Friday, 19 June 2026
NEWS FEED

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยสำหรับการเดินทางพี่น้องประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ฝากเน้นย้ำ 10 ข้อ ขับขี่ปลอดภัย 

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 สำหรับในช่วง 7 วันอันตราย ได้มอบนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้ไปช่วยดูแลความปลอดภัยการเดินทางของพี่น้องประชาชน ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งดูแลและรับผิดชอบงานด้านการจราจร พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการจราจร ได้ไปวางมาตรการป้องกัน และเข้มงวดในเรื่องความปลอดภัยในท้องถนน ในช่วงประชาชนเดินทางทั้งไปและกลับภูมิลำเนาไปฉลองเทศกาลปีใหม่ 2565

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใย สำหรับการเดินทางพี่น้องประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 จึงอยากจะเน้นย้ำ 10 ข้อ ในการขับขี่ปลอดภัย ดังต่อไปนี้

2 กระทรวง ผนึกกำลัง!! สนับสนุนอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ จากอุบัติเหตุทางถนน เป็นของขวัญปีใหม่ 2565

ณ ห้องประชุมอาคารสโมสร กระทรวงคมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานร่วมกันในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ อันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนระหว่าง กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมการแพทย์

โดยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคมและประธานกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมการแพทย์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

นายอนุทิน กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และมีเจตนารมณ์ที่จะสร้างสังคมแห่งโอกาส ที่มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน “ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเฉพาะการดูแลคนพิการให้เข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และได้รับการพัฒนาศักยภาพไปพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงมียุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

โดยการสร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย ทุกเพศภาวะและทุกกลุ่ม สร้างสภาพแวดล้อมทางกายภาพและทางสังคมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตและการมีส่วนร่วมเป็นพลังในสังคมสำหรับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงวัย พัฒนาระบบบริการสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำของคุณภาพการบริการในแต่ละระบบ เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงหน่วยบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ

โดยในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ให้ประสบความสำเร็จ จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในโอกาสนี้จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม สนับสนุนอุปกรณ์ช่วยเหลือแก่ผู้พิการ เพื่อให้ผู้พิการสามารถดำรงชีวิตประจำวันและประกอบอาชีพได้ใกล้เคียงกับบุคคลทั่วไป

 

UN ยกไทย ‘ชนะเลิศ’ สกัดกั้นไวรัสโควิด 2021 สาขาเตรียมพร้อมและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

นายอัษฎางค์ ยมนาค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า…

ข่าวดีๆ วันศุกร์

UN ให้ไทยชนะเลิศที่ 1 ผลงานการสกัดกั้นโรคไวรัสโคโรนา 2021

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2564 :
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ของประเทศไทย ได้รับมอบรางวัลชนะเลิศ ของ UNPSA
(United Nations Public Service Awards)

'กองสลาก' ผุด 3โรดแมปคุมราคาหวยเข้มจริง เชื่อ!! คุมราคา 80 บาทได้ มีผลตั้งแต่ 2 พ.ค. 65

‘กองสลากฯ’ ผุดโรดแมปคุมราคาหวย 80 บาท งัด 3 แนวทางสู้ ลุยเปิดแผงดอทคอมรับฝากขายลอตเตอรี่เอง พร้อมรื้อใหญ่โควตาจองซื้อแสนราย เคาะลงทะเบียนใหม่ 1-31 ม.ค. จำนวน 2 แสนราย ‘ตัดสิทธิ์ข้าราชการ - มนุษย์เงินเดือน’ พร้อมเพิ่มจุดจำหน่ายทุกอำเภอ มีผลงวด 2 พ.ค. 65

นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งเกินราคา (โรดแมป) ในปี 2565 รวม 3 แนวทาง เพื่อให้มีสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ลอตเตอรี่ วางจำหน่ายได้จริงในราคา 80 บาท โดยสาเหตุของปัญหาสลากเกินราคาขณะนี้ นอกจากความต้องการตัวเลขของผู้ซื้อสลากไปขายแล้ว ยังมาจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้มีผู้สนใจมาขายสลากเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 แสนราย ไปเป็นกว่า 4 แสนราย ทำให้สลากมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการขาย

สำหรับ 3 แนวทางประกอบด้วย…

1.) ขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 บาท (GLO Official Seller) ซึ่งที่ผ่านมาได้นำร่องไปในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ก็จะขยายไปทั่วประเทศ ทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง โดยจัดให้มีการจำหน่ายอำเภอละ 1 จุด รวมทั้งหมดไม่เกิน 1,000 จุดทั่วประเทศ เปิดให้ผู้ที่ได้สลากในระบบโควตา เข้าร่วมโครงการ โดยจะได้รับการจัดสรรรายละ 25 เล่ม ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. นี้ คัดกรองคุณสมบัติ 50 วัน และจะ Random ผู้ได้รับสิทธิ์ โดยกำหนดให้วางขายงวดแรกในงวด 2 พ.ค. 65 ต้องการการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น

2.) ยกเลิกผู้รับสิทธิ์ในระบบลงทะเบียนจองซื้อเดิมกว่า 1.5 แสนราย สามารถรับสลากไปจำหน่ายงวดสุดท้ายคือ 16 เม.ย. 65 และเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด 2 แสนราย ตั้งแต่วันที่ 1-31 ม.ค. 65 โดยกำหนดคุณสมบัติผู้ที่ได้รับสิทธิ์ ที่แม่นยำ ถึงมือผู้ที่ต้องการนำสลากไปขายจริง ไม่ขายช่วง พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ ห้ามให้มีรายได้ประจำ มนุษย์เงินเดือน ข้าราชการ รับสลากไปจำหน่าย โดยสามารถจำหน่ายสลากงวดแรกได้ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 65 เช่นเดียวกัน

“การคัดกรองรอบใหม่นี้จะมีความเข้มข้น โดยใช้ฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยคัดกรอง ให้ผู้ที่ควรได้รับสลากไปจำหน่าย จะขายสลากได้ 80 บาทจริง โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ รายที่เคยถูกตัดสิทธิ์ไป ก็จะให้โอกาสมาลงทะเบียนรอบนี้ได้ทั้งหมด ถ้ามีผู้สมัครเกิน 2 แสนคนก็จะใช้วิธีเรียงลำดับสุ่ม” นายลวรณ กล่าว

'ทยา' ชี้!! การวิ่งการกุศล ประเทศไหนๆ​ ก็ทำกัน วอน!! อย่าให้คนคิดทำการกุศลกลายเป็นผู้ร้าย

ไม่นานมานี้​ 'ทยา ทีปสุวรรณ'​ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก​ส่วนตัว​ ระบุว่า... 

ช่วงนี้เตรียมซ้อมวิ่งงาน CTM trail run ที่ Wisdom valley โดยรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยโรงเรียนที่ขาดแคลนในตำบลเขาไม้แก้ว และงานพี่ตูน “ก้าวเพื่อน้องเวอร์ชวลรัน ๑๐๙ คำขอบพระคุณ” รายได้นำไปใช้สนับสนุนน้องๆ​ ที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่ยังไม่มีทุนไปต่อ ม.ปลาย หรือสายอาชีพ ได้ทั้งหมด 109 คน

กรณีของพี่ตูนนั้น เราอยากร่วมวิ่ง ร่วมส่งกำลังใจให้เค้า และอยากบอกสังคมว่า “อย่าให้คนคิดทำการกุศลกลายเป็นผู้ร้าย!!”

สต๊าฟฟ์โค้ชไทย​ เผย 'โค้ชเวียดนาม'​ หัวร้อน ปรี่เอาเรื่องแข้งช้างศึกหลังจบแมตช์

สยามสปอร์ต​ รายงาน​ควันหลงหลังจากที่ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เอาชนะแชมป์เก่า พลพรรค “ดาวทอง” ทีมชาติเวียดนาม ไปด้วยสกอร์ 2-0 ในศึกฟุตบอล “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ที่ประเทศสิงคโปร์ เกมรอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา 

โดยทางทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย​ ได้เปิดเผยว่า หลังจบเกมดังกล่าวทางด้านของ ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือใหญ่ของเวียดนาม แสดงทีท่าไม่พอใจสุดขีด และพยายามเดินเข้าไปหาเรื่อง ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายของทีมชาติไทย แต่ยังดีที่มี “โค้ชเอ็กซ์” วสพล แก้วผลึก ผู้ช่วยคู่ใจ “มาโน่ โพลกิ้ง” ห้ามเอาไว้ และให้ “อุ้ม” เดินไปโดยไม่ต้องสนใจสิ่งยั่วยุต่างๆ

ทอ. ยันเครื่องบินเมียนมา ยังไม่ได้ล้ำแดนไทย เผยเขตเฝ้าระวัง 50 ไมล์ไม่ได้ตายตัวขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ เมียนมาร์-ไทย เป็นมิตรที่ดี /แจงดราม่าใช้เครื่องบินโปรยน้ำดับฝุ่นพีเอ็ม ยันพิจารณาทางเทคนิค อยุ่ในขั้นเตรียมพร้อมหากรัฐบาลสั่ง 

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี  โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณีที่การสู้รบบริเวณชายแดนเมียนมาร์ได้รับสัญญาณหรือการแจ้งเตือนการลุกล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทยหรือไม่ว่า  ขณะนี้ยังไม่ได้พบว่ามีเครื่องบิน หรือ อากาศยานที่มีเจตนารมณ์หรือเป้าหมายเข้ามาในประเทศไทย ยังคงประสานงานกับหน่วยป้องกันเฝ้าระวังในพื้นที่ตามปกติ  ยืนยันว่า รายงานล่าสุดก็ยังไม่มีบินล้ำเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ ภารกิจทอ.มีภาระหน้าที่ในการตรวจระบบเฝ้าระวังภัยทางอากาศ ป้องกันภัยคุกคามทั้งหมดของปะเทศ มีสถานีเรด้าร์รายงาน11 แห่งทั่วประเทศ ในด้านตะวันตกนั้น ทอ.มีระบบเฝ้าตรวจ เฝ้าระวัง ค้นหาพิสูจน์ และดำเนินการตามกระบวนการตลอด 24 ชม.

“ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศไทย มีความพร้อม และเราเห็นภาพที่ต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งการให้ข้อมูลในลักษณะที่เป็นภาพ ไม่สามารถให้ได้ เพราะจะเกิดผลกระทบทั้งสองฝ่าย จะเป็นการชี้เป้าไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์กับไทย เขาไม่มีเจตนาลุกล้ำเข้ามา  และเป็นเรื่องภายในประเทศเพื่อนของเรา เขาเป็นมิตรที่ดีกับเรา ทั้งนี้ได้มีการประสานงานกันตลอด ตัวเลขเขตเฝ้าระวังเข้มข้น50ไมล์นั้นก็ไม่ได้เป็นกฎตายตัว เป็นเรื่องลักษณะทางภูมิประเทศ การเฝ้าระวังทางอากาศต้องดูเจตนาว่าเราตั้งใจที่จะพุ่งเข้ามาสู่เป้าหมายอะไรหรือไม่อย่างไร เราก็พิสูจน์ฝ่าย หากเครื่องบินนั้นมีการส่งแผนการบินที่ชัดเจนเราก็เฝ้าระวังและเฝ้าดูไม่ให้กระทบต่อแนวชายแดยของไทย เขาก็ปฏิบัติภารกิจในแนวชายแดนของเขา”พล.อ.ต.ประภาส กล่าว 

“เหล่าทัพ-ตร.”เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงปีใหม่ แนะกำลังพลเข้มงวดตัวเองเฉลิมฉลอง-ท่องเที่ยว ป้องกัน “คลัสเตอร์ทหาร” ทอ.วางกฎ 4 ข้อ คัดกรองเข้มข้น-เวิร์คฟอร์มโฮม50เปอร์เซ็นต์ 1 เดือนเต็ม หวั่นช่วง “โอมิครอน”ขาขึ้น

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ พล.ต. ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงว่า พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เน้นย้ำ เหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายรัฐบาล และกลาโหมด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเทเ เสียสละเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ประชาชนและ สถาบัยพระมหากษัตริย์ พร้อมให้ทุกหน่วยให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยหนาวในช่วงฤดูหนาว พร้อมให้ตั้งจุดอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่

ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติของแต่ละหน่วยดังนี้ โดย กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพไทยเพื่อให้สามารถตอบโต้ต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบได้อย่างทันท่วงที และมีความพร้อมในการเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติและประชาชน กองทัพบก ได้รายงานผลการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของกองกำลังป้องกันชายแดนในห้วงที่ผ่านมา โดยมีการลาดตระเวน เฝ้าตรวจพื้นที่ล่อแหลม การจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตลอดจนการดำเนินงานด้านการข่าวเชิงรุกในแต่ละพื้นที่

กองทัพเรือ ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถด้านสงครามไซเบอร์ของกองทัพเรือ โดยได้นำแนวคิด People – Process – Technology มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างบุคลากร เทคโนโลยี และกระบวนการ กองทัพอากาศ ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังกองทัพอากาศตามแนวคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operation) และแนวคิดการปฏิบัติการหลายมิติ (Multi Domain Operation) ให้มีขีดความสามารถในมิติทางอากาศ มิติไซเบอร์ และมิติอวกาศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยการจัดทำโครงการที่สำคัญ จำนวน 3โครงการ ได้แก่ โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ โครงการตำรวจประสานโรงเรียน (1ตำรวจ  โรงเรียน) และโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน ทั้งยังมีการสร้างสถานบำบัดอย่างเป็นระบบบูรณาการกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาผู้เสพด้วยชุมชนบำบัดจนเกิดผลสำเร็จ ลดระดับความรุนแรงของปัญหายาเสพติดในสังคมไทย นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ “สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด” พร้อมกำชับกองทัพบกเน้นย้ำสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตั้งจุดตรวจ จุดสกัดและดำเนินการด้านการข่าวเชิงรุกในแต่ละพื้นที่อย่างเข้มงวด

พล.ต. ธีรพงศ์  กล่าวว่า ในส่วนของจุดตรวจ บริการเป็นโครงการของกระทรวงกลาโหม เติมความสุขให้คนไทยตามแนวทางวิถีชีวติใหม่จากใจทหาร 17 ธ.ค.64  ถึง 3 ม.ค. ให้หน่วยประสานกับหน่วยในพื้นที่ โดยกองทัพไทย 50 หน่วย กองทัพเรือ 47 หน่วย กองทัพอากาศ 20 หน่วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพบก ทุกหน่วย ส่วนแนวทางป้องกันลักลอบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ทางกกล.จัดกำลังเต็มที่ ไม่ได้ลดกำลังลง ผบ.ทสส.ได้เน้นย้ำให้กองกำลังตามแนวชายแดนอย่างเคร่งครัด 

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กล่าวว่า เป็นภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด กว่า 1,400 จุดทั่วประเทศ โดย ผบ.ตร. ได้จัดให้มีแอพพลิเคชั่น ทีพีซีซี โดยมีห้องโอเปอเรชั่น บริหารจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทุกจุด ดูจากกล้องวงจรปิดได้ 24 ชม.แบบเรียลไทม. ภาระหน้าที่คือ อำนวยความสะดวกจรจร สกัดกั้นอาชญากรรมและยาเสพติดรวมกับเหล่าทัพ ฝ่ายปกครอง และยังเป็นจุดบริการ โดยปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 หมื่นกว่านาย เพิ่มมาตรการสกัดกั้นโควิด-19 โดยมีเจ้าหน้าที่ สธ.ร่วมด้วย ทั้งนี้โครงการฝากบ้านกับตำรวจยังคงมีอยู่ และเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนฝากบ้านผ่านแอพลิเคชั่นได้ด้วย  

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงมาตรการรับมือโควิด-19 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของกำลังพลว่า คงมาตรการเคร่งครัดเสมอ หากกำลังพลมีความพร้อมและปลอดจากการติดเชื้อก็สามารถออกไปปฏิบัติภารกิจข้างนอกอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยส่วนแรก กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน อำนวยความสะดวกกับประชาชน จะเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการระวังตัวให้มากกว่าเดิม และ ส่วนที่ใช้ชีวิตตามปกติ เฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ ศบค.ทบ.ได้ออกมาตรการกำชับให้กำลังพล ครอบครัว และผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่ค่ายทหาร ให้ร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำในการ ลด ละ เลี่ยงพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธ์ใหม่และเก่า ถ้าป้องกันไว้ก่อน ทุกคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตในช่วงโควิดขาขึ้นได้อย่างปกติสุข

ญี่ปุ่นพัฒนาจอทีวีเลียได้ ลิ้มรสได้ถึง 20 ชนิด ช่วยคนติดบ้าน​ 'รับรสสุดคิดถึง'​ แม้ตัวห่างไกล

นักวิจัยญี่ปุ่นพัฒนาต้นแบบจอทีวีเลียได้ สามารถชิมรสชาติอาหารได้ตามที่ปรากฏบนหน้าจอ

จอที่เรียกว่า TTTV ย่อมาจาก 'Taste the TV'​ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมจิในกรุงโตเกียว โดยจอแสดงภาพนี้จะมีกระป๋องอัดรสชาติต่างๆ 10 รสชาติ ซึ่งสามารถฉีดออกมา และผสมกันเป็นรสชาติอาหารต่างๆ ได้ 

นายโฮเมย์ มิยาชิตะ นักวิจัยผู้พัฒนา เปิดว่า รสชาติอาหารทุกอย่างแยกได้เป็น 10 รสพื้นฐาน เช่น เค็ม, เปรี้ยว, หวาน, ขม, เผ็ด และรสกลมกล่อม​ โดยเครื่องนี้จะมีโปรแกรมเมนูที่สามารถสร้างรสชาติอาหารได้ 20 ชนิด 

เชียงใหม่ - งานครบรอบ 116 ปี แห่งการพระราชทานนามโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2564 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยจัด "งานครบรอบ 116ปี แห่งการพระราชทานนามโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย" โดยมี นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธี นายบุญเสริญ สุริยา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นายพูลศักดิ์ จิตสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย  กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมศิษย์เก่า เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนชมรมเพชรยุพราชฯ คณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากร และนักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

นายพูลศักดิ์ จิตสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวว่าโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จัดตั้งขึ้นด้วยพระบรมราโชบายขยายการศึกษาออกสู่หัวเมืองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือกำเนิดเป็นโรงเรียนเมืองนครเชียงใหม่หรือโรงเรียนรัฐบาลตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ ตั้งอยู่บริเวณที่ดินคุ้มหลวงของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ต่อมาได้รับพระราชทานนามโรงเรียนว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่  24ธันวาคมพุทธศักราช 2448และเป็นโรงเรียนในพระอุปภัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตั้งแต่วันที่  1 มกราคม พุทธศักราช 2532 เป็นต้นมา

ปัจจุบันโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 3,660 คน ข้าราชการครูจำนวน 178คน และบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 120 คน จัดการศึกษาโดยมุ่งให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา ให้มีศักยภาพเป็นพลโลก มีความเป็นไทย มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ มีความรู้และมีทักษะการดำเนินชีวิต ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถศึกษาต่อและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีในการแสวงหาความรู้ มีความสามัคคี เป็นคนดีของสังคม สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ว่า "ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ ที่ข้าอยากได้นั้นคือเยาวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์ สุจริต และมีอุปนิสัยใจคอดี"

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จึงได้ร่วมกับองค์กรภาคีเครื่อข่าย จัดงานครบรอบ 116 ปี แห่งการพระราชทานนามโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top