Friday, 26 June 2026
NEWS FEED

กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจเยี่ยมติดตามผลงาน นวัตกรรมการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่

พร้อมจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมผู้สนใจรับทุนฯ ครั้งที่ 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดเชียงใหม่ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เยี่ยมชมและติดตามผลงานนวัตกรรมการแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมจัดสัมมนา คลินิกกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ภาคเหนือ) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคม พ.ศ. 2565 จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม 2565 คุณสุรีพร พรโสภณวิชญ์ ผู้อำนวยการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าเยี่ยมชมและติดตามผลงานนวัตกรรมด้านการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ภายใต้กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผศ.นพ.กฤษณ์ ขวัญเงิน รองคณบดีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผศ.ดร.ชาย รังสิยากูล ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และรศ.ดร.พญ.ศิริอนงค์ นามวงศ์พรหม ผู้ช่วยคณบดีด้านนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมให้การต้อนรับและหารือแนวทางการต่อยอดผลงานนวัตกรรมการแพทย์ดิจิทัล เพื่อต่อยอดการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี และก่อให้เกิดการพัฒนาดิจิทัลของประเทศที่ครอบคลุมในทุกด้าน โดยกองทุนฯ ได้เยี่ยมชมและติดตามผลงานโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่

1. โครงการจัดตั้งศูนย์บริการทางการแพทย์ทางไกลเพื่อขยายการเข้าถึงการให้บริการประชาชน
2. โครงการนำร่องการพัฒนาย่านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบ สำหรับให้บริการประชาชน(5G District) จังหวัดเชียงใหม่ (โครงการ 5G smart health)
3. โครงการนวัตกรรมฟื้นฟูภาวะสมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะผ่านการกระตุ้นสมอง ซึ่งปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในวงการแพทย์มากขึ้น เพื่อตอบยุทธศาสตร์ของชาติในการใช้เทคโนโลยี 5G มาพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศไทย และเป็นตัวอย่างในการสร้างระบบสาธารณสุขด้านเทเลเม็ดดิซีนแพลตฟอร์ต (telemedicine platform) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงทำโครงการขนาดใหญ่ร่วมกัน 2 โครงการ คือ โครงการจัดตั้งศูนย์บริการทางการแพทย์ทางไกลเพื่อขยายการเข้าถึงการให้บริการประชาชน และโครงการนำร่องการพัฒนาย่านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบ สำหรับให้บริการประชาชน (5G District) จังหวัดเชียงใหม่ (โครงการ 5G Smart Health)

ปัจจุบันโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ที่มีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลอาศัยในเขตจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งส่วนมากอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางจำนวนมาก ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 ดังนั้น โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จึงนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ด้วยเทคโนโลยีจำลองภาพเสมือนจริงสามมิติด้วยรถพยาบาล อัจริยะ (AR technology with Smart ambulance) พร้อมบูรณาการแว่นตาอัจฉริยะ (AR consulting glasses) ผ่านเครือข่าย 5G ในการให้คำปรึกษาและรักษาผู้ป่วยบนรถ Smart ambulance แบบ real time ระหว่างโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลประจำอำเภอ ในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบนที่ร่วมโครงการ จำนวน 20 แห่ง ทำให้ผู้ป่วยสามารถรับคำปรึกษาจากแพทย์ผ่าน Web Application ได้อย่างครบวงจรโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

โดยผลลัพธ์ของทั้ง 2 โครงการจะเป็นการสร้าง telemedicine platform ที่บูรณาการระหว่างระบบการแพทย์ทางไกลของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลประจำอำเภอในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน และมีการนำ AR technology และ 5G เทคโนโลยี มาเพิ่มประสิทธิภาพรถพยาบาลฉุกเฉิน  ทำให้บุคลากรทางการแพทย์บนรถพยาบาลฉุกเฉินสามารถปรึกษาและรักษาผู้ป่วยบนรถพยาบาลฉุกเฉินขณะส่งตัวผู้ป่วย ร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง ที่ประจำอยู่ ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ส่งผลให้โรคฉุกเฉินและโรควิกฤติ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดสมองตีบ เป็นต้น สามารถได้รับการรักษาได้ทันทีโดยแพทย์เฉพาะทางในแต่ละโรค ระหว่างส่งตัวผู้ป่วยทำให้ลดอัตราการตาย และภาวะแทรกซ้อน

โครงการนี้สำเร็จจะเป็นระบบต้นแบบที่ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด กล่าวคือการเข้ารับการรักษาภาวะฉุกเฉินใน โรงพยาบาลใดในจังหวัดเชียงใหม่ และหรือโรงพยาบาลในภาคเหนือตอนบน (ที่ร่วมโครงการ) ผู้ป่วยทุกท่านจะได้รับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางเฉพาะโรค ผ่านระบบที่เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ ซึ่งทำให้ผลการรักษาพยาบาลมีความปลอดภัยมากขึ้น

ส่วนโครงการนวัตกรรมฟื้นฟูภาวะสมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะผ่านการกระตุ้นสมอง เกิดจากการวิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่างคณะผู้วิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ “MoveAlong” เป็นการพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือการเดินในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีภาวะการเดินลำบาก ไม่สามารถช่วยได้ด้วยยา และการรักษาอื่นๆ ทีมนักวิจัยได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเหลือการเดินที่สร้างเสียงจังหวะกระตุ้นการก้าวขาสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีปัญหาในการเดิน สามารถเชื่อมต่อระบบปฏิบัติการผ่าน Application บนสมาร์ทโฟน โดยมีการออกแบบอัลกอลิทึมให้สามารถบันทึกสัญญาณจากเซ็นเซอร์ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับสภาวะการเดินของผู้ป่วยเพื่อผลิตจังหวะเสียง (Tempo) ให้สอดคล้องกับจังหวะการเดินของผู้ป่วย ซึ่งสามารถปรับจังหวะการเดินเฉพาะตัวของผู้ป่วยได้ พกพาง่าย ติดตัวได้ตลอด เบื้องต้นมีการใช้งานจริงกับผู้ป่วยที่ศูนย์โรคสมองภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคลินิกเอกชนชีวาแคร์ (ศูนย์เวชศาสตร์ดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ) เพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับปรุงพัฒนาระบบให้สะดวกต่อพฤติกรรมการใช้งานของผู้ป่วยได้มากที่สุด ซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีนี้ก็จะถูกนำไปเชื่อมโยงกับระบบการให้บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตามยุทธศาสตร์ในการมุ่งสู่การเป็น Digital Hospital เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ป่วยและประชาชนในอนาคต 

Thai Smile Happy Gift : Start to Connect ส่งความสุขปีกระต่ายทอง จากไทยสมายล์ กรุ๊ป

(22 ธ.ค. 65) ณ ท่าเทียบเรือท่าช้าง นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thai Smile Happy Gift : Start to Connect ส่งความสุขปีกระต่ายทอง จากไทยสมายล์กรุ๊ป ในงานนี้ นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ได้ประกาศความสำเร็จของบริษัทในปี 2565 ว่า บริษัทและบริษัทในกลุ่มไทยสมายล์กรุ๊ปสามารถเปิดให้บริการรถโดยสารประจำทางแล้วกว่า 120 เส้นทาง หรือกว่า 1,250 คัน และยังทำระบบเชื่อมโยงการเดินทางและการชำระค่าโดยสารของรถโดยสารพลังงานไฟฟ้ากับเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าของไทยสมายล์กรุ๊ปทั้งหมดเข้าด้วยกัน ด้วยระบบโครงข่ายเดียว (Single Network) จนมีศักยภาพที่จะรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนได้มากกว่า 3 ล้านคน อีกทั้งมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อจัดรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกจนมีจำนวนรวมไม่น้อยกว่า 3,500 คัน ด้วยงบประมาณ การลงทุนสูงถึงกว่า 24,000 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะเป็นการลงทุนเพื่อให้บริการอย่างเต็มที่แก่ผู้โดยสารในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว ยังช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับพี่น้องประชาชน มากกว่า 7,500 ตำแหน่งอีกด้วย และนับเป็นโอกาสอันดีที่ไทยสมายล์กรุ๊ปมีความพร้อมในการนำระบบการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรฮ๊อบ หรือ Hop card ผ่านเครื่อง E60 มาเริ่มใช้งานจริงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เป็นการอำนวยความสะดวกด้วยระบบสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) โดยไทยสมายล์กรุ๊ปมีของขวัญมอบให้กับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2 แพ็คเกจ คือ 

(1) ผู้เดินทางด้วยรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าในโครงข่ายของไทยสมายล์กรุ๊ปกว่า 120 เส้นทาง คิดราคาค่าโดยสารไม่เกิน 40 บาทต่อวัน (Daily max fare) โดยไม่จำกัดสาย และไม่จำกัดจำนวนเที่ยวต่อวัน (2) ผู้เดินทางด้วยรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า คิดราคาค่าโดยสารสูงสุด 50 บาทต่อวัน โดยไม่จำกัดสาย และไม่จำกัดจำนวนเที่ยวต่อวัน

ทัพเรือภาค 2 ช่วยเหลือลูกเรือประมง จากเรืออับปาง พบรอด 1 คน ใช้เชือกผูกร่างผู้เสียชีวิต 3 รายกันศพหาย

ทัพเรือภาค 2 นำเรือเข้าช่วยลูกเรือประมงที่ประสบเหตุ 'อับปางกลางทะเล' ขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 โดยมีลูกเรือรอดชีวิต 1 คน เสียชีวิต 3 คน และสูญหาย 1 คน โดยนำตัวลูกเรือที่รอดชีวิตส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลีย เพราะต้องลอยคออยู่ในทะเลนานกว่า 30 ชั่วโมง

วันที่ (21 ธ.ค. 65) เวลา 19.00 น. ที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาค 2 อ.เมือง จ.สงขลา เรือ ต.992 ได้นำศพพร้อมด้วยลูกเรือประมง 'ทรัพย์สุนัน' ที่ชื่อรอดชีวิตจากอุบัติเหตุเรืออับปาง หลังจากถูกคลื่นซัดระหว่างเกิดพายุในบริเวณทะเลอ่าวไทย ห่างจากฝั่ง จ.สงขลา ประมาณ 30 ไมล์ทะเล ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้น เรือประมงลำดังกล่าวได้ออกจากท่าเรือประมง จว.ปัตตานี เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะโดนพายุและอับปางลงเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 3 ศพ ประกอบด้วย นายสมหมาย เสี่ยงโชค (ไต๋เรือ) นายสาโรจน์ มินโด (ชาวอำเภอเมืองสงขลา) นายลีโบรง รน(ชาวกัมพูชา) ส่วนลูกเรือรอดชีวิต 1 คน คือนายเซียะ ซอย (ชาวกัมพูชา) และยังมีนายวิจิตร เสี่ยงโชค (ชาวอำเภอเมืองสงขลา) ที่สูญหายซึ่งขณะนี้ยังค้นหาไม่พบ

‘บิ๊กป้อม’ ต้อนรับ ‘เอกอัครราชทูตจีน’ พร้อมฝากชวนคนจีนมาลงทุน - ท่องเที่ยวไทยเพิ่ม

พล.อ.ประวิตร ต้อนรับ นาย หาน จื้อเฉียง เยี่ยมคำนับ สานสัมพันธ์ไทย-จีน ยืนยันความร่วมมือทุกมิติ ให้ก้าวหน้า เชิญชวน คนจีนร่วมลงทุน/ท่องเที่ยว ส่งเสริม ศก.ประเทศไทย

วันนี้ (22 ธ.ค. 65) เวลา14.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้ให้การต้อนรับ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ณ ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ดำเนินมาอย่างยาวนาน และเข้มแข็ง แม้ในสถานการณ์ โควิด-19 และยืนยันว่ารัฐบาลไทย มีความมุ่งมั่นที่จะสานต่อ และร่วมมือกับรัฐบาลจีนเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติ ให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และเป็นรูปธรรม

‘บิ๊กตู่’ เตรียมเยี่ยมครอบครัวผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต จากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง

‘บิ๊กตู่’ ลงพื้นที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือหลวงสุโขทัยอับปาง อ.บางสะพาน ให้กำลังใจครอบครัวผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตพรุ่งนี้เช้า

(22 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงาน จากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันที่ 23 ธ.ค.เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยกเลิกกำหนดการเป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ ‘เที่ยวชุมชน ยลวิถี’ ประจำปี 2565 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาลแทน โดยได้มอบหมายนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานแทน

‘สุชาติ’ จัดเต็ม มอบของขวัญปีใหม่ 2566 'ให้ ฟรี ลด แรงงานสุขใจ'

วันที่ 22 ธันวาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานแถลงข่าวของขวัญปีใหม่กระทรวงแรงงาน ปี 2566 โดยมี นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ บริเวณชั้นล่างอาคารกระทรวงแรงงาน 

นายสุชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน ทุกกลุ่ม และได้สั่งการให้ทุกกระทรวงพิจารณาของขวัญที่จะมอบให้ประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นกำลังใจแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้น และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.65 ได้เห็นชอบมาตรการมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงานนั้นในปีนี้มีของขวัญปีใหม่ จำนวน 6 ชิ้น ภายใต้เคมเปญ 'ให้ ฟรี ลด แรงงานสุขใจ' เพื่อมอบความสุขแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดังนี้ 

ชิ้นที่ 1 ให้ สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตนดอกเบี้ยต่ำ ส่งเสริมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประกันตน เพื่อไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่นๆ และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในบัญชีเงินกู้ที่กู้อยู่กับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ วงเงินโครงการไม่เกิน 30,000 ล้านบาท ภาระดอกเบี้ยของผู้ประกันตนลดลง ตลอดระยะเวลาการกู้ประมาณ 8,472 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน สามารถใช้สิทธิในการลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ปีที่ 1-5 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.99 % ต่อปี คงที่ 5 ปี ปีที่ 6–8 อัตราดอกเบี้ย MRR – 2.00 % ต่อปี และปีที่ 9 เป็นต้นไปจนถึงตลอดอายุสัญญา อัตราดอกเบี้ย MRR – 0.50 % ต่อปี ปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท 

ชิ้นที่ 2 ให้ เข้าถึงสิทธิการรักษา 5 โรคตามที่โรงพยาบาลกำหนด ได้แก่ โรคมะเร็งเต้านม ก้อนเนื้อที่มดลูก โรคนิ่วในไตหรือถุงน้ำดี โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษา จำนวน 7,500 คน ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2566 โดย MOU ระหว่างสำนักงานประกันสังคมและสถานพยาบาลเฉพาะทางที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ลดการรอคอยการผ่าตัด โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลที่ดำเนินการผ่าตัดโดยตรง 

ชิ้นที่ 3 ให้ งานทำ 'ต้องการทำงาน ต้องได้ทำงาน' ประชาชนที่ต้องการมีงานทำ ได้มีโอกาสเลือกสมัครงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถ และความถนัดของตนเอง ได้มีงานทำ มีรายได้ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กรมการจัดหางานได้เตรียมตำแหน่งงานว่างที่หลากหลายไว้ให้บริการ จำนวน 613,784 อัตรา เป็นตำแหน่งงานว่างในประเทศ 563,784 อัตรา และต่างประเทศ 50,000 อัตรา ผู้สนใจติดต่อสมัครงานผ่านระบบ E –Service ที่เว็บไซต์ www.ไทยมีงานทำ.com สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 -10 และรถโมบายจัดหางานเคลื่อนที่ 

ชิ้นที่ 4 ฟรี ค้นหาความเสี่ยง โรคหลอดเลือดและโรคหัวใจในสถานประกอบการใน 7 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ สมุทรปราการ ชลบุรี นนทบุรี ปทุมธานี ระยอง พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสาคร เป้าหมายผู้ประกันตน 300,000 คน เน้นการค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ แบ่งกลุ่มตามความเสี่ยง เสี่ยงสูง ปานกลาง น้อย โรงพยาบาลนัดหมายประเมินเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคล ระยะเวลา 6 เดือน ติดตามผล ระบบ Telemedicine และดำเนินการปรับพฤติกรรม ตรวจประเทมินคัดกรองความเสี่ยง และดำเนินการบันทึกข้อมูลด้วยระบบ IT จะทำให้ผู้ประกันตนได้รับการประเมินสภาวะสุขภาพ โดยเฉพาะโอกาสการเสียชีวิตโรคหัวใจและหลอดเลือด และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เกิดเป็นต้นแบบด้านการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในสถานประกอบการ ซึ่งโครงการนี้เริ่มตั้งแต่มกราคม 2566 เป็นต้นไป 

ชิ้นที่ 5 ฟรี อบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิคขั้นสูงและระดับวิชาชีพ จำนวน 10,000 คน หลักสูตรกฎหมายความปลอดภัยฯ ทักษะการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยและลูกจ้างได้รับการดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ลดค่าใช้จ่ายให้กับนายจ้าง ในการส่งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ เข้ารับการฝึกอบรมกับหน่วยงานฝึกอบรม โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม - มีนาคม 2566 

เจ้าของร้านเผย 'โตโน่' โดดน้ำ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ช่วยสร้างสีสัน ลูกค้าประทับใจ ไมค์พังก็ของโตโน่

เจ้าของร้านอาหารริมรางสเตชั่นไม่ติดใจ หลังจ้างศิลปินหนุ่มโตโน่ ภาคิน พร้อมทีมงาน มาทำการแสดงที่ร้านก่อนที่โตโน่จะระเบิดความมันส์แล้วกระโดดลงบ่อน้ำของทางร้านท่ามกลางความตกตะลึงทั้งเจ้าของร้านทั้งลูกค้าและพนักงาน มองเป็นการสร้างสีสันและลูกค้าเองก็ชื่นชอบส่วนไมโครโฟนนั้นเป็นของโตโน่

(22 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่คลิปภาพศิลปินนักร้องหนุ่มโตโน่ ภาคิน ทำการแสดงอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นก่อนจะกระโดดลงบ่อน้ำพุน้อยของทางร้านซึ่งจัดตกแต่งไว้สวยงามที่หน้าเวทีพร้อมกับไมโครโฟนซึ่งจมลงไปกับน้ำก่อนที่จะยื่นให้กับ ชายอีกคนซึ่งระบุว่าเป็นพนักงาน ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา โดยแยกเป็นสองฝ่ายทั้งชื่นชอบและตำหนิ

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นาย ณัฐพล พูลเขตรกรม อายุ 49 ปี เจ้าของร้านริมรางสเตชั่น ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งได้พาผู้สื่อข่าวเดินดูจุดที่โตโน่ทำการแสดง ซึ่ง เป็นเวทีความสูงจากพื้นข้างล่าง 1.30 เมตร ขณะที่จากพื้นปกติลงก้นบ่อน้ำที่โตโน่กระโดดลงไป 30 เซนติเมตรรวมความสูงที่โตโน่กระโดดลงไปถึงก้นสระ ประมาณ 2 ม. ซึ่งบริเวณโดยรอบจะมีโต๊ะของลูกค้าตั้งอยู่จำนวนหลายโต๊ะ

พร้อมทั้งเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้กับผู้สื่อข่าวดู โดยบรรยากาศขณะที่โตโน่ทำการแสดงนั้นเริ่มตั้งแต่เวลาห้าทุ่มไปจนถึงเที่ยงคืนกว่ากว่ารวมกว่า 1 ชั่วโมงโดยบรรยากาศช่วงที่โตโน่ทำการแสดงทั้งร้องทั้งเต้นสุดมันส์โดยมีลูกค้าต่างโยกเข้าจังหวะพร้อมทั้งหยิบกล้องโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้เก็บเป็นที่ระลึกก่อนที่โตโน่จะทำลักษณะเหมือนสำรวจดูและเคลียพื้นที่ก่อนจะทำการกระโดดลงมาท่ามกลางความตกตะลึงของลูกค้าที่อยู่รอบข้างบ่อน้ำรวมทั้งเจ้าของร้านและพนักงานของร้านด้วย ก่อนที่โตโน่จะยื่นไมค์ที่จมลงไปในน้ำขณะกระโดดลงมา ยื่นให้กับชายคนหนึ่ง ซึ่งทราบว่าเป็น ทีมงานของ โตโน่ เองรวมทั้งไมโครโฟนก็เป็นของโตโน่ด้วยเช่นกัน

เทศบาลสวรรคโลกและจังหวัดสุโขทัย จัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามม้าลายหน้าโรงเรียนและเพิ่มจุดแจ้งเตือนทางม้าลาย

วันนี้ (22 ธันวาคม 2565) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุและปรับปรุงทางม้าลาย โดยมีนายสมชาติ ลิมประพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยมีผู้บริหารเทศบาลฯ และอบต.ในพื้นที่และฝ่ายการศึกษาให้การต้อนรับ มีนายอนุสรณ์ มณีเลิศ นายอำเภสวรรคโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครูนักเรียนเข้าร่วมในกิจกรรม และทาสีแดงขาวบนทางม้าลายร่วมกัน ให้เป็นสัญลักษณ์เตือนการหยุดและชะลอรถที่สัญจรเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ณ บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลเมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ด้วยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสุโขทัย ต้องการให้ผู้ขับขี่รถบนท้องถนนตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการขับขี่รถที่ไม่มีระเบียบวินัยและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุ ในการนี้มีการปล่อยแถวรณรงค์ขับขี่รถจักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัย 100% และมีการปรับปรุงทางม้าลายให้ชัดเจน

กระบี่-อำเภอคลองท่อม และหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมทำบุญตักบาตร เจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล แด่ 'พระองค์ภา' ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

วันที่ 22 ธันวาคม 2565 นายไพศาลศรีเทพนาย อำเภอคลองท่อม พ.อ. ธนวัฒน์ สายสกุล ผบ.กองพัน ร 15 พัน 1 นายพิริยะ ศรีสุขสมวงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคลองท่อมใต้ และหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการพ่อค้าประชาชน ซึ่งทางอำเภอคลองท่อมได้จัดกิจกรรม โดยมี พระครูสถิตนราธิการเจ้าอาวาสวัดคลองท่อมทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา รวมถึงพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารินีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดคลองท่อม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เพื่อขอให้ทรงหายจากอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ววัน ตามที่ประชาชนได้รับทราบแถลงการสำนักพระราชวังเรื่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารินีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่งพระประชวรลงเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศต่างมีความห่วงใยและปรารถนาในการร่วมกันถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากเพื่อถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

สวนสัตว์ขอนแก่นมอบของขวัญส่งความสุขให้ประชาชนชาวไทย ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566

สวนสัตว์ขอนแก่นมอบของขวัญส่งความสุขให้ประชาชนชาวไทย ผ่าน แคมเปญมา 4 จ่าย 3 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 65 – 2 ม.ค. 66

สวนสัตว์ขอนแก่น เตรียมมอบของขวัญส่งความสุขให้กับประชาชนชาวไทย ผ่าน แคมเปญมา 4 จ่าย 3 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 65 – 2 ม.ค. 66 โดยแคมเปญดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้พักผ่อนหย่อนใจในการพาครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อน มาท่องเที่ยวชมสัตว์ป่านานาชนิดภายในสวนสัตว์ขอนแก่น ในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ นอกจากนี้ทางสวนสัตว์ขอนแก่น ได้จัดเตรียมกิจกรรมต่างๆ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปีนี้ ได้แก่ 1) กิจกรรมชม Sky walk flora view season 4 ณ จุดชมวิวบนสะพาน Sky walk ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ที่ประดับตกแต่งไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อมลวดลายบนสะพานออกแบบเป็นลวดลายของยีราฟที่มีสีสันสดใส , 2) กิจกรรมชมการแสดงความสามารถพิเศษของแมวน้ำแสนรู้ , 3) กิจกรรมชมขบวนพาเหรดของหนูยักษ์คาปิบาร่า , 4) กิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ป่าผ่านกิจกรรมการให้อาหารเสือ-สิงโต , นกแก้วซันคอนัวร์ , ยีราฟ , ช้างไทย หรือ ให้อาหารกวางหลากหลายสายพันธุ์ พร้อมเดินชมวิวบน boardwalk ณ ส่วนจัดแสดงทุ่งแสนกวาง นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมกิจกรรมถ่ายภาพกับเหล่ามาสคอตสัตว์ป่าสุดน่ารักที่จะออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 65 ถึง วันที่ 2 ม.ค. 66 ที่กำลังจะมาถึงนี้

​นายณรงวิทย์ ชดช้อย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ ทางสวนสัตว์ขอนแก่น พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความสุข ความสนุกสนาน และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ในการเที่ยวชมสัตว์ป่านานาชนิดในรูปแบบใหม่ ผ่านกิจกรรมต่างๆที่สนุกสนานและได้รับความรู้ พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศของธรรมชาติ และ สัมผัสลมหนาวส่งท้ายปี 2565 ณ สวนสัตว์ขอนแก่น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top