Tuesday, 1 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

สาธุ! ‘พระเทพวิสุทธิกวี’ เมตตาเก็บ ‘ค่าเช่า’ เก็บเพียง 9 บาท ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้เช่าที่ดิน ‘วัดโพธิ์ศรี’ ช่วงโควิด

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สิงห์บุรี ว่า พระเทพวิสุทธิกวี (ถาวร อธิวโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เขตพระนคร กทม. รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี มอบหมายให้คณะกรรมการวัดโพธิ์ศรี ประกอบด้วย พล.ท.โกศล มีจุล ประธานฯ , นายสมศักดิ์ ภักดีรักษ์ รองประธานฯ และกรรมการ จัดประชุมผู้ทำธุรกรรมการเช่านา เช่าที่ดินปลูกสร้างบ้าน เช่าที่ดินทำร้านค้าและเช่าที่อยู่อาศัย โดยการทำสัญญาเช่ากับทางวัดโพธิ์ศรี มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 50 คน

สำหรับผลการประชุมสรุปว่า พระเทพวิสุทธิกวี ให้แจ้งแก่ผู้ทำธุรกรรมการเช่าทุกประเภท ว่า ปีนี้วัดโพธิ์ศรี จะยกค่าเช่าให้ ด้วยรับทราบในสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทุกคนลำบากในการประกอบอาชีพ แต่เพื่อเป็นสิริมงคล จึงขอเก็บค่าเช่าทุกประเภทรายละ 9 บาท ทำให้ผู้เช่าหลายคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นที่ปลื้มใจแก่ผู้เช่าที่อย่างยิ่ง ผู้เช่าที่ต่างอวยชัยให้พรในความเมตตาของท่านเจ้าคุณที่ได้เห็นถึงความยากลำบากในการประกอบอาชีพปีนี้ ด้วยโรคระบาดและเศรษฐกิจ ทำให้การเงินฝืดเคืองอย่างมาก เมื่อได้ยินว่าพระเทพวิสุทธิกวี เก็บค่าเช่า 9 บาท ทั้งปลื้มใจและดีใจอย่างบอกไม่ถูก

สำหรับวัดโพธิ์ศรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นวัดธรรมยุตนิกาย มีหลวงพ่อนาคเป็นพระปางนาคปรก อายุกว่า 1,000 ปี และมี หลวงพ่อลา อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งพระผู้ใหญ่ในวัดบวรนิเวศฯ จะเดินทางมาดูแลเป็นประจำ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเคยเสด็จพระราชดำเนิน และ และ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีผูกพัทธสีมาอุโบสถ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2512

นอกจากทรงพระมหากรุณาปิดทองและทรงตัดลูกนิมิตกลางอุโบสถแล้ว ได้เสด็จออกหน้าอุโบสถ แล้วโปรดเสด็จตัดลูกนิมิตทั้ง 8 โดยมีพระสังฆราชฯ เป็นผู้สวดนิมิต นับว่าเป็นวัดแรกในรัชกาลที่ทรงตัดนิมิตทั้ง 9 ลูก รอบพระอุโบสถเป็นวัดแรก และในกาลต่อมา พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ประดิษฐานที่หน้าบัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวจังหวัดสิงห์บุรียิ่งนัก


ที่มา : https://www.naewna.com/likesara/557841

‘หมอยง’ ไขข้อสงสัย ถึงเหตุผลไม่ให้เอกชนนำเข้าวัคซีนเอง เพราะบริษัทผู้ผลิตจะไม่เจรจาตรงกับเอกชน

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Yong Poovorawan’ ว่า...

โควิด วัคซีน มีคนถามมามากมาย ทำไมไม่ให้เอกชนนำเข้า

ต้องเรียนว่า วัคซีนโควิด ในปัจจุบันทั่วโลก จะขึ้นทะเบียนแบบใช้ในภาวะฉุกเฉิน EUA (Emergency Use Authorization) เกือบทั้งหมด

ดังนั้นการใช้ในแต่ละประเทศ รัฐบาลของแต่ละประเทศจะต้องรับผิดชอบเอง บริษัทผู้ผลิตจึงจะไม่เจรจากับภาคเอกชน และไม่เข้ามารับผิดชอบร่วมด้วย ในกรณีที่เกิดมีอาการแทรกซ้อน หรืออาการไม่พึงประสงค์

การส่งมาจำหน่ายในต่างประเทศ ส่วนใหญ่จึงต้องการติดต่อกับภาครัฐเท่านั้น

ภาคเอกชน เมื่อติดต่อกับบริษัทผู้ผลิต บริษัทจะไม่ติดต่อด้วย จะต้องได้รับการรับรอง ร้องขอ หรือสั่งจองจากภาครัฐ หรือตัวแทนภาครัฐเช่น องค์การเภสัช หรือหน่วยงานอื่น ที่ภาครัฐมอบหมายเท่านั้น ทั้งๆ ที่วัคซีนหลายบริษัทขณะนี้ อยากขาย เพราะได้ราคาดีมาก

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหลังจากที่ประเทศทางตะวันตกได้ให้วัคซีนกับประเทศของตัวเองมากพอแล้ว วัคซีนก็จะเริ่มล้น และบริษัทก็ต้องการจะขายเอากำไร อย่างในอเมริกาตั้งเป้าการฉีดให้ได้ตามเป้าหมายภายในเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นปริมาณการใช้วัคซีนก็จะลดลง บริษัทที่ผลิตถึง 3 บริษัท ก็ต้องการส่งออก หรือขายนั่นเอง

ดังนั้น ตามหลักความจริงแล้ว ภาคเอกชนจะไม่สามารถที่จะนำเข้ามาได้เลย ถึงแม้จะเป็นตัวแทน ให้ทางบริษัทผู้ผลิตมาขึ้นทะเบียนกับ ‘อย.’ ก็ตาม เพราะทางบริษัทจะไม่สนใจ ที่จะมาขึ้นทะเบียน ถ้าหากภาครัฐไม่ร้องขอ บริษัทจะต้องการหนังสือรับรองแสดงเจตจำนง (LOI) จากทางภาครัฐ หรือตัวแทนภาครัฐเท่านั้น

จนกว่าในอนาคต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ และรับประกันความผิดชอบแล้ว ภาคเอกชนจึงจะสามารถนำเข้ามาได้ หรือนำมาขึ้นทะเบียนได้ อย่างวัคซีนหลายชนิดที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ที่อยู่นอกแผนการให้วัคซีนแห่งชาติ เช่นวัคซีนผู้ใหญ่ป้องกันปอดบวม วัคซีนเด็ก 5 โรค 6 โรค เพราะใช้ในยามปกติอยู่แล้ว และขึ้นทะเบียนได้ในภาวะปกติ

ทางออกที่จะให้ภาคเอกชน ได้ร่วมจัดซื้อ ลงทุน หรือบริการวัคซีน ช่วยภาครัฐได้ โดยเฉพาะพวกนายทุนใหญ่ๆ ที่ส่งฝากถามผมมา

ภาคเอกชนจะต้องรวมตัวกัน เจรจากับภาครัฐ และทางฝ่ายรัฐ หรือตัวแทนภาครัฐ จะต้องเป็นคนเจรจากับบริษัทวัคซีน จะต้องรับรอง หรือมีเงินกองทุน รับผิดชอบ กรณีมีปัญหาของวัคซีน เช่น อาการไม่พึงประสงค์ เพราะถือว่าเป็นการแบ่งเบาภาครัฐ ภาครัฐจะต้องออกหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) Letter of Intent หนังสือนี้จะต้องเป็นของภาครัฐ หรือตัวแทนภาครัฐเท่านั้น แสดงเจตนาต่อคู่สัญญาก่อนที่จะเซ็นสัญญาร่วมกัน ถ้าไม่มีหนังสือแสดงเจตจำนง บริษัทวัคซีนต่างๆก็จะไม่มาขึ้นทะเบียน ก็เป็นไปไม่ได้ที่ภาคเอกชน จะนำเข้ามา

โดยหลักการแล้ว บริษัทใหญ่ๆ นายทุนใหญ่ๆ ก็อยากจะช่วยเหลือภาครัฐนำเข้าวัคซีน ที่เห็นเป็นข่าวอยู่เสมอ ที่ต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นเร็ว แต่ในความเป็นจริง ภาคเอกชน หรือนายทุนที่จะช่วยเหลือ เช่น โรงงานต่างๆ สภาอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยว ถ้าทางภาครัฐ ไม่เข้าร่วมเจรจา กับบริษัทวัคซีนแล้ว ก็จะเป็นการยากที่จะมีการนำเข้ามาในช่วงนี้ จนกว่าจะมีการขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแบบเต็มรูปแบบ ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน

ดังนั้นหลายคนที่ถามมาว่า ทำไมภาคเอกชน ที่อยากนำเข้า แต่ไม่สามารถนำเข้ามาได้ คงจะได้เข้าใจ

ถ้าผมเข้าใจผิดที่กล่าวมาข้างต้น ผมก็ยินดีน้อมรับ ที่จะแก้ไข ข้อคิดเห็น และความถูกต้อง เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ


ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=5344163615626212&id=100000978797641

กบร่อนเปย์ 'กระต่ายและคริส' กำเงิน 2 พันตะลุยกิน 6 ร้านดังย่านโชคชัย 4 | กบร่อน EP.11

‘กบร่อน’ เปย์สองสาวพริตตี้ตัวแม่ ‘กระต่าย’ และ ‘คริส’ กินอาหาร 6 ร้านดัง ย่านโชคชัย 4 ในงบ 2 พันบาท งบเท่านี้จะพอเลี้ยงสองสาวไหมนะ ตามไปดูกันได้เลยย 

"กบร่อน" รายการที่ "กบ" จะพาคุณไป ร่อน ตามที่ต่าง ๆ พร้อม Guest สนุกๆ ให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น ในสไตล์กบร่อน

.

.

'ขนมจีน' เดิมเป็นอาหารของชาวมอญ

โดยขนมจีนในภาษามอญนั้น เรียกว่า 'คนอม' ส่วนคำว่า “จีน” นั้น ไม่มีใช้ในภาษามอญ มีแต่คำว่า 'จิน' ซึ่งแปลว่า 'สุก'

ว่ากันว่า ขณะที่คนมอญกำลังทำคนอมอยู่ ก็มีคนไทยเดินมา และร้องถามว่ากำลังทำอะไรอยู่

คนมอญก็ตอบเป็นภาษามอญว่า 'คนอมจินโก๊กเซมเจี๊ยะกัม' แปลว่า ขนมจีนสุกแล้ว เรียกคนไทยมากินด้วยกัน

และจากนั้นเป็นต้นมา คนไทยก็เรียกอาหารชนิดนี้ว่า 'คนอมจิน' และเพี้ยนมาเป็น 'ขนมจีน'

จากภาพเป็นการทำขนมจีนในช่วงปีพ.ศ. 2479 โดยชุมชนบ้านหาดเสี้ยว ศรีสัชณาลัย สุโขทัย มีการทำเส้นขนมจีนมายาวนาน เริ่มจากนำข้าวสารแช่น้ำ หมักข้าวไว้จนเปื่อยนำมาโม่ เก็บแป้ง นวดแป้ง ต้มแป้ง แล้วนำมาเริ่มการผลิตตัวเส้นขนมจีนเอาแป้งมานวดกับน้ำจนเหนียวข้น กดใส่พิมพ์กระบอกไม้เจาะรูลงน้ำร้อน ล้างเส้นขนมจีนผ่านน้ำสะอาด 2 - 3 น้ำ แล้วจับเส้นเป็นจับ

ทั้งนี้การผลิตเส้นขนมจีนในสมัยโบราณ มีขั้นตอนเยอะ และใช้เวลาอย่างน้อย 2 - 3 วัน ในการทำเส้นขนมจีน


ที่มา: https://www.facebook.com/groups/280946712327847/permalink/1159710627784780/

รพ.ศิริราช เผยความคืบหน้าอาการ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ล่าสุด สามารถลุกเดินเองได้ โดยไม่ต้องใช้วอล์คเกอร์ การหายใจ พูดจา ทานอาหาร เข้าสู่ภาวะปกติ สามารถตักอาหารทานเองได้ เตรียมตรวจภูมิคุ้มกันอีก 1 - 2 วัน

วันนี้ (1 มีนาคม 2564) ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงความคืบหน้าอาการป่วยของ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ผ่านระบบ Zoom โดยระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งวันหยุดที่ผ่านมา ตอนนี้ผู้ว่าฯ ลุกเดินแล้ว โดยไม่ต้องใช้วอล์คเกอร์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ทำกายภาพเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะขา พบว่าเดินได้ดี ยิ่งเดินมาก ก็ยิ่งจะมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้เร็ว การพูดจาปกติ การทานอาหารเข้าสู่ภาวะปกติ มือตักอาหารทานข้าวได้เอง

“สำหรับการออกจากโรงพยาบาลกลับไปยัง จ.สมุทรสาคร จะปรึกษากันอีกครั้งว่า หากมีคนสามารถดูแลการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อที่สมุทรสาครได้ ท่านก็พร้อมและสามารถกลับได้ แต่หากจะอยู่ที่นี่ให้นักกายภาพช่วยพัฒนาความแข็งแรงอีกระยะก็ทำได้ แต่ตอนนี้เข้าสู่ระยะฟื้นตัวปกติ หายใจอากาศปกติ โดยจะเจาะเลือดดูภูมิคุ้มกันอีก 1 - 2 วัน แต่แม้ภูมิจะขึ้น ก็ยังต้องใส่หน้ากากเว้นระยะห่าง”

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้เข้าสู่ระยะพักฟื้น เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ เพราะตอนนี้ผ่านพ้นระยะวิกฤติเรียบร้อยแล้ว หากกลับไปจะทำงานก็ทำได้ เพราะตอนนี้ทำงานที่บ้านได้ มือ แขน ทำงานได้ปกติ และตอนนี้เป็นจังหวะที่สมุทรสาครการติดเชื้อใหม่น้อยลง เป็นจังหวะดีที่อาจจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

"ส่วนการรับวัคซีน ตอนนี้รอดูผลการตรวจภูมิคุ้มกัน หากตอนนี้ภูมิสูงมาก วัคซีนอาจจะไม่จำเป็นเพราะภูมิคุ้มกันสูง สามารถรอไปก่อนได้ เพราะตอนนี้ ทั่วโลกยังไม่รู้ว่าคนที่ติดเชื้อและมีภูมิคุ้มกันสูง ภูมิจะอยู่ได้กี่เดือน จากการวิจัย สำนักงานสาธารณสุขในอังกฤษ (Public Health England: PHE) ที่ผ่านมา พบว่าภูมิคุ้มกันอยู่ได้ 7 เดือน แต่ก็ยังตอบไม่ได้ว่า 8 - 9 เดือนหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร"

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/925060

เมืองพัทยา เดินหน้าพัฒนาสู่ Smart City อย่างสมบูรณ์แบบ ผุด LINE@PATTAYA CONNECT 'เชื่อมคุณภาพชีวิต สร้างพัทยาให้น่าอยู่' เสิร์ฟข้อมูล พร้อมอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวครบวงจร

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี นายบรรลือ กุลละวณิชย์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดตัว LINE@PATTAYA CONNECT ภายใต้แนวคิด เชื่อมคุณภาพชีวิต สร้างพัทยาให้น่าอยู่ ช่องทางการสื่อสารโซเชียลเน็ตเวิร์กโฉมใหม่ ให้บริการข้อมูลข่าวสารเมืองพัทยาอย่างครบวงจร

สำหรับ LINE@PATTAYA CONNECT เป็นไลน์แอด ที่ทางเมืองพัทยาได้นำเอาบริการที่หลากหลาย มาให้กับนักท่องเที่ยวและชาวเมืองพัทยา โดยได้มีการรวบรวมฟังก์ชั่น 6 ฟังก์ชั่น อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย

1.) งานจราจรที่สามารถแจ้งผู้ใช้รถใช้ถนนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจัดงาน หรืองานก่อสร้างทาง การศึกษา ที่มีคลิปความรู้ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี เหมาะกับทุกกลุ่มอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึงวัยเกษียณ

2.) การนัดหมายโรงพยาบาลที่สามารถร่นระยะเวลาในการติดต่อรอพบแพทย์

3.) การร้องเรียนและร้องทุกข์ ทีประชาชนสามารถพิมพ์เรื่องร้องเรียนพร้อมถ่ายรูปและแชร์โลเกชั่นได้อย่างเรียลไทม์ ซึ่งจะทำให้เมืองพัทยาดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

4.) การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาที่พัก ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว การเดินทางภายในเมืองและระหว่างเมือง

5.) รวมถึงผู้ประกอบการในเมืองพัทยาก็ยังสามารถใช้แอปเพื่อให้ทางเมืองพัทยาได้โปรโมตสินค้าและบริการได้

และ 6.) ฟังก์ชั่นสุดท้าย คือ ระบบข้อมูลราชการที่จะรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการติดต่อราชการมาให้ผู้ที่ใช้งาน ได้อ่านกันง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก โดยทั้ง 6 ฟังก์ชั่นได้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกกลุ่มและทุกสาขาอาชีพ เพื่อเป็นหนึ่งในการผลักดันให้เมืองพัทยาก้าวสู่ Smart City อย่างสมบูรณ์แบบ เปิดให้ทุกคนสามารถแอดเฟรนด์กันได้แล้วผ่านทางไลน์แอพพลิเคชั่น


ภาพ/ข่าว อนันต์ สุขวัฒนะ เอกชัย สุขวัฒนะ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค พัทยา จ.ชลบุรี

ง้างดาบแต่ไม่ฟัน สหรัฐสั่งคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงซาอุฯ เซ่นคดี Khashoggi แต่ไม่กล้าแตะ 'มกุฎราชกุมารMbS'

ตัดบัวอย่างไรให้เหลือใย ต้องยกให้รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของโจ ไบเดน ซึ่งได้ตัดสินใจเดินหน้าสอบสวนคดีฆาตกรรม Jamal Khashoggi นักข่าวซาอุดิอาระเบีย ประจำสำนักพิมพ์ Washington Post ที่ถูกฆาตกรรมหั่นศพภายในสถานทูตซาอุดิอารเบีย ที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2018 และกลายเป็นคดีฉาวสนั่นไปทั้งโลก

โดยบุคคลที่ถูกเอ่ยถึงอย่างมาก ที่เชื่อว่าเป็นผู้ออกคำสั่งเก็บนักข่าวซาอุฯ คนนี้ก็คือ มกุฏราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่รู้จักในชื่อรหัส MbS และกลุ่มหน่วยลับที่อยู่ในสังกัดเจ้าชายเบอร์หนึ่งแห่งบัลลังก์ซาอุดิอาระเบีย

คดีค้างเติ่งมานานกว่า 3 ปี แม้แต่ศพสักชิ้นยังหาหลักฐานไม่ได้ แต่ทางซาอุดิอาระเบียได้จับกุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อผู้ต้องหา และก็ได้ตัดสินปิดคดีไปอย่างเงียบๆเมื่อปีที่แล้ว

จนกระทั่งมาเมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐได้ยอมเปิดเผยรายงานของหน่วยข่าวกรองที่ชี้ว่ามีกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่อยู่วงในของ MbS หลายสิบคนเกี่ยวข้องกับแผนการฆาตกรรม Khashoggi อย่างโหดเหี้ยม และในจำนวนนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ในหน่วยลับเคลื่อนที่เร็ว ที่รับภารกิจเฉพาะกิจและรายงานตรงกับท่าน MbS เท่านั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางสหรัฐจึงตัดสินใจคว่ำบาตรกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่ปรากฏหลักฐานตามรายงานของหน่วยข่าวกรองสหรัฐว่าเกี่ยวข้องกับคดีของ Khashoggi กว่า 76 คน โดยการขึ้นบัญชีดำ เป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา ยึดบัญชีและทรัพย์สินที่ได้ลงทุน หรือฝากไว้ในสหรัฐ และยังตรวจสอบธุรกรรมการเงินว่าเข้าข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่

แอนโทนี บลินเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐวางแผนที่จะผ่านร่างกฎหมายใหม่ที่เรียกกว่า Khashoggi Act ที่มอบอำนาจให้รัฐบาลสหรัฐสามารถสั่งแบน หรือเพิกถอนวีซ่าเข้าประเทศต่อบุคคลใดก็ตามที่มีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม และใช้ความรุนแรงกับสื่อมวลชน หรือนักเคลื่อนไหว และครอบครัว ที่สหรัฐเห็นว่าขัดหลักสิทธิเสรีภาพ ไม่ให้เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้

ซึ่งกฎหมายใหม่นี้ก็ได้ถูกนำมาใช้กับเจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยสายลับพิเศษประจำตัวของท่าน MbS ที่โดนขึ้นบัญชีดำนั่นเอง

แต่พอนักข่าวได้ถามนายบลินเคนว่า ถ้าลูกน้อง บริวารใกล้ชิดของท่าน MbS โดนรัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตร ยึดทรัพย์สินไปแล้ว จะเหลือยานพ่อไว้ทำไมหล่ะท่าน ?

เมื่อเจอนักข่าวจี้ถามว่าเช่นนี้ แอนโทนี บลินเคน กลับบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามว่ารัฐบาลสหรัฐจะคว่ำบาตร MbS ด้วยเลยหรือไม่

แต่นายบลินเคน ได้ตอบนักข่าวว่า เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน และท่านประธานาธิบดีไบเดน ก็พยายามที่จะรักษาความสัมพันธ์ไม่ให้แตกร้าว

อันเนื่องจากซาอุดิอาระเบียเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับอเมริกามาแสนนาน แม้ที่ซาอุฯ จะหาสระบัวไม่ค่อยได้ แต่ยังไงทางเราก็ต้องรู้จักถนอมน้ำใจกันแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น

แต่คำพูดประโยคถัดมาของท่านรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ เชื้อสายยิวของสหรัฐต่างหากที่ต้องย้ำเส้นใต้หนักๆก็คือ ถึงจะอย่างไรก็ตาม ทางไบเดนต้องการให้มีการ "ปรับจูน" แนวทางกันใหม่ ให้เข้ากับสิ่งที่เราต้องการ และค่านิยมตามแบบของฝ่ายเรา (อเมริกัน)

ดังนั้นหากโจ ไบเดน เปิดหน้าไพ่ออกมาแล้วว่า มีหลักฐานที่พร้อมเปิดเผยในคดีฆาตกรรม Khashoggi และสามารถระบุตัวคนวงในของ MbS ได้ถึง 76 คน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่สหรัฐจะไม่รู้ทะลุถึงผู้ออกคำสั่งตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมด

จะหักก้านบัวจนถึงรากก็ทำได้ แต่เด็ดบัวให้เหลือใยไว้น่าจะดีกว่า หากเส้นใยนั้นอาจเป็นราคาแสนแพงที่ซาอุดิอาระเบียที่ต้องยอมจ่าย ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใดก็ตาม


ที่มา : https://web.facebook.com/HunsaraByJeansAroonrat/photos/a.104144281210799/253296609628898/

แหล่งข้อมูล

https://www.channelnewsasia.com/.../us-slaps-sanctions-on...

https://www.france24.com/.../20210227-us-will-not...

https://www.dailysabah.com/.../khashoggi-murder-us-slaps...

https://uk.news.yahoo.com/us-not-sanction-saudi-prince...


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top