Sunday, 5 July 2026
LITE

‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ สวมชุดไทยเที่ยววัดดังในญี่ปุ่น เผย!! “ปลื้มใจ ได้เผยแพร่ผ้าไทยให้ต่างชาติได้ชม”

เรียกได้ว่าขอเป็นซอฟท์พาวเวอร์แบบเบาๆ สำหรับ ‘ปราง กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล’ ที่ล่าสุดเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อนหน้านี้ก็โปรโมตกางเกงมวยไทยใส่เดินกลางชิบุย่าแหล่งสุดฮิตของโตเกียวมาแล้ว

ล่าสุดที่วัดอาซากุสะที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น และเป็นสถานที่ที่คนไทยมักไปเช่าชุดยูกาตะมาใส่ถ่ายรูปด้วย ครั้งนี้ ‘แม่หญิงจันทร์วาด’ ขอสวนกระแสจัดชุดไทยจิตรลดา ผ้าไหมยกดอกลำพูนสีกลีบบัว ไปใส่ถ่ายรูปหน้าวัดสร้างความแตกต่างและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปในตัวเสียเลย งานนี้ได้กระแสตอบรับดีมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย ทำเอาเจ้าตัวปลื้มสุดๆ

ทั้งนี้ สาวปราง ได้โพสต์รูปสวมชุดไทย พร้อมเขียนแคปชันในอินสตาแกรมส่วนตัว ‘ladiiprang’
ว่า “ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศแล้วได้ใส่ผ้าไทยให้ต่างชาติได้เห็น ปรางภูมิใจมาก รู้สึกรักคนไทย ช่างฝีมือไทยที่ทำของสวย ๆ แบบนี้ และยิ่งดีใจที่มีคนเข้ามาชม ถ่ายรูป และชื่นชอบในผ้าไทย มาโตเกียวครั้งนี้ปรางสวมใส่ชุดผ้าไหมยกดอกลำพูนสีกลีบบัว คู่กับเครื่องประดับผลงาน ครูพิรุณ ศรีเอี่ยมสะอาด ครูช่างศิลปหัตถกรรม ที่เอางานปั้นหุ่นกระบอกมาดีไซน์ลายไทยเป็นตุ้มมาลัยและดอกรัก ปรางเลือกกระเป๋าย่านลิเภาจาก จ.นครศรีธรรมราช ฝีมือคุณนภารัตน์ ทองเสภี ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม สัมผัสงานหัตถศิลป์ไทยทรงคุณค่าได้ที่ @sacit_official รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นแม่หญิงจันทร์วาดของทุกคนเลย :)”

‘ก้อย อรัชพร’ อัปเดตเรื่องหัวใจ เผย ตอนนี้ยังไม่รีบมีใคร พร้อมบอก ยินดี!! หาก ‘นิกกี้’ มูฟออนมีความรักครั้งใหม่

(27 ก.ค. 66) หัวใจกำลังจะไม่ว่างเเล้วหรือเปล่าสำหรับ ‘นิกกี้ ณฉัตร’ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ไปออกรายการ What the fast ทางช่องยูทูบของ ดีเจเพชรจ้า เเละได้อัปเดตเรื่องหัวใจว่า น้องฝึกงานก็น่ารักดีเเต่น้องยังเด็กเพิ่งอายุ 21 คือไม่กล้า เราเป็นคนเxี้ยไง เอางี้เส้นพี่เป็นคนเxี้ย ก็พยายามจะเป็นคนดี เพื่อคนที่เรารัก แต่พอมันหมดแล้ว เรื่องส่งเมสเสจก็ไม่มีฝืนตัวเองอยู่

ล่าสุด ‘ก้อย อรัชพร’ ได้ออกมาเปิดว่า กับนิกกี้ตอนนี้คุยกันเรื่องหมาอย่างเดียว มีคุยงานบ้างไม่คุยเรื่องส่วนตัวเลย เห็นข่าวความรักครั้งใหม่ของนิกกี้เพราะมีคนส่งมาให้ดูเราก็บอกว่าอะไรที่เขาเเฮปปี้เราก็โอเค มันเป็นชีวิตเขาตอนนี้เราเหมือนเพื่อนกันเเล้วถ้ามูฟออนมีเเฟนใหม่ก็ยินดีด้วย

ส่วนเรื่องหัวใจของตัวเองตอนนี้ไม่รีบ ไม่ได้คุยกับใครจริงจัง อยากฟังตัวเองเยอะ ๆ ว่าเราต้องการอะไร เพื่อนก็บอกว่าไม่ต้องรีบ ทุกวันเราเหนื่อยงานอยู่เเล้วถ้ามีความรักมันจะต้องเป็นความสบายของเรา สบายใจที่ได้อยู่กับเขา

‘แจ็คสัน หวัง’ แต่งเต็มยศ สวมบทพนักงานเซเว่น เหล่าอากาเซ่เอ็นดู ลุ้น!! อาชีพต่อไปจะเป็นอะไร

(27 ก.ค. 66) หลังจากที่ปรากฏตัวสุดหล่อในงานอีเวนต๋ขายกาแฟ ก่อนจะไปร่วมเก็บขยะจนเกลี้ยงคลอง ล่าสุด ‘แจ็คสัน หวัง’ ทำแฟน ๆ เซอร์ไพรส์เมื่อโผล่ไปเป็นพนักงานในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่น แต่งตัวเต็มยศพร้อมป้ายพนักงานห้อยคอ โดยรับหน้าที่แคชเชียร์ คุยเล่นกับลูกค้า ทำเอาคนแห่ไปใช้บริการกันเพียบ แต่งานนี้โดนแซวหนักเพราะหนุ่มพนักงานสุดหล่อ นั่งรถหรูมาทำงาน แถมยังใส่เครื่องประดับแบรนด์หรูที่ตนเองเป็นพรีเซ็นเตอร์เรียกได้ว่า มาเมืองไทยรอบนี้ แจ็คสัน หวัง กิจกรรมแน่น ทำเอาแฟน ๆ รอดูว่าอาชีพต่อไป magic man คนนี้จะไปเซอร์ไพรส์ทำอะไรต่อ เรียกได้ว่าต้องคอยเกาะติดโซเชียลอัปเดตกันทุกชั่วโมงเลยทีเดียว

'จ้าวลี่อิง' นางเอกดังแดนมังกรเที่ยวเมืองไทย แวะชิม ‘ก๋วยเตี๋ยวเรือ’ พร้อมปรุงรสสุดแซ่บ

ทำเอาแฟนๆ อดยิ้มไม่ได้จริงๆ หลังมีการแชร์ภาพของ ‘จ้าวลี่อิ่ง’ (Zhao Liying) นางเอกซุปตาร์จีน วัย 35 ปี ที่แฟน ๆ จดจำจากซีรีส์ ‘จูเซียน กระบี่เทพสังหาร’ (Noble Aspirations), ‘ฉู่เฉียว จอมใจจารชน’ (Princess Agents), ‘ตำนานหมิงหลัน’ (The Story of Ming Lan) รวมถึง ‘นางโจร’ (Legend of Fei) ที่เธอได้ประชันบทบาทกับ ‘หวังอี้ป๋อ’ (Wang Yibo) พระเอกรุ่นน้อง

ภาพที่ปล่อยออกมาเป็นเซ็ตภาพที่เธอคนนี้ลัดฟ้ากลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อน และหนนี้เจ้าตัวได้แวะชิม ‘ของดีเมืองไทย’ เป็น ‘ก๋วยเตี๋ยวเรือ’ หรือ ‘ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก’ แถมเธอยังดูเป็นสายชอบทานของแซ่บ เพราะมีภาพที่เธอตักพริกป่นจากพวกเครื่องปรุงแบบพูนช้อน!!

และก็น่าจะเพราะก๋วยเตี๋ยวเสิร์ฟมาแบบชามเล็กชามน้อยราคาย่อมเยาว์ นางเอกซุปตาร์คนดังก็เลยขอสั่งมาชิมเสียเต็มโต๊ะ ทำเอาแฟน ๆ และชาวเน็ตเห็นแล้วอดยิ้มกันไม่ได้จริง ๆ รวมทั้งพากันคอมเมนต์อวยพรให้ ‘จ้าวลี่อิง’ คนสวยของแฟนๆ ได้พักผ่อนชาร์จพลังระหว่างลัดฟ้ามาเที่ยวเมืองไทยหนนี้อย่างเต็มที่สุด ๆ ไปเลย

ชวนปีนป่าย พิกัด Unseen แห่งใหม่ ในราชบุรี ความท้าทาย ที่สาย Soft Adventure ห้ามพลาด

เขาทะลุมิติ หรือ ถ้ำเขาทะลุ ตั้งอยู่ตำบลรางบัว ด้านข้างแกรนด์แคนยอนราชบุรี ด้านบนของเขาทะลุมิติ นั้นมีลักษณะเป็นถ้ำ ซึ่งเพดานถ้ำทะลุลงมาเป็นช่อง เกิดเป็นซุ้มประตูหินโค้งขนาดใหญ่ 2 โพรง เส้นทางขึ้นจากเชิงเขาถึงปากถ้ำระยะทางประมาณ 200 เมตร เป็นเส้นทางเดินธรรมชาติ มีต้นไม้น้อยใหญ่ปกคลุมตลอดทางเดิน ใช้แรงปีนป่ายไม่ยากนักแค่ 10-15 นาทีก็ถึงแล้ว แนะนำให้สวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เหมาะสมกับพื้นหินขรุขระ เพื่อความสะดวกสบายในการเดิน และเพื่อความปลอดภัย ตามทางขึ้นนั้นก็จะมีเชือกผูกไว้ตามทางเป็นแนวยาว เราสามารถเกาะเพื่อทรงตัวในการเดินปีน ตลอดทางขึ้นนั้นหินที่พื้นจะเป็นหินเล็กคลุกผสมหินใหญ่

ที่เขาแห่งนี้ เหมาะแก่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรม Soft Adventure เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนเขาและมองลอดผ่านกรอบซุ้มประตูหิน สามารถมองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติและวิวเทือกเขาสลับซับซ้อนอยู่ไกล ๆ จนทำให้มีความรู้สึกเหมือนมองทะลุไปอีกมิติ จึงเป็นที่มาของชื่อ 'เขาทะลุมิติ' ซึ่งเป็น 1 ใน 25 แหล่งท่องเที่ยว Unseen New Series  ช่วงเวลาที่แนะนำคือ เวลา 16.00-18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินเราจะมองเห็นแสงอาทิตย์ส่องมาตรงช่องเขาพอดี จึงทำให้ที่นี่เป็นอีกจุดหนึ่งในการชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามของจังหวัดราชบุรี พื้นที่ด้านบนเขานั้นไม่กว้างใหญ่มากนัก แต่มีมุมถ่ายภาพหลายมุม วิวต้นไม้ทิวเขาสวยมาก ได้ภาพสวยคุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนอย่างแน่นอน

การเดินทางมาท่องเที่ยวที่ ถ้ำเขาทะลุนั้นง่ายมาก ที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจาก กทม. ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมง สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3087 (ราชบุรี-สวนผึ้ง) ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จะถึงปากบึง ให้เลี้ยวขวาใช้ถนนสายบ้านบึง ขับรถมาอีกสักพักก็ถึงแล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม
ที่ตั้ง : ตำบล รางบัว อำเภอ จอมบึง จังหวัด ราชบุรี 
พิกัด : https://goo.gl/maps/vhqDHtshSUoVjsjFA
เลาเปิด - ปิด : 8.00 - 18.00 น.
สอบถามข้อมูล องค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว โทร. 0 3273 9046

27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 วันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

27 กรกฎาคม 2554 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวในรัชกาลที่ 6 สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช รวมพระชันษา 85 ปี

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 กับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี พระมารดา ทรงพระประสูติเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ณ พระที่นั่งเทพพิลาส ในหมู่พระมหามณเฑียร ก่อนพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จสวรรคตเพียงวันเดียว

โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรหนักด้วยโรคพระอันตะ มีพระอาการรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความกังวลของเหล่าพสกนิกร แต่ถึงแม้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจะประชวร ท่านทรงรอฟังข่าวพระประสูติการอย่างใกล้ชิด และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 เวลาประมาณบ่ายโมง พระนางเจ้าสุวัทนาฯ มีพระประสูติการเจ้าฟ้าหญิง ซึ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทราบข่าว มีพระราชดำรัสว่า "ก็ดีเหมือนกัน" จากนั้นเมื่อเจ้าพระยารามราฆพได้นำสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์น้อยไปเฝ้าฯ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทอดพระเนตร ทรงพยายามยกพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสพระราชธิดา แต่ก็ทรงอ่อนพระกำลังมากจนไม่สามารถจะทรงยกพระหัตถ์ได้ 

เจ้าพระยารามราฆพจึงเชิญพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสพระราชธิดา เมื่อจะเชิญเสด็จพระราชกุมารีกลับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงโบกพระหัตถ์แสดงพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรพระราชธิดาอีกครั้ง จึงเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอมาเฝ้าฯ เป็นครั้งที่สอง และเป็นครั้งสุดท้ายแห่งพระชนมชีพจนกลางดึกคืนนั้นเองก็เสด็จสวรรคต

เมื่อทรงพระเยาว์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา เริ่มทรงพระอักษร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2473 โดยพระอาจารย์จากโรงเรียนราชินี เช่น หม่อมเจ้าหญิงพิจิตรจิราภา เทวกุล อาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินีและโรงเรียนราชินีบน พร้อมด้วยครูพิศ ภูมิรัตน อาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินีเป็นผู้ถวายพระอักษร ณ พระตำหนักสวนหงส์ พระราชวังดุสิต 

จากนั้น ได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ โรงเรียนราชินี (หมายเลขประจำพระองค์ 1847) แล้วจึงทรงศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการกับท่านผู้หญิงศรีนาถ สุริยะ อาจารย์จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ณ ตำหนักสวนรื่นฤดี ถนนราชสีมา เมื่อสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงเจริญพระชนมายุขึ้น มีพระอนามัยไม่สมบูรณ์นัก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้นำสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ไปประทับรักษาพระองค์ ณ ประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2480 ซึ่งในขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงเสด็จไปประทับอยู่ก่อนแล้ว

ทั้งนี้ ทั้งสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา และพระชนนี ได้ทรงย้ายที่ประทับหลายแห่งตามลำดับ คือ ตำหนักแฟร์ฮิลล์ เมืองแคมเบอร์เลย์ มณฑลเซอร์เรย์, ตำหนักหลุยส์เครสเซนต์ เมืองไบรตัน มณฑลซัสเซค และตำหนักไดก์โรด (บ้านรื่นฤดี) เมืองไบรตัน มณฑลซัสเซค และประสบความยากลำบากอย่างหนัก เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองในช่วงภาวะสงครามจึงทรงประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงการทำงานบ้านเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจ้างข้าหลวงชาวต่างประเทศ

ในขณะที่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ทรงประทับอยู่ที่ประเทศอังกฤษนั้น ได้ทรงศึกษาวิชาภาษาอังกฤษ, ภาษาฝรั่งเศส และเปียโนกับพระอาจารย์ชาวต่างประเทศ และได้เสด็จไปทรงศึกษาในโรงเรียนประจำสตรีชื่อโรงเรียนเซเครดฮาร์ต แคว้นเวลส์

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่พระองค์ประทับ ณ ประเทศอังกฤษ พระองค์และพระชนนีมีพระกรุณาต่อชาวไทยในประเทศอังกฤษ โดยทรงโปรดให้เข้าเฝ้า และจัดประทานเลี้ยงให้อยู่เสมอ และพระราชทานพระกรุณาแก่กิจการต่าง ๆ ของชาวไทยอยู่เป็นประจำ ทรงร่วมงานของสามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นสมาคมนักเรียนไทยในสหราชอาณาจักร เป็นประจำ

นอกจากนี้ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง พระองค์ยังทรงอุทิศพระองค์ช่วยเหลือกิจการสภากาชาดอังกฤษ ประทานแก่ทหารและผู้ประสบภัยสงครามด้วยการเสด็จไปทรงบำเพ็ญประโยชน์ ทั้งม้วนผ้าพันแผล จัดยา และเวชภัณฑ์ ทางสภากาชาดอังกฤษจึงได้ถวายเกียรติบัตรประกาศพระกรุณา และในขณะที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวยังมีพระชนมชีพหลังการสละราชสมบัติแล้ว พระองค์และพระชนนีได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่เสมอ

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2502 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ได้เสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นการถาวร ได้ทรงแบ่งเบาพระราชภาระของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะในด้านสังคมสงเคราะห์ โดยเสด็จออกเยี่ยมราษฎรตามหัวเมืองทั้งใกล้ไกล พร้อมพระราชทานพระอนุเคราะห์แก่ผู้ยากไร้อยู่เสมอ ครั้นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลปัจจุบัน ทรงเจริญพระวัยขึ้นกระทั่งทรงสามารถแบ่งเบาพระราชกรณียกิจได้ ประกอบกับพระองค์มีพระชนมายุสูงขึ้น จึงได้เสด็จออกทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดารน้อยลง เมื่อพระองค์มีพระชันษาสูงขึ้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เข้าเฝ้าและได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์อยู่เนือง ๆ

จนกระทั่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา มีพระชันษาที่มากขึ้น ทำให้สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ประชวรด้วยอาการตามพระชันษา คณะแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชจึงได้เฝ้าระวังพระอาการอย่างใกล้ชิด ในเวลาต่อมา สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงเริ่มมีพระอาการเส้นพระโลหิตอุดตัน ทำให้ทรงขยับพระวรกายด้านซ้ายยากขึ้น คณะแพทย์จึงได้ถวายพระโอสถ และมีนางพยาบาลถวายการดูแล อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพระองค์จะทรงรับสั่งได้น้อยลง แต่ก็ทรงเข้าพระทัยทุกอย่างเป็นอย่างดีด้วยการพยักพระพักตร์ 

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงเข้าประทับรักษาตัวในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 โดยมีคณะแพทย์ถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่อาการพระประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จะได้สิ้นพระชนม์ เมื่อเวลา 16 นาฬิกา 33 นาที ของวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 สิริรวมพระชันษา 85 ปี

เปิดภาพล่าสุด ‘สุชาติ แคปเจอร์’ เน็ตไอดอลในตำนาน  ที่ปังไม่หยุด!! ขึ้นเขียงอัปความอึ๋มของหน้าอก 200 ซีซี

(26 ก.ค. 66) ยังจำกันได้ไหม? ‘สุชาติ แคปเจอร์’ หรือ ‘สุชาติ จันทร์แก้ว’ ชื่อเล่นเธอเรียกตัวเองว่า ญาญ่า หนูน้อยตัวเล็กที่เรียกว่าสร้างสีสันและกลายเป็นไวรัลที่แชร์กันจนยอดเข้าชมคลิปถล่มทลายหลายล้านวิว จนได้เป็นเน็ตไอดอลคนดังในโลกโซเชียล

ล่าสุด สุชาติ แคปเจอร์ ก็ขอขึ้นเขียงทำศัลยกรรมอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้ไม่ใช่จมูกเหมือนเดิม แต่เป็นการเติมเต็มความเป็นสาวด้วยการเสริมหน้าอก พร้อมกับเผยหลังทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกว่า ทำขนาด 200 ซีซี เนื่องจากคุณหมอบอกว่าทำขนาดนี้พอดีแล้ว เนื่องจากเป็นคนตัวเล็กนั่นเอง เรียกว่า อย่าหยุดสวยจริง ๆ

'ชาวบ้าน' ลูบถูต้นลิ้นจี่ เชื่อ!! มีนางไม้อาศัยอยู่  เจอะเลขเด็ด 2 ตัว '11' ส่วน 3 ตัว '528-229'

(26 ก.ค. 66) ชาวบ้านนักเสี่ยงโชคทั้งในและนอกพื้นที่ ต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียน แป้ง เพื่อมาเซ่นไหว้ขอโชคต้นลิ้นจี่ใบหน้าคน มีลักษณะหน้าคนโผล่กลางลำต้น อายุกว่า 50 ปี ขนาด 2 คนโอบ สูงประมาณ 20 เมตร ภายบริเวณ ศูนย์ประสานงานสภาเกษตรกร ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

หลังจุดธูปและใช้แป้งมาลูบๆ ถูๆ ได้ทั้งเลข 2 ตัว และ 3 ตัว สำหรับเลขสองตัว ได้เลข 11 และเลขสามตัว ได้เลข 528 และเลขธูป 229 จึงนำโทรศัพท์มา ถ่ายเพื่อเก็บไว้ ไปเสี่ยงโชค ซื้อลอตเตอรี่งวดที่จะถึงนี้

จากการสังเกต ต้นลิ้นจี่ บริเวณหน้าศูนย์ประสานงาน สภาเกษตร จังหวัดพะเยา พบว่ามีรูปคล้ายใบหน้าคน ได้โผล่ออกมากลางลำต้น คล้ายใบหน้าผู้หญิงมีทั้ง ศีรษะ ดวงตา แก้ม จมูก ปาก คาง และลำคอ ครบทุกส่วน มองคล้าย คนยืนก้มหน้า

สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่ผ่านไปมาที่พบเห็น ซึ่งเชื่อกันว่า ต้นลิ้นจี่ดังกล่าวน่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือนางไม้อาศัยอยู่ หลังจากที่ชาวบ้านได้ทราบข่าว ต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียนและแป้งเข้ามาเซ่นไหว้ ขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย

‘ลิซ่า’ พาเพลง ‘MONEY’ สร้างสถิติใหม่ในฝรั่งเศส ได้รับการรับรองระดับ ‘Gold’ ยอดสตรีมทะลุ 15 ล้านครั้ง

‘ลิซ่า’ ฝากชื่อเอาไว้ในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงอีกครั้ง ด้วยการเป็นศิลปินเดี่ยว K-Pop ‘คนแรก’ ที่ได้รับการรับรองยอดขายระดับ ‘แผ่นเสียงทองคำ’ ในประเทศฝรั่งเศส

การการันตียอดขายระดับ ‘Gold’ ในฝรั่งเศสมาจากเพลง ‘MONEY’ ที่ติดอันดับชาร์ตมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันมียอดสตรีมในฝรั่งเศสมากถึง 15 ล้านครั้ง รวมการสตรีม การดาวน์โหลด และการขายจริงในประเทศ

นอกจากนั้น ‘MONEY’ ยังประสบความสำเร็จในการเป็นเพลงที่มียอดสตรีมมากที่สุดโดยศิลปินเคป็อปหญิงบน Spotify แซงหน้าเพลงฮิตอย่าง ‘HOW YOU LIKE THAT’ ของกลุ่ม BLACKPINK ของเธอเอง

แม้จะมีผลงานเดี่ยวเพียงแค่ 2 เพลง แต่ ลิซ่า ก็สามารถกวาดรางวัลต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Chodong Record Award จาก Hanteo Music Awards และ โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี จาก Mnet Asian Music Awards นอกจากนั้นซิงเกิลอัลบั้แแรก Lalisa ยังสร้างสถิติโลก เป็นอัลบั้มแรกของศิลปินเดี่ยวจาก เคป๊อปที่มียอดสตรีมถึง 1 พันล้านครั้งบน Spotify

คู่กรณี ‘เอ๊ะ จิรากร’ เบี้ยวนัดขึ้นศาล คดีทำร้ายร่างกายกลางเวทีคอนเสิร์ต

สืบเนื่องจากกรณีก่อนหน้านี้ นักร้องหนุ่มชื่อดัง ‘เอ๊ะ จิรากร’ ถูกชายรายหนึ่ง บุกขึ้นไปทำร้ายร่างกายบนเวที ขณะที่กำลังทำการแสดงอยู่ ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าตัวได้เดินทางเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดี กับผู้กระทำผิดทันที

และเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ‘เอ๊ะ จิรากร’ พร้อมด้วยทนายความ และตัวแทนจากบริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดธัญบุรี ตามกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีอาญา ซึ่ง เอ๊ะ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องชายคนดังกล่าว

ปรากฏว่าเมื่อได้รับหมายแล้ว ชายคนดังกล่าวไม่มาศาล โดยทนายความจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี เหตุจากทนายเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นทนายความในคดีนี้ และติดว่าความที่ศาลอื่น เป็นเหตุให้ไม่สามารถมาตามนัดของศาลนี้ได้ ทั้งนี้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องอีกครั้งในวันที่ 4 กันยายน 2566

โดยหลังจากที่ ‘เอ๊ะ จิรากร’ ได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ออกหมายเรียกผู้กระทำความผิดไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ผู้กระทำผิดไม่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายแต่อย่างใด

นอกจากนี้ทางบริษัท ยังเป็นโจทก์ยื่นฟ้องชายคนดังกล่าว เป็นคดีแพ่งอีกคดีหนึ่ง เพื่อปกป้องชื่อเสียง และทวงคืนศักดิ์ศรีให้กับบริษัทและศิลปิน

‘ก็อตจิ-กอล์ฟ’ ประกาศปิดตำนานรายการเทยเที่ยวไทย ขอบคุณแฟนๆ ที่ติดตามตลอดระยะเวลา 12 ปี

เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเติบโตมาพร้อมกับ 4 เทยตัวแม่อย่าง ป๋อมแป๋ม, กอล์ฟ, ก๊อตจิ และเจนนี่ ปาหนัน จากรายการ ‘เทยเที่ยวไทย’ อย่างแน่นอน รายการท่องเที่ยว แฝงความตลกขบขัน ซึ่งเดินทางมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 12 ปี

ล่าสุด (26 ก.ค. 66) ‘ก๊อตจิ ทัชชกร’ หนึ่งในพิธีกร รายการเทยเที่ยวไทย ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @godji_godji พร้อมแนบลิงก์ตัวอย่างรายการ เทยเที่ยวไทย ที่จะออกกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค.66 นี้ ระบุข้อความว่า…

“เทยเที่ยวไทย สัปดาห์นี้ปิดซีซั่นแล้วนะคะ 🙂 ซีซั่นที่ยาวนานมาถึงเกือบ 12 ปี ขอบคุณทุกคนจากใจจริง ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ จนกว่าจะพบกันใหม่นะคะ :)”

ต่อมา ‘กอล์ฟ กิตติพัทธ์’ อีกหนึ่งพิธีกรร่วมในรายการ ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @gorfern เป็นการตอกย้ำถึงการปิดซีซันแสนยาวนานของเทยเที่ยวไทย ที่กำลังจะจะถึงนี้ว่า…

“ทุก ๆ การเดินทางย่อมมีปลายทางด้วยกันทั้งนั้น…เทยเที่ยวไทย”

สำหรับรายการเทยเที่ยวไทย ในตอนสุดท้าย ทั้ง 4 เทยและทีมงานทั้งหมด จะพาทุกคนกลับไปเที่ยวพัทยา จุดเริ่มต้นของรายการในตอนที่ 1 จะออกอากาศในวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 เวลา 22.00 น. ทางช่อง GMM25 และรีรันทางยูทูปช่อง เทยเที่ยวไทย & friends

กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดเวทีระดมความคิด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก่อนวางโรดแมปแผนปฏิบัติการระยะยาว ปี 2567 – 2571 ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

26 กรกฎาคม 2566 - โรงแรม เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ 

นายภุชพงศ์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม รับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อการจัดทำแผนปฏิบัติการระยะยาว (พ.ศ. 2567 - 2571) และแผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ. 2567 ภายใต้โครงการกำกับ ติดตาม บริหารจัดการแผนงานและตัวชี้วัดของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีคณะปรึกษาจากสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมการประชุม

นายภุชพงศ์ กล่าวว่า กิจกรรมการประชุมรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อการจัดทำแผนปฏิบัติการระยะยาว (พ.ศ. 2567 - 2571) และแผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ. 2567 ในครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญในการระดมความคิดเห็นและสร้างการมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนให้กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีแนวทางการปฏิบัติงานที่สามารถบรรลุผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ การวางระบบและ กลไกในการกำกับติดตามการดำเนินการตามตัวชี้วัดการประเมินผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพในปีถัดไป

“นับเป็นโอกาสดีที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายและสนับสนุนการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดแผนปฏิบัติการระยะยาวของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่นำประโยชน์มาสู่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป” นายภุชพงศ์ กล่าว

นางสุรีพร พรโสภณวิชญ์ ผู้อำนวยการกองบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดการประชุมในครั้งนี้ ว่า เนื่องจากระเบียบคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าด้วยการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2561 ข้อ 14 ระบุให้ สำนักงานจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปีโดยสอดคล้องกับนโยบายและแผน   ระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาอนุมัติอย่างน้อย 60 วันและส่งให้กระทรวงการคลังอย่างน้อย 30 วันก่อนเริ่มปีบัญชี เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนการใช้จ่ายเงิน พร้อมทั้งตัวชี้วัดการดำเนินงานทุนหมุนเวียนกำหนดให้มีการประเมินการปรับปรุงแผนปฏิบัติการระยะยาว และแผนปฏิบัติการประจำปี โดยรวมถึงแผนปฏิบัติการดิจิทัล และแผนบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมานั้น ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อ จัดทำแผนปฏิบัติการระยะยาว (พ.ศ. 2567 -2571) และแผนปฏิบัติการประจำปีพ.ศ. 2567 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกองทุนในการปรับแผนดังกล่าวให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ และแนวโน้มการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำหรับการประชุมในครั้งนี้     มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อแผนปฏิบัติการระยะยาว (พ.ศ. 2567 - 2571) และแผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมีผู้แทนของหน่วยงานจากกองทุนต่าง ๆ ผู้ขอรับทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาเข้าร่วมการประชุม เพื่อนำข้อมูลและความคิดเห็นที่ได้นำไปใช้ประกอบการทำแผนปฏิบัติการต่อไป

‘น้องแพร BABYMONSTER’ มารยาทดีมาก!! ก้มโค้งให้การ์ดหน้าตึก YG ทุกครั้งที่เดินผ่าน

(26 ก.ค. 66) เตรียมตัวเป็นไอดอล K-POP อีกคนเเล้วสำหรับสาวไทยคนเก่งอย่าง PHARITA หรือ ‘น้องแพร’ หนึ่งในสมาชิกวง BABYMONSTER ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง YG Entertainment

ล่าสุดในโลกโซเชียลได้เเชร์ภาพของ น้องเเพร ขณะกำลังเดินเข้าตึก เเละน้องเเพรได้โค้งให้พี่การ์ดหน้าตึก โดยผู้โพสต์ยังบอกอีกด้วยว่า น้องเเพรจะโค้งทุกครั้งขณะที่เห็นพี่การ์ดอยู่หน้าตึก เเละชื่นชมว่าน้องเเพรเป็นเด็กที่มีมารยาทดีมาก ๆ

‘นานา’ โพสต์ซึ้ง ครบรอบแต่งงาน 13 ปี “ขอบคุณที่ยังมีกันและกัน” ด้าน ‘เวย์ ไทเทเนี่ยม’ ไม่น้อยหน้า!! เปย์แบรนด์หรูให้ภรรยาสุดที่รัก

(26 ก.ค. 66) อีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงที่ครองรักกันมาอย่างยาวนาน ลูกสองแล้วแต่ขาเตียงยังมั่นคงแข็งแรง สำหรับคู่รัก ‘นานา ไรบีนา’ และแร็ปเปอร์หนุ่ม ‘เวย์ ไทเทเนี่ยม’ สำหรับเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) เป็นวันคล้ายวันครบรอบแต่งงาน 13 ปี ของทั้งคู่

ล่าสุด ‘นานา’ ก็ได้โพสต์ย้อนวันวานโมเมนต์แต่งงานชื่นมื่น พร้อมข้อความในใจว่า

“วันนี้เมื่อ 13 ปีที่แล้ว 25 July คือจุดเริ่มต้นของคำว่า ‘เรา’ ผ่านอะไรกันมามายเหลือเกิน เขียนไปคงยาวมาก แต่วันนี้สิ่งที่เรียกว่าความสุขที่สุดคือ ตื่นมาแล้วยังมีกันและกัน และยังอยากจะจับมือกัน ไม่ว่าวันนั้นจะยากหรือง่ายก็ตาม ยังอยากยิ้มไปด้วยกัน มองลูก ๆ โตไปด้วยกัน หัวเราะไปด้วยกัน ทะเลาะแล้วดีกัน support และดูแลซึ่งกันและกัน แค่นั้นมันคือดีที่สุดแล้ว Thank you for being you and for being mine @daboyway I love you with all my heart #happy13thanniversary…”

ขณะที่ ‘เวย์ ไทเทเนี่ยม’ ยังคลั่งรักศรีภรรยาไม่เปลี่ยน เปย์ของแบรนด์หรู bvlgari เนื่องในวันครบรอบแต่งงาน 13 ปีอีกด้วย

‘เจ๊กบ บางลำพู’ ถูกแปลงโฉม สวยจนต้องร้องขอชีวิต งานนี้ลืมภาพจำที่เป็นแม่ค้าพอกแป้งขาววอกไปได้เลย!! 

(26 ก.ค. 66) ทำเอาตะลึงทั้งโซเชียล เมื่อ ‘เจ๊กบ บางลำพู’ หรือ ‘เจ๊กบด่าผัว’ แม่ค้าฝีปากจัดจ้านคนดังย่านบางลำพู ที่หลายคนอาจจะติดภาพแม่ค้ารุ่นใหญ่ พอกหน้าขาววอกด้วยแป้งทานาคาตลอดเวลา ล่าสุดเธอได้รับการแปลงโฉมใหม่ งานนี้สวยฉ่ำออร่าสุด ๆ

โดย คุณอ้วน ผู้จัดการ ได้โพสต์ภาพ เจ๊กบ บางลำพู ในวัย 51 ปี ที่ถูกแปลงโฉมเนรมิตความสวย จนแทบจะลืมภาพจำที่เป็นแม่ค้าไปได้เลย พร้อมแคปชันระบุว่า “แปลงโฉมเจ๊กบ สวยสับเยี่ยวจะแตก!!” งานนี้ทำเอาคนเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความสวยของเจ๊กบกันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ในเฟซบุ๊ก NUTTYMAKEUP ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้า เจ้าของผลงานก็โพสต์ภาพของเจ๊กบ พร้อมระบุว่า "ใครจะไปเชื่อ ผู้หญิงอายุ 51 ปีคนนี้ ยังสวยอยู่ เจ๊กบ หน้าเด็กมากค่ะ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top