Friday, 6 November 2026
THE STATES TIMES TEAM

ขอนแก่น - รพ.ศรีนครินทร์ เสริมเตียงรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มหลังเตียงผู้ป่วยเต็ม ยืนยันสามารถบริหารจัดการได้อย่างเต็มที่และครอบคลุมผู้ติดเชื้อทุกระดับ พร้อมนำหุ่นยนต์ทดแทนบุคลากรมาใช้ในการส่งอาหาร

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 20 เม.ย.2564 ที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข.รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข.  เปิดเผยว่า การบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ของทางโรงพยาบาล ซึ่งอยู่ในสังกัดชอง มข. ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ที่ในขณะนี้ พบผู้ติดเชื้อต่อเนื่องทะลุกว่า 200 ราย ทำให้เตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆที่เตรียมสำหรับรองรับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะเริ่มเต็ม ซึ่ง รพ.ศรีนครินทร์มีห้องความดันลบทั้งหมด 8 ห้อง เตียงผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระดับหนัก-วิกฤติ ซึ่งมีเตียงผู้ป่วยอยู่ 5 เตียงขณะนี้ก็เต็มเช่นเดียวกัน

"ในส่วนของเตียงที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในระดับหนักและวิกฤตินั้น ทางโรงพยาบาลได้เพิ่มเตียงอีก 5 เตียง ซึ่งจะเพียงพอในการดูและผู้ป่วยในระดับหนัก-วิกฤติ ในส่วนของผู้ติดเชื้อที่มีอาการปานกลาง ภายใต้การบริหารจัดการรับมือสถานการณ์ในระดับสูงสุด ซึ่งในเรื่องของเตียงผู้ป่วยขณะนี้จะสามารถรองรับผู้ป่วยทุกระดับได้ทั้งหมด"

ขณะที่ รศ.นพ.ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ กล่าวว่า ในแผนของการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ทางโรงพยาบาลได้มีแผนเตรียมพร้อมรับในทุกระดับตั้งแต่ระดับน้อยไม่แสดงอาการไปจนถึงระดับหนักถึงขั้นวิกฤติ แต่จะเน้นในการรักษาผู้ติดเชื้อภาวะวิกฤติเป็นหลักเหมือนกับที่โรงพยาบาลขอนแก่น เนื่องจากมีความพร้อมทางด้านอุปกรณ์การแพทย์และบุคลากร ซึ่งการดูแลผู้ป่วยหนักจะแตกต่างจากการดูแลผู้ป่วยระดับอื่น ๆ เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์พิเศษอื่น ๆ เยอะ ทั้งชุดป้องกันที่จะต้องมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อจากผู้ป่วยในระดับที่สูง และต้องใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้วอย่างดี แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้มีการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โรงพยาบาลจึงต้องช่วยดูแลผู้ป่วยที่มีอาการในระดับน้อยถึงปานกลางด้วย ทำให้มีการแบ่งสัดส่วนของจำนวนเตียงผู้ป่วยให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

"ขณะนี้เรามีตั้งแต่ผู้ป่วยที่ต้องสงสัยรอผลตรวจ โดยจัดโซนภายในตึกสามารถรองรับได้จำนวน 14 คน คนไข้ที่มีอาการปานกลางจัดโซนไว้ให้ 2 ตึก สามารถรองรับได้จำนวน 20 คน ส่วนคนไข้ที่เข้ารับการรักษาเบื้องต้นแล้วเป็นอาการคงที่จะย้ายไปอีกตึกหนึ่งและรอกลับบ้านซึ่งรองรับได้16 คนและกำลังพิจารณาหาหอผู้ป่วยรองรับอีก 12 เตียง ในส่วนของคนไข้หนักซึ่งเป็นภารกิจหลักของเราสามารถรับผู้ป่วยได้ทั้งหมด 5 คน ขณะนี้จำนวนเตียงเต็มแล้วทั้ง 5 เตียง แต่เร็ว ๆ นี้จะสามารถส่งผู้ติดเชื้ออาการหนักที่ทำการรักษาหายแล้วกลับบ้าน 1 ราย ก็จะทำให้เตียงหนักว่าง 1 เตียง ทำให้ตอนนี้ทางโรงพยาบาลได้ทำการจัดสรรหาหอผู้ป่วยรองรับผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นอีก โดยใช้หอผู้ป่วยจำนวน 1 ตึกซึ่งจะสามารถรองรับผู้ติดเชื้ออาการหนักจนถึงขั้นวิกฤติได้อีก 5 เตียง โดยวันนี้จะเริ่มเข้าไปทำการปรับเปลี่ยนทันทีตามความเหมาะสมและได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข"

ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โรงพยาบาล ได้นำหุ่นยนต์มาช่วยในเรื่องของการส่งอาหารและยาให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระดับสูงสุด ส่วนบุคลากรของ รพ.ศรีนครินทร์ ในช่วงของการระบาดระลอกที่ 3 นี้ภายหลังจากพบแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 คน ทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงในโรงพยาบาลและตัวผู้ป่วยด้วย เนื่องจากบุคลกรทางการแพทย์นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกันในหลายๆ แผนก ต้องมีการปิดหอผู้ป่วยและตึกผ่าตัดเพื่อทำความสะอาด

ในขณะนั้นมีบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับ แพทย์ที่ติดเชื้อจำนวนเกือบ 600 คน ผู้ป่วยที่แพทย์ที่ติดเชื้อให้การรักษาอีกเกือบ 30 คน แต่ผลตรวจหาเชื้อของทุกคนเป็นลบ ทำให้มีความเข้มงวดมากขึ้นตั้งแต่การคัดกรองผู้ป่วยทั่วไป ผู้ป่วยต้องสงสัย และผู้ป่วยที่จะเข้ารับการผ่าตัด จะมีการนำเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์มาเสริมโดยซักประวัติผู้ป่วยผ่านทางวีดีโอคอล การสวอบผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดทุกคนรวมถึงผู้ป่วยต้องสงสัยว่าติดเชื้อจะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อความปลอดภัยต่อบุคลากรทางแพทย์ในระดับสูงสุด พร้อมทั้งจัดทีมแพทย์ให้เข้ากับสถานการณ์หากมีทีมแพทย์ติดเชื้อก็สามารถสับเปลี่ยนทีมแพทย์ยกชุดได้ทันที

นอกจากนี้ยังบริหารจัดการในส่วนของผู้ป่วยโดยการลดการให้บริการบางส่วนภายในโรงพยาบาล แต่จะให้การสอบถามอาการผ่านทางโทรศัพท์และส่งยาไปให้ผู้ป่วยที่บ้านทางไปรษณีย์ ลดระยะเวลาของผู้ป่วยที่จะอยู่ในโรงพยาบาลให้น้อยที่สุด ซึ่งผู้ป่วยที่จะรับยาภายหลังจากยื่นใบสั่งยาแล้วให้ไปที่อื่นทันทีและจะมีข้อความแจ้งมายังผู้ป่วยว่าขณะนี้สามารถรับยาได้แล้วจึงค่อยเดินทางมารับยากลับไป หรือผู้ป่วยบางรายที่กลัวไม่กล้าเดินทางมาโรงพยาบาลก็จะใช้วิธีการสอบถามอาการผ่านทางโทรศัพท์และจัดยาส่งไปให้ทางไปรษณีย์

ปราจีนบุรี - สาวเสริมสวยใฝ่ธรรมะทุ่มเงินส่วนตัวสองล้านสร้างลานธรรมในหมู่บ้าน

วันที่ 20 เมย.64 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปราจีนบุรีรับแจ้งว่าที่บ้านนาไผ่รส ม.2 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรีจ.ปราจีนบุรี เจ้าของร้านเสริมสวยบัญชิตา บิวตี้ ซาลอน ควักเงินส่วนตัว 2 ล้านบาทซื้อที่ดินเพื่อสร้างลานธรรมะประจำหมู่บ้านโดยมีเจตนารมณ์เปิดใจใส่ธรรมะให้คนในหมู่บ้านมาสวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิ เช้า-เย็น โดยเจ้าตัวยึดธรรมะถือศีลปฏิบัติธรรมมาแล้วหลายปี เมื่อมีโอกาสอยากทำในสิ่งที่คิดไว้

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านเสริมสวยบัญชิตาบิวตี้ซาลอน นส.บัญชิตา บุญพรมอ่อน อายุ 37 ปี เจ้าของร้านเสริมสวยนส.บัญชิตา หรือ น้องแอม เปิดเผยว่า หลังจากที่เรียนเสริมสวยมา 10 ปี เปิดร้านเสริมสวยครบวงจรและเรียนนวดคลายเส้นมาด้วยต่อมาได้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ทำให้คิดได้ว่า คนเราทุกคนเกิดมามีคุณภาพชีวิตไม่เหมือนกันอาจเป็นเพราะว่า"บุญ-บาป "เป็นตัวกำหนด สังเกตดูจากการกระทำของตัวเองแต่ละครั้งที่ได้ทำบุญช่วยเหลือคนจนรู้สึกอิ่มใจ มีโอกาสจะร่วมทำบุญกับผู้ยากไร้ตลอดมาในรอบ 10 ปี

ขณะเดียวกันได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมบ่อย ๆ สวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิ ฟังธรรมะจากหลวงพ่อต่าง ๆ ซาบซึ้งในพุทธคุณเก่งมีแนวคิดที่จะสร้างลานธรรมด้วยตัวเองควักเงินส่วนตัวซื้อที่ 5 ไร่ เพื่อสร้างลานธรรมให้คนเฒ่าคนแก่และ เพื่อน ๆ ที่เป็นกัลยาณมิตรมีใจใฝ่ธรรมะด้วยกันให้มาถือศีลปฏิบัติธรรมที่ลานธรรมที่จะสร้างขึ้นในหมู่บ้าน โดยการเปิดเป็นลานธรรมมีที่นั่งสวดมนต์ไหว้พระ ลานธรรมแห่งนี้จะให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้านและใกล้เคียงมาร่วมปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เช้า-เย็นมีโรงทานไว้บริการแก่ผู้มาปฏิบัติธรรมรวมถึงจะสร้างห้องนวดคลายเส้นให้กับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วย แรงบันดาลใจที่จะสร้างลานปฏิบัติธรรมในคิดว่าตัวเองสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงนึกถึงหลักความเป็นจริงคนทุกคน หนีการเกิดแก่เจ็บตายไม่พ้น การได้สวดมนต์ไหว้พระและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พ้นจากทุกข์กายทุกข์ใจถือว่าได้สั่งสมบุญแล้ว ได้บริจาคร่างกายกับสภากาชาดไทยเอาไว้แล้วเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ดีกว่าเผาทิ้งซึ่งไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เลยพอมีแนวคิดที่จะสร้างลานธรรมมีญาติติธรรมหลายคนติดต่อเข้ามาที่จะมาร่วมปฏิบัติธรรมอย่างนี้หลายคนแล้วขออนุโมทนาบุญไว้ล่วงหน้าด้วยกัน


ภาพ/ข่าว  ลักขณา สีนายกอง

ชุมพร – ควบคุมการทำประมงในช่วงประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง (ประจวบ ฯ - ชุมพร - สุราษฎร์ธานี)

วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน 2564 ศรชล.จังหวัดชุมพร บูรณาการร่วมกับ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล จังหวัดชุมพร ภายใต้การอำนวยการของ นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผวจ./ผอ.ศรชล.จังหวัดชุมพร มอบหมายให้ น.อ.กิตติพงษ์ พุ่มสร้าง รอง ผอ.ศรชล.จังหวัดชุมพร บูรณาการร่วมกับ นาย พงศ์รันย์ รัตนพรหม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลจังหวัดชุมพร จัดกิจกรรมควบคุมการทำประมงในช่วงประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง(ประจวบ ฯ ชุมพร สุราษฎร์ธานี)

นายนุรัตน์ ขาวสอาด เจ้าพนักงานเดินเรือปฏิบัติงาน หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 6 นาย นำเรือตรวจประมง 113 ออกตรวจพื้นที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ในการนี้ตรวจยึดลอบพับหรือไอ้โง่ จำนวน 59 ลูก โดยมีผู้ลักลอบทำการประมงบริเวณชายทะเล อ่าวทุ่งมะขาม อ่าวทุ่งคา และอ่าวสวี โดยที่ลอบพับและลอบพับปูดังกล่าวเป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 และ พ.ร.ก.การประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 เรื่องห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ ที่มีช่องทางเข้าของสัตว์น้ำสลับซ้ายขาวอยู่ทางด้านข้างใช้สำหรับดักสัตว์น้ำ มีความผิดตามมาตรา 67 มีโทษตามมาตรา 147 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จาการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่พบผู้กระทำความผิด  เจ้าหน้าที่จึงได้รื้อถอนและทำการยึดเครื่องมือประมงดังกล่าวนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำชุมพร อ.เมือง จังหวัดชุมพร จำนวน ลอบพับ (ไอ้โง่ 59 ลูก) ไว้เพื่อเป็นหลักฐาน


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร

สุโขทัย - Sukhothai Crafts and Folk Art “เค้กสีนิลสังคโลก” ต่อยอดงานศิลปสังคโลกสุโขทัย

“เครื่องสังคโลก” เครื่องเคลือบดินเผาที่เป็นเอกลักษณ์จากยุคสุโขทัยกว่า 700 ปี ช่างจะเขียนลวดลายอย่างวิจิตร ที่สะท้อนถึง สภาวะแวดล้อม ความเป็นอยู่ และความเชื่อในสมัยสุโขทัย จากนั้นเคลือบด้วยน้ำยาที่ทำจากเถ้าไม้ผสมดินผิวนา แล้วนำไปเผาในอุณหภูมิสูงจนได้ชื้นงานที่มีเนื้อแกร่ง

สุขเสมอ Coffee and Bakery House คาเฟ่ของคนรุ่นใหม่ โดยคุณศิลป์ไทย สินอำพล และคุณศุภลักษณ์ คงรุ่ง 2 เจ้าของกิจการ ได้ดึงเอาลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ มาประยุกต์ใช้เป็นลวดลายบนหน้าเค้ก พร้อมปรับส่วนผสมของตัวเค้กโดยใช้แป้งจากข้าวหอมนิลออร์แกนิกส์ ซึ่งเป็นผลผลิตที่มีอยู่มากในพื้นที่มาเป็นส่วนประกอบในวัตถุดิบ เพื่อเพิ่มความเป็นสุโขทัยมากยิ่งขึ้น จนได้เป็น “เค้กสีนิลสังคโลก” ของฝากขึ้นชื่อของร้าน

จุดเด่นของเค้กสีนิลสังคโลก คือลวดลายรูปปลาและพรรณพฤกษา ที่สะท้อนให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ในอดีตของกรุงสุโขทัย และยังได้นำลาย ”สิบสองหน่วยตัด” 1 ใน 9 ลายของผ้าตีนจกอันขึ้นชื่อของสุโขทัยมาตกแต่งบนหน้าเค้กอีกด้วย ในส่วนของเนื้อเค้กจะมีความเหนียวหนึบ ต่างจากเค้กทั่วไป เพราะใช้แป้งจากข้าวหอมนิลออร์แกนิกส์ ทำให้มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากข้าว ใช้น้ำมันรำข้าวที่มีไขมันต่ำกว่าแทนเนยและมาการีน เนื้อครีมเป็นสีเขียวไข่กา ซึ่งเป็นสีบนเครื่องสังคโลก

และที่โดดเด่นคือทางร้านมีกิจกรรมให้ลูกค้าสามารถเรียนรู้ ลงมือทำ แต่งหน้าเค้กเอง โดยจะสอนทั้งลายสังคโลกและลายผ้าตีนจก อันเป็นเอกลักษณ์ของสุโขทัย นอกจากจะได้ความอิ่มเอมในรสชาติอร่อย แล้วยังจะได้ความภาคภูมิใจในผลงานของตัวเองอีกด้วย


ภาพ/ข่าว  เสนิศชนันต์ สุขกสิกร

อุดรธานี - โรงแรมอุดร พร้อมส่งมอบให้แพทย์พยาบาลกักตัวสู้โควิด ยินดีให้ใช้สถานที่โดยไม่คิดมูลค่า

วันที่ 19 เมษายน 2564เวลา 14.30 น.  ที่โรงแรมวีธรา บูธีค โฮเต็ล ถ.อุดรดุษฎี เทศบาลนครอุดรธานี คณะเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เดินทางมาดูห้องพักของโรงแรม ที่จะใช้เป็นสถานที่กักตัว ของบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่อยู่ในสภาพเป็นผู้เสี่ยงสูง หลังจากบุคคลากรในห้องผ่าตัดติดเชื้อโควิด-19 และมีอุปสรรคจะกลับไปกักตัวที่บ้านได้ เพื่อให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เร็วที่สุด โดยทาง นายณณชัย ทีฆธนานนท์ เจ้าโรงแรมของยินดีให้ใช้สถานที่โดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งนางวรนันท์ ทีฆธนานนท์ และ นายกิตติภูมิ ทีฆธนานนท์ ภรรยาและบุตรชายนายณณชัยฯ ให้การต้อนรับและพาตรวจห้องพัก

โดยทางคณะได้ตรวจดูสภาพโรงแรม สูง 5 ชั้น 60 ห้อง ที่ประกอบการมาได้เพียง 8 ปี ประกอบด้วย ล็อบบี้,ห้องอาหาร,ห้องประชุม 1,2,3,ห้องพักแบบเตียงคู่ เตียงเดียว มีเครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำในตัว และลานจอดรถ ที่กว้างขวาง ก่อนจะมาร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ตัวแทนจากโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี บอกว่า วันนี้มาตรวจดูความพร้อมของทางโรงแรม ที่พบว่าพร้อมที่จะทำการรับตัวบุคคลากรทางการแพทย์ ของทางโรงพยาบาล ที่จะมาใช้เป็นสานที่กักตัว ซึ่งบุคคลากรที่จะมากักตัว ผ่านการตรวจหาเชื้อแล้วไม่มี แต่ยังคงต้องกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งผู้ที่มากักตัวที่นี่ไม่สะดวกที่จะกลับไปกักตัวเองที่บ้าน ซึ่งดูแล้วทางโรงแรมมีความพร้อมทุกอย่าง ที่จะสามารถให้บุคคลากรที่ถูกกักตัวมากักตัวที่นี่ ซึ่งคาดว่าจะมีการรับมอบพื้นที่พรุ่งนี้ และน่าจะมีบุคคลากรชุดแรกเข้ามากักตัวประมาณ 50 คนก่อน

ด้าน นายกิตติภูมิ ทีฆธนานนท์ บอกว่า ทางครอบครัวยินดีที่จะใช้โรงแรมเป็นสถานที่กักตัวบุคคลากรทางการแพทย์ของทางโรงพาบาลศูนย์อุดรธานี ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว ทางครอบครัวก็ยินดีให้ทางราชการ ใช้โรงแรมเป็นสถานที่ที่ให้บุคคลากรทางการแพทย์ ใช้เป็นที่พักมาแล้ว เป็นการช่วยเหลือชาวอุดรธานีทางหนึ่ง


ภาพ/ข่าว  นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี

สุรินทร์ - ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีสั่งคุมเข้ม แนวชายแดน 5 จังหวัดอีสานตอนล่าง ตามนโยบาย ผบ.ทบ.ในการป้องกันการระบาดของโควิด-19

วันที่ 19 เมษายน 2564 พลตรีอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องประชุม เพื่อมอบนโนบาย "มาตรการพิทักษ์พล" ของกองทัพมาใช้ควบคุมโควิดโดยกำหนดให้กำลังพลปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันกำลังพลอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการแพร่กระจายเชื้อ 

โดยเฉพาะมาตรการป้องกันแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดย ที่อาจเกิดการระบาดของโควิด-19 ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และ หน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์  โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เข้มงวดในการสวมแมสตลอดเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ พลตรีอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี กล่าวว่า เพื่อป้องกันการระบาดของ ไวรัสโควิด-19 จึงสั่งการให้กำลังพลในสังกัดเพิ่มการลาดตระเวน ตลอดแนวชายแดน 5 จังหวัดอีสานตอนล่าง 24 ชั่วโมง

โดยเฉพาะมีการตั้งจุดตรวจตามช่องทางธรรมชาติ โดยมีการประสานกับทหารฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางไลน์และช่องทางวีทีซี  ในการร่วมกันลาดตระเวนแบบคู่ขนาน  เพื่อป้องกันปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง  ทั้งนี้ พลตรีอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ยังกล่าวต่อไปอีกว่า  ในส่วนของการฉีดวัคซีนให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนนั้น ผู้ว่าราชการทั้ง 5 จังหวัดในพื้นที่อีสานตอนล่าง ได้ส่งรายชื่อและจัดลำดับความเร่งด่วนให้กองกำลังป้องกันชายแดนไว้แล้ว หากได้รับวัคซีนมาอย่างเพียงพอ ก็จะเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนทันที เนื่องจากถือว่ามีความเสี่ยงสูงสุด


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์  แสนกล้า 

สมุทรสาคร - ผู้ว่าฯ ปู กลับมาแล้ว...นำทีมสู้โควิดระลอกใหม่ ประเดิมสนามแรกหารือร่วม รพ.เอกชน ดูแลผู้ติดเชื้อ

เมื่อเวลา 14.30 น. ของวันที่ 19 เมษายน 2564 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ได้เดินทางกลับมาบริหารงานที่จังหวัดสมุทรสาคร อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลศิริราชแล้วได้กลับพักฟื้นรักษาสุขภาพที่บ้านพักในจังหวัดอ่างทอง นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา

โดยการเดินทางกลับมาในวันนี้ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครนั้น ก็เดินทางกลับมาแบบเป็นการส่วนตัว ไม่ได้มีพิธีการต้อนรับแต่อย่างใดทั้งสิ้น  เมื่อมาถึงที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้แวะทักทายกับเจ้าหน้าที่ อส.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัด จากนั้นก็เข้าไปตรวจงานในห้องทำงานของผู้ว่าฯ ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พูดคุยสัมภาษณ์ในบางเรื่องบางประเด็น เช่น ความตั้งใจแรกที่อยากจะทำเมื่อกลับมาในครั้งนี้,การนำทีมสู้โควิด – 19 ในสถานการณ์ปัจจุบัน,โควิดวันนั้น(ก่อนเข้าโรงพยาบาล) กับ โควิดวันนี้(หลังออกจากโรงพยาบาล) ต่างกันอย่างไร,ความสำคัญของโรงพยาบาลสนาม, และอะไรคือสิ่งที่อยากจะบอกกับพี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อสู้โควิดไปด้วยกัน เป็นต้น

ส่วนการประเดิมภารกิจแรกแบบเบา ๆ เมื่อกลับมาทำงานในฐานะผู้บริหารระดับสูงสุดของจังหวัดสมุทรสาคร และเป็นหัวเรือใหญ่หรือแม่ทัพในการสู้กับสถานการณ์โควิดระลอกใหม่อีกครั้ง ก็คือ การประชุมร่วมกับ นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนทั้ง 8 แห่ง คือ โรงพยาบาลมหาชัย 1 , รพ.มหาชัย 2 , รพ.มหาชัย 3 , รพ.เอกชัย , รพ.วิชัยเวชสมุทรสาคร, รพ.วิชัยอ้อมน้อย,รพ.วิภาราม และ รพ.เจษฎาเวชการ เพื่อรับทราบถึงการให้บริการตรวจรักษาและรับผู้ติดเชื้อโควิด เข้าสู่กระบวนการดูแลของโรงพยาบาลเอกชน ภายใต้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตนเองก็ได้ปฏิบัติงานมาอย่างต่อเนื่องแต่เป็นในรูปแบบของ Work From Home และก็ได้ติดตามข่าวสารของจังหวัดสมุทรสาครมาตลอด โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็ตั้งใจจะกลับมาทำงานที่จังหวัดสมุทรสาคร แต่หมอทราบข่าวเสียก่อนเลยรีบสั่งห้ามไว้ สำหรับสิ่งที่ต้องการและอยากจะให้เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาครอันดับแรกในขณะนี้ก็คือ คนสมุทรสาครมีความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับการปรับพื้นที่จากสีส้มเป็นสีแดง โดยมีคนสมุทรสาครหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะสถานการณ์โควิดมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ แต่คนสมุทรสาครหลายคนไม่เข้าใจว่า ทำไมสมุทรสาครถูกเปลี่ยนสีจากส้มเป็นแดง และจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ซึ่งก็อยากจะบอกทุกคนว่า การเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีนั้น ก็ด้วยที่สมุทรสาครเป็นเขตปริมณฑล และไม่อยากให้เอาพื้นที่สีมาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะตอนนี้ทั้งประเทศก็ล้วนแต่เป็นพื้นที่ๆ เกิดการระบาดของโรคเหมือนกัน และถ้าสังเกตดูจะพบว่า ในหลักการปฏิบัติไม่ว่าจะสีแดงหรือสีส้ม ก็มีข้อบังคับการปฏิบัติที่แทบจะไม่แตกต่างกันเลย เพราะฉะนั้นถ้าคนสมุทรสาครมีความเข้าใจในส่วนตรงนี้ร่วมกันแล้ว ก็จะเข้าใจว่าสีไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “เราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร” ดังนั้นความตั้งใจสิ่งแรกที่อยากจะทำก็คือ อยากสร้างความเข้าใจให้เกิดกับคนจังหวัดสมุทรสาครทุกคนมีความเข้าใจที่ตรงกันในเรื่องดังกล่าวและเดินหน้าสู้โควิดร่วมกัน

นายวีระศักดิ์ฯ เปิดใจอีกว่า ส่วนความพร้อมที่จะกลับมานำทีมบริหารเพื่อสู้กับโควิดอีกครั้งนั้น วันนี้ตนเองก็คิดว่าพร้อมสู้แล้ว แต่ก็ต้องแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะวันนี้เราไม่ได้ทำงานอยู่เพียงลำพัง เรามีทีมงานที่คอยช่วยเหลือกัน ทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่จะต้องคอยประคับประคองช่วยกันให้งานเป็นไปตามที่วางแผนไว้ รวมถึงพี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสาครที่ได้ร่วมกันเดินหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ด้านสถานการณ์โควิด-19 ในวันก่อนที่ผู้ว่าจะเข้าโรงพยาบาล กับ สถานการณ์ในวันนี้ ในความรู้สึกของท่านผู้ว่าสมุทรสาครมีความแตกต่างกันมากน้อยอย่างไรนั้น นายวีระศักดิ์ฯ ก็บอกว่า ถ้าถามผมแล้ว สำหรับสมุทรสาครนั้น สถานการณ์โควิดในวันนี้ดีกว่าในวันนั้นมาก เพราะวันก่อนที่จะเข้าโรงพยาบาลมีคนที่ติดเชื้อโควิดในจังหวัดสมุทรสาครแต่ละวันเพิ่มจากหลักสิบ เป็นหลักร้อย จนกระทั่งมียอดรวมเป็นหลักหมื่น  แต่วันนี้ผู้ติดเชื้อรายวันมีแค่หลักสิบและส่วนใหญ่ก็เป็นคนต่างจังหวัด ส่วนคนสมุทรสาครก็จะติดเชื้อมาจากข้างนอก ซึ่งวันนี้สามารถพูดได้อีกอย่างหนึ่งว่า สมุทรสาครเป็นโมเดล ที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศเห็นว่า เราสามารถต่อสู้เอาชนะสถานการณ์โควิด ที่เคยมีผู้ติดเชื้อค่อนข้างมาก จนวันนี้เหลือน้อยลง จนกระทั่งเกือบจะไม่มีเลย เพราะฉะนั้นวันนี้สถานการณ์ของสมุทรสาครดีขึ้นมากจริง ๆ

ส่วนเรื่องของความหนักใจเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาซึ่งเกิดกับแรงงานต่างด้าว กับ สถานการณ์โควิดในปัจจุบันที่ติดเชื้อใจกลุ่มคนไทยนั้น หากจะให้บอกว่าไม่หนักใจก็คงจะไม่ใช่ ก็คงต้องหนักใจบ้าง แต่วันนี้คงไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องของความหนักใจกันแล้ว แต่ต้องพูดกันถึงเรื่องของ “ความรับผิดชอบ” ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด รับผิดชอบในฐานะคนไทยคนหนึ่ง และรับผิดชอบในฐานะคนสมุทรสาครคนหนึ่ง  ทุกคนต้องร่วมมือช่วยเหลือกัน เพราะปัญหานี้คงไม่สามารถแก้ไขให้ลุล่วงได้โดยง่ายและรวดเร็ว ปัญหานี้คงต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักใหญ่กว่าที่จะผ่านพ้นไปได้

นายวีระศักดิ์ฯ ยังกล่าวถึงโรงพยาบาลสนามด้วยว่า สำหรับโรงพยาบาลสนามนั้น ในวันที่ผมเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศิริราช ส่วนหนึ่งที่เป็นความกังวลใจก็คือ การเกิดขึ้นของโรงพยาบาลสนามหรือศูนย์ห่วงใยคนสาคร ทำอย่างไรจะให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะสิ่งนี้คือ จุดแตกหักที่จะแยกคนที่ติดเชื้อให้ออกมาจากคนปกติ ถ้าไม่มีโรงพยาบาลสนามก็ไม่มีวันนี้ ซึ่งก็เชื่อว่าคนสมุทรสาครคงจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า โรงพยาบาลสนามเป็นจุดที่ทำให้จังหวัดสมุทรสาครดีขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก จึงเป็นคำตอบโดยปริยายแล้วว่า “โรงพยาบาลสนามเป็นหัวใจหลักในการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด” นั่นคือ การแยกคนที่ติดเชื้อออกมา และสิ่งที่ต้องยอมรับกันก็คือ โรงพยาบาลสนามไม่ใช่สถานที่สุขสบาย มีหลายคนกล่าวถึงโรงพยาบาลสนามในด้านลบหลาย ๆ อย่าง จึงอยากให้เข้าใจร่วมกันว่า แม้โรงพยาบาลสนามจะไม่สะดวกสบายแบบอยู่บ้าน แต่ขอให้เข้าใจว่าโรงพยาบาลสนามจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยทำให้เราทุกคนสู้กับสถานการณ์โควิดได้อย่างทันท่วงที

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนขอขอบพระคุณคนไทยทั้งประเทศ ขอบพระคุณคนสมุทรสาคร สำหรับกำลังใจที่ส่งไปให้ขณะที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการสู้กับโรคโควิด 19 นั้นก็คือ “กำลังใจ” ซึ่งที่ผ่านมาตนเองยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะสามารถมีชีวิตรอดกลับมาตรงนี้ได้อีกครั้ง แต่เพราะได้สิ่งสำคัญที่สุดมาช่วยพยุงนั่นก็คือ กำลังใจ ที่แม้จะเป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้แต่ก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาล ฉะนั้นกำลังใจที่แต่ละคนมอบให้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด 19 ในปัจจุบันนี้ เพราะทุกคนต้องการกำลังใจเป็นอย่างสูง เพื่อการยืนหยัดต่อไปให้ได้จนกว่าสถานการณ์โควิดจะผ่อนคลาย หรือผ่านพ้นไปในที่สุด วันนี้กำลังใจที่ทุกคนมีให้แก่กันและกัน จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้สมุทรสาครเดินหน้าต่อไป ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป ผมไม่รู้ว่าในอนาคตเราจะประสบปัญหาเพิ่มมากขึ้น หรือน้อยลง  แต่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า “วันที่เรายังมีลมหายใจ ยังมีกำลังใจที่ดี แม้จะมีอุปสรรคที่ท้าทายให้เราก้าวข้ามไป เมื่อเราผ่านพ้นไปได้ ความสำเร็จจะรอเราอยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน”


ภาพ/ข่าว ชูชาตแดพยนต์ ทีมข่าวสมุทรสาคร

ราชบุรี - ชิมเมนูเด็ดที่เจษฎาฟาร์ม ชมแสดงช้างแสนรู้แบบถึงโต๊ะ ในห้องอาหารที่เดียวในโลก

สุดปัง!! ชิมอาหารเมนูเด็ด จิบกาแฟคุณภาพเยี่ยม แถมยังฝึกขี่ม้า ดารา และชมฟรีการแสดงของช้างน้อยแสนรู้แบบถึงโต๊ะในห้องอาหารที่เดียวในโลก

(20 เม.ย. 64) พาไปกันที่เจษฎาฟาร์ม ราชบุรี ตั้งอยู่ที่ ตำบลพิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกการขี่ม้าของบรรดาดารานักแสดงต่าง ๆ อีกทั้งม้าทุกตัวยังอยู่ในละครและภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง อย่าง ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำ ละคร และ ภาพยนตร์อีกด้วย ปัจจุบัน เจษฎาฟาร์ม ราชบุรี ได้มีการต่อยอดเปิดเป็น เจษฎาฟาร์มคาเฟ่เปิดครัวจำหน่ายอาหารสไตล์พื้นบ้าน และ สเต๊กแบรงกัสนำเข้า เป็นสเต็กเนื้อพรีเมียมนำเข้าจากต่างประเทศ รวมไปถึง เมนูสเต็กแบบไทย ๆ ในราคาเบา ๆ สามารถจับต้องได้ นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ทั้งกาแฟสด เมนูน้ำผลไม้ และ เมนูน้ำกัญชาเพื่อสุขภาพ ในสไตล์ร้านแบบเวิสเทริ์นคาวบอย

แต่ที่โดนใจและไม่เหมือนใคร คือ การโชว์การแสดงของเจ้าช้างน้อย “ราชาบุรี” ช้างน้อยวัยเพียง 5 ขวบ ที่แสดงลีลาการเต้นตามจังหวะเพลง แถมยังส่ายตูดแบบน่านัก ไม่ว่าจะยืน 2 ขา นั่งชู 2 ขา นอน และ การควงฮูลาฮูป ภายในร้านอาหาร แบบถึงโต๊ะอาหารให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญชมฟรีแบบไม่คิดเงินเพิ่มจากค่าอาหาร หรือ ค่ากาแฟ

ส่วนเมนูเด็ดของทางร้าน ข้าวผัดกระเพราสูตรเด็ดแบบโบราณที่ขายมานานกว่า 20 ปี เมนู สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมารสเด็ด มีทั้งเมนูทะเล เมนูหมูและไก่ และเมนูส้มตำ ราคาเริ่มตัน 50 - 150 บาท ส่วนเมนู สเต๊กแบรงกัสนำเข้า เป็นเสต็กเนื้อนำเข้าราคา 859 บาท สเต็ก หมู-ไก่ เริ่มที่ 259 – 559 บาท สำหรับเมนูเครื่องดื่ม กาแฟสด เริ่มต้นที่ 45 – 60 บาท ส่วนเมนูเครื่องดื่มผสมใบกัญชา ราคาแก้วละ 95 บาท เป็นเครื่องดื่มกัญชาเพื่อสุขภาพ

นอกจากนี้ทางเจษฎาฟาร์ม ราชบุรี ยังมีกิจกรรม นั่งช้างชมธรรมชาติ ไหว้พระถวายสังฆทานในอุโบสถเก่าแก่กว่าสองร้อยปี ที่วัดพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งมีที่เดี่ยวในโลก นอกจากนี้ยังมีบริการขี่ม้า ทั้งม้าใหญ่และม้าแคะ ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ชมธรรมชาติ โดยรอบฟาร์ม หรือจะไปไหว้พระที่วัด ส่วนราคา 300 – 500 บาท ต่อครั้ง สำหรับคนที่ต้องการฝึกขี่ม้าทางเจษฎาฟาร์ม ราชบุรี ก็บริการสอนจนสามารถขี่ม้าเป็นด้วย

นายเจษฎา สิงห์โต อายุ 39 ปี หรือ คุณอาร์ม เจ้าของเจษฎาฟาร์ม ราชบุรี เล่าให้ฟังว่า เดิมตนเองเปิดคอกเลี้ยงวัวเพื่อจำหน่าย พอได้อายุ 20 ปีเริ่มมาเลี้ยงม้าแห่นาค โดยไปบริการ ม้าแห่นาคตามงานบวชต่าง ๆ จากนั้นหันมาเริ่มเลี้ยงมาอย่างจริงจัง จนกลายมาเลี้ยงม้าถ่ายละคร จนเกิดความชำนาญ และเปิดเป็นสถานที่ฝึกสอน ดารานักแสดงในการขี่ม้า นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ และ ละคร เรื่องต่าง ๆ ตนจึงได้ต่อยอด มาขายอาหาร ซึ่งคุณแม่ขายอาหารตามสั่งมาก่อน จึงไห้มาทำที่ร้าน ตกแต่งในสไตล์ คาวบอย จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม เริ่มต้นราคา 50 - 150 บาท  และ เมนูสเต็กเนื้อนำเข้าราคา 859 บาท

ส่วนตนเองก็เป็นนักแสดง ได้รับบทเป็นสมเด็จพระนเรศวร จึงได้ซึมซับ ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงได้ไปซื้อช้างและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โดยถ่ายทอดความรู้ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมภายในฟาร์มด้วย

สำหรับนักเที่ยวที่ต้องเดินทางมาเที่ยวที่เจษฎาฟาร์ม ราชบุรี ตั้งอยู่ที่ด้านหลังของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพิกุลทอง (อนามัยพิกุลทอง) ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี โทร 081-2906-753 หรือ แฟนเพจ เจษฏา ฟาร์ม ราชบุรี


ภาพ/ข่าว  ตาเป้ จ.ราชบุรี

พังงา - สุดอเมซิ่ง...พระอาทิตย์ขึ้นที่ทุ่งหญ้าสะวันน่าเกาะพระทอง แอฟริกาไทยแลนด์

ที่เดอะมอแกน อีโค วิลเลจ เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา  ในช่วงเช้าตรู่เจ้าหน้าที่ได้นำกลุ่มนักท่องเที่ยวขึ้นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ออกเดินทางตลุยไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่ทุ่งหญ้าสะวันนา พร้อมกับส่องสัตว์ป่าระหว่างทางโดยสัตว์ป่าประจำถิ่นที่นี่คือกวางม้า ทิวทัศน์สองข้างทางที่รถพาฝ่าไปนั้น แปลกตาเป็นทุ่งหญ้าสีทองกว้างใหญ่และต้นเสม็ดแคระ ลักษณะคล้ายกับบรรยากาศที่ดูในสารคดีป่าแอฟริกา

จากนั้นรถก็มาจอดที่จุดไฮไลท์ในการรอชมพระอาทิตย์ขึ้นแบบ 360 องศา กลางทุ่งหญ้า เมื่อมองไปทางทิศตะวันออกก็จะเห็นพระอาทิตย์เริ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ตามแนวภูเขาบนแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป เมื่อพระอาทิตย์โผล่พ้นแนวภูเขาขึ้นมา ก็ส่งแสงสาดลงมาที่ทุ่งหญ้าสีทอง  ซึ่งหากมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ทุ่งหญ้าสีทองจะหนาแน่นไปสุดลูกลูกตา แต่มาในช่วงนี้ก็ยังพอมีให้เห็นบ้าง นักท่องเที่ยวแต่ละคนต่างก็หาจุดหามุมที่ตัวเองชื่นชอบบันทึกภาพไว้ว่าครั้งหนึ่งได้มาเที่ยวทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย ว่ากันว่าหากนำม้าลาย สิงโตและยีราฟ มาปล่อยบนเกาะ บรรยากาศก็จะกลายเป็นทุ่งหญ้าในทวีปแอฟริกาจริง ๆ

คุณปาจรีย์ ศรีฟ้า ผู้ประกอบท่องเที่ยวบนเกาะพระทอง เปิดเผยว่า เกาะพระทอง ตั้งอยู่ในอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา มีพื้นที่ 102 ตร.กม. เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพังงา มีชุมชน 3 หมู่บ้าน คือ บ้านปากจก บ้านทุ่งดาบ และบ้านแป๊ะโย้ย ได้รับการคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เป็น “Unseen Thailand” ในปี พ.ศ.2546  

เกาะพระทองเกิดจากซากปะการังทับถมกันมาอย่างยาวนานล้านปี จนกระทั่งกลายเป็นเกาะที่มีสภาพภูมิประเทศที่แปลกตาแบบนี้ คือจะมีลักษณะค่อนข้างแบนราบ ถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเกาะแห่งนี้ ทิศตะวันออกจะเป็นแนวป่าโกงกาง ทิศตะวันตกเป็นหาดทราย ส่วนบริเวณกลางเกาะเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่มี ต้นเสม็ดแคระ ขึ้นกระจายอย่างสวยงามมาก ปกติทริปเดินทางตามจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวจะมีบริษัทหรือผู้ชำนาญการมาดูแลหรือนำทัวร์ แต่สำหรับที่นี่ทุกอย่างดำเนินการโดยชาวบ้านในพื้นที่


ภาพ/ข่าว  อโนทัย  งานดี

ชลบุรี - วันไหลพัทยา สุดเงียบเหงา กิจกรรมสืบสานประเพณี วัฒนธรรมถูกยกเลิก ขานรับพื้นที่สีแดง

หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เป็นประธาน มีมติเห็นชอบมาตรการยกระดับการควบคุมโรคโควิด-19 และปรับโซนสีของพื้นที่เพื่อให้สอดรับกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นระยะเวลา 14 วัน นับตั้งแต่ข้อกำหนดประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ หรือ ตั้งแต่เวลา 00.00 น.ของวันที่ 18 เมษายน 2564 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 ซึ่งแบ่งออกเป็น โซนสีแดง หรือ พื้นที่ควบคุมสูงสุด จำนวน 18 จังหวัด โดย 1 ใน 18 จังหวัดพื้นที่สีแดงมีจังหวัดชลบุรี ด้วยนั้น ส่งผลทำให้หลายกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ของเมืองพัทยา อำบางละมุง ต้องถูกยกเลิกและงดจัด เพื่อให้สอดคล้องมาตรการของศบค.

ล่าสุดวันนี้ ( 19 เม.ย. 64 ) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ถนนชายหาดพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งในทุกปีของวันที่ 19 เมษายนจะเป็นวันไหลพัทยา โดยบริเวณดังกล่าวจะมีประชาชนชาวไทยชาวต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวผู้ประกอบการบาร์เบียร์ ร้านค้าต่าง ๆ ตลอดแนวชายหาด จะร่วมเล่นสาดน้ำในเทศกาลวันไหลพัทยากันอย่างคึกคักสนุกสนาน ทั้งนี้ในช่วงบ่ายและถือเป็นเป็นไฮไลท์ของวันไหลพัทยา จะขบวนรถบุปผชาติแห่อัญเชิญพระพุทธรูปไปตลอดแนวชายหาด ให้นักท่องเที่ยวได้สรงน้ำพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเทศกาลวันไหลพัทยา

แต่ด้วยในปีนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ระลอกใหม่และมีความรุนแรง มีแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมระลอกใหม่ ในพื้นมี่จังหวัดชลบุรีในวันนี้ (19 เม.ย.64) ถึง 1,283 ราย  ส่งผลทำให้เทสกาลวันไหลพัทยา กิจกรรมสืบสานประเพณีในช่วงเทศกาลวันไหลต้องถูกยกเลิกจัดงาน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโควิด-19 โรค ที่เกิดจากการรวมกลุ่มกัน การสัมผัสใกล้ชิดในรูปแบบต่าง ๆ และให้เป็นไปตามมาตรการของศบค. ทำให้บรรยากาศเทศกาลวันไหลพัทยาเงียบเหงา ร้านค้า บาร์เบียร์ปิด ถนนสายชายหาดที่แน่นไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเล่นสาดน้ำไม่มีแม้แต่เงาผู้คน มีเพียงรถที่สัญจรไปมา

นางไรระตี ทรงสุวรรณ อายุ 54 ปี เจ้าร้านขายชุดว่ายน้ำและอุปกรณ์เล่นน้ำ บริเวณชายหาดพัทยา กล่าวว่า หากเปรียบเทียบวันไหลพัทยาในปีนี้กับที่ที่ผ่าน ๆ มา ปีนี้เงียบมากไม่เหมือนเดิม ซึ่งปกติทุกปีที่มีการจัดงานจะขายสินค้าแบบไม่ได้นั่งพักเลยต้องหาคนมาช่วยขาย 3-4 คน ในช่วงวันไหลพัทยา จะมีการนำปืนฉีดน้ำมาแขวนและอุปกรณ์เล่นน้ำต่าง ๆ รวมถึงซองกันน้ำ มาว่างขายเต็มหน้าร้าน อีกทั้งบริเวณหน้าร้านจะมีการนำถังน้ำมาตั้งเลียงกันจำนวนมาก แต่พอมาปีนี้บรรยากาศที่เคยเจอก็เงียบเหงาไปหมด ซึ่งปกติตั้งแต่ในช่วงเทศกลาสงกรานต์ถึงเทศกาลวันไหลทางร้านจะขายสินค้าดีมากแบบไม่มีเวลาพักเลย รายได้ตกวันเกือบ 20,000 -30,000 บาท รายได้ไหลมาเหมือนชื่อวันไหล ผู้คนแน่น แต่มาปีนี้ขายได้ไม่ถึงพันบาทต่อวัน

นายสมศักดิ์ พลเยี่ยม อายุ 40 ปี วินจักรยายนยนต์รับจ้าง ซอย 6 ชายหาด กล่าวว่า บรรยากาศวันไหลพัทยาในปีนี้และปีที่ผ่านมาต่างกันอย่างมากปีนี้เงียบเหงามาก ปกติถ้ามีการจัดงานวันไหลก็จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการจำนวนมากสร้างรายได้ในช่วงวันไหลพัทยาหลายพันบาท ทั้งนี้เห็นด้วยที่งดจัดงานวันไหลพัทยาในปีนี้ไปด้วยการแพร่ระบาดโควิด-19 น่ากลัว การงดจัดงานถือเป็นการป้องกันของโรคที่ดีเพื่อไม่ให้มีการรวมกลุ่มของประชาชนและนักท่องเที่ยว


ภาพ/ข่าว อนันต์ สุขวัฒนะ / เอกชัย สุขวัฒนะ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค พัทยา จ.ชลบุรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top