Tuesday, 4 August 2026
NEWS FEED

สำนักงานตำรวจแห่งชาติสัมมนา 338 นายพล เรียนรู้ ธรรมนาวา 'วัง' ปลูกจิตสำนึกรักชาติ ประวัติศาสตร์ชาติไทย

เมื่อวานนี้ (2 ต.ค. 68) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการศึกษา จัดโครงการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการ หรือเทียบเท่า และผู้บังคับการ หรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 1 - 3 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญต่อการสร้าง Mind set และการพัฒนาศักยภาพของตำรวจในทุกด้าน ภายใต้แนวทางขับเคลื่อนนโยบาย “1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด 9 ก้าวหน้า” โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการระดับผู้บัญชาการ หรือเทียบเท่า และผู้บังคับการ หรือเทียบเท่า จำนวน 338 นาย ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร 

การสัมมนามีหลายหัวข้อ อาทิ การบริหารงบประมาณ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีกับอาชญากรรมยุคใหม่ โดยในการสัมมนาวันที่ 2 จัดขึ้นที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เริ่มด้วยการอภิปรายในหัวข้อ หลักธรรมพระราชทาน ธรรมนาวา “วัง” โดยพระราชญาณวัชรชิโนภาส (ทวีวัฒน์ จารุวณฺโณ) และ นางสาววริศรา บำรุงเวช จากมูลนิธิธรรมนาวาสิกขาลัย และการอภิปราย “ปลูกจิตสำนึกรักชาติ หัวข้อ ประวัติศาสตร์ชาติไทย” โดย นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ นางสาวสุธิดา โชคพระสมบัติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเครือข่ายการเลือกตั้ง

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า ทั้ง 2 หัวข้อเป็นเรื่องสำคัญที่ตำรวจทุกนายต้องมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการ หรือเทียบเท่า และผู้บังคับการ หรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นผู้นำหน่วยตำรวจ จะได้เรียนรู้หลักธรรมพระราชทาน ธรรมนาวา “วัง” น้อมนำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจในการพิทักษ์รับใช้ประชาชนในทุกมิติ สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับชาติไทยที่ถูกต้อง สามารถนำไปใช้ขับเคลื่อนงานเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง บรรลุตามแนวทางของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ให้ตำรวจทุกนายต้องยึดมั่นในการพิทักษ์ ปกป้อง รักษา เทิดทูน สถาบัน และความสงบเรียบร้อยของคนในชาติ

ลำปาง-มทบ.32 จัดพิธีรับ-ส่ง ผบ.มทบ.32 ประกาศเจตนารมณ์ “กองทัพของประชาชน”

(3 ต.ค. 68) เวลา 09.09 น. มณฑลทหารบกที่ 32 จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 โดย พลตรี วิชาญ ศรีภัทรางกูร  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ท่านเดิม ส่งมอบการบังคับบัญชาให้กับ พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ท่านใหม่ 

ทั้งนี้ได้มีพิธีสักการะศาลเจ้าพ่อดวงทิพย์ , ศาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ต่อจากนั้นเป็นพิธีสักการะ อนุสาวรีย์จอมพลมหามหาเอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี โดยการวางพวงมาลัยดอกไม้สด จุดธูปเทียนสักการะเครื่องทองน้อย เพื่อความเป็นสิริมงคล สร้างขวัญกำลังใจต่อผู้บังคับ หน่วยทหารและกำลังพล, พิธีลงนามเอกสาร และพิธีรับ - ส่งหน้าที่ มอบธงประจำหน่วยอันเป็นการรับมอบการบังคับบัญชาโดยสมบูรณ์ 

โอกาสนี้ พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้กล่าวรับมอบการบังคับบัญชา พร้อมแสดงเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่าจะทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของมณฑลทหารบกที่ 32 ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้อง ชอบธรรม บนพื้นฐานแห่งคุณธรรมและจริยธรรม พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการปฏิบัติงานเพื่อสรรสร้างความมั่นคง ความสงบสุข และความรักความสามัคคี ตลอดไป 

นอกจากพิธีรับส่งหน้าที่ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 แล้ว ด้านของการรับ-ส่งหน้าที่ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 32 ก็ได้ดำเนินการในคราวเดียวกันอีกด้วย

‘กองทัพเรือ’ ย้ายนายทหารเอี่ยวทุจริตน้ำมัน ออกนอกพื้นที่ จ.ตราด ยันสอบเข้ม!! ไม่ละเว้นแม้ระดับสูง

(3 ต.ค. 68) กองทัพเรือมีคำสั่งโยกย้ายนายทหารที่ถูกกล่าวหาพัวพันการลักลอบนำน้ำมันออกจากหน่วยและการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างในจังหวัดตราด หลังคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยข้อมูลว่ามีการเบิกน้ำมันครั้งละ 1,000 ลิตร เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง และย้ำว่าจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิดไม่ว่าระดับใดก็ตาม

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า ประเด็นการใช้พลทหารไปทำงานนอกภารกิจนั้นได้มีการตรวจสอบและลงโทษทางวินัยผู้เกี่ยวข้องแล้ว ส่วนกรณีการลักลอบนำน้ำมันและการแสวงหาประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้าง ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมสั่งย้ายผู้ถูกกล่าวหาออกจากพื้นที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส หากพบว่ามีความผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ด้านนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี และนายศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.ทหาร ระบุว่าขณะนี้มีข้อสงสัยถึง 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การส่งพลทหารไปทำงานให้เอกชน การเบิกน้ำมันผิดปกติครั้งละ 1,000 ลิตร และการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเข้าข่ายใช้ใบเสร็จเท็จ โดยยืนยันว่าต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกียรติภูมิของกองทัพและผลประโยชน์ของชาติ

ศาลสั่งจำคุก ‘วินัย เทพธานี’ 1 ปี คดีล้มมวย ‘หัวหน้าค่ายสิงห์อาชา’ เตรียมฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 5 ล้าน

(3 ต.ค. 68) ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ให้จำคุก นายวินัย เทพธานี อดีตนักมวยชื่อดังและอดีตเทรนเนอร์ค่ายสิงห์อาชา เป็นเวลา 2 ปี ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 มาตรา 48 และ 59 กรณีจ้างนักมวยล้มมวย แต่ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ล่าสุดเจ้าตัวไม่ประสงค์อุทธรณ์ และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดนครปฐมเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อเริ่มรับโทษทันที

นายชวินทร์วุฒิ ก้องธรนินทร์ หรือ 'วิน สิงห์อาชา' หัวหน้าค่ายสิงห์อาชา ผู้ร้องทุกข์ในคดี เปิดเผยว่า คำพิพากษาครั้งนี้ไม่ใช่ชัยชนะของตนเอง แต่คือชัยชนะของกระบวนการยุติธรรมและวงการมวยไทย เพราะช่วยรักษาศักดิ์ศรีแม่ไม้มวยไทยและยืนยันว่ากติกาต้องมาก่อนทุกสิ่ง ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่จะยับยั้งไม่ให้ใครกล้ามาทำลายคุณค่าของมวยไทยอีก

นอกจากนี้ 'วิน สิงห์อาชา' ยังยืนยันว่าจะดำเนินคดีแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย 5 ล้านบาท โดยตั้งใจจะนำเงินทั้งหมดไปบริจาคเพื่อการกุศล เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและเป็นคุณูปการต่อวงการมวยไทยต่อไป

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เร่งยกระดับมาตรการความปลอดภัย เตรียมพร้อมรับการตรวจประเมินจาก ICAO ปลายปีนี้


    
เมื่อวันที่ (2 ต.ค. 68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นำโดยนายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมด้านกายภาพสนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารผู้โดยสาร โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่ใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล    

การตรวจติดตามดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อาทิ การปิดกั้นพื้นที่หลังเคาน์เตอร์เช็กอิน การเสริมความสูงของแนวรั้วเขตการบิน และการปรับปรุงพื้นที่เฉลียงทางเดิน (Corridor) เพื่อลดการปะปนระหว่างผู้โดยสารขาเข้าและขาออก ซึ่งทั้งหมดเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการตรวจประเมินด้านการรักษาความปลอดภัยการบินจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ภายใต้โครงการ Universal Security Audit Programme – Continuous Monitoring Approach (USAP-CMA) ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–15 พฤศจิกายน 2568

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ถือเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย รองรับเที่ยวบินตรงสู่กว่า 30 จุดหมายปลายทางใน 12 ประเทศ มีเที่ยวบินเฉลี่ย 180 เที่ยวต่อวัน และมีผู้โดยสารกว่า 25,000 คนต่อวัน โดยตลอดที่ผ่านมาได้ดำเนินงานตามมาตรฐานของ ICAO และ กพท. อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมมือกับสายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการปรับปรุงพื้นที่และกระบวนการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น แม้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการในระยะสั้น แต่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เตรียมมาตรการรองรับเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างเต็มที่ การตรวจประเมินจาก ICAO ในครั้งนี้ นับเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความเชื่อมั่นต่อระบบการรักษาความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย และจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และสถานะของประเทศในอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

สว.ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา เสนอแนวทาง Quick Big Win การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

รัฐบาลต้องผ่อนปรนเงื่อนไขเครดิตบูโร เพื่อแก้หนี้ของประชาชนที่มีรายได้น้อยและ SME ที่มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมแก้กฎหมายล้มละลาย ให้คนรายได้น้อยมีโอกาส ไม่เอาเครดิตบูโรมาเป็นนัยยะสำคัญในการกู้ การผ่อนชำระเงินกู้ต้องตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย จากการแถลงนโยบายรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 29-30 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา 

สว.ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ได้เสนอแนะแนวทาง Quick Big Win ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน นอกเหนือจากนโยบายคนละครึ่ง ที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินไปแจกจ่าย เพื่อประชานิยมของรัฐบาล คือการผ่อนปรนเครดิตบูโร กับทั้ง ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME 

เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเข้าขั้นวิกฤต โครงการต่างๆ ที่รัฐบาลชุดเดิมๆ ออกมา ไม่ได้แก้ปัญหาจริง เพราะสร้างเงื่อนไขจนกลายเป็นกับดักหนี้ ในขณะที่วันนี้นายกรัฐมนตรี ยังคงแถลงนโยบายใช้มาตการเดิม ถือว่ายังคงเป็นการสร้างกับดักหนี้ให้ประชาชน และไม่ได้แก้ปัญหาโดยเฉพาะประชาชนระดับล่างที่รายได้น้อย

รายได้ไม่สม่ำเสมอ และยังไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ตามเงื่อนไขเครดิตบูโร รวมทั้ง ผู้ประกอบการรายย่อย  SME หมดโอกาส หนทางลืมตาอ้าปาก เช่นนั้นแล้วรัฐบาลต้องหันกลับมาให้โอกาสคนกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันมีเพียง 25 % เท่านั้นที่มีโอกาสขอสินเชื่อได้ รัฐบาลสามารถทำได้ทันที โดยการผ่อนปรนเงื่อนไขเครดิตบูโร อย่างน้อย 1-2 ปี เริ่มจากธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน

ขณะเดียวกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีการอภิปรายเพื่อพิจารณารับร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2483 โดย สว.ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ ได้อภิปรายต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนให้มีการแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายนี้ เนื่องจาก กฎหมายต้องสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม ที่เปลี่ยนไป อีกทั้งกฎหมายต้องใช้แก้ปัญหาให้กับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนจนที่เป็นหนี้ ที่ไม่เคยได้รับสิทธิในการแก้ปัญหาหนี้อย่างจริงจัง การแก้กฎหมายครั้งนี้ต้องไม่แก้แบบครึ่งๆ กลางๆ อย่างที่ผ่าน ท้ายสุดได้ฝากไปยังกรรมาธิการวิสามัญชุดที่วุฒิสภาจะได้ตั้งขึ้นว่า ให้แก้กฎหมายการชำระหนี้เพื่อตัดวงจรหนี้โดยต้องตัดเงินต้นก่อน  ค่อยไปตัดดอกเบี้ย ไม่เช่นนั้นจะเป็นหนี้ไม่มีที่สิ้นสุด

‘ผบ.ทบ.’ ลงนามแต่งตั้ง ‘พล.ท.บุญสิน’ อดีตแม่ทัพภาค 2 นั่งเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 68

เมื่อวานนี้ (2 ต.ค. 68)กองทัพบกเปิดเผยว่า พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 1519/68 แต่งตั้ง พล.ท. บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และนายทหารนอกราชการ เป็นที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบกด้านความมั่นคง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

หน้าที่หลักของ พล.ท. บุญสิน คือการให้คำแนะนำเชิงยุทธศาสตร์ในด้านการบริหาร ความมั่นคง การป้องกันประเทศ และกิจการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปฏิบัติงานเฉพาะเรื่องที่ผู้บัญชาการทหารบกมอบหมาย เพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของกองทัพบกอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมห้องทำงานของที่ปรึกษาไว้ที่ชั้น 6 อาคารกองบัญชาการกองทัพบก ใกล้กับห้องทำงาน ผบ.ทบ. เพื่อความสะดวกในการประสานงาน การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของกองทัพบกในการดึงบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงกลับมามีบทบาท เสริมประสิทธิภาพการทำงานด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคงของประเทศ

เชียงใหม่- พิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บังคับการ กองบิน 41 

กองบิน 41 จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บังคับการ กองบิน 41 “สืบสานภารกิจพิทักษ์น่านฟ้าและช่วยเหลือประชาชน”

(3 ต.ค. 68) กองบิน 41 ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บังคับการกองบิน 41 อย่างสมเกียรติ ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 โดย นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 ท่านเดิม ได้ส่งมอบภารกิจการบังคับบัญชาให้แก่ นาวาอากาศเอก ธีระยุทธ เกื้อสกุล ผู้บังคับการกองบิน 41 ท่านใหม่

พิธีดังกล่าวได้จัดให้มีการบินผ่านของอากาศยานและการเดินสวนสนามของทหารกองเกียรติยศ เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้บังคับบัญชาท่านเดิม และต้อนรับผู้บังคับบัญชาท่านใหม่ ซึ่งพร้อมสานต่อภารกิจสำคัญของกองทัพอากาศต่อไป

กองทัพภาคที่ 2 จัดพิธีส่งมอบหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 อย่างสมเกียรติ

'พลโทบุญสิน พาดกลาง' อำลาตำแหน่ง ส่งต่อภารกิจให้ 'พลโท วีระยุทธ รักศิลป์' สานต่อภารกิจพิทักษ์แผ่นดินอีสาน

ที่ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา วันที่ 2 ตุลาคม 68 กองทัพภาคที่ 2 กองทัพบก จัดพิธีรับ–ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 อย่างสมเกียรติ โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ทำพิธีส่งมอบหน้าที่ให้แก่ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ ซึ่งจะเข้ารับหน้าที่สานต่อภารกิจในการพิทักษ์อธิปไตย รักษาความมั่นคง และดูแลประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ในช่วงเช้า ได้จัดให้มี พิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี พระธรรมวชิรเมธี เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมคณะพระภิกษุสงฆ์ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และให้พร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ กำลังพล และครอบครัว ก่อนเข้าสู่พิธีการรับ–ส่งหน้าที่อย่างเป็นทางการในภายหลัง

พิธีดำเนินต่อด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของกำลังพลกองทัพภาคที่ 2 อาทิ พระศรีสัมพุทธโมลี อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) พระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ ศาลพระนครราช ตลอดจนพิธีถวายสักการะอนุสาวรีย์วีรไทย พระบรมรูปสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อแสดงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญและความเสียสละของบรรพชนทหารไทย

ภายหลังพิธีสักการะ ทั้งสองนายทหารได้ร่วมลงนามในเอกสารรับ–ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 จากนั้นได้เคลื่อนขบวนไปยังลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย เพื่อประกอบพิธีส่งมอบ “ธงประจำหน่วย” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการถ่ายทอดอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ และเกียรติภูมิในการบังคับบัญชากำลังพลกองทัพภาคที่ 2

ในโอกาสนี้ ยังได้จัดพิธีสวนสนามของหมู่ธงประจำหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 83 หมู่ธง เพื่อเป็นเกียรติแก่แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ โดยมีข้าราชการทหารและสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ ความศรัทธา และความสามัคคีของเหล่ากำลังพล

สำหรับ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนที่ 45 จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 (จปร.37) เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมาแล้วหลายตำแหน่ง อาทิ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 16 ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และรองแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งล้วนเป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่จะนำพากองทัพภาคที่ 2 เดินหน้าสู่ภารกิจอันทรงเกียรติต่อไป

พิธีรับ–ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญของกองทัพภาคที่ 2 ในการสืบสานภารกิจอันทรงเกียรติ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยของประชาชน และเกียรติภูมิของกองทัพบกไทยให้ยั่งยืน  

สถาบันพระปกเกล้าปักธงสันติ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยปทุมวัน ดับไฟความขัดแย้ง สร้างสังคมอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

(2 ต.ค. 68) ที่ห้องประชุมสวัสดิวัดนวิศิษฏ์ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานเปิด ศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน และศูนย์สมานฉันท์สันติวิธี พร้อมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การไกล่เกลี่ยกับการจัดการความขัดแย้งในสถานศึกษา ตามแนวคิดยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice)”

ภายในงานมี รศ.ดร.ชนัญญ์ชัย วุฒิธันยาวัฒน์ รองอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน นายศุภณัฐ เพิ่มพูนนิวัฒน์ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความจัดแย้ง(ส.พ.ส.) ตัวแทนสมาคมศิษย์เก่า คณะครู นักศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

กิจกรรมจัดโดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่นที่ 15 กลุ่ม Consensus มีเป้าหมายพัฒนา พื้นที่กลางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และส่งเสริมการเรียนรู้การไกล่เกลี่ยให้กับครู บุคลากร และนักศึกษา นำไปสู่การประยุกต์ใช้จริงทั้งในสถานศึกษาและชีวิตประจำวัน

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ กล่าวว่า ความขัดแย้งเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือการจัดการให้ได้ผลด้วย “สันติวัฒนธรรม” หรือวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันอย่างสันติ การเปิดศูนย์ครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณว่า ประเทศไทยต้องการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแก้ไขข้อพิพาทที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงภาระของสถาบันพระปกเกล้าหรือกลุ่ม Consensus แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ด้าน รศ.ดร.ชนัญญ์ชัย วุฒิธันยาวัฒน์ รองอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวว่า ศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นไม่เพียงแก้ไขปัญหา แต่ยังทำหน้าที่เป็น กลไกเชิงป้องกัน สร้างทักษะการสื่อสาร รับฟัง และหาทางออกโดยไม่ใช้ความรุนแรง ขอบคุณสถาบันพระปกเกล้า กรมคุ้มครองสิทธิฯ และภาคีเครือข่ายที่ร่วมสนับสนุน

ขณะที่ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ย้ำว่า ศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้รวดเร็ว เป็นธรรม และลดภาระการเข้าสู่กระบวนการศาล ทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนคดีความที่มีมูลค่าสูง ทั้งฝ่ายประชาชนและภาครัฐ

ภายหลังพิธีเปิด คณะนักศึกษาได้นำผู้เข้าร่วมเยี่ยมชมศูนย์ฯ ก่อนเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ โดยมีมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) สนับสนุนวิทยากร พร้อมการสาธิตสถานการณ์จำลอง ฝึกการเจรจาไกล่เกลี่ย และปิดท้ายด้วยพิธีมอบใบประกาศนียบัตร

ศูนย์ดังกล่าวถูกคาดหวังให้เป็น ต้นแบบการสร้างเครือข่ายสันติวิธีในสถาบันการศึกษา และต่อยอดไปสู่การขยายผลในสังคมวงกว้าง ลดความรุนแรงและสร้างสังคมสันติสุขอย่างแท้จริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top