Tuesday, 4 August 2026
NEWS FEED

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กำชับตำรวจดูแลความปลอดภัยประชาชน 

(8 ต.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และผู้เกี่ยวข้อง ณ สภ.ป่าโมก เพื่อรับฟังสรุปสถานการณ์อุทกภัย มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการช่วยเหลือประชาชน

ผบ.ตร. กล่าวว่า จังหวัดอ่างทองได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี ตั้งแต่การเสริมคันดินกันน้ำ และเตรียมเครื่องจักรขนาดใหญ่ มีการถอดบทเรียน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรป่าโมก และสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ต่างสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัวและลดลงแล้ว อยู่ในห้วงการฟื้นฟู จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน และดูแลทรัพย์สินของผู้ที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนมาอาศัยอยู่บริเวณริมถนน รวมถึงให้ดูแลจัดการเส้นทางจราจรในพื้นที่ที่ไม่สามารถสัญจรได้ และให้ลาดตระเวนตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ให้มีการก่ออาชญากรรมซ้ำเติมผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ได้สั่งการให้รวบรวมข้อมูลในส่วนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อวางแผนให้การช่วยเหลือต่อไป 

จากนั้น ผบ.ตร.และคณะ ได้เดินทางไปยังพื้นที่หมู่ 4 บ้านสวนยายส้ม ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย ก่อนมอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค สิ่งของบำรุงขวัญ แก่ประชาชน 108 หลังคาเรือน

ลำปาง-ผบ.มทบ.32 ต้อนรับผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ มอบถุงยังชีพช่วยชาวลำปาง

(8 ต.ค. 68) เวลา 14.30 น. ณ ห้องรับรอง อาคารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  พลตรี กวิน  ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ให้การต้อนรับ คุณสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ, คุณสุทธิพงศ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 และคุณเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมคณะผู้บริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.แม่เมาะ) โอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมคำนับเพื่อแสดงความยินดีกับ พลตรี กวิน ยาวิชัย ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นมา 

ในคราวเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  นำคณะผู้บังคับบัญชา รับมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ชุด, น้ำดื่มจำนวน 200 แพ็ค (2,400 ขวด) เพื่อส่งต่อความห่วงใยแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ที่ประสบภัยพิบัติและผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนต่างๆ โดยผ่านภารกิจของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32 และหน่วยทหารในพื้นที่ อันเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใย และความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดทั้งยังจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย สร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิต และขอให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วน และหน่วยงานทหาร พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกโอกาส

‘ฮุน เซน’ โพสต์แก้ข่าว รพ.กัมพูชา ปฏิเสธรักษาเชฟไทย ย้ำรักษาทุกคนเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เหยียดเชื้อชาติ

(8 ต.ค. 68) สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาโพสต์เอกสารของกรมอนามัยจังหวัดบันเตียเมียนเจย ชี้แจงกรณีข่าว “อดีตเชฟไทย” เสียชีวิตหลังโรงพยาบาลปอยเปตปฏิเสธรักษา ยืนยันไม่เป็นความจริง และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง “เลือกปฏิบัติ” หรือ “เหยียดเชื้อชาติ” โดยระบุว่า โรงพยาบาลในพื้นที่ไม่เคยปฏิเสธการรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใดหรือมีฐานะอย่างไร

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบศพชายไม่ทราบชื่ออยู่หน้าอาคารร้างในเมืองปอยเปต ต่อมาพบว่าเป็นคนไทยชื่อ “เมธาชาญ ยอแสง” อายุ 24 ปี ชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งเข้ามาทำงานในกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย ทีมแพทย์ระบุสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตจากอาการหัวใจวาย ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือหลักฐานว่าผู้ตายเคยมาที่โรงพยาบาลก่อนเสียชีวิต

ด้าน กรมอนามัยกัมพูชาชี้ว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลในจังหวัดบันเตียเมียนเจยได้รักษาผู้ป่วยชาวไทยรวม 31 ราย โดยไม่เคยเรียกเก็บค่ารักษาจากผู้ป่วยที่ยากจน ย้ำว่าทีมแพทย์ให้บริการด้วยความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติด้านเชื้อชาติ สีผิว หรือศาสนา พร้อมเผยตัวเลขผู้ป่วยไทยที่ได้รับการดูแลในหลายแผนก รวมถึงสูตินรีเวช ศัลยกรรม และอายุรกรรม

สมุทรปราการ-วัดแตก!! ประชาชนหลายพันคนแห่ทอดกฐินวัดหนามแดง ครอบครัวรุ่งเสมอ หลีน้อย เจ้าภาพใหญ่

(8 ต.ค. 68) ณ วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดย นาวาเอกหญิง สุนทรี รุ่งเสมอ พร้อมด้วย คุณวีรชัย รุ่งเสมอ เรือโท ไพศาล รุ่งเสมอ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 ทอดถวายแด่วัดหนามแดง และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คุณพ่อ น.ต.ประจวบ รุ่งเสมอ พร้อมด้วย คุณแม่สุนีย์ หลีน้อย ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อสนองตามเจตนารมย์ของทางคุณพ่อและคุณแม่

โดยกฐินสามัคคีในปีนี้ทาง บุตร-ธิดา หลาน รุ่งเสมอ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง ร่วมในพิธีทอดกฐินครั้งนี้ โดยมี นายชาตรี อยู่วัฒนะ รองนายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์ พร้อมด้วย กำนันกิตติพงษ์ อยู่วัฒนะ กำนันตำบลเทพารักษ์ นางสาวขวัญเรือน นาคทิม กำนันตำบลบางเมือง ตลอดจนกัลยาณมิตรวัดพระธรรมกาย คณะเจ้าภาพ อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนชาวตำบลบางแก้ว ร่วมแห่องค์ผ้ากฐินสามัคคี 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสงเคราะห์พระภิกษุตามพุทธบัญญัติ สนับสนุนให้พระภิกษุมีผ้าไตรจีวรใช้ และเป็นการเทิดทูนพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชา นอกจากนี้ ทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาคในงานกฐินยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาวัดหนามแดง

โดยได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูวิทูรกิจจาทร (บุญเลิศ ปญฺญาธโร แก้วน้ำค้าง) พระอาจารย์จาบ เจ้าอาวาสวัดหนามแดง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิจารณาผ้ากฐินสามัคคี นำคณะสงฆ์วัดหนามแดงประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา เจริญพระพุทธมนต์แด่คณะเจ้าภาพ ครอบครัวรุ่งเสมอและแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมในพิธี

นอกจากนี้ ทางคณะเจ้าภาพยังได้มอบเงินสมทบทุนสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่บิดา มารดา

ทั้งนี้ สำหรับยอดผ้ากฐินสามัคคีในปีนี้ของวัดหนามแดงที่ญาติโยมร่วมกันทำบุญเบื้องต้นเกือบ 4 ล้านบาท

'ฟีฟ่า' ประกาศแต่งตั้ง 'มาดามแป้ง' นั่งแท่นปธ.คณะกรรมการ การพัฒนาขององค์กร

(8 ต.ค. 68) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้รับการจารึกชื่อเป็นผู้หญิงคนแรกของโลก หลังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการ การพัฒนา ของ FIFA หรือ The Chairperson of FIFA’s Development Committee โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ปี 2025-2029

สภากรรมการของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้มีมติรับรองอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 แต่งตั้งให้ นางนวลพรรณ ล่ำซำ เป็นประธานคณะกรรมการ การพัฒนา (Development Committee) ของ FIFA

สำหรับ Development Committee เป็นหนึ่งในคณะทำงานหลักของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ถือเป็น Standing Committee หรือ คณะกรรมการประจำ ที่ขึ้นตรงกับ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า และ สภาฯ ฟีฟ่า ทั้งหมด

มีบทบาท และ หน้าที่สำคัญในการรับผิดชอบโครงการพัฒนาของ ฟีฟ่า ครอบคลุม และ ดูแล 211 สมาคมสมาชิก โดยจะวางแผนและเสนอกลยุทธ์ที่เหมาะสม , ตรวจสอบกลยุทธ์เหล่านี้เป็นระยะ และ วิเคราะห์การสนับสนุนที่มอบให้กับสมาคมสมาชิก , สมาพันธ์ และ สมาคมระดับโซน และ ภูมิภาคทั้งหมดทั่วโลก

นอกจากนี้ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ประจำคณะสมาคมสมาชิกของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ Member Associations Committee

รพ.มงกุฎวัฒนะ งดรับผู้ป่วยบัตรทอง 16 ต.ค.นี้ เหตุ สปสช. ค้างจ่ายหนี้ค่ารักษากว่า 100 ล้าน

(8 ต.ค. 68) โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ประกาศหยุดให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) ที่ใช้สิทธิบัตรทอง ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป หลังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ค้างชำระค่ารักษาพยาบาลสะสมมาหลายปีงบประมาณ รวมกว่า 100 ล้านบาท ส่งผลให้โรงพยาบาลประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ระบุว่า ที่ผ่านมา รพ.พยายามประคับประคองสถานการณ์ โดยให้ผู้ป่วยสำรองจ่ายค่ายาในอัตราเทียบเท่าโรงพยาบาลรัฐตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่ สปสช.กลับเพิกเฉย ไม่แสดงความรับผิดชอบหรือแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองที่ขึ้นตรงกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ สามารถติดต่อย้ายสิทธิไปรับบริการที่โรงพยาบาลอื่นตามที่ สปสช.จัดให้ได้ผ่านสายด่วน 1330 ขณะที่ผู้ที่ยังต้องการรักษาที่มงกุฎวัฒนะ สามารถเข้าร่วมโครงการ “บัตรทองแพลตตินั่ม” ของโรงพยาบาล โดยจ่ายค่ารักษาเองในอัตราเทียบเท่าโรงพยาบาลของรัฐ

เปิดคำพูดสุดท้ายก่อนดับ ‘เชฟหนุ่มไทย’ คุยกับพี่สาว หลัง รพ.กัมพูชาใจดำปฏิเสธการรักษา

(8 ต.ค. 68) จากเหตุเศร้าใจเมื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน เปิดเผยถึงกรณี นายเมธาชาญ ยอแสง หรือ ‘มีน’ อายุ 24 ปี เชฟหนุ่มบนเรือชาวนครศรีธรรมราช ที่ถูกพบเร่ร่อนอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ในประเทศกัมพูชา โดยมีรายงานว่าโรงพยาบาลในพื้นที่ปฏิเสธการรักษา ก่อนเจ้าตัวจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ล่าสุด น.ส.มายด์ (นามสมมุติ) พี่สาวของผู้ตาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กด้วยความเศร้า ว่า “ขอบคุณทุกกำลังใจ ตอนนี้กำลังไปรับน้องกลับบ้าน มีนต้องได้กลับบ้าน” พร้อมระบุว่า “ถ้ากลับมาได้ กูกลับมาแล้ว” คือประโยคสุดท้ายที่น้องชายพูดไว้ก่อนจากไป

พี่สาวเผยเพิ่มเติมว่า ตลอดชีวิต 24 ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกัน และครอบครัวพร้อมซัพพอร์ตทุกอย่าง แต่ไม่ทันได้ช่วยเหลือในครั้งสุดท้าย โดยเธอเขียนปิดท้ายด้วยข้อความอาลัยว่า “7/10/68 หลับให้สบายนะน้องชายพี่” 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งตำรวจทุกหน่วยเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

(7 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเน้นย้ำให้เร่งดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกมิติ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มีข้อสั่งการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
1. ระดมกำลังตำรวจทุกหน่วยออกช่วยเหลือประชาชน ทั้งในด้านการขนย้ายสิ่งของ การอำนวยความสะดวกในการจราจร และการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ประสบภัย
2. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพอาศัยโอกาสเข้าซ้ำเติม สร้างความเดือดร้อนเพิ่มเติมให้กับผู้ประสบภัย
3. ให้สำรวจความเสียหายของบ้านพักข้าราชการตำรวจและที่ทำการสถานีตำรวจที่ได้รับผลกระทบ พร้อมรายงานเพื่อดำเนินการช่วยเหลือและซ่อมแซมโดยเร่งด่วน
4. กำชับการแต่งกายและความพร้อมของอุปกรณ์กู้ภัย เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการออกปฏิบัติงาน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่า ตำรวจทุกนายพร้อมลงพื้นที่ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการด้วยหัวใจของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

‘อำนาจ รื่นเริง’ อดีตนักมวยทีมชาติ เปิดใจสาเหตุเมาเละเทะ เพราะเครียดตกงาน-แยกทางภรรยา สัญญาจะเลิกเหล้าเริ่มชีวิตใหม่

เมื่อวันที่ (6 ต.ค. 68) นางจันจิรา ไทยบัณฑิตย์ พร้อมคณะจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เดินทางไปเยี่ยมอาการของอดีตนักมวยทีมชาติ “เพชร” อำนาจ รื่นเริง ซึ่งขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยพบว่านายอำนาจสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ตามปกติ

นายอำนาจเล่าว่า สาเหตุเกิดอาการเครียดมาจากการเลิกรากับภรรยา ความเป็นห่วงลูกชายที่อยู่ต่างจังหวัด รวมถึงการตกงานไม่มีรายได้ อีกทั้งยังเสียใจที่ถ้วยรางวัลพระราชทานและเหรียญเกียรติยศที่เคยได้รับสูญหาย หลังขายบ้านและภรรยาเก่าขนของออกไป โดยเมื่อสอบถามกลับถูกปฏิเสธไม่รู้เรื่อง ทำให้เกิดความเครียดและหันไปดื่มสุรา จนเป็นเหตุให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทตามที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ นางจันจิราเปิดเผยว่า ทางพัฒนาสังคมฯ จะช่วยติดตามหาถ้วยรางวัลและของที่หายไป พร้อมให้คำแนะนำให้นายอำนาจกลับไปอยู่กับญาติหลังรักษาหาย และรีบหางานทำ โดยย้ำให้หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา ซึ่งเจ้าตัวก็รับปากว่าจะปรับปรุงตัวและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต

‘เคนโด้’ แจ้งความเพจอวตาร Rose รับจ้างแขวนคนบริสุทธิ์ หลังพบรับงานโจมตี–สร้างข่าวปลอม–ตบทรัพย์เหยื่อหลายราย

‘เคนโด้’ แจ้งความเอาผิดเพจอวตาร Rose Sharky eye รับจ้างประจาน-ตบทรัพย์ เหยื่อเครียดคิดสั้นเสียชีวิต เตรียมยื่นร้องรมว. ดีอี ‘ไชยชนก’ ดำเนินการต่อ

‘เคนโด้’ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร พิธีกรและผู้ประกาศข่าว เข้าแจ้งความเอาผิดเพจอวตาร “Rose Sharky eye” ต่อ บก.สอท. ฐานรับจ้างประจาน-ตบทรัพย์ หลังพบมีเหยื่อจำนวนมากถูกแขวนและเรียกเงินแลกการลบโพสต์ เผยบางรายถึงขั้นคิดสั้นปลิดชีพ เตรียมยื่นเรื่องต่อ รมว.ดีอี เร่งจัดการเพจอวตาร 

เมื่อวันที่ (6 ต.ค. 68) เคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร พิธีกร ผู้ประกาศข่าว เข้าแจ้งความเพจอวตาร Rose Sharky eye มีพฤติการรับจ้างประจาน ตบทรัพย์ ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากโดนแขวน และเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หนึ่งในนั้นคือผม ที่โดนผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงจ้างเพจโพสข่าวปลอมบิดเบือนเพราะเคนโด้เป็นโต้โผในการช่วยเหลือผู้เสียหาย หลายครั้งที่เคนโด้ออกมาขับเคลื่อนคดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากก็มักจะเจอเพจอวตารสร้างข่าวปลอมเกือบจะทุกครั้ง ล่าสุดโพสว่าผมโดนออกหมายจับ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในคดีดิไอคอนเพราะผมช่วยเหลือผู้เสียหายและยังเป็นพยานให้กับคดีนี้ทุกอย่างอยู่ในชั้นศาล และแถลงข่าวชี้แจงจนสิ้นข้อสงสัยไปหมดเป็นปีแล้ว เพจยังเอามาโจมตี เป็นการละเมิดขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก เพจพวกนี้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรในสังคมเลย และไม่เกรงกลัวกฎหมาย มีผู้เสียหายรายอื่นๆติดต่อผมมา ผมต้องพบกับข้อมูลที่น่าตกใจมาก เพราะเพจ Rose sharky eye คือมิจฉาชีพรับจ้างประจานและตบทรัพย์เหยื่อมาแล้วหลายคน

เคนโด้ กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์นี้ทำให้บางคนถึงกับคิดสั้นปลิดชีวิตตัวเองถ้ายังจำกันได้มีเยาวชนตัดสินใจกระโดดน้ำที่ภูเก็ตเพราะโดนแขวนและคุกคามจากเพจRose เพจไม่มีสิทธิ์ไปแขวนประจานผิดถูกว่ากันไปตามกระบวนการ และ เพจนี้ยังไปคุกคามพ่อของน้องที่เสียชีวิตอีกด้วย เพจRose มีเป้าหมายหลักคือตบทรัพย์ผู้เสียหายโดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้ ตั้งเพจอวตาร รับงานประจาน โพสขู่ประชาชนให้กลัว (เช่นจะแฉร้าน แฉข้อมูลส่วนตัว) โพสต์ประจาน เหยื่อInbox ไปเจรจา ตบทรัพย์ถ้าไม่โอนโพสต์ต่อ โอนผ่าน payment gateway (เพื่อไม่ให้ขึ้นชื่อบัญชี) สร้างเพจไว้หลอกหลายเพจ เพจไหนโดนแบนก็สร้างใหม่ไม่จบสิ้น และยังท้าทายกฎหมายว่าทำอะไรตนไม่ได้ ขนาดหมายข่าวยังไม่เกรงกลัว

"สังคมไทยมีเพจแบบนี้มากมายที่ทำให้สังคมเสื่อม คนถูกเป็นผิด คนผิดเป็นถูก หลังจากแจ้งความที่ สอท. จะเดินทางไปยื่นเรื่องกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมป้ายแดง นาย ไชยชนก ชิดชอบ เพราะมองว่าท่านเป็นคนรุ่นใหม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงโซเชียลมิเดีย เพื่อประเทศไทยที่ดีขึ้น เพราะปัจจุบันการเปิดเพจต่างๆที่เป็นอวตาร เป็นโจรเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องนี้ต้องเป็นวาระแห่งชาติที่ประเทศไทยต้องเจรจากับFacebook ถึงการละเมิดสิทธิ์มากมายที่เกิดในประเทศไทย มีช่องทางร้องเรียนที่สามารถปิดเพจได้ไวก่อนเกิดความเสียหายและขอวิงวอนสื่อต่างๆอย่าหลงเชื่อเพจเหล่านี้ที่ไม่มีที่มาที่ไปใดๆ การแชร์หรือนำเสนอข้อมูลอาจมีความผิดตามกฎหมาย ขอให้ลบข้อความและแก้ไขให้ถูกต้อง"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top