Tuesday, 4 August 2026
NEWS FEED

สมุทรปราการ-ต่อศักดิ์ อัศวเหม มั่นใจ อบจ.เอาอยู่!! สนับสนุนเครื่องสูบน้ำสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์

เมื่อวานนี้ (14 ต.ค. 68) ที่ผ่านมา นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ผู้ประกอบการของทางธนาภรณ์ โปรโมชั่น ซ้อแป๋ว และคณะเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ทาง อบจ.สมุทรปราการ ให้การสนับสนุนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังในเขตพื้นที่การจัดงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ ประจำปี 2568

โดยทางด้าน นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ทาง อบจ.สมุทรปราการ โดยท่าน สุนทร ปานแสงทอง นายก อบจ.สมุทรปราการ ได้ให้ความสำคัญของการจัดงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ ประจำปี 2568 

นอกจากนี้ ยังมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่มาเที่ยวชมงานจึงได้มีการประชุมวางแผนคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ในการวางแผนรับมือปัญหาน้ำท่วมขังภายในงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ ที่คาดว่าจะมีประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว กว่า  10,000 คน เดินทางมาเที่ยวชมงาน พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้าภายในงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์

ทั้งนี้ ทาง อบจ.สมุทรปราการ ได้ให้การสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวนหลายเครื่องตามจุดสำคัญต่างๆ ในเขตพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และเพื่อป้องกันให้ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังขึ้นมาได้ 

อย่างไรก็ตาม ทาง อบจ.สมุทรปราการ ต้องการสร้างความมั้นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเที่ยวงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ จึงได้ติดตั้งวางเครื่องสูบน้ำไว้ตามจุดสำคัญต่างๆ อาทิเช่น นิคมอุตสาหกรรมบางปู เครื่องสูบน้ำ จำนวน 6 เครื่อง แบ่งเป็น รถสูบน้ำส่งระยะไกล เครืองสูบประจำจุด ท้ายซอย 7a และ ท้ายซอย 9a เครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว 2 เครื่อง ประจำจุด บริเวณตีนสระพาน ซอย 11c/1 และซอย 12c 

เครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว 2 เครื่อง ประจำจุดท้ายนิคม 2 ตัว ประจำประตูน้ำ แบ่งเป็น รถสูบส่งระยะไกล 1 คัน ประจำประตูน้ำคลองนางหงษ์ (พื้นที่ อบต.คลองด่าน) เครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว 2 ตัว ประจำประตูน้ำคลองบางปิ้ง (พื้นที่เทศบาลนคร) เครื่องสูบน้ำประจำพื้นที่ถนน แบ่งเป็น ประจำถนนสุขุมวิทสายเก่าบริเวณแยกหอนาฬิกา เครื่องขนาด 12 นิ้ว 1 เครื่อง ประจำถนนศรีนครินทร์ บริเวณหน้าปากซอยวัดด่าน เครื่อง ขนาด 12 นิ้ว 1 เครื่อง ประจำถนนศรีนครินทร์บริเวณ 4 แยกศรีเทพารักษ์ ขนาด 12 นิ้ว 1 เครื่อง รวมถึงจุดอื่นๆ ที่สำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่าจะไม่มีปัญหาน้ำท่วมขังอย่างแน่นอน
 

‘กลาโหม’ ปัดข้อเรียกร้อง ‘ฮุน เซน’ ให้เปิดด่าน ย้ำจุดยืน! กัมพูชาต้องทำตาม 4 เงื่อนไขก่อน

กระทรวงกลาโหม แถลงจุดยืนชัดเจน ไม่เจรจาเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาตามแรงกดดันของ ‘ฮุน เซน’ จนกว่าฝ่ายกัมพูชาจะปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ข้ออย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด ทภ.2 สั่งเลื่อนประชุม RBC ไม่มีกำหนด เหตุเขมรยังไม่ส่งแผนปฏิบัติการ ขณะที่มองท่าที ‘ทรัมป์’ เสนอตัวเป็นคนกลางเป็นเรื่องดี

(15 ต.ค. 68) มีรายงานว่า พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้แถลงถึงกรณีที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชา กดดันให้ไทยเปิดด่านชายแดนถาวรภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นในเงื่อนไข 4 ข้อที่เคยเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา และจะไม่มีการเจรจาในประเด็นอื่นจนกว่ากัมพูชาจะดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่น่าพอใจ

สำหรับเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อ ที่ฝ่ายไทยยื่นต่อกัมพูชา ประกอบด้วย
1. การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน
2. การเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน
3. การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
4. การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหาร่วมกัน

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า จุดยืนของไทยมีความชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ตั้งแต่ระดับรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันในเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อมาโดยตลอด จนถึงหน่วยงานในระดับพื้นที่ ซึ่งต้องการแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนจากฝ่ายกัมพูชา เช่น แผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการจัดการชุมชนที่รุกล้ำอธิปไตยของไทย แต่จนถึงขณะนี้ฝ่ายกัมพูชายังไม่มีการเสนอแผนปฏิบัติการใดๆ ที่เป็นรูปธรรม

"กัมพูชาก็ต้องย้อนมองตัวเองว่ามีความพร้อมแค่ไหน ก่อนที่จะออกมาพูดว่าขอเปิดด่าน เพราะขณะนี้ฝ่ายไทยยืนยันเป็นแนวทางเดียวกันหมด ตั้งแต่รัฐบาลไปจนถึงระดับพื้นที่ว่าต้องยึดในเงื่อนไข 4 ข้อ ก่อนที่จะไปคุยเรื่องอื่น" โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว

จากการที่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ส่งแผนปฏิบัติการดังกล่าว ส่งผลให้ล่าสุดกองทัพภาคที่ 2 ได้แจ้งเลื่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ซึ่งมีกำหนดจะประชุมกับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชาออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ส่วนข้อสังเกตว่าแรงกดดันของกัมพูชาอาจมีสาเหตุมาจากการสูญเสียรายได้หลังไทยใช้มาตรการปิดด่านนั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ระบุว่า แม้จะไม่มีข้อมูลโดยตรง แต่คาดการณ์ได้ว่าเกิดจากผลกระทบด้านการค้าชายแดน ซึ่งมาตรการปิดด่านของไทยถือเป็นความเหมาะสมและเป็นการกดดันตามหลักสากล

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมยังได้กล่าวถึงท่าทีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาสันติภาพ ว่าเป็นเรื่องที่ดีและสะท้อนถึงความห่วงใยของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคนี้ ซึ่งไทยมองว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการสร้างความสงบสุขตามแนวชายแดน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลถึงการปะทะที่อาจเกิดขึ้น

สมุทรปราการ-ครบรอบ 32 ปี รพ.เปาโล สมุทรปราการ 32 ปี แห่งความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ สู่มาตรฐานการดูแลที่ดีกว่าเดิม

(15 ต.ค. 68) ที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคาร 1 โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ จัดงานฉลองครบรอบ 32 ปี ภายใต้แนวคิด “32 Years of Trust” ปีแห่งความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ สู่มาตรฐานการดูแลที่ดีกว่าเดิม ซึ่งสะท้อนถึงการเดินทางตลอดกว่า 3 ทศวรรษในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการรักษาและการบริการด้านสุขภาพ 

เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายแพทย์อาจ พรวรนันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน 

โดยมี นายอนุพนธ์ เดชวรสุทธิ นายกเทศมนตรีเมืองปากน้ำ สมุทรปราการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธีครั้งนี้

โดยนายแพทย์อาจ พรวรนันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการไม่เพียงแต่เป็นสถานพยาบาลที่ให้การรักษาโรค แต่ยังเป็นสถานที่ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ด้วยมาตรฐานการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ควบคู่กับการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด 

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจแก่ผู้ใช้บริการ โดยโรงพยาบาลได้มุ่งพัฒนา “ศูนย์กระดูกและข้อ” (Orthopedic Center) ให้เป็นหนึ่งในศูนย์ความเชี่ยวชาญที่ครบวงจร ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ เทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อสะโพก ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บ ฟื้นตัวได้เร็ว และเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาล ยังเดินหน้าพัฒนาความเชี่ยวชาญเชื่อมโยงบริการสุขภาพสู่ชุมชนเพื่อรองรับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนประกันสังคม รวมถึงคลินิกเครือข่ายและ Project All Network ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาได้ง่ายยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด“ใกล้ที่ทำงาน ใกล้บ้าน ใกล้คุณ” การพัฒนาบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ทั้งคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีในการรักษา 

ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของเครือโรงพยาบาลพญาไท เปาโล มุ่งมั่นสร้างการเข้าถึงการรักษาในทุกมิติ เชื่อมโยงศักยภาพของ Healthcare Network ที่ทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน

ผู้รับบริการจึงสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมสิทธิ์ “เลือก 1 ใช้สิทธิ์ได้ 8 โรงพยาบาล” รวมถึงคลินิกเครือข่ายพญาไท เปาโล กว่า 13 แห่ง เพื่อเชื่อมโยงสุขภาพที่ดีสู่ชุมชนอย่างแท้จริงนอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์อาจ พรวรนันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และ นายแพทย์กษิดิศ ศรีจงใจ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “ก้าวสู่ปีที่ 32 จากความเชื่อมั่น สู่การพัฒนาบริการทางการแพทย์” ถ่ายทอดมุมมองด้านการปรับเปลี่ยนและพัฒนาศักยภาพการบริการ พร้อมทั้งนำเสนอทิศทางของการแพทย์ในอนาคตที่มุ่งเน้นความแม่นยำ ความสะดวก และคุณภาพการรักษาที่เหนือกว่า

ภายในงานมีเวทีเสวนา ร่วมพูดคุย กับนายแพทย์อาจ พรวรนันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพร้อมด้วย นายแพทย์กษิดิศ ศรีจงใจ สาขาศัลยกรรมกระดูก ในหัวข้อ “ก้าวสู่ปีที่ 32 จากความเชื่อมั่น สู่การพัฒนา บริการทางการแพทย์” และกิจกรรมภายในงาน Work Shop ฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างสมดุล คลายปวด Office Syndrome ด้วย PMS เยี่ยมชม “Paolo Care World” พื้นที่บริการสุขภาพและนวัตกรรมการรักษา นิทรรศการ “32 Years of Trust”ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางกว่า 3 ทศวรรษ แห่งความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในมาตรฐานการดูแลสุขภาพ

(สุรินทร์)แม่ทัพภาค​ 2 มอบเครื่องปั่นไฟฟ้า และมอบสิ่งของบำรุงขวัญทหารชายแดน ขณะที่กัน จอมพลัง ติดตามการสร้างห้องน้ำ และเคลียใจ แม่ทัพภาค​ 2

เมื่อวานนี้ (14 ต.ค. 68) เวลา 11.30 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะ เยี่ยมพบปะให้กำลังใจทหารที่ปราสาทตาเมือนธม ฐานปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชา โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ชี้ว่าทหารทุกนายมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม พร้อมกับมอบเครื่องปั่นไฟฟ้า และสิ่งของบำรุงขวัญ พร้อมทั้งแจกตะกรุดหลวงปู่เจียม​ "รุ่นทหารของพระเจ้าอยู่หัว" รวมถึงความปรารถนาดีของผู้บังคับบัญชา พี่น้องประชาชนที่ส่งเป็นกำลังใจมาให้ และกล่าวชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติห้วงที่ผ่านมาได้อย่างดีเยี่ยมด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อดทน และขอให้ทหารทุกนายได้หมั่นฝึกซักซ้อมพัฒนาตนตามแผนอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความพร้อมที่สุด และที่สำคัญต้องไม่ประมาท นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังร่วมรับประทานอาหารกับกำลังพลนายทหาร นายสิบ พลทหารที่ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งสร้างความอบอุ่นและเป็นกันเอง ตอกย้ำถึงความห่วงใยจากผู้บังคับบัญชาที่มีต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอมา 

ขณะที่ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้เดินทางมาที่วัดแห่งหนึ่งที่ อำเภอพนมดงรัก เพื่อเข้าไปมอบของให้แก่ทหาร พร้อมกับได้ขึ้นมาที่ปราสาทตาเมือนธม​ เพื่อมาดูบังเกอร์และห้องน้ำที่สร้างไว้ จึงได้พบกับ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 โดยบังเอิญ โดยทั้ง​ 2​ ได้ร่วมรับประทานอาหารด้วยกันพร้อมกับพูดคุยเคลียใจกัน พร้อมทั้งรับมอบตะกรุดหลวงปู่เจียมรุ่นทหารของพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ (กัน​ จอมพลัง) ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นนักสิทธิ์ออกมาคัดค้านการเปิดเครื่องเสียง ว่า  

ตั้งแต่วันนี้ทางเราจะหยุดจะไม่เอารถแห่ไปเปิดเพลง ส่วนตัวเองรู้สึกรำคาญ เลียนความโลกสวย เพราะไม่ใช่แต่ไทยที่ทำ ทางกัมพูชาเองก็เคยเอาเครื่องเสียงมาเปิด แต่ไม่มีนักสิทธิ์คนไหนออกมาพูดหรือเรียกร้องให้กับคนไทยบ้างเลย หรือแม้กระทั่งเด็ก 8 ขวบที่เสียชีวิตลงที่กัมพูชายิงระเบิดลงบ้านก็ไม่มีนักสิทธิ์คนไหนออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประเทศไทย แต่ถ้าประชาชนยังต้องการและเรียกร้องให้ตนกลับมานำเครื่องเสียงมาเปิดอีกตนก็จะทำตามเสียงของประชาชน ย้ำว่าถ้าประชาชนเรียกร้องนะ ส่วนวันนี้ที่ได้พบกับท่านแม่ทัพภาคที่ 2 นั้น ก็เป็นการดีถือว่าเป็นการพูดคุยกันครั้งแรกมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยกัน และรับรู้ถึงความรู้สึกของท่านแม่ทัพภาคที่ 2​ ว่ามีความจริงใจ และพร้อมจะร่วมงานเดินหน้าไปด้วยกัน

‘กัน จอมพลัง’ ไม่เข้าใจตรรกะ ‘อังคณา’เบรกเปิดซาวด์ผี บอกไทยใช้ F-16 บอมบ์เขมรตายเป็นเบือ

(15 ต.ค. 68) 'กัน จอมพลัง' โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความสงสัยหลัง อังคณา นีละไพจิตร สว. และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า การใช้ F-16 ของไทยโจมตีกัมพูชาก็ทำให้กัมพูชาได้รับความสูญเสียไม่น้อย โดย กัน จอมพลัง ชี้ชัด เป้าหมายทางทหารกับพลเรือนเทียบกันไม่ได้ พร้อมย้ำว่ากัมพูชาบึ้มใส่บ้านเรือนประชาชนก่อน แต่ไทยโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น

ด้าน อังคณา นีละไพจิตร ชี้แจงว่า คำพูดของตนคือข้อเท็จจริง และยืนยันว่าไทยถูกโจมตีก่อน จึงส่งกองกำลังตอบโต้ในพื้นที่สู้รบ เป็นปฏิบัติการทางทหาร ตนไม่ได้เข้าข้างกัมพูชา พร้อมวิจารณ์พฤติกรรมเปิดเสียงยั่วยุชายแดนของอินฟลูเอนเซอร์ไทยบางกลุ่มที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศ

นอกจากนี้ อังคณาเน้นย้ำถึงความจำเป็นของสังคมไทยในการมีสติและมองภาพรวมอย่างรอบด้าน ไม่สร้างความเกลียดชังระหว่างไทย-กัมพูชา เพราะประชาชนทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดกันและต้องกลับมาทำมาค้าขายร่วมกันในอนาคต การสร้างกระแสเกลียดชังจะเป็นความเสียหายต่อทั้งสองฝ่าย

สุดท้าย อังคณาเผยว่ากรณีการใช้เครื่องขยายเสียงดังจนเกิดความวุ่นวาย สามารถนำไปร้องต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ หากมีหลักฐานทำให้ประชาชนเดือดร้อน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศไทยตั้งสติและยึดหลักกติกาสากลเป็นแบบอย่างในการแก้ปัญหา

‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ ขอบคุณทีมงาน ‘มูลนิธิร่วมกตัญญู’ ร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ รพ.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 'ร่วมกตัญญู' ร่วมให้ 'โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ'

ผมขอขอบพระคุณ 'มูลนิธิร่วมกตัญญู' ที่ร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบอุปกรณ์ ENT Examination Unit โต๊ะตรวจหู คอ จมูก จำนวน 1 ชุด 980,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร 

ผมขอขอบพระคุณ 'พี่ป้อม' สกาวรัตน์ สมสกุลรุ่งเรือง ผู้หญิงเก่ง เลขาธิการมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่ผมคุ้นเคยจากการทำงานกู้ภัยหลายเหตุการณ์ ทั้งน้ำท่วมแม่สาย ทั้งตึกสตง.ถล่ม และได้รับการประดับ 'ปีกเกียรติยศ' ร่วมกันที่กองบัญชาการกองทัพไทย

ที่น่าภูมิใจที่สุด คือ "กำลังใจ" จากทีมงานร่วมกตัญญู และ 'ทีมดารา' นำโดย 'พี่ไทด์' เอกพัน บันลือฤทธิ์  พี่ชายที่ผมเคารพรัก ที่คอยสนับสนุนการทำงานเพื่อบ้านเมืองของผมเสมอมา และพี่ไทด์ยังแจ้งว่า พี่ไทด์และพี่ท็อป "บิณฑ์ บันลือฤทธิ์" ตั้งใจจะมาร่วมอุปถัมภ์โรงพยาบาลแห่งนี้ อย่างต่อเนื่อง

ขอบพระคุณ พี่ป้อม พี่ไทด์ พี่ท็อป และทุกท่านมากนะครับ

โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ยังขาดงบประมาณเพื่อจัดหาซื้ออุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ และงบอุดหนุน เพื่อบริการประชาชน

เราตั้งใจจะเป็นโรงพยาบาลผู้นำการเปลี่ยนแปลง 

โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร นอกจากจะรักษาผู้ป่วยได้แล้ว ยังจะสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยคนไทย และเพื่อคนไทยทุกคน

ขอบพระคุณครับ

พิษณุโลก ผบ.มทบ.39 ทำทันที ลงพื้นที่บ้านน้ำปาด หลังถูกน้ำป่าถล่มหนัก

เมื่อวันที่ (14 ต.ค. 68) เวลา 1330 พล.ต. นพดล วัชรจิตบวร ผบ.มทบ.39/ผอ.ศบภ.มทบ.39 ลงพื้นที่ เข้าพบฝ่ายปกครองท้องถิ่นอำเภอเนินมะปราง เพื่อผนึกกำลังสนันสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ช่วงเวลา 18.30 น. เมื่อวานที่ผ่านมา ในพื้นที่ ม.2 บ้านน้ำปาด ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

สืบเนื่องจากเกิดเหตุฝนตกหนักในพื้นที่เขาบ้านรักไทย จึงทำให้มวลน้ำป่ามหาศาลไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน, โรงเรียน และพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 188 หลังคาเรือน

มทบ.39 นำโดย ผบ.มทบ.39 ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถาการณ์จริง โดยนำกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายสิ่งของและทำความสะอาดบ้านเรือนของประชาชน พร้อมนำถุงยังชีพกองทัพบก พร้อมนำดื่ม จำนวน 50 ชุด มอบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ณ ศาลาการเปรียญวัดน้ำปาด จากนั้นลงพื้นที่ต่อไปยังบ้านผู้สูงอายุและป่วยติดเตียง เพื่อรับฟังปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่า “ทหารพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชน ในทุกโอกาส”
 มบท.39 #มณฑลทหารบกที่39

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39
ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

‘สถานทูตจีน’ เตือนนักท่องเที่ยวจีนระวัง ‘ทัวร์ราคาถูก’ เสี่ยงถูกหลอก!! หลังพบ ‘ไกด์เถื่อน’ บังคับซื้อของในไทย

(15 ต.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวจีน ให้ระมัดระวังการซื้อทัวร์ราคาถูกในไทย หลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นนักท่องเที่ยวถูกไกด์บังคับซื้อสินค้าในระหว่างเดินทาง ซึ่งสถานทูตจีนระบุว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก และได้ประสานตำรวจท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าตรวจสอบทันที

ผลการตรวจสอบของทางการไทยพบว่า มัคคุเทศก์ในเหตุการณ์ถือหนังสือเดินทางจีนและไม่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย โดยได้กดดันให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าพร้อมเรียกค่าคอมมิชชันจากยอดขาย ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสอบสวนบริษัททัวร์ต้นสังกัดและดำเนินคดีตามกฎหมาย

สถานทูตจีนจึงขอเตือนนักท่องเที่ยวชาวจีนไม่ให้หลงเชื่อ “ทัวร์ราคาถูก” และควรเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่มีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ มีชื่อเสียง และทำสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่า ชาวต่างชาติไม่มีสิทธิ์ทำงานเป็นมัคคุเทศก์ในประเทศไทย

ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวจีนพบปัญหาหรือข้อพิพาทระหว่างการท่องเที่ยว ควรเก็บหลักฐานไว้และติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยวไทยหมายเลข 1155 หรือสายด่วนกงสุลของสถานทูตจีนที่หมายเลข 02-245-7010 เพื่อรับการช่วยเหลือโดยตรง

ปัตตานี - 'บิ๊กยูร' แม่ทัพภาคที่ 4 ได้พบสื่อในพื้นที่ปัตตานีเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย และแผนการปฏิบัติงาน ในการขับเคลื่อนงานสันติสุขพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ปี 2569

ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน (14 ต.ค. 68) เวลา 09:30 น. ที่สโมสรนายทหารสัญญาบัตร กองพลทหารราบที่ 15 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานมอบนโยบายการปฏิบัติงาน และแถลงแผนขับเคลื่อนการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2569 โดยมีผู้บังคับบัญชาจากหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าร่วมรับมอบนโยบายอย่างพร้อมเพรียง

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าว แถลงนโยบายว่า “ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ให้ความสนใจและร่วมติดตามแนวทางการขับเคลื่อนงานของกองทัพภาคที่ 4 และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในการดำเนินงานเสริมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

การประชุมในวันนี้ เป็นการกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันของทุกหน่วย เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจในปี 2569 มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสานต่อนโยบายเพื่อสันติสุข เสริมสร้างความต่อเนื่อง และดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง ตลอดจนการพัฒนาทุกมิติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ ยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสันติสุขอย่างแท้จริง โดยมีพี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และมีการบูรณาการประสานสอดคล้อง ตลอดจนความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งต่อยอดและสานต่อโครงการ ตลอดจนแนวนโยบายต่าง ๆ ที่ดำเนินอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างประโยชน์และความสุขให้กับพี่น้องประชาชน โดยสิ่งแรกที่จะเป็นสารตั้งต้น และเป็นพลังสำคัญที่จะทำให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน นั่นคือ ความสามัคคีของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะทหาร และตำรวจ ที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ มีความปรารถนาสูงสุด คือ การสร้าง ‘สันติสุขอย่างยั่งยืน’ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญให้การพัฒนาในทุกมิติของจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง” 

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “นอกจากนี้จะดำเนินการในเรื่อง การรักษาความปลอดภัยให้กับนักเรียน ครู พระภิกษุ และกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชนและภาคประชาสังคม เพื่อให้ทุกการปฏิบัติดำเนินไปภายใต้กรอบของกฎหมายเดียวกันอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม พร้อมทั้งได้เน้นย้ำ ให้เพิ่มความเข้มงวดด้านการข่าว เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการก่อเหตุรุนแรงในทุกมิติ รวมทั้งปรับปรุงแผนการรักษาความปลอดภัยของฐานปฏิบัติการ ให้มั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินงานด้านการเมือง ควบคู่ไปกับภารกิจทางทหาร โดยเฉพาะ การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชน การคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของพี่น้องในพื้นที่ และการประสานความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคศาสนา ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดพลังร่วมในการขับเคลื่อนสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน 

“บิ๊กยุร” ในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ท่านใหม่ ซึ่งตนเองก็ได้ติดตามข่าวสารในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ซึ่งตนก็ได้เน้นย้ำว่า “สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ เราจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มกำลัง ทำให้ประชาชนนั้นรู้สึกปลอดภัย ยังคงให้ความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขในทุกพื้นที่ จึงเน้นให้ทุกหน่วยรักษามาตรฐานความพร้อมสูงสุด ทั้งในด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และการประสานงาน เพื่อให้สามารถตอบสนอง ต่อสถานการณ์ ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ 

ขณะเดียวกันทาง แม่ทัพพภาคที่4 ก็ยังได้กล่าวขอบคุณ ทุกหน่วยงาน รวมถึงกำลังพล และประชาชนในพื้นที่ ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่า “ความร่วมมือของทุกภาคส่วน คือพลังสำคัญที่จะนำพาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัยอย่างยั่งยืน

‘หมอชเนษฎ์’ ชี้ มนุษยชาติอาจต้องทบทวนบทเรียนอีกครั้ง หลังผลข้างเคียงวัคซีน mRNA ทยอยโผล่ไม่หยุด

เมื่อวันที่ (14 ต.ค.68) นพ.ชเนษฎ์ ศรีสุโข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว 'ชเนษฎ์ ศรีสุโข' แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลข้างเคียงวัคซีนชนิด mRNA ว่า สมัยโควิด ผมยก อาจารย์ ยง เป็นปราชญ์ เหนือ กาลเวลา

เวลาผ่านไปปรากฏชัดแล้ว ทุกวันนี้วัคซีน mRNA ผลข้างเคียงเยอะ ไม่ปลอดภัยเท่าหลักการวัคซีนเชื้อตายในอดีต ข้อมูลทยอยออกมาเป็นระยะ ถึงผลข้างเคียงมากมาย

วันนี้ขอมองลักษณะเพิ่มว่า กระแสรณรงค์วัคซีน mRNA ในสมัยก่อนนั้น หากทบทวนแล้ว มีความคล้ายกับ กระบวนการ lobotomy (จิ้มสมอง) ในสมัยก่อนที่ได้รับความนิยม คือกระบวนรักษาคนไข้จิตเวช ด้วยการเอาเหล็กแหลมทิ่มผ่านจมูกหรือดวงตาไปยังสมองส่วนหน้า เพราะเชื่อว่าจะรักษาคนไข้จิตเภทได้ คนคิดได้โนเบล ปี ค.ศ. 1949 ทำแพร่หลายในอเมริกาและตะวันตกอยู่ 20 ปี

หรือเหมือนกับการแพทย์โบราณ blood letting ที่เจาะระบายเลือดจากหัว เชื่อว่ารักษาโรคได้ ตอนหลังพบว่ากระบวนการพวกนี้ ไม่ได้ช่วยอะไรแถมทำร้ายมนุษย์ หลายเรื่อง มนุษยชาติเรามารู้ทีหลัง ด้วยการทบทวนบทเรียน ที่แน่ ๆ บริษัทผู้ผลิตร่ำรวยไปแล้ว จากความกลัวตายของคนทั่วโลกในสมัยๆหนึ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top