Wednesday, 2 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี - สงขลา - ด่วน เรือเฟอร์รี่ ชลบุรี-สงขลา เที่ยวแรกเทียบท่าแล้วไร้ปัญหา เตรียมเปิดให้บริการ 21 พ.ค.นี้

ทดสอบเที่ยวแรก เรือเฟอร์รี่เส้นทางชลบุรี-สงขลา ล่าสุดเข้าเทียบท่าที่ จ.สงขลา แล้ววันนี้ เผยใช้เวลาวิ่งแค่ 18-20 ชม. และไร้ปัญหา ตั้งเป้าเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเที่ยวแรก 21 พ.ค.นี้

“เรือเฟอร์รี่ ดิ บลู ดอลฟิน” ของบริษัท ซี ฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด ซึ่งเป็นเรือที่จะเปิดให้บริการขนส่งทางทะเล เส้นทาง ชลบุรี-สงขลา ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ ได้เข้าจอดเทียบท่าที่บริเวณท่าเทียบเรือประทีปซีแลนด์ คอนสตรัคชั่น ถนนแหล่งพระราม เขตเทศบาลนครสงขลาแล้ว โดยเป็นการทดลองเดินทางครั้งแรกของเรือลำนี้ เส้นทางชลบุรี-สงขลา เพื่อเช็คเส้นทางเดินเรือ ทดสอบการเดินเรือ และการเข้าจอดเทียบท่า เพื่อให้มีความพร้อมที่สุด และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยตามแผนจะเปิดให้บริการในวันที่ 21 พ.ค.นี้ จาก จ.ชลบุรี มายัง จ.สงขลา

นายพิพัฒน์ชัย จันทร์เรือง หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท ซี ฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการทดสอบการเดินเรือ วิ่งจากสัตหีบมาที่ จ.สงขลา หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็จะเริ่มเปิดให้บริการได้ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.นี้ เส้นทางชลบุรี-สงขลา ซึ่งจะตรวจสอบความพร้อมทุกอย่าง รวมถึงผู้ประกอบการ และจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง ทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ

โดยเรือลำนี้ สามารถบรรทุกรถ 10 ล้อได้ 60 คัน และรถเก๋งอีก 20 คัน ผู้โดยสาร 586 คน และในเรือก็จะมีทั้งห้องอาหาร และที่พัก ซึ่งเรือลำนี้จะมาช่วยทั้งด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของ จ.สงขลา และ จ.ชลบุรี โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่วนค่าโดยสารกำลังอยู่ระหว่างการขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า และจะประกาศผ่านทางเว็บไซต์ให้ทราบรายละเอียดอีกครั้ง โดยเรือลำนี้สามารถโต้คลื่นได้ขนาด 5-10 เมตรได้อย่างสบาย จึงมั่นใจในความปลอดภัยในการเดินทาง

สำหรับรายละเอียดของ “เรือเฟอร์รี่ ดิ บลู ดอลฟิน” ของบริษัท ซี ฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด มีขนาด 7,003 ตันกรอส ความยาว 136.6 เมตร ความเร็ว 17 น็อต หรือ 31.48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับรถบรรทุกได้ประมาณ 60 คัน รถยนต์ส่วนตัว 20 คัน ผู้โดยสารประมาณ 586 คน จะใช้เวลาในการเดินทางจากท่าเรือจุกเสม็ด หรือท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ จ.ชลบุรี ถึง จ.สงขลา ระยะเวลาเพียง 18-20 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าทางรถยนต์ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 23-24 ชั่วโมง ทั้งยังรองรับการขนส่งในอนาคตด้วย

โดย “เรือเฟอร์รี่ ดิ บลู ดอลฟิน” มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้องพัก โซนอาหารและเครื่องดื่ม เหมือนเรือท่องเที่ยวกึ่งเรือสำราญ ซึ่งได้รับการตรวจรับรองความปลอดภัยจากกรมเจ้าท่าแล้ว เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา และคนประจำเรือได้รับการฝึกอบรมตามข้อกำหนด มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน การคมนาคมขนส่งทางน้ำ ในเส้นทางนี้ จะเป็นประโยชน์ในการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เข้ากับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ SEC ช่วยเพิ่มศักยภาพของการขนส่งทางน้ำ ลดต้นทุน และอุบัติเหตุจากการขนส่งทางบก และลดปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM2.5


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

เชียงใหม่ - ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้แทน ตร. เดินทางมาประชุมเพื่อรับทราบสถานการณ์ และแผนการสกัดกั้นคนต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และการบริหารจัดการวัคซีนให้แก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 21 พ.ค.64  เวลา 10.30 น. ด้วย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความห่วงใยข้าราชการตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงต่อการต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ประธานคณะทำงานการจัดหาและฉีดวัคซีนฯ พิจารณาจัดสรรวัคซีนเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากที่ได้รับการจัดสรรจากสาธารณสุขจังหวัด ให้แก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดนั้น

พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้แทน ตร.เดินทางมาประชุมเพื่อรับทราบสถานการณ์และแผนการสกัดกั้นคนต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และการบริหารจัดการวัคซีนให้แก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  พร้อมทั้งเป็นตัวแทน ตร. มอบวัคซีนจำนวน 3,200 โดส เพื่อฉีดให้แก่ข้าราชการตำรวจทุกหน่วยในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมอบหมายให้โรงพยาบาลดารารัศมี เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการฉีดให้ข้าราชการตำรวจในโอกาสต่อไป

โดยมี พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 รรท. ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ  จีระนันตะสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ , พล.ต.ต.หญิง พิมพรรณ ทรัพย์ขำ ผบก.รพ.ดร. และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมประชุมและรับมอบวัคซีน ณ ห้องประชุม 4 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ตราด - ผู้นำชุมชนบ้านบางเบ้า ร่วมมือหลายภาคส่วน รื้อถอนเศษซากเสาปูนที่ตั้งโด่เด่ในทะเล

วันที่ 21 พ.ค.64 นายเติมศักดิ์ เสริฐศรี ผู้ใหญ่บ้านบางเบ้า หมู่ 1 ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนเองพร้อมด้วย ทีมงานผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,สารวัตรกำนัน,ผู้นำชุมชน, เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง,ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว,เจ้าของธุรกิจต่างๆในชุมชนบ้านบางเบ้า,เจ้าของธุรกิจเรือนำเที่ยวเพิ่มพูลทรัพย์ ได้ให้การสนับสนุนเรือจำนวน 3 ลำ พร้อมพนักงาน และชาวบ้านบางเบ้าอีกจำนวนหลายคน ได้ร่วมมือกันทำการรื้อถอนเสาคอนกรีต (เสาปูน) ที่ตั้งโด่เด่!จำนวนมากอยู่ในทะเลใกล้ๆกับสะพานชุมชนบ้านบางเบ้า พร้อมกับนำเรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ดำเนินการชักลากเสาปูนและเศษซากสิ่งก่อสร้างของตัวอาคาร (อดีตโรงแรม เกาะช้างซีฮัท) โดยทางอุทยานฯเกาะช้างได้ทำการรื้อถอนตัวอาคารออกไป เมื่อช่วงปลายปี 2553 ที่ผ่านมา เนื่องจากคดีได้ถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาล จ.ตราด ให้มีการรื้อถอน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อไปยืนที่สะพานบ้านบางเบ้า จะได้เห็นมีเศษซากของเสาปูน-ส่วนประกอบฐานล่างของห้องน้ำ ตั้งเรียงรายอยู่ในทะเลจำนวนมาก  

นายเติมศักดิ์ เสริฐศรี ผู้ใหญ่บ้านบางเบ้า หมู่ 1 ต.เกาะช้างใต้ กล่าวว่า การดำเนินการรื้อถอนเศษซากเสาปูนและส่วนประกอบฐานล่างของห้องน้ำ ที่ตั้งโด่เด่อยู่ในทะเลใกล้ ๆ สะพานบ้านบางเบ้าในครั้งนี้ เพื่อปรับทัศนียภาพ สิ่งแวดล้อมโดยรอบชุมชนในทะเลบ้านบางเบ้า ให้ดูสะอาดตาและสวยงามในสายตานักท่องเที่ยวและคนทั่วไป อีกทั้งยังส่งผลดีให้เรือของชาวบ้านในชุมชน สามารถวิ่งเข้า-ออกบริเวณดังกล่าวได้อย่างสะดวกสบาย เตรียมพร้อมต้อนรับเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว หลังจากผ่านพ้นวิกฤตการระบาดของโควิด-19 โดยจะมีการใช้เรือทำการลากจูงเศษซากเสาปูนที่รื้อถอนออกทั้งหมดนำไปทำเป็นแนวปะการังเทียม แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ เกิดประโยชน์กับเรือประมงพื้นบ้านหรือเรือขนาดเล็กแนวชายฝั่ง พร้อมกับมีการทำค่าพิกัด GPS เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับการดำเนินการรื้อถอนเศษซากเสาปูนในทะเลดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 2-3 วัน  


ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค /รายงาน

ปทุมธานี - รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง วัดเกาะเกรียง

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 เวลา 08.00 น. นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพื้นที่สำหรับโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง วัดเกาะเกรียง ตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี นายจักรกฤษณ์ ทองสิริประภา เลขานุการคณะทำงานฯ กล่าวว่า วัดเกาะเกรียง โดยมี พระมหาบัญญัติ สุจิตฺโต ดร. เจ้าอาวาสวัดเกาะเกรียง เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่จะสนองแนวพระราชดำริ และพระบรมราโชบายการสืบสาน รักษา และต่อยอดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน รวมทั้งขยายผลแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปสู่ประชาชนเพื่อจะได้น้อมนำไปปฏิบัติให้เป็นวิถีชีวิต ขับเคลื่อนกิจกรรม โคก หนอง นา โมเดล ให้เป็นจุดตัวอย่าง เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการพื้นที่ใช้สอยที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน ปรับปรุงพัฒนาสภาพแวดล้อมระบบนิเวศน์ภายในชุมชนรอบข้าง ให้มีความสมดุลอย่างยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องภัยแล้งและส่งเสริมการประกอบอาชีพ การใช้น้ำน้อย โดยกิจกรรม โคก หนอง นา โมเดล เป็นกลไกในการขับเคลื่อน ซึ่งในวันนี้มีพัฒนาการจังหวัดปทุมธานี วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี ดร.จิดาภา แต่สกุล นายกสมาคมสตรีไทยสากล นายธนบดี ศรีเมือง พร้อมด้วยคณะทำงานฯ ข้าราชการ จิตอาสา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมพิธีฯ

ทั้งนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าจังหวัดปทุมธานีพร้อมสนับสนุนการดำเนินโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง วัดเกาะเกรียง ซึ่งวัดเกาะเกรียงนั้นนับเป็นวัดแรกในจังหวัดปทุมธานีที่ดำเนินโครงการนี้ สำหรับโครงการโคก หนอง นานั้น โคก หมายถึงพื้นที่สูงสำหรับเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช หนองสำหรับการกักเก็บน้ำ และนาสำหรับทำการปลูกข้าว จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ยังได้สักการะศาสนสถานสำคัญภายในวัดอีกด้วย


ภาพ/ข่าว  วะจะนะชัย วาจาพารวย รายงาน

สุโขทัย - สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานอุปกรทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลสุโขทัย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลสุโขทัย เพื่อเพิ่มศักยภาพ และประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

วันนี้ (21 พ.ค. 64) เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุมศรีสุโขทัย ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสุโขทัย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ คือ เครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูง (Humidifier With Intgrated Flow Generator) หรือ เครื่องออกซิเจนไฮโฟลว์ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด – 19 โดยมีดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ,นพ.มาโนช อู่วุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุโขทัย ,ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย และบุคลากรทางการแพทย์ร่วมพิธี

ตามที่เกิดการระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งการระบาดในครั้งนี้ส่งผลเป็นวงกว้าง ทําให้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่างๆ เป็นจํานวนมาก หลายโรงพยาบาลขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยเฉพาะ “เครื่องออกซิเจน ไฮ โฟลว์” (Oxygen High Flow) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความจําเป็นและสําคัญในการช่วยชีวิตผู้ป่วยภาวะหายใจล้มเหลว หรือมีภาวะพร่องออกซิเจน และเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์ และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้พระราชทานงบประมาณจาก “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่าง ๆ )” จัดซื้อ “เครื่องออกซิเจน ไฮ โฟลว์” (Oxygen High Flow) จํานวน 530 เครื่อง และมีพระราชานุมัติพระราชทานแก่โรงพยาบาลแล้ว 456 เครื่อง ในกว่า 80 โรงพยาบาล ทั่วทุกภาคของประเทศ

ชลบุรี – กราบหัวใจ ! รองผู้การเมืองชล ต่อแถวเข้าคิวฉีดวัคซีนโควิดเคียงข้างชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.64 ซึ่งเป็นวันแรกของการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับประชาชนในเขตเมืองพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียง โดยเมืองพัทยากำหนดใช้อาคารกรีฑาในร่มเมืองพัทยา ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เป็นสถานที่บริการวัคซีนให้ประชาชนนั้น

มีรายงานว่า สำหรับสถานที่ดังกล่าวรองรับการให้บริการฉีดวัคซีนซิโนแวค ให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียงรวม 3 ตำบลของอำเภอบางละมุง ซึ่งให้บริการวัคซีนวันละประมาณ 4,000 โดส เป็นเวลา 2 วัน มีประชาชนซึ่งประกอบการอาชีพกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ทั้ง บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครู ตำรวจ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และหน่วยงานภาคปฏิบัติที่มีการทำงานสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ที่ลงทะเบียนในระบบสาธารณสุข เข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ในกลุ่มประชาชนที่มารอเข้าคิวต่อแถวตามเวลานัดหมาย ได้ทยอยเดินเท้าเข้าอาคารเพื่อเข้าระบบการรับวัคซีนกันอย่างต่อเนื่องนั้น ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็นนายตำรวจนายหนึ่งยืนรอคิวร่วมกับประชาชน ที่มารับบริการวัคซีน พร้อมปฏิบัติตามระเบียบของเจ้าหน้าที่ตามขั้นตอน ทราบต่อมาคือ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ที่เดินทางมารับวัคซีนแบบประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง โดยไม่ถืออภิสิทธิ์แต่อย่างใด สร้างความประทับใจต่อผู้ทราบข่าวและเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

กรุงเทพฯ - จก.ขส.ทร.จัดกิจกรรมวันอาภากร บริจาคโลหิต และมอบสิ่งของให้ชุมชนใกล้เคียงสู้โควิด-19

พลเรือตรี สาธิต นาคสังข์ เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ (จก.ขส.ทร.) จัดกิจกรรมเนื่องในวัน อาภากร โดยจัดพิธีบวงสรวงและอ่านคำประกาศพระเกียรติคุณ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์​บริเวณ​หน้า​กองบังคับการ​ และ​จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต​ เพื่อสนับสนุน​โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า​ กรมแพทย์ทหารเรือ​ นำโลหิตไปช่วย​เหลือผู้ป่วย​

เนื่องจากขณะนี้​โรงพยาบาลขาดแคลนเลือดเป็นจำนวนมาก​ พร้อมกันนี้​ได้มอบสิ่งของอุปโภค บริโภค อาหาร ยารักษาโรค ให้กับ​ชุมชน​บ้านพระยาทำ ​ซึ่งอยู่ติดกับ​กรมการขนส่งทหารเรือ​ ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19​ โดยเชิญผู้นำชุมชน​เป็นผู้แทนมารับ ​และส่งต่อให้คนในชุมชนต่อไป​ เมื่อ 19 พ.ค.64


ภาพ/ข่าว กพร.ทร. / นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

นรข.เข้มชายแดน กันลักลอบเข้าเมือง หลังคิงส์โรมันโควิดระบาด ด้าน ฉก.ม.3 สกัดลักลอบเข้าเมืองต่อเนื่อง

ค่ำวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา นายประจญ  ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง น.อ.จิรัฐ ผูกทอง ผบ.นรข.เขตเชียงราย ร่วมกับปกครอง ตำรวจ และทหาร ออกตรวจตราตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าออกเมือง โดยทาง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง หรือ นรข.เขต เชียงราย ได้มีการลาดตระเวณ ทั้งทางบก และทางน้ำเพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง จาก สปป.ลาว โดยเฉพาะทางแม่น้ำโขง

ซึ่งที่ผ่านมามีการพบการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส โควิด -19 ในพื้นที่คิงส์โรมัน ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เกาะดอนซาว เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเกือบ 300 ราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีส่วนหนึ่งที่เป็นคนไทย ซึ่งอาจจะมีการลักลอบเดินทางเข้ามาในเขตประเทศไทยได้

ในส่วนของ ชายแดนด้าน อ.แม่สาย ทางเจ้าหน้าที่่ ทหารร้อย ม.3 บก.ควบคุมที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบคนไทยจำนวน 4 คน เดินอยู่บนถนนทางขึ้นวัดถ้ำผาจม หมู่ 1 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ติดชายแดนไทย-เมียนมา จึงได้เข้าทำการควบคุมตัวเอาไว้ จากการตรวจสอบทราบว่าชื่อ น.ส.ทาลิธา  เรือนงาม อายุ  47 ปี  ชาว ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี น.ส.กนกพร สิทธิยอดปรีชา อายุ 35 ปีชาว ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นายนัทที บุญนาวา อายุ 35 ปี ชาว ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ และนายสมใจ สัมพันแพร อายุ  31 ปี ชาว ถ.นครถุง แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ

การสอบถามทั้ง 4 คน ก็สารภาพว่าเดินทางมาจากเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา หลังจากได้ลักลอบข้ามไปฝั่งประเทศเมียนมาเพื่อหางานทำและเยี่ยมญาติ และเมื่อจะเดินทางกลับได้เสียค่าจ้างให้คนนำพาหัวละ 10,000-13,000 บาท  เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดี เป็นบุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไม่เดินทางเข้ามาตามช่องทาง  ด่านตรวจคนเข้าเมือง  เขตท่า สถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลาฯ ข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดารบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  พ.ศ.2548 และข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบ คุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 (คำสั่ง จ.เชียงรายที่ 1380/2563ฯ ) จากนั้นควบคุมตัวดำเนินคดีและกักตัวเป็นเวลา 14 วันตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ตามกฎหมาย  อีกราย เจ้าหน้าที่เฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามหลังวัดถ้ำผาจมใกล้เคียงกับจุดเดิม พบชายทราบชื่อภายหลังคือ นายซออะแว อู อายุ 29 ปีชาวสัญชาติอินเดีย  ได้ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย อ้างว่าจะเดินทางไปกรุงเทพฯ  สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าไม่มีงานทำที่แน่นอน และอาศัยอยู่ในฝั่ง ท่าขี้เหล็กมาหลายปัแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ผลักดันเพื่อกลับไปยังประเทศเมียนมา


ภาพ/ข่าว  ณัฐวัตร ลาพิงค์ / เชียงราย

สลด พระชาวเมียนมาร์ ผูกคอตัวเองมรณะภาพใต้ต้นไม้ในวัด

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 21 พ.ค.64 พ.ต.ต.วันชัย แสงอ่วม สว.(สอบสวน)สภ.บ้านบึง ได้รับแจ้งมีเหตุพระสงฆ์ผูกคอตัวเองมรณะภาพภายในวัดเจริญธรรม เลขที่ 186 ซอยหมู่บ้านบึงทองธานี ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี หลังได้รับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง ในที่เกิดเหตุพบเป็นป่าบริเวณหลังวัด พบเข้าตรวจสอบพบพระ ซ้อ ปิตะ( ชาวพม่า) อายุ 31 ปีสภาพใช้ จีวร ทำเป็นเชือกผูกคอตัวเองที่ต้นไม้มรณะภาพ กู้ภัยจึงรีบแกะจีวรนำร่างของพระซ้อ ปิตะ ลงมาจากต้นไม้

จากการสอบถาม นางลักคณา วงศ์ษารุทสิโรจ อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ชอบมาถือศีลที่วัดนี้เป็นประจำได้เล่าว่าพระซ้อ ปิตะ รูปนี้เป็นพระที่ไม่ค่อยพูดจา ดูนิ่งเฉยไม่ค่อยคุยกับใคร แต่ช่วงสองสามวันมานี้ ตนสังเกตดูว่าเหมือนพระรูปนี้ มีเรื่องอะไรอยู่ในใจ ก็เลยคุยกับพระรูปนี้แต่พระก็ไม่ได้บอกอะไร พอเช้าวันนี้ก็ได้รู้ว่า พระดังกล่าวได้ผูกคอมรณะภาพไปแล้ว

ทางด้านพระเอก เป็นพระลูกวัดได้เปิดเผยว่าพระซ้อ ปิตะ ได้บวชตั้งแต่เด็กเป็นเณร พอโตมาก็มาบวชพระตอนอายุ 20 ปี ก็มาจำวัดที่ไทยอยู่หลายวัดไม่มีญาติที่ใหน โดยมาอยู่คนเดียวเพื่อบวชเรียน จนมาอยู่ที่วัดนี้ โดยมาจำพรรษาอยู่ช่วงหลังสงกรานต์ปีนี้ พระซ้อ ปิตะ เป็นพระเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครและไม่ค่อยคุยกับใครไม่มีใครรู้เรื่องสาเหตุว่าเครียดเรื่องอะไร จึงได้มาผูกคอตัวเองมรณะภาพแบบนี้

ทางด้านตำรวจ จึงให้กู้ภัยฯ นำร่างของพระซ้อ ปิตะ ไปชันสูตรเพิ่มเติมและจะได้ติดต่อทางญาติมารับร่างไปบำเพ็ญพิธีตามศาสนาต่อไป  


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

ตาก – ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ หอการค้าจังหวัดตาก ร่วมแถลงข่าวเปิด "โครงการ TAK SAFE (ตากปลอดภัย)" เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนชาวจังหวัดตากได้รับวัคซีนให้มากที่สุด รวมถึงสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและผู้รับบริการในสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ที่บริเวณห้องประชุมชั้น 2 หอการค้าจังหวัดตาก สำนักงานอำเภอแม่สอด  ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ อดีตประธานหอการค้าจังตากตาก 2 สมัย ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ หอการค้าจังหวัดตาก ร่วมแถลงข่าวเปิด "โครงการ TAK SAFE (ตากปลอดภัย)" เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนชาวจังหวัดตากได้รับวัคซีนให้มากที่สุด รวมถึงสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและผู้รับบริการในสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

โดยมี นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วย นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายประเสริฐ จึงกิจรุ่งโรจน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก นายแพทย์ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด และนายอารีย์ เดวี พาณิชย์จังหวัดตาก ร่วมกันแถลงข่าวเปิด "โครงการ TAK SAFE (ตากปลอดภัย)" เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนชาวจังหวัดตากได้รับวัคซีนให้มากที่สุด สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและผู้รับบริการในสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และเชิญชวนร้านค้าต่าง ๆ มอบส่วนลดพิเศษให้กับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ด้วย

สำหรับ โครงการ TAK SAFE (ตากปลอดภัย)" ปัจจุบันมีหน่วยงาน หรือร้านค้า สถานประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม "มีภูมิรับสิทธิ์" แล้วกว่า 100 ร้านค้า และมีประชาชนเข้าร่วมรับสิทธิ์ฯ แล้วเกือบ 20,000 คน ซึ่งโครงการดังกล่าว มุ่งหวังให้เกิดการกระตุ้นการจับจ่ายในพื้นที่ มากกว่า 20% จากก่อนการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยให้ได้รับสิทธิประโยชน์เข้าไปซื้อสินค้าในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยจากโควิด-19 ในร้านค้าของอำเภอแม่สอด และอำเภอใกล้เคียง รวมทั้งจะมีการเชื่อมโยงไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และอุตรดิตถ์ ด้วย 

นอกจากนี้ หากพนักงานในร้านใดได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ทางโรงพยาบาลแม่สอดจะออกป้ายให้ไปติดที่ร้าน เพื่อยืนยันว่า ผู้ให้บริการได้ผ่านการฉีดวัคซีนครบแล้ว จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการได้อีกทางหนึ่ง  โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้มอบป้ายผู้ให้บริการที่ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว ให้แก่ โรงแรมเดอะ ทีค , ร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฟาง , ธนาคารกสิกรไทย สาขาแม่สอด , สำนักงานตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดตาก และแม่สอดคลีนิคกายภาพบำบัด  พร้อมทั้ง  ได้เชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน ด้วยการใช้แอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” โดยสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ โรงพยาบาล , รพ.สต. หรือแจ้งที่ เจ้าหน้าที่ อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ของตนเองก็ได้ เช่นกัน


ภาพ/ข่าว  วรภา พันลุตัน จ.ตาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top