Sunday, 5 July 2026
LITE

‘ป๋ากิ๊ก’ เผยแง่คิด หลังอดีตชีวิตผ่านมรสุม ครอบครัวเคยล้มละลาย โชคดีพ่อแม่สู้ทำทุกอย่าง พร้อมสอนปล่อยวางให้มีความสุขกับสิ่งที่มี

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.66 นักแสดงและพิธีกรรุ่นใหญ่ ‘กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ’ หรือที่คนในวงการและแฟนๆ เรียกกันติดปากว่า ‘ป๋ากิ๊ก’ จากภาพความอารมณ์ดีสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับคนดูอยู่ตลอด ไม่เคยเห็นโหมดที่ ‘ป๋ากิ๊ก’ จะเสียน้ำตา แต่ล่าสุดในช่องยูทูบ รายการคุยกับอุ๋ย ของ อุ๋ย บุดดาเบส เจ้าตัวได้เล่าเรื่องราวชีวิตตอนวัยรุ่น ครอบครัวล้มละลาย พ่อแม่เป็นคนสู้ทำทุกอย่าง เรียนรู้ความสุขกับสิ่งที่มี

และในบางช่วงบางตอน ‘ป๋ากิ๊ก’ ได้เล่าถึงมุมมองคำสอนของพ่อที่จดจำมาถึงวันนี้ให้ดูความสุขจากสิ่งที่เป็น ด้วยการเปรียบเทียบระหว่างรถเบนซ์ภาพสุขสบายพ่อแม่ลูกต่างนั่งนิ่งๆ แต่อีกด้านภาพเป็นมอเตอร์ไซค์พ่อแม่ลูกถือห่วงยางกำลังจะไปเล่นน้ำ พ่อถามว่าคันไหนมีความสุขกว่ากัน

จากนั้น ‘ป๋ากิ๊ก’ ได้พรั่งพรูความรักถึงคุณพ่อพร้อมๆ กับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย "ถามว่ารักพ่อไหม ถ้าพูดถึงสิ่งเหล่านี้เราจะใช้ชีวิตให้สบายให้มีความสุขอยู่ที่มุมมองว่าเราเอาไปเปรียบเทียบกับอะไร บางคนอาจมีความสุขกับตัวเลขในบัญชี บางคนอาจจะมีความสุขกับรอยยิ้มของคนในครอบครัว บ้านไหนถึงเรียกว่ารวยจน บ้านใหญ่แค่ไหนก็ไม่เท่ากับบ้านที่เราอยู่สบายใจ เข้ามาแล้วยิ้มมีความสุข กับบ้านที่เข้ามาแล้วไม่มีใครเลยเงียบเหงา ใหญ่ไปก็เท่านั้น สิ่งเหล่านี้หากมองย้อนกลับไป น้องๆ ที่กำลังอยู่ในวัยต่อสู้กำลังสร้างตัว ถามว่าความสำเร็จคืออะไรความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่จุดสุดท้าย เราสำเร็จกับเรื่องที่เล็กๆ น้อยๆ ก็ได้

"บ้านเคยล้มละลายพ่อโดนโกงเป็นหนี้เป็นสินเยอะมาก แม่บอกไม่เป็นไร แม่จะนำครอบครัวนี้ไปให้ได้และแม่ก็ทำได้ ตอนนั้นอายุ 15-16 จากบ้านมีรถหลายคัน พ่อแม่ไม่เคยโทษกันเลย ต่างคนต่างมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไป เพราะว่าแม่เป็นคนที่สู้มาก ถ้ามองย้อนกลับไปพ่อแม่สอนเราจากการกระทำ"

"พ่อแม่ใช้ความสามารถที่มีในการต่อสู้ แม่ทำอาหาร พ่อใช้ความสามารถเรื่องบริหาร คนในครอบครัวของพี่เองเรามีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน เราบอกกันทุกเรื่อง ตอนที่ลำบากเราทำแบบนี้ เรามีคำถามไหมเรามีอยู่แล้ว วันนึงเราจะรู้เอง เราไม่รู้หรอกเขาผ่านอะไรมาบ้าง เราคิดบวกเข้าไว้ ชีวิตเราเลือกคิดด้านดีๆ ดีกว่า"

"ชีวิตเราเราดูแลชีวิตเราเอง บอกตัวเองว่าเราเดินบนความสุขหรือความเศร้า เราสุขเพราะอะไรเราเศร้าเพราะอะไร อยู่กับตัวอยู่กับปัจจุบัน อดีตมองเป็นบทเรียน อนาคตอย่าไปหวังมาก หวังสูงมากเราอาจจะเฟล แต่ถ้าเราหวังน้อยเราประสบความสำเร็จในทุกวันแหละ"

‘น้องเหนือ ดิสรยา’ ใส่ชุดครุยถ่ายรูปใต้น้ำ ฉลองเรียนจบแบบเก๋ๆ ด้าน ‘แม่กบ ปภัสรา’ รู้สึกภูมิใจ!! แวะมาเมนต์ชมลูกสาว “เลิศมาก”

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.66 ขอแสดงความยินดีกับ ‘น้องเหนือ ดิสรยา’ ลูกสาวคนสวยของคุณแม่กบ ปภัสรา นักแสดงในตำนานที่หลาย ๆ ยังคงคิดถึง ขณะนี้น้องเหนือจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดจึงได้โพสต์ภาพถ่ายรูปฉลองเรียนจบสุดเก๋ ใส่ชุดครุยดำดิ่งลงใต้น้ำ ที่บอกเลยว่าปังมาก

หลังจากที่ ‘น้องเหนือ ดิสรยา เตชะไพบูลย์’ ลูกสาวคนเก่งของคุณแม่ ‘กบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์’ จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ล่าสุดเธอก็ได้โพสต์ภาพถ่ายรูปเฉลิมฉลองการจบการศึกษา ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ในแบบที่ใคร ๆ ก็ต้องร้องว้าว เพราะเธอได้สวมชุดครุยลงไปถ่ายภาพใต้น้ำ พร้อมโพสท่าสุดเก๋ อย่างกับนางแบบในนิตยสาร

ล่าสุด ‘น้องเหนือ ดิสรยา’ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม ที่ใช้ชื่อว่า nurdesoraya ซึ่งเป็นภาพที่เธอสวมชุดครุย โพสท่าทางอยู่ใต้น้ำ พร้อมระบุข้อความว่า “waiting for you .”

ทางคุณแม่ ‘กบ ปภัสรา’ ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมไอเดียแปลกใหม่ของลูกสาว ที่ได้ระบุว่า “เลิศมากลูกแม่” ซึ่งดูแล้วคุณแม่คงจะภูมิใจและก็ปลื้มใจในตัวลูกสาวคนเก่งคนนี้อยู่ไม่น้อย เหล่าแฟนคลับที่เข้ามากดถูกใจโพสต์ดังกล่าวก็ชื่นชมในความน่ารักของแม่ลูกคู่นี้อยู่ไม่น้อย

ต่อมา ‘น้องเหนือ ดิสรยา’ ก็ได้โพสต์คลิปสั้น ๆ เผยให้เห็นเบื้องหลังของการถ่ายทำภาพเซตใต้น้ำดังกล่าว อีกทั้งยังได้ระบุข้อความเพิ่มเติมว่า “a little behind the scene from ytd . thank you @mameawpcd for filming this video and for the inspiration na ka”

ทั้งเพื่อน ๆ ของน้องเหนือ รวมถึงเหล่าแฟนคลับขอคุณแม่ และเหล่าแฟนคลับของน้องเหนือก็ได้เข้ามาแสดงความคิดชื่นชมกันมากมาย อาทิ “น่ารักมากค่ะ”, “เลิศมากๆๆๆๆ” เป็นต้น

8 กันยายน พ.ศ. 2565 ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยพระชนมพรรษา 96 พรรษา

ครบรอบ 1 ปี สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา ด้วยพระชนมพรรษา 96 พรรษา

สำหรับพระราชประวัติของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 นั้น พระองค์ทรงพระประสูติ เมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 1926 ทรงเป็นพระประมุขของ 15 ประเทศ จาก 53 รัฐ สมาชิกในเครือจักรภพแห่งชาติ และทรงเป็นประธานเครือจักรภพและประมุขสูงสุดแห่ง คริสตจักรแห่งอังกฤษ (Church of England)

พระองค์เป็นพระราชธิดาพระองค์เเรกของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 เเละสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี พระราชบิดาเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่สองในสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 กับสมเด็จพระราชินีแมรี

พระราชบิดาของพระองค์คือ สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 พระปิตุลาของพระองค์ ได้ทรงสละราชสมบัติ ทำให้เจ้าหญิงเอลิซาเบธ (พระยศในขณะนั้น) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัชทายาทโดยสันนิษฐานแห่งสหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา

หลังจาก สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชบิดาสวรรคต ในคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1952 เจ้าหญิงเอลิซาเบธ อเล็กซานดรา แมรี เเห่งยอร์ก จึงเสด็จขึ้นครองราชย์ ในขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ 25 พรรษา

แม้ว่าเจ้าหญิงเอลิซาเบธได้เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติแล้ว แต่ก็เป็นเวลาอีก 16 เดือนกว่าจะถึงพระราชพิธีบรมราชินยาภิเษกของพระองค์ โดยพระราชพิธีบรมราชินยาภิเษกจัดขึ้นที่มหาวิหารเวสมินสเตอร์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1953 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พระราชพิธีนี้ได้ถ่ายทอดไปทั่วโลก

ในพระราชพิธีบรมราชินยาภิเษก พระองค์ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการแก่พสกนิกรชาวอังกฤษว่า

“ในพิธีบรมราชินยาภิเษกวันนี้ ข้าพเจ้าขอประกาศว่า ข้าพเจ้าพร้อมอุทิศชีวิตเพื่อประชาชนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าอยากขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนไม่ว่าจะศาสนาใดก็ตาม ให้ช่วยสวดภาวนาให้ข้าพเจ้า ในวันที่ข้าพเจ้าต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกษัตริย์เเห่งอังกฤษ สวดภาวนาให้พระเป็นเจ้าประทานพระปัญญาญาณเเละความเข้มเเข็งให้ข้าพเจ้าสามารถปฏิบัติราชกิจลุล่วงตามที่ข้าพเจ้าได้ให้สัตย์ปฏิญาณไว้ เเละข้าพเจ้าพร้อมรับใช้พระเป็นเจ้าเเละประชาชนของข้าพเจ้าทุกคน ตลอดที่ข้าพเจ้ายังมีลมหายใจ”

พระองค์เป็นประมุขแห่งรัฐบริเตนที่ทรงราชย์นานที่สุด แซงหน้ารัชกาลของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ผู้เป็นพระมารดาของพระปัยกา (ทวด) ของพระองค์ และเป็นพระราชินีนาถที่ทรงราชย์นานที่สุดในประวัติศาสตร์

พระองค์มีพระราชโอรสพระองค์แรกคือเจ้าชายชาลส์ ซึ่งปัจจุบันทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น ‘เจ้าชายแห่งเวลส์’ ประสูติเมื่อปี ค.ศ. 1948 พระองค์ที่สองเป็นพระราชธิดา มีพระนามว่าเจ้าหญิงแอนน์ ประสูติเมื่อปี 1950 ซึ่งปัจจุบันทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น ‘ราชกุมารี’ พระราชโอรสพระองค์ที่สามคือเจ้าชายแอนดรูว์ ประสูติเมื่อปี 1960 ปัจจุบันทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น ‘ดยุกแห่งยอร์ก’ และพระราชโอรสพระองค์เล็กคือเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ซึ่งประสูติในปี ค.ศ. 1964 ปัจจุบันดำรงพระอิสริยยศเป็น ‘เอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์’

และในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565 สำนักพระราชวังประกาศว่าสมเด็จพระราชินีทรงประชวร และอยู่ภายใต้การเฝ้ารักษาพระวรกายอย่างใกล้ชิดที่บาลมอรัล โดยในประกาศระบุว่า “คณะแพทย์ประจำพระองค์มีความกังวลต่อพลานามัยของพระองค์เป็นอย่างมาก และได้แนะนำให้พระองค์อยู่ภายใต้การดูแลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด ขณะนี้พระองค์ประทับอยู่โดยสบายที่บาลมอรัล” โดยมีพระราชโอรสและพระราชธิดาทั้งสี่ของพระองค์ พร้อมด้วยพระสุณิสา เสด็จไปพร้อมกับพระองค์ และในช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้ประกาศว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว ด้วยพระชนมพรรษา 96 พรรษา

‘เจ๊ไฝ’ อวดภาพจับมือดาราหนุ่ม ‘พัค โบกอม’ เหล่าแฟนคลับแห่แซว “อยากเกิดเป็นเจ๊ไฝ”

ร้อนแรงกระหึ่มโซเชียล หลังเชฟชื่อดัง ‘เจ๊ไฝ’ เผยภาพจับมือสุดน่ารักกับ ‘โบกอม’ นักแสดงมากความสามารถจากแดนกิมจิ ผู้ครองใจสาว ๆ ทั่วโลก ทำแฟนคลับแห่อิจฉา ปนเอ็นดูในความน่ารักของทั้งคู่

แฟนคลับตื่นเต้นกันยกใหญ่ หลัง ‘เจ๊ไฝ สุภิญญา จันสุตะ’ เชฟชื่อดังของเมืองไทย เจ้าของร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ผู้รังสรรค์เมนูไข่เจียวปูจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ได้เผยภาพคู่หนุ่มหล่อ ‘พัค โบกอม’ นักแสดงแนวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ ที่มีผลงานโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งเป็นภาพที่ถ่าย ณ ประเทศเกาหลีใต้ โดยทางเจ๊ไฝได้เดินทางไปเที่ยวและทำงานเปิดตัวสินค้าใหม่ที่นั่น

แต่สิ่งที่ทำเอาชาวเน็ต และเหล่าแฟน ๆ ของหนุ่มโบกอมรู้สึกอิจฉานั้น เป็นเพราะภาพดังกล่าวทั้งคู่กำลังจับมือกันอย่างน่ารักนั่นเอง ทั้งอิจฉา ทั้งรู้สึกประหลาดใจว่าทั้งสองไปรู้จักสนิทสนมกันได้ยังไง

และเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ทางอินสตาแกรมส่วนตัวของ ‘เจ๊ไฝ’ ที่ใช้ชื่อว่า jayfaibangkok ได้มีการโพสต์ภาพที่เจ๊ไฝได้จับมือกับโบกอม ผ่านสตอรี่ พร้อมระบุข้อความว่า “Lovely to see you again @bogummy #chefcares”

จากภาพและข้อความสุดน่ารักนี้ที่สื่อความได้ว่า ทั้งสองอาจเคยพบกันมาก่อนหน้านั้นแล้ว จึงเป็นเหตุให้ทั้งคู่สนิทสนมกันดังที่ปรากฏในภาพ ซึ่งหากย้อนกลับไปในช่วงปีที่แล้ว เคยมีภาพของพระเอกหนุ่ม ‘พัค โบกอม’ เดินทางมากินอาหารที่ร้านของ ‘เจ๊ไฝ’ และเมื่อทั้งสองได้พบกันอีกครั้งที่ประเทศเกาหลีจึงเกิดเป็นภาพน่ารัก ๆ ดังกล่าว

ทางด้านแฟนคลับแห่คอมเมนต์อยากเป็นเจ๊ไฝกันถ้วนหน้า สงสัยงานนี้เจ๊ไฝจะมีคู่แข่งทำไข่เจียวปูขายเพิ่มขึ้นอีกเพียบ เพราะใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ๊ไฝ

‘ไฮโซน้ำหวาน’ จัดโปรแกรมทดลองตั้งครรภ์ให้ ‘นาวินต้าร์’ บอก!! อยากให้เข้าใจว่าตอนอุ้มท้องเหนื่อยขนาดไหน

เพราะกำลังจะใช้สเตตัสคุณแม่ลูก 3 งานนี้ไฮโซสาวโปรไฟล์หรู ‘น้ำหวาน พัสวี’ ภรรยาคนสวย ของศิลปินหนุ่ม ขวัญใจแฟนคลับยุค 90 ‘ดร.นาวิน เยาวพลกุล’ หรือ ‘นาวินต้าร์’ ก็เลยต้องจัดโปรแกรมพิเศษให้คุณสามีทดลองการใช้ชีวิตขณะอุ้มท้องดูบ้าง

โดยเจ้าตัวได้นำเอาคลิปวิดีโอโมเมนต์ดังกล่าวมาแชร์ผ่านอินสตาแกรม @numwanz พร้อมแคปชันว่า "สามีจะได้รู้ว่าการตั้งท้องมันเหนื่อยขนาดไหน นี่แค่ 2-3 ชม. นะ สามียังไม่ไหวเลย แล้วนี่ 3 คน" 

ซึ่งเผยให้เห็นภาพของ นาวินต้าร์ ในชุดคอสตูม ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง จากผลไม้ 2 ชนิดคือ แตงโม และ ส้มโอ เพื่อจำลองสภาพร่างกายให้มีความคล้ายคลึงกับผู้หญิงที่ต้องอุ้มท้องมากที่สุด

นอกจากนั้นแล้วในคลิปวิดีโอนี้เราก็จะได้เห็นด้วยว่า นาวินต้าร์ ต้องใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเองแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น ลุก-นั่ง ขึ้นบันได ก้มเก็บของ เข้ารถ ไปจนถึงลงแช่ตัวในสระน้ำ ซึ่งแต่ละท่วงท่านั้นเป็นไปด้วยความยากลำบากและทุลักทุเลสุด ๆ

งานนี้ทำเอาแฟน ๆ รวมถึงบรรดาแม่ ๆ ที่ได้เห็นคลิปวิดีโอต่างก็เข้ามากดไลก์ให้กับไอเดียความน่ารักของ ไฮโซน้ำหวาน และ นาวินต้าร์ อย่างล้นหลาม แถมยังไม่ลืมคอมเมนต์แท็กเรียกคุณสามีเข้ามารับชมคลิปนี้ไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย

‘ต่าย อรทัย’ ผู้ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาศักยภาพของตัวเอง และทลายกำแพงบนเส้นทางการเป็นนักร้องตลอด 20 ปี

(7 ก.ย. 66) ถูกแฟนๆ ยกให้เป็น ‘นักร้องหญิงอันดับ 1’ ซึ่ง ‘ต่าย-อรทัย ดาบคำ’ บอกว่าเธอรับทราบด้วยความขอบคุณ และรู้สึกว่า ‘นั่นก็เป็นกำลังใจให้เรา’

กับเส้นทาง 20 ปี บนถนนสายนักร้อง ต่ายบอกว่า พอหวนคิดย้อนก็รู้สึกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้ได้ตอกย้ำให้เห็นว่า 20 ปีที่สู้มาไม่ได้เสียหลายอะไรเลย ที่เราอดทน ต่อสู้ แล้วก็บากบั่น ตั้งใจกับทุกอย่าง โอกาสที่เข้ามาในชีวิต วันนี้ดีใจมากนะคะ ทุกวินาทีที่มีโอกาสได้เป็นศิลปิน ก็ดีใจมาก ทุกคนยังอยู่ร่วมเส้นทาง 20 ปีกับต่าย อรทัย มาโดยตลอด

การอยู่ยั้งมายาวนานขนาดนี้ ต่ายบอกว่า สาเหตุหนึ่งเพราะเธอยึดรุ่นพี่หลายคนเป็นแบบอย่าง

“มองพี่ๆ คนอื่นๆ ศิลปินในค่าย รุ่นใหญ่อย่างพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) พี่ก็อต (จักพรรณ อาบครบุรี หรือในชื่อใหม่ จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ) พี่นาง (ศิริพร อำไพพงษ์) พี่ไมค์ (ไมค์ ภิรมย์พร) ทุกคนร้องเพลงออกมาจากใจ เราสัมผัสได้ ทุกคนเป็นต้นแบบ เป็นครูให้มาโดยตลอด เราก็เฝ้ามองพี่ๆ ดูว่าทุกคนทำยังไง ถึงอยู่มาได้นานกว่าเราอีก เราอยู่มา 20 ปี แต่ก็มีอะไรที่ต้องเรียนรู้ หลังจาก 20 ปีนี้ไปเราจะยังอยู่ตรงนี้ได้อีกไหม เหมือนพี่ๆเขาหรือปล่า อยากจะบอกว่าคนอื่นๆก็เป็นตำนานให้กับต่ายเหมือนกัน เป็นต้นแบบให้กับเรา”

ส่วนเรื่องที่มีคนบอกว่าเธอเองก็เป็นต้นแบบ เป็นไอดอลของเขา เธอก็ขอบคุณกลับ พร้อมรอยยิ้ม

“ขอบคุณอีกครั้งที่นอกจากฟังเพลงแล้ว ยังยกให้เป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจ ดีใจที่วันนี้ต่ายไม่ได้แค่ร้องเพลงออกไปให้ทุกคนได้ฟังความไพเราะ แล้วมีความสุข แต่ว่าบทเพลงและก็เส้นทางชีวิตที่บางคนอาจจะได้ฟังบทสัมภาษณ์ มันอาจจะไปโดนความรู้สึกของใครบางคน ที่อยากจะลุกขึ้นมาต่อสู้ แล้วทำในสิ่งที่ดี หรือทำในสิ่งที่ต่ายเคยทำแล้ว ทำได้ ประสบความสำเร็จ น้องๆก็อาจจะอยากลองทำเหมือนพี่ต่ายบ้าง อันนี้แอบรู้สึกดีใจมาก และขอบคุณที่หลายคนกลับมาเล่าให้ฟัง ว่าหนูเรียนจบเพราะพี่นะ หนูมีงานทำที่ดีเพราะพี่ จากการที่เป็นคนไม่เอาไหนก็ได้เรียนรู้เส้นทางของพี่ต่าย แล้วเอาไปเป็นต้นแบบ จนเขาสามารถที่จะก้าวข้ามอะไรบางอย่าง จากคนที่ไม่ได้ตั้งใจทำอะไร ก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาภูมิใจได้ ในความเป็นต้นแบบของเรา ดีใจมากค่ะ”

ในส่วนของงาน ที่ล่าสุดจากคนที่ร้องแต่เพลงช้าๆ จนเป็นเอกลักษณ์ ตอนนี้กลับลุกขึ้นเต้น ในเพลงใหม่ ‘ลืมอ่านไลน์กลุ่ม’ นั้น เจ้าตัวหัวเราะเขินๆ แล้วรับว่า นี่คือความพยายามในการปรับตัวเอง เพราะหวังจะให้เกิดความแปลกใหม่ เพื่อจะได้มีพื้นที่อยู่ในวงการให้ยาวนานมากขึ้น

“พยายามที่จะทำลายกำแพงตรงนี้มานานหลายปีมากนะคะ จริงๆ ถ้าหลายๆ คนได้ติดตามเพลงของต่าย จะเห็นว่ามันจะมีอยู่เพลงนึงชื่อเพลงว่า ‘ผู้บ่าวนินจา’ ซึ่งตอนนั้น คิดว่าเป็นความตั้งใจของครูสลา (สลา คุณวุฒิ) นะคะ ว่าอยากจะให้มีภาพที่เปลี่ยน เพราะว่าต่ายเองร้องเพลงช้ามาตลอด เป็นภาพจำไปแล้ว แล้วเราก็รู้สึกว่าเราก็ถนัด และรู้สึกมั่นใจที่จะร้องเพลงช้า แต่ว่าเพลงนั้นมันอาจจะด้วยอะไรไม่รู้ ด้วยกำแพง ด้วยความไม่กล้า ด้วยความที่เรามีประสบการณ์น้อย แล้วก็มีเวลาในการพร้อมน้อยมากๆ มันทำให้ไม่กล้าที่จะกลับไปดูมิวสิกวิดีโอของตัวเองเลยจนบัดนี้”

“แต่ว่าพอครั้งนี้ก็คือครูสลาให้โจทย์มา ว่าจะต้องเต้น ตอนแรกคือจะร้องเพลงนี้เราไม่ได้ติดเลย ตั้งใจร้องเพลงอยู่แล้ว คิดว่าในห้องอัดไม่น่าจะมีปัญหา ครูบาอาจารย์นำพาเราให้ร้องเพลงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แน่นอนอยู่แล้วในศักยภาพที่เรามี แต่ว่าพอมาถึงเรื่องของการเต้นคือเอาอีกแล้ว…แต่คิดว่าครูน่าจะอยากจะมีภาพเปลี่ยน แล้วให้หน้าเวทีมันมีอะไรที่ดูเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เพียงแค่มีภาพวัฒนธรรม การฟ้อนรำ แล้วเป็นเรื่องของเพลงช้า เพลงดัง เพลงฮิต ซึ่งเรามีมาหมดแล้ว”

กับการเต้น ต่ายบอกว่าตั้งแต่รับโจทย์มาเธอก็ตั้งใจซ้อมเต็มที่ อย่างไรก็ดีก็จะเขินทุกทีเวลามีคนขอมาหน้าเวที ว่าให้เราเต้น

“ก็ยังติดความเขินอายอยู่ แต่ว่าก็ทำได้เต็มที่ วันนี้คิดว่าได้ทำลายกำแพงอะไรบางอย่างไปประมาณนึงแล้ว”

แต่กระนั้นก็ “ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องพัฒนาตัวเองเหมือนกัน”

นักร้องคนดังผู้ไม่หยุดยั้งที่จะก้าวข้าม ทำลายกำแพงของตัวเองบอกอย่างนั้น

'สกายวอล์กพระธาตุดอยเวา' ใกล้แล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้สัมผัสลมหนาว 18 พ.ย.นี้

(7 ก.ย. 66) หลังจาก วัดพระธาตุดอยเวา ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างโครงการทางเดินกระจกเพื่อชมทิวทัศน์ชายแดนหรือ ‘สกายวอล์ก’ โดยโครงการตั้งอยู่บนยอดเขาดอยเวาหันไปทางทิศเหนือ ทางชายแดนไทย-เมียนมา ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ทั้งฝั่ง อ.แม่สาย และ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ได้สุดลูกหูลูกตา

ล่าสุด วัดพระธาตุดอยเวาได้ประกาศว่า ‘สกายวอล์กพระธาตุดอยเวา เหนือสุดในสยาม’ ได้มีการยกโครงโลหะที่มีลักษณะเป็นสะพานที่แยกเป็นส่วนๆ ยกขึ้นไปประกอบติดกันบนเสาแล้วเสร็จตลอดแนวแล้ว โดยสะพานมีลักษณะเป็นทรงโค้งขนานไปกับถนนทางลงดอยเวา และรอให้มีการนำกระจกไปติดตั้งต่อไป ในวันที่ 12 ก.ย.2566 ซึ่งการติดตั้งกระจกจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นจะมีการทดสอบการใช้งานและประดับตกแต่งสถานที่เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมต่อไป

สำหรับโครงการนี้จะมีการประกอบพิธีเปิดสกายวอล์กในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 9 พ.ย.2566 ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมสัมผัสทรงโค้งของสกายวอล์กแห่งนี้ที่มีความยาวประมาณ 150 เมตร ซึ่งถือว่านอกจากจะอยู่เหนือสุดในสยาม แถมยังมีความยาวมากที่สุดในประเทศไทยได้ในอีกไม่นาน

ทั้งนี้ ทางด้านพระครูประยุตเจติยานุการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา ได้ขอความร่วมมือไปยังบรรดาพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดดอยเวา ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่ตั้งอยู่ติดถนนทางขึ้นไปยังพระธาตุ ให้ย้ายส่วนเกินของร้านออกไปจากผิวถนนเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นลงได้โดยสะดวก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบรรดาผู้ค้าทั้งหมดเป็นอย่างดี และในวันที่ 5-15 ก.ย.2566 ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.จะมีการปิดถนนทางขึ้นวัดและงดให้บริการไฟฟ้าเพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพัฒนาเส้นทางเพื่อให้สามารถเดินทางขึ้นลงได้อย่างสะดวกทำให้ร้านค้าที่ติดถนนต้องปิด แต่ตลาดที่ไม่ติดถนนยังเปิดตามปกติ

รายงานข่าวแจ้งว่าปัจจุบันมีโครงการสกายวอล์กในพื้นที่ จ.เชียงราย แล้ว 2 แห่ง คือ ที่วัดพระธาตุผาเงา อ.เชียงแสน ติดแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว ซึ่งมีทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงและชายแดนโดยเฉพาะฝั่ง สปป.ลาว ที่งดงาม และที่วัดแสงแก้วโพธิญาณ อ.แม่สรวย และหากโครงการที่วัดพระธาตุดอยเวาแล้วเสร็จ ก็จะเป็นสกายวอล์กแห่งที่ 3 ของ จ.เชียงราย

‘เก้า จิรายุ’ ถึงกับเปิดคอร์ส ‘ไอ้เรามันก็เท่ซะด้วย’ สอนเคล็ดลับ ต้องมีความมั่นหน้า แต่ทำเป็นเกรงใจ!!

(7 ก.ย. 66) มีความมั่นหน้า… แต่ก็เกรงใจ จนเป็นเหตุให้ ‘ว้าวุ่น’ กันทั้งประเทศ!! ‘เก้า จิรายุ’ ถึงกับเปิดคอร์สสอนเสือร้องไห้ “เรามันก็เท่ซะด้วย” ไม่อยากพูดแต่ก็ต้องพูด!!

ฮิตกันทั้งประเทศไปแล้วกับวลีติดปากที่ใครๆ ก็พูด อย่าง “ไอ้เรามันก็เท่ซะด้วย… ทีนี้ก็ว้าวุ่นเลย” ของดาราหนุ่ม ‘เก้า จิรายุ’ ที่ล่าสุดมาสอนชาวเสือร้องไห้ โดยได้มีการเผยแพร่คลิปผ่านอินสตาแกรม ‘Tigercrys’ พร้อมแคปชัน “เมื่อเก้า จิรายุ มาสอนเสือร้องไห้ให้ว้าวุ่น ช่ายยย ว้าวุ่นกันเลยทีเดียว”

โดย ‘คัตโตะ’ ได้บอกว่า “เก้า สอนพี่หน่อย” จากนั้นเก้า จิรายุก็ทำทีเป็นเขิน พร้อมสอนว่า “ต้องทำท่าทีเป็นม้วนๆ ผมหน่อย แล้วก็อิดออนหน่อย แล้วค่อยพูดว่าไอ้เรามันก็เท่ซะด้วย” ก่อนที่คัตโตะ และเพื่อนๆ จะทำตาม

นอกจากนี้ เก้ายังบอกให้บิลด์อารมณ์ด้วยว่า “คือต้องมีความมั่นหน้า แต่ก็เกรงใจ ไม่อยากพูดแบบนี้เลย แต่ก็ต้องพูด ลองดูพี่” โดยแก๊งเสือร้องไห้บอกเลยว่าทำไม่ได้

โดยมีคอมเมนต์เข้ามาแซวรัวๆ อาทิ
“ว้าวุ่นกันทั้งประเทศ”
“ขรรมจนปวดท้องงงงง 555555 มีความมั่นหน้าแต่ก็เกรงใจ ไม่อยากพูดสิ่งนี้ แต่ก็ต้องพูด ครบมากกกเก้า”
“ถึงกับต้องเปิดคอร์สสอนค่ะ พวกพี่ทำให้ชายไทยทั้งประทศเท่น้อยลงค่ะ”’
“น้องเก้าดูเท่ แต่พวกพี่ๆ ดูว้าวุ่น วุ่นวายอยู่กับผมค่ะ 555” เป็นต้น

7 กันยายน พ.ศ. 2445 ประเทศไทยประกาศใช้ ‘ธนบัตร’ แบบแรกอย่างเป็นทางการ

วันนี้เมื่อ 121 ปีก่อน ประเทศไทยได้ประกาศใช้ธนบัตรแบบแรก เป็นธนบัตรหน้าเดียว มี 5 ราคา คือ 5, 10, 20, 100 และ 1,000 บาท พิมพ์โดย บ.โทมัส เดอลารู แห่งอังกฤษ มีอักษรแจ้งมูลค่าเป็นภาษาไทย จีน อังกฤษ และมลายู

ย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อ 120 ปีที่แล้ว 7 กันยายน พ.ศ. 2445 ประเทศไทย ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติธนบัตรสยาม ร.ศ.121 ว่าด้วยการออกใช้ธนบัตรขึ้นอย่างเป็นทางการ หลังจากที่มีการนำเงินกระดาษมาใช้ ตั้งแต่สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

และต่อมา ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติขณะนั้น นั่นก็คือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไชยันต์มงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ได้ติดต่อไปยังบริษัทในประเทศอังกฤษ เพื่อให้ออกแบบและจัดพิมพ์ธนบัตร เมื่อ พ.ศ. 2444 และใช้ต่อเนื่องมา จนได้มีการออกพระราชบัญญัติธนบัตรสยาม ร.ศ.121 อย่างเป็นทางการขึ้นในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2445 นั่นเอง โดยธนบัตรแบบหนึ่งนี้มีทั้งหมด 5 ชนิดราคา ได้แก่ 5 บาท 10 บาท 20 บาท 100 บาท และ 1,000 บาท

‘แพทริค ณัฐวรรธ์’ ผ่านการคัดเลือกติด 1 ใน 4 ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดการศึกษา ม.ดัง ในจีน

(6 ก.ย.66) เป็นที่ทราบกันดีว่า ‘แพทริค ณัฐวรรธ์’ หรือมีชื่อจีนว่า หยิ่นเฮ่ายวี๋ (尹浩宇) ศิลปินสัญชาติไทยหนึ่งในสมาชิกวง INTO1 ได้สอบผ่านเเละเข้าเรียนระดับปริญญาตรีสาขาการเเสดงของมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนอย่าง Beijing Film Academy

เเละล่าสุด ‘แพทริค ณัฐวรรธ์’ ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 4 ตัวเเทนนักศึกษา ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการศึกษาของนักศึกษาใหม่ ‘Beijing Film Academy’ ประจำปี 2023 ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 500 คน

‘น้องแตงไทย’ วัย 8 ขวบ เอ่ยปาก!! “ขอเรียนสักลาย” ด้าน ‘พ่อแจ๊ส’ มั่นใจในฝีมือ ยื่นแขนให้ลงเข็มคนแรก

(6 ก.ย.66) เป็นอีกครอบครัวคนบันเทิงที่ไม่เคยปิดกั้นลูกๆ เมื่อ ‘น้องแตงไทย’ ลูกสาวคนเล็กวัย 8 ขวบของนักแสดงตลกชื่อดัง ‘แจ๊ส ชวนชื่น’ และภรรยา ‘แจง ปุณณาสา’ ที่ลูกสาวคนเก่งเอ่ยปากบอกอยากเรียนสักลาย โดยล่าสุดแจงได้ออกมาเผยภาพถ่ายน้องแตงไทยจับอุปกรณ์เครื่องสักลงบนแขนพ่อ พร้อมเขียนเล่าเรื่องราว บอกว่า

“แตงไทย : มี้ไออยากเรียนสัก พี่ช่าเขารับสอน
มี้ : ลูกจะกล้าหรอลูก
แตงไทย : ไออยากเรียน
มี้ : อืมมม OK

หลังจากนั้นมีก็คุยกับพี่ช่าเรื่องเวลาค่ะและชั่วโมงการเรียน พี่ชาบอกว่าต้องลองก่อนนะพี่ เพราะเขาต้องจับเครื่องสัก และลองสักหนังเทียมก่อนค่อยลงหนังจริงก็เลยบอกพี่แจ๊สว่าเธอมาเป็นแบบให้ลูกหน่อยสิ พี่แจ๊ส งง แล้วถามว่าลูกจะทำได้เหรอ แต่เขาก็โอเค

ใครจะไปเชื่อว่าเด็กแปดขวบจะขอทำอะไรแบบนี้รอชมใน @misstangdiary ได้เลยนะคะอาทิตย์หน้าค่ะ เขาทำได้จริงๆ ขอบคุณชาช่า มากเลยนะคะที่ช่วยสอนน้อง @chacharitaa @pepper.inker เราต้องไม่หยุด ความชอบ ต้องลองทุกอย่างจนเขาหาตัวตนเจอ ท่าอย่างเท่!!!!!”

‘แจ๊ค เชิญยิ้ม’ ควงภรรยาสานฝันแต่งชุดวิวาห์สักครั้งก่อนตาย หลังป่วยหนักทั้งคู่ พร้อมยืนยัน!! ตอนนี้ยังทำงานได้เหมือนเดิม

(6 ก.ย.66) ‘หญิง อภิสรา รักชาติ’ ควงสามีตลกชื่อดัง ‘แจ๊ค เชิญยิ้ม’ ถ่ายแฟชันชุดแต่งงานครั้งแรกในรอบ 13 ปี ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริม C-qmin ของไฮโซสาว ‘บิว อรจิรา บัณฑูรจินดา’

ซึ่งเจ้าตัวเผยรู้สึกตื่นเต้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แต่งจริง แต่มันก็เป็นความฝันของเราทั้งคู่ หลังจากที่ฝ่ายชายเคยขอแต่งงานมาแล้วเมื่อ 13 ปีก่อน แต่เป็นอันต้องยกเลิกเพราะสุขภาพล้มป่วยหนักทั้งคู่

ด้าน ‘หญิง อภิสรา’ และ ‘แจ๊ค เชิญยิ้ม’ เผยว่า "สำหรับหญิงมันรู้สึกดีใจมากนะที่ได้ใส่ชุดแต่งงานสักที มันเป็นความฝันของเราทั้งคู่ หลังจากเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ลุงแจ๊คเคยขอแต่งงาน แต่ก็ไม่ได้แต่ง เพราะเราล้มป่วยกันทั้งคู่ ต้องรักษาตัว"

"แต่สำหรับผมเรื่องการแต่งงานมันเป็นเรื่องไกลตัวมากสำหรับผู้ชายอย่างผม ไม่เคยคิดว่าจะมีโมเมนต์แบบนี้ แต่มันก็เป็นความฝันของของเราที่อยากแต่งงานสักครั้ง เคยวาดฝันไว้ว่าอย่างจัดงานแต่งริมทะเล เป็นงานแต่งเล็กๆ มีเพื่อนๆ ไปร่วมงานเลี้ยง แต่ด้วยสุขภาพเราไม่ดีก็ต้องรักษาตัวกันก่อน"

สุขภาพของทั้งคู่เป็นไงบ้าง? "สำหรับผมลุงแจ๊คตอนนี้ต้องกลับมารักษาปอดอีกครั้ง ตอนนี้กินยาได้ 4 เดือนแล้ว เหมือนว่าอาการมันกำเริบอีกครั้งทำอะไรก็เหนื่อย พอไปตรวจจึงพบว่าโรคเก่ามาอีกแล้ว จะบอกว่าถึงแม้ว่าจะรักษาหายขาด 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็สามารถกลับมาเป็นอีกได้ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง"

"สำหรับหญิงตอนนี้เป็นห่วงโรคกระดูก ใจเราสู้เต็มร้อยนะ แต่ร่างกายเราไม่เต็มร้อย ด้วยโรคไต มันทำให้ค่าพาราไทรอยด์มันสูงขึ้น ปกติคนทั่วไปค่าพาราไทรอยด์อยู่ที่หลักร้อย แต่ของหญิงมันทะลุไปหลักพัน ทำให้กระดูกเราเปราะกระดูกหักง่าย อย่างที่เห็นกัน ถ่ายละครอยู่ดีๆ หัวเขาหลุด 

ตอนนี้หญิงรอการผ่าตัด และได้ปรึกษาพี่บรุ๊ค ดนุพร เพราะพี่เขาเป็นคนจัดการพาหญิงเข้าโครงการ แต่ตอนนี้พี่บรุ๊คยุ่งๆ กับการเมืองอยู่ รอให้พี่เขาว่างก่อน ค่อยปรึกษาพี่เขาอีกที 

คอนเฟิร์มนะคะว่าเราทั้งคู่ยังทำงานได้เหมือนเดิม อย่างวันนี้เรามาถ่ายแฟชันให้ C-qmin ของน้องบิว อรจิรา บัณฑูรจินดา เป็นอาหารเสริมขมิ้นชันนาโนที่ผ่านการวิจัยร่วมกับจุฬาลงกรณ์ ที่หญิงกับลุงแจ๊คแข็งแรงขึ้นก็เพราะขมิ้นชันด้วยนี่แหละ สมุนไพรไทยนี่แหละดีที่สุดในโลก ฝรั่งต่างชาติยังต้องการสมุนไพรไทยไปช่วยรักษาโรคเลยค่ะ"

"สำหรับผมลุงแจ๊คยังคอนเฟิร์มทำงานได้เหมือนเดิม แข็งแรงดีแล้ว คุณหมอบอกว่าในปอดไม่มีเชื้อแล้วนะ เอ็กซเรย์ปอดออกมาไม่มีเม็ดฝ่าเหมือนก่อนแล้ว ก็รู้สึกดีใจมาก"

เห็นว่าอยากใส่ชุดแต่งงานก่อนตาย? "สำหรับหญิงมองว่าทุกคนต้องตาย หญิงไม่เคยกลัวตาย เราทั้งคู่นอนจับมือกัน แล้วบอกกันว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน เวลาทำบุญก็จะขอพรขอให้สุขภาพแข็งแรง การใส่ชุดแต่งงานถ่ายภาพคู่ มีภาพพรีเวดดิ้งติดผนังบ้านสวยๆ วันนี้หญิงได้ภาพนี้แล้วจะเอาไปขยายใหญ่ใส่กรอบ ภาพออกมาสวยมาก ขอบคุณทีมงาน C-qmin ทุกท่านที่ช่วยให้ฝันของหญิงกับลุงแจ๊คเป็นจริง" 

‘แม่แก้ว’ ปล่อยภาพ ‘ณเดชน์’ สมัยเข้าสู่วงการบันเทิง 15 ปีก่อน ชาวเน็ต ลั่น!! ยิ่งโตยิ่งหล่อ พร้อมหลุดโฟกัสคนข้างๆ มาไกลมาก

(6 ก.ย.66) ถ้าจะให้พูดถึงดาราในวงการบันเทิงไทย ที่ใครหลายคนต่างยกให้เป็นที่สุดของความหล่อ หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ พระเอกสุดหล่อของช่อง 3 อย่างแน่นอน เพราะเขาคนนี้มีทั้งใบหน้าวิชวลที่ดูดี หันมุมไหนก็รอด แถมฝีมือการแสดงยังยอดเยี่ยม พลิกบทบาทไหนก็เอาอยู่หมด

ล่าสุด ‘แม่แก้ว สุดารัตน์’ ก็พาทุกคนมาย้อนวันวาน ขุดภาพของลูกชายสมัยเข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อ 15 ปีก่อน มาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @keaw_jing ให้แฟน ๆ ได้เชยชมความหล่อที่ปังมาตั้งแต่สมัยยังละอ่อน โดยระบุแคปชันว่า

“หมอขุนเขาในวัยละอ่อน @kugimiyas #ม.5 เทอม 2 #ก้าวแรกของแบรี่”

ต่อมา แม่แก้ว ยังได้ออกมาเผยภาพ ‘ณเดชน์’ ขณะยืนข้าง ๆ กับหนุ่มชุดดำที่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนักปั้นมือทองแห่งยุคอย่าง ‘เอ ศุภชัย’ สมัยยังละอ่อนอยู่เหมือนกันนั่นเอง งานนี้แม่แก้วถึงกับเขียนแคปชันแซวว่า “คนข้าง ๆ ชุดดำ…หน้าคุ้นมาก…ว๊าว!!!! @kugimiyas @a_supachai1”

หลังจากที่ แม่แก้ว ได้โพสต์ภาพลูกชายสุดที่รักในวัยละอ่อนเมื่อ 15 ปีก่อน งานนี้แฟนคลับถึงกับพากันเข้ามาคอมเมนต์ เชยชมความหล่อเหลาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เพราะหนุ่มณเดชน์คนนี้เครื่องหน้าดี ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นลูกรักพระเจ้าเลยทีเดียว แถมยังทักนักปั้นมือทองด้วยว่ามาไกลมาก อาทิเช่น

“งานแรกในวงการของเขาละ”, “เด็กน้อยคนนี้ตะฮักมากจ้ะแม่แก้ว”, “โอ้วววววว ผอมมาก ๆ เลย แต่ก็ยังหล่อ”, “อายุเพิ่มขึ้นยิ่งหล่อ อิอิ”, “ละอ่อนน้อย”, “ณเดชน์โตขึ้นมาหล่อมาก พี่เอ โตขึ้นมาก็สวยมากค่ะ”, “ต่างคนต่างมาไกลมาก ๆ ค่ะแม่แก้ว”, “แม่แก้วขาาาา..เอ็นดูนสด.หน้าใหม่ด้วยค่ะ” เป็นต้น

‘อดีตหม่อมลูกปลา’ เข้ากรุงเทพฯ รับงานสลัดลุคเป็นเจ้าหญิง พร้อมยอมรับท้อใจกับชีวิต แต่ต้องฮึดสู้ หลังถูกโกง-ป่วยรุมเร้า

(6 ก.ย.66) อดีตหม่อมลูกปลา ชลาศัย หรือชื่อปัจจุบัน โชติกา ขวัญฐิติ หอบครอบครัวเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง รับงานถ่ายแฟชั่นธีมชุดเจ้าหญิง เพราะแฟนคลับเรียกร้องอยากเห็นภาพของตนเป็นเจ้าหญิงอีกครั้ง ยอมรับท้อกับชีวิตติดหนี้หลายแสน ต้องหาเงินรักษาโรคกันทั้งครอบครัว

"วันนี้ก็รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาถ่ายแฟชันตรีมชุดเจ้าหญิงอีกครั้ง เหมือนเป็นการระลึกถึงอดีตสมัยที่อยู่ในวัง อีกอย่างแฟนคลับเรียกร้อง อยากเห็นเราสวย อยากเห็นเราเป็นเจ้าหญิงอีกครั้ง ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปีนะ ที่ได้ใส่ชุดแบบนี้อีกครั้ง เหมือนสมัยตอนอยู่ในวัง เอาจริงๆ ตอนอยู่ในวังปลาก็ใส่ชุดธรรมดานะ แต่ถ้าต้องออกงานใหญ่ๆ ก็จะใส่ชุดแบบนี้

ตอนนี้พวกเราลำบากไหม ความลำบากขอทุกคนมันต่างกัน แต่เราก็ต้องสู้ ที่ผ่านมามันก็รู้สึกท้อ แต่เราจะมาถือลูกท้อตลอดไปไม่ได้ วันนี้ปลาไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายเหมือนตอนอยู่ในวัง ปลาไม่ใช่หม่อมชลาศัย ชื่อนี้มันตายจากโลกนี้ไปแล้ว ที่หายไปตอนนี้ปลาอยู่สระบุรี ทำซักรีด แล้วก็ดูแลคนแก่ข้างบ้าน ยังเป็นแม่บ้านเหมือนเดิม อยากรับงานเหมือนเดิม แต่ทุกคนอาจติดต่อปลาไม่ได้ เพราะเราอยู่ไกล ถ้าติดต่อมาก็ต้องนัดกันล่วงหน้าสักหน่อย

เรื่องของสุขภาพปลากับแฟนเป็นโรคความดันสูงกันทั้งคู่ ส่วนปลามีโรคเสี่ยงเบาหวานอีกโรคและเป็นภูมิแพ้ด้วย ส่วนลูกสาวเป็นโรคภูมิแพ้ และหมอบอกว่าลูกสาวก็เสี่ยงเป็นทุกโรคที่เราเป็น ตอนนี้เราก็ทานยาควบคู่อาหารเสริม เป็นขมิ้นชันนาโน ทานมาสักพักแล้ว ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียด้วยที่เห็นได้ชัด"

ด้าน ทวีชัย แฟนของลูกปลาเผยถึงสาเหตุที่ลูกปลาร้องไห้กลางวงนักข่าวว่า "ปลาเขาเครียดหลายเรื่อง เราก็พยายามให้กำลังใจซึ่งกันแหละกัน ที่เขาร้องไห้ คงท้อกับชีวิต วันนี้มีงานเข้ามาเขาก็ดีใจ พอเจอนักข่าว เขาคงนึกถึงวันเก่าๆ รวมถึงหนี้สิน ตอนนี้ติดหนี้อยู่ประมาณ 3 แสน เป็นหนี้ที่ยืมเขามาใช้จ่าย ยืมมารักษาตัวด้วย แล้วก็โดนโกงก็มี แบบไปออกหน้าขอยืมเงินเขามา แล้วให้อีกคนยืมต่อแล้วเขาไม่ใช่หนี้ เราก็ต้องใช้หนี้ แล้วก็โรคภัยไข้เจ็บ ที่ต้องรักษาตัวไปหาหมอประมาณ 2 เดือนครั้ง ล่าสุดหมอก็เตือนมาให้ระวังสุขภาพหน่อยความดันขึ้นสูงกันทั้งคู่ มันเสี่ยงกับชีวิต ปลาเขาจึงเครียด สงสารลูก เราจับมือกันสัญญาว่าห้ามเป็นอะไรกันนะ ลูกเรายังเล็ก ปลาเขาไม่ค่อยพูดถึงปัญหาให้ใครฟัง เขาจะเงียบมันจึงกดดัน เข้ามาทำงานแบบนี้มันก็ดี เขาจะได้ปลอดโปร่ง สนุก ได้เจอทีมงาน ได้เจอนักข่าว นักข่าวรักเขาเยอะ ให้ความเมตตา ต้องขอบคุณทางน้องบิว-อรจิรา บัณฑูรจินดา ที่เมตตาครอบครัวเรา ให้งานครอบครัวเราทำ"

ทัวร์ลง ‘กระติ๊บ ชวัลกร’ หลังคอมเมนต์ ‘แน็ก ชาลี-เก๋ไก๋’ ประโยคเดียวสะเทือนทั้งโซเชียล จนชาวเน็ตขอเลิกติดตาม

(6 ก.ย. 66) เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับ ‘แน็ก ชาลี’ หรือที่รู้จักในชื่อ ‘ชาลี ไตรรัตน์’ เป็นนักแสดงและนักร้องลูกครึ่งไทย-ฮอลแลนด์ เข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่ยังเด็ก มีผลงานสร้างชื่อในภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ที่ทำรายได้สูงสุด 140 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2546 และภาพยนตร์เรื่อง เด็กหอ สำหรับการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในปี พ.ศ. 2549

เเละหลายคนคงทราบกันดีว่า ‘แน็ก ชาลี’ นั้นเพิ่งประกาศเปิดใจคบหาสานความสัมพันธ์ กับยูทูบเบอร์สาวคนดัง ‘เก๋ไก๋’ ได้เพียงไม่นาน เละล่าสุด งานนี้เจ้าตัวนั้นก็ได้โพสต์คลิปวิดีโอเล่นเปียโนอวยพรวันเกิดแฟนสาว พร้อมระบุแคปชันว่า “ขอให้เก๋มีความสุขมากๆ ครับ ขอให้ทุกๆ วันมีแต่สิ่งดีๆ เจอแต่สิ่งดีๆ ขอให้มีแต่คนรักเยอะๆ แบบนี้ตลอดไป”

เเต่งานนี้ก็ทำเอาดรามาจนได้เมื่อ ทัวร์ลง ‘กระติ๊บ ชวัลกร’ นักแสดงดัง หลังโผล่คอมเมนต์ ‘แน็ก ชาลี-เก๋ไก๋’ แค่ประโยคเดียวสั้นๆ แต่กลับงานเข้าเต็มๆ โดยสาเหตุมาจากสาวกระติ๊บ ชวัลกร ได้เข้ามาคอมเมนต์โพสต์ดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “ดูดีกว่าอีกคู่เยอะ hbd ka” ทำคนแห่กดไลก์ไปเกือบหมื่นคน

หลังจากนั้น เหล่าบรรดาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์เดือดทัวร์ลงกระติ๊บอย่างหนักกหน่วง อาทิ

“ชมคู่นี้แต่แขว๊ะอีกคู่มันดีหรอคะ โตแล้วควรมีวุฒิภาวะให้มาก คอมเมนต์แขวะให้คนอื่นตาม ไม่น่ารัก”
“การที่จะชมคนอื่นไม่เห็นต้องแซะคนอื่นเลย ดูไม่มีวุฒิภาวะเลยค่ะ”
“มารยาทขั้นพื้นฐานบ้งมากเลยนะคะ คุณกระติ๊บ”
“นี่ใครง่ะ ไปแชะคู่เขา หิวแสงหรือคะ รู้จักเขาหรอไปว่าเขา เราติดตามผลงานคุณ แต่ตอนนี้คงเลิกติดตามแล้วเเหละ รู้เลยนิสัยแบบนี้ เขาไม่รู้จักคุณด้วยช้ำจะโยนประเด็นเพื่อ?”
“ผมแฟนคลับชาลีนะ แต่เมนต์แบบนี้มันไม่ได้ดูดีเลยครับ แฟนคลับชาลีจริงๆ ก็คงไม่ได้ชอบใจอะไร ถ้าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กัน ต่างคนต่างอยู่ ดีกว่าไปเหน็บเขาแบบนี้ ในขณะที่บางคนก็เข้ามาชมว่าคอมเมนต์แบบนี้ จริงค่ะ”
“ชัดเจนมาก”
“ถูกใจมากแม่!”!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top