Monday, 24 August 2026
LITE

‘ก้อง ห้วยไร่’ ถอดกางเกงกลางเวที เมื่อแฟนคลับทุ่มเงิน ‘ครึ่งแสน’ เพื่อประมูล

จัดเต็มทุกงานตลอดสำหรับนักร้องชายชื่อดัง ก้อง ห้วยไร่ ที่เจ้าตัวนั้นไปแสดงงานคอนเสิร์ตที่ไหนเจ้าตัวจัดเต็มตลอด ทั้งการร้องเพลง เอนเตอร์เทน ไม่มีบกพร่องกันเลยทีเดียว อีกทั้งเจ้าตัวไปแสดงคอนเสิร์ตที่ไหนก็มันจะได้เหล่าบรรดาของขวัญแปลกๆ จากแฟนคลับอยู่บ่อยครั้งจนเป็นกระแสทุกครั้งเลยก็ว่าได้ เอาเป็นว่าเจ้าตัวนั้นเป็นที่รักของเหล่าบรรดาแฟนคลับมาโดยตลอด แต่ล่าสุดเป็นต้องอึ้งเหมือนเหล่าบรรดาแฟนคลับของเจ้าตัวทุ่มเงินถึงครึ่งแสนในการประมูลกางเกงตัวที่เจ้าตัวนั้นใส่แสดงคอนเสิร์ตอยู่นั่นเอง

ล่าสุดในเฟสบุ๊กส่วนตัวของนักร้องชายชื่อดังอย่าง ก้อง ห้วยไร่ ได้ออกมาโพสต์รูปพร้อมข้อความที่เจ้าตัวนั้นได้ไปแสดงคอนเสิร์ตในที่แห่งหนึ่ง โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความไว้ว่า “เมื่อ แฟนเพลงขอประมูลกางเกง 50,000 บาทกูจะเก็บไว้เพื่อ เอาไปเลยน้อง ภาพที่ท่านเห็นคือกล้ามขานะครับผมเป็นคนที่แข็งแรงมากอย่ามองเป็นอย่างอื่น” ซึ่งสำหรับรูปที่เจ้าตัวโพสต์นั้น “เป็นรูปด้านหลังที่เจ้าตัวกำลังก้มถอดกางเกงจนเหลือเพียงกางเกงขาสั้นสีขาวนั่นเอง” จนเหล่าบรรดาแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์แซวสนั่น เช่น โอ้ยตกใจเหมิด ป๊าด ไข่ออกบ่พี่555 แว๊ปแรก นึกว่าย้อย55555 จ้วดๆ แว๊ปแรก เห็นเป็น…อิหลีนิหละจ้า
 

รู้จัก ‘Stüssy’ พี่ใหญ่แห่งวงการสตรีตแวร์ แบรนด์เก่าแก่แต่ครองใจศิลปิน-คนรุ่นใหม่

ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชัน นับว่าเป็นธุรกิจที่มีคู่แข่งสูง เนื่องจากมีผู้เล่นในตลาดค่อนข้างสูง ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชันราคาถูกจับต้องได้ ไปจนถึงเสื้อผ้าหรู แบรนด์เนม… งานหนักจึงมาตกอยู่ที่บรรดาเจ้าของแบรนด์ที่ต้องตาม ‘เทรนด์’ การแต่งตัวของผู้คนที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หรือบางครั้งก็ต้องเทิร์นตัวไปเป็นผู้นำแฟชันเองซะเลยก็มี

อย่างไรก็ตาม แม้ในตลาดเสื้อผ้าแฟชันจะมีการแข่งขันสูง แต่ก็ยังโชคดีที่แบรนด์ต่าง ๆ ที่มีคาแรคเตอร์เฉพาะ ก็มักจะเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นของตัวเองได้ไม่ยาก เฉกเช่นเดียวกับแบรนด์ ‘Stüssy’ (อ่านว่า สตูซี) แบรนด์สตรีตแวร์สุดเก๋า ที่ถือกำเนิดมาแล้วกว่า 44 ปี หรืออาจเรียกได้อย่างเต็มปากเลยว่าเป็น ‘พี่ใหญ่แห่งวงการสตรีตแวร์’ นั้น...ยังยืนตระหง่านในเวทีนี้ได้แบบไม่ตกยุค

… และแน่นอนว่า เหตุผลที่อยากหยิบยก Stüssy แบรนด์สตรีตสัญชาติอเมริกามาเล่า เพราะล่าสุดเขาได้มาเปิดสาขาเป็นของตัวเองเป็นแห่งแรกในไทยแล้ว โดยมีพิกัดอยู่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 2 ซึ่งบอกเลยว่า วันเปิดขายวันแรกนี่ทำเอาห้างแตก ลูกค้าต่อคิวยาวล้นออกมานอกห้าง เพราะลูกค้าจำนวนมากต้องการเข้าไปซื้อสินค้าราคาป้ายไทย รวมถึงเสื้อยืดลายพิเศษ ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่สาขา Bangkok Chapter เท่านั้น

เอาล่ะ!! พักเรื่องคามร้อนแรงของ ‘Stüssy’ ในไทยไปก่อน และขอย้อนพาไปดูเส้นทางสู่ความร้อนแรงแห่งสตรีตแฟชันรายนี้ ที่ THE STATES TIMES จะลองขยายประวัติและต้นกำเนิดของแบรนด์นี้ให้ทราบกันพอสังเขป… ซึ่งขอบอกเลยว่าแบรนด์นี้ไม่ได้ขายเสื้อผ้าตั้งแต่แรก… แต่จะขายอะไรมาก่อน เชิญติดตาม!!

ย้อนกลับไปในปี 1979 แบรนด์ Stüssy ถือกำเนิดขึ้นจากชายที่ชื่อว่า ‘Shawn Stussy’ ผู้ที่หลงใหลในการเล่นกระดานโต้คลื่น หรือเซิร์ฟบอร์ด จึงตัดสินใจเปิดธุรกิจผลิตและออกแบบเซิร์ฟบอร์ดเป็นของตนเอง อยู่แถวชายหาดลากูนาบีช ที่แคลิฟอร์เนีย โดยเขาได้นำลายเซ็นนามสกุลของเขามาเป็นโลโก้ประจำแบรนด์ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและจดจำง่าย

ทั้งนี้ ดีไซน์โลโก้ของเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้อความกราฟิตี ศิลปะการพ่นลวดลายบนกำแพง ตามสไตล์ชาวพังก์ร็อกและฮิปฮอปที่เขาชื่นชอบ และสื่อถึงจิตวิญญาณความเป็นศิลปินอันแสนขบถ ในช่วงแรก คุณ Stussy เน้นขายสินค้าเฉพาะเซิร์ฟบอร์ดเท่านั้น 

แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็เกิดปิ๊งไอเดีย โดยลองนำโลโก้ Stüssy มาสกรีนลงบนเสื้อยืด และนำไปขายควบคู่กับเซิร์ฟบอร์ด ที่งาน Action Sports Retailer ในปี 1982 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ เจตนาแรกเขาแค่ต้องการใช้เสื้อยืดสกรีนมาเป็นตัวกระตุ้นยอดขายให้กับเซิร์ฟบอร์ดเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าเสื้อยืดเป็นสินค้าที่ขายดีแทน โดยเพียงแค่ 3 วัน เขาสามารถขายเสื้อยืดไปมากกว่า 1,000 ตัว

เมื่อกระแสตอบรับเสื้อยืดดีเกินที่คาดไว้ คุณ Stussy จึงเพิ่มไลน์เสื้อผ้าแนวสตรีตแวร์ในร้านของเขา เป็นการขยายธุรกิจและสินค้าให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
.
แม้ยอดขายเสื้อยืดจะดีเลิศ แต่ในความเป็นจริง คุณ Stussy ไม่ได้มีความรู้เรื่องการทำการตลาดมากนัก ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจชวน Frank Sinatra เพื่อนสนิทที่เล่นเซิร์ฟด้วยกัน มาเป็นหุ้นส่วนของร้าน การร่วมมือของพวกเขาทั้งสอง ทำให้แบรนด์ Stüssy ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทและเป็นที่รู้จักในวงกว้างกว่าเดิม หลังจากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆ ลดการขายเซิร์ฟบอร์ดลง และหันมาพัฒนาเสื้อผ้าแทน

เวลาผ่านพ้นไปจนกระทั่งปี 1991 พวกเขาก็ได้เปิด Flagship Store แห่งแรกของแบรนด์ในเมืองนิวยอร์ก โดยได้ James Jebbia มาเป็นผู้จัดการร้าน แต่ภายหลังเขาลาออกไปสร้างแบรนด์ของตัวเองชื่อ ‘Supreme’

แต่หลังจากนั้นประมาณ 5 ปี คุณ Shawn Stussy ก็ได้ตัดสินใจวางมือจากแบรนด์ Stüssy เพื่อกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว โดยได้ขายหุ้นของบริษัทให้กับคนตระกูล Sinatra ทำให้จวบจนถึงปัจจุบัน แบรนด์ Stüssy อยู่ภายใต้การบริหารงานของครอบครัว Sinatra

แม้ผู้ก่อตั้งแบรนด์คนแรกจะไม่ได้เป็นผู้บริหารแบรนด์เองแล้ว แต่โลโก้แบรนด์ Stüssy ที่เป็นเอกลักษณ์ยังคงอยู่ และได้รับความสนใจจากผู้มากมาย โดยมีร้านแบบ Stand Alone และตัวแทนจำหน่ายอยู่ทั่วโลก นอกจากนี้ยังได้แตกไลน์สินค้ามากขึ้น เช่น หมวก เสื้อแจ๊กเก็ต กระเป๋า ถุงเท้า แว่นตา และอื่นๆ ด้วย

อ่านมาถึงจุดนี้ ก็อาจจะพอรู้แล้วว่าสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Stüssy คือความเป็นพังก์ร็อก และฮิปฮอป เนื่องจากผู้ก่อตั้งอย่าง Shawn Stussy หลงใหลในวัฒนธรรมเหล่านี้ และเขารู้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีสไตล์การแต่งตัวแบบไหน หรือเทรนด์กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นแบบใด ส่งผลให้สินค้าของแบรนด์ Stüssy ที่ออกมาถูกใจคนกลุ่มนี้ได้ไม่ยาก ซึ่งการรู้ใจผู้บริโภคและมีสินค้าตอบโจทย์ความต้องการ ทำให้แบรนด์ประสบความสำเสร็จและครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ฐานลูกค้ายังชื่นชอบและเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ Stüssy ก็คือการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงในการผลิต อีกทั้งยังคงใส่ใจรายละเอียดการตัดเย็บ การดีไซน์ที่คงอัตลักษณ์ของแบรนด์ไว้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ แบรนด์ Stüssy ยังได้ออกสินค้ารุ่นลิมิติดอิดิชันร่วมกับแบรนด์ชื่อดังอื่นๆ ด้วย เช่น Nike Supreme, VANS, CONVERSE, Levi's®, New Balance, G-Shock, COMME des GARÇONS หรือแบรนด์หรูอย่าง Dior ซึ่งการร่วมมือกับแบรนด์อื่นออกสินค้า เสมือนเป็นการพาแบรนด์ออกแนะนำตัวสู่สาธารณะ เปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ทำความรู้จักแบรนด์ และสร้างประสบการณ์ ไอเดียใหม่ๆ ให้กับแบรนด์

เท่านั้นยังไม่พอ เหล่าศิลปินไอดอล และคนดังระดับโลก เช่น ลิซ่า BLACKPINK, IU, Kendall Jenner, Travis Scott และ ศิลปินวง BTS ต่างก็เลือกสวมใส่เสื้อผ้าจากแบรนด์ Stüssy ด้วยเช่นกัน ยิ่งเป็นแรงเสริมให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

ในโลกธุรกิจ โอกาสคือสิ่งสำคัญ เพราะในบางครั้ง Passion ที่หวังไว้ อาจจะไม่ได้พาเราไปถึงปลายทางที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ ฉะนั้นการคว้าโอกาสและต่อยอดโอกาสอย่างจริงจัง ในบางครั้งก็มีความจำเป็น เหมือนกับ ‘Stüssy’ ที่ใครจะคิดว่า ไอเดียจากการนำโลโก้เซิร์ฟบอร์ด ที่มาเพ้นต์ลงเสื้อยืดเพื่อสร้างแรงกระตุ้นยอดขายเซิร์ฟบอร์ด จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นตำนานสตรีตแฟชันแห่งยุคได้อย่างลงตัว 

วันก่อตั้งคณะกรรมการโอลิมปิกสากล จุดเริ่มต้นมหกรรมกีฬาโอลิมปิก

วันนี้ เมื่อ 129 ปีก่อน กำเนิด คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เพื่อฟื้นฟูโอลิมปิกยุคโบราณสู่กีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2437 โดยมี ปิแอร์ เดอ กูเบอร์แตง ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้นำในการประชุมระหว่างประเทศ ซึ่งจัด ณ มหาวิทยาลัยปารีส เพื่อฟื้นฟูกีฬาโอลิมปิกยุคโบราณสู่กีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ 

ซึ่งเป็นระยะเวลาสองปีก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่ถูกจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2439 โดย IOC เป็นองค์กรอิสระระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาสังคมแห่งมวลมนุษยชาติให้ดียิ่งขึ้นผ่านการเล่นกีฬาระดับสากล IOC เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารจัดการการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกระดับสากล

ขณะเดียวกัน วันที่ 23 มิถุนายนของทุกปี จึงถูกกำหนดให้เป็น ‘วันโอลิมปิก’ หรือ ‘Olympic Day’ เพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันก่อตั้งของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล 

นอกจากนี้ วันโอลิมปิกยังมีเป้าหมาย ต้องการให้ผู้คนทั่วโลกได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมกีฬาในแบบฉบับของตัวเอง โดยไม่จำกัดเพศ อายุ หรือแม้กระทั่งความสามารถทางกีฬา ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ หรือ National Olympic Committee (NOC) ในแต่ละประเทศได้พยายามจัดกิจกรรมในวันนี้เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเข้าถึงกีฬามากขึ้น
 

22 มิถุนายน ของทุกปี วันป่าฝนโลก (World Rainforest Day) กระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์และร่วมปกป้องป่า

‘วันป่าฝนโลก’ (World Rainforest Day) เริ่มต้นขึ้นในปี 2017 โดย Rainforest Partnership หรือ ‘พันธมิตรป่าฝน’ ที่รวบรวมบุคคลจากหลายประเทศทั่วโลกมาร่วมกันดูแลรักษาและฟื้นฟูป่าไม้ หวังให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญของป่าฝน

‘ป่าฝน’ ป่าที่มีต้นไม้สูง,สภาพอากาศร้อน,และฝนตกเป็นจำนวนมาก ป่าฝนเขตร้อนคือป่าไม้ในแถบพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตร เช่น ทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นป่าไม้ที่มีอุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งปี (ราว 20 ถึง 27 องศาเซลเซียส) ได้รับน้ำฝนเฉลี่ยอย่างน้อย 200 เซนติเมตรต่อปี ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ส่งผลให้พืชพรรณต่างๆ เจริญเติบโตได้ดี 

ป่าไม้เขตร้อนยังเป็นสถานที่ซึ่งรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ไว้มากที่สุด โดยสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกมากกว่าร้อยละ 50 มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าไม้เขตร้อน

เห็นเขียวชอุ่มขนาดนี้แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีเนื้อที่เพียง 2% เท่านั้นจากพื้นที่ทั้งหมดบนโลก แม้จะมีน้อยแต่มันก็เป็นบ้านของสัตว์ และต้นไม้นานาพันธุ์ถึง 50% ของโลก รวมถึงยังเป็นสถานที่ที่เราจะสามารถชี้วัดอุณหภูมิ และช่วยคงสภาพภูมิอากาศโดยรวมของโลกได้ด้วย

ป่าฝนนั้นมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต อย่างป่าแอมะซอนมีความสำคัญเป็นปอดของโลกสร้างออกซิเจนให้เราถึง 20% รวมถึงน้ำสะอาดเช่นกัน ป่ายังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน การปกป้องและฟื้นฟูป่าเป็นการช่วยรักษาโลกนี้ไว้ได้

แต่ปัจจุบันป่าหายไปจำนวนมาก มีป่าหายไปขนาดราวสี่สิบสนามฟุตบอลทุก 1 นาที จากกิจกรรมต่างๆของเรา ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า ทำพื้นที่อาศัย พื้นที่เกษตร ปศุสัตว์ สิ่งก่อสร้าง และอื่นๆ ส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวิต สุขภาพของโลก และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง 

‘วันป่าฝนโลก’ (World Rainforest day) มีขึ้นเพื่อให้เห็นความสำคัญและความสวยงามของป่าฝน รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการร่วมอนุรักษ์ ด้วยความร่วมมือของเราทุกคนจะช่วยรักษาป่าฝน และยับยั้งปัญหาโลกร้อนได้

พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) ให้แง่คิด คติสอนใจ เรื่องการมองเห็นคุณค่าของชีวิต

“ดินก้อนหนึ่ง จะมีคุณค่ามากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับใครเป็นคนปั้น เพราะฉะนั้น ขอให้เราแต่ละคนจงเพียรปั้นดินแห่งชีวิตของตัวเองให้ดี ให้งดงาม ให้มีคุณค่า ให้สมกับที่ได้เกิดมาเป็นคนกับเขาชาติหนึ่ง”
 

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น หรือ ‘รัศมีแข’ นักแสดง พิธีกร และนักวอลเลย์บอลลูกครึ่งไทย-เซเนกัล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงวอเลย์บอลทีมชาติหญิง

“ขอบคุณมากครับสำหรับวันนี้…และยังคงเหมือนเดิมนะเด็ก….รักนะครับ และศรัทธาเคารพวอเลย์บอลทีมชาติหญิงเสมอ…ขอบคุณสำหรับความสุขก่อนนอน….เชียร์สนุกมากครับ…แล้วเจอกันนะ”

ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ

วันนี้เมื่อ 24 ปีก่อน ‘ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ’ (mai) เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนของธุรกิจที่มีศักยภาพขนาดกลางและเล็ก ซึ่งมีทุนชำระแล้วหลัง IPO ตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ขึ้น โดยเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2542 เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่มีศักยภาพ ในการเติบโตสามารถระดมทุนผ่านตลาดทุนได้ โดยเน้นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตดี ในอนาคต (Business for the Future) หรือธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ 

สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการอื่นๆ หากมีคุณสมบัติ ครบตามเกณฑ์รับหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีความยินดีรับเป็นบริษัทจดทะเบียนเพื่อให้ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีบริษัทจดทะเบียนในหลากหลายอุตสาหกรรมให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนได้ ตามความเหมาะสม ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) สามารถรองรับธุรกิจได้ทุกขนาด ทุนจดทะเบียนชำระแล้วขั้นต่ำภายหลังกระจายหุ้น 50 ล้านบาทขึ้นไป และไม่มีการจำกัดทุนจดทะเบียนชำระแล้วขั้นสูง ซึ่งแตกต่างจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่รองรับได้เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีทุนชำระแล้วขั้นต่ำ 300 ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น

ในปีแรกของการจัดตั้ง มีบริษัทเข้าจดทะเบียน จำนวน 3 บริษัท ขณะที่ปัจจุบัน ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2566 มีบริษัทจดทะเบียนใน mai 206 บริษัท โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 479,383 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 2,973 ล้านบาทต่อวัน  
 

ราชการไทยยุคใหม่ แก้ไขความล่าช้า เชื่อมโยงให้บริการประชาชน ใจกลางเมืองหลวง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก แม่บ้านแคนาดา ได้โพสต์ข้อความถึง ระบบราชการไทยยุคใหม่ ที่ให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยได้ระบุว่า ...

วันนี้ตั้งใจไปทำพาสปอร์ตใหม่ที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน (MBK) ชั้น 5 โซน A แต่บัตรประจำตัวประชาชนเราหมดอายุเจ้าหน้าที่เลยบอกให้เราไปจุดบริการด่วนมหานคร (Bangkok Express Service)

ซึ่งอยู่ติดกัน เราก็กังวลเพราะไม่มีเอกสารอะไรติดมาด้วยเลย มีแค่พาสปอร์ตอันเก่าและบัตรประจำตัวประชาชนหมดอายุ

แต่ๆๆๆๆ เขาใช้แค่บัตรประจำตัวประชาชนหมดอายุเรากับพาสปอร์ตเล่มเก่าเราแค่นั้นก็ทำบัตรประชาชนใบใหม่ได้แล้ว แถมรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดีมาก
เสียค่าปรับไป 100 บาท 

พอได้บัตรประจำตัวประชาชนใบใหม่เราก็กลับมาทำพาสปอร์ตต่อ เราจองออนไลน์มา ได้คิวเลย ทำแปปเดียวก็จ่ายเงินค่าพาสปอร์ต 10 ปี 1,500 บาท และค่าจัดส่ง EMS 40 บาท

วันนี้ประทับใจมากในการใช้บริการทั้งสองที่  กะไปทำแค่พาสปอร์ตแต่ได้ทำตั้งสองอย่างเลยในเวลาไม่ถึง30นาที เริ่ดเด้อ!!

เผื่อใครกลับมาไทยแล้วอยากทำเอกสาร ลองไปที่นี้ดูนะคะ

‘อัจฉราพร’ วอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย พูดทั้งน้ำตา ตั้งใจกับทุกแมตช์ แม้มันไม่ได้ดั่งใจ ชวนคนไทยให้สู้ไปด้วยกัน

เฟซบุ๊ก วอลเลย์บอลไทยแลนด์ ได้โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับ   วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย หลังจากที่ได้พ่ายไป 4 เกม โดยระบุว่า ...

วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ไร้ชัยในสนามที่ 2 ที่ประเทศบราซิล หลังจากแพ้ 4 เกม เกมสุดท้ายแพ้ โครเอเชีย 0-3 เซต
หลังจบเกม อัจฉราพร คงยศ ได้เปิดเผยพร้อมขอให้แฟนวอลเลย์บอลไทยเป็นกำลังใจ โดยมีช่วงหนึ่งที่อัจฉราพร ร้องไห้ออกมาด้วย

"อย่าเพิ่งหมดหวังในตัวพวกเรา คือพวกเราสู้กันมาขนาดนี้ หนูอยากให้ทุกคน มองเราครั้งแรกเหมือนที่มองเรา ทุกคนไม่ได้มาคาดหวัง ไม่ได้มากดดันในตัวพวกเรา
“อยากให้ทุกคนให้กำลังใจ ติได้ ด่าได้ แต่กำลังใจมันก็สำคัญกับพวกเรา พวกเราตั้งใจมากกับทุกการแข่งขัน แต่มันอาจจะไม่ได้ดั่งใจเราทุกแมตช์

อยากให้ทุกคนสู้ไปกับเรา เป็นกำลังใจให้กับเรา ค่อยๆ ดูเราเติบโต และก้าวผ่านอุปสรรคที่เราเจอไปด้วยกัน อันนี้หนูคิดว่าเป็นความสุขระหว่างทางมากกว่า มากว่าที่คุณจะไปรอเราตรงนู้น แล้วเราไปหาคุณตรงนั้น หากเดินไปด้วยกัน เห็นสิ่งที่เราเจอ หนูว่าจะรู้สึกอุ่นใจกันมากกว่า"

‘แพทริเซีย’ คลอดลูกสาวแล้ว ‘โน้ต วิเศษ’  ตั้งชื่อให้ว่า ‘น้องเอลิเซีย’ เพื่อให้คล้องจอง กับชื่อของดาราสาว

หลังจากอุ้มท้องมาได้กว่า 38 สัปดาห์ ล่าสุด แพทริเซีย กู๊ด ก็ได้คลอดลูกสาวคนแรกแล้ว แถมตั้งชื่อน่ารักว่า น้องเอลิเซีย ซึ่งชื่อนี้ โน้ต วิเศษ เป็นคนตั้งให้คล้องจองกับ แพทริเซีย 
โดยล่าสุด แพทริเซีย ได้โพสต์ภาพสุดอบอุ่น พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก พาลูกสาวตัวน้อยมารายงานตัวผ่านโลกโซเชียลเป็นครั้งแรก น้องเอลิเซีย แก้มยุ้ยน่ารักน่าชังมากๆ และลืมตาดูโลกตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยคุณแม่ป้ายแดงได้เขียนแคปชั่นไว้ว่า 

"Welcome to the world, Alicia our sweet baby girl born on the 16th of June at 38 weeks + 2 days we are so grateful to hold you healthily in our arms.
น้องเอลิเซียมาแล้วค่าทุกคนนน ปะป๊าตั้งชื่อให้คล้องจองกับมามี๊เลย หนูเกิดวันที่ 16.06.66 ทำน้ำหนักได้ 3,160 กรัม แล้วตอนนี้หนูกินเก่ง นอนเก่งสุดๆเลยค่ะ"

‘ยิปซี คีรติ’ เล่าประสบการณ์ จากการหักโหม ‘ลดน้ำหนัก’ ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต เพราะเอาความสุขของชีวิต ไปผูกติดกับตัวเลขตาชั่ง

นับเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่มักจะถูกทักเข้ามาถามไถ่อยู่บ่อยๆ สำหรับ เคล็ดลับการลดน้ำหนัก หรือเทคนิคดูแลรูปร่างให้ฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่ตลอด สำหรับ ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ นักแสดงสาวมากความสามารถ วัย 35 ปี ที่ยืนหนึ่งเรื่องความแซ่บจนแฟนๆ ต่างยกให้เป็นไอดอล

แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เจ้าตัวเองก็เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายจากการหักโหมลดน้ำหนักมาแล้ว ถึงขนาดส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตเพราะเอาความสุขทั้งชีวิตไปผูกติดกับตัวเลขบนตาชั่ง!?
ซึ่งเรื่องราวที่ว่านี้ ยิปซี คีรติ ได้ตัดสินใจนำมาถ่ายทอดผ่านคลิปวิดีโอบนอินสตาแกรม @gypsykeerati เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายๆ คน พร้อมกับระบุแคปชั่นว่า "ขอฝาก ปสก. ของเราไว้ เป็นอีกทางเลือกนึงเพื่อประกอบการตัดสินใจ ของคนที่กำลังพยายามลดน้ำหนัก / ดูแลตัวเองนะคะ.. ถ้ารู้สึกว่าคลิปนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับใคร ฝากแชร์กันน้า"

"แชร์ประสบการณ์การไดเอทจนกลายเป็นโรคทางจิตค่ะ โอเคทุกคนก็คือยิปอ่ะมีทำคลิปนึงไปก่อนหน้านะคะ ซึ่งเนื้อหาในคลิปนั้นได้มีการเมนชั่นเกี่ยวกับการที่ยิปไม่ชั่งน้ำหนัก ไม่คุมแคล อะไรก็ตามที่เป็นตัวเลขเป๊ะๆ ยิปก็พูดว่ายิปไม่เอา เพราะว่ายิปอ่ะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมาก่อน ซึ่งวันนี้ยิปก็จะมาพูดขยายความถึงประสบการณ์นั้นนั่นแหละ

ก็เอ่อ... ทุกคนก็สามารถที่จะไปกูเกิ้ลได้นะคะ คือคือมันเป็นอาการที่เรียกว่า Eating disorder นะคะ มันก็จะมีหลายประเภทมากเลย พวกแบบ Anorexia, Bulimia, Bing eating และเดี๋ยวนี้มันก็คงมีอะไรมาอีกเยอะมาก

ประสบการณ์ส่วนตัวของยิป อันนี้ก็คืออยากจะมาเล่าเพื่อที่จะเรียกว่าให้เป็นทางเลือกในการประกอบการตัดสินใจของคนที่กำลังไดเอท หรือพยายามที่จะดูแลรูปร่างตัวเองอยู่ละกัน

สิ่งที่เราเคยทำก็คือ งดแป้ง งดแบบงด ไม่ใช่ลดนะคะ งดแบบไม่กินแป้งเลย และก็อดข้าวเย็น ก็คือตั้งกฎนั่นแหละค่ะว่าหลัง 6 โมงฉันจะไม่กินอะไรแล้ว คุมแคล เมื่อก่อนตอนวัยรุ่นเคยคุมแล้ว พยายามที่จะแบบวันนึงต้องกินไม่เกิน 800-900 แคล หรือแม้กระทั่งมีช่วงหนึ่งตอนนั้นย้ายไปอยูอเมริกา และก็กลัวมากเพราะว่าแบบของที่อเมริกามีแต่ของอ้วน ชีส พิซซ่า ตอนนั้นก็เลยพยายามกินแต่แอปเปิ้ล และก็ผอมมาก คือป่วยแหละ

ทีนี้ช่วงที่มีอาการทางจิตเป็นยังไง ก็คือเมื่อก่อนยิปจะพยายามอดข้าวเย็น ออกกำลังกายหักโหมแบบหนักๆ คือเรียกได้ว่าเอาแบบเอาอะไรเข้าตัวน้อยที่สุด และก็ออกให้เยอะที่สุด เพื่อที่อยากที่จะชั่งน้ำหนัก ให้ตื่นมาแล้วแบบตัวเลขลดลง

สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็คือ จิตเรามันไปจดจ่อเกี่ยวกับว่า 'เฮ้ย วันพรุ่งนี้เช้าที่ฉันจะตื่นขึ้นมาแล้วเหยียบไปบนตาชั่งเลขจะลดลงมั้ย ถ้าฉันพยายามขนาดนี้' อย่างสมมติวันนี้ฉันอดอาหารแบบอย่างดีอ่ะ พรุ่งนี้มันต้องลดลงสิ แต่ทุกคนเชื่อป่ะ บางทีมันไม่ลด และแย่ไปกว่านั้นคือ บางวันข้าวเย็นก็ไม่ได้กิน แต่ตัวเลขมันเพิ่ม

ซึ่งพอมันมาถึงจุดนั้น มันก็เลยกลายเป็นจุดที่เราแบบ... คือเรากลายเป็นประสาทอ่ะ กลายเป็นเครียดมาก และด้วยความที่เราเป็นแบบ Perfectionist คือ คือเราอยากที่จะเอาชนะมัน เราก็เลยคิดไปว่า หรือเราต้องลดอาหารเพิ่ม หรือเราต้องออกกำลังกายเพิ่ม คือตอนนั้นมันแบบ Messed up! ไปหมดเลย แล้วก็นั่นแหละ ก็คือเป็นป่วย

ทั้งเรื่องของการทำอาหารกินเองทุกมื้อ กินคลีนแบบจัดๆ คือเราคิดว่าเราผ่านมาค่อนบ้างเยอะมากๆ ช่วงที่ทำอาหารกินเองทานคลีน มันก็จะมีปัญหาของการที่เราเข้าสังคมไม่ได้เลย เพราะเหมือนเรากลายเป็นคนกลัวอาหารปกติ ซึ่งนั่นมันไม่ใช่ความคิดที่ดีต่อสุขภ่พแล้วอ่ะ เพราะคนเรายังต้องได้ใช้ชีวิต ต้องได้ออกไปกินข้าวกับเพื่อน ต้องเข้าสังคมบ้าง คือช่วงนั้นเราเหมือนเรากลายเป็นว่าเราไม่อยากเข้าสังคม เวลาเพื่อนนัดเรารู้สึกอึดอัดเพราะเรารู้สึกว่าเราต้องไปกินอาหารข้างนอกที่มัน Out of my comfort zone ไม่ใช่อาหารที่เรารู้สึกว่าปลอดภัย เพราะเราควบคุมไม่ได้

สุดท้ายก็คือ ทำไม่ได้ ก็คือเคยโยโย่เพราะว่ากินคลีนจัดๆ ด้วยนะ ร่างกายเรามันช็อก เหมือนพอเรากินคลีนสะอาดมากเลยโนโซเดียมอะไรก็ตาม แต่พอกินอาหารปกติแค่ไม่กี่มื้อ... บวม โยโย่ขึ้นมาเลย
เราก็เลยรู้สึกว่า โอเค อะไรก็ตามที่มันเป็นวิถีชีวิตที่สุดโต่งจนเกินไป อะไรก็ตามที่ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่สามารถที่จะทำสิ่งนี้ไปได้ตลอดชีวิตจริงๆ เราว่าอย่าทำเลย อะไรก็ตามที่สร้างความกดดันหรือความเครียดให้กับร่างกายมากเกินไป เราไม่ค่อยแนะนำ

มีคน DM มาเรื่องนี้เยอะมาก 'พี่ยิปต้องกินนั่นเท่าไหร่ ต้องโปรตีนเท่าไหร่ แคลเท่าไหร่ ' คือมันทำให้เรารู้แหละว่า โอเค คนยุคปัจจุบันนี้สนในเรื่องการดูแลตัวเอง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเป็นไปได้เราก็ไม่อยากให้เขาจะต้องมาอยู่ในจุดที่เราเคยอยู่ ซึ่งมันไม่ใช่จุดที่ดีเลยอ่ะทุกคน

เราใช้เวลานานมากกว่าที่จะก้าวออกมาจากจุดนั้นได้ กว่าจะตัดใจแล้วโยนเครื่องชั่งน้ำหนักทิ้ง เพราะว่าเราติดมาก ติดดูตัวเลขมาก ทุกเช้าถ้าเหยียบขึ้นไปแล้วเลขไม่ได้เป็นแบบที่ตัวเองพอใจเราร้องไห้นะ วันนั้นทั้งวันไม่มีความสุข เริ่มต้นทั้งวันไม่มีความสุขเลยเพราะว่าตัวเลขไม่ใช่แบบที่เราต้องการ
เราไม่อยากให้ความสุขของคุณมันมาถูกกำหนดเอาไว้ด้วยตัวเลขบนตาชั่ง หรือแม้กระทั่งรูปร่างหรืออะไรก็ตาม หาจุดสมดุลให้ดี เลือกอะไรที่เหมาะกับร่างกายของตัวเองจริงๆ และสุดท้ายดูแลสุขภาพจิตของตัวเองด้วย สำคัญมากๆ นะคะ

‘ดาว ณัฐภัสสร’ โพสต์หวาน ถึงแฟนหนุ่ม ‘แกงส้ม ธนทัต’  คอยเคียงข้างให้กำลังใจ แต่สุดท้ายทำช็อตฟีลมาก

เป็นคู่ที่โบ๊ะบ๊ะเข้าขากันสุดๆ สำหรับดีเจสาว ดาว-ณัฐภัสสร สิมะเสถียร กับแฟนหนุ่ม แกงส้ม-ธนทัต ชัยอรรถ มักจะมีโมเมนต์หยอกล้อกันเป็นคอนเทนต์ ชวนหลายคนอมยิ้มตามอยู่ตลอด
ล่าสุดในอินสตาแกรมส่วนตัว ดาว ได้โพสต์ภาพเซ็ตคู่อวดโมเมนต์น่ารัก แฟนหนุ่มคอยเคียงข้างดูแลไม่ห่าง พร้อมเขียนแคปชั่นชวนอมยิ้มว่า “คุณ @kangsomks แต่งตัวหล่อเพื่อมาเป็นdresser ช่างภาพ คนยกของ คนส่งข้าว ยันคนขับรถ คุณคนนี้คอยซัพพอร์ตดาวทุกทาง โดยเฉพาะทางใจ ดาวขาดความมั่นใจในตัวเองมาตลอด แบบแก้ไม่หายซักที แบบถ้าเป็นคนอื่นคงรำคาญ

แต่ก็จะมีเค้าคอยช่วยรับฟัง คอยพยุงดาวไว้เสมอ มีอยู่วันนึงดาวไม่แน่ใจว่าดาวตีความตัวละครตัวนี้ถูกต้องมั้ย เค้าก็รับฟังและให้คำปรึกษาดาวอย่างดีมากๆ แบบเป็นชั่วโมงๆ จนดาวตกตะกอนอะไรได้มากขึ้น แล้วจบท้ายด้วยการให้กำลังใจว่า “คุณจะเป็น “นพนภา” ได้ดีแน่ๆที่รัก”
พร้อมกุมมือแบบอบอุ่น…. แต่…. “ที่รักคะ ชั้นชื่อทิพอาภา….” นพนภามันคนละเรื่องงงงงงงงงงงง นี่นะหรอนพนภา… นกเป็นกำลังใจให้นะคะพี่ตา… ขอโทษที่จบแบบช๊อตฟีลค่ะ

‘ป๊อบ ปองกูล’ ทดลองใช้ ChatGPT ค้นหาชื่อของตน ดันพบข้อมูลว่า ตัวเองเป็นสมาชิกวงไอดอลหญิง BNK48

เพราะความอยากรู้อยากลองระบบ AI ของแอปพลิเคชั่น ChatGPT นักร้องชื่อดังอย่าง ป๊อบ ปองกูล เจ้าของเพลงสลักจิต จึงได้ทดลองค้นหาชื่อของตัวเอง แต่ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นบอกว่า ป๊อบเป็นหนึ่งในสมาชิกวงไอดอลหญิง BNK48

งานนี้คำตอบที่ได้ทำเอาเจ้าตัวถึงกับไปไม่เป็น โดยนักร้องหนุ่มได้ออกมาโพสต์ภาพจากในแอปพลิเคชั่นพร้อมระบุข้อความบอกว่า 'เมื่อฉันลองหาชื่อฉัน ใน Chat GPT #วงในบอกมา รู้แล้วเหยียบให้มิด' ด้านแฟนๆ พอได้รู้คำตอบก็แห่เข้ามาคอมเมนต์แซว เช่น แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ เต้นคุกกี้เสี่ยงทายให้ดูหน่อยพี่ป๊อบBNK48

‘เนย โชติกา’ ประกาศขายหั่นราคา รถสปอร์ตสุดรัก เหตุเพราะมีลูก 2 คน อยากให้นั่งได้อย่างสะดวกสบาย 

คุณแม่คนสวยลูกสองอย่าง เนย โชติกา ล่าสุดได้ใช้อินสตาแกรมในการรีวิวรถหรู Aston Martin Vantage ที่เจ้าตัวประกาศตัดใจขายด้วยการหั่นราคาแบบว้าวมากๆ โดยเธอได้เขียนแคปชั่นไว้ว่า "ขายรถเนยเองค่าา aston martin vantage หล่อมากใหม่มากก สภาพใหม่มาก รถไม่เคยชน  ขับน้อย 8,xxx km ราคาซื้อมา 16.xx ล. + ล้อแม็ก5แสน ราคาขาย 12.5 ล."

ทั้งนี้ แม่เนย ได้เปิดใจถึงเหตุผลที่ต้องขายรถสุดที่รักเพราะมีลูกสองคนอยากได้เป็นรถ 4 ประตูที่ลูกๆ สามารถนั่งได้อย่างสะดวกสบาย 

หลายคนเห็นแล้วต่างเข้ามาคอมเมนต์อยากเป็นเจ้าของกันยกใหญ่เลยทีเดียว อาทิ เปิ้ล นาคร ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์แซวว่า "ยืมขับก่อนได้มั้ยคะ" หรือจะเป็น ไอซ์ ศรัณยู ที่ได้เข้ามาบอกว่า "อุ๊ย! เคยสวนทางกับคันนี้บนถนน แอบมองอยู่ว่าใครน้า ของแม่เนยคนสวยนี่เอง" และอื่นๆ อาทิ หูยราคาโครตคุ้ม คนเล่นรถเท่านั้นจะรู้ นี่เดียวตามโชว์รูมก็มาตามจีบแน่ค่ะแม่!, อยากได้อะแม่ คุณเนยนำเข้ากับบริษัทอะไรรีวิวหน่อยได้มั้ยคะ เป็นต้น 

‘จอร์จ Sevendogs’ โปรดิวเซอร์ชื่อดัง เผยความประทับใจ จากการร่วมงาน อัดเสียงให้กับ ศิลปินนักร้อง ดารานักแสดง

จอร์จ Sevendogs โปรดิวเซอร์ ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงไทยมาอย่างยาวนาน ได้โพสต์คลิปสั้น ลงใน TikTok ที่ชื่อ georgesevendogs  เล่าถึงการทำงานในห้องอัด กับศิลปินนักร้อง ดารานักแสดง หลายท่าน โดยมีใจความว่า ...

คนที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ผมสามารถหยิบคำว่านักร้องให้เขาได้เลย คนแรกก็คือ คุณป๊อด โมเดิร์นด็อก เวลาที่เขาจะมาร้องเพลง เขาก็จะทำการบ้านมาในระดับหนึ่ง แล้วเขาก็จะพยายามร้องให้ได้ตามที่ไกด์ไว้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมาอัดเพลงการ์ตูนเรื่องไอ้มดแดง ที่เอามาฉายในเมืองไทย ร้องรอบแรกเสร็จแล้ว เขาก็ร้องใหม่ให้อีกรอบโดยใส่ความเป็นตัวเองลงไปในเพลง ได้ฟังที่ร้องครั้งแรกก็งงแล้วนะ พอมาร้องอีกรอบ ก็งงขึ้นไปอีก เพลงมันยกระดับขึ้นไปอีกเลย ลูกค้าที่มานั่งฟังด้วยกันก็ชอบมาก 

อันดับ 2 คุณแสตมป์ อันดับ 3 คุณส้มมารีครับ วันนั้นเขามาร้องเพลง หรือฉันคิดไปเอง เป็นเพลงของตัวเอง ตอนนั้นดัง 40 ล้านวิว เขามาร้องในเวอร์ชั่นที่ผมทำดนตรีให้เขาใหม่ เขาขอ Backing Track ล่วงหน้า 2 วัน เขาขอไปซ้อม พอมาถึงเขาขอวอร์มเสียง ร้องวอร์มเสียงไป 1 รอบแล้วเขาก็บอกพร้อมอัด แต่ Sound engineer มาบอก พี่ครับเมื่อกี้ผมกดอัดไปแล้ว เอาเลยไหม ไอ้สิ่งที่บอกว่าวอร์มเสียงหน่ะนึกว่าเปิด Track ที่ร้องเสร็จแล้ว ก็เลยให้ส้มมารี ลองร้องอีกรอบนึง มันออกมาไม่เหมือนเดิม มันดีกว่าเดิม ร้องเสร็จ ส้มมารีถามพี่เอาอะไรอีกไหม ให้แก้อะไรอีกไหม ผมบอกส้มมารี ถอดหูฟังแล้วออกมาฟังตรงนี้จะเสียค่าไฟ เสียฮาร์ดดิสก์ทำไม พี่อัดไป มันใช้ได้แล้ว ต่อมาก็คือคุณญาญ่าหญิง พอเพลงเข้ามาปุ๊บกรู๊ฟมาทันที คนต่อมา โอ๊ต ปราโมทย์ ร้องเลื้อยให้ด้วยเลื้อยแต่ละครั้งก็ไม่เหมือนกัน อีก 2 คนต่อมาเป็นนักแสดงคุณอาจจะไม่เชื่อ ว่าเขาสามารถร้องออกมาได้ดีมากณเดชน์กับญาญ่าเขาร้องออกมาได้ดีมาก เพราะเขาทำการบ้าน บางอันยากมาก หยุดตรงนั้น 3 วินาที 4 วินาที เขาสามารถร้องออกมาได้เป๊ะมาก จำได้เหตุการณ์วันที่ณเดชน์จะมาอัดเสียงร้อง ผมไม่ได้เปรียบเทียบนะ แต่ผมรู้สึกอาการเหมือนกับความรู้สึกที่ผมเคยอัดให้พี่เบิร์ด คุณกำลังนั่งในห้องอัด แล้วคุณได้ยินเสียง คนเดินร้องเพลง ที่กำลังจะอัดเข้ามา เขาอาจจะไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเทพ 100% แต่เขามีความตั้งใจ มาก ถึงไม่แปลกใจเลยที่ณเดชน์และญาญ่าเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์ จอร์จ Sevendogs กล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top