Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

HDD โตแรง หนุนเศรษฐกิจ AI หนุนความต้องการฮาร์ดดิสก์ บีโอไอผลักดันไทยเป็นฐานผลิต เวสเทิร์น ดิจิทัล ขยายกำลังผลิต เทคโนโลยี HAMR ยกระดับนวัตกรรมไทย

AI หนุนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์โตแรง บีโอไอผลักดันไทยฐานผลิตระดับโลก

ในยุคที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผู้คนอาจมองว่าเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลแบบใหม่ เช่น “โซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD)” (อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์) จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตแบบก้าวกระโดดของดาต้าเซ็นเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับทำให้ HDD (หน่วยวัดความจุข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่) ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโลก โดยเฉพาะในระบบจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่ต้องการความคุ้มค่าด้านต้นทุน

รายงานจากสื่อเทคโนโลยี TechRadar และข้อมูลวิเคราะห์จาก TrendForce ระบุว่า ความต้องการใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับ AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการใช้งาน AI, Generative AI, Large Language Model (LLM) รวมถึงบริการคลาวด์ของทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ ส่งผลให้ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาลในต้นทุนที่คุ้มค่า ซึ่งยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญของเทคโนโลยี HDD

HDD จาก “เทคโนโลยีเก่า” สู่โครงสร้างพื้นฐาน AI

แม้ SSD จะโดดเด่นด้านความเร็ว แต่ HDD ยังคงได้เปรียบในเชิงต้นทุนต่อเทราไบต์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ระยะยาวในดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งผู้ให้บริการระดับโลกยังคงพึ่งพา HDD เป็นสัดส่วนหลัก และมีความต้องการฮาร์ดดิสก์ความจุสูงระดับ 20–30 เทราไบต์ต่อไดรฟ์อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มดังกล่าวทำให้ตลาด HDD ที่เคยชะลอตัวกลับมาฟื้นตัว และเริ่มเผชิญภาวะตึงตัวด้านอุปทาน โดยเฉพาะในกลุ่มฮาร์ดดิสก์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมาตรฐานความเสถียรสูง

สถานการณ์นี้จึงเป็น “โอกาสสำคัญ” สำหรับประเทศไทย จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีเดิม โดยไทยยังเป็นหนึ่งในฐานการผลิต HDD ที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งมีผู้ผลิตระดับโลกอย่าง เวสเทิร์น ดิจิทัล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) และ ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) เป็นกำลังหลัก สะท้อนความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมต่อศักยภาพของไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิต HDD ของโลก

เวสเทิร์น ดิจิทัล กับการยกระดับฐานผลิตในไทย

หนึ่งในผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมนี้คือ เวสเทิร์น ดิจิทัล (Western Digital) ผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรายใหญ่ระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีฐานการผลิตในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เวสเทิร์น ดิจิทัล ครองส่วนแบ่งตลาดฮาร์ดดิสก์ประมาณหนึ่งในสามของตลาดโลก โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลักเพื่อการส่งออก และสามารถผลิตฮาร์ดดิสก์ความจุสูงสุด 32 เทราไบต์ด้วยเทคโนโลยี PMR (Perpendicular Magnetic Recording) พร้อมเดินหน้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิทัล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการส่งเสริมการลงทุนสำหรับโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี Heat-Assisted Magnetic Recording (HAMR) เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) รองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม Data Center และ AI การลงทุนครั้งนี้สะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากฐานการผลิตสู่ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง โดยการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรม แต่ยังช่วยยกระดับทักษะแรงงานไทยและเชื่อมโยงซัพพลายเชนภายในประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมกันนี้ โครงการดังกล่าวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภาคอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันของห่วงโซ่อุปทานโลกที่เข้มข้น และช่วยเสริมบทบาทของประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมด้าน HDD และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค.

ในภาพรวม อุตสาหกรรม Data Center และ AI กำลังยกระดับบทบาทของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจากเพียงส่วนประกอบทางเทคนิค สู่โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะความสามารถในการจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ คือปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันในยุค AI การที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเลือกลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของระบบนิเวศอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านบุคลากร วิศวกรรมการผลิต และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีความพร้อมรองรับเทคโนโลยีรุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน ภาพรวมการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 กลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุน 303 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 249,000 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์โลกที่กำลังขยับจาก “ฐานการผลิต” สู่ “ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง”อย่างชัดเจน

การกลับมาของ HDD ในครั้งนี้สะท้อนการปรับตัวของเทคโนโลยีให้สอดรับกับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI ในวันที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ HDD จึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอีกต่อไป หากแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก และไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักของเทคโนโลยีนี้ ด้วยแรงหนุนจาก AI การลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมกับนโยบายเชิงรุกของบีโอไอที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ฐานเทคโนโลยีแห่งอนาคต

เดือดกลางอาเซียน!! “พรรครักชาติ” จี้ “ฟิลิปปินส์” ปม VTR อาเซียนเปิดทางเขมรเคลมวัฒนธรรมไทย หวั่นบิดเบือนวัฒนธรรม สร้างข้อเข้าใจผิดทั่วโลก เรียกร้องกระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการเชิงรุก

“พรรครักชาติ” ซัดฟิลิปปินส์ประธานอาเซียน ต้องตอบ ปล่อยให้เขมร เคลมชุดไทยใส่โปรโมต ใน VTR อาเซียนได้อย่างไร?

10 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น. จากกรณีฟิลิปปินส์ประธานอาเซียนเผยแพร่ VTR โปรโมทการท่องเที่ยวอาเซียนล่าสุด ซึ่งนักแสดงตัวแทนกัมพูชาและไทย ใส่ชุดห่มสไบ ลักษณะเหมือนกันจนแยกไม่ออก

ล่าสุด นายภูมิ สวัสดี (ไมเคิล) รองโฆษกพรรครักชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าว ระบุว่า จากการที่กัมพูชาเผยแพร่วิดีโอโปรโมทในนามของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งออกสู่สายตาประชาคมโลก ในลักษณะจงใจให้นักแสดงสวมใส่ชุดที่มีความคล้ายคลึงกับ "ชุดไทย" อย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยการห่มสไบ ซึ่งถือเป็นการส่งสาร สร้างความเข้าใจผิดในระดับสากลว่า เครื่องแต่งกายดังกล่าวมีจุดกำเนิดมาจากประเทศกัมพูชา

"กัมพูชา เคลมวัฒนธรรมไทยสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้นแล้วนะครับ เพราะว่าตอนนี้ วิดีโอโปรโมทอาเซียน ที่มีการเผยแพร่ไปทั่วทั้งโลกนะครับ ชาวกัมพูชาเขาใส่ชุดที่มีลักษณะคล้ายชุดไทยมาก ๆ นะครับ โดยมีดีเทลก็คือเขาจะมีสไบ เหมือนคนไทยเลย" นายภูมิ กล่าว

ทั้งนี้ รองโฆษกพรรครักชาติ ยังกล่าวด้วยว่า แม้พลังโซเชียลของคนไทยจะแห่เข้าไปคอมเมนต์ถล่มทลายเพื่อปกป้องสิทธิ์และให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ จนนำไปสู่การลบคลิป หรืออาจเป็นแค่การบล็อก IP คนไทย ซึ่งนี้คือ "เจตนาอันชัดเจน" ของประเทศเพื่อนบ้านที่ฉลาดในการใช้สื่อสมัยใหม่ (Modern Media) เพื่อล้างสมองชาวโลก และเคลมว่าตนคือเจ้าของออริจินัล

รองโฆษกพรรครักชาติ ยังเปรียบเทียบ ให้เห็นภาพชัดเจนด้วย ว่า "กอดทะเบียนสมรสไว้ทำไม ถ้าเมียมีชู้ก็ต้องตามไปตบ!"

"การจดทะเบียนกับยูเนสโกก็เป็นเรื่องนึงนะครับ มันเหมือนกับอะไร รู้ไหมครับ มันเหมือนกับการที่สมมติว่าเรามีภรรยา แล้วภรรยาเรามันไปมีชู้ใช่ไหมครับ พอภรรยาเรามีชู้เนี่ย ต่อให้เรากอดทะเบียนสมรสเอาไว้เลย เรากอดทะเบียนที่เราจดเอาไว้เลย คนทั่วไปเขาก็เห็นว่าภรรยาเราเนี่ย ไปควงแขน ไปอยู่กับคนอื่น คนก็เกิดความเข้าใจผิดครับว่า เฮ้ย สรุปคนไหนเป็นชู้ คนไหนเป็นตัวจริงกันแน่ เราต้องตามไปตบชู้เราด้วยนะครับผม" รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าว

นอกจากนี้ นายภูมิ ยังส่งสารถึงกระทรวงวัฒนธรรม ด้วยว่า ถึงเวลาที่หน่วยงานภาครัฐของไทยต้อง "ตื่น" และดำเนินการ "เชิงรุก" อย่างเต็มรูปแบบได้แล้ว พร้อมเสนอแนวทาง ต้องประกาศให้โลกรับรู้ โดยรัฐบาลไทยต้องแสดงจุดยืนและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ทั่วโลกรับรู้ว่า "สไบและโจงกระเบน" คือวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทย พร้อมตอบโต้การบิดเบือน โดยต้องหยุดยั้งกัมพูชาที่กำลังใช้เวทีสากลประกาศว่าตนเป็น Originality และกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายไปเคลมของเขา พร้อมเรียกร้องถึงประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียนในขณะนี้ ต้องมีคำตอบ ให้ชัดเจนถึงคำถามเรื่องนี้

"อยากจะขออนุญาตนะครับ ส่งข้อความนี้ไปถึงกระทรวงวัฒนธรรม เราจะต้องดำเนินการเชิงรุกให้ประเทศทั่วทั้งโลกรู้ว่าใครกันแน่ครับ ที่เป็น Originality เพราะว่าตอนนี้กัมพูชาประกาศเลยว่าสไบเขาเป็น Originality และไทยกำลังที่จะเคลมว่าเป็นของไทย แต่จริง ๆ แล้วเป็นของเขา ซึ่งจริง ๆ แล้วหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งหมด ไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องจริงครับ ได้เวลาแล้วครับกระทรวงวัฒนธรรม ที่ตอนนี้นะครับ เราจะต้องบอกว่า ใครคือเจ้าของวัฒนธรรมตัวจริงครับ" นายภูมิ สวัสดี (ไมเคิล) รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าว

จีนดันดิจิทัล!! เปิดร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี เน้น AI+ สร้างจีนดิจิทัลเต็มรูปแบบ หนุนไทยยกระดับเทคโนโลยีและการเกษตร ขยายความร่วมมือยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน

ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ของจีน เปิดโอกาสไทยยกระดับเทคโนโลยีดิจิทัล

จีนได้เปิดเผยร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ของประเทศระหว่าง "การประชุมสองสภา" เมื่อไม่นานนี้ โดยเอกสารดังกล่าวนำเสนอทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งให้ความสำคัญกับการเสริมสร้าง "จีนดิจิทัล" (Digital China) โดยยกระดับการพัฒนาความฉลาดทางดิจิทัลผ่านการขยับขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์พลัส (AI+) ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการบริหารปกครองบ้านเมือง

คณะอาจารย์และนักศึกษาชาวไทยจำนวนมากมองว่าแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ของจีนกำหนดให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนากำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ ขณะไทยเร่งการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เช่นเดียวกัน ซึ่งมุ่งเน้นที่โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล การประยุกต์ใช้งานจริง และการบ่มเพาะผู้มีความรู้ความสามารถ โดยมีเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางทางดิจิทัลแห่งอาเซียน

ด้วยเหตุนี้ จีนและไทยมีแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกันและจุดแข็งที่เกื้อหนุนกัน โดยจีนสามารถแบ่งปันเทคโนโลยีที่พัฒนาดีแล้ว แนวทางการประยุกต์ใช้งาน และบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อช่วยไทยยกระดับภาคการเกษตร การขนส่ง พลังงาน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ หลังจากทั้งสองประเทศส่งเสริมความร่วมมือเชิงปฏิบัติด้านการขนส่งอัจฉริยะอย่างลึกซึ้งต่อเนื่องจนเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อเดือนมกราคม 2026 บริษัท หนานหนิง เรล ทรานซิท อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด (NNRT) และเทศบาลนครขอนแก่นได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ด้านการลงทุนและความร่วมมือในการสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะ (Mobility as a Service - MaaS) ของเทศบาลนครขอนแก่น โดยประยุกต์ใช้โครงสร้างที่พัฒนาแล้วของ "หนานหนิง เรล วัน-โคด แอคเซส" (Nanning Railway One-Code Access) เพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางไร้รอยต่อโดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (big data)

ฟิล์มหรือหลี่หลิงไฉ่ นักศึกษาชาวไทยในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน กล่าวว่าระบบการเดินทางที่สะดวกสบายและชาญฉลาดเป็นสิ่งที่ประทับใจมากที่สุดในการใช้ชีวิตในจีน โดยแค่ระบุจุดหมายปลายทางที่ต้องการ แอปพลิเคชันของจีนจะเสนอตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลายและที่ดีที่สุดให้ทันที หรือในเมืองหนานหนิงก็สามารถสแกนรหัสคิวอาร์เพื่อใช้จักรยานแชร์ใช้และขึ้นรถไฟใต้ดินได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบมากที่สุด จึงหวังว่าอนาคตไทยจะมีระบบการเดินทางที่สะดวกสบายเช่นนี้

จีนและไทยยังเดินหน้าความร่วมมือด้านการเกษตรอัจฉริยะภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) และความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งประเทศจีนจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน-ไทยในจังหวัดนครปฐมเพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องจักรและระบบอัจฉริยะในการปลูกข้าวและอ้อย หรือบริษัทจากจีนร่วมพัฒนาโครงการการเกษตรอัจฉริยะในแหล่งปลูกทุเรียนของไทย ซึ่งใช้ระบบควบคุมน้ำและปุ๋ยเชิงอัจฉริยะ การตรวจสอบสภาพดินแบบเรียลไทม์ และการจัดการผ่านอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (IoT)

ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีทางการเกษตร รวมถึงอุปกรณ์การเกษตร ผ่าน "ปัญญาประดิษฐ์พลัส" อย่างเต็มรูปแบบเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมต่างๆ ในทุกมิติ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงของแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และการแบ่งปันโอกาสแก่นานาประเทศทั่วโลกเพื่อบรรลุการพัฒนาร่วมกัน โดยคณะอาจารย์และนักศึกษาชาวไทยในจีนคาดหวังว่าปัญญาประดิษฐ์ของจีนจะเกื้อหนุนการพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะในไทยยิ่งขึ้น

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนและไทยได้กระชับความร่วมมือด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มีกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน เช่น บีวายดี (BYD) เกรทวอลล์มอเตอร์ (GWM) ฉางอัน ออโตโมบิล (Changan Automobile) และจีเอซี กรุ๊ป (GAC Group) เปิดฐานการผลิตในไทย ทำให้เกิดการพัฒนาชิ้นส่วน โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย โดยพนัส สืบยุบล หรือหลี่เล่อ นักศึกษาปริญญาเอกสาขาบริหารธุรกิจในจีน เผยว่าเขาใช้รถของฉางอันที่มีระบบล้ำสมัย สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้

ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ยังระบุการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ เช่น ยานพาหนะพลังงานใหม่เชื่อมต่ออัจฉริยะและการบินอวกาศ รวมถึงการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยีควอนตัมและส่วนต่อประสานสมอง-คอมพิวเตอร์ ซึ่งนิศาชล ไทยทอง หรือไท่ลู่ลู่ นักวิจัยชาวไทยประจำสถาบันวิจัยจีน-อาเซียนแห่งมหาวิทยาลัยกว่างซี กล่าวว่าจีนพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างก้าวกระโดด ประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง สร้างข้อได้เปรียบด้านพลังการประมวลผล ระบบอุตสาหกรรมครบวงจร และประสิทธิภาพสูง

นิศาชลกล่าวว่าไทยมีแผนพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เช่นเดียวกับจีน โดยตั้งเป้าหมายประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม ดังนั้นจีนสามารถช่วยส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์และบ่มเพาะบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาในไทย ซึ่งจะยกระดับจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายและมอบผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ที่มา : Xinhua

ยกระดับอีเวนท์ไทย!! สวนนงนุชพัทยา ผนึกนิวสเปคทีฟ นิวเอจซ์ เปิด “Nongnooch Event” ชูไทยสู่เวทีอีเวนท์โลก พร้อมรองรับการจัดการทุกระดับ ภายใต้มาตรฐานเวิลด์คลาส

สวนนงนุชพัทยา จับมือ นิวสเปคทีฟ นิวเอจซ์ ร่วมมือเปิด "Nongnooch Event" ชูจุดแข็งความเป็นไทย พร้อมรองรับการจัดการทุกระดับ ภายใต้มาตรฐานเวิลด์คลาส

สวนนงนุชพัทยา ผนึกกำลัง นิวสเปคทีฟ นิวเอจซ์ ปั้น Nongnooch Event ชูแนวคิด “Thai-ness × World class Standard” ใช้พื้นที่ 1,700 ไร่ มุ่งสู่สถานที่จัดงานเลี้ยงและงานอีเวนท์ อันดับหนึ่งของไทย ภายใต้มาตรฐานงานอีเวนท์ระดับเวิลด์คลาส พร้อมรองรับรูปแบบงาน ได้ทุกประเภท ทุกสเกล
.
นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยา ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ บริษัทนิวสเปคทีฟ นิวเอจซ์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกิจกรรมทางการตลาดมากว่า 20 ปี เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “Nongnooch Event” (นงนุช อีเวนท์) โดยความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งสร้างประสบการณ์อีเวนท์แบบครบวงจร ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์ การสร้างประสบการณ์ผู้ร่วมงาน สถานที่ อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงระบบบริหารงานอีเวนท์ที่เป็นมืออาชีพ ให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมาย โดยนำจุดแข็งของสวนนงนุชพัทยาในฐานะที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กระดับโลก และมีจุดเด่นเรื่องความเป็นไทยผสานความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญการจัดงานอีเวนท์ระดับเวิด์คลาสอย่าง นิวสเปคทีฟ นิวเอจซ์ เพื่อเปิดเผยความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลกมากขึ้น ผ่านงานอีเวนท์ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาใช้บริการภายในสวนนงนุชพัทยา
.
“สวนนงนุชพัทยา พร้อมเปิดบ้านต้อนรับทุกอีเวนท์ ด้วยมาตรฐานการจัดการที่เป็นระบบและปลอดภัย ตั้งแต่การวางแผนต้นน้ำ ควบคุมคอนเซปต์ไปจนถึงการดูแลหน้างานแบบครบวงจร วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือกับ นิวสเปคทีฟ นิวเอจซ์ ครั้งนี้ ต้องการให้ 'Nongnooch Event’ สะท้อนความเป็นไทยอย่างมีรสนิยม และส่งมอบประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสให้ผู้ร่วมงานทุกคน เราต้องการให้สวนนงนุชเป็นมากกว่าสถานที่จัดงาน นั่นคือเป็น ‘จุดหมายปลายทาง’ ที่ทุกคนจะนึกถึงเมื่อเดินทางที่ประเทศไทย เมื่อต้องการจัดอีเวนท์ รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมและองค์กรต่าง ๆ ที่จะเข้ามาจัดงานภายในประเทศ เพราะทุกอย่างเราจัดเตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว และเรามั่นใจว่าจะยกระดับมาตรฐานอีเวนท์ของไทยให้ก้าวขึ้นอีกขั้นได้อย่างแน่นอน”
.
ด้านนายณัฐภูมิ รัฐชยากร กรรมการผู้จัดการกลุ่ม บริษัทนิวสเปคทีฟ กล่าวว่า “ตลอด 20 ปีที่ นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป เดินทางมา เราเชื่อในแนวคิด 'Make it Better' คิดจะทำ ต้องทำให้ดีสุดๆ วันนี้เรานำความเชี่ยวชาญด้านครีเอทีฟการสื่อสารการตลาด และการผลิตสื่อ มาผนึกกับศักยภาพของสวนนงนุชพัทยาเพื่อสร้าง ‘Nongnooch Event’ ที่เป็นไทย แต่ได้มาตรฐานเวิลด์คลาส เราพร้อมให้ภาคธุรกิจเข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ ด้วยการจัดการแบบมืออาชีพ และสถานที่ ที่พร้อมมาก ซึ่งความร่วมมือนี้ คือก้าวสำคัญในการทำให้อีเวนท์ไทยมีความเป็นไทยและมีความเป็นเวิลด์คลาสได้ในเวลาเดียวกัน
.
เป้าหมายของการพัฒนา “Nongnooch Event” นี้เพื่อให้องค์กรภาครัฐ เอกชน และต่างประเทศ ได้มองเห็นศักยภาพของสถานที่จัดงานแบบไทย ในพื้นที่สวนนงนุชพัทยา ผสานด้วยความเข้มแข็งของการจัดงานแบบมืออาชีพ มาตรฐานการจัดการในระดับเวิลด์คลาส สร้างมาตรฐานการจัดงานที่ ‘วัดผลได้’ และประสบความสำเร็จตามที่ได้วางไว้ ภายใต้ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า
.
ซึ่งกระบวนการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เราใส่ใจในเรื่องการจัดงานอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ พร้อมผนึกความร่วมมือกับโรงแรมต่าง ๆ ในบริเวณพื้นที่ ผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่พักระดับ 3-5 ดาวและลักชัวรีในพื้นที่พัทยา-นาจอมเทียน-สัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านที่เข้ามาร่วมกับ Nongnooch Event สอบถามรายละเอียดและเยี่ยมชมสถานที่จัดงานได้ที่ โทร 081-439-5533 และ 081-625-2587
.
เกี่ยวกับ สวนนงนุชพัทยา
สวนนงนุชพัทยาเป็นสวนพฤกษศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของไทย ตั้งอยู่ใกล้เมืองพัทยา จ.ชลบุรี บนพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ รองรับผู้เข้าชมไม่น้อยกว่าวันละ 5,000 คน และได้รับการยกย่องติด 1 ใน 10 สวนที่สวยที่สุดในโลก ด้วยรางวัลเกียรติยศมากมาย พร้อมพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการจัดกิจกรรมและอีเวนท์ได้หลากหลายรูปแบบ
.
เกี่ยวกับ นิวสเปคทีฟ นิวเอจซ์
เป็นบริษัทด้านการจัดกิจกรรมทางการตลาด (Event Management) ภายใต้กลุ่มบริษัท Newspective ที่ยึดปรัชญา "Make it Better" และมีประสบการณ์กว่า 20 ปี (2005-2025) ด้านการสื่อสารทางการตลาดสำหรับเรา การสื่อสารของแบรนด์ ไม่ใช่งานครั้งเดียวจบ แต่คือทั้ง 'ระบบ' ที่ต้องช่วยให้ธุรกิจคุณอยู่รอดและโตต่อ เราเลือกสร้างทั้ง Business Communication Ecosystem ที่เริ่มจากโจทย์ธุรกิจจริงๆ ก่อนเสมอ

ทรัมป์พูดโกหก? สื่ออิหร่านเผยหลักฐานขีปนาวุธสหรัฐฯ ตกใส่โรงเรียนหญิงล้วนในเมืองมินาบ คร่าชีวิตเด็กและพลเรือนไปกว่า 160 ราย ย้ำสถานการณ์ตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านต่อเนื่อง

(10 มี.ค. 69) เว็บไซต์ Mehr News Agency ของอิหร่าน เปิดเผยภาพขีปนาวุธของสหรัฐฯ ตกใกล้โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ ส่งผลให้เด็กและพลเรือนเสียชีวิตกว่า 160 ราย เหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สื่ออิหร่านระบุว่า ขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายที่อาคารฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนประถมดังกล่าว ทำให้เกิดความสูญเสียและความเศร้าโศกอย่างกว้างขวาง

รายละเอียดเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความรุนแรงของความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพลเรือน และเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค

แม้ยังไม่มีการยืนยันจากฝ่ายสหรัฐฯ หรืออิสราเอลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แต่หลักฐานภาพที่เผยแพร่จากสื่ออิหร่านเสริมความเป็นไปได้ของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวงกว้าง

ที่มา : https://www.amarintv.com/news/politic/540200?fbclid=IwdGRjcAQbftRjbGNrBBt-0mV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkDDM1MDY4NTUzMTcyOAABHpWv2Jn5TgCbaLsNgeD0uALRon-xrqrLuJ3YkwCoQWrExbtGDWQwGMUiWF4Z_aem_-RF8lEOPAGy4kb1r-I4p4Q

10 มีนาคม 2539 พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จย่า” ณ ท้องสนามหลวง ประชาชนร่วมถวายอาลัยทั่วประเทศ วันแห่งความอาลัยของคนทั้งแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2539 มีการประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ "สมเด็จย่า" ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง โดยประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมถวายความอาลัยอย่างล้นหลามในพิธีสำคัญระดับชาติครั้งนี้

"สมเด็จย่า" เป็นพระราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และ 9 ทรงมีบทบาทสำคัญในด้านการศึกษา การแพทย์ และการพัฒนาชีวิตคนชายขอบ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อ 18 กรกฎาคม 2538 ด้วยพระชนมายุ 94 พรรษา

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพประกอบด้วยพิธีทางพระพุทธศาสนา พิธีหลวง และริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมศพที่ประณีต พร้อมกับความสงบ สุขุม และความรู้สึกสูญเสียร่วมของประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ สื่อสมัยนั้นรายงานว่ามีคนมาร่วมจำนวนหลักแสน

"พระเมรุมาศ" สถาปัตยกรรมชั่วคราวอันงดงามที่ตั้งอยู่ ณ ท้องสนามหลวง ถือเป็นสัญลักษณ์ของจักรวาลและเขาพระสุเมรุ ตามคติความเชื่อไทย-พุทธ-พราหมณ์ เพื่อส่งเสด็จสมเด็จย่าสู่สวรรคาลัยอย่างสมพระเกียรติ

เหตุการณ์นี้เป็นมากกว่าพิธีกรรมทางราชประเพณี แต่สะท้อนความผูกพันของประชาชนต่อพระกรณียกิจของสมเด็จย่าและเป็นหมุดหมายของความทรงจำในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ชวดเข้าชิง!! ‘'วิว กุลวุฒิ’ พ่ายเดือดรอบตัดเชือก ชวดแชมป์ออล อิงแลนด์ 2026 แต่ยังประกาศชัด “จะกลับมาอีก” ตั้งเป้ากลับมาครองแชมป์โลก

(9 มี.ค. 69) 'วิว' กุลวุฒิ วิทิตศานต์ หมดหวังคว้าแชมป์รายการ โยเน็กซ์ ออล อิงแลนด์ โอเพ่น 2026 เมื่อพ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคม 2569 โดยแพ้ให้กับ 'หลิน ชุนยี่' นักแบดมินตันจากไต้หวัน 1-2 เกม ด้วยคะแนน 14-21, 21-18 และ 16-21

หลังการแข่งขัน 'วิว' เผยผ่านทางว่า "ผมยังคงมีความสุขมาก ตอนนี้จะพักผ่อนและกลับไปฝึกซ้อม แล้วผมจะกลับมาอีกครั้ง" เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในเส้นทางนักแบดมินตัน

'วิว' กำลังรั้งมืออันดับ 1 ของโลกและมีเป้าหมายสูงสุดในการคว้าแชมป์รายการนี้ หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จคว้าแชมป์โลกมาแล้ว รวมถึงเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

การพ่ายแพ้ในครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำหรับ 'วิว' ในสนามระดับเวิลด์ทัวร์ซูเปอร์ 1,000 แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความตั้งใจที่ไม่ยอมแพ้พร้อมสำหรับการกลับมาทวงแชมป์ในอนาคตอันใกล้

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10163028

สวนนงนุช จัดงานใหญ่!! 5–7 มิ.ย.นี้ พบมหกรรมพืชนานาชาติที่พัทยา กว่า 150 ร้านค้าร่วมแสดงสายพันธุ์พืชแปลกใหม่ โอกาสพิเศษจดทะเบียนสายพันธุ์พืชครั้งแรก เสวนาและกิจกรรมสำหรับนักสะสมไม้ประดับ

พลาดไม่ได้! ปีที่ 2 ยิ่งใหญ่กว่าเดิม สวนนงนุช พัทยา จับมือ Growth Together จัดงาน “NongNooch Plant Expo International 2026”

เตรียมพบกับมหกรรมพืชนานาชาติที่คนรักต้นไม้รอคอยแห่งปี เมื่อ สวนนงนุชพัทยา ร่วมกับ Growth Together จัดงาน “NongNooch Plant Expo International 2026” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ การประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ที่ต้องการซื้อพันธุ์ไม้ในงานว่างแผนการเดินทางเพื่อการเข้าร่วมงาน ระหว่างวันที่ 5–7 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ อาคาร Traditional Hall สวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี

การจัดงานครั้งนี้นำโดย กัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เพื่อสร้างเวทีระดับนานาชาติให้กับเกษตรกรไทย นักปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์พืช ได้แสดงศักยภาพผลงานสู่สายตาผู้ประกอบการ นักสะสม และผู้หลงใหลในไม้ประดับจากทั่วประเทศและต่างประเทศ พร้อมเปิดโอกาสพิเศษในการ จดทะเบียนสายพันธุ์พืชใหม่ภายในงาน

ภายในงานรวบรวมสายพันธุ์พืชมากกว่า 25 กลุ่มสายพันธุ์หลัก ครอบคลุมทั้งไม้สะสมหายาก ไม้ประดับยอดนิยม และสายพันธุ์พัฒนาล่าสุดที่เตรียมเปิดตัวครั้งแรก แต่ละกลุ่มประกอบด้วยชนิดพืชจำนวนมาก ทั้งสำหรับจัดแสดงและจำหน่าย โดยมีร้านค้าและผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 150 ร้าน จากทั่วประเทศ สร้างสีสันและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับวงการพืชไทยอย่างคึกคัก
ไฮไลต์สำคัญของงาน ได้แก่
• การเปิดตัวสายพันธุ์ใหม่ครั้งแรก
• การพบปะพูดคุยกับนักพัฒนาพันธุ์พืชตัวจริง
• เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เชิงลึก
• กิจกรรมพิเศษสำหรับนักสะสมและผู้รักไม้ประดับ

“NongNooch Plant Expo International 2026” ถือเป็นหนึ่งในงานแสดงสายพันธุ์พืชที่มีความหลากหลายมากที่สุด และเป็นงานไม้ประดับคุณภาพระดับนานาชาติที่ จัดเพียงปีละครั้งเท่านั้นผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ตามวันและเวลาดังกล่าว แล้วมาสัมผัสโลกแห่งพรรณไม้ที่ครบ จบ และยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีด้วยตัวคุณเอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nongnoochpattaya.com

อิหร่านเปิดฉากยุคใหม่!! ‘โมจตาบา คาเมเนอี’ ขึ้นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน หลังสภาฯ ลงมติเอกฉันท์ IRGC ประกาศพร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง

(9 มี.ค. 69) สภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านประกาศเลือก "อยาตอลเลาะห์ เซย์เยด โมจตาบา ฮอสเซนี คาเมเนอี" เป็นผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของประเทศ ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ในวันที่ 8 มี.ค. กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แสดงความภักดีและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งทันทีหลังประกาศนี้

โมจตาบา คาเมเนอี เป็นบุตรชายของ 'อาลี คาเมเนอี' อดีตผู้นำสูงสุดที่เสียชีวิตจากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เตหะรานเมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้าการประกาศอย่างเป็นทางการ อิสราเอลและสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ข่มขู่อิหร่าน โดยอิสราเอลระบุว่า "เป้าหมายที่จะถูกกำจัด" คือผู้นำสูงสุดคนใหม่ ขณะที่ 'โดนัลด์ ทรัมป์' อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนว่าหากมุ่งหน้าสานต่อนโยบายเดิม สหรัฐฯ อาจทำสงครามภายใน 5 ปี

เหตุการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดในภูมิภาคระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งปะทุขึ้นหลังการโจมตีที่ทำให้อดีตผู้นำเสียชีวิต และการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธ ด้านภูมิภาคยังคงจับตาผลกระทบในอนาคตในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความปลอดภัยในตะวันออกกลาง

ที่มา : Xinhua

ใจฟูทั้งโซเชียล!! “ลิซ่า ลลิษา” เช็กอินสวนสัตว์ญี่ปุ่น ส่งกำลังใจ “พันซ์คุง” ลิงหิมะตัวจิ๋วสุดไวรัล ส่งต่อความรักถึงลิงน้อยขวัญใจเน็ต กลายเป็นโมเมนต์ฮีลใจแฟนทั่วโลก

(9 มี.ค. 69) "ลิซ่าลลิษา" ซุปตาร์ระดับโลก ใช้เวลาว่างจากตารางงานสุดแน่น เดินทางไปเช็กอินที่สวนสัตว์เมืองอิชิคาวะ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมภารกิจพิเศษคือการเยี่ยม "พันซ์คุง" ลิงหิมะตัวจิ๋วที่กำลังเป็นขวัญใจชาวโซเชียล

ใน IG Story ของ "ลิซ่า" เผยภาพเธอชูตุ๊กตาลิงน้อยให้ "พันซ์คุง" เป็นเสมือนการส่งพลังใจว่า "สู้ๆ นะเจ้าลิงน้อย" โมเมนต์นี้สร้างความประทับใจและทำให้แฟนคลับต่างหลงรักซุปตาร์สองวงการนี้ไปพร้อมกัน

พันซ์คุง ลูกลิงหิมะวัย 6 เดือนที่กลายเป็นไวรัลโลก จากภาพกอดตุ๊กตาแทนแม่ที่ถูกทอดทิ้งตั้งแต่เกิดและต้องเผชิญความโดดเดี่ยว การได้รับกำลังใจครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความเปราะบางและความอบอุ่นจากแฟนๆ ทั่วโลก

เรื่องราวของ "พันซ์คุง" และความสัมพันธ์ระหว่างซุปเปอร์สตาร์กับสัตว์ตนนี้ สะท้อนว่าความรักและการให้กำลังใจไม่มีขอบเขต และช่วยเติมเต็มหัวใจให้กับใครหลายคนทั่วโลกในยุคโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงกันได้มากขึ้นทุกวัน

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9877022/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top