Wednesday, 2 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

สตูล ปปส.ภาค 9 ร่วมตำรวจสตูล เข้ายึดทรัพย์ บ้าน ที่ดิน โยงในเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ รวมมูลค่าร่วม 5 ล้านบาท จากกรณีโดนจับคดีค้ายาบ้า 600,000 เม็ด

วันนี้ 24  พ.ค. 2564 พ.ต.อ. เสกสรรค์ ชูรังสฤษฎิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล พร้อมด้วย นายมนตรี ศรีสมัย ผู้อำนวยการการบังคับใช้กฎหมายสำนักงานปปส.ภาค 9 และผอ.สุวิมล ช้างสาร  ผอ.ส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน ได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 9/69 ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นบ้านเดียวที่ปลูกเสร็จแล้ว โดยบ้านถูกพบว่าเป็นระบบการฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ติดป้ายของ ปปส.ภาค9  ยุทธ์การ พิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด ภายใต้คำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ที่ 5/2563 นอกจากนี้ยังเดินทางไปยึดทรัพย์ในส่วนของที่ดินว่างเปล่ารกร้างและมีโฉนดที่ดินด้วยจำนวน 2 ห้อง โดยได้ป้ายและเอกสารยึดทรัพย์ไปชี้แจ้งต่อญาติเจ้าของที่ดินที่ถูกจับในคดียาเสพติด

สำหรับการยึดทรัพย์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.จว.ปัตตานี/กก.สส.ภ.จว.ปัตตานี ได้ร่วมกัน จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน คือ 1. นายชัยนาท หรือหีม ภัยช านาญ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 95 ม.6 ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล จังหวัดสตูล  และคนที่ 2. นางสาววาสนา หรือต้อย ยิ้มเย็น อายุ 36 ปี  ที่อยู่ 35/9 ม.1 ตาสานักขาม อ.สะเดา จังหวัดสงขลา พร้อมของกลาง 1.ยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ดและในวันนี้หลังจากขยายคดีความโดยวันนี้ 24 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่  ปปส.ภาค 9 ได้สืบสวนและ ตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำนวน 2 รายการ ดังนี้ 1.บ้านพร้อมที่ดิน ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลพิมาน อ.เมืองสตูล จังหวัดสตูล ราคาประมาณ 3,000,000 บาท และจุดที่ 2.ที่ดินตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จังหวัดสตูล ราคาประมาณ 1,000,000 บาท รวมทั้ง 4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดทรัพย์ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามยาเสพติดฯ เพื่อดำเนินคดี ในส่วนทรัพย์บ้านหรือที่ดินห้ามทำการโยกย้าย และปรับเปลี่ยนแปลงสภาพ ยังคงให้เหมือนเดิม ส่วนคนอาศัยยังคงอยู่ได้จนกว่าคดีความเสร็จเสร็จสิ้นและยังได้ยึดก่อนหน้านี้มี สร้อยคอทองคำ แหวน  และยนต์ส่วนบุคคลเช่นกัน ซึ่งในวันนี้จะมีการยึดทรัพย์สิน 2 จังหวัด ได้แก่จังหวัดสตูล และ จังหวัดนราธิวาส รวม 2 คดี มูลค่าร่วม 11 ล้านบาท ตามนโยบาย ยุทธศาตร์ พิทักษ์ไทย ตัดวงจรยาเสพติด


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี / ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

ชลบุรี - วัดช่องแสมสารไม่ทอดทิ้งประชาชน ยามเดือดร้อนต้องช่วยเหลือกัน

วันนี้ 24 พ.ค.64 วัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้แจกสิ่งของช่วยเหลือประชาชนอันเนื่องมาจากโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันราชสมภพ 2 เมษายน ประจำปี 2564 โดยได้จัดกิจกรรมบรรพชาสมเณรภาคฤดูร้อน เมื่อ 6-16 เมษายน 2564 กิจกรรมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และร่วมกับผู้นำท้องถิ่นช่วยเหลือประชาชน ณ วัดช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

วัดช่องแสมสาร โดยพระครูวิสารทสุตากร เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร เล็งเห็นความเดือนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบการการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ที่ระบาดมาในระลอกที่ 3 และมีความรุนแรงกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา รวมถึงชาวบ้านที่ยากจน ยากไร้ และผู้ป่วยติดเตียงรวมถึงผู้สูงอายุ ที่ไม่มีรายได้ในตำบลแสมสาร จึงได้มอบหมายให้คณะลูกศิษย์วัดช่องแสมสาร นำสิ่งของอาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำดื่ม และเงินอีกจำนวนหนึ่ง ไปมอบให้กับผู้เดือนร้อนดังกล่าว โดยจะมี อสม. ออกสำรวจประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด- และในวันนี้ได้มอบให้กับชาวบ้านหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 จำนวน 20 คน ซึ่งรวมกับครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 12 พ.ค.64 ร่วมแจกไปแล้วทั้งสิ้น 80 ครอบครัว


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

ตำรวจตามจนเจอ !! แหล่งรับซื้อของโจรเครื่องขยายเสียงที่กาฬสินธุ์ เป็นอาจารย์นักดนตรีและนักการเมืองท้องถิ่น อ้างรับซื้อโดยไม่รู้ว่าเป็นของขโมยมา

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น นำทีมชุดสืบสวนตามไทม์ไลน์ “ก๊อปซาวด์ มิวสิค” นำเครื่องขยายเสียงที่ขโมยจากหอกระจายข่าวไปขายเป็นเครื่องเสียงมือสอง อึ้ง หลังขยายผลพบแหล่งรับซื้อของโจรเป็นอาจารย์นักดนตรีและนักการเมืองท้องถิ่น อ้างรับซื้อโดยไม่รู้ว่าเป็นของขโมยมา ก่อนเจ้าหน้าที่อายัดของกลางพร้อมเชิญตัวไปสอบปากคำ

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พ.ต.อ.พัฒนศักด์ ยี่สารพัฒน์ ผกก.สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.สามารถ พิมพ์ดีด สว.สส.สภ.น้ำพอง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง จำนวน 20 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ 8 หมู่ 21 บ้านโคกก่องใต้ ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ก่อนควบคุมตัวนายสมชัย สุกัณหา อายุ 30 ปี หรือก๊อปซาวด์ มิวสิค หนุ่มบริการเครื่องเสียงและพ่อค้าเร่กุ้งก้ามกราม ชาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หลังก่อเหตุขโมยเครื่องขยายเสียงหอกระจายข่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้ไล่ล่าติดตามมาหลังก่อเหตุหลายคดีและหลายพื้นที่ ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.พัฒนศักด์ ยี่สารพัฒน์ ผกก.สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.สามารถ พิมพ์ดีด สว.สส.สภ.น้ำพอง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง ควบคุมตัวนายสมชัย สุกัณหา หรือก๊อปซาวด์ มิวสิค ผู้ต้องหา นำชี้แหล่งที่นำเครื่องขยายเสียงไปขายให้กับแหล่งรับซื้อ ที่บ้านหลังหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเจ้าของบ้านได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์นักดนตรี โดยมีกิจการบริการเครื่องขยายเสียงและขายเครื่องขยายเสียงมือสอง ทั้งนี้นายสมชัย ยืนยันว่าเคยนำเครื่องขยายเสียงที่ขโมยมา นำมาขายให้กับอาจารย์นักตนตรีรายนี้ 9 ครั้ง ทั้งนำมาส่งที่บ้านและนัดหมายกันส่งตามจุดนัดพบต่างๆ ในราคา 2,000-10,000 บาท

จากนั้น พ.ต.อ.พัฒนศักด์ ยี่สารพัฒน์ ผกก.สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.สามารถ พิมพ์ดีด สว.สส.สภ.น้ำพอง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง ได้ควบคุมตัวนายสมชัย สุกัณหา หรือก๊อปซาวด์ มิวสิค ผู้ต้องหา นำชี้แหล่งที่นำเครื่องขยายเสียงไปขายให้กับแหล่งรับซื้ออีกแห่งหนึ่ง ที่บ้านม่วงนา ต.ม่วงนา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง โดยเปิดเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเสียงมือหนึ่งและมือสอง ทั้งนี้ จากการสอบปากคำผู้ต้องหา นำเครื่องขยายเสียงที่ขโมยมาขายให้ 4 เครื่อง ก่อนทำการอายัดเครื่องขยายเสียงที่ถูกนำมาขาย

โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ ได้ทำการตรวจสอบหลักฐานและรูปพรรณเครื่องขยายเสียง ที่ผู้ต้องหาขโมยมาขายให้กับแหล่งรับซื้อแล้ว ยังได้ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบการ และเบื้องต้นแจ้งข้อหารับซื้อของโจร กับอาจารย์นักดนตรี ในเขตเทศบาลตำบล อ.กมลาไสย และนักการเมืองท้องถิ่นชาว ต.ม่วงนา อ.ดอนจาน จากนั้นได้เชิญตัวเจ้าของร้านไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมกับนำของกลางไปให้เจ้าของทรัพย์ตรวจสอบและรับของคืนในลำดับต่อไป

พ.ต.อ.พัฒนศักด์ ยี่สารพัฒน์ ผกก.สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากการติดตามตัวคนร้ายและสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ซึ่งผู้ต้องหาจำนนด้วยหลักฐาน และให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในยามวิกาล จากนั้นทำการขยายผล นำตัวชี้จุดที่ผู้ต้องหานำของกลาง ที่ขโมยมาจากหลายพื้นที่มาขายในเขต จ.กาฬสินธุ์ 2 แห่งดังกล่าว ก่อนจะนำตัวไปมอบให้กับพนักงานสอนสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในขณะที่เจ้าของร้านแหล่งรับซื้อทั้ง 2 ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหารับซื้อของโจร และเชิญตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.น้ำพองอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ด้ายนายสมชัย สุกัณหา หรือก๊อปซาวด์ มิวสิค ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเคยเป็นพ่อค้าเร่ขายกุ้งก้ามกราม และมีบริการเครื่องเสียงเปิดตามงานบุญประเพณีต่างๆ พอเกิดสถานการณ์โควิด-19 การค้าขายฝืดเคือง ไม่มีงานจ้างบริการเครื่องเสียง จึงหันมาขโมยเครื่องเสียงขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ โดยตะเวนลักขโมยตามหอกระจายข่าว ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.มหาสารคาม และ จ.กาฬสินธุ์ ประกาศทางทางเฟซบุ๊ก ที่ผ่านมานำมาขายให้ลูกค้า 2 แห่ง ที่เขตเทศบาลตำบลกมลาไสย อ.กมลาไสย และ ต.ม่วงนา อ.ดอนจาน ดังกล่าว

ขณะที่นายเอ (นามสมมุติ) เจ้าของร้านรับซื้อเครื่องขยายเสียง ต.ม่วงนา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ประกอบอาชีพทำนา และเปิดร้านขายเครื่องเสียงมือหนึ่งและมือสองควบคู่กันไป เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว นอกจากนี้ยังมีเครื่องเสียงไว้คอยบริการชาวบ้าน ในเวลามีงานบุญงานประเพณีด้วย สำหรับกรณีที่นายสมชัย ผู้ต้องหาที่ติดต่อขายเครื่องขยายเสียงมือ 2 ให้นั้น ทีแรกตนก็ไม่มั่นใจ และสอบถามหลายครั้งว่าก็ยืนยันว่าเป็นเครื่องของเขาเอง ไม่ได้ลักขโมยมา จึงเชื่อใจ และรับซื้อดังกล่าว ทั้งนี้หากตนทราบแต่ทีแรกว่าเป็นสิ่งของที่ขโมยมา จะไม่รับซื้ออย่างแน่นอน เพราะตนเองเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ทำมาค้าขายโดยสุจริต จึงไม่อยากจะมีความผิดด้วย

สงขลา - แม่ทัพภาค 4 ตั้ง เกจิดังภาคใต้และพระอีก 5 รูปเป็นที่ปรึกษา ด้านศาสนา การศึกษา และวัฒนธรรม พบมีผลงานมากทั้งการพหุสังคม มอบทุนการศึกษา ทนุบำรุงศาสนาพุทธ และเปิดศูนย์เรียนรู้

พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้มีหนังสือแต่งตั้งพระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี / รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา และเกจิดังภาคใต้ ให้เป็นที่ปรึกษา ด้านศาสนา ,การศึกษา และ วัฒนธรรม เนื่องจากพระครูสุวัฒนาภรณ์ มีความสามารถและได้มีผลงานปรากฏมากมาย เช่น การพหุสังคม โดยใช้หลักศาสนาในการความเชื่อที่ถูกต้องเพราะทุกศาสนามีแต่เมตตา อภัย ให้โอกาสและเน้นถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งให้ชาวไทย และชาวไทยมุสลิมทำกิจกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ร่วมกัน สร้างความรักความสามัคคีทั้งมุสลิมและไทยให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ด้านการศึกษา ก็ได้มีการมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนต่าง ๆ ภายในอำเภอนาทวี และอำเภอใกล้เคียง มีการส่งเสริมวันสำคัญ ๆ ทางพุทธศาสนา จัดให้มีการเวียนเทียน และปฏิบัติธรรม นำศีล 5 ข้อ สอนให้ประชาชนนำไปปฏิบัติ ชีวิตจะมีแต่ความสุขความเจริญ พระครูสุวัฒนาภรณ์ ยังเป็นนักพัฒนาวัดที่สามารถพัฒนาวัดนาทวี จนทำให้ประชาชนหันหน้าเข้าวัดทำบุญ และร่วมทำโครงการต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจ ที่สำคัญพระครูสุวัฒนาภรณ์ ยังเคยเกลี้ยกล่อมผู้หลงผิดให้กลับใจเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่รัฐ จนเป็นข่าวดังเมื่อลายปีก่อน และยังมีความคิดสร้างสรรค์ และมองถึงอนาคตว่าจะต้องพัฒนาอย่างไร

วันนี้ จึงทำให้พระครูสุวัฒนาภรณ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของแม่ทัพภาคที่ 4 ในครั้งนี้พร้อมกับพระภิกษุอีก 5 รูป ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตเรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

ผวา เจอแก๊งเงินกู้ขู่ทวงดอกเบี้ยโหด ล่าสุดรถซาเล้งเครื่องมือทำกินหาย สงสัยถูกตามมายึด หวันไม่ปลอดภัย โร่แจ้งความ ตร.

โควิด-19 เชื้อโรคร้ายทำลายเศรษฐกิจ พ่นพิษหนักทุกหย่อมหญ้า แม่ค้ากาแฟได้รับผลกระทบ หันหน้ากู้เงินด่วนนอกระบบ จากนายทุนหลายเจ้า ด้วยอัตราดอกเบี้ยสุดหฤโหด ก้มหน้าชงกาแฟหาเงินใช้หนี้ไม่พอชำระ เจอตามทวงไม่กล้าออกทำมาหากิน สุดท้ายซาเล้ง เครื่องมือหาเลี้ยงชีพหาย สงสัยเจ้าหนี้ยกพวกยึด รีบแจ้งความเป็นหลักฐาน หวังได้ซาเล้งขายกาแฟคืน

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 นางกาญจน์ธิดา รชตพงศ์วิทย์ อายุ 43 ปี แม่ค้ากาแฟ ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.รัชพล แสงสี รองสว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังรถจักรยานยนต์ซาเล้งสูญหายไป จากบ้านเช่า ภายในซอยวัดบุญกัญจนาราม ม.11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งตนเองสงสัยว่าจะเป็นการกระทำของเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ ที่เอารถซาเล้งที่ใช้ทำมาหากินเลี้ยงชีพของตนเองไป

นางกาญจน์ธิดา ได้เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ตนเอง ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เมืองพัทยาซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากิน ไม่มีนักท่องเที่ยว เศรษฐกิจจึงอยู่ในสภาวะวิกฤต เมื่อรายได้ไม่พอจุลเจือครอบครัว จึงได้ตัดสินใจกู้เงินจากแก๊งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งตนเองตกลงกู้เงินนอกระบบไปหลายเจ้า เมื่อประสบปัญหาหนัก รายได้ที่ขายของแต่ละวันไม่เพียงพอที่จะส่งดอกให้กับเหล่าเจ้าของเงินทั้งหลาย จึงทำให้ตนเองต้องคอยหลบซ่อนตัวจากแก๊งทวงเงิน เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย

ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองก็ได้เจรจาขอลดค่าดอกเบี้ย จนเหลือวันละ 100 บาท แต่มีบางเจ้าที่ไม่ยินยอมตามคำขอ ทั้งยังทวงและด่าทออย่างรุนแรง พร้อมยื่นคำขาดจะต้องส่งวันละ 500 เท่านั้น หากไม่ส่งก็จะต้องตามมายึดทรัพย์สิน แต่ตนเองก็ไม่สามารถหาเงินมาส่งดอกเบี้ยสุดหฤโหดได้ตามที่ตกลง จึงต้องหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่อื่น ไม่กล้าออกไปขายของตามปกติ และจะต้องรอให้สามีมารับถึงจะกล้ากลับเข้าห้องพัก

กระทั่งช่วงดึกที่ผ่านมาเมื่อกลับถึงห้องพัก ได้ตรวจสอบก็พบว่ารถซาเล้งขายกาแฟ เป็นรถจยย.ยี่ห้อเวฟ 125 ไอ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กญ 362 ชลบุรี  ได้สูญหายไป จึงพากันมาแจ้งความร้องทุกข์ โดยตั้งขอสงสัยว่าต้องเป็นฝีมือของแก๊งเงินกู้อย่างแน่นอน เพราะแก๊งเงินกู้ได้ส่งไลน์ มาข่มขู่ไว้ก่อนหน้านี้ ตนเองไม่รู้จะไปพึ่งใคร จึงต้องรีบพากันมาแจ้งความ หวังว่าจะได้ซาเล้งขายกาแฟเลี้ยงชีพคืน นอกจากนี้ยังสร้างหวาดกลัว เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายหากเจอกับแก๊งเงินกู้ จึงต้องเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐานดังกล่าว


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

สุโขทัย - ผู้ว่าฯ สุโขทัย เยี่ยม Young Smart Farmer (เกษตรกรรุ่นใหม่) ทำเกษตรในพื้นที่จำกัดมีรายได้ทั้งปี

Young Smart Farmer (YSF) อำเภอเมืองสุโขทัย นำแนวคิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างเครือข่าย YSF สุโขทัย ปรับพื้นที่ 2 ไร่ กว่าๆ ทำเกษตรแบบผสมผสาน ใช้พื้นที่น้อย มีผลผลิตทั้งปี แถมมีรายได้อย่างต่อเนื่อง

นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย นายเนตร สมบัติ เกษตรจังหวัดสุโขทัย และคณะลงพื้นที่อำเภอเมืองสุโขทัย เยี่ยมแปลงเกษตรผสมผสานของ นางสาวชรินทร สัพลักษณ์ รองประธาน Young Smart Farmer (เกษตรกรรุ่นใหม่) ของจังหวัดสุโขทัย ณ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านหลุม อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นจุดเรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชหลากชนิด ทั้งพืชผัก ไม้ผล พืชหลักทีทำรายได้ คือ ผักหวานอินทรีย์ ขายทั้งยอดผักหวาน และเพาะเมล็ดขาย  แปลงผักกุ่ยช่าย ผลิตทั้งกุ่ยช่ายเขียว และกุ่ยช่ายขาว ทำแบบประณีต เพิ่มมูลค่าด้วยการบรรจุหีบห่อ เพื่อให้การขนส่งจากแหล่งผู้ผลิตไปให้ยังแหล่งผู้บริโภค หรือแหล่งที่ใช้ประโยชน์ คงสภาพตลอด ให้ปลอดภัย และรักษาคุณภาพให้ได้มากที่สุด ซึ่งกุ่ยช่ายขาว มีราคาขายที่สูงกว่า กุ่ยช่ายเขียวถึงหนึ่งเท่าตัว นอกจากนี้ยังมี ไม้ผล เช่น มะม่วง ส้มโอ มะละกอ ลิ้นจี่ เป็นต้น

นางสาวชรินทร สัพลักษณ์ เล่าว่ามีความสุขที่ได้เห็นผลผลิตในแปลงที่ตนเองได้ลงมือทำเอง  เริ่มต้นจากแนวคิดว่ามีที่ทำกินน้อยจะทำอย่างไรจึงจะพึ่งพาตนเองได้ และมีสุขภาพดี ครอบครัว มีความสุข จึงเริ่มจากปลูกในสิ่งที่ชอบ วางแผนการปลูกพืชให้มีกินตลอดทั้งปี โดยทำแบบพอเพียงก่อน ทำน้อยได้มาก ปลอดจากสารพิษ ( ไม่ใช้สารเคมี ) ปลูกพืชที่เป็นอาหารประจำวัน ถ้ามีเหลือกินจึงเอาไปขาย สิ่งสำคัญของการทำเกษตร คือ เรียนรู้จากธรรมชาติ ใช้ทรัพยากร ดิน น้ำ พืช อย่างมีคุณค่า โดยจะมีการปรับปรุง บำรุงดิน ฟื้นฟูและเสริมธาตุอาหารให้กับดิน  ใช้โซล่าเซลล์เป็นแหล่งพลังงานสะอาดในเรื่องน้ำให้พืชผัก การพักต้นพืชหลังจากให้ผลผลิตเต็มที่แล้ว คืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับต้นพืช  เป็นการทำเกษตรแบบประณีต แบบพึ่งพิงธรรมชาติและคืนความสมบูรณ์กลับสู่ธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับความใส่ใจใทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก


ภาพ/ข่าว  พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย จัดตั้งกองบังคับการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ที่อาคารออกหนังสือผ่านแดน อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อ 22 พ.ค.64 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.ชร./ผอ.รมน.จังหวัดเชียงราย เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองบังคับการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวฯ พร้อมทั้งได้จัดประชุมเพื่อมอบนโยบาย ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสกัดกั้นการข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สาย โดยมี พ.อ.กิตติพล ไพรหิรัญ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ช.ร.(ท.), พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าวฯ/หัวหน้าชุดประสานงานฯ , นายประสงค์ หล้าอ่อน นอ.แม่สาย, ท้องถิ่น/ท้องที่ ให้การต้อนรับและมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย

1) ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย

2) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย

3) สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย

4) สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย

5) หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองกำลังผาเมือง

​​6) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง

​​​7) ด่านศุลกากรแม่สาย

​​​8) สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย

​​​9) ที่ทำการปกครองอำเภอแม่สาย

​​​10) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่สาย

​​​11) ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย

​​​12) สถานีตำรวจภูธรแม่สาย

​​​13) กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 อำเภอแม่จัน

​​​14) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตเชียงราย

15) หน่วยประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา เขตพื้นที่ 1

หลังจากนั้นได้เยี่ยมหน่วย ณ ที่ตั้ง บก.สกัดกั้นแรงงานต่างด้าวฯ ภายในอาคารออกหนังสือผ่านแดน อ.แม่สาย จว.ช.ร. พร้อมรับฟังบรรยายสรุป จาก กอ.รมน.จังหวัด ช.ร.

อินเตอร์ลิงค์ ลุยเจาะตลาดภาคใต้ จัดสัมมนาออนไลน์ อัปเดตโซลูชั่น สายสัญญาณและอุปกรณ์เชื่อมต่อ

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดสัมมนา Total Cabling & Networking Solution ให้กับกลุ่มลูกค้าจากภาคใต้กว่า 140 คน พร้อมนำทีมวิทยากรชั้นนำมา Update Solution สายสัญญาณและอุปกรณ์การเชื่อมต่อ ที่จะเข้ามาช่วยต่อยอดธุรกิจแก่กลุ่มลูกค้าภาคใต้โดยเฉพาะ Live จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

คืบหน้า หมูไทยไปไม่ถึงเวียตนาม เรือเกิดจมหมูตายเกลื่อน แรงงานกัมพูชาเก็บไปทำอาหารหลังเรือจม

คืบหน้ากรณีเรือขนสุกรส่งประเทศเวียตนาม เกิดล่มชายฝั่ง สุกรตายลอยเกลื่อนทะเล ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น บ่ายวันนี้ทั้งไต๋เรือ คนงาน ช่วยกันเก็บซากสุกรขึ้นเรือ เพื่อนำกลับไปประเทศกัมพูชา แต่จะส่งไปขายประเทศเวียตนามได้หรือไม่ ก็ต้องตรวจซากสุกรทั้งหมดอีกครั้ง โดยมีอาสาสมัครสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขตอำเภอคลองใหญ่ นำโดยนายอาทิตย์ หนองแพ รองประธานเขตอาสาสมัครสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขตคลองใหญ่พร้อมด้วยอาสาสมัครได้นําเรือตรวจการณ์มาช่วยอำนวยความสะดวกการเก็บซากสุกรดังกล่าวด้วย

ซึ่งการเก็บซากสุกร ไม่มีเจ้าหน้าที่ราชการมาตรวจสอบแต่อย่างไร มีเรือประมงขนาดเล็กของชาวบ้านนำเรือไปช่วยขนลำเลียงซากสุกรขึ้นฝั่ง เพื่อรอขนถ่ายลงเรือชาวกัมพูชา นำกลับไปประเทศกัมพูชา ซึ่งไต๋เรือขนสุกร ไม่เปิดเผยตัว โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 20 ที่ผ่านมา เรือบรรทุกสุกรของพ่อค้ากัมพูชา มาจอดเทียบท่าเรือ เพื่อรอสุกรฝั่งไทย เพื่อนำลงเรือข้ามไปยังฝั่งกัมพูชา หลังนำสุกรลงเรือเรียบร้อย เรือก็ออกจากท่าไปได้ไม่ไกล เรือเกิดล่ม ทำให้สุกรจำนวน 200 ตัว ที่อยูใต้ท้องเรือ และถูกขังอยู่ในกรงเหล็ก จมน้ำตายเกลื่อนทะเล โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่าเรือที่จมน่าจะเกิดจากการบรรทุกสุกรเกินน้ำหนัก โดยเรือที่บรรทุกมีความยาวประมาณ 5 วา กว่า ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ สำหรับสุกรทั้งหมดอยู่ระหว่างนำส่งลูกค้าที่ประเทศเวียตนาม เรือเกิดพลิกตะแคง น้ำเข้าเรือจนและสุกรตายเกือบหมด เหลือที่รอดตายเพียง 1 ตัวเท่านั้น

ผู้ดูแลการขนส่งสุกรชาวกัมพูชา บอกว่าสุกรทั้งหมด จะต้องนำไปไว้ที่กัมพูชาเสียก่อน ต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าจะนำส่งไปประเทศเวียตนามได้ไหมจะยังใช้บริโภคได้ไหม อาจจะต้องนำไปทิ้งหรือนำไปทำอย่างอื่นในกัมพูชา เพราะจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับเรือที่จมอยู่ ต้องรอทีมงานกู้เรือ มาทำการกู้เรืออีกครั้ง ขณะเดียวกันชาวบ้านใกล้ที่เกิดเหตุเล่าว่าช่วงค่ำที่ผ่านมา แรงงานกัมพูชาหลายคนที่มาทำงานอยู่บ้านคลองสน พากันไปเก็บซากสุกรที่จมน้ำ ไปทำอาหารกินกัน ล่าสุดพบสุกรตายทั้งหมด 199 ตัว ซึ่งผู้ดูแลบอกว่าไม่เอาเรื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เหลือจะนำกลับไปประเทศกัมพูชาต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี ผู้สื่อข่าว จ.ตราด

นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.จว.ชุมพร จับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง โดยใช้รถนำ

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุเมธ เมฆขจร ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.สัญชัย โชคขยายกิจ, พ.ต.อ.ไพรัช พุกเจริญ, พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 และ พ.ต.ท.ชนกฤดิ พงษ์ศิริ สวญ.ตม.จว.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.ต.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

พ.ต.ท.ชนกฤดิ พงษ์ศิริ สวญ.ตม.จว.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.ต.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ชุมพร สนธิกำลัง สภ.ปะทิว และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันจับกุม นายสุธะ อายุ 51 ปี สัญชาติไทย ในความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” และนายอาซะ อายุ 44 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมพวกรวม 11 คน ในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” “ความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ กรณีแรงงานต่างด้าวข้ามเขตจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณวัดถ้ำเขาพลู หมู่ที่ 3 ต.ชุมโค อ.ปะทิว จว.ชุมพร

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะทิว ภ.จว.ชุมพร ได้รับแจ้งว่า มีรถนำบุคคลต่างด้าวมาปล่อยทิ้งไว้ที่ศาลาหลังเมรุ ภายในวัดถ้ำเขาพลู อ.ปะทิว จว.ชุมพร จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ชุมพร ร่วมตรวจสอบ พบเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 11 คน ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวบุคคลต่างด้าวที่ถูกกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ชุมพร จึงได้ออกติดตามรถที่ขนแรงงานต่างด้าวมาปล่อยทิ้งไว้ จนกระทั่งสามารถสกัดจับรถขนกระเป๋าสัมภาระได้ 1 คัน บริเวณถนนสายปากคลอง-บางสะพานน้อย (รอยต่อระหว่างจว.ชุมพร - จว.ประจวบคีรีขันธ์)

โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านมาบอำมฤต ภ.จว.ชุมพร จากการตรวจสอบพบว่า เป็นรถกระบะสีน้ำตาล มีหลังคาปิดหลังกระบะทะเบียนเลย โดยมีนายสุธะ อายุ 51 ปี เป็นผู้ขับขี่ และพบกระเป๋าสัมภาระ 11 ใบ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้และนำมาตรวจสอบพบว่าเป็นกระเป๋าของคนต่างด้าวที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ทั้ง 11 คน สอบถามนายสุธะ ผู้ต้องหา ให้การรับว่ารับจ้างขนกระเป๋าสัมภาระของแรงงานต่างด้าวทั้ง 11 คน โดยรับมาจากบริเวณป่าริมถนนแถว ต.ควนมีด อ.จะนะ จว.สงขลา ได้ออกมาจาก จ.สงขลา โดยใช้เส้นทางถนนสายหลัก เอเชีย 41 และถนนเพชรเกษมมุ่งหน้า จว.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อมาถึงบริเวณ อ.ท่าแซะ จว.ชุมพร ได้เลี้ยวขวาเข้ามาทาง อ.ปะทิว จว.ชุมพร เพื่อจะวิ่งบนถนนสายรอง ไปยัง จว.ประจวบคีรีขันธ์ และเมื่อไปถึงบริเวณ ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จว.ชุมพร ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบและจับกุมไว้ได้

การขยายผล จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาทั้ง 11 คน ได้เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย เพื่อต้องการจะกลับประเทศเมียนมาทางชายแดน อ.แม่สอด จว.ตาก โดยเสียค่าเดินทางให้กับนายหน้าจากประเทศมาเลเซีย เป็นจำนวนคนละประมาณ 3,200 - 3,500 ริงกิต จากนั้นจะมีรถรับพวกตนมาเป็นทอด ๆ โดยการลักลอบหลบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นบริเวณใด แต่ได้มีการนั่งเรือหางยาวข้าม ลำน้ำใช้เวลาประมาณ 1 นาที จากนั้นก็มีรถยนต์กระบะมารับพวกตนเป็นทอด ๆ โดยครั้งสุดท้ายก่อนถูกจับกุมได้ขึ้นรถกระบะชนิดตอนครึ่งและนั่งเบียดเสียดกันมาอยู่ด้านหน้ารถทั้งหมด และมีรถกระบะอีกคันทำหน้าที่ขนกระเป๋าสัมภาระ จนกระทั่งถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ ณ ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงทราบว่า รถกระบะคันที่ขนแรงงาน เป็นรถกระบะสีขาวทะเบียนนครราชสีมา นายสุธะ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ ให้การรับว่ารถทั้ง 2 คัน ได้แวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ริมถนนสายเอเชีย 41 (ขาขึ้น) อ.ละแม จว.ชุมพร ก่อนที่จะถูกตรวจค้นและจับกุม

จากการสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางก่อนมาถึงที่เกิดเหตุพบรถกระบะที่นายสุธะ ผู้ต้องหา ขับนำหน้ารถกระบะที่ขนแรงงานต่างด้าวทั้ง 11 คน เพื่อดูเส้นทางตลอดระยะทางกว่า 100 กม. เมื่อเข้าเขต จว.ชุมพร นั้น เชื่อได้ว่า นายสุธะ ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ มีพฤติการณ์ร่วมกันกับผู้ต้องหาอีกคนให้การช่วยเหลือ ซ่อนเร้น แก่แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยการนำพาคนต่างด้าวจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจะนำไปส่งยังจุดหมายตามที่ได้รับการว่าจ้าง ซึ่งจากกการซักถามปากคำนายสุธะ ผู้ต้องหา ยังพบข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์และการโอนเงินทางบัญชีของนายสุธะ ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top