Thursday, 5 November 2026
THE STATES TIMES TEAM

"IWRM " ภาคธุรกิจจัดการน้ำ เพื่อบริโภคและอุตสาหกรรม "ร่วมแบ่งปันเพื่อสังคม" มอบน้ำดื่ม 3,600 ขวด แก่ "สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ"

วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี "นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์ " กรรมการผู้จัดการ INDUSTRIAL WATER RESOURCE MANAGEMENT CO.,LTD (IWRM) ,นายวิเชษฐ์ เกตุแก้ว ผู้สนับสนุน ประสานงานพื้นที่และชุมชน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีชี), นายชัยพร ภูผารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย / นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์ / นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร ผู้อำนวยการข่าวจังหวัดสมุทรปราการ (หนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์) ร่วมกันมอบน้ำดื่มจำนวน 3,600 ขวด ให้แด่ "นายแพทย์สาธิต สันตดุสิต" ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการบริโภค สำหรับบุคลากร เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่มาเข้ารับบริการจากทางสถาบันฯ

ในการนี้ "นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์" กรรมการผู้จัดการ IWRM ได้กล่าวถึง เจตนารมณ์ วัตถุประสงค์ ที่นำน้ำดื่มมามอบให้วันนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและขอบคุณ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย คนยากไร้ คนพิการ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

อีกทั้ง "นายแพทย์สาธิต สันตดุสิต" ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ยังได้กล่าวขอบคุณผู้บริหาร IWRM พร้อมคณะ ที่ได้เป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน คนพิการ คนยากไร้ ในช่วงสถานการณ์ โควิด-19 นี้เพื่อให้คนไทยอยู่รอดปลอดภัย

พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ ที่มีจิตใจเป็นกุศลอยากจะร่วมบริจาคอาหาร น้ำดื่ม หรือจตุปัจจัยอื่น ๆ สามารถร่วมบริจาคมายัง "สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ" ได้ตามอัธภาพ ในวัน-เวลา ทำการ

'อัศวิน' มอบเครื่องดื่มนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพรให้ผู้ป่วยโควิด-19 ระหว่างรอเตียง ถวายเป็นพระกุศลแด่พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

นายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผึ้งหลวง อัศวิน จำกัด เปิดเผยว่า “ด้วยวันนี้ (13 กรกฎาคม 2564) เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ท่านผู้หญิง ม.จ.พันธุ์สวลี กิติยากร และคุณน้ำผึ้ง ม.ล.สราลี กิติยากร ได้มอบหมายผมให้ดำเนินการนำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มนวัตกรรมสมุนไพรที่มีสารสกัดจากพริกไทยดำ สมุนไพรไทยมากคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มามอบให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่ได้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล อยู่ในสถานะรอเตียงซึ่งตอนนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อถวายเป็นพระกุศลให้กับพระองค์ท่าน กอปรกับความห่วงใยของท่านผู้หญิงพันธุ์สวลีและคุณน้ำผึ้งเอง ซึ่งทั้งสองได้มีปณิธานที่ตั้งใจไว้เสมอว่า จะช่วยเหลือ ดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในขอบเขตความสามารถที่จะทำได้ ซึ่ง ณ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากช่วยเหลือ หรือทำอะไรให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งสภาพทางเศรษฐกิจและสภาวะทางจิตใจ ก็ขอให้ช่วยกัน จะมากจะน้อย ก็จะเป็นเหมือนกำลังใจที่จะทำให้คนไทยทุกคนฟันฝ่าและรอดพ้นจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ไปได้ด้วยกัน”

นายวุฒิศักดิ์ ฯ กล่าวด้วยว่า “สำหรับความคิดที่นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีสารสกัดจากพริกไทยดำ ภายใต้ชื่อ “โครงการสมุนไพรไทย สู้ภัยโควิด” มามอบให้แก่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้น เพราะว่าในตอนนี้มีบทความงานวิจัยจากประเทศอินเดีย In silico investigation of spice molecules as potent inhibitor of SARS -CoV -2 ซึ่งมีการจำลองโมเลกุลของเครื่องเทศ 30 ชนิด ที่ช่วยยับยั้งโคโรนาไวรัส พบว่า ไพเพอรีน (Piperine) ในพริกไทยดำ มีประสิทธิภาพมากที่สุด อันนี้จะบอกว่าเป็นข่าวดีก็ว่าได้ เพราะมันทำให้เรามองเห็นทางรอดในการดูแลรักษาให้ประชาชนมีอัตราการติดเชื้อน้อยลง รวมทั้งมีอัตราการรอดชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019 เพิ่มมากขึ้น เพราะบ้านเรามีการปลูกพริกไทยดำอยู่แล้ว และบริษัท ผึ้งหลวง อัศวิน ฯ ของเราก็มีผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากพริกไทยดำผสมอยู่ด้วย อีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่เพิ่มเติมสารสกัดตัวอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายด้วย เช่น สารสกัดจากกระชายดำ ขมิ้นชัน ถั่งเช่า เสริมด้วยวิตามินบี ซึ่งล้วนแล้วแต่จะช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เราก็เลยผุดไอเดีย โครงการสมุนไพรไทย สู้ภัยโควิด ขึ้นมา เพื่อจะช่วยพี่น้องคนไทยของเราครับ โดยวันนี้เราเริ่มต้นทำพิธีเปิดโครงการในบริเวณบริษัทฯ ของเรา นอกจากจะได้ถวายเป็นพระกุศลแล้วยังได้ทำให้สุขภาพร่างกายของคนไทยปลอดภัยแข็งแรง ซึ่งถ้าหากคิดในเชิงธุรกิจ โครงการสมุนไพรไทย สู้ภัยโควิด ก็ถือเป็นกำไรของบริษัทที่ทำได้ดีที่สุดในสถานการณ์โควิด-19 ครับ และตอนนี้เราก็กำลังติดต่อประสานศูนย์พักคอยต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของเราที่มีทั้งเครื่องดื่มสมุนไพรอัศวิน และ อินเมทต้า แคปซูลสารสกัดสมุนไพรไปมอบให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ซึ่งอยู่ในสถานะรอเตียงต่อไป”

นายวุฒิศักดิ์ ฯ กล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ก่อนหน้านี้เราได้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทั้งที่ครัวพระราชทานอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย รวมถึงโรงพยาบาลสนามมงกุฎวัฒนะและโรงพยาบาลสนามเมืองทองธานี รวมถึงเรายังมีโครงการมอบถุงยังชีพให้ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ หรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการอัศวินปันสุข , อัศวินให้ทำทุน รวมถึงร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ร่วมกับโครงการเรื่องเล่าแบ่งปัน เพราะเรามองเห็นถึงความสำคัญของทุกชีวิตที่ต้องร่วมกันต่อสู้กับวิฤตโควิด-19 ในขณะนี้ เชิญชวนทุกท่าน สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราหรือหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้กำลังใจ ร่วมแรงร่วมใจในการให้ความช่วยเหลือตามกำลังที่ท่านมี มาต่อสู้กับวิกฤตนี้เพื่อที่เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะครับ”

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อได้ที่ Facebook : เครื่องดื่มนวัตกรรมสมุนไพร - Asawin Herbal Drink หรือ โทร.086-336-0605

กาฬสินธุ์ – โควิดพุ่งต่อเนื่อง ขยายเวลาปิดโรงเรียนอีก 14 วัน เตรียมตั้งรพ.สนามเพิ่ม

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาฬสินธุ์มีมติขยายเวลาปิดโรงเรียนและสถานศึกษางดเรียนออนไซต์อีก 14 วัน พร้อมเตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่มรองรับผู้ป่วย หลังสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อที่กลับจากพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑลเพิ่มสูงทุกวัน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ที่ห้องประชุมฟ้าแดดสงยาง ชั้น 2 ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ และกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติม หลังปัจจุบันพบมีผู้ป่วยติดเชื้อกลับจากพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบยอดผู้ติดเชื้อสูงทุกวัน และล่าสุดวันนี้ (12 กรกฎาคม 2564) พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากถึงจำนวน 40 ราย ส่วนใหญ่กลับจากพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่แพร่ระบาด ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อของ จ.กาฬสินธุ์พุ่งสูงไปอยู่ที่ 548 ราย โดยกำลังรักษาอยู่ 349 ราย หายป่วยแล้ว 195 ราย ยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 4 รายเท่าเดิม โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์เข้าร่วมประชุม   

โดยจากสถานการณ์ดังกล่าวที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์มีมติขยายเวลางดจัดการเรียนการสอนแบบนั่งเรียน หรือออนไซต์ ปิดโรงเรียนและสถานศึกษาทุกระดับทั้งจังหวัดอีก 14 วัน จากเดิมได้ประกาศปิดมาตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน - 13 กรกฎาคม 2564 โดยเริ่มผลตั้งแต่วันที่ 14-27 กรกฎาคม 2564  โดยให้จัดการเรียนการสอนให้รูปแบบออนไลน์หรือรูปแบบอื่น อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ที่ประชุมยังได้เตรียมพร้อมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 3 เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 120 เตียง โดยเบื้องต้นจะใช้หอประชุมเอนกประสงค์มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พื้นที่ อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ เพื่อรองรับผู้ป่วย นอกจากนี้ยังได้ให้แต่ละอำเภอทั้ง 18 อำเภอ จัดเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนาม หลังจากโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลประจำอำเภอ รวมทั้งโรงพยาบาลสนามทั้ง 2 แห่งรองรับผู้ป่วยเต็มแล้ว และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกตำบลจำนวน 135 ตำบลจัดเตรียมสถานที่กักตัวผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอีกด้วย

นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า  จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ในขณะนี้ได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มโดยแห่งที่ 3 จะเปิดในวันที่ 14 กรกฎาคม นี้ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จำนวน 120 เตียง โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลนามนและโรงพยาบาลสมเด็จ และในขณะนี้พร้อมเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 4 อำเภอกมลาไสย ที่โรงเรียนกมลาไสย แห่งที่ 5 ที่โรงเรียนโนนสวรรค์ อำเภอกุฉินารายณ์ แห่งที่ 6 หอประชุมอำเภอท่าคันโท แห่งที่ 7 หอประชุมอำเภอยางตลาด แห่งที่ 8 หอประชุมอำเภอสหัสขันธ์ และเตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามให้ครบ18 อำเภอ ภายในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ คาดว่าจะมีเตียงในโรงพยาบาลสนาม รวมทั้งหมดกว่า 1,000 เตียง รองรับผู้ป่วยโควิด -19 จังหวัดกาฬสินธุ์

นายทรงพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้พิจารณามาตรการยกระดับการป้องกันโรคโควิด-19 ตามคำสั่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ ฉบับที่ 29 โดยขยายเวลาปิดการเรียนแบบ On-site ออกไปอีก 14 วันเริ่มวันที่ 14 - 27 กรกฎาคม 2564 งดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร การประชุมสัมมนา จัดได้ไม่เกิน 50 คน ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด จะต้องรายงานตัวกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ และกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือ อสม.เพื่อทำการตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงโรคโควิด-19

ชลบุรี - ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ร่วมออกเรือกับ ร.ล.สายบุรี เพื่อติดตามการทดสอบความพร้อมหลังการซ่อมทำกำลังทางเรือที่มีความพร้อมรบ และพร้อมปฏิบัติการในทุกภารกิจ

วันที่ 12 ก.ค. 64 พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ , พล.ร.ท.สมัย ใจอินทร์ รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ , คณะฝ่ายอำนวยการฯ และผู้บังคับบัญชาของกองการฝึกกองเรือยุทธการ  ร่วมออกเรือ เพื่อทดสอบความพร้อมหลังการซ่อมทำของ ร.ล.สายบุรี ทั้งในด้านองค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี เนื่องจากเรือเข้ารับการซ่อมทำเป็นเวลานาน จึงต้องมีการตรวจสอบความพร้อมของเรือ เพื่อนำข้อมูลส่งให้หน่วยเทคนิคในฐานะหน่วยซ่อมบำรุง (ทางองค์วัตถุ) และทัพเรือภาคต่าง ๆ ในฐานะหน่วยผู้ใช้งาน โดยกองการฝึกกองเรือยุทธการจัดผู้ประเมินการทดสอบ โดยใช้พื้นที่บริเวณอ่าวไทยตอนบน

ความพร้อมของเรือและอากาศยาน ถือเป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการกองเรือยุทธการให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งในห้วงเดือนที่ผ่านมา ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการได้เชิญกองเรือต่าง ๆ มาบรรยายและนำเสนอข้อมูลความพร้อมของเรือที่อยู่ในความรับผิดชอบ ปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องต่าง ๆ รวมทั้งความก้าวหน้าของการซ่อมทำเรือ เพื่อที่จะร่วมหาแนวทางแกัไข และเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

หลังจากที่รับฟังข้อมูลจากกองเรือต่าง ๆ แล้ว เมื่อวันที่ 18 และ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้ลงพื้นที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ จ.ชลบุรี และอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ จ.สมุทรปราการ เพื่อประสานการปฏิบัติรวมทั้งเยี่ยมกำลังพล และตรวจดูสภาพของเรือที่อยู่ในระหว่างการซ่อมทำ เพื่อรับทราบปัญหา ข้อขัดข้องต่าง ๆ สำหรับประเมินความพร้อมของเรือภายหลังจากการเข้ารับการซ่อมทำ ต่อไปเรือที่เข้ารับการซ่อมทำจากหน่วยเทคนิค เมื่อซ่อมทำเสร็จ และส่งมอบเรือ ให้กองเรือยุทธการแล้ว จะให้มีการตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยให้กองการฝึกกองเรือยุทธการดำเนินการตรวจสอบในสาขาต่าง ๆ เพื่อเป็นกระจกเงาสะท้อนความพร้อมของเรือภายหลังการซ่อมทำ ก่อนจะออกปฏิบัติราชการ เพื่อจะได้ช่วยกองเรือตรวจสอบ และรายงานผลของการซ่อมทำไปให้กับหน่วยเทคนิคต่าง ๆ ที่ดำเนินการซ่อมทำในแต่ละสาขาที่เกี่ยวข้องได้รับทราบต่อไป


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

สตูล - สมาคมประชาคมคนตาบอดไทยมอบถุงยังชีพ 41 ชุด พร้อมเงินจำนวน 20,500 บาท ช่วยเหลือเยียวยาคนตาบอดในพื้นที่จังหวัดสตูล ที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19

ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล รับมอบถุงยังชีพ จำนวน 41 ถุง และเงินสดจำนวน 20,500  บาท จาก นายพัฒน์ธนชัย สระกวี นายกสมาคมประชาคมคนตาบอดไทยและคณะ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาคนตาบอดในพื้นที่จังหวัดสตูลที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 จำนวน 41 ราย โดยให้ทางจังหวัดสตูลได้ไปจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้พิจารณาคัดเลือกเพื่อส่งมอบถุงยังชีพพร้อมเงินสดช่วยเหลือรายละ 500 บาท ให้แก่คนพิการทางการมองเห็นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 องค์กรละ 1 ราย จำนวน 41 แห่ง โดยมีพันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ ท้องถิ่นจังหวัดสตูล และนางประทุม อู่เจริญ คลังจังหวัดสตูล ร่วมรับมอบด้วย

ทั้งนี้ทางสมาคมฯ ยังคงต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอที่จะช่วยเหลือคนตาบอดในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการช่วยเหลือคนตาบอดที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 โดยการโอนเงินผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์ เลขที่บัญชี 4-8101-4002-4 ประเภทบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดในประเทศไทย หรือร่วมบริจาคเป็นสิ่งของ เพื่อใช้ในการจัดทำถุงยังชีพ สามารถบริจาคด้วยตนเอง หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ ที่ 63/374 หมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ซอย 10/11 หมู่ที่ 6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 สอบถามรายละเอียดโทร. 08-9994-6656


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี / ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

สมุทรปราการ - ดับอดีตเซียนพระ เหยื่อโควิด !! เจ้าอาวาส เผย สงสารและเป็นห่วงประชาชน

ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีฌาปนกิจศพให้ผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยมีข้าราชการตำรวจ พยาบาล และญาติผู้เสียชีวิตร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแบบ New normal

โดยท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง กล่าวว่า วัดได้รับฌาปณกิจศพเหยื่อโควิดมาหลายศพแล้ว ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 64 ซึ่งขณะนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลางได้เผาศพเหยื่อโควิด-19 ไปแล้วรวม 36 ราย และรู้สึกมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนทุกคนรวมถึงสงสารครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 และบุคลากรทางการแพทย์ อีกทั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้ประกอบพิธีทำบุญทักษิณานุปทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19

อีกทั้งขณะนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้สั่งให้ทางคณะเจ้าหน้าที่วัดช่วยกันแพคข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงของใช้ที่จำเป็นต่าง ๆ มากมายเพื่อเตรียมไปบริจาคให้กับผู้ที่เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และนำไปมอบให้กับผู้ป่วยติดเตียง คนพิการในพื้นที่ต่าง ๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้เตาเผาศพที่ใช้เผาศพโควิดอาจมีการเสื่อมสภาพได้เพราะต้องใช้ความร้อนสูงมากและเผาอยู่ตลอดแทบทุกวันก็อาจมีการเสื่อมสภาพได้เป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ทางวัดจะอนุเคราะห์เผาศพโควิดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าเตาเผานั้นจะแตก หรือจนกว่าจะไม่สามารถเผาต่อได้ ขณะนี้วัดบางพลีใหญ่กลาง มีญาติผู้เสียชีวิตเข้ามาติดต่อขอให้ทางวัดช่วยเผาศพโควิด และมีคิวจองเผาศพโควิด-19  อยู่อีกหลายราย ทางวัดก็มีความยินดีรับอนุเคราะห์ทุกราย  แต่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางจะไม่รับฌาปนกิจศพเฉพาะวันศุกร์เท่านั้น   


ภาพ/ข่าว  คิว-ข่าวสมุทรปราการ  รายงาน

ขอนแก่น - ประกาศชัดเศรษฐกิจขอนแก่นต้องรอด นำบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจตบเท้า เข้ารับการฉีดวัคซีนทางเลือกคึกคัก "ชาญณรงค์" กำชับผู้ประกอบการทุกแห่งปฎิบัติตามคำสั่งอย่างเข้มงวด ทุกคนต้องช่วยกันจึงจะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ก.ค. 2564 ที่ห้องประชุมชั้น 13 รพ.ราชพฤกษ์ ถ.มิตรภาพ เขตเทศบาลนครขอนแก่น สถานที่ที่ใช้ในการฉีดวัคซีนทางเลือกสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ใน เขต จ.ขอนแก่น ตลอดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนที่ได้รับการยืนยันรับวัคซีนทางเลือกจากหอการค้า จ.ขอนแก่น ทยอยกันมารายงานตัวและเข้ารับการฉีดวัคซีน "ชิโนฟาร์ม" วัคซีนทางเลือกที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ทำการจัดสรรให้กับหอการค้า จ.ขอนแก่น จำนวน 2,400 โดส โดยมีกำหนดการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.)

นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล ประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น กล่าวว่า หอการค้าขอนแก่น จัดอยุ่ในกลุ่มองค์กรเอกชนขนาดใหญา ซึ่งในระดับจังหวัดยอมรับว่าองค์กรภาคธุรกิจเอกชนนั้นมีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการได้รับการจัดสรรวัคซีนจากหน่วยงานภาครัฐอาจจะไม่ทั่วถึงเนื่องจากจะต้องใช้กับบุคลากรด่านหน้า แต่ตามการจัดสรรวัคซีนของทางจังหวัดและคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ และทันทีที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ให้องค์กรเอกชนได้ดำเนินการตามนโยบายและระเบียบที่กำหนด หอการค้าขอนแก่น จึงขอรับการจัดสรรวัคซีนทางเลือกในชุดแรก ซึ่งได้รับการจัดสรรทั้งสิ้น 2,400 โดส สำหรับการฉีดให้กับบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจ 1,200 คน

"วรรคซีนจากทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะช่วยเราได้อย่างมาก เนื่องจากเป็นการจัดสรรให้กับบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องออกเดินทางติดต่อหรือ ต้อนรับลูกค้า ต้องติดต่อส่วนราชการ หรือเดินทางไปต่างประเทศ กลุ่มนี้จึงมีความอ่อนไหวและมีความเสี่ยง หอการค้าจึงได้ติดต่อและขอรับวัคซีนซิโนฟาร์ม ด้วยการดำเนินการในส่วนของทุนภาคเอกชน  ในลักษณะการบริจาคให้กับทางสถาบัน และนำมาจัดสรรให้กับองค์กรสมาชิกของหอการค้า เพื่อให้ทุกคนได้ มีส่วนร่วมและการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามสนับสนุนให้ประชาชนคนขอนแก่นและคนไทยทั้งประเทศได้รับเร็วขึ้น เพราะเราต้องต่อสู้กับโควิดไปอีกนาน"

ประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า เมื่อคนจำนวนมากได้รับวัคซีนมากขึ้นแล้ว ก็จะเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจที่เข้มข้น แต่โจทย์ที่สำคัญคือเมื่อมีคนเดินทางเยอะขึ้น จังหวัดจะต้องรับแขกหรือรับการประชุมสัมมนา หรือจัดงานขนาดใหญ่ เช่นที่ขอนแก่น ซึ่งเราเป็นจังหวัดแห่งการประชุม สัมมนาและจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบกับการที่ขอนแก่นเป้นเมืองแห่งการแพทย์ หรือเมดิคอลฮับที่ชัดเจน  ซึ่งการที่ภาคเอกชนได้ให้การสนับสนุนทางการแพทย์ ที่แสดงให้เห็นแล้ววันนี้ จะเป็นภาพแห่งความเข้มแข็ง ที่เราทุกคนจะก้าวผ่านวิกฤติเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

"เมื่อถึงวันที่เรามีภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งอาจจะสร้างขึ้นในกลุ่มก้อนขนาดเล็กและสะสมจนครบทั้ง 70% ของประชากรชาวขอนแก่น หรือประมาณ 1.2 ล้านคน จากทั้งหมด 1.8 ล้านคน ซึ่งหากเราพูดถึงเฉพาะในพื้นที่เมืองหรือเฉพาะย่านการค้าและย่านที่มีการจัดประชุมสัมมนา ขณะนี้กลุ่มนี้ได้รับวัคซีนที่อยู่ในระดับปลอดภัยและตัดการแพร่กระจายได้  ซึ่งทำให้คนที่จะเดินทางเข้ามาติดต่อนั้นได้มั่นใจว่าขอนแก่นปลอดภัย ขณะที่คนที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัด ก็ได้รับการฉีดวัคซีแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตามชุดแรกจำนวน 2,400 โดส ซึ่งจะฉีดให้กับคน 1,200 คน  ซึ่งในชุดที่ 2 เราจะสำรวจว่าต้องการวัคซีนอยู่เท่าไหร่ เน้นหนักไปในกลุ่มเอสเอ็มอี โดยเฉพาะพ่อค้ารายเล็ก ที่รัฐอาจจะดูแลไม่ทั่วถึงเราก็จะพยายามดูแลเข้าไปจนถึงจุดนี้ เพราะจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงในด่านหน้าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการในระยะนี้มีภาวะเสี่ยงมีการเคลื่อนย้ายของแรงงานแล้วก็การรับเชื้อที่เร็วกว่าเดิม ดูได้จากจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในเขต จ.ขอนแก่น ที่มีมากขึ้น ทำให้การเรารณรงค์ให้ทุกคนระมัดระวังและป้องกัน รวมทั้งการปฎิบัติตามคำสั่งอย่างเข้มงวด เป็นสิ่งที่ต้องร่วมมือกัน เพราะเราอาจจะเลี่ยงไม่ได้และอาจจะเป็นเรื่องที่หนีไม่ได้ เราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ต่อไปและทุกคนต้องปลอดภัย เข้มแข็ง และปฎิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด"

'เกาะปันหยี' ILINK เซ็นต์สัญญา ก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 33 เควี 'เกาะปันหยี' จังหวัดพังงา มูลค่า 143 ล้านบาท

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ ILINK ได้ลงนามร่วมกับ นายศุภชัย เอกอุ่น รองผู้ว่าการวิศวกรรม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 เควี เกาะปันหยี จังหวัดพังงา มูลค่างาน 143,980,000 บาท สัญญาจ้างเลขที่ จ.100/2564  สัญญาลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 360 วัน

โดยจะได้เร่งรัดให้แล้วเสร็จก่อนกำหนดเวลา เพื่อสนับสนุนให้ชาวเกาะปันหยี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้ใช้ไฟฟ้าจากแผ่นดินใหญ่ที่มีความเสถียร และประหยัดได้โดยเร็ว ข้อสำคัญลดการปั่นไฟฟ้าในเกาะ จะทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น

ปทุมธานี – ผู้ว่าฯ ร่วมกับบิ๊กแจ๊ส เปิดโรงพยาบาลสนามวิทยาลัยการอาชีวะ 450 เตียง

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 10:00 น. นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พลอากาศตรี นายแพทย์สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเปิดโรงพยาบาลสนาม 450 เตียง รองรับประชาชนที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโร่นา 2019 (COVID-19) ที่ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมจำนวน 13,105 ราย รักษาหายแล้วจำนวน 6,077 ราย อยู่ระหว่างการรักษาจำนวน 6,945 ราย ทำให้จำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลภาครัฐและโรงพยาบาลสนามมีไม่เพียงพอจึงทำให้ต้องเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่ม ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ดูแลตัวเองอยู่ที่บ้านอยู่ระหว่างรอเตียงจำนวนมากกว่า 2,500 ราย ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปทุมธานี จึงมอบหมายให้ องค์การบริหารส่วยจังหวัดปทุมธานี และวิทยาลัยการอาชีวะ บางพูน เปิดโรงพยาบาลสนามจำนวน 450 เตียง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์จาก โรงพยาบาลปทุมธานี ดูแลผู้ติดเชื้อ

ด้าน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากปัจจุบันพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ได้เฝ้าระวังแล้วก็ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ทั้งหมดเป็นภาพรวมที่ทุกคนต้องร่วมมือกันในการทำงาน รวมถึงการเตรียมทำงานในชุมชน โดยทุกอำเภอจะมีสถานที่พักคอยเพื่อรอเตียง มีบุคลากรทางการแพทย์และทุกภาคส่วนเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน มีการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ในสถานการ์เช่นนี้เป็นกำลังให้กันและกัน ให้บุคลากรทุกภาคส่วนได้ช่วยกันทำงานและทุกท่าน


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ช่วยหญิงท้องแก่ติดโควิด 2 ราย พร้อมเตรียมตั้งศูนย์วิดีโอคอลเซ็นเตอร์ปรึกษาอาการป่วย

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 14:00 น. ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เตรียมเปิดศูนย์วิดีโอคอลเซ็นเตอร์ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี เพื่อให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่กักตัวเองที่บ้าน ได้ปรึกษาอาการจากแพทย์ได้โดยตรง แบ่งเบาภาระของแพทย์ในโรงพยาบาล

จากกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้สละเงินเดือน 3 เดือน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยประชาชนทั่วไปสามารถโทร.สายด่วน 1300 เพื่อประสานของความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ว่าฯและทีมงาน ได้ลงพื้นที่นำสิ่งของอุปโภคบริโภครวมถึงห้องน้ำสำเร็จรูป ไปมอบให้กับผู้ป่วย ติดโควิดและรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ทั้งผู้ขาดแคลนและมีอายุมาก มอบให้ใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการระบาดไปสู่คนอื่น รวมถึงรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชน และประสานงานหาเตียงให้กับผู้ป่วย

ล่าสุดได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีผู้ป่วยหญิง 2 ราย ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน และ 8 เดือน ที่ติดเชื้อโควิดมาหลายวันต้องการขอความช่วยเหลือเพื่อเข้ารับการรักษา จึงเร่งนำรายชื่อเข้าแจ้ง ให้สาธารณสุขจังหวัดเข้าช่วยเหลือทั้งสองคนเป็นการด่วนโดยให้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อได้ทราบว่ามีหญิง 2 ราย ตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนและ 8 เดือน ได้เร่งดำเนินการประสานเข้าในระบบสาธารณสุข ในเรื่องการจัดหาเตียงและโรงพยาบาล รวมถึงแพทย์ให้เหมาะสมกับอาการของทั้ง 2 ท่าน ซึ่งถ้าจะยังไม่มีเตียงเราจะส่งแพทย์เข้าไปดูแลเบื้องต้นก่อนขณะนี้ตนเองและทีมงานอยู่ระหว่างการวางแผนดำเนินการตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ และนำแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชน มาที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี เพื่อไว้บริการประชาชน เมื่อพี่น้องประชาชนมีปัญหา อยากปรึกษาแพทย์สามารถพูดคุยผ่านแอปในโทรศัพท์ เช่น ZOOM หรือวิดีโอคอลพูดคุยกับแพทย์โดยตรง เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของแพทย์และบุคลากรทางแพทย์ในโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย

เนื่องจากสถานการ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดปทุมธานี มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น เตียงภายในโรงพยาบาลถูกใช้มากขึ้น ดังนั้นแนวทางการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ที่กระทรวงสาธารสุขได้กำหนดไว้ หากเราเสริมบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้แพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนมาให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ จะได้ทำทั้ง 2 ระบบควบคู่กันไป “ผมเชื่อว่าหากผู้ป่วยได้พูดคุยกับแพทย์ ก็จะได้กำลังให้ดีขึ้น รวมถึงให้พี่น้องได้อุ่นใจและวินิจฉัยโรคได้ทันท่วงทีรวมถึงการจัดส่งยาให้ผู้ป่วยที่ รักษาตัวอยู่ทางบ้านก็จะได้ทันต่ออาการป่วยที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน”

นอกจากนี้ขณะที่ได้ลงพื้นที่นำสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปมอบให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้พบว่ามีพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหา ไม่สะดวกในการใช้ห้องน้ำ จึงมีผู้ในบุญนำห้องน้ำมาบริจาคจำนวน 4 ห้อง ถือว่าเป็นอานิสงส์ สำหรับผู้ที่กักตัวหรือคนที่ไม่มีห้องน้ำ ได้ใช้ห้องน้ำที่สะดวกขึ้น และยังพบพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาหลังคาบ้านชำรุด เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูฝน พบว่าหลายหลังที่หลังคารั่ว จึงมีความจำเป็นจะต้องปรับปรุงให้ใหม่ จะได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข การช่วยเหลือผู้อื่น ก็เหมือนเป็นการช่วยเหลือตนเอง เมื่อผู้อื่นมีความสุขเราก็มีความสุขตามไปด้วย


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top