Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

สมุทรปราการ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรับเคาน์เตอร์เช็คอินในอาคารผู้โดยสาร จัดเป็นพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2564 นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) พร้อมด้วย นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 6 ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19) แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า ทั้งพนักงาน ลูกจ้างของ ทอท. เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ตลอดจนสายการบินซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ณ ทสภ.

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า การดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ ทสภ. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงประจำท่าอากาศยาน (ศปม.ทย.) ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพการฉีดวัคซีนให้รวดเร็วและเป็นไปตามเป้าหมายการกระจายวัคซีนแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ ทสภ. และตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ทสภ. จึงได้ขยายพื้นที่จุดให้บริการฉีดวัคซีนใหม่ เพื่อให้รองรับจำนวนผู้รับวัคซีนให้ได้มากขึ้น โดยใช้พื้นที่เคาน์เตอร์เช็คอิน แถว U และ แถว W ห้องโถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ของอาคารผู้โดยสาร รวมทั้งหมด 42 เคาน์เตอร์เพื่อใช้เป็นจุดบริการสำหรับผู้เข้ารับวัคซีน เช่น จุดลงทะเบียน วัดความดันและอุณหภูมิ ลงทะเบียนเข้าระบบ ซักถามประวัติความเสี่ยง บันทึกข้อมูลการให้บริการ ลงข้อมูลเขาระบบติดตามวัคซีน รับบัตรนัด เป็นต้น ทั้งนี้ จุดให้บริการฉีดวัคซีนจะมีพนักงานของ ทสภ. พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลบางพลีและโรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทสภ. และตัวแทนจากสายการบินต่าง ๆ ร่วมให้บริการ

นายกิตติพงศ์ กล่าวในตอนท้ายว่า การดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ปฎิบัติงาน ณ ทสภ.ในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ ทสภ. และเป็นการรักษามาตรฐานตามที่ ทสภ. ได้รับการรับรอง Airport Health Accreditation จากสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (Airports Council International : ACI) มาตรการด้านความปลอดภัยสุขอนามัยจากการเข้าร่วมโครงการ Airport Health Accreditation (AHA) Programme ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านสุขอนามัย และความปลอดภัยภายในท่าอากาศยานครอบคลุมทุกด้าน


ภาพ/ข่าว  ก๊วก สมุทรปราการ  

19 จังหวัด - 1 สัปดาห์แห่งการให้ “ครัวมาดาม” ส่งข้าวกล่องแทนใจ 19 รพ.สนามทั่วประเทศ

ครัวมาดาม มูลนิธิมาดามแป้ง ขอบคุณทีมอาสาส่งข้าวกล่อง รพ.สนาม, รพ.รัฐ 19 แห่ง ครบ 1 สัปดาห์ เตรียมขยายเวลาความช่วยเหลือต่ออีกเดือน และขยายพื้นที่ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมชวนคนไทยร่วมบริจาคส่งน้ำใจให้ไกลขึ้น

การให้ความช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ถูกดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง “ครัวมาดาม” กับแนวคิด ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ภายใต้มูลนิธิมาดามแป้ง ที่ตั้งครัวชุมชนส่งข้าวกล่องแล้วเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ผ่านกลุ่มอาสากล้าใหม่ไปยัง 19 พื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ อยุธยา, นครราชสีมา, ภูเก็ต,  เชียงใหม่, นราธิวาส ฯลฯ หลังเชื้อไวรัสโควิด-19 กลับมาระบาดระลอก 3 ซึ่งเดิมวางเป้าหมายตั้งครัวถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ แต่ด้วยสถานการณ์ที่แย่ลงทำให้มีโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้นมาก และบุคลากรทางแพทย์ต้องทำงานหนักขึ้น มูลนิธิฯ จึงมีแผนขยายเวลาและปรับขยายพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนช่วงวิกฤตให้มากที่สุด

ด้าน มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. ในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง กล่าวว่า “ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณน้ำใจของกลุ่มคนอาสาทุกคนทั้งจากทุกชุมชนในแต่ละพื้นที่ ที่แม้รู้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี แต่ก็เสียสละส่งต่อน้ำใจของมูลนิธิฯ นี้ไปยังคุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทุกคนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เราเชื่อว่าน้ำใจแห่งความตั้งใจนี้จะเป็นพลังให้คุณหมอที่ทำหน้าที่อย่างหนักในทุก ๆ วัน ซึ่งภารกิจของเรายังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะยังต้องทำต่อไปตามเป้าหมายคือ 28,500 กล่อง ในสิ้นเดือนเมษายนนี้”

“จากการประเมินสถานการณ์และแนวโน้มที่ทวีความรุนแรงขึ้น คณะกรรมการมูลนิธิฯ จึงกำลังวางแผนการขยายระยะเวลาทำครัวมาดามออกไปอีก เพื่อแบ่งเบาภาระของคุณหมอ อีกทั้ง ยังมีความเห็นว่าควรปรับและขยายพื้นที่ความช่วยเหลือออกไปอีก โดยขอเชิญชวนคนไทยทุกคนมาช่วยกัน นอกจากการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง อันจะเป็นการช่วยป้องกันบุคลากรทางแพทย์ และหากคนเราแข็งแรงและมีกำลัง ก็สามารถเอากำลังกายและใจนั้นออกมาแบ่งปันช่วยเหลือกันต่อไป” มาดามแป้ง กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ “มูลนิธิมาดามแป้ง” ขอเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางแพทย์ ผ่านกิจกรรมครัวมาดาม ด้วยการส่งข้าวกล่องเติมพลังให้ด่านหน้าผู้เสียสละในทุกวัน ด้วยการร่วมบริจาคสมทบทุน กล่องละ 50 บาท เลขบัญชี 092-2-61340-0 ธ.กสิกรไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิมาดามแป้ง เพื่อโครงการสร้างสังคมแห่งการให้

 

 

สมุทรปราการ - ชื่นมื่น ! รับนายกคนใหม่ ”อรัญญา สุวรรณบุตร” นั่งนายกเทศมนตรี ลั่น...งานแรกเร่งพัฒนาด้านการศึกษา

ที่อาคารเทศบาลตำบลแพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เดินทางเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาเป็นวันแรก พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภาเทศบาลตำบลแพรกษา โดยในช่วงเช้าได้นำคณะสมาชิกสภาเทศบาลตำบลแพรกษา (สท.) เข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีเป็นวันแรก หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล ที่มีการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา โดยเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม

โดยในวันนี้เป็นการเข้ารับตำแหน่งวันแรกของนางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลแพรกษา นับว่าเป็นนายกหญิงคนแรกที่ได้นั่งตำแหน่งนายกเทศมนตรี และเป็นนายกเทศมนตรีลำดับที่ 2 ต่อจาก ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาที่ได้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สมุทรปราการ ในนามพรรคพลังประชารัฐ กระทั่งชนะการเลือกตั้งได้เข้าไปนั่งในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ นับว่าการทำงานที่ผ่านมาของ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สส. สมุทรปราการ ในขณะที่เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา นับว่ามีผลงานที่โดดเด่น กับวิสัยทัศน์ที่กว้างใกล พัฒนาท้องถิ่นในเขตแพรกษาให้มีความเจริญก้าวหน้า รวมถึงการพัฒนาในด้านการศึกษา จนเป็นที่ประจักษ์และได้รับการไว้วางใจของประชาชนโดยทั่ว

กระทั่งมีการวางตัวนางอรัญญา สุวรรณบุตร (ภรรยา)ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เพื่อขับเคลื่อนและสานต่องาน จนได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในเขตแพรกษา กับวิสัยทัศน์ที่โดดเด่นจนได้รับตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา กระทั่งล่าสุดได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดยนางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสเข้ามาทำหน้าที่นายกเทศมนตรี และพร้อมที่จะขับเคลื่อนแผนงาน และพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป อีกทั้งยังมุ่งเน้นในการพัฒนาด้านการศึกษา เป็นอันดับแรก รวมถึงการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่แพรกษาเพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป


ภาพ/ข่าว  คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

อยุธยา - ผู้ว่าฯ ตรวจเยี่ยมการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก เร่งตรวจหาผู้สัมผัสในตลาดวังน้อยเมืองใหม่ พร้อมขอความร่วมมือชาวอยุธยา ให้สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย ยืนยันจับปรับแล้ว 2 ราย ไม่สวมหน้ากากเข้าตลาดสดบางปะหัน

วันที่ 26 เมษายน ที่ตลาดวังน้อยเมืองใหม่ อ.สังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้แทน สปสช และผู้เกี่ยวข้อง เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทีมแพทย์จากโรงพยาบาลศุภมิตร เสนา และทีมสาธารณสุขที่ออกตรวจ ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก (Active Case Finding) ตลาดวังน้อยเมืองใหม่ หลังจากที่พบแม่ค้าในตลาดดังกล่าว เป็นผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 จึงปิดตลาดพร้อมจัดจุดค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก (Active Case Finding)ในครั้งนี้ เพื่อควบคุมและจำกัดการแพร่ระบาด โดยมีเป้าหมายผู้ค้าและลูกจ้าง จำนวน 600 ราย

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 25 เมษายน ว่าที่ร้อยตำรวจตรีหญิง สายสุนี ยมานันท์ นายอำเภอบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ให้ข้อมูลว่า เมื่อเวลา 13.30 น.  ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บางนางร้า อ.บางปะหัน พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ขณะปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พบเห็นชาย 2 คน ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ที่บริเวณตลาดสดบางปะหัน ต.บางนางร้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้เข้าไปแสดงตัวจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน เปรียบเทียบปรับ  ตามความผิด ข้อหา ไม่สวมหน้ากากอนามัย อันเป็นความผิดตามคำสั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 1779/2563 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2563 ประกอบมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558  พนักงานสอบสวน สภ.บางปะหันได้ทำการเปรียบเทียบปรับไป คนละ 500 บาท

ทั้งนี้ นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีคำสั่งที่ 1496/2563 ลงวันที่ 5 พ.ค. 2563 สั่งให้ประชาชนทุกคนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งก่อนออกจากเคหสถาน หรือขณะอยู่นอกเคหะสถาน หรือต้องติดต่อกับบุคคลอื่นหรือเดินทางไปในสถานที่สาธารณะหรือสถานที่ใดๆ ที่ต้องติดต่อกับบุคคลอื่น ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2548


ภาพ/ข่าว  สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา / สุจินดา  อุ่นขาว  รายงานจากอยุธยา

ประจวบคีรีขันธ์ - พิธีเปิด “ครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่สำหรับนำไปมอบให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงห่วงใยและทรงตระหนักถึงความเดือดร้อนของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ จึงพระราชทานพระราชานุญาตให้สภากาชาดไทย โดย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ จัดตั้ง “ครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” ณ สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2564 เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่สำหรับนำไปมอบให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยในวันนี้ (27 เมษายน 2564) นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด เป็นประธานในพิธีเปิด “ครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย” มอบอาหารพระราชทาน จำนวน 3,000 ชุด ให้แก่ผู้แทนในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แบ่งเป็น อำเภอหัวหิน จำนวน 1,500 ชุด อำเภอสามร้อยยอด จำนวน 200 ชุด อำเภอปราณบุรี จำนวน 200 ชุด อำเภอกุยบุรี จำนวน 200 ชุด อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 300 ชุด อำเภอทับสะแก จำนวน 200 ชุด อำเภอบางสะพาน จำนวน 200 ชุด และอำเภอบางสะพานน้อย จำนวน 200 ชุด ณ สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเดินทางไปเยี่ยมผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ ในพื้นที่อำเภอหัวหิน จำนวน 5 ราย เพื่อมอบอาหารพระราชทาน น้ำดื่ม และชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฝ่าวิกฤติโควิด-19 ยังความปลาบปลื้มแก่ประชาชนที่ได้รับอาหารพระราชทานและต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

อาหารปรุงสุก จากครัวพระราชทาน อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย จะแจกจ่ายไปยังประชาชนในพื้นที่อำเภอหัวหิน อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ปราณบุรี ทับสะแก บางสะพาน บางสะพานน้อย กุยบุรี และสามร้อยยอด  โดยการผลิตคำนึงถึงการบริหารจัดการครัวที่เน้นความสะอาด ถูกสุขลักษณะ อาหารปรุงสดใหม่ มีคุณภาพ ในส่วนของผู้ประกอบอาหารแต่งกายตามมาตรฐาน คือ สวมหมวกคลุมผม สวมผ้ากันเปื้อน สวมหน้ากากอนามัย และสวมถุงมือ รวมถึงในการการแจกจ่ายอาหารพระราชทาน ได้จัดให้มีการจัดระเบียบการรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ขณะเดียวกัน นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เหล่ากาชาดจังหวัดที่มีการตั้งโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยโควิดรวมทั้งมีผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ ซึ่งพักกักตนเองอยู่ในบ้านพักและไม่สามารถหุงหาอาหารได้เอง โดยได้รับการร้องขอจากส่วนราชการจังหวัด ให้เปิดครัวเพื่อปรุงอาหารให้แก่ผู้ป่วยทั้งที่โรงพยาบาลสนาม ทั้งนี้เหล่ากาชาดจังหวัดจะได้ประสานงานกับสถานีกาชาดพื้นที่ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ซึ่งกำลังทยอยเปิดครัวพระราชทานเช่นเดียวกัน ด้วย เช่น เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา เป็นต้น

โอกาสนี้สภากาชาดไทยขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคในโครงการ “พลังใจ 99 บาท ก้าวผ่านวิกฤต COVID-19” เพื่อมอบชุดธารน้ำใจช่วยเหลือประชาชนที่ต้องกักกันตน ผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้และไร้ที่พึ่ง เพื่อลดความเสี่ยง ป้องกัน และเยียวยาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยการสแกน QR CODE ผ่านแอปพลิเคชันธนาคารในระบบ E-DONATION หรือโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักสีลม ชื่อบัญชี "สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ" ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่ 001-1-34567-0 หรือธนาคารกรุงไทย สาขาสุรวงศ์ ชื่อบัญชี "สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย" ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่ 023-6-06799-0 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถามเพิ่มเติม โทร.1664

สุรินทร์ - รพ.ค่ายวีรวัฒน์โยธิน มทบ.25 เตรียมพร้อมการปฏิบัติงานภายในห้องควบคุมความดันลบ และ โรงพยาบาลสนามกองทัพบก

วันที่ 26 เมษายน 2564 โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน มณฑลทหารบกที่ 25 อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดย  พันเอกสงคราม โชคชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน เตรียมความพร้อมการปฏิบัติงานภายในห้องควบคุมความดันลบ ซึ่งเป็นห้องที่สามารถคัดแยกผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดย มีเตียงรับรองผู้ป่วย จำนวน 12 เตียง ซึ่งแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาล ได้ใช้ระบบกล้องวงจรปิดทำให้สามารถติดตามอาการผ่านจอมอนิเตอร์และ Application ผ่านทางมือถือได้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง ของแพทย์และพยาบาล ในการปฏิบัติงานและการเฝ้าติดตามอาการผู้ติดเชื้อ ซึ่งห้วงที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ได้มีการทดลองใช้งานกับผู้ป่วยมาแล้ว 2 ราย ทำให้ แพทย์และพยาบาล มีความมั่นใจ และมีความรู้ปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

ด้าน พันเอกสงคราม โชคชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามกองทัพบก  เพื่อดูแลรองรับ กำลังพลและครอบครัว และประชาชน ที่ติดเชื้อและมีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ รวมทั้งผู้ที่ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลมาและอาการทุเลาลงแล้ว เพื่อเป็นการลดภาระด้านการรักษาพยาบาลให้กับโรงพยาบาลสาธารณสุขในจังหวัดสุรินทร์ได้ โดยจัดตั้งโรงพยาบาลสนามอยู่ 3 จุด คือ จุดที่1.เรือนรับรองค่ายวีรวัฒนโยธิน จำนวน 20 เตียง จุดที่ 2.สโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน จำนวน 30 เตียง และจุดที่ 3 กองกำลังสุรนารี 30 เตียง รวมเป็น 80 เตียง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล จะทุ่มเท ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ และทั้งนี้เนื่องด้วยเหตุการณ์โควิด-19 ที่จังหวัดสุรินทร์ ที่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในหอผู้ป่วยสามัญ ในโรงพยาบาลสุรินทร์ ในวันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ.2564 และวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2564 จนทำให้บุคลากรทางการแพทย์ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยขณะให้การดูแลรักษา มีความเสี่ยงสูงและปานกลาง จำนวนทั้งสิ้น 42 ราย จึงจำเป็นต้องได้รับการกักตัว 14 วัน ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ (เสี่ยงสูง 23 ราย เสี่ยงกลาง 19 ราย) ทำให้อัตรากำลังในการปฏิบัติงานลดลง จึงขอให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจหรือรับการรักษาอย่าปกปิดข้อมูล เพราะจะทำให้กำลังแพทย์ที่ต้องดูแลลดลง ดังนั้นโรงพยาบาลสุรินทร์ จึงขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูลและความเสี่ยงตามจริงกับเจ้าหน้าที่เสมอ เนื่องจากตรวจพบเร็ว การรักษาได้ผลดี ไม่กระจายวงกว้าง และที่สำคัญเจ้าหน้าที่สามารถเลือกเครื่องมือป้องกันให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นได้


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์  แสนกล้า

ระยอง - ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์เข็มที่ 2 พร้อมเร่งฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ที่ลงทะเบียนไว้

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2564 ที่ รพ.ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ อสม.เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า เดินทางมารับการฉีดวัคซีนเข็มที่สองตามกำหนดระยะเวลา หลังได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของ Sinovac ล็อตแรกไปแล้ว เมื่อวันที่ 5-9 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ได้รับการจัดสรรมา จำนวน 20,000 โดส

นายแพทย์ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผอ.รพ.ระยอง กล่าวว่า วันนี้เป็นการฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ อสม.และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า เข็มที่สองของล็อตแรก ซึ่งจะมีการฉีด จำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย.นี้ ที่ รพ.ระยอง และในวันที่ 28-30 เม.ย.จะฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ลงทะเบียนไว้ สำหรับบุลคากรทางการแพทย์ 6 คน ที่มีอาการอ่อนแรง ไม่ได้เกิดจากที่เป็นสโตรกแต่อย่างไร เกิดจากอาการข้างเคียง หรือ ISRR เกิดขึ้นได้ในระยะสั้นและหายเอง ซึ่งคนไข้หายเป็นปกติตั้งแต่ระยะแรกแล้ว ซึ่งการที่จะฉีดเข็มที่สองหรือไม่นั้นก็แล้วแต่คนไข้ หรือจะฉีดใหม่ และเปลี่ยนชนิดอื่นก็ได้ อย่างไรก็ตามแนะนำให้อยู่ระยะเวลาการฉีดเข็มที่ 1 และ 2 ก็มารับการฉีดได้ภายใน 4 สัปดาห์


ภาพ/ข่าว  วฐิต กลางนอก / ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน

ศรีสะเกษ - มอบชุดกิ๊ฟเซ็ทป้องกันโควิด -19 จำนวน 20,000 ชุด สนับสนุนทีมผจญเหตุด่านหน้า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล และทีม อสม.ในพื้นที่ทุกอำเภอ

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 64 ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ  นายวัฒนา  พุฒิชาติ  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มอบชุดกิ๊ฟเซ็ทป้องกันโควิด-19 ประกอบด้วยหน้ากากผ้าอนามัย และ สเปรย์แอลกอฮอล์ จำนวน 10,000.- ชุด ให้แก่นายแพทย์ทนง วีระแสงพงษ์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ และนายแพทย์ชลวิทย์ หลาวทอง  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ เพื่อนำไปสนับสนุนทีมผจญเหตุที่เป็นปราการด่านหน้าในพื้นที่ทุกอำเภอ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล และทีม อสม. ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้ นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย บุคลากร และเครือข่าย ทำการเร่งบรรจุสิ่งของ Sisaket gifts set Covid-19 ทั้งหมด 20,000 ชุด ในเบื้องต้นและเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการยับยั้งและควบคุมการแพร่กระจายโรค จึงส่งมอบก่อนจำนวน 10,000 ชุด นอกจากนี้ชมรมน้องพี่ศรีลำดวนยังได้สนับสนุนอาหารกลางวัน พร้อมเครื่องดื่มแก่บุคคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลศรีสะเกษอีกด้วย

นายวัฒนา  พุฒิชาติ  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  กล่าวว่า ชุดกิ๊ฟเซ็ทป้องกันโควิด 19 ทั้งหมด จำนวน 20,000 ชุด จะส่งมอบให้แก่อำเภอทั้ง 22 อำเภอ เพื่อทำการส่งมอบต่อไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลทุกแห่ง และมอบให้แก่ อสม. เพื่อนำไปใช้ในภารกิจเคาะประตูบ้านทุกหลังคา ติดตามสอบถามผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 18 จังหวัด หรือ จากพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการยับยั้งหรือควบคุมการแพร่กระจายของโรคโควิด -19  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้คำแนะนำการปฏิบัติในช่วงการกักตัวอย่างถูกวิธี จนครบ 14 วัน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญและมีความเสี่ยงสูงของทีมผจญเหตุที่เป็นปราการด่านหน้าอย่างมาก  เพื่อให้ทีมงานจังหวัดศรีสะเกษมีความปลอดภัยเชื้อโรคไวรัสโควิด -19  ต่อไป


ข่าว/ภาพ บุญทัน  ธุศรีวรรณ  ศรีสะเกษ

ประจวบคีรีขันธ์ – พบผู้ป่วยโควิดสะสมทะลุ 1000 ราย บุคลากรการแพทย์เร่งฉีดวัคซีนโควิดเข็ม2 พบอาการข้างเคียงส่วนใหญ่ความดันสูงไม่ลด

วันที่ 26 เมษายน 64 ที่ห้องประชุมคีรีขันธ์ ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์พงษ์พจน์ ธีรานันตชัย ผอ.โรงพยาบาลฯ จัดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โด๊สที่ 2 สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนโด๊สที่ 1 รอบแรกเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบริการฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ อสม. ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ อ.เมืองจำนวน 450 คน เป็นการฉีดวัคซีนของบริษัทซิโนแวค เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ใน จ.ประจวบฯ ไม่พบรายใดที่มีอาการรุนแรงหลังการฉีดวัคซีน พบแต่เพียงอาการมือเท้าเย็น แน่นหน้าอก เวียนหัว คลื่นไส้ และส่วนใหญ่ความดันสูงไม่ลด

นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 สะสมจำนวน 1,002 รายจากคลัสเตอร์ใหญ่สถานบันเทิงในพื้นที่ อ.หัวหินและ อ.เมือง อยู่ระหว่างรักษา 591 ราย รักษาหายแล้ว 409 ราย มีผู้ป่วยโควิดติดเชื้อรายใหม่ในจังหวัด 18 ราย พบผู้ป่วยที่รักษาในโรงพยาบาลมีอาการรุนแรง 18 ราย สำหรับกรณีที่มีผู้ป่วยติดเชื้อยังมีต่อเนื่องมีสาเหตุจากการติดเชื้อจากสถานที่ทำงานทั้งหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน การพบปะรับประทานอาหารร่วมกัน มีการติดเชื้อในครอบครัว การรวมกลุ่มของผู้สูงอายุ มีผู้ติดเชื้อให้ข้อมูลไทม์ไลน์คลาดเคลื่อน และการติดเชื้ออาจเกิดจาการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ

สำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการขอรับวัคซีนโควิด-19 สามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความรุนแรงของอาการป่วยหากติดเชื้อ ขณะที่ในวันที่ 1 พ.ค.64 จะมีการเปิดลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด 19 พร้อมกันทั่วประเทศผ่าน Line Official Account “หมอพร้อม” โดยสามารถเลือกวัน เวลา และโรงพยาบาลที่ต้องการเข้ารับการฉีดได้

นางศิริพรรณ กลีบจันทร์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบ เปิดเผยว่า ได้เข้ารับการฉีดวัคซีน ครั้งนี้เป็นเข็มที่ 2 ตั้งแต่ฉีดเข็มแรกจนถึงเข็มที่ 2 ร่างกายเป็นปกติดีไม่ มีอาการข้างเคียงใด ๆ ทั้ง2เข็ม รู้สึกมีความมั่นใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น จึงอยากแนะนำประชาชนนอกจากการฉีดวัคซีนแล้วก็ให้ป้องกันตัวเองให้ดี และก็อยากให้ประชาชนทุกคนมาเข้ารับการฉีดวัคซีน หากร่างกายมีความพร้อมไม่แพ้ตามข้อกำหนด การฉีดวัคซีนซึ่งมีความสำคัญที่สามารถช่วยฝ่าวิกฤตโควิดได้ จึงอยากให้ประชาชนมาเข้ารับการฉีดวัคซีน โดยไม่ต้องกลัวผลข้างเคียง เพราะตั้งแต่ตนเองฉีดเข็มแรก และเข็มที่ 2 ไม่พบอาการข้างเคียงใด ๆ  

อยุธยา - ผู้ว่าฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระพรชัยมงคล เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติมหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน

 

วันที่ 26 เมษายน 2564 เวลา 08:00 น. ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.กระมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระพรชัยมงคล เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน พร้อมด้วย นางสรัลพัชร ประโมทะกะ นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายประทีป การมิตรี ปลัดจังหวัด ดร.จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี นางจุรีพร ขันตี วัฒนธรรมจังหวัดฯ เป็นผู้กล่าวรายงาน คณะสงฆ์ พระสงฆ์ 10 รูป นำโดย พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา/เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เจริญพระพุทธมนต์ อนุโมทนา ทั้งนี้ ภายในงานได้จัดจุดคัดกรองตามมาตรการควบคุมโรคโควิด-19

เนื่องด้วย วันที่ 29 เมษายน เป็นวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร จึงนับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า จะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วยการบำเพ็ญคุณงามความดี ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูรสิริวิบูลยราชกุมาร ที่ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างเอนกอนันต์ ในการนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้ร่วมกับวัดพนัญเชิงวรวิหาร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกซนและประชาชน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีตักบาตรพระสงฆ์ และการจัดกิจกรรมเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติมหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูสยราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน 2564 ขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในวาระโอกาสสำคัญดังกล่าว พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกันทำความดีถวายพระราชกุศล แสดงออกถึงความรักชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และธำรงรักษาไว้ให้มั่นคงสืบไป


 ภาพ/ข่าว  สุจินดา อุ่นขาว รายงานข่าวจากอยุธยา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top