Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

‘กองทัพไทย’ เริ่ม!! โครงการ ‘รั้วอิเล็กทรอนิกส์’ ติดตั้งกล้องวงจรปิดต้นแรก แนวชายแดนสระแก้ว

(21 ก.ย. 68) กองทัพไทย ได้เริ่มโครงการติดตั้ง "รั้วอิเล็กทรอนิกส์" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568 ได้มีการติดตั้งเสากล้องวงจรปิด (CCTV) ต้นแรกบริเวณหลักเขตชายแดนที่ 50 ด้านหลังด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา

การติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ได้แก่ กล้องแบบ PTZ (Pan-Tilt-Zoom) 1 ตัว และกล้องแบบ Fix อีก 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างและระบบโซลาร์เซลล์เพื่อรองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีการติดตั้งการ์ดบันทึกข้อมูลขนาด 512GB ซึ่งสามารถบันทึกภาพได้นานถึง 30 วัน

ในระหว่างการติดตั้ง กองร้อยทหารพรานที่ 12 ได้เข้าดำเนินการตัดต้นไม้ที่ขึ้นรกทึบในพื้นที่ตรงข้ามกำแพง เพื่อให้กล้องสามารถมองเห็นพื้นที่ได้อย่างชัดเจน และประสานงานกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12 (นพค.12) ซึ่งมีแผนจะเข้าปรับปรุงพื้นที่ในลำดับต่อไป

การติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว

คนขับ U DRINK I DRIVE ถูกซ้อม!! ขู่!! ทำร้ายลูกเมีย เหตุ!! ไม่ถูกใจลูกค้า นักกิจกรรมผู้ไร้เมตตา ซ้อม!! เลือดอาบ

เมื่อวานนี้ (20 ก.ย. 68) ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา ผู้เริ่มก่อตั้ง U DRINK I DRIVE โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า “ที่พี่อภิหายไปครึ่งเดือนเพราะเรื่องนี้…เพราะพนักงานทุกคนคือครอบครัว”

ในคลิประบุว่า คนขับรถ U DRINK I DRIVE โดนทำร้ายร่างกาย คนขับรถโทรศัพท์เข้ามาบอกว่านายผมโดนทำร้ายร่างกาย ตนถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าไปรับลูกค้าคนนี้จากคอนโด จะไปส่งสนามซ้อมยิงปืนที่สัตหีบ ลูกค้าหลับตลอดทาง อยู่ดีๆลูกค้าตื่นมาถามว่า “อยู่ไหนแล้ว?” คนรถก็บอกว่า “กำลังจะถึงบางละมุงแล้วครับ กำลังจะเข้าสัตหีบ” แล้วลูกค้าก็ต่อยหน้าคนขับเลย พอคนขับหันไปห้ามเห็นปืน เลยเลือกที่จะชะลอรถ และลงจากรถ โดยวิ่งลงจากทางด่วนมอเตอร์เวย์ ก่อนที่จะไปหลบในโรงแรมกำลังจะโทรกลับมาที่ศูนย์ เพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่ว่าลูกค้าวิ่งตามมา และกระทืบเข้าที่หน้าคนขับรถอีก 2 ครั้ง ทำให้จมูกร้าว คนขับรถร้องไห้ บอกว่า “ผมขอโทษผมสร้างความเสื่อมเสียให้กับบริษัท ขอโทษที่ทำให้เสื้อบริษัทเปื้อนเลือด” ไม่โทษลูกค้าแม้แต่นิดเดียว

ซึ่งลูกค้ารายนี้ทางคลิปได้แนบภาพ ระบุว่า เป็นนักกิจกรรมทางการเมือง ที่เพิ่งถูกจับกุมตัวไปเมื่อเร็วๆนี้

พอตอนที่ตำรวจกลับไปที่เกิดเหตุ ลูกค้าคนนี้ขโมยกระเป๋าตังคนขับรถแล้วเอาใบขับขี่ของคนขับไป พอโทรไปถามว่า “เอาใบขับขี่ของคนรถไปทำไม?” ลูกค้าตอบกลับมาว่า “จะได้รู้ไงว่าลูกกับเมียอยู่ที่ไหน จะได้ไปขู่ทำร้ายถึงบ้าน”

เรื่องนี้จะไม่ยอมให้เงียบ ถึงแม้เขาจะจ่ายเงินเยียวยามา ก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้จะยอมความ และไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้จะจบ

ทั้งนี้การที่เราเป็นพนักงานให้บริการ ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเป็นกระสอบทรายระบายอารมณ์ของใคร ส่วนพี่คนขับต้องการอะไรเป็นพิเศษนั้น คนขับบอกว่า “ไม่ใช่เงิน แต่เป็นเรื่องมนุษยธรรม”

ผบช.ภ.2 เช็กยุทโธปกรณ์ ซักซ้อมตำรวจกองร้อย คฝ. 1,400 นาย ขวัญดี! พร้อมรับทุกภารกิจรักษาความสงบ

(21 ก.ย. 68) “ผบช.ภ.2” ตรวจความพร้อมกองร้อย คฝ. เช็กยุทโธปกรณ์ พร้อมรับทุกภารกิจรักษาความสงบในพื้นที่ภาคตะวันออก กำชับซักซ้อมยุทธวิธี ยึดหลักกฎหมาย เน้นความปลอดภัยกำลังพล ตำรวจ 1,400 นาย ขวัญดี “ผบ.ตร.” ส่งความห่วงใย     ย้ำยึดมั่นปฏิบัติอย่างตำรวจมืออาชีพ เผยถกสถานการณ์ชายแดนไม่น่าห่วง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2  (ผบช.ภ.2) เดินทางไปที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว จว.สระแก้ว ตรวจสอบความพร้อมซ้อมการปฏิบัติของตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน จากตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวม 1,400 นาย และกำลังจากกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระแก้ว  80 นาย และตรวจเช็กความพร้อมของยุทโธปกรณ์ในการควบคุมฝูงชน โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง และ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ร่วมด้วย

“การตรวจความพร้อมของตำรวจควบคุมฝูงชน หรือ คฝ. ในวันนี้ เพื่อสร้างความพร้อมปฏิบัติในภารกิจรักษาความสงบในเขตรับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งครอบคลุม 8 จังหวัดภาคตะวันออก รวมทั้งเมื่อมีสถานการณ์จำเป็นที่หน่วยความมั่นคง เช่น กำลังป้องกันชายแดน อาทิ กองกำลังบูรพา กองกำลังจันทบุรีตราด มีการร้องขอ ซึ่งวันนี้ได้เน้นย้ำการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชนต้องปฏิบัติตามยุทธวิธี และให้ผู้ควบคุมกำลังตรวจสอบความพร้อมของยุทโธปกรณ์ และซักซ้อมการปฏิบัติอยู่เสมอเพื่อป้องกันความผิดพลาด รวมถึงป้องกันการสูญเสียของกำลังพล  และจากการพูดคุยกับกำลังพลพบว่ามีความพร้อมและมีขวัญกำลังใจที่ดี” ผบช.ภ.2 กล่าว 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวย้ำว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ฝากความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายบังคับบัญชาทุกนาย ขอให้ยึดมั่นในการปฏิบัติทุกภารกิจอย่างตำรวจมืออาชีพ และรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต โดยผู้บังคับบัญชาพร้อมให้การดูแลสนับสนุนการปฏิบัติ

ผบช.ภ.2 กล่าวอีกว่า วันนี้ได้ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนประเทศกัมพูชา ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และ ผบ.กองกำลังบูรพา พบว่าขณะนี้ อยู่ในสถานการณ์ ที่ไม่น่าเป็นห่วง กองกำลังที่รับผิดชอบในพื้นที่ยังคงพร้อมปฏิบัติ ในส่วนของตำรวจตนได้เน้นย้ำการปฏิบัติ ตามกฎหมาย ทั้งกฎหมายที่มีโทษอาญาตามปกติและการปฏิบัติตามกฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก เมื่อหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ร้องขอโดยเคร่งครัด

‘เจือ ราชสีห์’ ร้านมหาสมุทรซีฟู้ดส์ ปั้นปลากะพง 3 น้ำ ขึ้นห้างดัง!! สร้างรายได้ยั่งยืน ให้เกษตรกรบ้านเรา

เมื่อวันที่ (11 ก.ย. 68) กรมประมง นำโดยนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ร่วมกิจกรรมเข้าเยี่ยมชมหน้าร้าน ‘มหาสมุทรซีฟู้ดส์’ ซึ่งอยู่ในท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 กรุงเทพฯ เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘ปลากะพง 3 น้ำ GI จากทะเลสาบสงขลา’

นายบัญชา ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมร้าน“มหาสมุทรซีฟู้ดส์ที่ร่วมสนับสนุนการผลักดันผลิตภัณฑ์คุณภาพของไทย โดยเฉพาะปลากะพง 3 น้ำ ซึ่งเป็นสินค้า GI กลุ่มแรกและกลุ่มเดียวของประเทศ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น การเติบโตในระบบนิเวศน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ส่งผลให้ปลามีคุณภาพ เนื้อแน่น นุ่ม อร่อย ไม่มีกลิ่นโคลน และปลอดภัยต่อผู้บริโภค

เราได้เริ่วางจำหน่ายที่สยามพารากอน ศูนย์การค้า เดอะมอลล์เป็นครั้งแรกและในวันนี้ได้ขยาย การจัดจำหน่ายที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญในการขยายตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น

ทั้งนี้ ‘มหาสมุทรซีฟู้ดส์’ เป็น ผู้ริเริ่มรวบรวมเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง 3 น้ำจากทะเลสาบสงขลา เพื่อนำมาจำหน่ายในศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าแรก เพื่อตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคเมืองใหญ่ และยกระดับคุณค่าของสินค้าไทยคุณภาพสู่ตลาดพรีเมียม

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมประมงได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ที่เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากเกษตรกรไทย โดยเฉพาะปลากะพง 3 น้ำ GI ได้มีพื้นที่วางจำหน่าย อันจะช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

อธิบดีกรมประมงยังได้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาลิ้มลองความอร่อยของปลากะพง 3 น้ำ ที่การันตีด้วยตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว และเครื่องหมาย GI พร้อมแสดงความหวังว่ากิจกรรมครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับสินค้าประมงคุณภาพของไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน

พร้อมเสริ์ฟที่ร้านมหาสมุทรฟู้ดทุกสาขาส่งตรงจากทะเลสาบสงขลา สดๆใหม่ๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้ทุกคนลิ้มลองแล้วที่ 

📍  Gourmet Market Siam Paragon ชั้น G(โซนซีฟู้ด) ตั้งเเต่เวลา 10.00-23.00น

📍 Gourmet Market สาขา The Emquartier, ชั้น G (โซนซีฟู้ด) ตั้งแต่เวลา 10.00-23.00น.

📍 Tops สาขาเซ็นทรัล บางนาที่ Tops ชั้น B1 โซนซีฟู้ด ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00น.

📍📍Tops สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ที่ Tops ชั้น G โซนซีฟู้ด ตั้งเเต่เวลา 9.00-22.00 น.

📍Tops สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ที่ Tops ชั้น B1 โซนซีฟู้ด ตั้งเเต่เวลา 10.00-22.00 น.

‘อดีตรองผอ.ข่าวกรองฯ’ ฟาด!! ‘อันวาร์’ เตือน!! กลับไปทบทวนให้ดี ใครเริ่มสงคราม ใครฆ่าคนไทย!! ลั่น!! ไม่ยอมถูกกดดัน เรื่องอธิปไตย

(20 ก.ย. 68) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Nantiwat Samart’ ระบุว่า...

ใครก่อสงคราม!!

ก่อนที่อันวาร์จะชวนไทยสร้างสันติภาพ

อันวาร์ต้องกลับไปทบทวนเสียใหม่

ชาติใดเป็นผู้ก่อสงคราม ใครใช้อาวุธหนัก

ใครเข่นฆ่าคนไทยตลอดแนวชายแดน

คนไทยผู้บริสุทธิ์ 15 คนเสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว

ไหนจะทรัพย์สินบ้านเรือนคนไทยที่เสียหาย

แทนที่อันวาร์จะชวนไทยสร้างสันติภาพ

ต้องบอกเขมรหยุดยั่วยุ หยุดสงคราม

ยอมตามเงื่อนไขไทย ไม่ใช่สร้างแต่ปัญหา

ไทยจะไม่เจรจาปัญหาอธิปไตยกับเขมร

เขมรอยากยกปัญหาทวิภาคีเป็นพหุภาคี

หาพวกมาช่วยกดดันไทย

คิดว่าไทยจะยอมหรือ

เป็นไงเป็นกัน!!
 

สมุทรปราการ-เทศบาลตำบลแพรกษา สนองพระราชดำริ จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนเพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก กรมสมเด็จพระเทพฯ

(20 ก.ย.68) ที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เทศบาลตำบลแพรกษา โดย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 2 สมัยที่ 25 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ในฐานะเจ้าภาพการจัดงานการแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียน เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาลตามพระราชดำริ

นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ คณะสมาชิกสภาเทศบาล คณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ พ.อ.หญิง ดร.นันทพร วีรวัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานในพิธี 

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายอภิสิทธิ์ พึ่งพร ผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ฯ นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอัครวัฒน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.กัญชล อินทราราม รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 

นายสุพัฒน์ เมืองมัจฉา ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา นายรัชชสิทธิ์ มนตรี รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร นางสาวศุภรินทร์ พรมรินทร์ รองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนตามพระราชดำริและโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนผู้บริหารทั้ง 7 หน่วยงานที่จัดการศึกษาในโครงการตามพระราชดำริ 

ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพในการจัดงานซึ่งได้กำหนดกิจกรรมการประกวดแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนเพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาลตามพระราชดำริ ประจำปี 2568

โดยได้เลือกใช้สถานที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสนามจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ถือว่าจังหวัดสมุทรปราการและเทศบาลตำบลแพรกษาได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รู้จักจังหวัดสมุทรปราการมากขึ้น 

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลแพรกษามีความพร้อมและจัดเตรียมสถานที่ในการจัดการแข่งขัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้มีการแสดงความสามารถทักษะในด้านต่างๆ ของนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา และโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา

‘ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา’ รับตำแหน่ง!! ‘รองศาสตราจารย์’ พร้อมเดินหน้าพัฒนา สร้างสรรค์องค์ความรู้ เพื่อสังคมต่อไป

(20 ก.ย. 68) ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง ‘รองศาสตราจารย์’

นับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม

ขอให้ก้าวใหม่ในเส้นทางวิชาการนี้ เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ความก้าวหน้า และการสร้างสรรค์องค์ความรู้เพื่อสังคมต่อไป

เชียงใหม่-ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. แนะแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ภ.5 

เมื่อวันที่ (17 ก.ย.68) พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางมาราชการในพื้นที่ ภ.5 ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญแนะนำแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 5 และอำลาเนื่องในโอกาสเกษียณราชการ 

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.บุญบวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน , พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พล.ต.ต.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผบก.อก.ภ.5 และ รอง ผบก.อก.ภ.5 , รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ชั้น 2 อาคารตำรวจภูธรภาค 5 จว.เชียงใหม่ และ ผกก.หน.สภ.ในสังกัด ภ.5 เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล (Zoom Meeting)

จากนั้น พล.ต.ท.กฤตธาพลฯ และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.5 ได้ร่วมมอบของที่ระลึกแด่ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพัน ความเคารพ และความระลึกถึง

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กำชับแนวทางดูแลนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (18 ก.ย.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์ คำไสย สารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 พร้อมข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ขึ้นแท่นตรวจรับฟังการรายงานแถวกำลังพล พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทและนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ  พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ จากนั้นได้ประชุมรับฟังการรายงานผลการปฏิบัติจากหัวหน้าหน่วย โดยกำชับการปฏิบัติให้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ Thailand Tourist Police Application และสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ 

ต่อมาในเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้ตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยว เคเบิ้ลคาร์ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เขาคอหงส์ พบปะนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตรวจสภาพความปลอดภัยของกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ
ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ 

นอกจากนี้ วานนี้ เวลา 18.10 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยและความปลอดภัยท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดบริการนักท่องเที่ยวท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมด้วยสารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจประจำท่าอากาศยาน 

โอกาสนี้ ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนหน่วยให้สามารถสนองนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการตรวจตราร่วมกับเจ้าหน้าที่ EOD, สห. และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการบริเวณภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 

นราธิวาส-ผู้ว่าฯ นราธิวาส มอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ จากคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี 

เมื่อวานนี้ ( 18 ก.ย.68)  ที่ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก  อำเภอสุไหงโก-ลก  จังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  พร้อมด้วย นายอำเภอสุไหงปาดี, กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส, และบุคลากรโรงพยาบาลสุไหงโก- ลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4811 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ขณะลาดตระเวน รปภ. เส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เหตุเกิดบริเวณถนนสาย 4056 บ้านบือราแง หมู่ที่ 3 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย  ประกอบด้วย

1. จ.ส.อ.ปิยะ อินทะโกษี อายุ 42 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก มีแผลฉีกขาดตามร่างกายและบริเวณหลังศรีษะ รู้สึกตัวดี 
2. ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
3. อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียนดี อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา ขาซ้ายบวมผิดรูป รู้สึกตัวดี
4. อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ อายุ 44 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
5. อส.ทพ.ธีรพงษ์ หรมพัด อายุ 34 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี

โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมสอบถามอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 รายๆละ 3,000 บาท และกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 รายๆ ละ 2,000 บาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top