยทีมอสม.ต.วัด และนายหมาด โต๊ะปะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.วัด รับมอบ

กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก นายแพทย์ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ นายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ เจ้าของธุรกิจโรงโม่หิน บริษัท เขาบันไดนางศิลา จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. กองบัญชาการกองทัพไทย ,หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดย นพค.42 สนภ.4 นทพ. พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.นพ.ชัยวัฒน์ เตชะไพทูรย์ บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี สำนักข่าวอิศรา ข่าวสดยะลา นักประชาสัมพันธิ์ จ.ยะลา คุณปัตมา บาเหม

ในส่วนของกลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ซึ่งเป็นองค์กรร่วม ระหว่างสื่อ ข้าราชการ ครู ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ ร่วมทำกิจกรรมดีๆ ช่วยเหลือชาวบ้าน แยกได้ดังนี้ 1.ร้องเรียน ด้านพฤติกรรม เจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลากรอาสาสมัครของรัฐ จำนวน 3,953 ราย 2.ร้องขอความช่วยเหลือ ปรับปรุง อาหาร การบริหารจัดการ ในศูนย์ LQ , HQ และ SQ จำนวน 4506 ราย 3.ร้องขอเครื่องมืออุปกรณ์การเฝ้าระวังและป้องกันโควิด และ รถยนต์เพื่อเข้าระบบการรักษา 3,956 ราย 4.ร้องขอความช่วยเหลือ ให้ปลอบผู้สูงอายุ และเด็ก กินยา ป้องกันตัวเอง จูงใจให้เกิดการรักษา และฉีดวัคซีน จำนวน 3,437 ราย 5.ร้องขอความช่วยเหลือด้าน ยาสามัญประจำบ้าน อาหารแห้ง จำนวน 6,897 ราย

รวมทั้งหมด มีร้องเรียน และ มี ผู้เดือดร้อน ในด้านต่างๆ จำนวน 22,749 ครอบครัว ทีมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และ ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว จาก วันที่ 7 มี.ค.64 ถึงวันที่ 10 พ.ย.64 ในจำนวนนี้ ยังไม่รวม เคสที่ร้องเรียนและ อยู่ระหว่าง ตรวจสอบก่อนให้ความช่วยเหลือ อีก 767 ราย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า พวกเราเป็นเหมือนตัวกลาง ที่นำสิ่งของทั้งหมด เพื่อเฝ้าระวังโควิด-19 และ ขนมเด็ก ที่นำมามอบให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยผู้ ที่จิตกุศล บริจาค โดยอาศัย กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ซึ่งเป็นการ รวมตัว ของ สื่อมวลชน หลายเขนง และจากหลากหลายอาชีพ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ รวมตัวทำกิจกรรมดีๆช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่เข้าใจพื้นที่ รู้ปัญหา ก็ได้นำสิ่งของที่ได้รับ บริจาค จากผู้ที่มีจิตศรัทธา มามอบให้ เจ้าหน้าที่ องค์กร ภาคประชาชนต่าง จะได้นำไปใช้ เพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อโควิด-19

สิ่งที่เรากังวล ตอนนี้ คือการติดเชื้อในครัวเรือที่ยังมีข้อข้างสูง โดยเฉพาะวันนี้ ในพื้นที่ตรงนี้ หลายหมู่บ้านหลายอำภอหลายตำบล ที่ถือว่า ยังมีผู้ติดเชื้อ ข้องข้างสูง หวังว่า สิ่งของเล็กๆน้อยๆ ที่ได้รับจากผู้บริจาคมา เราเป็นสื่อกลาง กลไกเล็กที่น่าจะมีส่วนในการลดการระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นลำดับ จนที่น่าพอใจ

























โดยสรุปสถานการณ์ภาพรวม จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ตั้งแต่ 10 พ.ย.64 ส่งผลให้ฝนตกหนักต่อเนื่อง เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งใน 8 จว.ภาคใต้หลายพื้นที่ ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขัง 3 จว.คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานีและสงขลา รวม 10 อำเภอ 315 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,909 ครอบครัว โดยคาดการณ์ว่ายังมีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลต่อระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลางของภาคใต้ มีปริมาณน้ำมากกว่า 80%และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหลายแห่ง เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ
พล.อ.ประวิตร’ ย้ำว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่จังหวัด ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบหลายครัวเรือน ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจกับผู้ประสบภัยทุกครอบครัว พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลและทุกส่วนราชการจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการช่วยเหลือดูแลจนกว่าสถานการณ์จะปกติ
พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้ทุกส่วนราชการในพื้นที่ เร่งระบายน้ำลงทะเล โดยเฉพาะ อ.สวี อ.ท่าแซะ อ.เมือง จว.ชุมพร ที่เป็นที่ต่ำและยังคงมีน้ำท่วมขัง พร้อมทั้งให้กระจายช่วยเหลือเร่งด่วนให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ เร่งซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยาผู้ประสบภัยให้ทั่วถึง ขณะเดียวกันให้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์และพื้นที่เสี่ยง โดยต้องมีการแจ้งเตือนภัยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่เสี่ยง