Thursday, 3 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

เชียงใหม่ -อบจ.เชียงใหม่ แถลงข่าวความร่วมมือการจัดระบบลงทะเบียนฉีดวัคซีน กับองค์กรภาคเอกชน ผ่าน Application “CM Smart”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุมสภา ชั้น 2 อาคารหอประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วน จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายอนุชา มีเกียรติชัยกุล ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน จังหวัดเชียงใหม่ (กกร.เชียงใหม่)  และ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่, นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่, นายสุรชาติ ภีระคำ ประธานชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ ,พลตำรวจตรี ปชา รัตนพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่, สมาชิก กกร.เชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ อบจ.เชียงใหม่ สมาชิกสภา อบจ.เชียงใหม่ แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมการแถลงข่าว ความร่วมมือ การจัดระบบลงทะเบียนฉีดวัคซีนระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กับองค์กรภาคเอกชน ผ่าน Application “CM Smart”

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ซบเซาลง ดังนั้น ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมและจัดระบบบริการฉีดวัดเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้สามารถดำเนินการฉีดได้ทันท่วงทีภายในระยะเวลาที่กำหนด และเพื่อให้สอดคล้องกับที่นายกรัฐมนตรีกำหนดให้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าว เป็นวาระแห่งชาติ (ภายในวันที่ 7 มิถุนายน 2564) จะต้องดำเนินการตั้งแต่การกระจายวัคซีนไปจนถึงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน หลังจากการร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานเตรียมความพร้อม

เพื่อเป็นการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ทางอบจ.เชียงใหม่ และ กกร.เชียงใหม่ ได้มีการจัดทำฐานข้อมูล “CM SMART” (ซีเอ็มสมาร์ท) เพื่อขึ้นทะเบียนเตรียมพร้อมฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากส่วนร่วมของภาคเอกชนและสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีจุดมุ่งหมาย คือ การช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดระเบียบการฉีดวัคซีนของผู้ที่อยู่ในรายชื่อในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการภาคการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวในอนาคต และฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ให้ฟื้นคืนได้อย่างเร็วที่สุด ตามเป้าประสงค์ที่ได้ตั้งไว้

ซึ่งระบบการจัดเก็บข้อมูลรายชื่อ มีคณะทำงานของนายแพทย์ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล ได้บริหารจัดการฐานข้อมูล CM SMART (ซีเอ็มสมาร์ท) ซึ่งเป็นความร่วมมือจากความเข้มแข็งของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน จังหวัดเชียงใหม่ (กกร.เชียงใหม่) และกลุ่มสมาชิกภาคเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้บุคลากรที่สมัครใจในการเข้าร่วมโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

โดยตั้งเป้าประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มภาคธุรกิจท่องเที่ยวลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน โควิด -19 ผ่านแอฟพิเคชั่น “CM Smart” 170,000 คน พร้อมรณรงค์ ให้ฉีดวัคซีน โดยดำเนินการ ภายใน 4 เดือน ให้ครอบคลุม 70% ตามมติของส่วนกลาง พร้อมกันนี้ประสานจุดฉีดวัคซีน ในเบื้องต้นโดยประสานผ่านทางเครือเซ็นทรัลพัฒนา ทั้งสองแห่ง สามารถรองรับการเข้ารับการฉีดวัคซีนได้แห่งละ 1,500 คนต่อวัน ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่นั้นมีความพร้อม ทางด้านบุคลากรและอุปกรณ์ในการจัดฉีดวัคซีนนอกสถานที่ ซึ่งจะได้ร่วมกับภาคเอกชนในการรณรงค์ฉีดวัคซีน เพื่อเตรียมพร้อมตามแนวทางการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หลังจากการเปิดรับฤดูกาลท่องเที่ยว ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2564


ภาพ/ข่าว  นภาพร / เชียงใหม่

ตรวจยึดจับกุมการกระทำความผิด ที่บุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน เนื้อที่ 311 ไร่ จังหวัดชุมพร

วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 เวลา 08.30 น จังหวัดชุมพร สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ เข้ารื้อถอนพืชผลอาสินออกจากพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก ในเขตป่าชายเลน ตามมติคณะรัฐมนตรี ในพื้นที่บ้านดอนพลับ หมู่ที่ 4 ตำบลปากหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นำโดยนายไมตรี แสงอริยนันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ พร้อมเครื่องมือ และรถแม็คโคร เข้าทำการรื้อถอนพืชผลอาสินออกจากพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก ในเขตป่าชายเลน ตามมติคณะรัฐมนตรี ท้องที่ บ้านดอนพลับ หมู่ที่ 4 ตำบลปากหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เนื้อที่ 311 ไร่ เพื่อจะนำพื้นที่ที่ยึดคืนมาฟื้นฟูให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนปลุกจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่มีความภาคภูมิใจในการปฏิบัติงานป้องกันรักษาป่าจากภัยคุกคามต่าง ๆ ที่มีต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์

นายไมตรี แสงอริยนันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) กรมทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง ได้ตรวจยึดจับกุมไว้แล้ว เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 เนื้อที่ 311 ไร่ อยู่ในเขตป่าชายเลน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 ในฐานความผิด ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2554 โดยได้ดำเนินการปฏิบัติการรื้อถอนพืชผลอาสินออกจากพื้นที่ ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก ท้องที่ บ้านดอนพลับ หมู่ที่ 4 ตำบลปากหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เนื้อที่ 311 ไร่

โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรหนักพร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์เข้าดำเนินการรื้อถอนและทำลายพืชผลอาสิน (ต้นปาล์มน้ำมัน) ให้แล้วเสร็จ เพื่อจะนำพื้นที่ที่ยึดคืนมาปลูก ฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่สาธารณะให้พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน พร้อมกับฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนให้คืนความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ชุมชน อีกทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเกรงกลัวแก่ผู้บุกรุก มิให้กล้าเข้ามาบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนอีกต่อไป


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร  

ชุมพร - มทบ.44 สร้างฝายน้ำล้นขึ้น ก็เพื่อเป็นการชะลอน้ำ กักเก็บน้ำ แก้ปัญหาน้ำหลาก

ตามโครงการของกองทัพบก สร้างฝายน้ำล้นขึ้น ก็เพื่อเป็นการชะลอน้ำ กักเก็บน้ำ แก้ปัญหาน้ำหลาก เป็นการสร้างความชุ่มชื่นให้กับระบบนิเวศน์ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ ได้มีน้ำใช้ประโยชน์ เมื่อเข้าสู่หน้าแล้ง หรือประสพช่วงฝนทิ้งช่วง ทำให้ได้มีน้ำใช้สำหรับการเกษตร

วันที่ 25 พฤษภาคม 2564,10.00 น. พล.ต.เสนีย์ ศรีหิรัญ ผบ.มทบ.44  เป็นประธานในพิธีส่งมอบฝายน้ำล้นให้กับผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ บ.ห้วยแห้ง ม.2 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร  โดยโครงการสร้างฝายน้ำล้น ดังกล่าว ทาง มทบ.44 ได้ดำเนินการตามโครงการของกองทัพบก คือ "โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สืบสาน พระราชปณิธาน " เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และถวายความจงรักภักดี แด่ พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ,สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง ,พระบาทสมเด็จพระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ สร้างจิตสำนึกให้ประชาชน และส่วนราชการต่าง ๆ มีส่วนร่วม และเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้เกิดภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการอนุรักษ์และฟื้นฟู รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานความพอเพียงให้เกิดความยั่งยืน การดำเนินการ การสร้างฝายน้ำล้นขึ้น ก็เพื่อเป็นการชะลอน้ำ กักเก็บน้ำ แก้ปัญหาน้ำหลาก เป็นการสร้างความชุ่มชื่นให้กับระบบนิเวศน์ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ ได้มีน้ำใช้ประโยชน์ เมื่อเข้าสู่หน้าแล้ง หรือประสพช่วงฝนทิ้งช่วง ทำให้ได้มีน้ำใช้สำหรับการเกษตร

พล.ต.เสนีย์  ศรีหิรัญ  ผบ.มทบ.44 กล่าว มณฑลทหารบกที่ 44 ได้จัดกำลังพลจิตอาสาของหน่วยร่วมกับ ภาคส่วนต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันก่อสร้างฝายน้ำล้นคอนกรีต ในพื้นที่บริเวณ บ้านห้วยแห้ง หมู่ที่ 2 ตำบลวิสัยใต้ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เพื่อแสดงออกและถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิดิ์ พระบรมราชินีนาณ พระบรมราชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากการกักเก็บน้ำ


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธีรายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร  

แม่ร่ำไห้ลูกชายวัย 19 กลับจากกทม.ให้กักตัว14 วัน เครียดวิ่งโดดลงน้ำฆ่าตัวตายประชดโควิด

วันที่ 25 พ.ค. 2564  นางอุดมศรี  ขจรกลิ่น อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/4 หมู่ 2 ต.ปากทาง อ.เมือง จ.พิจิตร นั่งร่ำไห้อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำน่านบริเวณใกล้กับสะพานแขวนข้ามแม่น้ำน่าน บริเวณหน้าวัดราชช้างขวัญ ต.ปากทาง อ.เมืองพิจิตร โดยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังถึงสาเหตุที่มานั่งร้องไห้ ว่า เกิดจากเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมา ลูกชายของตน ชื่อนายอนุชิต  อิ่มใจ  อายุ 19 ปี  เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงและมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด

ดังนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้านที่พิจิตร คนในครอบครัวพร้อมทั้ง อสม.ก็ขอร้องให้กักตัวอยู่บ้าน 14 วัน ซึ่งนายอนุชิต ก็ถูกกักตัวอยู่ที่บ้าน ผ่านมาได้ 2 วัน ในวันเกิดเหตุคือเมื่อวานในช่วงเย็น นายอนุชิตจะออกจากบ้านไปหาเพื่อน เนื่องจากถูกกักตัวอยู่บ้านแล้วเกิดอึดอัดใจ ร้อนรุ่ม อยากเจอเพื่อน ๆ จะออกจากบ้านให้ได้ คนในครอบครัวก็ไม่ยอมให้ออกจากบ้าน เนื่องจากในพื้นที่พิจิตรเองก็มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดด้วยเช่นกัน ทำให้นายอนุชิต อายุ 19 ปี กับคนในครอบครัวเกิดมีปากเสียงและโต้เถียงกัน ทำให้ นายอนุชิต เกิดน้อยเนื้อต่ำใจและระเบิดอารมณ์ ตะโกนว่าไม่มีใครรัก จากนั้นก็วิ่งออกจากบ้านแล้วตะโกนว่าจะฆ่าตัวตาย และได้วิ่งออกจากบ้านซึ่งอยู่ริมแม่น้ำน่าน

นางอุดมศรี ผู้เป็นแม่ ก็วิ่งไล่ตามยื้อยุดฉุดกระชากลูกชายที่กำลังวิ่งลงไปที่ริมตลิ่งใกล้กับสะพานแขวน แต่ด้วยแรงของผู้เป็นแม่ ซึ่งอายุมากแล้วก็สู้แรงของลูกชายที่เป็นเด็กวัยรุ่นไม่ได้และผู้เป็นแม่ก็หกล้มที่ริมตลิ่ง ทำให้ลูกชายวิ่งไปจนถึงริมฝั่งน้ำแล้วกระโดดพุ่งหลาวลงไปในแม่น้ำน่านเพื่อฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาของ นางอุดมศรี ผู้เป็นแม่

ความคืบหน้าล่าสุด หน่วยกู้ภัยต่างๆพร้อมนักประดาน้ำต่างช่วยกันงมหาศพหนุ่มวัย 19 ปี รายนี้ ที่น้อยใจคนในครอบครัวที่บังคับให้กักตัว 14 วัน หลังจากที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ แต่ด้วยความเป็นเด็กวัยรุ่นก็อยากจะออกจากบ้านไปพบเจอเพื่อนฝูง แต่ถูกห้ามปราม จึงเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจโดดน้ำฆ่าตัวตายดังกล่าว ซึ่งขณะผู้สื่อข่าวรายงานหน่วยกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาร่างของผู้ตายในแม่น้ำน่าน แต่ก็ยังหาไม่พบ ซึ่งหากมีความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะได้รายงานให้ทราบต่อไป


ภาพ/ข่าว  สิทธิพจน์  พิจิตร

สุโขทัย - อบจ.สุโขทัย สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ สำหรับใช้ในโรงพยาบาลสนาม

วันนี้ (25 พค.64) นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย เป็นประธานในการส่งมอบวัสดุ อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ประกอบด้วยเครื่องวัดความดัน โลหิต สอดแขนอัตโนมัติ จำนวน 2 เครื่อง เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ จำนวน 10 เครื่อง เครื่องวัด O2 sat จำนวน 20 เครื่อง เครื่องวัดอุณหภูมิอัตโนมัติ จำนวน 30 เครื่อง เครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรด จำนวน 4 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 2 ชุด เครื่องปริ้นท์เอกสาร จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องสแกนเนอร์ จำนวนอีก 1 เครื่อง  นอกจากนี้ยังมีกล้องวงจรปิดอีก จำนวน 13 ตัว พร้อมติดตั้ง เพื่อสะดวกต่อการดูแลผู้ป่วยและผู้เข้าออกภายในโรงพยาบาลสนาม ดำเนินงานในงบประมาณ 444,000 บาท เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนาม และเตรียมการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

นายก อบจ.สุโขทัย กล่าวว่าขอเป็นกำลังใจและให้ความร่วมมือส่งเสริมช่วยเหลือ ในการดำเนินการของโรงพยาบาลสนามต่าง ๆ ของเรา จะเห็นภาพบุคคลากรทางการแพทย์ พยาบาล หน่วยงานสาธารณสุขต่าง ๆ ทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวไทยที่กำลังเจอกับวิกฤตโควิด-19 กันอย่างหนักหน่วง บางรายถึงกับต้องนอนพักที่โรงพยาบาลไม่ได้กลับบ้าน โรงพยาบาลสนาม รวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่จำเป็นที่ต้องร่วมช่วยกันในครั้งนี้

โดยมีนายแพทย์ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย นายแพทย์มาโนช อู่วุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุโขทัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรในสังกัด อบจ.สุโขทัย และ สสจ.สุโขทัย เข้าร่วมรับมอบ วัสดุ อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ในครั้งนี้ ณ โรงพยาบาลสนาม (อาคารชวนชม) มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย


ภาพ/ข่าว  สุริยา ด้วงมา จ.สุโขทัย

ขอนแก่น - แม่ค้าอาหารทะเลขอนแก่นเผย 'เราชนะ'รอบใหม่ยอดขายลดลง คาดยอดเงินน้อยกว่าครั้งก่อน ทำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 พ.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกซื้อสินค้าอาหารทะเลสดภายในโซนอาหารทะเล ตลาดรถไฟ หน้าสถานีรถไฟ เขตเทศลบาลนครขอนแก่น ภายหลังจากที่รัฐบาลได้โอนเงิน โครงการเราชนะ,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ ตามมาตร 33 ของผู้ประกันตนงวดแรกเสร็จสิ้นแล้วไปเมื่อวันที่ 20 และ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา รายละ 1,000 บาท โดยบรรยากาศโดยทั่วไปพบว่ามีประชาชนเข้ามาใช้จ่ายตามสิทธิ์ที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง

นางชลธิชา นามมูลตรี เจ้าของร้านลูกยายหลวย ตลาดรถไฟขอนแก่น กล่าวว่า ปกติร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30 – 19.30 น. ซึ่งหลังจากที่ชาวขอนแก่นที่ได้รับสิทธิ์ได้รับการโอนเงินมาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.พบว่ามีการมาจับจ่ายซื้ออาหารทะเลที่ร้านจำนวนมากกว่าช่วงเวลาปกติ โดยส่วนใหญ่จะมาซื้อในช่วงเย็นหลังเลิกงาน แต่ก็พบว่ามีพฤติกรรมการซื้อที่ต่างจากโครงการเราชนะครั้งที่ผ่านมาที่รับเงิน 7,000 และ 4,000 บาท

"เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่ซื้อจำนวนลดน้อยลง เพราะวงเงินที่ได้เพียงครั้งละ 1,000 บาท ทำให้การบริหารจัดการต้องเป็นไปอย่างรัดกุม และคาดว่าส่วยใหญ่น่าจะเก็บไว้ใช้ซื้อสิ่งของใช้จำเป็น อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี แม้ว่ารอบแรกจะมียอดซื้อผ่านโครงการเราชนะหลายหมื่นบาทต่อวัน แต่มาครั้งนี้มียอดผ่านเราชนะหลักพันต่อวันซึ่งก็ยังคงจัดว่าเป็นโครงการที่ดี ที่ช่วยพ่อค้า-แม่ค้าและผู้บริโภคได้เป็นอย่างมาก"

คุมตัว 2 พี่น้อง ‘บังกิบหลี’ และ ‘บังกอหนี’ ผู้ต้องหาร่วมขบวนฆ่า นายสุชาติ ส่งฝากขังที่เรือนจำจังหวัดกระบี่ หลังศาลอนุมัติฝากขังผลัดแรก เบื้องต้น บังกิบหลี ยังปฏิเสธ “ลั่นผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ยิง”

วันที่ 25 พ.ค.64 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สส.ภ.8 ชุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่ คุมตัวนายสุรชัย หรือบังกิบหลี เริงสมุทร และนายสุริยันต์หรือบังกอหนี เริงสมุทร น้องชาย สองผู้ต้องหาคนสำคัญในคดี สังหารโหดนายสุชาติ ขาวล้วน เจ้าของร้านอาหารและฟิชชิ่ง ใน อ.ลำทับ จ.กระบี่ ออกจาก ห้องขัง สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ ไปยังเรือนจำจังหวัดกระบี่ หลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยนายกอหนี น้องชาย ยอมเปิดปากรับสารภาพกับพนักงานสอบสวน ว่าได้ช่วยฝังศพ และฝังรถนายสุชาติด้วย หลังจนท.สอบปากคำ ร่วม 5 ชั่วโมง เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ไม่สมัครใจทำแผน ส่วนบังกิบหลี พี่ชายยังให้ดการปฏิเสธ และขอให้กาในชั้นศาลเท่านั้น จนท.จึงได้ขออนุมัติศาลฝากขังผ่านวีดีโอคอนเฟอเร้นซ์ และศาลจังหวัดกระบี่ก็ได้อนุมัติฝากขังเมือช่วงก่อนเที่ยงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ระหว่างที่จนท. คุมตัวนายกิบหลี ขึ้นรถ  อีโอดี ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ว่า ยอมรับหรือไม่ว่าเป็นคนลงมือยิง นายสุชาติ ตามที่พยานให้การซัดทอด บังกิบหลี บอกว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ยิง ครับ”จากนั้น เจ้าหน้าที่นำตัวขึ้น รถ อีโอดี ไปฝากขังที่ เรือนจำจังหวัดกระบี่

ขณะที่นางอารักษ์ ทับไทร อายุ 34 ปี ลูกสาวนายสุชาติ ขาวล้วน พร้อมด้วย นายชูวงศ์ มณีกุล ทนายความเดินทางไปที่ศาลจังหวัดกระบี่ เพื่อยื่นเอกสารเพิ่มเติมในการคัดค้านการประกันตัวบังฟิตและพวก ถูกข่มขู่ ว่าหากมีการติดตาม หรือแจ้งความ จะฆ่าทั้งครอบครัว เนื่องจาก เกรงว่ากากกลุ่มของบังฟิต ได้ประกันตัวจะไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นายชูวงศ์ มณีกุล ทนายความ ระบุว่า ปมการสังหารอย่างโหดเหี้ยม ครั้งนี้ มาจากความยัดแย้ง ระหว่างนายสุชาติ ขาวล้วน กับ นายสุริยา เริงสมุทร (บังฟิต) เกี่ยวกับธุรกิจมืด ไม่ใช่จากเรื่องเงิน 3 แสน ที่บังฟิตอ้าง เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ สืบสวน อย่างจริงจังกับขบวนการธุรกิจมืดกลุ่มนี้เชื่อว่ามีกลุ่มผู้กว้างขวาง ในพื้นที่อยู่เบื้องหลังหลายคน

นางอารักษ์ ทับไทร ลูกสาวนายสุชาติ เปิดเผยว่า แม้ว่าเจ้าหน้าที่จับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ ทั้งหมดแล้วแต่ยังไม่ เผาศพพ่อ เนื่องจากต้องรอ ผลชันสูจน์  และ เอกสารต่าง ๆ ก่อน โดยพอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ สามารถจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด


ภาพ/ข่าว  ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

เชียงใหม่ - ผบช.ภ.5 และ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 ตรวจเยี่ยมหน่วยฉีดวัคซีนฯ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 เวลา 11.30 น.พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความห่วงใยข้าราชการตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงต่อการต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ประธานคณะทำงานการจัดหาและฉีดวัคซีนฯ พิจารณาจัดสรรวัคซีนเป็นพิเศษ เพื่อฉีดให้ข้าราชการตำรวจ จำนวน 1,600 นาย  และเพิ่มเติมที่ได้รับการจัดสรรจากสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3,500 นาย  รวมเป็นจำนวน 5,100 นาย ให้แก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 และ ผศ.พรพิมล วงศ์สุข ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5  ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยฉีดวัคซีนฯ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยมี พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร ผบก.อก.ภ.5, และคณะชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 เข้าร่วมตรวจเยี่ยมฯ ณ โรงพยาบาลดารารัศมี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่


ภาพ/ข่าว  นภาพร / เชียงใหม่

กาญจนบุรี - เดินหน้าพัฒนาพลังน้ำแบบสูบกลับ พลังงานทดแทนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แบตเตอรี่พลังน้ำเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต

กฟผ. เดินหน้าศึกษาความเหมาะสมพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ เพื่อผลิตไฟฟ้ารองรับความต้องการในรูปแบบแหล่งพลังงานสำรอง ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Energy Storage System (ESS) ที่ช่วยเติมเต็มให้กับโครงข่ายระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ เป็นระบบกักเก็บพลังงานชนิดหนึ่งที่ถูกคิดค้นบนพื้นฐานความคิดในการจัดการกระแสไฟฟ้าส่วนเกิน เพราะโดยปกติการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางคืนที่ค่อนดึกไปแล้วนั้นจะมีการใช้ไฟฟ้าลดลง ทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเหลือในระบบ ดังนั้น การทำงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเป็นโรงไฟฟ้าที่มีอ่างเก็บน้ำสองส่วนคือ อ่างเก็บน้ำส่วนบน และอ่างเก็บน้ำส่วนล่าง น้ำจะถูกปล่อยจากอ่างเก็บน้ำลงมาเพื่อหมุนกังหันและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยสามารถตอบสนองผลิตไฟฟ้าได้ทันที เมื่อต้องการผลิตไฟฟ้าเสริมเข้าระบบในกรณีเร่งด่วน ขณะที่โรงไฟฟ้าทั่วไปต้องใช้เวลาเริ่มเดินเครื่องกว่า 2-4 ชั่วโมง และในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำหรือน้อยลง จะใช้ไฟฟ้าที่เหลือในระบบจ่ายให้กับปั๊มน้ำขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ในอ่างเก็บน้ำส่วนล่าง เพื่อสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำส่วนล่างนี้กลับขึ้นไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำส่วนบนเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าต่อไป

ปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ 3 แห่ง ได้แก่ 1) เขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4-5 จังหวัดกาญจนบุรี กำลังผลิตเครื่องละ 180 เมกะวัตต์ รวมแล้วมีกำลังผลิต 360 เมกะวัตต์ 2) เขื่อนภูมิพล เครื่องที่ 8 จังหวัดตาก กำลังผลิต 171 เมกะวัตต์ และ 3) โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา เครื่องที่ 1-4 กำลังผลิตเครื่องละ 250 เมกะวัตต์ รวมแล้วมีกำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ กฟผ. ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ทั่วประเทศในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ โดยมีโครงการสำรวจและศึกษาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบเป็นผู้สำรวจพื้นที่และศึกษาความเหมาะสม ปัจจุบันโครงการกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA ) โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำจุฬาภรณ์แบบสูบกลับ จ.ชัยภูมิ เพื่อเป็นทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าและสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับแห่งที่ 2 ในภาคอีสาน ต่อจากโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับถือเป็นระบบเก็บกับพลังงานที่มีต้นทุนต่ำสุดในปัจจุบัน สำหรับระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Grid System) เมื่อเทียบกับวิธีการอื่น ๆ นับเป็นการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้มี

ประสิทธิภาพสูงสุด สามารถตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าช่วงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า อีกทั้งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงาน ช่วยเพิ่มรายได้ของชุมชนอีกทางหนึ่ง

นรข. คุมเข้มเฝ้าระวังป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ในสถานการณ์โควิด - 19

การปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวังป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมีหลายหน่วยด้วยกันที่รับผิดชอบ และหนึ่งในนั้นก็คือหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เรามาดูว่าทางหน่วยงานมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไร ในการควบคุมสถานการณ์ในขณะนี้

พลเรือตรี จรัสเกียรติ ไชยพันธุ์ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เปิดเผยว่า ปกติบางท่านอาจจะเข้าใจว่า หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) รับผิดชอบเฉพาะแถวภาคอีสานอย่างเดียว จริงๆ แล้ว นรข. เป็นหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพเรือ มีพื้นที่รับผิดชอบตลอดแนวลำแม่น้ำโขง ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมี นรข. อยู่ด้วยกัน 4 เขต คือ เขตเชียงราย เขตหนองคาย เขตนครพนม และ เขตอุบลราชธานี รับผิดชอบแบ่งพื้นที่กันไป โดยสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ นรข.เขตนครพนม มีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอยู่แต่ไม่มากนัก

จากสถิติในปีงบประมาณนี้ มีการกระทำผิดแล้วทั้งหมด 8 ครั้ง จับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้ 23 คน เป็นราษฎรชาวไทย 4 คนซึ่งเป็นผู้นำพาและเป็นราษฎรชาวลาว 19 คน แต่สถานการณ์ภาพรวมของการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตลอดลำแม่น้ำโขงจะปรากฏอยู่ตลอดแนว ซึ่งที่ นรข.เขตเชียงราย มีการตรวจพบการกระทำผิดถึง 17 ครั้ง ที่ นรข.เขตหนองคาย มีการกระทำความผิดที่จับกุมได้ 9 ครั้ง ที่ นรข.เขตอุบลราชธานี มีการจับกุมได้ 3 ครั้ง

สรุปว่าการจับกุมที่ผ่านมาตั้งแต่ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา นรข. สามารถจับกุมได้ทั้งหมด 37 ครั้ง เป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวม 180 คน เป็นราษฎรชาวไทย 27 คน และเป็นคนลาว 118 คน นอกจากนี้ยังมีราษฎรชาวจีนอีก 35 คน โดยทั้งหมดนี้จะมีกระบวนการที่มีคนนำพาเป็นคนไทยอยู่ทุกรายการ

ซึ่งจากภาพรวมจะสังเกตได้ว่ามีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตลอดแนวลำแม่น้ำโขง ซึ่งการลักลอบเข้ามาในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเข้าไปในพื้นที่ตอนในเพื่อทำมาหากิน และอาจจะมีเป็นขบวนการอย่างเช่นที่ อุบลราชธานี ที่เข้ามาครั้งเดียวประมาณ 60 คนและมีรถตู้มารับเข้าไปในพื้นที่ส่วนใน ซึ่งก็ได้ทลายตรงนี้ไปแล้วเรียบร้อย

ในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด -19 การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายยิ่งจะต้องมีความเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้น เพราะบุคคลเหล่านี้อาจจะเป็นผู้นำพาหะโรคเข้ามาสู่ประเทศไทยได้ ซึ่ง นรข. เองก็ได้มีการกำชับกำลังพลตลอดแนวลำแม่น้ำโขงให้เพ่งเล็งไม่ให้เกิดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้มีเรื่องที่เป็นใจอยู่คือฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเรา โดยเฉพาะ สปป.ลาว ได้มีการเข้มงวดกวดขันคนของเขาด้วยทำให้ประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายลดน้อยลง

แต่อย่างไรก็ตาม นรข. ก็ยังใช้มาตรการลาดตระเวน การตรวจสอบตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองให้ได้ 100 %

และปัจจุบันกำลังพลของหน่วยไม่ได้ออกจากพื้นที่ยังคงปฏิบัติงานในพื้นที่ครบทุกนาย อีกทั้งก็ต้องขอขอบคุณทางจังหวัดนครพนมที่ได้ให้เจ้าหน้าที่ของ นรข.นครพนม ซึ่งประกอบไปด้วย สถานีเรือบ้านแพง สถานีเรือนครพนม สถานีเรือธาตุพนม และนรข.เขตนครพนม ที่อยู่ธาตุพนมได้รับการฉีดวัคซีนโควิด -19 เรียบร้อยแล้วทั้งหมดทุกนาย ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ต้องห่วงกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อ ทำให้ทุกคนมีกำลังใจในการทำงานมากยิ่งขึ้นด้วย

เราจะเห็นว่าแม้ภารกิจจะมีความเสี่ยง แต่กำลังพลทุกนายของ นรข. ก็พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการลักลอบเข้าเมืองให้ทุกคนมีความปลอดภัยและห่างไกลจากไวรัสโควิด -19


ภาพ /ข่าว  สุเทพ หันจรัส  ผสข.นครพนม/ทินกร เพชรดี สปช นครพนม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top