Thursday, 8 October 2026
NEWS FEED

‘บิ๊กตู่’ ห่วงสุขภาพประชาชน อากาศร้อนหวั่นเป็นฮีทสโตรก แนะ ให้ดูแลสุขภาพ-ไม่ประมาท-หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

(28 มี.ค.66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีความห่วงใยสุขภาพประชาชน เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้หลายพื้นที่มีอากาศร้อนมากกว่าปีที่ผ่านมา อุณหภูมิอาจจะสูงถึง 40-43 องศาเซลเซียส สภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงกลางวัน อาจทำให้ประชาชนเจ็บป่วยจากโรคลมแดด หรือโรคฮีทสโตรก (Heat stroke) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัว หรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกายได้ ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิน 40 องศาเซลเซียส ทำให้ตัวร้อน หน้ามืด เพ้อ กระสับกระส่าย หายใจเร็ว มึนงง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชักเกร็ง ช็อก จนถึงขั้นหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยรัฐบาลห่วงใยประชาชนที่ทำงานกลางแจ้ง แดดแรงจัด อาจช็อกฮีทสโตรก ขอให้ดูแลสุขภาพตนเอง และไม่ประมาทจากการทำงานกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแดดร้อนจัด

นายอนุชา กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด อาจทำให้ประชาชนป่วยเป็นโรคลมแดด หรือ โรคฮีทสโตรก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ทำกิจกรรมกลางแดด เช่น เล่นกีฬา ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น ตำรวจจราจร พนักงานรักษาความปลอดภัย คนสวน กรรมกรก่อสร้าง เกษตรกร ประมง พนักงานงานส่งของ ไรเดอร์ และพนักงานที่ต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน และการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดผื่น ตะคริวจากความร้อน และหากมีโรคประจำตัว พักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้เพลีย อาจทำให้เกิดการวูบและพลัดตกจากที่สูงได้ 

นายอนุชา กล่าวว่า ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงเจ็บป่วยจากโรคลมแดด โดยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม ซึ่งในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้รวดเร็ว และออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้

เกิดเหตุระทึกกลางดึก เร่งอพยพคนงาน-ชาวบ้านนับร้อย เหตุ ‘สารแอมโมเนียรั่วไหล’ หลายคนอาเจียน-หมดสติ

สารแอมโมเนียโรงงานผลิตอาหารแช่แข็งส่งออกต่างประเทศหาดใหญ่ ‘รั่ว’ อพยพคนงานนับร้อยคนออกจากหอพักในโรงงาน ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ โรงงาน และต้องนำส่งโรงพยาบาลหลายสิบคนเนื่องจากอาการหนัก อาเจียนเวียนศีรษะ และบางรายถึงขั้นหมดสติ

เมื่อวานนี้ (27 มี.ค.66) เกิดเหตุสารแอมโมเนียรั่วภายในโรงงานผลิตอาหารแช่แข็งส่งออกต่างประเทศแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รั่วมาจากไลน์การผลิตและฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งภายในโรงงานและบริเวณโดยรอบโรงงงาน ซึ่งมีบ้านของชาวบ้านอาศัยอยู่ แต่ขณะเกิดเหตุในส่วนของไลน์การผลิตไม่มีคนงานทำงาน มีเพียงเฉพาะทีมช่างเข้าเวรอยู่

จึงได้มีการอพยพคนงานที่พักอาศัยอยู่ภายในโรงงานนับร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาออกมาอยู่ยังศูนย์แพทย์ 3 ตำบล ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนกาญจนวนิชและพ้นจากรัศมีการรั่วไหลของสารแอมโมเนีย พร้อมมีชาวบ้านบางส่วนที่อาศัยอยู่ใกล้กับโรงงานก็ต้องอพยพออกมาด้วย

จีนจัดพิธีบูชาพระมหากษัตริย์ ไทยบั่นทอนพระมหากษัตริย์

(28 มี.ค. 66) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก 'เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค' ระบุว่า...

“ประเทศที่ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ และมีประธานาธิบดีเป็นประมุข จัดพิธีบูชาและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของจักรพรรดิหวงตี้บรรพกษัตริย์ บรรพบุรุษของชาวจีนทั้งปวง พระมหากษัตริย์ผู้ซึ่งส่งเสริมการพัฒนาอารยธรรมจีนมาจนถึงทุกวันนี้”

เชงเม้งปีนี้ ตรงกับวันที่ 5 เมษายน ซึ่งทางจีนแผ่นดินใหญ่จะมีพิธีกราบไหว้บูชา ‘จักรพรรดิหวงตี้’ หรือที่เรียกในอีกชื่อว่า ‘จักรพรรดิเหลือง’ (Huangdi, the Yellow Emperor) กษัตริย์ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นบรรพกษัตริย์ บรรพบุรุษของชาวจีนทั้งปวง

พิธีจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี จัดที่สุสานจักรพรรดิหวงตี้ อำเภอหวงหลิง มณฑลส่านซี ตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ถ่ายทอดสดไปทั่วโลกและมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก

ย้อนกลับไปราว 4,600 ปี หลังจากชนะศึกใหญ่ พระเจ้าหวงตี้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ ความก้าวหน้าต่างๆ อาทิ การเพาะปลูกพืช การเลี้ยงไหม อักษรจีน และยา ล้วนเกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ ส่งเสริมการพัฒนาอารยธรรมจีนมาจนถึงทุกวันนี้

พิธีบูชาจักรพรรดิหวงตี้ประจำเทศกาลเชงเม้ง ปี 2023 จะยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพื่อให้ชาวจีนทั่วโลกจะได้มีโอกาสร่วมกันรำลึกถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ 

โฆษก ตร. เตือน ปชช. ตั้งแต่ 1 เม.ย.66 ผู้ขับขี่ที่มีใบสั่งค้างชำระ ต้องชำระค่าปรับ หากเพิกเฉย ต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ได้ใบแทนภาษีชั่วคราวใช้ได้ 30 วัน หากเพิกเฉยพ้นกำหนดอีก มีโทษเพิ่ม ขับรถไม่แสดงแผ่นป้ายเสียภาษี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และตัด 1 คะแนน

(28 มี.ค.66) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า  “ตามที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้ลงนามร่วมกรมการขนส่งทางบก เชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เพื่อลดการกระทำผิดกฎหมาย ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีความห่วงใยต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งมีการแถลงข่าว และประชาสัมพันธ์ไปแล้วนั้น

ที่ผ่านมา ทั้ง 2 หน่วยงาน ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่ 

มาตรการที่ 1 การตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปตั้งแต่ 9 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา 

มาตรการที่ 2 คือมาตรการชะลอการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.2566  สำหรับรถที่มีใบสั่งค้างชำระ ตาม 141/1 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522  ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานมีการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ข้อมูลใบอนุญาตขับขี่ ข้อมูลยานพาหนะ และข้อมูลใบสั่งค้างชำระ เพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลได้แบบ Real Time

สำหรับมาตรการชะลอเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี จะใช้กับรถยนต์ที่มีใบสั่งจราจรที่ค้างชำระ ซึ่งเพิกเฉยไม่ชำระค่าปรับตามที่กำหนด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะส่งข้อมูลโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังนายทะเบียนกรมการขนส่งทางบก เมื่อประชาชนไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี นายทะเบียนจะรับต่อภาษีประจำปี แต่ยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายภาษี) โดยจะได้หลักฐานชั่วคราวแทนป้ายภาษี ซึ่งมีอายุ 30 วัน เพื่อให้ผู้นั้นไปชำระค่าปรับที่ค้างชำระให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน แล้วจึงสามารถมารับป้ายภาษีได้ แต่หากประชาชนต้องการจะชำระค่าปรับในขณะต่อภาษี กฎหมายกำหนดให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้นายทะเบียนสามารถรับชำระค่าปรับตามใบสั่งพร้อมกับชำระภาษี และรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีได้เลยทันที” 
   
โฆษก ตร. กล่าวว่า “ขอย้ำเตือนผู้ขับขี่ที่มีใบสั่งค้างชำระ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป เมื่อไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี นายทะเบียนรถยนต์จะไม่ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี หรือ ป้ายภาษี ให้ ผู้ขับขี่ที่ค้างชำระค่าปรับจะได้ใบแทนเสียภาษีชั่วคราว แทนใบจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับให้ครบถ้วน ภายใน 30 วัน หลังรับใบแทน

ผช.ผบ.ทร.เป็นผู้แทน ผบ.ทร. ร่วมงานเลี้ยงรับรอง เนื่องในวันประกาศอิสรภาพสาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.66 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในงานวันชาติและงานเฉลิมฉลองครบรอบ 52 ปี วันประกาศอิสรภาพของสาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ ตามคำเชิญของ นาย Mohammed Abdul Hye เอกอัคราชฑูตบังคลาเทศ ประจำประเทศไทย ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ถ.พระราม 1 กรุงเทพมหานคร

ผช.ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมสหกรณ์กองทัพเรือ พื้นที่ กทม. 3 แห่ง มุ่งหวังสนับสนุนการออมพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก ได้อย่างยั่งยืน

(27 มี.ค.66) พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือและประธานกรรมการส่งเสริมสหกรณ์ทหารเรือ พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมสหกรณ์ภายในกองทัพเรือ พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์กรมอู่ทหารเรือ สหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม และสหกรณ์เคหะสถานราชนาวี

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นอกเหนือจากการติดตามผลการดำเนินการของสหกรณ์ทั้ง 3 แห่ง ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ในการส่งเสริมให้สหกรณ์บริหารจัดการและบริหารการเงิน เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลตามข้อมูลที่ได้รับทราบการรายงานแล้ว

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกกำลัง มช. สร้างความร่วมมือ “พัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกกำลัง มช. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“การศึกษาพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ เสริมการทำงานตำรวจท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว”

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ พลตำรวจโท สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ รองคณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ พลตำรวจตรี อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การศึกษาพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว” ร่วมกัน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 เวลา  13.30 น. ณ ห้องประชุมพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการวิจัย เน้นการพัฒนาต้นแบบกล้องวงจรปิด AI ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เพื่อช่วยการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว ให้มีความรวดเร็วเห็นผลและได้คุณภาพมากยิ่งขึ้นโดยได้กำหนดขอบเขตของความร่วมมือด้านการวิจัย  ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล  จำนวนนักท่องเที่ยว รวมทั้งการตรวจจับการจำกัดเขตหวงห้ามในจุดเสี่ยงและเวลาที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า “ความร่วมมือกับกองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกันในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว และยังนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืนดังค่านิยมด้าน Community Engagement  การเชิดชูรับใช้สังคม โดยมุ่งเน้นท้องถิ่นและมีความรับผิดชอบต่อสังคม”

ด้านพลตำรวจโท สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในครั้งนี้ว่า “สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นว่าความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวที่มีกำลังพลอยู่อย่างจำกัด กอปรกับนโยบายของรัฐบาลที่มีแนวคิดพัฒนาในการพัฒนางานด้านนิติวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และที่ผ่านมาผมได้ตระหนักมาตลอดว่างานด้านนิติวิทยาศาสตร์ของเรา มีทั้งองค์ความรู้ทางวิชาการ และประสบการณ์ในการทำงานที่จะนำมาแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าและวิจัย และมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่ปฎิบัติหน้าที่จริงและสถาบันการศึกษา เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความสามารถ และต่อยอดงานด้านวิชาการเกี่ยวกับงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ไปในอีกมิติหนึ่ง การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินงานนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวที่มีกำลังพลอยู่อย่างจำกัด

เทศบาลนครเชียงใหม่ ชวนเที่ยวเทศกาล “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566” 

เทศบาลนครเชียงใหม่ ชวนเที่ยวเทศกาลงานประเพณีสงกรานต์เชียงใหม่ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566” ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2566

อีกหนึ่งเทศกาลที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ รอคอยกับ “เทศกาลงานประเพณีสงกรานต์เชียงใหม่” ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของเดือนเมษายน โดยปีนี้ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้มีการจัดเตรียมกิจกรรม “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566” เพื่อร่วมส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรม และฟื้นฟูประเพณีล้านนาดั้งเดิม ผ่าน 14 กิจกรรม ทั่วเขตเทศบาลฯ ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2566

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เชิญชวนพี่น้องในจังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดใกล้เคียง, นักท่องเที่ยวจากทั่วเมืองไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เตรียมตัววางแผนการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร และเส้นทางต่างๆ ที่จะนำทุกท่านร่วมสืบสานประเพณีล้านนากว่า 727 ปี และทำบุญไปพร้อมๆ กัน ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จะอิ่มใจไปกับพี่น้องชาวเชียงใหม่ 

อย. ยัน ‘น้ำตาเทียม’ มีเชื้อแบคทีเรียไม่มีขายในไทย หลังพบใน ตปท. ทำคนตาย-ตาบอดแล้วหลายราย 

อย. ยัน ‘น้ำตาเทียม’ พบเชื้อแบคทีเรีย 2 ยี่ห้อ ที่ผลิตในอินเดีย ไม่มีนำเข้าและจำหน่ายในไทย หลังพบทำคนตาย 3 ราย สูญเสียการมองเห็น 8 ราย ต้องผ่าลูกตา 4 ราย

(27 มี.ค.66) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกประกาศชี้แจง กรณีศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) พบเชื้อแบคทีเรียในน้ำตาเทียม 2 ยี่ห้อ ได้แก่ EzriCare และ Delsam Pharma ซึ่งผลิตในอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย สูญเสียการมองเห็น 8 ราย และต้องผ่าลูกตาออก 4 ราย ว่า จากการตรวจสอบไม่พบการขึ้นทะเบียนของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และไม่พบข้อมูลการจำหน่ายบนอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

"เชียงราย" อากาศแย่ในรอบ10ปี ชาวแม่สายจะไม่ทนเรียงร้องแก้ไขปัญหาระยะยาว

27 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีเครือข่ายภาคเอกชนและประชาชนอำเภอแม่สายโดยมีนาย เศวตยนต์ ศรีสมุทร รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงรายนาย รชต ไชยวรรณ และนาย ตระสัก ศรีธิพรรณ์และประชาชนอำเภอแม่สายได้ยืนหนังสื่อข้อเรียงร้องให้แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนต่อนาย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top