Thursday, 5 November 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี - น้ำท่วมชุมชนบางเสร่ นายกตั้ม ลุยน้ำนำทีมงานป้องกัน บรรเทาความเดือดร้อน

โดยเมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 14 ก.ค. 64 พื้นที่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้เกิดฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักนานติดต่อกัน ประมาณ 1 ชม. หลังกรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความ เร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร จนทำให้ ในพื้นที่ชุมชนบางเสร่ เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง มีระดับน้ำสูงหลายเซนติเมตร

โดยบ้านเรือนประชาชนหลายครัวเรือน ที่อยู่ในพื้นที่ราบต่ำ ได้รับผลกระทบ สาเหตุจากน้ำระบายลงทะเลไม่ทัน และประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าว น้ำทะเลหนุน ร่วมไปถึงถนนสุขุมวิทช่วงทางเข้าตลาดบางเสร่  เป็นช่วงที่กำลังก่อสร้างถนนสุขุมวิทและวางท่อระบายน้ำใหม่ ส่งผลให้ ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว รวมถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบลบางเสร่ ต่างได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กัน จากฝนตกในวันนี้

ล่าสุด นายชัยวัฒน์ อินอนงค์ นายกเทศมนตรีตำบลบางเสร่ ได้นำทีมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา และ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารภัยเทศบาลตำบลบางเสร่ เดินลุยน้ำลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นก่อนลงดู ทุกสถานที่ที่เกิดปัญหาเพื่อรับทราบถึงปัญหาทันที โดยเตรียมเรียกประชุม กองช่างและส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นเป็นการเร่งด่วน และจะได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการแก้ปัญหาน้ำท่วมทางถนนสุขุมวิทที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีกในระยะยาวต่อไป


ภาพ/ข่าว  นิราช ทิพย์ศรี / นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

กระบี่ - กำหนดมาตรการลานเทปาล์มน้ำมันคุณภาพ 18 % ขึ้นไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเมืองแห่งปาล์มน้ำมันคุณภาพ

พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า จังหวัดได้ติดตามการดำเนินงานตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายเมืองแห่งปาล์มน้ำมันคุณภาพ และตรวจกำกับลานเทปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยกำหนดมาตรการเพื่อให้ลานเทรับซื้อปาล์มน้ำมันคุณภาพ (18 % ขึ้นไป) ได้ปฏิบัติ ดังนี้ ลานเทปาล์มน้ำมันต้องมีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม พื้นที่ปฏิบัติงานมีจำนวนพื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม และถูกสุขลักษณะของพื้นที่ปฏิบัติงาน เครื่องชั่งได้มาตรฐานเหมาะสมกับการใช้งานตามกฎหมายกระทรวงพาณิชย์ ไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ ในการแยกลูกร่วง โดยรางทะลายปาล์มเป็นรางทึบ ไม่มีตะแกรง หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ในการแยกลูกร่วง  มีป้ายแสดงราคาที่ชัดเจน และถูกต้องตามกฎหมายกระทรวงพาณิชย์  รับซื้อปาล์มทะลายและปาล์มร่วงในราคาเดียวกัน, รับซื้อปาล์มทะลายที่มีคุณภาพตาม มกษ.5402 โดยไม่ซื้อปาล์มดิบ และปาล์มที่ไม่มีคุณภาพ  ขนส่งปาล์มถึงโรงานภายใน 24 ชม. นับตั้งแต่รับทะลายปาล์ม ไม่กระทำการใด ๆ ที่เร่งให้ปาล์มสุกเร็วโดยผิดแผกไปจากธรรมซาติ เช่น ไม่รดน้ำ บ่มปาล์ม ใช้สารเคมี อื่นๆ ที่เร่งให้ปาล์มสุกเร็วขึ้น รวมทั้งมีสิ่ง อำนายความสะดวกอื่น ๆ อาทิ แสงสว่าง อุปกรณ์เครื่องมือ กล้องวงจรปิด ฯลฯ และได้รับการรับรองมาตรฐาน RSPO    

สำหรับลานเทที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่จังหวัดกำหนด และออกตรวจสอบกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวได้กำหนดโทษ ดังนี้  ลานเทปาล์มน้ำมันไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ หากฝ่าฝืนมีความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2552 มาตรา 28 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หากลานเทปาล์มน้ำมันไม่แจ้งปริมาณสถานที่เก็บและไม่จัดทำบัญชีคุมสินค้าน้ำมันปาล์มและผลปาล์มน้ำมัน หากฝ่าฝืนมีความผิดตาม พรบ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2442 มาตรา 24(5) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมี่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะมีการแจ้ง ลานเทปาล์มน้ำมันต้องประทับแสดงเครื่องหมายคำรับรองของสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขาที่เครื่องชั่งตวงวัดทุกเครื่อง หากฝ่าฝืนมีความผิดตาม พรบ. มาตรการชั่งตวงวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2557 มาตรา 7 ต้องระวางโทษจำคุกไม่กินสามปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาท ห้ามแก้ไขหรือดัดแปลงส่วนประกอบของเครื่องชั่งหรือโปรแกรมที่ใช้กับเครื่องช่างโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นที่คล้ายคลึงกันหรือกระทำด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ความเที่ยงของเครื่องชั่งผิดเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด หากฝ่าฝืนมีความผิด ตาม พรบ. มาตราชั่วตวงวัด (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ. 2557 มาตรา 75 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิดเจ็ดปี และปรับไม่เกิดสองแสนแปดหมื่นบาท


ภาพ/ข่าว  มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่ รายงาน

สตม. รวบคู่สามีภรรยา ขับรถซุก 2 สาวเวียดนาม หวังออกชายแดนแม่สอด ขยายผลได้หลักฐานเด็ดรวบเพิ่ม 2 หนุ่มใหญ่พานั่งเครื่องจากชายแดนใต้บินเข้ากรุง

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อเศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5 และ พ.ต.ท.จักกราวุฒิ สุภาภรณ์ประดับ สว.ตม.จว.กำแพงเพชร ร่วมแถลงข่าว ดังนี้

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกำแพงเพชร และ สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายกฤตภาส์ และ น.ส.ธนาวดี พร้อมของกลางรถยนต์ทะเบียนหนองบัวลำภู ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการขับนำคนต่างด้าวสัญชาติเวียดนามหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 2 คน คือ MISS.DO อายุ 28 ปี และ MISS.NGUYEN อายุ 24 ปี เดินจาก กทม. - อ.แม่สอด จว.ตาก ส่ง พงส.สภ.เมืองกำแพงเพชร ดำเนินคดี

พฤติการณ์ ตามวันเวลาเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พบนายกฤตภาส์ และ น.ส.ธนาวดี ขับรถยนต์ของกลางนำคนต่างด้าวสัญชาติเวียดนามดังกล่าวเดินทางจาก กรุงเทพฯ ไป อ.แม่สอด จว.ตาก จึงจับกุม ส่ง พงส.สภ.เมืองกำแพงเพชร จากนั้นได้ทำการขยายผลโดยซักถามคนต่างด้าวทราบว่าคนต่างด้าวได้หลบหนีเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติชายแดนมาเลเซีย-ไทย ด้าน อ.สะเดา จว.สงขลา จากนั้นได้มีชายไทย 2 คน พามาที่สนามบินหาดใหญ่ ซื้อตั๋วโดยสารให้ และโดยสารเครื่องสายการบินแอร์เอเชีย (FD3111) มาส่งคนต่างด้าวถึง ทอ.กรุงเทพฯ โดยนั่งอยู่แถวด้านหน้า จากการตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารและภาพจากกล้องวรจรปิดภายในสนามบินทราบว่าชาย 2 คนดังกล่าวคือ นายสุภชัย และนายโชคอนันต์ จึงได้ให้คนต่างด้าวชี้ยืนยันภาพถ่าย และนำพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ พงส.สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีกับนายสุภชัย และนายโชคอนันต์ฯ ซึ่งต่อมา พงส. ได้ยื่นคำร้องและศาลจังหวัดกำแพงเพชรได้อนุมัติหมายจับที่ จ.119/2564 และ จ.120/2564 ลง 23 มิ.ย. 64 ให้จับกุมนายสุภชัย และนายโชคอนันต์ มาดำเนินคดี  

                               

ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม.จว.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับ บก.ปพ.บช.ก., กก.สส.บก.ตม.6 และ ตม.ทอ.หาดใหญ่ บก.ตม.2 จับกุมตัวนายสุภชัย และนายโชคอนันต์ ส่ง พงส.สภ.กำแพงเพชร ดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง

‘ดร.นฤมล’ รมช.แรงงาน ร่วมมอบครุภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์แก่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19

วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.30 น. ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางสาวธนพร ศรีวิราช ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมมอบครุภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์ เพื่อใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 และเป็นกำลังใจให้บุคลากรของโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ สำนักงานการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำให้โรงพยาบาลเริ่มขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ในการรับมือกับวิกฤติโควิด ในวันนี้ตนเองพร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้เดินทางไปมอบครุภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชีวิตผู้ที่ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและไม่ให้แพร่กระจายไปยังผู้ป่วยอื่น ๆ นอกจากอุปกรณ์ทางการแพทย์แล้ว จะได้มอบข้าวกล่องเพิ่มเติมให้อีกจำนวน 200 กล่อง ให้โรงพยาบาลนำไปส่งต่อให้แก่ทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรผู้ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วย ในฐานะที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างหนัก เพื่อร่วมเป็นขวัญกำลังในในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

“ขอเป็นกำลังใจให้ทีมบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่บุคลากรด่านหน้าทุกท่าน รวมถึงฝากความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนให้ดูแลตัวเองตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อที่เราจะได้ผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน” รมช. แรงงาน กล่าวทิ้งท้าย

ลำปาง - พ่อเมืองลำปาง ร่วมให้กำลังใจส่งนักรบชุดขาวดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เดินทางปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี

ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริวณลานอนุสาวรีย์ฯ ร.พ.ลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผอ.รพ.ลำปาง พร้อมคณะผู้บริหาร พยาบาล และเจ้าหน้าที่ รับมอบโอวาทและข้อเสนอแนะในการทำหน้าที่ปฏิบัติภารกิจดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจก่อนออกเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งเสริมกำลังใจ แก่ทีมแพทย์พยาบาล ในการไปปฏิบัติงานที่ ร.พ.สนามบุษราคัม เมืองทองธานี จำนวน 13 ราย ระหว่างวันที่ 14-28 ก.ค. 2564

โดยการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ทีมนักรบเสื้อขาวของ จ.ลำปางชุดนี้ จะประกอบไปด้วย บุคลากรแพทย์ จาก ร.พ.แจ้ห่ม และ ร.พ.แม่ทะ จำนวน 2 คน เภสัชกร จาก สสจ.ลำปาง 1 คน พยาบาลวิชาชีพซึ่งล้วนเป็นบุคลากรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ จำนวน 10 คน จาก ร.พ. แม่พริก สบปราบ ห้างฉัตร เถิน เกาะคา เสริมงาม แม่เมาะ วังเหนือ เมืองปาน  และ ร.พ.งาว รวมทั้งหมด จำนวน 13 คน โดยทีมเจ้าหน้าที่ชุดนี้ เป็นทีมพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยหนัก จะเป็นกำลังเสริมคอยให้การสนับสนุน หรือ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกับบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี


ภาพ/ข่าว  ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ชลบุรี - ปันน้ำใจ สโมสรโรตารี่ มิตรภาพสัตหีบร่วมกับ ชมรมผู้สูงอายุ รพ.สิริกิติ์ มอบข้าวน้ำดื่มให้กับ รพ.อาภากรเกียรติวงศ์

วันนี้ 14 ก.ค.64 ที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สโมสรโรตารี่ มิตรภาพสัตหีบ ร่วมกับ ชมรมผู้สูงอายุ รพ.สิริกิติ์ ปันน้ำใจ นำอาหาร ขนม น้ำดื่มมามอบให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ โดยมี นาวาเอก ก่อพงษ์ หังสพฤกษ์ รอง ผอ.โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ เป็นผู้รับมอบ

ในการนี้ นางรัมพาพรรณ์ อินมะโรง นายกสโมสรโรตารี่ มิตรภาพสัตหีบ พร้อมสมาชิก นาวาเอก สมศักดิ์ พรหมมาลี ประธานชมรมผู้สูงอายุ รพ.สิริกิติ์ และสมาชิก ร่วมมอบสิ่งของเพื่อเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์

สำหรับทาง สโมสรโรตารี่ มิตรภาพสัตหีบและชมรมผู้สูงอายุ รพ.สิริกิติ์ ขอเป็นกำลังใจให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ จึงร่วมกันมอบนำอาหาร ขนม น้ำดื่ม ในครั้งนี้เพราะหวังเป็นกำลังใจ ส่งพลังเล็ก ๆ จากพวกเรา ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าอยู่ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามทาง สโมสรโรตารี่ มิตรภาพสัตหีบ และชมรมผู้สูงอายุ รพ.สิริกิติ์ ฝากความห่วงใยถึง ประชาชาชน ขอให้ประชาชนชาวสัตหีบ ระมัดระวังป้องกันตนเองจาก โควิด-19 ให้มากขึ้น สวมใส่แมสให้มิดชิด ทำความสะอาดมืออยู่บ่อย ๆ ไม่ไปในที่แออัด เราขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนทุกคน เราจะผ่านไปด้วยกัน


ภาพ/ข่าว  นิราช ทิพย์ศรี / นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

นราธิวาส - ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ร่วมส่งกำลังใจและมอบหน้ากากอนามัย ชุดเครื่องนอน ให้กับโรงพยาบาลสนามในจังหวัดนราธิวาส

วันที่ (14 ก.ค. 64) เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล และคณะ เดินทางมามอบหน้ากากผ้า และชุดเครื่องนอน ผ่านทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้กับโรงพยาบาลสนามในจังหวัดนราธิวาส โดยมี นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายปรีชา นวลน้อย ปลัดจังหวัดนราธิวาส นายแพทย์วิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นายแพทย์วิชัย วิเชียรวัฒนชัย ผอ.โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ นายกิตติพนธ์ วุฒิวงศ์ หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดนราธิวาส และผู้บริหารสาธารณสุข  ร่วมรับมอบในครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย ชุดเครื่องนอน 60 ชุด หน้ากากผ้า 200 ชิ้น

ทางด้านนายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจาก หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล / รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมกับทางหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มาแจกหน้ากากอนามัย และชุดเครื่องนอนให้กับผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาลสนามจังหวัดนราธิวาส ไม่เฉพาะในจังหวัดนราธิวาสเท่านั้น แต่จะรวมทั้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ได้กล่าวให้กำลังใจให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ พี่น้องประชาชน ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 และดูแลตัวเองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

เชียงใหม่ - เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ทำโครงการวิจัยอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญและหายากเพื่อการอนุรักษ์

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2564 ในขณะที่ประเทศกำลังกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่นอกจากการป้องกันความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว และผู้ปฏิบัติงานทุกคนแล้ว ยังได้มีมาตรการต่าง ๆ ในการดูแลสัตว์ทุกชนิด และยังมีแนวทางในการอนุรักษ์วิจัย เพื่อส่งต่อพันธุกรรมของสัตว์ป่าหายากเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป

นายเบญจพล นาคประเสริฐ กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นหนึ่งในแหล่งที่ดูแล รวบรวมสายพันธุ์ของสัตว์ป่าที่สำคัญและหายากไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งพันธุ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งในระดับนานาชาติได้มีการศึกษาวิจัย เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าเหล่านี้อยู่หลายหน่วยงาน เช่น WAZA (The world zoo and aquarium association) ได้กำหนดหน้าที่ของสมาชิกสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในระดับโลก ให้ตระหนักถึงการรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยให้การสนับสนุนความรู้ด้านการวิจัยเพื่อการอนุรักษ์เชิงบูรณาการอย่างยั่งยืน ตามรายชื่อในบัญชีแดงของ IUCN (IUCN Red list) หรือ SEAZA (South East Asian Zoo Association) โดยมีเป้าหมายในการจัดการประชากรของสายพันธุ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของภูมิภาคในสวนสัตว์อย่างยั่งยืนเพื่อการอนุรักษ์

และปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนสัตว์ป่าหลายชนิดที่มีการลดลงอย่างต่อเนื่องในธรรมชาติ เช่น เสือปลา กวางผา เลียงผา เสือดำ/ เสือดาว หมีหมา หมีควาย กระทิง วัวแดง สุนัขจิ้งจอกสีทอง หมาไน ฯลฯ อันเนื่องมาจากมีการบุกรุกของมนุษย์ เช่น การทำลายธรรมชาติ ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย เป็นต้น จึงทำให้จำนวนของสัตว์ป่าบางชนิดมีแนวโน้มที่จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ ซึ่งการลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องของสัตว์ป่านั้นไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศทั่วโลกก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน ดังนั้นจึงได้มีการคิดค้นวิธีการที่จะช่วยอนุรักษ์พันธุ์ของสัตว์เหล่านี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป โดยใช้วิธีที่เรียกว่า “เทคโนโลยีช่วยสืบพันธุ์ในสัตว์ป่าหายาก” (Assisted reproductive technology for endangered species) ซึ่งมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จึงได้ร่วมกับภาควิชาศัลยศาสตร์และวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพเชียงใหม่ เลือกทำการวิจัยทางด้านการรีดน้ำเชื้อ การตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ และการทำน้ำเชื้อแช่แข็ง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้ทั่วโลก มีความปลอดภัยสูงต่อสัตว์ และสามารถพัฒนาสายพันธุ์ให้คงอยู่ได้อย่างสมดุลในธรรมชาติ ซึ่งนำไปสู่การดำเนินโครงการ “คืนม้าเทวดาสู่ยอดดอย” ที่เป็นโครงการต่อเนื่องในการวิจัยและอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าหายากของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีต่อไป

ทั้งนี้ ในช่วงเวลานี้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด โดยนักท่องเที่ยวจะต้องลงทะเบียนจองการเข้าชมในช่องทางออนไลน์ล่วงหน้า ได้ที่ www.chiangmainightsafari.com


ภาพ/ข่าว  นภาพร / เชียงใหม่

นราธิวาส - ผบ.พล.ร.15 ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ น้องสุดท้องของกองทัพบก รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก ป้องกันโควิค-19

พลตรี ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม พร้อมทั้งสังเกตุการณ์การเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรก ป้องกันโควิค-19 ให้กับน้องสุดท้องของกองทัพบก ทหารใหม่ผลัดที่ 1/2564 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 และ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 151 ณ ค่ายกัลยานิวัฒนา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส สำหรับการรับทหารกองประจำการผลัด 1/2564 ที่เข้ามารายงานตัวในหน่วยฝึกทหารใหม่ระหว่าง 1-3 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ กองทัพบกได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านกายภาพ อาคาร สถานที่ หลักสูตรการเรียนการฝึกมาตรการป้องกันโรคการรักษาพยาบาลที่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งแผนการฉีดวัคซีนให้กับทหารใหม่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยฝึกทหารใหม่ ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้กับทหารใหม่

โดยให้ดำเนินการฉีดวัคซีนให้ทหารใหม่ก่อนเป็นลำดับแรกเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดการแพร่ระบาดหรือการสูญเสียกำลังพลโดยมอบให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทบ.พิจารณาวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจากกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลนำไปฉีดให้กับทหารใหม่อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะทหารใหม่ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเข้าประจำการ รวมถึงการจัดสรรวัคซีนสำหรับฉีดให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกทหารใหม่ตามลำดับเพื่อให้ทหารใหม่และครอบครัวมีความมั่นใจว่ากองทัพบกได้ให้การดูแลด้านการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับทหารกองประจำการอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ พลตรี ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ได้มอบความห่วงใย ให้กำลังใจ แก่น้อง ๆ ทหารใหม่ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณคณะแพทย์ และพยาบาลจากโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร ที่ได้เดินทางมาอำนวยความสะดวกในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิค-19 ให้กับหน่วยฝึกทหารใหม่ภายในที่ตั้งหน่วย โดยในวันนี้ ทั้ง 2 กองพัน มียอดผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น 249 นาย ซึ่งน้อง ๆ ทหารใหม่ ต้องผ่านกระบวนการในเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิค-19 ได้แก่ 

1.ตรวจสอบเอกสาร และกรอกข้อมูล 

2.คัดกรองวัด สัญญาณชีพ ประเมินความดันไข้ชีพจรรายการหายใจ

3. เจ้าหน้าที่ ซักประวัติกลุ่มเสี่ยง โรคประจำตัวตามเอกสาร และ ให้ผู้รับการฉีดวัคซีนเซ็นเอกสารยินยอมการขอรับการฉีดวัคซีนให้เรียบร้อย กรณีที่คนไข้มีความเสี่ยงเช่นรับประทานยามีโรคประจำตัวอื่น ๆ จะต้องพบแพทย์เพื่อประเมินซ้ำทุกราย

4. จุดบริการวัคซีน จะมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดให้บริการ พยาบาลจะสอบถามและตรวจสอบเอกสารอีกครั้งพร้อมกับแจ้งชนิดวัคซีนที่จะฉีดให้กับผู้ป่วย และให้บริการฉีดวัคซีนกับคนไข้

5. จุดสังเกตอาการหลังฉีดวัคซีน 30 นาทีจะต้องสังเกตอาการทุกรายการสังเกตอาการตั้งแต่ระดับความรู้สึกตัว หากไม่รู้สึกตัวหรือรู้สึกไม่สุขสบายหรือมีความผิดปกติให้คนไข้ เรียกเจ้าหน้าที่ ได้ทันทีจะมีเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน คอยให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอยู่ หากเลย 30 นาทีแล้วสัญญาณชีพปกติดี จึงไป จุดถัดไป และ

6. จุดออกบัตรนัด และ ให้คำแนะนำ จุดนี้จะมีเจ้าหน้าที่แจ้งวันนัดในการฉีดวัคซีนในเข็มถัดไป พร้อมออกบัตรนัด รวมถึงการให้คำแนะนำการปฏิบัติตนหลังกลับบ้านไปแล้ว หากมีอาการผิดปกติได้ประสานโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงของน้อง ๆ ทหารใหม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์ได้ทันที


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

“คกก.กองทุนฟื้นฟูฯ” อนุมัติเงิน 163 ล้านบาท คาดช่วยปลดหนี้เกษตรกร280 ราย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงงบประมาณจากงบดำเนินการ ประจำปี 2564 ที่คาดว่าจะเหลือจ่าย จำนวน 103 ล้านบาท และอนุมัติงบประมาณ หมวดงบเพื่อการจัดการหนี้  จำนวน 60 ล้านบาท จากกองทุนจัดการหนี้เกษตร รวม 163 ล้านบาท นำไปใช้จ่ายในการชำระหนี้เกษตรกร คาดว่าจะช่วยเหลือได้ 280 ราย

นอกจากนั้น เห็นชอบรายชื่อเกษตรกรสมาชิก ที่ทางกองทุนฟื้นฟูฯจะเข้าไปซื้อทรัพย์ที่ถูกขายทอดตลาด (NPA) จำนวน 40 ราย ยอดเงินรวม 34 ล้านบาท และอนุมัติเพิ่มรายชื่อสถาบันการเงินที่กองทุนฯสามารถเข้าไปซื้อหนี้สมาชิกกองทุนได้ คือ บริษัทบริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บริษัทบริหารสินทรัพย์แอคนรีทีพี่(ไทยแลนด์) บริษัทเงินทุนศรีสวัสดิ์ บริษัทบริหารสินทรัพย์พหลโยธิน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top