Sunday, 23 August 2026
LITE

22 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระองค์ทรงเป็นพระอัครมเหสี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมเหสีพระองค์แรกตามแบบยุโรปและระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย หลังจากพระราชสวามีสละราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. 2477 พระองค์ประทับอยู่ประเทศอังกฤษจวบจนพระราชสวามีเสด็จสวรรคต และเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2492 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลในขณะนั้น

ในอดีตกล่าวกันว่าพระองค์เป็นสตรีชาวไทยที่ทรงพระสิริโฉมสามารถเลือกฉลองพระองค์ยุโรปมาสวมใส่ได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังมีพระจริยวัตรนุ่มนวล พระพักตร์แจ่มใส แย้มพระสรวลอยู่เนืองนิตย์ ทั้ง ๆ ที่พระองค์ประสบกับโลกธรรมและความสูญเสียอันใหญ่ยิ่งมาแล้ว

พระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในฐานะพระบรมราชินีในการเสด็จพระราชดำเนินไปยังหัวเมือง รวมทั้งต่างประเทศเพื่อเป็นการเชื่อมพระราชไมตรีระหว่างประเทศ ภายหลังการนิวัติประเทศไทยหลังการสวรรคตของพระราชสวามีแล้ว พระองค์ได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชหลายครั้ง 

เมื่อเสด็จย้ายไปประทับ ณ จังหวัดจันทบุรี ทรงดำเนินกิจการในด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ และทรงพัฒนาการทอเสื่อ เพื่อเป็นโครงการตัวอย่างและนำความรู้นั้นออกเผยแพร่แก่ประชาชน นอกจากนี้ พระองค์ยังมีส่วนในการพัฒนาการสาธารณสุขและการศึกษาของชาวจันทบุรี โดยรับเป็นพระราชภาระในการปรับปรุงโรงพยาบาลพระปกเกล้า รวมทั้งทรงตั้งมูลนิธิพระปกเกล้าเพื่อสนับสนุนกิจการต่าง ๆ ของโรงพยาบาลพระปกเกล้า วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี

พระองค์ทรงเริ่มมีพระอาการประชวรด้วยพระโรคความดันพระโลหิตสูง ตั้งแต่ พ.ศ. 2518 และวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 เวลา 15.50 นาฬิกา พระองค์เสด็จสวรรคตด้วยพระหทัยวายโดยพระอาการสงบ ณ พระตำหนักวังศุโขทัย รวมพระชนมายุได้ 79 พรรษา 5 เดือน 2 วัน

สาวก Apple รอคอยวันเปิดตัวรุ่นใหม่

สาวก Apple รอคอยวันเปิดตัวรุ่นใหม่ประมาณเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

Pet Friendly Train ใช้บริการฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

Pet Friendly Train ใช้บริการฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ก่อนพาน้องๆขึ้น อย่าลืมลงทะเบียนก่อนนะ
ที่มา : https://ppro.pro/3SctpaN

21 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ร. 9 พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาฯ นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระองค์

หลังจากเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงปฏิบัติระราชกรณียกิจ ในพระฐานะพระบรมราชูปถัมภกแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระองค์ที่ 5 ทั้งในรูปแบบสืบเนื่องจากสมเด็จพระปิตุลาธิราช และพระบรมเชษฐาธิราชของพระองค์คือ พระบาสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล นั่นคือการพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตที่สำเร็จการศึกษา รวมทั้งที่ได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณเป็นพิเศษคือ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการแข่งขันกีฬากลางแจ้ง ที่สนามหน้าหอประชุมจุฬาฯ และได้พระราชทานรางวัลแก่นิสิตผู้ชนะการแข่งขัน

ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 153/2493 เมื่อวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2493 ณ ห้องประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ เริ่มประชุมเวลา 9.50 น. มีจอมพล ป. พิบูลสงคราม อธิการบดีในฐานะอุปนายกสภามหาวิทยาลัยเป็นประธานในที่ประชุม ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.สลับ ลดาวัลย์ เป็นกรรมการและเลขานุการ เรื่องที่ประชุมซึ่งสำคัญยิ่งมี 2 เรื่องคือ เรื่องแรกคณบดีห้าคณะ ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ อักษรศาสตร์และครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี เสนอชื่อนิสิตผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรคณะต่างๆ ในระดับปริญญาตรีและอนุปริญญา เพื่อขออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย เรื่องที่สำคัญยิ่งคือ การทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งที่ประชุมอนุมัติให้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญารัฐศาสตรดุษฎีกิตติมศักดิ์

สำหรับการเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนั้น เป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระองค์อีกด้วย โดยบัณฑิตผู้ได้รับพระราชทานปริญญาจากพระหัตถ์ของพระองค์เป็นคนแรกคือ นายประกายเพ็ชร อินทุโสภณ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และได้พระราชทานรางวัลเหรียญทองแดง สาขาวิชาชีววิทยาแก่ นายจรัส สุวรรณเวลา ซึ่งต่อมา ศาสตราจารย์ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีจุฬาฯ และนายกสภามหาวิทยาลัยในสมัยต่อมาอีกด้วย 

ข้อมูลจาก หอประวัติจุฬาฯ

20 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 พระราชดำรัส รัชกาลที่ 9 ดั่งน้ำทิพย์ คลี่คลายวิกฤตทางการเมือง ‘พฤษภาทมิฬ’

เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวง รัชกาลที่ 9  พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้  ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี และ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษ นำพลเอกสุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี และ พลตรีจำลอง ศรีเมือง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในเหตุการณ์การเมือง พฤษภาทมิฬ ทรงใช้พระมหากรุณาธิคุณระงับความขัดเเย้งทางการเมืองของทั้งสองฝ่าย ให้เข้าใจกันและยุติความขัดเเย้งของทั้งสองฝ่ายเพื่อความสงบสุขเรียบร้อยของประเทศไทย

โดยมีความบางตอนว่า  

“...ขอให้สองท่าน หันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เผชิญหน้ากันเพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วใครจะชนะ ไม่มีทาง มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดคือประเทศชาติ ประชาชน แล้วจะมีประโยชน์อะไร ที่จะทนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองสิ่งปรักหักพัง..."  

19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 วันสิ้นพระชนม์ ‘กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์’ ชาวไทยถือเอาวันนี้ของทุกปีเป็น 'วันอาภากร'

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสองค์ที่ 28 ในรัชกาลที่ 5 ทรงพระประชวรและสิ้นพระชนม์ในขณะที่ประทับอยู่ที่หาดทรายรีปากน้ำเมืองชุมพร พระองค์ทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณและรักษาโรคแก่คนทั่วไป จึงเรียกพระองค์ว่า 'หมอพร' หรือ 'เตี่ย' 

ต่อมาทหารเรือได้เรียกพระองค์ว่า 'เสด็จเตี่ย' นอกจากนี้พระองค์ทรงริเริ่มวางรากฐานกิจการทหารเรือไทย กองทัพเรือจึงพร้อมใจกันถวายสมัญญาพระนามแด่พระองค์ท่านว่า 'พระบิดาแห่งทหารเรือไทย' และถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคมเป็น 'วันอาภากร'

18 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 ร.9 ทรงกลัดปีกนักกระโดดร่มกิตติมศักดิ์ ให้ ร.10 ที่ทรงเข้ารับการฝึกเยี่ยงกำลังพลทั่วไปของตำรวจพลร่ม

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงกลัดปีกกระโดดร่มกิตติมศักดิ์ที่กรมตำรวจทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายให้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน (ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร) ณ ห้องประชุมค่ายนเรศวร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2514

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงสนพระทัยในกิจการด้านการกระโดดร่ม ทั้งรายละเอียดทางเทคนิคและทางทฤษฎี และทรงเข้ารับการฝึกเยี่ยงกำลังพลทั่วไปของตำรวจพลร่มครบถ้วนตามหลักสูตร ตลอดระยะเวลาของการฝึกฝน

'เกาะสิมิลัน' ปิดฟื้นฟูธรรมชาติ

ปิดฟื้นฟูธรรมชาติ กลับมาเปิดอีกครั้ง 15 ต.ค.นี้ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศทุกคนซื้อตั๋วผ่านระบบ E-Ticket  

‘ลิซ่า – ไทล่า’ แดนซ์!! แซ่บสะบัด ในมิวสิกวิดีโอ ‘When I'm with you’

(17 พ.ค. 68) กลายเป็นกระแสไวรัลเลยทีเดียวหลังลิซ่า BLACKPINK หรือ ลลิษา มโนบาล ศิลปินตัวแม่ตัวมัมแห่งวงการเพลงได้ออกมาสปอยล์มิวสิกวิดีโอเพลง When I’m with you ที่มีการฟีเจอร์ริ่งกับศิลปินสาวสุดเซ็กซี่อย่าง ไทล่า (Tyla) ทั้งสองมอบความสุขให้กับแฟน ๆ ด้วยมิวสิควิดีโอที่ร้อนแรงไม่แพ้แดดประเทศไทย ซึ่งเข้ากับช่วงซัมเมอร์พอดี

ในวันที่ 16 พฤษภาคม เวลา 22.00 น. KST ลิซ่าได้ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง 'When I’m With You' ซึ่งเป็นเพลงที่ 9 จากอัลบั้มเดี่ยวที่ชื่อว่า Alter Ego แน่นอนว่า สาว ๆ ไม่ได้มาเล่น ๆ มาพร้อมท่าเต้นทุบสะโพกที่ซ่อนความเซ็กซี่เย้ายวน ด้านแฟชั่นจัดเต็มสุดจึ้งทั้งชุดคริสตัลระยิบระยับและรองเท้าส้นสูงแบบรัดข้อ “หน้าส่งชุด ชุดส่งหุ่น หุ่นส่งจักรวาล”

'When I’m With You' ถ่ายทอดการต่อสู้ภายในระหว่างความปรารถนาและการควบคุมตนเอง สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของความสัมพันธ์ที่ทำให้คน ๆ หนึ่งละทิ้งการยับยั้งชั่งใจและยอมจำนนต่อช่วงเวลานั้น ๆ อย่างเต็มที่ แถมยังมีนักแสดงรับเชิญอย่าง Mason Gooding, Sab zada, Leah Kateb, และ Miguel Harichi จาก Love Island USA

งานนี้ ทำเอาแฮชแท็ก #LISAxTYLA และ #LISAxWIWY พุ่งติดเทรนด์เอ็กซ์ เท่านั้น ไม่พอเพลง ยังติดอันดับเพลงมาแรง อันดับที่ 5 ในยูทูบอีกด้วย เรียกได้ว่า เป็นเพลงในช่วงฤดูร้อนที่ร้อนแรงเกินกว่าจะรับไหวจริง ๆ

ใครที่กำลังมองหางานห้ามพลาด!!

ภายในงานมีตำแหน่งงานมากกว่า 5 แสนอัตรา จากผู้ประกอบการและระบบออนไลน์กว่า 173 บริษัท และตำแหน่งงานในต่างประเทศกว่า 1 แสนอัตรา จาก 16 บริษัทจัดหางาน จัดส่งโดยภาครัฐ

วันที่ 6 - 8 มิถุนายน 2568 ณ ฮอลล์ 5 - 6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

17 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเปิด 'เขื่อนภูมิพล' เขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกในประเทศไทย

วันนี้ เมื่อ 61 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ทรงเปิด 'เขื่อนภูมิพล' (เขื่อนยันฮี) เขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกในประเทศไทย และเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ที่ให้ประโยชน์ทั้งด้านการเกษตรและเป็นจุดเริ่มต้นโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ของประเทศ 

โดยมีพระราชดำรัสเนื่องในวโรกาสเสด็จฯ ประกอบพิธีเปิดเขื่อนภูมิพล ความว่า “ข้าพเจ้าเห็นพ้องกับรัฐบาลว่า โครงการอเนกประสงค์โครงการแรกของประเทศไทยนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเศรษฐกิจก้าวใหม่ให้ไพศาลออกไป ปัจจุบันน้ำเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิต และน้ำกับไฟฟ้าส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของชีวิต เมื่อพลเมืองเพิ่มมากและเร็ว ก็ต้องเพิ่มน้ำและไฟฟ้าให้ทันความต้องการของพลเมือง”

ส่องลุค 'แม่ชม' พรมแดงเมืองคานส์

ลุคแรกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ 78 ที่ประเทศฝรั่งเศส แม่ทำถึงอีกแล้ว 

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2568

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
✨ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2568

🟢รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 251309

🔴รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 251308, 251310

🔴รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท :  109 231

🔴รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 965 631

🔴รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท :87

ให้ทุกคนได้จกพุงแมว เกาคางหมาแบบใกล้ชิดสุดๆในงาน BKK EXPO 2025 ที่กำลังจะมาถึง!!

ให้ทุกคนได้จกพุงแมว เกาคางหมาแบบใกล้ชิดสุดๆในงาน BKK EXPO 2025 ที่กำลังจะมาถึง!!
- เล่นกับน้องหมาน้องแมวแบบใกล้ชิด
- เปิดลงทะเบียนรับอุปการะ
- ให้คำปรึกษาวิธีดูแลสัตว์เลี้ยง
15-18 พฤษภาคม 2568 นี้ เวลา 12.00 - 20.00 น. 
พิกัด : อาคารพิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ (MRT ศูนย์สิริกิติ์)
แวะไปส่องน้องก่อนเจอได้ที่ : https://www.facebook.com/bkkadopter
ที่มา : https://ppro.pro/44AzCEZ

16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ‘หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ’ ละสังขาร ครอบรอบ 10 ปี สิ้นเทพเจ้าแห่งด่านขุนทด

เวียนบรรจบครบ 10 ปีที่ ‘หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ’ หรือพระเทพวิทยาคม อดีตเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดบ้านไร่ ละสังขารไปอย่างสงบในวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 ท่ามกลางความอาลัยของลูกศิษย์ลูกหาและผู้ศรัทธาทั่วประเทศ

หลวงพ่อคูณ มีนามเดิมว่า คูณ ฉัตร์พลกรัง พระเกจิอาจารย์ดัง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 และอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ที่ลูกศิษย์ยกย่องเป็น ‘เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด’ ถือกําเนิดที่บ้านไร่ ม.6 ต.กุดพิมาน อ.อ่านขุนทด จ.นครราชสีมา 

หลวงพ่อคูณอุปสมบท เมื่ออายุได้ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2487 โดยพระครูวิจารย์ดีกิจ อดีตเจ้าคณะอําเภอด่านขุนทด เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ปริสุทโธ" หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้วท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สํานักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หลวงพ่อคูณได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อแดงมานานพอสมควร หลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็น ลูกศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งให้การศึกษาพระธรรมควบคู่กับการปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน หลังจากนั้นหลวงพ่อคูณได้ออกธุดงค์ จาริกอยู่ในเขต จ.นครราชสีมา รวมทั้งธุดงค์ไปไกลถึงประเทศลาว และกัมพูชา

หลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางจากกัมพูชากลับมายังประเทศไทย เดินข้ามเขตด้าน จ.สุรินทร์ สู่ จ.นครราชสีมา กลับบ้านเกิดที่บ้านไร่ จากนั้นจึงเริ่มดําเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างอุโบสถ พ.ศ. 2496 โรงเรียน กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ รวมทั้งขุดสระน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคทำให้คุณภาพชีวิตของชาวบ้านโดยรอบดีขึ้นด้วย

หลวงพ่อคูณเป็นพระที่มีชื่อเสียงเรื่องการสร้างวัตถุมงคล ซึ่งท่านได้สร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่บวชได้ 7 พรรษา โดยเริ่มทําวัตถุมงคลซึ่งเป็นตะกรุดโทน ตะกรุดทองคํา "ใครขอกูก็ให้ ไม่เลือกยากดีมีจน" เป็นคํากล่าวของท่าน

เมื่อปี 2556 หลวงพ่อคูณเคยอาพาธด้วยอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และมีอาการหลอดลมอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจนอาการดีขึ้นก่อนจะกลับไปรักษาตัวที่วัดบ้านไร่ โดยมีคณะแพทย์เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณมีทั้งทรงตัวและแย่ลง จนกระทั่งมีอาการหมดสติเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2558

ต่อมาวันที่ 16 พ.ค. 2558 เมื่อเวลา 10.00 น. คณะแพทย์รายงานผลว่าการเฝ้าตรวจติดตามอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ทำให้เลือดออกในช่องอก ส่งผลให้ระบบการหายใจล้มเหลว ภาวะหัวใจหยุดเต้น คณะแพทย์ได้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ สำหรับภาวะไตไม่ทำงานได้ให้การรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ขณะนี้อาการโดยรวมทรุดลง จนกระทั่งเวลา 11.45 น. หลวงพ่อคูณ ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top