Monday, 15 June 2026
NEWS FEED

“ทปษ.นายกฯ” ย้ำ​ สลน.ซื้อไอโฟน​ 12​ กว่าร้อยเครื่อง​ เป็นครุภัณฑ์ราชการ​ จัดซื้อถูกต้อง​ ให้ จนท.ทำงานราบรื่น​ แจง​ "บิ๊กตู่" ไม่ได้ซื้อแจก​ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล​ น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงกรณีสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) เผยแพร่สัญญาซื้อขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อแอปเปิ้ล รุ่นไอโฟน 12 จำนวน 111เครื่อง แบ่งเป็นความจุ 128 GB 23 เครื่อง และ ความจุ 64 GB 88 เครื่อง ราคารวม 2,681,355 บาท ว่า ขอชี้แจงถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโทรศัพท์เคลื่อนที่ของสลน.

การจัดซื้อดังกล่าวถือเป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์ เช่นเดียวกับการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ทุกคนทราบดีว่าจะมีอายุการใช้งาน ปัจจุบันโทรศัพท์ไอโฟน 7 ที่ใช้อยู่นั้น มีอายุเกิน 4 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ที่ใช้คือเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน เพื่อประสานงาน ส่งข่าว ให้กับสื่อมวลชน และในจำนวน 111 เครื่องนั้น มีจำนวน 80 กว่าเครื่อง นำไปให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ

เพื่อใช้งาน เช่น​ ประสานงานวิปรัฐบาล ประสานงานกับส.ส.จำนวนมาก และไอโฟน​7 ที่ใช้ในปัจจุบันก็มีสภาพชำรุด ขอให้เข้าใจว่าครุภัณฑ์ที่สลน.ตั้งงบขึ้นมา เพื่อดำเนินงานของบจากสภาในหมวดครุภัณฑ์ ถือเป็นความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่จะต้องใช้ โดยเฉพาะในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ส่วนอีก 23 เครื่องนั้น แจกจ่ายให้กับผู้ใหญ่ ที่เข้ามาทำงาน อย่างข้าราชการการเมือง เช่น​ นายกรัฐมนตรี คณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แต่หลายคนก็ไม่ได้รับ นายกฯก็ไม่ได้รับ โดยให้เหตุผลว่าให้นำไปให้ทางราชการ นำไปใช้ประโยชน์ ให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้กัน ขอประชาชนอย่าได้วิตกกังวล ส่วนเรื่องที่วิจารณ์กันว่า นำงบประมาณของรัฐไปซื้อไอโฟนแจกจ่ายเจ้าหน้าที่นั้น ขอยืนยันไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อยี่ห้อใด ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยยึดเรื่องการใช้งานเป็นหลัก นอกจากนี้ มีการสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติแล้วว่า อยากได้โทรศัพท์ยี่ห้อใดและรุ่นไหน 

รมว.แรงงานรับข้อสั่งการนายก เร่งนำเข้าแรงงานต่างด้าวตาม MoU แก้ปัญหาขาดแรงงาน เริ่ม 1 ธ.ค. 64

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ห่วงใยและติดตามสถานการณ์ปัญหาลักลอบเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด โดยมีข้อสั่งการให้กระทรวงแรงงานเตรียมวิธีการนำเข้าแรงงานตาม MoU ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว พร้อมกับเตรียมความพร้อมให้นายจ้าง และสถานประกอบการในประเทศมีแรงงานในกิจการเพียงพอ สอดรับกับการเปิดประเทศ 

“กระทรวงแรงงานรับข้อสั่งการท่านนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันว่าขณะนี้มีความพร้อมที่จะนำเข้าแรงงานตาม MoU แล้ว โดยจะเปิดให้นายจ้างยื่นคำร้องขอนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศ (Demand) วันที่ 1 ธ.ค. 64 นายจ้างที่มีความพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหาสถานที่กักตัวสามารถดำเนินการได้ทันที โดยมีค่าใช้จ่ายรวมในการนำเข้าฯ ระหว่าง 11,490 – 22,040 บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน ในส่วนคนต่างด้าวหากยังฉีดวัคซีนไม่ครบ กระทรวงแรงงานจะเป็นผู้จัดหาวัคซีน และฉีดให้ในวันสุดท้ายของการกักตัว และจะประสานสาธารณสุขจังหวัดปลายทางเพื่อนัดหมายฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แก่คนต่างด้าวด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน เผย 8 ขั้นตอนนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตาม MoU โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1.นายจ้างยื่นแบบคำร้องกับสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ได้แก่ แบบ นจ.2 หนังสือแต่งตั้ง สัญญาจ้างงาน และเอกสารนายจ้าง
 
2.การจัดส่งคำร้องความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว โดยกรมการจัดหางาน/สจจ. สจก. 1-10 มีหนังสือแจ้งความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวผ่านสถานเอกอัครราชทูตประเทศ
ต้นทางประจำประเทศไทยไปยังประเทศต้นทาง

3. ประเทศต้นทางดำเนินการรับสมัคร คัดเลือก ทำสัญญา และจัดทำบัญชีรายชื่อคนงานต่างด้าว (Name List) ส่งให้กรมการจัดหางานผ่านสถานเอกอัครราชทูตประเทศต้นทาง
ประจำประเทศไทย และกรมการจัดหางานส่งให้นายจ้าง

4. นายจ้างที่ได้รับบัญชีรายชื่อคนต่างด้าว (Name List) แล้วยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว พร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
   4.1 บัญชีรายชื่อคนต่างด้าวที่ประเทศต้นทางรับรอง 
   4.2 แบบ บต.31 หรือ บต.33 พร้อมเอกสารและหลักฐาน 
   4.3 หลักฐานการได้รับวัคซีนโควิด-19 หรือใบรับรองแสดงประวัติการเคยติดเชื้อมาก่อนในช่วงไม่เกิน 3 เดือน
   4.4 หนังสือยืนยันการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการกักตัว ได้แก่ ค่าสถานที่กักกัน ค่าตรวจโรคโควิด-19 ค่าบริการทางการแพทย์ ค่ารักษากรณีติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงกรณีป่วยฉุกเฉินหรือโรคอื่นระหว่างกักตัว/กรมธรรม์ที่คุ้มครองการรักษาโรคโควิด -19
   4.5 หลักฐานยืนยันว่ามีสถานที่กักตัวตามที่ราชการกำหนด
   4.6 หลักฐานที่ยืนยันว่ามียานพาหนะเพื่อรับคนต่างด้าวไปยังสถานที่กักตัว
   4.7 กรณีเข้าประกันสังคมซื้อประกันสุขภาพกับบริษัทประกันภัย 4 เดือน
   4.8 กรณีเข้าประกันสังคม นายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน
  - ชำระค่าคำขอและค่าใบอนุญาตทำงาน (2 ปี) 1,900 บาท
  - วางเงินประกัน (กรณีนายจ้างดำเนินการด้วยตนเอง) หลักประกัน 1,000 บาท/คนต่างด้าว 1 คน

5. กรมการจัดหางานมีหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ ประเทศต้นทางของคนต่างด้าวเพื่อพิจารณาออกวีซ่า (Non - Immigrant L-A) ให้แก่คนต่างด้าวตามบัญชีรายชื่อ และหนังสือแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่ออนุญาตให้คนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองตามที่นายจ้างได้แจ้งไว้ โดยจะอนุญาตให้นำเข้าตามจำนวนสถานที่
รองรับในการกักตัว 

6. เมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรต้องแสดงหนังสือยืนยันการอนุญาตให้เข้ามาทำงาน ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่าไม่เป็นโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR และ ATK (ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง) หลักฐานการได้รับวัคซีนโควิด-19 หรือใบรับรองแสดงประวัติการเคยติดเชื้อในช่วงไม่เกิน 3 เดือน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นระยะเวลา 2 ปี จากนั้นจึงเดินทางไปยังสถานที่กักตัว โดยยานพาหนะที่นายจ้างแจ้งไว้ (ไม่เดินทางร่วมกับบุคคลอื่น และหยุดพัก ณ สถานที่ใดๆ ก่อนถึงสถานที่กักกัน) 

‘สสสส.12 สถาบันพระปกเกล้า’ ลงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ศึกษาการมีส่วนร่วมพัฒนาอย่างยั่งยืน ระหว่างชุมชนกับอุตสาหกรรม

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล พร้อมคณาจารย์ นำคณะนักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 12 (สสสส.12) สถาบันพระปกเกล้า ลงพื้นที่จ.ชลบุรี เพื่อรับฟังการบรรยาย EEC สานพลังการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากนางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

โดยสำนักคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)หรือ อีอีซี นำเสนอ ถึงแนวคิดการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มุ่งมั่นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ Value base economy เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมภายใต้วิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีการปรับแผนการลงทุนในพื้นที่ อีอีซี ปี 2565-2569 เป็นการต่อยอดโครงสร้างพื้นที่ เป็นเมืองการบินภาคตะวันออก การดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ยานยนต์ที่สมัยใหม่ ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์และสุขภาพ การขนส่งและโลจิสติกส์ การเกษตรสมัยใหม่และอาหาร

นอกจากนี้ได้มุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วม โดยดึงพลังกลุ่มสตรีในพื้นที่ อีอีซี ให้มีความเข้มแข็ง มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการจัดทำและนำเสนอโครงการที่จะสร้างความยั่งยืนให้พื้นที่และชุมชน โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนา อีอีซี ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ และการเฝ้าระวังในการใช้ประโยชน์ที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภคเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือแผนผัง อีอีซี และการมีส่วนร่วมในเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จากนั้นคณะนักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 12 เดินทางต่อไปยังพื้นที่ จ.ระยอง โดยแบ่ง 4 กลุ่ม ลงพื้นที่รับฟังและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยกลุ่มแรกลงพื้นที่ศูนย์จัดการขยะครบวงจร เพื่อแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ "ระยองโมเคล" ต้นแบบบริหารจัดการขยะ เพื่อการพัฒนาพื้นที่ EEC อย่างยั่งยืน ณ ศูนย์จัดการขยะครบวงจร อบจ.ระยอง กลุ่มที่ 2 เข้าดูงานยัง สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพูด เวทีแลกเปลี่ยน "EEC หลังฟื้นฟูท่ามกลาง เวทีแลกเปลี่ยน วิกฤตโควิด-19” กลุ่มที่ 3 เปิดเวทีแลกเปลี่ยน "EEC Vs ท่องเที่ยวโดยชุมชน วิถีสู่ความยั่งยืน" ณ เทศบาลตำบลบ้านเพ อ.เมืองระยอง

จากนั้นคณะนักศึกษา สสสส.12 ร่วมรับฟัง เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสวงหาจุดร่วมในการอยู่ร่วมกันระหว่าง ไออาร์พีซีและชุมชน ก่อนจะแบ่งกลุ่มศึกษาศูนย์เรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนยายดา (ป้าบุญชื่น) เป็นสวนผลไม้ แบบผสมผสาน ที่มีผลไม้ให้กินตลอดทั้งปี จะผลัดเปลี่ยนออกผลไปตามฤดูกาล ทั้ง ทุเรียน เงาะ มังคุด สละ

คุณบุญชื่น โพธิแก้ว หรือ ป้าชื่น กล่าวว่า ไม่เคยคิดเลยว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นคำที่อมตะ และเปี่ยมคุณค่า จึงลงมือปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก และใช้ประโยชน์พื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ตามแนวคิด “สวนรกรุงรัง แต่ได้สตางค์ทุกด้าน”

ทั้งนี้ยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ "การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนกับ EEC เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ณ ศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา “ชุมชนเกาะกก” ซึ่งเป็นผืนสุดท้ายและชาวนาคนสุดท้ายที่มาบตาพุด อยู่ใกล้เขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นชุมชนศูนย์เรียนรู้ และสร้างจุดขายที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน

 

‘ILINK’ พบนักลงทุน Opp Day โชว์กำไร Q3/64 พุ่งแรง 44.55% พร้อมเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่เพียบ!!

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ร่วมนำเสนอข้อมูลผลประกอบการไตรมาส 3 ประจำปี2564 ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมี คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ พร้อมด้วย คุณวริษา อนันตรัมพร ผู้จัดการทั่วไป เผยผลประกอบการไตรมาส 3/64 ครองสถิติเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำรายได้เพิ่มขึ้น 16.61% แตะ 1,551.77 ล้านบาท และทำกำไร 78.85 ล้านบาท พุ่งแรงถึง 44.55% พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนทุกธุรกิจเพื่อตอบรับกับเทรนเทคโนโลยีดิจิทัลในโลกปัจจุบันและโลกอนาคต  มั่นใจโค้งสุดท้ายพุ่งแตะเป้ารายได้และกำไร New High

สำหรับธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ มีรายได้เพิ่มขึ้น 6.99% ตอบรับช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ และรับอานิสงส์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อผ่านสายสัญญาณ และอุปกรณ์ส่งสัญญาณที่ได้มาตรฐานและมีเสถียรภาพสูงสุด ผลักดันให้ความต้องการในสินค้าของธุรกิจนี้พุ่งสูงขึ้น ต่อมา ด้านธุรกิจโทรคมนาคม มีรายได้โตขึ้น 10.03% จากการรับรู้รายได้ในส่วนงานบริการโครงข่ายของโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO Phase 2) โดยบริษัทฯ เร่งนำความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีมาผลักดันและพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายธุรกิจวิศวกรรม มีรายได้พุ่งสูงขึ้น 43.85% โดยมาจากการรับรู้รายได้ของงานโครงการสำคัญ ๆ ในมือ (backlog) ซึ่งปัจจุบันมีรอรับรู้อีกกว่า 1,100 ล้านบาท
 

UK ไฟเขียวรับคนฉีดซิโนแวค - ซิโนฟาร์ม เข้าปท. เปิดทางต้อนรับนักท่องเที่ยว - นักศึกษาต่างชาติ

วัคซีนโควิด-19 ของจีนและอินเดียได้รับอนุมัติจากสหราชอาณาจักรสำหรับเดินทางเข้าประเทศ เปิดทางสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งฉีดวัคซีนดังกล่าวครบเข็มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วัคซีนของซิโนแวค ไบโอเทค บริษัทสัญชาติจีน วัคซีนซิโนฟาร์ม รัฐวิสาหกิจจีน และวัคซีนของภารัต ไบโอเทค อินเตอร์เนชันแนล ลิมิเต็ด เป็นวัคซีนอีก 3 ตัวที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่สหราชอาณาจักรใช้สำหรับอนุญาตเดินทางเข้าประเทศ โดยต้องแสดงข้อพิสูจน์ว่าผ่านการฉีดวัคซีนครบเข็มแล้ว จากประกาศที่ออกโดยกระทรวงคมนาคม และกรมอนามัยและบริการสังคมของสหราชอาณาจักรในวันจันทร์ (22 พ.ย.)

ส่งผลให้เวลานี้วัคซีนทั้ง 7 ตัวที่ได้รับการอนุมัติใช้ในกรณีฉุกเฉินจากองค์การอนามัยโลก จะเป็นที่ยอมรับโดยสหราชอาณาจักร ในนั้นรวมถึงโควาซินของอินเดีย ซึ่งองค์การอนามัยโลกเพิ่งอนุมัติใช้ในกรณีฉุกเฉินเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวของสหราชอาณาจักรเกิดขึ้นตามหลังออสเตรเลีย ที่เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งขยายจำนวนวัคซีนที่พวกเขาให้การยอมรับ เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ที่บอกว่าจะยอมรับวัคซีนทุกตัวที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก ครั้งที่พวกเขาเปิดชายแดนต้อนรับนักเดินทางต่างชาติเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

‘อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง’ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาทักษะผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาส

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.00 น. นายประกอบ ลีนะเปสนันท์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาทักษะผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาส

ซึ่งจัดโดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ และบริษัท แอโร กรุ๊ป (2992) จำกัด ระหว่างวันที่ 22 – 23 พฤศจิกายน 2564 ณ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ

 

มือดีแอบพ่นสีสเปรย์จัดระเบียบเอง จับจองที่จอดรถบนถนนสาธารณะ

เกิดคำถามขึ้นมาทันที หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก "อีซ้อขยี้ข่าว2" ได้โพสต์ภาพการจัดระเบียบจับจองที่จอดรถบนถนนสาธารณะ ทำเอาชาวเน็ตงงกันไปเลยงานนี้ แล้วใครเป็นคนทำ เป็นฝีมือใคร แบบนี้ก็ได้เหรอ ทำให้เกิดคำถามตามมาจากชาวเน็ตมากมาย แต่ที่แน่ ๆ การพ้นสีสเปรย์บนถนนสาธารณะนั้นผิดกฎหมายแน่นอน

‘รมว.สุชาติ’ รับมอบสุขาเคลื่อนที่จากบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ และมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับมอบสุขาเคลื่อนที่จำนวน 100 ชุด จาก นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และ นางสุรีย์ วศินพิตรพิบูล ที่ปรึกษามูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน / นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน / นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) / นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

โดยนายสุชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามภารกิจ ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงานได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ สุขาลอยน้ำ และภายหลังจากน้ำลด สำนักงานจัดหางานจังหวัดให้บริการจัดหางานและส่งเสริมการประกอบอาชีพ สำนักงานแรงงานจังหวัดจะจัดโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือ

โดยสนับสนุนค่าตอบแทน รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ฝึกอาชีพ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้อย่างต่อเนื่อง สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดจะให้คำปรึกษาด้านสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดดูแลสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประสบภัย เรื่องสิทธิประกันสังคม จัดทีมแพทย์และพยาบาลร่วมกับโรงพยาบาลในเครือข่ายให้บริการตรวจรักษาเบื้องต้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น

 

สหรัฐฯ เผยวัคซีนบริจาคอีก 1 ล้านโดส เดินทางถึงไทยแล้ว ย้ำเคียงข้างไทยสู้โรคร้าย

เฟซบุ๊กเพจ U.S. Embassy Bangkok แจ้งว่า วัคซีนโมเดอร์นา จำนวน 1 ล้านโดส ที่สหรัฐอเมริกามอบให้ประเทศไทยถึงแล้ว 

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า จนถึงปัจจุบัน สหรัฐฯ ได้มอบวัคซีน mRNA ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ให้แก่ไทยรวมแล้ว 2.5 ล้านโดส การจัดส่งวัคซีนโมเดอร์นาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจำนวน 1 ล้านโดสในวันนี้จะสานต่อความร่วมมือด้านสุขภาพอันใกล้ชิดของเราขณะที่เราทำงานร่วมกันเพื่อให้ชาติของเราทั้งสองฟื้นตัวจากการระบาดของโรคโควิด-19 ให้กลับแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ด้าน ไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การจัดส่งวัคซีนครั้งใหม่นี้เน้นย้ำถึงการสนับสนุนที่สหรัฐฯ มีให้แก่ไทยขณะที่เราทั้งสองชาติยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อเอาชนะการระบาดใหญ่ทั่วโลกนี้ วัคซีนล็อตแรกของเราได้ช่วยไทยควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 และล็อตที่สองนี้จะช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนประชากรให้ได้ร้อยละ 70 ภายในเดือนมกราคม อันเป็นการปูทางสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ” 

ย้อนคำกล่าวอดีตผู้นำสิงคโปร์ถึงในหลวง ร.9 ไขข้อข้องใจชัด!! กษัตริย์มีไว้ทำไม

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘LVanicha Liz’ ได้โพสต์ข้อความถึงความสำคัญของการมีสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า 
ไขข้อข้องใจ #กษัตริย์มีไว้ทำไม
สิ่งที่ผู้นำสิงคโปร์กล่าวถึงในหลวง ร.9 ตอบประเด็นนี้ได้โดยตรง
สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่กลุ่มผู้ตั้งคำถาม #กษัตริย์มีไว้ทำไม ยกย่องนับถือว่าเจริญแล้ว 

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2552 ประธานาธิบดีเอส อาร์ นาธาน แห่งสิงคโปร์ ได้ส่งสาส์นถวายพระพรฯ และแสดงความยินดีแด่ในหลวง ร.9 เนื่องในโอกาสที่ทรงได้รับการถวายรางวัลจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก มีเนื้อความส่วนหนึ่งดังนี้ : 

ข้าพระพุทธเจ้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่าองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ได้ถวายพระเกียรติแด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยรางวัลผู้นำระดับโลกอันทรงเกียรติสูงสุดที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อแสดงความตระหนักในพระราชคุณูปการอันโดดเด่นของพระองค์ในการก่อให้เกิดทรัพย์สินทางปัญญา ข้าพระพุทธเจ้ามั่นใจว่าประวัติผลงานการประดิษฐ์ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอันประกอบไปด้วยสิทธิบัตรกว่า 20 รายการและเครื่องหมายการค้า 19 รายการ จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลวัยหนุ่มสาวของไทยให้เดินตามรอยพระบาท ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยและผู้คนในส่วนอื่น ๆ ของโลก

รางวัล WIPO เป็นเครื่องแสดงอย่างชัดเจนถึงการน้อมสำนึกต่อการอุทิศตนอย่างแน่วแน่ตลอดพระชนมายุของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในการส่งเสริม พัฒนา และทำให้เห็นคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญา รางวัลนี้ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ และการมีส่วนอย่างเข้มแข็งของพระองค์ในการสร้างเสริมวัฒนธรรมไทยและสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยอีกด้วย https://www.mfa.gov.sg/Newsroom/Press-Statements-Transcripts-and-Photos/2009/02/MFA-Press-Release-Congratulatory-Letter-from-President-S-R-Nathan-to-His-Majesty-King-Bhumibol-Aduly ภาพที่แนบแสดงเนื้อหาของสาส์นที่ปรากฏบนเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ และการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเอส อาร์ นาธาน กับภรรยาเมื่อปี 2548 

สองประเด็นสำคัญในสาส์นคือ
“ข้าพระพุทธเจ้ามั่นใจว่าประวัติผลงานการประดิษฐ์ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท … จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลวัยหนุ่มสาวของไทย ให้เดินตามรอยพระบาท ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยีที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยและผู้คนในส่วนอื่น ๆ ของโลก” และ
“รางวัลนี้ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ และการมีส่วนอย่างเข้มแข็งของพระองค์ในการสร้างเสริมวัฒนธรรมไทยและสังคมไทย รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย”

ผู้เจริญแล้วย่อมมีสายตาเห็นคุณค่าของสิ่งที่ก่อให้เกิดความเจริญ

สองประเด็นข้างต้นระบุถึงประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนที่เกิดจากการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่มีผู้ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มีกลุ่มการเมืองใดจะเทียบได้ ทั้งในแง่ระดับการอุทิศตนและในแง่ความรักที่มีต่อประชาชน อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ที่มีความพิเศษเฉพาะระหว่างกษัตริย์กับชาติและกษัตริย์กับประชาชน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top