Thursday, 3 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

รศ.ดร.ดุลยภาค มธ. เผย!! จีน ควบคุมวิชาการอเมริกัน เชื้อสายเมียนมาร์ ส่งสัญญาณพร้อมใช้กฎหมายข้ามพรมแดน เตือนนักวิจัย-นักวิเคราะห์ต้องระวัง ยกระดับแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์จีน

“รศ.ดุลยภาค”เผย “มินซิน”เชี่ยวชาญยุทธศาสตร์รัฐศาสตร์-พม่า-จีน-ให้ความรู้ระดับคลังสมอง-ลึกซึ้งสถานการณ์แรร์เอิร์ธ-บทวิเคราะห์ชี้ทางการจีนส่งสัญญาณพร้อมใช้อำนาจข้ามแดน-เตือนนักวิจัย-นักข่าว-นักวิเคราะห์

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายกสมาคมภูมิภาคศึกษา ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวชายขอบ”ถึงกรณีที่ทางการจีนจับกุมตัวนายมิน ซิน นักวิชาการชาวพม่าสัญชาติอเมริกันระหว่างการเดินทางไปร่วมประชุมแห่งหนึ่งซึ่งสถาบันการศึกษาในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ว่านายมิน ซินเป็นนักวิชาการสายรัฐศาสตร์ที่ชำนาญความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและพลเรือน เรียนปริญญาเอก ที่สหรัฐอเมริกา (University of California, Berkeley) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการ สถาบันยุทธศาสตร์และนโยบาย-เมียนมา (Institute for Strategy and Policy-Myanmar ) หรือ ISP-Myanmar ซึ่งย้ายมาประจำที่เชียงใหม่

รศ.ดร.ดุลยภาคกล่าวว่า ได้มีโอกาสหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองกับนายมิน ซินเป็นระยะๆโดยนายมินซิน มีลักษณะผสมผสาน คือเป็นนักวิชาการรัฐศาสตร์โดยแท้ เชี่ยวชาญยุทธศาสตร์ รัฐศาสตร์ เป็นนักปฏิบัติการเชิงนโยบาย คือไม่ได้ทำงานวิชาการอย่างเดียว แต่มีหน่วยงานต่างๆ สถาบันระหว่างประเทศ เชิญไปให้ความเห็น เช่น หากจีนจะดำเนินนโยบายต่อพม่าที่เหมาะสมเป็นอย่างไร นายมินซินจะไปปรากฏตัวในงานคลังสมองนานาชาติ เพื่อให้ทราบสถานการณ์ และบอกผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียว่าควรดำเนินนโยบายต่อพม่า

นายกสมาคมภูมิภาคศึกษากล่าวว่า ระยะหลังๆ นายมิน ซินสนใจรัฐศาสตร์พม่า-จีนมากขึ้น ในเว็บไซต์ของ ISP Myanmar มีงานเรื่องนี้เยอะ เช่น บทบาทจีน องค์กรให้ความสนใจประเด็นนี้ และเรื่องแรร์เอิร์ทด้วย ความสนใจของเขาผูกติดประเทศจีนโดยมีเครือข่ายนักวิชาการที่คุนหมิง ทำให้เขาไปสัมพันธ์กับนักวิชาการจีน หลังๆ เดินทางไปจีนบ่อย

“การทำวิจัยในจีนเรื่องรัฐนั้น ไม่ง่าย เพราะจีนออกกฎหมายเซนเซอร์ผู้ที่อาจเป็นสายลับ นักวิชาการที่ไปจีนในช่วงหลังจากที่จีนออกกฎหมายนี้ก็ต้องระมัดระวัง ขณะทีอูมิน ซินถือสัญชาติอเมริกัน เรียนปริญญาเอกที่เบิร์กเลย์ เขาอาจถูกมองว่าไม่ใช่นักวิชาการพม่าเพียวๆ แต่เป็นพลเมืองสหรัฐ เป็น US Citizen มาเก็บข้อมูล ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ของจีนมองเขาแบบนี้หรือไม่” รศ.ดุลยภาค กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ทางการจีนจับกุมตัวนายมิน ซิน เป็นการคุมคามนักวิชาการหรือไม่ ดร.ดุลยภาคกล่าวว่า นักวิชากาด้านนี้ที่เก็บข้อมูลต้อระมัดระวังตัวมากขึ้น
“ผมไม่ได้โปรจีน แต่ก็คิดว่าาไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น เขาก็เชิญไปร่วมแลกเปลี่ยน ต้องหาว่าเกณฑ์ความเสี่ยงที่ถูกจับกุม คืออะไร”

ผู้สื่อข่าวถามว่าความพอดีอยู่ตรงไหนที่จะไม่เกิดความเสี่ยง ดร.ดุลยภาคกล่าวว่า ความพอดีในการวิจัย การเข้าถึงข้อมูลเอกสารต่างๆ ให้ประสานราชการ เอกสารต่างๆ หากเข้าทางที่ถูกต้องก็ไม่น่าจะเป็นอะไร ประเด็นแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สร้างความเข้าใจต่อจีน หัวข้อเหล่านี้ไม่มีปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสังเกตได้ว่าเป็นสายลับหรือเป็นนักวิชาการ ดร.ดุลยภาคตอบว่า หากเป็นนักวิชาการจริงๆ หรือหากเคยเป็นทหารมาก่อนแล้วมาเป็นนักวิชาการ หากใช้ภาพถ่ายหรือข้อมูลที่คนข้างในปล่อยออกมา หน่วยงานจะรู้ว่าเข้าถึงชั้นความลับ จะถูกมองว่ามีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับสายลับ

“ต้องดูว่าเขารับทุนสนับสนุนมาจากไหน เขามี agenda (วาระ) อย่างไร พิเศษอย่างไร ตอนนี้ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ ต่างๆ ที่ตั้งเป็นสถาบันการออกแบบรัฐ มีเคลื่อนไหวในเชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน ทำงานส่งเสริมศักยภาพ capacity building กลุ่มคนเหล่านี้ก็หวังดีกับพม่าทั้งนั้น อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือเป็นนักวิชาการต่างประเทศ เช่นอังกฤษ สหรัฐ ญี่ปุ่น ทำวิจัยเรื่องพม่า บางส่วนเดินทางเข้าพม่าไปเลย บางส่วนเอาไทยเป็นฐานในการเก็บข้อมูล ศึกษาเรื่องต่างๆ”รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว

ขณะที่ SHAN News ได้รายงานบทวิเคราะห์ของ Sai Wansai ซึ่งระบุว่า การควบคุมตัวนายมิน ซิน โดยรัฐบาลจีนมิใช่เพียงมาตรการทางกฎหมายธรรมดา หากแต่เป็นคำเตือนที่ได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบต่อเครือข่ายทั้งหมดของนักวิเคราะห์อิสระในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าจีนกำลังเปลี่ยนจากการใช้อิทธิพลอย่างเงียบ ๆ ไปสู่การใช้แรงกดดันและการข่มขู่ที่เปิดเผยมากขึ้น และมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในยุทธศาสตร์ของจีน

บทวิเคราะห์นี้ระบุด้วยว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จีนอาศัยอิทธิพลทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการเจรจาทางการเมืองเบื้องหลังเพื่อกำหนดทิศทางของเมียนมา แต่ในปัจจุบัน เมื่อกระแสต่อต้านจีนขยายตัวในสังคมเมียนมา และอำนาจควบคุมของรัฐบาลทหารอ่อนแอลง จีนดูเหมือนจะละทิ้งแนวทางที่นุ่มนวลกว่าเดิม การจับกุมนาย มิน ซิน ไม่ใช่ข้อพิพาททางกฎหมายเฉพาะกรณี แต่เป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่า จีนพร้อมที่จะใช้อำนาจข้ามพรมแดน ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยปิดกั้นหรือทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์เงียบลงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนด้วยวิธีการที่แข็งกร้าวมากขึ้น

บทความวิเคราะห์ระบุว่า การที่จีนเลือก "จับกุม" นาย มิน ซิน แทนที่จะปฏิเสธการเข้าประเทศหรือส่งตัวกลับ มีความหมายทางยุทธศาสตร์ได้แก่ 1. สร้างผลการข่มขู่ต่อวงการวิชาการ ทำให้นักวิจัย นักข่าว และนักวิเคราะห์คนอื่น ๆ เกิดความหวาดระแวงและระมัดระวังมากขึ้นในการศึกษาเรื่องจีน

2. แสดงอำนาจที่ขยายออกนอกพรมแดน แม้นายมิน ซิน จะทำงานในประเทศไทยและมีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษาในสหรัฐฯ แต่ก็ยังถูกควบคุมตัวในจีนได้เป็นการส่งสัญญาณว่าจีนตีความคำว่า "ความมั่นคงแห่งชาติ" อย่างกว้างขวาง และพร้อมใช้แนวคิดดังกล่าวกับบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายจีน ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใด

3. จังหวะเวลามีนัยสำคัญเพราะการจับกุมเกิดขึ้นก่อนการเยือนจีนของผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเพียงไม่กี่สัปดาห์ จึงอาจถูกตีความว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าจีนพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของตนและสนับสนุนพันธมิตรทางการเมือง

4. ใช้ข้อหา "สอดแนม" เป็นเครื่องมือ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสอดแนมและความมั่นคงแห่งชาติช่วยสร้างความชอบธรรมทางกฎหมายให้กับการควบคุมตัว ขณะเดียวกันก็ทำให้ยากต่อการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพทางวิชาการหรือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1665845178879617&id=100063624517880&rdid=qbm3xQBfRNXXwDNr#

‘สีจิ้นผิง’ ต้อนรับ ‘มินอ่องหล่าย’ จีนเน้นสัมพันธ์เมียนมา-เพื่อนบ้านสำคัญ ย้ำหนุนเมียนมารักษาอธิปไตย เดินหน้าระเบียงเศรษฐกิจร่วมกัน พร้อมสนับสนุนเมียนมารักษาเสถียรภาพประเทศ

ปักกิ่ง, 16 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันอังคาร (16 มิ.ย.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พบปะหารือกับมินอ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ซึ่งเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ณ กรุงปักกิ่งของจีน โดยสีจิ้นผิงระบุว่าจีนให้ความสำคัญระดับสูงกับความสัมพันธ์จีน-เมียนมาในการดำเนินนโยบายการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน และสนับสนุนรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ในการประสานงานภารกิจด้านการพัฒนาและความมั่นคง เพื่อเสาะหาเส้นทางการพัฒนาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพการณ์ของประเทศ ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

สีจิ้นผิงกล่าวว่าจีนยึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น ดำเนินนโยบายที่เป็นมิตรต่อประชาชนทุกกลุ่มในเมียนมา และสนับสนุนเมียนมาในการรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน

ปี 2026 นี้เป็นจุดเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) โดยจีนพร้อมแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาแก่เมียนมา และร่วมกันสร้างประชาคมจีน-เมียนมาที่มีอนาคตร่วมกัน ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของมิตรไมตรีและความไว้วางใจทางการเมือง การพัฒนาแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน การประสานงานด้านความมั่นคง และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน

สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนร่วมกับเมียนมายาวที่สุด จีนเป็นมิตรและหุ้นส่วนที่ไว้วางใจได้ และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวและความร่วมมือท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงและผันผวน พร้อมเสริมว่าระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมาเป็นโครงการสำคัญภายใต้ความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางระหว่างสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายควรเดินหน้าการก่อสร้างหลายโครงการสำคัญควบคู่กับการรับรองความปลอดภัย เพื่อสนับสนุนเมียนมาในการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ สีจิ้นผิงเปิดเผยว่าจีนยินดีเดินหน้าสนับสนุนการฟื้นฟูและบูรณะเมียนมาหลังเกิดแผ่นดินไหว และทั้งสองฝ่ายควรร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การพนันออนไลน์ การฉ้อโกงทางโทรคมนาคม และการค้ายาเสพติด ขณะเดียวกัน จีนสนับสนุนทุกฝ่ายในเมียนมาให้เดินหน้าสันติภาพและการปรองดองผ่านการเจรจาเพื่อบรรลุเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ตอนเหนือของเมียนมา ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานและผลประโยชน์ระยะยาวของเมียนมาและประชาชนในเมียนมา
ด้านมินอ่องหล่ายกล่าวยกย่องมิตรภาพ "ฉันพี่น้อง" (pauk-phaw) อันยาวนานระหว่างสองประเทศ พร้อมขอบคุณจีนที่ให้การสนับสนุนเมียนมาอย่างต่อเนื่องและไม่หวังผลตอบแทนในด้านการพัฒนา เสถียรภาพ สันติภาพ และการปรองดอง โดยยืนยันว่าเมียนมาจะยึดมั่นในหลักการจีนเดียวอย่างแน่วแน่ อีกทั้งสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อข้อริเริ่มสำคัญระดับโลก 4 ประการที่สีจิ้นผิงเสนอ และพร้อมกระชับการสื่อสารและการประสานงานพหุภาคีกับจีนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

มินอ่องหล่ายกล่าวว่าการดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน นำมาซึ่งโอกาสสำคัญสำหรับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย รวมถึงเมียนมา โดยเมียนมาหวังที่จะกระชับความร่วมมือรอบด้านกับจีน ร่วมกันพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเมียนมา-จีน และยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

เมียนมายังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของบริษัทและบุคลากรจีนในเมียนมา และจะดำเนินทุกวิถีทางเพื่อรับประกันความปลอดภัยดังกล่าว พร้อมทั้งยินดีทำงานร่วมกับจีนอย่างใกล้ชิดในการปราบปรามการพนันออนไลน์และการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม รวมถึงรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพตามแนวชายแดน

อนึ่ง สีจิ้นผิงได้จัดพิธีต้อนรับมินอ่องหล่ายก่อนการหารือ และจัดงานเลี้ยงต้อนรับในช่วงเที่ยง โดยภายหลังการหารือ ผู้นำทั้งสองได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารความร่วมมือหลากหลายสาขา อาทิ การขนส่งและการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

ที่มา : Xinhua

ผบ.ทอ.เยอรมนีลั่นเตรียมพร้อมกับรัสเซียคืนนี้!! ประกาศพร้อมรบคืนนี้หากรัสเซียโจมตี เป้าหมายโหดเจาะจงคาบสมุทรโคลาและคาลินินกราด เน้นการปกป้อง NATO ครบทุกตารางนิ้ว สนับสนุนอังกฤษพร้อมจัดระบบป้องกันภัยขั้นสูง

ผบ.ทอ.เยอรมนีลั่น "พร้อมรบคืนนี้" หากรัสเซียโจมตี NATO ชี้โคลา–คาลินินกราด–เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก–ทะเลดำจะเผชิญความโกรธ "โจมตีเอสโตเนีย = โจมตีลอนดอน" เยอรมนีจัดซื้อ Patriot–Iris-T–Arrow 3 ครั้งมโหฬาร พร้อมปกป้องน่านฟ้าอังกฤษ

The Telegraph รายงานว่า พล.ท.โฮลเกอร์ นอยมันน์ ผบ.กองทัพอากาศเยอรมนี (Luftwaffe) ประกาศในบทสัมภาษณ์พิเศษว่า Luftwaffe "พร้อมเปิดฉากทำการรบคืนนี้" กับรัสเซีย และจะปกป้องดินแดน NATO "ทุกตารางนิ้ว" หากมอสโกโจมตี กองกำลังจะเปิดฉากโจมตีทางอากาศรุนแรงและสร้างความเสียหายหนักหน่วงต่อรัสเซียทันที

นอยมันน์ระบุเป้าหมายเจาะจง: คาบสมุทรโคลา คาลินินกราด เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และทะเลดำ "จะเผชิญความพิโรธจาก NATO หากถูกบังคับให้ป้องกันตนเอง" ย้ำว่าไม่มีการแบ่งแยกโซนความปลอดภัย "การโจมตีเอสโตเนียจะได้รับตอบโต้รุนแรงเท่าเทียมกับโจมตีลอนดอน" การตอบโต้จะเป็น "32 ต่อ X" กองทัพอากาศ 32 ชาติพันธมิตรประจำการร่วมทันที

ถ้อยแถลงแข็งกร้าวที่สุดจากผู้นำทหารเยอรมนีในรอบหลายปี สะท้อนการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของเบอร์ลินที่มุ่งสะสมอาวุธใหม่ภายใต้แนวคิดของนายกฯ แมร์ซ ที่ต้องการ "กองทัพแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป" เยอรมนีได้รับงบพิเศษหลายพันล้านยูโรจัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ "ครั้งมโหฬาร" ทั้ง Patriot, Iris-T และ Arrow 3

นอยมันน์เสนอสนับสนุนระบบป้องกันภัยทางอากาศให้อังกฤษหากร้องขอ ท่ามกลางอังกฤษที่ระบบป้องกันตึงตัวจนอาจต้องเลือกปกป้องฐานนิวเคลียร์หรือลอนดอน และปัญหาลาออกของรัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ

แต่เขาเตือนห้ามประเมินกองทัพอากาศรัสเซียต่ำ แม้ไม่ชิงความได้เปรียบทางอากาศในยูเครนตลอด 4 ปี รัสเซียมีการปรับตัวสูงและเรียนรู้จากสงครามจริง มีแพลตฟอร์มทรงอานุภาพ Su-35, Su-57, MiG-31 ขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธทิ้งตัว และขีปนาวุธเหนือเสียง

นอยมันน์ไม่เห็นด้วยกับยุโรปแยกตัวจากสหรัฐฯ ปฏิเสธ European autonomy แต่สนับสนุนให้ยุโรปพัฒนาขีดความสามารถเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ เมื่อถูกถามว่าเยอรมันพร้อมเผชิญ "ดาร์ธ ปูติน" หรือไม่ ทิ้งท้ายว่า "ผู้คนมีความพร้อมมากกว่าที่แสดงออกเมื่อถึงเวลาจำเป็น"

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122311769582234582&id=61557037466190&rdid=DC861uXEwACEmGQ7#

ไทยพัฒนาเครื่องมือรับมือ “เอลนีโญ” กระทรวงทรัพย์ฯ เปิดเครื่องมือข้อมูลสภาพภูมิอากาศ เตือนเอลนีโญรุนแรงสุดปลายปี หน้าแล้งน้ำฝนลดลงทั่วประเทศ อุณหภูมิเพิ่ม ส่งฤดูหนาวอบอุ่นกว่าปกติ ข้อมูลละเอียดช่วยชุมชนวางแผนรับมือความเสี่ยงล่วงหน้า

วันอังคาร (16 มิ.ย.) กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของไทยรายงานการพัฒนาเครื่องมือด้านข้อมูลสภาพภูมิอากาศและแผนภูมิความเสี่ยงที่มีความละเอียดสูงเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) หลังจากบรรดาองค์กรสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศคาดการณ์ว่าโลกมีแนวโน้มสูงมากที่จะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม โดยความรุนแรงสูงสุดจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026-มกราคม 2027

พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าปริมาณน้ำฝนในหลายพื้นที่ของไทยจะต่ำกว่าปกติในช่วงเดือนมิถุนายน 2026-มกราคม 2027 และฤดูฝนอาจมีฝนตกน้อยลงหากปรากฏการณ์เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้น โดยภาคใต้อาจมีปริมาณน้ำฝนลดลงในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศจะสูงกว่าปกติเล็กน้อย มีแนวโน้มทำให้ฤดูหนาวที่จะมาถึงมีอากาศอบอุ่นกว่าปกติ

ทั้งนี้ กรมฯ ได้พัฒนาแบบจำลองสภาพภูมิอากาศจนถึงปี 2100 ซึ่งครอบคลุมทั้งปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ และความชื้น โดยศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้แบ่งปันข้อมูลนี้ให้หน่วยงานต่างๆ เพื่อการวางแผนรับมืออุทกภัยและภัยแล้งในระยะยาว นอกจากนั้นกรมฯ ยังจัดทำชุดข้อมูลความเสี่ยงอุทกภัยจากแม่น้ำที่มีความละเอียดสูง และแผนภูมิความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศระดับตำบล ซึ่งครอบคลุมทั้งอุทกภัย ดินโคลนถล่ม ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และอุณหภูมิที่สูงขึ้น

พิรุณเสริมว่าแผนภูมิความเสี่ยงข้างต้นจะช่วยระบุชุมชนและพื้นที่เพาะปลูกที่เปราะบาง ชี้แนะการจัดสรรงบประมาณและกำลังคน สนับสนุนเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนปฏิทินการเพาะปลูกและการคัดเลือกพืชผล รวมถึงเป็นข้อมูลการวางผังเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่เสี่ยงภัย

ที่มา : Xinhua

ผู้นำโลกยังแพ้สปริงเกอร์!! สำนักข่าว RT รัสเซียเหน็บบอลโลกสหรัฐฯ หลังระบบฉีดน้ำเปิดเองกลางสนาม สนามแข่งในสหรัฐฯพบความผิดพลาด สปริงเกอร์คลาดการควบคุมอย่างไม่น่าเชื่อ

เหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติในสหรัฐอเมริกาหรือไม่?

สำนักข่าว RT ของรัสเซีย วิจารณ์สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกที่สหรัฐอเมริกา "นอร์เวย์กับอิรัก"

เกิดเหตุผิดพลาดเมื่อระบบสปริงเกอร์ฉีดน้ำได้ทำงานขึ้นมาเอง ในพื้นที่สนามแข่ง โชคยังดีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างพักครึ่งเวลา

สำหรับประเทศที่ประกาศตัวว่าเป็นผู้นำโลกในแทบทุกเรื่อง การควบคุมไม่ให้สปริงเกอร์เปิดเองกลางสนามฟุตบอลโลก ดูจะเป็นภารกิจที่ท้าทายไม่แพ้การจัดการแข่งขันเลยทีเดียว

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1324221039866253/?rdid=xLkNmJYXnklUiieQ#

‘ฮาลันด์’ เปิดซิงบอลโลกสุดโหด!! นอร์เวย์เปิดหัวบอลโลกสวย ดาวเตะนอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุดัน เหมา 2 ตุง พานอร์เวย์ถล่มอิรัก 4-1 พานอร์เวย์เก็บชัยเหนืออิรัก

เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์เปิดใจหลังได้ลงสนามในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในอาชีพซึ่งผลจบลงด้วยการที่เจ้าตัวยิง 2 ประตูช่วยทีมเอาถล่ม อิรัก ขาดลอย 4-1

โดย ฮาลันด์ ลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2026 และเป็นการเล่นเวิลด์คัพหนแรกในอาชีพเกมถล่ม อิรัก 4-1 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มไอ วันที่ 16 มิ.ย. (เช้าวันที่ 17 มิ.ย.) ซึ่งเจ้าตัวก็เหมาคนเดียว 2 ลูกด้วย
จากผลดังกล่าวทำให้ดาวเตะวัย 25 ปีทำสถิติยิงให้ นอร์เวย์ ได้ 11 นัดติดต่อกันทุกรายการนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2024

หลังเกม ฮาลันด์ หัวหอก แมนฯ ซิตี้ กล่าวถึงความรู้สึกว่า “การลงเล่นนัดแรกไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องรู้สึกประหม่า และการชนะในวันที่ฟอร์มไม่ดีก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว”

“การชนะ 4-1 ในวันที่ฟอร์มธรรมดาๆ นั้นถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับพวกเราทุกคน มันวิเศษมาก และผมภูมิใจในพวกเราทุกคน นี่คือสิ่งที่ยากที่สุดที่คุณจะทำได้ เกมต่อไปจะยากกว่านี้มาก เราต้องเล่นให้ดียิ่งขึ้นไปอีก”

ส่วน เกรแฮม อาร์โนลด์ โค้ชทีมชาติอิรักระบุว่า “ผมคิดว่า 3 แต้มจะทำให้เราผ่านเข้ารอบต่อไปได้ เราเหลื
ออีก 2 เกม คุณรู้ไหม ผมคิดว่าเด็กๆ ทำได้ดีเยี่ยมในครึ่งแรก แต่ความผิดพลาดเพียงไม่กี่ครั้งทำให้เราเสียเปรียบอย่างมาก”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10286235

รัสเซียยิงเตือนยอชต์!! เรือยอชต์ชักธงอังกฤษเข้าใกล้เรือรบ ลูกเรือพยายามติดต่อแต่ไม่ตอบ ยิงเชิงป้องกันเมื่อห่าง 150 เมตร ยอชต์เปลี่ยนทิศออกห่างทันที

มอสโก (Sputnik) — กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า เมื่อวันอังคาร เรือฟริเกต Admiral Grigorovich ของรัสเซีย ตรวจพบเรือยอชต์ชักธงสหราชอาณาจักรลำหนึ่งในช่องแคบอังกฤษ ซึ่งแล่นเข้าใกล้เรือรบของรัสเซียอย่างเป็นอันตราย

กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “วันนี้ วันที่ 16 มิถุนายน ... ลูกเรือของเรือฟริเกต Admiral Grigorovich ตรวจพบเรือใบพลเรือนชื่อ Bright Future ซึ่งชักธงสหราชอาณาจักร อยู่ในช่องแคบอังกฤษ และกำลังแล่นด้วยเครื่องยนต์เข้าใกล้เรืออย่างเป็นอันตราย”

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ลูกเรือของเรือฟริเกตพยายามติดต่อเรือยอชต์ดังกล่าวหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

ลูกเรือของเรือฟริเกตจึงยิงพลุสัญญาณและเปิดหวูดเตือน แต่เรือยอชต์ยังคงแล่นเข้าใกล้อย่างเป็นอันตราย

แถลงการณ์ระบุว่า “หลังจากระยะห่างลดลงเหลือ 150 เมตร ผู้บังคับการเรือฟริเกตจึงตัดสินใจยิงเชิงป้องกันล่วงหน้าไปยังแนวเส้นทางของเรือลำดังกล่าว โดยใช้อาวุธขนาดเล็ก”

หลังจากมีการยิงเชิงป้องกัน เรือยอชต์ได้เปลี่ยนทิศทางทันที และแล่นออกห่างจากเรือรบรัสเซียต่อไป
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุด้วยว่า “ลูกเรือของเรือฟริเกต Admiral Grigorovich ปฏิบัติการอย่างเคร่งครัดตามกฎการเดินเรือระหว่างประเทศ และได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น”

ที่มา : Sputnik

17 มิถุนายน 2496 ในหลวง ร.9 เสด็จฯประพาสสวนทุเรียนนนท์ ประชาชนเปล่งเสียงไชโย เฝ้าชมพระบารมีใกล้ชิด สะท้อนพระราชอัธยาศัยเรียบง่ายใกล้ชิดประชาชน

วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่อยู่ในความทรงจำของชาวจังหวัดนนทบุรี เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินประพาสสวนทุเรียนเมืองนนท์ เพื่อทอดพระเนตรสวนทุเรียน ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรี และทรงเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างใกล้ชิด

การเสด็จฯ ในครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นรัชสมัยของในหลวง ร.9 และเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงพระราชอัธยาศัยอันเรียบง่าย เป็นกันเอง และทรงสนพระราชหฤทัยในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะชาวสวนเมืองนนท์ ซึ่งในอดีตมีชื่อเสียงอย่างมากด้านการปลูกทุเรียนคุณภาพดี จน “ทุเรียนนนท์” กลายเป็นหนึ่งในผลไม้เลื่องชื่อของไทย

ในวันเสด็จฯ แม้ช่วงเช้าจะมีฝนโปรยปราย แต่เมื่อถึงเวลาสาย อากาศกลับแจ่มใส ประชาชนจำนวนมากต่างพากันมาเฝ้าฯ รอรับเสด็จ ทั้งบนฝั่งและตามลำน้ำ บางส่วนลอยเรืออยู่ในแม่น้ำเพื่อเฝ้าชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปีติและความตื่นเต้นของชาวบ้านที่ได้มีโอกาสรับเสด็จพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินี ณ ถิ่นสวนของตนเอง

แหล่งข้อมูลของจังหวัดนนทบุรีระบุว่า ในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินประพาสจังหวัดนนทบุรี โดยมีประชาชนเฝ้ารอชมพระบารมีทั้งบนฝั่งและในเรือ เมื่อเรือพระที่นั่งมาถึงสวนทุเรียนที่ตำบลบางกระสอ ได้ชะลอเครื่อง และพระองค์เสด็จขึ้นจากเรือด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้ม ทรงซักถามเรื่องการปลูกทุเรียนและการดูแลสวนอย่างใกล้ชิด

การเสด็จฯ ประพาสสวนทุเรียนเมืองนนท์ในครั้งนั้น ใช้เรือพระที่นั่ง “ตะวันส่องแสง” และคณะติดตามใช้เรือประจำทวีป โดยเสด็จขึ้นที่ท่าน้ำบ้านแสงประภา ตำบลบางกระสอ เพื่อทอดพระเนตรสวนทุเรียนอันเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรี มีขุนบุรีภิรมย์กิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีในสมัยนั้น เฝ้าฯ รับเสด็จ
ระหว่างเสด็จฯ ทอดพระเนตรสวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในรายละเอียดของการทำสวนเป็นอย่างมาก ทรงซักถามถึงชนิดของทุเรียน วิธีปลูก การใส่ปุ๋ย และการบำรุงรักษา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพระองค์มิได้ทรงเสด็จฯ เพียงเพื่อทอดพระเนตรผลผลิตเท่านั้น แต่ยังทรงให้ความสำคัญกับความรู้ วิถีอาชีพ และความเป็นอยู่ของชาวสวนอย่างแท้จริง

เจ้าของสวนตามเส้นทางเสด็จฯ ต่างนำผลไม้จากสวนของตนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายด้วยความปลาบปลื้ม ผลไม้เมืองนนท์ในวันนั้นจึงมิได้เป็นเพียงผลผลิตทางการเกษตร หากเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและความภาคภูมิใจของชาวสวนที่ได้ถวายผลผลิตจากน้ำพักน้ำแรงของตนต่อพระมหากษัตริย์
หนึ่งในภาพจำที่ถูกเล่าขาน คือเหตุการณ์ที่มีการถวายกระจง หรือไม้สอยผลไม้ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงสอยมังคุดด้วยพระองค์เอง เป็นบรรยากาศที่เรียบง่าย ใกล้ชิด และงดงาม สะท้อนภาพพระมหากษัตริย์และพระราชินีที่เสด็จฯ ลงไปสัมผัสวิถีชีวิตของราษฎรอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อถึงเวลาเสวยพระกระยาหารกลางวัน ทางจังหวัดได้จัดเตรียมพระกระยาหารไว้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ที่จะเสวยอาหารพื้นเมืองที่จัดมาทางเรือ แทนการตั้งโต๊ะเสวยอย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังรับสั่งให้แม่ค้าจัดอาหารขึ้นมาด้วยชามและตะเกียบแบบธรรมดา แทนภาชนะหรูที่เตรียมไว้ แสดงถึงพระราชอัธยาศัยเรียบง่ายและทรงใกล้ชิดกับวิถีชาวบ้านอย่างยิ่ง

มีการบันทึกว่า พระองค์ทรงโปรดแกงปลาไหลและไอศกรีมเป็นพิเศษ และหลังเสวยพระกระยาหารแล้ว ได้พระราชทานเงินเป็นขวัญถุงแก่แม่ค้าที่จัดอาหารมาถวาย รวมถึงพระราชทานสิ่งของและเงินแก่ผู้ที่มาเฝ้าฯ ในการเสด็จครั้งนั้น สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนที่ได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด

นอกจากการทอดพระเนตรสวนและเสวยอาหารพื้นเมืองแล้ว พระองค์ยังเสด็จขึ้นประทับบนบ้านเจ้าของสวนทุเรียน และทรงมีพระราชปฏิสันถารถึงความเป็นอยู่และอาชีพที่ทำอยู่ ภาพดังกล่าวสะท้อนพระราชจริยวัตรที่ทรงรับฟังชีวิตของประชาชนด้วยพระองค์เอง มิได้ทรงมองราษฎรเป็นเพียงผู้มาเฝ้ารับเสด็จ แต่เป็นเจ้าของชีวิต เจ้าของอาชีพ และเจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญ

ทุเรียนนนท์ในอดีตถือเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงมาก ทั้งด้านรสชาติ คุณภาพ และความประณีตของการดูแลสวน สภาพพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองต่าง ๆ ทำให้นนทบุรีเป็นพื้นที่เหมาะแก่การทำสวนผลไม้ การเสด็จฯ ประพาสสวนทุเรียนจึงเป็นเสมือนการพระราชทานความสำคัญแก่เกษตรกรและชาวสวนในฐานะผู้สร้างผลผลิตที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของท้องถิ่น

ก่อนเสด็จกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสขอบใจผู้ที่มาคอยเฝ้าฯ รับเสด็จและนำเสด็จ พร้อมทั้งทรงถ่ายภาพผู้มาส่งเสด็จด้วยพระองค์เอง เมื่อเรือพระที่นั่งเคลื่อนออกจากท่า พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ด้วยพระอาการร่าเริงแจ่มใส ประชาชนที่มาเฝ้าฯ ต่างเปล่งเสียงไชโยด้วยความปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ

เหตุการณ์วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 จึงเป็นมากกว่าการเสด็จฯ ประพาสสวนผลไม้ หากเป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน เป็นวันที่ชาวสวนนนท์ได้เฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิด และเป็นวันที่พระมหากษัตริย์ทรงแสดงให้เห็นถึงความสนพระราชหฤทัยในอาชีพเกษตรกรรม วิถีชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น

การเสด็จฯ ในครั้งนั้นยังเป็นภาพจำสำคัญของนนทบุรี เพราะทุเรียนนนท์มิได้เป็นเพียงผลไม้ขึ้นชื่อ แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชุมชน เป็นผลผลิตจากผืนดิน สายน้ำ และความชำนาญของชาวสวน การที่ในหลวง ร.9 เสด็จฯ มาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง จึงเป็นขวัญกำลังใจอย่างใหญ่หลวงแก่ชาวสวนและประชาชนในจังหวัดนนทบุรี

17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันสำคัญแห่งความปลื้มปีติของชาวนนทบุรี วันที่ในหลวง ร.9 เสด็จฯ ประพาสสวนทุเรียนเมืองนนท์ ทรงทอดพระเนตรวิถีชาวสวนอย่างใกล้ชิด ทรงซักถามถึงการปลูกและดูแลผลไม้ด้วยพระราชหฤทัยสนพระราชหฤทัย และประชาชนต่างเปล่งเสียงไชโยเฝ้าชมพระบารมีด้วยความจงรักภักดี

เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนพระราชอัธยาศัยอันเรียบง่ายของในหลวง ร.9 พระมหากษัตริย์ผู้เสด็จฯ ไปถึงสวนของประชาชน ทรงสนทนากับชาวบ้าน ทรงเสวยอาหารพื้นเมือง และทรงรับฟังชีวิตของราษฎรด้วยพระองค์เอง อันเป็นภาพแห่งพระมหากรุณาธิคุณที่ยังอยู่ในความทรงจำของชาวเมืองนนท์สืบมา

ที่มา : https://nonthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3393/iid/447856?

รัสเซียยิงสกัดโดรน!! โดรน 60 ลำถูกยิงตกข้ามคืน โจมตีเป้าหมายท้ายน้ำมันมอสโก ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ UAV 25 ลำถูกทำลายใกล้กรุงมอสโก

มอสโก (Sputnik) — เซอร์เกย์ โซเบียนิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ยิงสกัดโดรนอย่างน้อย 60 ลำ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงมอสโกในช่วงข้ามคืน

โซเบียนินเขียนบนแพลตฟอร์ม Max ว่า “การโจมตีกรุงมอสโกด้วยโดรนของฝ่ายศัตรูดำเนินต่อเนื่องมาตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยหนึ่งในโดรนได้สร้างความเสียหายต่อ施設โรงกลั่นน้ำมันมอสโก ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินกำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ”

โซเบียนินยังระบุด้วยว่า ในช่วงข้ามคืน มีอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV จำนวน 25 ลำ ถูกทำลายใกล้กรุงมอสโกด้วยเช่นกัน

ที่มา : Sputnik

วินด์เซิร์ฟฯ จัดแข่ง!! ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลชิงชัย ที่พัทยา 17-21 มิ.ย. 69 นักกีฬาจาก 6 ชาติร่วมประชัน เตรียมพร้อมเอเชียนเกมส์ ยูธโอลิมปิก

วินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัด ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026

สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัดศึก “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026“ อีเว้นท์ 2 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569 โดยมีนักกีฬาจาก 6 ชาติร่วมชิงชัย หวังใช้เป็นเวทีเตรียมความพร้อมให้ชุดสู้ศึกเอเชียนเกมส์และยูธโอลิมปิกเกมส์

นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัดการแข่งขันรายการ “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026“ อีเว้นท์ 2 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน พ.ศ.2569 โดยมีนักกีฬาจาก 6 ชาติ ร่วมชิงชัย ได้แก่ ไทย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย

สำหรับรายการนี้ทีมไทยส่งนักกีฬาส่งนักกีฬาลงชิงชัยเต็มพิกัด นำโดย ชุดเอเชียนเกมส์ 2026 ได้แก่ ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปชาย จ.อ.นิติพัฒน์ ไชยวุฒิเวทย์, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปหญิง จ.ต.ศิริพร แก้วดวงงาม, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 19 ปี นายวชิรวิทย์ ทนอุป, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นเยาวชนหญิง อายุไม่เกิน 19 ปี น.ส.ชนัฐกานต์ เจริญสุข

ขณะที่ วิลเลียม แมคมิลลัน นักกีฬาลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย จะร่วมแข่งขันงานนี้ด้วย ในประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปชาย เพื่อเตรียมความพร้อมทำศึกชิงแชมป์โลก ที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 4-11 กันยายน พ.ศ.2569 รวมทั้งนักกีฬาดาวรุ่งชุด “ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026“ วรรณิดา วินทะชัย จะลงชิงชัยประเภทเทคโน 293 รุ่นเยาวชนหญิงอายุไม่เกิน 17 ปี

“สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ ส่งนักกีฬาลงชิงชัยทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเยาวชน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัยเอเชียนเกมส์ 2026 และยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 รวมทั้งยังให้นักกีฬาดาวรุ่งรุ่นใหม่ๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วย” พ่อบ้านทัพโต้คลื่นไทย กล่าว

ทั้งนี้ มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 จัดที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 และมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 จัดที่กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-13 พฤศจิกายน 2569

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10285284


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top