Wednesday, 2 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

สุโขทัย – เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี เร่งลงพื้นที่ปูพรหมชาวบ้าน แนะผลดี ลงทะเบียนรับวัคซีน COVID-19

นายขรรค์ชัย ดอนพิมพา นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานีพร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ปลัดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี รองปลัดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี บุคลากรเทศบาลฯ  ร่วมกับเจ้าหน้าที่อสม.ของตำบลธานี ลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์การลงทะเบียนรับวัคซีน COVID-19 โดยออกเดินประชาสมพันธ์นโยบาย “วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่ฉีดได้ไวที่สุด ฉีดวัคซีน ช่วยชาติ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด เพื่อกลับมาใช้ชีวิตปกติ ด้วยความห่วงใย เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี”


นายขรรค์ชัย ดอนพิมพา นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี กล่าวว่าประชาชนและชาวชุมชนสามารถดำเนินการได้ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้ 1.Line /Application หมอพร้อม  หากลงหมอพร้อมไม่เป็นให้ดำเนินการตามช่องทางที่ 2 หรือ 3  คือ  2.แจ้งอสม.ประจำชุมชนของท่าน  3.แจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ที่ คุณสมฤดี 083-5211779   คุณณัฐพล 090-2281522  คุณรุจิฬา 091-0297597,087-7975628 หากประชาชนและชาวชุมชนในเขตเทศบาลฯ มีข้อสงสัย และขอข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้ตลอดเวลา  


และเชิญชวนประชาชน ให้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด- 19  เพื่อให้เกิด "ภูมิคุ้มกันหมู่" ให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ได้เดินแนะนำและรณรงค์ภายในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี  มียอดผู้ลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีน  ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2564   จำนวน 2,266 คน  จากกลุ่มเป้าหมาย  ทั้งหมด 4,499 คน  คิดเป็นร้อยละ 29.54 ทั้งนี้ จังหวัดสุโขทัยตั้งเป้าหมายไว้ให้ได้ร้อยละ 80 ภายในวันที่ 23 พฤษภาคม 2564 นี้ หากท่านต้องการลงทะเบียนฉีดวัคซีน ป้องกัน COVID-19


สงขลา - ผู้บริหาร ศอ.บต.ร่วมกับ อบจ.สงขลา และผู้นำท้องที่ ลงพื้นที่อำเภอเทพาและอำเภอจะนะ ช่วยเหลือเกษตรกรระบายผลผลิตฟักทองอย่างต่อเนื่อง

ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา นายอิสระ ละอองสกุล ผู้อำนวยการกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วย นายพิทยา รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาคารสถานที่และยานพาหนะ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ร่วมพบปะหารือเกษตรกรอำเภอเทพา และอำเภอจะนะ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผลผลิตในพื้นที่ ซึ่งได้ประสบปัญหาการส่งออกเนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อสินค้าทางการเกษตรที่ให้ผลผลิตในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะฟักทองและฟักเขียวที่มีเกษตรกรหลายรายจำนวนหลายร้อยไร่ ทยอยให้ผลผลิตเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้ระดมให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง


โอกาสนี้ ทางคณะผู้บริหาร ศอ.บต.พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายเสรี เหล๊าะเหม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นางสาวปรินดา ปาลาเร่ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) นายเจะโส๊ะ หัดเหาะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน (อบต.ตลิ่งชัน) นายจิรวัฒน์ สนิหลำ กำนันตำบลตลิ่งชัน ผู้นำท่องถิ่นและส่วนราชการในพื้นที่ ลงพื้นที่ร่วมพบปะกลุ่มเกษตรกร ณ บ้านป่าโอ หมู่ 6 ตำบลเทพา อำเภอเทพา  และบ้านป่างาม หมู่ 3 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา พร้อมนำผู้ประกอบการเอกชนซื้อฟักทอง ประกอบด้วย นายประเสริฐ คณานุรักษ์ ได้รับซื้อฟักทอง จำนวน 2 ตัน เพื่อนำส่งไปที่วัดนาประดู่และที่สมาคมหลังตลาดนาประดู่ และบริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ จำกัด รับซื้อจำนวน 13 ตัน โดยทาง อบจ.สงขลา และ อบต.ตลิ่งชัน ได้อำนวยความสะดวกจัดรถขนส่งเพื่อนำส่งผลผลิตถึงที่ รวมถึง บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) รับซื้อจำนวน 2140 กิโลกรัม อีกด้วย


ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร ศอ.บต. ได้ร่วมพบปะหารือ นายสถานีรถไฟจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อหาแนวทางด้านความร่วมมือการส่งสินค้าฟักทองเข้าส่วนกลางตามความต้องการของผู้ประกอบการอีกด้วย อย่างไรก็ตามภาครัฐและภาคเอกชนได้ระดมช่วยเหลือระบายผลผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่


นอกจากนี้ คณะฯ ได้เดินทางไปยัง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (โรงงานบ้านพรุ) บ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรับไก่สด CP จำนวน 300 กิโลกรัม และไข่ไก่จำนวน 4,000 ฟอง โดยทาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ได้ให้การสนับสนุนผ่าน ศอ.บต. เพื่อมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่รับผลกระทบฯ จากโควิด-19 ในพื้นที่ จชต.



ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา
 

แม่ฮ่องสอน – อำเภอแม่สะเรียง ปล่อยแถว กวาดล้างแรงงานต่างด้าว

นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง เป็นประธาน ปล่อยแถวระดมพลบูรณาการร่วมหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าประเทศและการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน ณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน  ซึ่งตามมติที่ประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยอำเภอแม่สะเรียง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บูรณาการร่วมกันดำเนินการตรวจตราโรงงาน สถานประกอบการ หอพัก และสถานที่ต่างๆในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าประเทศและการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ซึ่งอาจจะมีเชื้อกลายพันธุ์แพร่ระบาดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง


ภาพ/ข่าว  สุกัลยา / ถาวร  อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 
 

นราธิวาส - บริจาคโลหิต จิตอาสาเพื่อชาติ “Plus1 เพิ่มจำนวนครั้ง เพิ่มจำนวนโลหิต ( ปี2 )”

พันเอก เอกพล เลขนอก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 นำกำลังพลจิตอาสาฯร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ประจำปี 2564 ตามโครงการ “Plus1 เพิ่มจำนวนครั้ง เพิ่มจำนวนโลหิต ( ปี2 )” เพื่อเป็นโลหิตสำรองให้แก่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ให้มีปริมาณที่เพียงพอแก่ในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการรักษา ในห้วงCOVID-19 และทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ณ อาคาร 479 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ มีกำลังพลจิตอาสาฯของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 เข้าร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ จำนวน105 คน และมียอดบริจาคโลหิตทั้งสิ้น 47,250 ซีซีบริจาคอวัยวะ จำนวน 8 คน และบริจาคดวงตา จำนวน 8 คน โดยกิจกรรมในครั้งนี้กำลังพลจิตอาสาฯได้ผ่านการตรวจคัดกรองแล้วว่าเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างการแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นผู้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19

นครพนม - ผบ.ร.3 พัน.3 ส่งมอบน้ำใจเพื่อเป็นกำลังใจให้นักรบชุดขาว – อัศวินเสื้อกาวน์ เป็นชุดป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับ สสอ.เมือง และโรงพยาบาลจังหวัดนครพนมฟรี !!

ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากวิกฤตไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย สะท้อนถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ของไทยต้องรับมือกับภาระที่ยิ่งใหญ่กับสถานการณ์ระบาดเพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องสูญเสียไปมากกว่านี้ โดยต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจตรวจรักษา เฝ้าระวัง ตลอดจนควบคุมการระบาดของโรคให้ส่งผลกระทบกับคนไทยให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ความเสียสละ ความอดทนของคุณหมอ พยาบาล 


ในวันนี้นั้น เพื่อเป็นการทำงานอย่างอุทิศตนอย่างหนักของแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ของไทยที่เราได้เห็นได้รับรู้ทุกวัน เพื่อทำหน้าที่ดูแลรักษาพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ดีที่สุด ทางด้านกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 นำทีมโดย พันโท ศรณณัฐ  นวลมณี  ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ผบ.ร.3 พัน.3) ได้นำนายทหารฝ่ายอำนวยการ เข้ามอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นในการตรวจคัดกรองหาเชื้อ Covid-19 อาทิ ชุด PPE  หน้ากาก N95 ถุงมือยางทางการแพทย์  Face shield  เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว มอบให้กับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม  (สสอ.เมือง จ.นครพนม) และโรงพยาบาลนครพนม  พร้อมทั้งมอบอาหารปรุงสุกและ เครื่องดื่ม ให้บุคลากรทางการแพทย์  ผู้ซึ่งเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อให้ประชาชนผ่านพ้นวิกฤต Covid-19 อย่างปลอดภัย 
การกระทำครั้งนี้เพื่อส่งมอบน้ำใจเพื่อเป็นกำลังใจให้บุคคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ที่อุตส่าห์ทำงานหนักตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รวมถึงในอนาคต ให้ฟันฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้ และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 พร้อมยืนเคียงข้างในทุกโอกาส


ภาพ/ข่าว  ขอบพระคุณภาพจาก ร.3 พัน.3 / ไทบ้าน  นิวส์ (พรพิพัฒน์  เพ็ชรสังหาร)
 

กาฬสินธุ์ – ส่งทีมนักรบชุดขาว เสริมทัพโรงพยาบาลบุษราคัมกรุงเทพมหานคร สู้ภัยโควิด

โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ส่งทีมนักรบชุดขาวบุคลากรแพทย์ พยาบาล เข้าเสริมทัพสนับสนุนการปฏิบัติงานรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลบุษราคัม กรุงเทพมหานคร สู้ภัยโควิด-19 ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์พบผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย  รวมมีผู้ป่วยสะสม 100 ราย หายป่วยกลับบ้านแล้ว 68 ราย
เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ที่บริเวณหน้าอาคารอุบัติเหตุฉุกเฉินหลังเก่า โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ร่วมกันส่งทีมแพทย์ พยาบาล  นักรบชุดขาวโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลบุษราคัม กรุงเทพมหานคร สู้ภัยโควิด-19


ทั้งนี้ นายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ ได้เข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และร่วมมอบช่อดอกไม้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับทีมแพทย์ พยาบาล  นักรบชุดขาวโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ นำโดยมีนายแพทย์ณัฐพล  สัตย์ซื่อ นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เป็นหัวหน้าทีม ในครั้งนี้


นายแพทย์ณัฐพล  สัตย์ซื่อ กล่าวว่า ทีมบุคลากรที่เดินทางไปสนับสนุนการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลบุษราคัม กรุงเทพมหานคร ช่วยภัยโควิด-19 ครั้งนี้ มีทั้งหมด 6 คน โดยมีทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งทุกคนต่างเต็มใจและพร้อมที่จะเดินทางไปสนับสนุน การทำงาน เพื่อร่วมคลี่คลายสถานการณ์โรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ให้มีสถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว โดยยืนยันว่าจะนำความรู้ทั้งหมดที่เรียนมาและประสบการณ์ที่ได้ทำงานที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ไปร่วมกับทุกหน่วยที่โรงพยาบาลบุษราคัม กรุงเทพมหานคร อย่างเต็มความสามารถต่อไป


ด้านนพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กล่าวว่า บุคลากรของโรงพยาบาล รวมทั้งชาวกาฬสินธุ์จะเป็นกำลังใจ และขอให้ทุกคนที่ไปปฏิบัติหน้าที่ได้มีกำลังใจ ซึ่งการที่เราเข้ามาอยู่ในหน่วยงานสาธารณสุข เราจะต้องเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ขอให้กำลังใจผู้ที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเสียสละ ขอให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ทุกคนทั่วประเทศ เราจะสู้ไปพร้อมกันและเราจะชนะไปพร้อมกัน ทีมกาฬสินธุ์ทุกคนมีขวัญกำลังใจ และมีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่


ขณะที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ล่าสุดศูนย์อำนวยการต้านโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จ.กาฬสินธุ์รายงานสถานการณ์พบผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย  โดยผู้ป่วยเดิม 99 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 100 ราย หายป่วยวันนี้ 2 ราย หายป่วยสะสม 68 ราย ยังคงรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 31 ราย และ เสียชีวิต 1 ราย โดยทางจังหวัดยังคงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกท่านได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 4 จังหวัด ได้แก่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ให้กักตัวในที่พำนัก 14 วัน หรือตามระยะเวลาพำนักที่น้อยกว่า และให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ (ผอ.รพ.สต./กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน) หรือ อสม.

ขอนแก่น – พล.ร.3 โดย ร.8 แสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทหารของหน่วย ที่สามารถผ่านการทดสอบ ผ่านเข้าศึกษา ณ โรงเรียนนายสิบทหารบก (รุ่นที่ 25) ได้สำเร็จ

ที่ค่ายสีหราชเดโชไชย ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ กรมยุทธศึกษาทหารบก (ยศ.ทบ.) ประกาศการรับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็น นักเรียนนายสิบทหารบก ประจำปีการศึกษา 2564 (นนส.ทบ.) ประจำปี 2564 นั้น มีกำลังพลของหน่วยกรมทหารราบที่ 8 ได้เข้ารับการทดสอบขั้นที่ 2 (ภาควิชาการ) จำนวน 4 นาย ที่สามารถผ่านการทดสอบผ่านเข้าศึกษา ณโรงเรียนนายสิบทหารบก (รุ่นที่ 25) ค่ายโยธินศึกษามหามงกุฏ จ.ประจวบคีรีขันธ์  


ซึ่งก่อนเดินทางนั้นทางด้านกองพลทหารราบที่ 3 โดย กรมทหารราบที่ 8  พันเอก ณรงค์ วิชญาณวรวุฒิ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 8(ผบ.ร.8) ได้แสดงความยินดีพร้อมทั้งได้มอบขวัญและกำลังใจให้กับน้อง ๆ ทหารของหน่วย จำนวน 4 นาย ที่สามารถผ่านการทดสอบ ผ่านเข้าศึกษา ณโรงเรียนนายสิบทหารบก (รุ่นที่ 25) และกล่าวให้โอวาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล โดยได้เน้นย้ำการใช้ความรู้ความสามารถที่หน่วย ไปปรับใช้ในชีวิตการเป็นนักเรียนให้เกิดประโยชน์ การปฏิบัติตัวในการเข้ารับการศึกษาจากโรงเรียนนายสิบทหารบก และตั้งใจศึกษาเรียนรู้ ให้มีมุ่งมั่นพยายามศึกษาหาความรู้ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับการศึกษานำมาต่อยอดความรู้สู่การเป็นกำลังพลหลักในการพัฒนาหน่วยทหารในกองทัพบก สร้างความภาคภูมิ ให้ตนเองและครอบครัว เป็นแบบอย่างความสำเร็จในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกและบรรจุ เป็นนายทหารประทวนสังกัดกองทัพบกของหน่วยต่าง ๆ รวมถึงการรับราชการทหารซึ่งเป็นอาชีพที่มั่นคง ทั้งต่อตัวเอง ครอบครัว ในอนาคตต่อไป


ภาพ/ข่าว  ขอบคุณภาพจาก ร.8 / ไทบ้าน  นิวส์ (พรพิพัฒน์  เพ็ชรสังหาร)
 

รมว.พม. เปิดกิจกรรม "เรามีเรา" ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราจะตามไปช่วย ปล่อยขบวนรถ ลงพื้นที่ 8 เขต กทม. ช่วยกลุ่มเปราะบางเดือดร้อนจากโควิด-19

วันนี้ 19 พฤษจิกายน 2564 ที่กระทรวง พม. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดตัว ( Kick Off) กิจกรรม “เรามีเรา” ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราจะตามไปช่วย ด้วยการปล่อยขบวนรถ พม. เพื่อนำถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของกลุ่มเปราะบางในชุมชนจำนวน 8 พื้นที่ใน 8 เขตของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

นายจุติ กล่าวว่า วันนี้กระทรวง พม. เปิดตัว ( Kick Off) กิจกรรม “เรามีเรา” ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราจะตามไปช่วย ด้วยการปล่อยขบวนรถ พม. ลงไปยังชุมชนในหลายพื้นที่ เพื่อนำถุงยังชีพ น้ำดื่ม และเจลแอลกอฮอล์ ไปแจกจ่ายช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยการลงพื้นที่เป้าหมายให้ครอบคลุมครบทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ ซึ่งวันนี้ ขบวนรถ พม. ได้ลงพื้นที่นำร่อง 8 เขต ประกอบด้วย

1.) ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี

2.) อาคารเอนกประสงค์ วัดประชาระบือธรรม ถนนพระราม 5 เขตดุสิต

3.) หมู่บ้านเอื้ออาทร ศูนย์ สนง. ออมทรัพย์มั่นคง ถ.รามอินทรา 71 ซ.คู้บอน 27 แยก 37 เขตบางเขน

4.) โรงเรียนผู้สูงอายุแฟลต 64 ซ.ประชาสงเคราะห์ 19 เขตดินแดง

5.) ที่ทำการชุมชนโรงปูน เขตห้วยขวาง

6.) มัสยิดบางมะเขือ ซ.ปรีดี 4 สุขุมวิท 71 เขตวัฒนา

7.) ศูนย์ประสานงาน ชุมชนหมู่บ้านพลับพลา 30ไร่ ซ.รามคำแหง 21 เขตวังทองหลาง และ

8.) วัดพรหมสุวรรณสามัคคี เขตบางแค

นายจุติ กล่าวด้วยว่า สำหรับถุงยังชีพที่ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นซึ่งนำไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและชาวชุมชน กระทรวง พม. ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายที่ได้ร่วมมือร่วมใจบริจาคสิ่งของจำนวนมาก รวมทั้งเงินบริจาค ได้แก่  

1.) Mr. Tatsuya Nozaki ประธาน บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด

2.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

3.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

4.) สถาบันอนุสรีรวมใจให้กันและมูลนิธิพุทธรังษี

5.) คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น 62

6.) คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น 63

7.) บริษัท เอ - พลัส ชัพพลาย จำกัด 8.บริษัท ชาญกิจเทรดดิ้ง จำกัด

9.) เอ็มบีเค กรุ๊ป และ

10.) โลตัส

นายจุติ กล่าวอีกว่า ตนขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมกันในวันนี้ ในนามของรัฐบาลและในนามของตัวแทนประชาชนคนไทยที่วันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนไทยไม่ทิ้งกัน เรายังจะต้องต่อสู้กับโควิด-19 ไปอีกสักพัก เพื่อเอาชนะมันไปด้วยกันทั้งประเทศให้ได้ สำหรับของที่มาบริจาคทุกบาททุกสตางค์หรือของทุกชิ้นที่ทุกคนเสียสละความสุขส่วนตัวมามอบให้กับคนที่ไม่มี ให้กับผู้ที่มีความอยากลำบากมากกว่า นี่เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญและน่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เราจะนำสิ่งของที่ทุกท่านบริจาคมาทุกชิ้นไปมอบให้กับคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ กระทรวง พม. ได้เร่งวางแผนการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายภายหลังวิกฤตครั้งนี้ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว หากประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง

กาฬสินธุ์ – ประกาศเขตโรคระบาดทั้งจังหวัด พบสัตว์ป่วยโรค ‘ลัมปีสกิน’ หลายอำเภอ

จังหวัดกาฬสินธุ์ประกาศเป็นพื้นที่เขตโรคระบาด พร้อมห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ หลังพบโคและกระบือป่วยโรคลัมปีสกินหลายอำเภอ ขณะที่ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่สำรวจและให้การช่วยเหลือเกษตรกร
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564  ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านทุ่งกระเดา หมู่ที่ 5 ต.กุดปลาค้าว อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ หลังจากได้รับแจ้งว่ามีโคและกระบือของเกษตรกรป่วยเป็นโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย และเป็นกาแพร่ระบาดเป็นครั้งแรกในหมู่บ้าน เบื้องต้นได้พบกับนางสมพร ปาวรี อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่1/1 หมู่ที่ 5 บ้านทุ่งกระเดา ต.กุดปลาค้าว อ.เขาวง  จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่เลี้ยงโคและได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน


โดยนางสมพร กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมาเริ่มมีการระบาดของโรคลัมปี สกินในหมู่บ้านข้างเคียง และได้มีการระบาดมายังหมู่บ้านของตน แต่ก็ไม่คาดคิดว่าโรคลัมปี สกิน จะติดต่อมายังวัวของตนเองได้เร็วขนาดนี้  โดยปกติแล้วตัวเองเลี้ยงวัวอยู่ 5 ตัว ปัจจุบันวัวติดโรคลัมปี สกินแล้ว 2 ตัว ซึ่งเป็นแม่ลูกกัน และเป็นโรคลัมปี สกิน มาประมาณ 2-3วันแล้ว หลังจากที่รู้ว่าวัวทั้ง 2 แม่ลูกติดโรคระบาด ก็ได้ทำการแยกออกจากฝูงนำไปเลี้ยงไว้ที่อื่นก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการติดไปยังวัวที่เหลือ


นางสมพร กล่าวอีกว่า สำหรับอาการของโรคลัมปี สกินนั้น จะมีตุ่มขึ้นตามตัวของวัว แต่เบื้องต้นมีไม่มาก แต่มีอาการซึม ไม่กินนม ไม่กินหญ้า หรือแม้แต่น้ำก็ไม่กิน อีกทั้งยังมีน้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ตัวเองเกิดความวิตกกังวลว่าวัวที่ตัวเองเลี้ยงนั้นจะเสียชีวิตเหมือนกับวัวของคนอื่นที่เคยเป็นข่าว ทั้งนี้เบื้องต้นได้แจ้งไปยังปศุสัตว์อำเภอเขาวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแล เพื่อทำการรักษาแล้ว แต่ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์แจ้งว่ายังไม่มีวัคซีนหรือยาที่สามารถรักษาได้โดยตรง ได้แต่เพียงรักษาตามอาการเท่านั้น ตนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยมาให้คำแนะนำหรือช่วยแก้ไขบรรเทาปัญหาให้กับชาวบ้านด้วย เพราะเท่าที่ทราบตอนนี้พื้นที่อำเภอเขาวงได้มีการระบาดของโรคลัมปี สกินในหลายตำบลแล้วเช่น ตำบลกุดปลาค้าว ตำบลคุ้มเก่า  ตำบลสระพัง หรือแม้กระทั่งในอำเภอติดกันอย่างอำเภอนาคู และอำเภอกุฉินารายณ์ก็มีสัตว์ป่วยเป็นโรคนี้จำนวนมาก จึงอยากให้ช่วยนำไปพิจารณาเป็นปัญหาเร่งด่วนด้วย


ขณะที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงนามในประกาศจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เรื่องกำหนดเขตโรคระบาด ชนิดโรคลัมปีสกิน ในสัตว์ชนิดโค กระบือ โดยมีเนื้อหาระบุว่า ด้วย จ.กาฬสินธุ์พบว่ามีหรือสงสัยว่ามีโรคระบาดในสัตว์(ชนิด) โคเนื้อป่วยด้วยโรคลัมปีสกิน ซึ่งเป็นโรคระบาดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดไปยังจังหวัดอื่นๆได้ จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาด


ดังนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์จึงออกประกาศไว้ดังนี้ 1.ให้ท้องที่ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปีสกินในสัตว์ชนิดโค กระบือ 2.ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์ ชนิดโค กระบือ หรือซากสัตว์ดังกล่าวเข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตว์แพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย ทั้งนี้ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 22 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ


อย่างไรก็ตามล่าสุดทางนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ยังได้สั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์ และอำเภอทั้ง 18 อำเภอ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจ ให้ความรู้ และให้การช่วยเหลือเกษตรกรในการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วนแล้ว

ชลบุรี - กองเรือยุทธการ วางพวงมาลาถวายราชสักการะเสด็จเตี่ย วันอาภากร ครบรอบ 98 ปี

วันนี้ 19 พ.ค.64 พลเรือเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มอบหมายให้ พลเรือโท ชาญชัยยศ อัฑฒ์สุวีร์ รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธี วางพวงมาลาถวายราชสักการะ และพิธีบวงสรวง พระบรมราชานุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์พระบิดาทหารเรือไทย ณ หน้ากองบัญชาการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เนื่องในวันอาภากร หรือวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ โดยมีผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงกองเรือยุทธการ คณะนายทหาร ข้าราชการ เข้าร่วมกระทำพิธี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ผู้ทรงเป็นรากฐานให้แก่ กองทัพเรือไทย ให้ดำรงอยู่ตราบจนปัจจุบัน

พระประวัติโดยย่อของ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 และสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2446 ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาโหมด ในปีพุทธศักราช 2436 ได้เสด็จไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ผลการศึกษาปรากฏอยู่ในขั้นดีเยี่ยม มีพระวิริยะอุตสาหะ พระจริยวัตรที่งดงาม เป็นที่รักใคร่ของครู อาจารย์ และเป็นที่ยอมรับของชาวอังกฤษ เมื่อจบการศึกษาได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโท ผู้บังคับการในตำแหน่ง นายธงผู้บัญชาการทหารเรือ และเมื่อปี พุทธศักราช 2448 ทรงดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทรงได้ปรับปรุงการศึกษาของ โรงเรียนนายเรือให้เจริญก้าวหน้า ดังปรากฏทำให้ทหารเรือไทย มีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ สามารถเป็นครู และผู้บังคับบัญชาทหารเรือได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศ และเมื่อปีพุทธศักราช 2450 ทรงเป็นผู้บังคับการ เรือหลวงมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือ และนักเรียนช่างกล ไปฝึกภาคต่างประเทศ ได้ทรงนำเรือแวะที่ประเทศสิงคโปร์ เปลี่ยนสีเรือจากสีขาวเป็นสีหมอก ให้เหมือนเรือรบต่างประเทศ เพื่อให้กลมกลืนกับลักษณะของสีน้ำทะเล และภูมิประเทศอีกด้วย 

นอกจากนี้ พระองค์ยังได้ทรงศึกษาตำราหมอยาไทยอย่างจริงจัง จนมีความรู้แตกฉาน ทรงเป็นหมอยาไทย รับรักษาประชาชนทั่วไป ด้วยน้ำพระทัยโอบอ้อมอารี จนได้รับพระสมัญญาว่า “หมอพร” แห่งราชนาวีไทย


ภาพ/ข่าว  นิราช ทิพย์ศรี / นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top