Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี – ปิดเกาะล้าน !! ล็อกดาวน์ 14 วัน ป้องกันโควิดรอบ 3

ชาวบ้านเกาะบ้านลงมติล็อกดาวน์ปิดเกาะ 14 วัน ระหว่างวันที่ 5-20 พ.ค.นี้ พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันโรคตามแนวทางเมืองพัทยา และ คก.โรคติดต่อชลบุรี

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.64 มีรายงานว่า ที่วัดใหม่สำราญ เกาะล้าน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี คณะกรรมการชุมชนเกาะล้าน โดย นายบุญเชิด บุญยิ่ง ประธานชุมชนเกาะล้าน ได้จัดลงมติลงคะแนนเสียงมาตรการล็อกดาวน์ป้องกันโควิด-19 เพื่อเสนอปิดเกาะล้าน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนบนเกาะ และเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคระบาดของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ ได้ทำการเปิดรับลงคะแนนเสียงเพื่อแสดงมติของประชาชนบนเกาะล้าน ว่าต้องการให้เป็นไปในรูปใด โดยรูปแบบที่ 1.ปิดเกาะแบบห้ามทุกคนเข้า-ออก อย่างน้อย 15 วัน, รูปแบบที่ 2 ปิดเกาะแบบงดนักท่องเที่ยวอย่างน้อย 15 วัน และรูปแบบที่ 3 เปิดเกาะต่อไปภายใต้มาตรการของจังหวัดชลบุรี ทั้งนี้พบว่ามีประชาชนชาวเกาะล้านมาลงคะแนนเสียงแสดงมติดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 845 คน

แบ่งเป็นบัตรดี 826 ใบ และบัตรเสีย 19 ใบ ผลการลงคะแนนปรากฏว่าชาวบ้านเลือกรูปแบบที่ 1 ปิดเกาะแบบห้ามทุกคนเข้า-ออกอย่างน้อย 15 วัน รวมทั้งสิ้น 306 เสียง, รูปแบบที่ 2 ปิดเกาะแบบงดนักท่องเที่ยวอย่างน้อย 15 วัน รวมทั้งสิ้น 420 เสียง, รูปแบบที่ 3 เปิดเกาะต่อไปภายใต้มาตรการของจังหวัดชลบุรีรวมทั้งสิ้น 96 เสียง และ 4.ไม่แสดงความคิดเห็นรวมทั้งสิ้น 4 เสียง

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุมชนเกาะล้าน จะได้นำมติผลการออกคะเสียงของประชานชาวบ้านเกาะล้าน ที่เลือกให้มีการดำเนินการในรูปแบบที่ 2 คือ ให้มีการปิดเกาะแบบงดนักท่องเที่ยว โดยกำหนดเริ่มล็อกดาวน์ปิดเกาะล้าน ตั้งแต่วันที่ 5-20 พ.ค.64 นี้ โดยประมาณ โดยทางคณะกรรมการชุมชนเกาะล้าน พร้อมที่จะรอฟังคำสั่งและนโยบายจากทางเมืองพัทยา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี โดยตลอด


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

ชลบุรี - กลุ่มคนใจดี นำแอปเปิลมาให้ลิงเขาสามมุขกิน หลังอดจากพิษโควิด-19

ลิงเขาสามมุข กำลังอดอยากจากพิษโควิด รอบ 3 หมดนักท่องเที่ยวไม่มีใครให้อาหาร ยังมีกลุ่มผู้ใจบุญนำแอปเปิ้ลมาแจกให้พอประทังความหิว

บรรยากาศถนน รอบเขาสามมุข ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่มีลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนหลายพันตัว  ซึ่งเมื่อก่อนนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเล่นน้ำหาดบางแสน แล้วจะเลยมาเที่ยวกราบไหว้เจ้าแม่สามมุขแล้วจะซื้อผลไม้มาให้ลิงเป็นการให้ทาน แต่ปัจจุบันพิษการแพร่เชื้อไวรัสโควิด รอบที่ 3 ทำให้มีการปิดหาดบางแสนและหลายจังหวัด มีการจำกัดการเดินทางไม่มีนักท่องเที่ยวมา ถึงมีก็น้อยมากจะมีก็เป็นประชาชนใกล้เคียง ทำให้ไม่มีใครมาให้อาหารลิง จากการสังเกตดูลิงมีอาการหงอยเหงา บางตัวหิวมากก็จะไปดื่มน้ำที่อยู่ในแอ่งข้างทางพอบรรเทาความหิว

นายสุเทพ จารุวรรณ ตัวแทนกลุ่มพนัสปันน้ำใจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ชีพทางทะเลฉลามขาว ได้นำแอปเปิ้ลจากพ่อค้าแม่ค้าที่มีน้ำใจ และบางส่วนก็เป็นผลไม้ที่มีขนาดเล็กไม่เป็นที่ต้องการของลูกค้ามาบริจาคให้ลิงกิน เมื่อลิงได้รับผลไม้แอปเปิ้ล ต่างก็นั่งกินด้วยความเอร็ดอร่อย ทำให้ผู้ที่มาร่วมแจกนั้นปลื้มใจในผลแห่งการให้

นายสุเทพ จารุวรรณ ตัวแทนกลุ่มพนัสปันน้ำใจ กล่าวว่า ตนได้รับทราบจากเพื่อนในกลุ่มว่า ลิงที่อยู่รอบเขาสามมุขช่วงนี้ไม่มีอาหารกิน ตนก็กลัวว่าลิงจะขาดอาหารแล้วป่วยได้ จึงได้บอกกับพ่อค้าแม่ค้าแถวตลาด อ.พนัสนิคม ซึ่งทุกคนพอได้ทราบก็ร่วมใจนำผลไม้ผ่านตนมาแจกให้ลิงกิน ผลไม้ที่มีแอปเปิ้ลเป็นส่วนใหญ่ที่เอามาให้ลิงกินมีประมาณ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

สุโขทัย - Sukhothai Crafts and Folk Art “ลวดลายจากสังคโลกสู่ผืนผ้า”ที่ "บ้านปรีดาภิรมย์"

ไม่ใกล้ไม่ไกลจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ในเขตชุมชนเมืองเก่า จ.สุโขทัย มีบ้านไม้หลังหนึ่ง รอให้ทุกคนได้มาสร้างสรรค์ลวดลายสังคโลกลงบนผืนผ้าที่ “บ้านปรีดาภิรมย์” ที่นี่เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบและความหมายของลวดลายสังคโลกซึ่งถือเป็นงานหัตถกรรมที่สำคัญของสุโขทัยมาช้านาน โดยปกติแล้วเรามักจะเห็นลวดลายสังคโลกอยู่บนเซรามิก

แต่เมื่อ คุณธารารัตน์ ปรีดาภิรมย์ หรือฝน และชาวบ้านชุมชนเมืองเก่าต้องการที่จะอนุรักษ์ สืบสานลวดลายบนเครื่องสังคโลกเอาไว้ไม่ ให้หายไปตามกาลเวลา จึงเกิดเป็นกิจกรรมเวิร์คช้อปดีๆ ให้นักท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไปที่สนใจได้เข้ามามีส่วนร่วมในการหัดเขียนลวดลายสังคโลก

การลงมือวาดลวดลายต่าง ๆ ลงบนผืนผ้า เสื้อยืด กระเป๋าหรือโคมไฟ ไม่ว่าจะเป็น ลวดลายสัตว์ (ลายปลา ลายนกคุ้ม) ลวดลายพืชพรรณ (ลายดอกบัว ต้นไม้) และลวดลายเรขาคณิตแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับวิถีชีวิต สังคม ความเชื่อและรูปแบบศิลปะเฉพาะของสุโขทัย จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเข้าใจในคุณค่าของ “จิตวิญญาณของวัฒนธรรม” เมืองสุโขทัย และเข้าใจอัตลักษณ์ของความเป็นสุโขทัยมากขึ้น


ภาพ/ข่าว  เสนิศชนันต์ สุขกสิกร

กาฬสินธุ์ – ผลกระทบโควิดฮิต !! ใช้แพข้ามฟากเขื่อนลำปาว รัดเข็มขัด ประหยัดน้ำมัน

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชน เผชิญกับภาวะเสี่ยงได้รับเชื้อ สถานบริการหลายแห่งปิดกิจการ หลายคนขาดรายได้ จึงต้องประหยัดค่าใช้จ่ายทุกด้าน รวมทั้งการเดินทางที่ต้องประหยัดค่าน้ำมัน ทำให้บรรยากาศการบริการแพข้ามฟากข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว ที่คลองเชื่อมระหว่างอำเภอเมืองกาฬสินธุ์และอำเภอหนองกุงศรี กลับมาคึกคักอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยล่าสุดยอดผู้ป่วยสะสมสูงถึง 71 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ส่งผลให้ประชาชน ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง และป้องกันตนเองไม่ให้รับเชื้อ โดยปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโควิด-19 D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด ทั้งการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 2 เมตร ไม่เข้าไปในสถานที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สแกนไทยชนะหรือหมอชนะ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ในส่วนของการเดินทาง และการประกอบอาชีพของประชาชน ยังต้องรัดเข็มขัด ประหยัดกิน ประหยัดใช้ เนื่องจากสถานบริการ หรือสถานประกอบการหลายแห่งต้องหยุดกิจการ ส่งให้หลายคนว่างงาน ขาดรายได้ ขณะที่ในส่วนผู้ที่ยังทำงาน และประกอบอาชีพ จึงต้องประหยัดทุกวิถีทาง เพื่อที่จะลดรายจ่าย และเลี้ยงดูสมาชิกในครัวเรือนที่ว่างงาน  เช่น ประหยัดน้ำมันในการเดินทางข้ามอำเภอ หรือข้ามจังหวัด รวมทั้งลดระยะทางในการเดินทางค้าขาย รับจ้างและหาจับสัตว์น้ำ

จากสาเหตุดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้พบว่า บรรยากาศการบริการที่แพข้ามฟาก บริเวณคลองเชื่อมเขื่อนลำปาว ตรงข้ามกับบ้านสะอาดนาทม ต.ลำคลอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ กับ ต.เสาเล้า อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์  ได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งแต่ละวันจะมีผู้ใช้รถเดินทางมาใช้บริการขึ้นแพ โดยใช้แรงคนชักลากเพื่อข้ามคลองเชื่อม ซึ่งมีความกว้างประมาณ 30 เมตร

สอบถามนายชาติ กุลพลเมือง อายุ 50 ปี ชาวบ้านสะอาดนาทม ต.ลำคลอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ผู้ประกอบการแพลากข้ามฟาก กล่าวว่า ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ในการให้บริการแพลากกับผู้ใช้รถ ที่จะเดินทางข้ามไป-มา ระหว่าง 2 อำเภอนี้ ซึ่งจะให้บริการในช่วงฤดูแล้งที่น้ำลด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่จะเดินทางระหว่าง 2 อำเภอได้รับความสะดวก คือใกล้กว่าที่จะขับไปขึ้นสะพานเทพสุดา ระหว่างแหลมโนนวิเศษ ต.โนนบุรี อ .สหัสขันธ์ กับเกาะมหาราช ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี โดยสามารถร่นระยะเดินทางได้กว่าเส้นทางถนนประมาณ 30-50 กม.ทีเดียว

นายชาติกล่าวอีกว่า ในช่วงฤดูแล้งนี้ และประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พบว่ามีผู้ใช้รถมาใช้บริการเป็นจำนวนมากขึ้น เฉลี่ยวันละ 20-30 คัน สำหรับค่าบริการแพข้ามฟาก รถจักรยานยนต์คันละ 20 บาท รถกระบะและรถไถคันละ 40 บาท รถบรรทุก 6 ล้อคันละ 60 บาท เป็นต้น สำหรับชาวบ้าน ที่ข้ามฝั่งไปหาอาหาร หรือหาหอย ปู หาปลา ในเขื่อน ก็จะไม่เก็บค่าบริการ เนื่องจากเห็นอกเห็นใจกัน และบรรเทาความเดือดร้อน ที่ประสบปัญหาเรื่องปากท้อง ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ตราด – ข้าวกล่องออนไลน์สุดฮอต !! ช่วงโควิด ข้าวคลุกน้ำพริกกะปิปลาทู ทำยอดขายพุ่ง

ร้านขายอาหารออนไลน์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกช่วงโควิด ไม่ว่าจะเป็นโควิดละลอก 1 -2 หรือ ละลอก 3 อาหารออนไลน์ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคน พิษโควิดทำร้านค้า ร้านอาหารหลายร้านต้องปิดตัวลง แต่ร้าน น้องแม็ก อิ่มอร่อย ที่เป็นธุรกิจครอบครัว ทำกันมาตั้งแต่ช่วงโควิดรอบแรก ยอดขายยังคงไม่ตก กลับพุ่งสูงขึ้นเท่าตัว โดยเฉพาะรอบนี้ ทำให้คนไม่กล้าออกจากบ้านนั่งกินอาหารที่ร้าน หันมาสั่งข้าวออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก

นางสาวนุชนาฎ รังสิวัฒนศักดิ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองและครอบครัวทำอาหารขายออนไลน์อยู่กับบ้าน ในพื้นที่ ต.หนองเสม็ด อ.เมืองตราด โดยมีอาหารกล่องหลากหลาย มีลูกค้าประจำที่สั่งทานกันเรื่อยมา ตั้งแต่โควิดรอบแรก จนมาถึงโควิดรอบนี้ ลูกค้าประจำก็ยังสั่งข้าวกล่องทานกันอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าที่เข้ามาใหม่ๆก็เยอะ ข้าวกล่องที่ร้านขายหลากหลายตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง แต่ที่ขายดีและเป็นที่ถูกอกถูกใจลูกก็จะเป็นข้าวคลุกกะปิ ที่ใส่เครื่องแบบแน่นๆ ขายกล่องละ 30-40 บาท และอีกอย่างหนึ่งที่ลูกค้าสั่งทานมากที่สุดก็คือข้าวคลุกน้ำพริกกะปิปลาทู ขายกล่องละ 40-50 บาท นางสาวนุชนาฎยังบอกอีกว่า ทางร้านได้เข้าร่วมโครงการของรัฐ เราชนะ และร่วมกับฟู๊ตแพนด้า โดยลูกค้าสามารถสั่งผ่านฟู๊ตฯได้เช่นเดียวกัน สำหรับโควิด 19 รอบนี้ ทำให้ยอดขายพุ่งเท่าตัว ซึ่งดูได้จากไข่ไก่ เมื่อก่อนจะใช้วันละไม่เกิน 5 แผง หลังจากโควิด ระบาดหนัก ๆ ลูกค้าสั่งกลับไปทานที่บ้าน ยอดขายเพิ่มขึ้น ตอนนี้ใช้ไข่ไก่วันละ 10 แผง นางสาวนุชนาฎยังฝากขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ยังอุดหนุนร้านน้องแม็ก อิ่มอร่อย กันมาตลอด และทางร้านจะทำให้ดีที่สุดเช่นเดียวกัน


ภาพ/ข่าว  ณัฐวุฒิ สวัสดิ์วารี 

ตาก - ผู้ประกอบการนำเข้าข้าวโพดเดือดร้อน วอนด่านตรวจพืชแม่สอดหาทางออก หลังมาตรการพบมอดเพียงตัวเดียว ต้องนำข้าวโพดกลับไปฝั่งเมียนมาใหม่ เสียค่าใช้จ่ายบานปลายมากถึง 20,000 บาทต่อ 1 พ่วง

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม  2564 ตัวแทนผู้ประกอบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเมียนมาด้านจังหวัดเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ไปยื่นหนังสือต่อหัวหน้าด่านตรวจพืช อ.แม่สอด จ.ตาก ทั้งนี้เพื่อขอผ่อนปรนการตรวจ หรือ วิธีการอื่น ๆ จากกรณีที่ ทางกรมวิชาการเกษตร มีหนังสือลงวันที่ 29 มีนาคม 2564 ให้การนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ (สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา) เข้ามาในราชอาณาจักรไทยมีข้อกำหนดของกรมวิชาการเกษตรว่า ห้ามมีตัวมอด และศัตรูพืชเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ถ้ามีต้องมีวิธีกำจัดคือ ตีกลับประเทศต้นทาง ต้องผ่านการอบตัวมอดจากบริษัทที่ผ่านการได้รับอนุญาตของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมี 6 บริษัท และทำลายทิ้ง แต่เนื่องจากบริษัทที่กำหนดไว้ไม่มีสาขา และพนักงานในพื้นที่ อ.แม่สอด

ขณะที่ยาที่กำจัดมอด และศัตรูพืชที่ชื่อว่า เมบรอม 100 (Mebromm 100 ) ที่กรมวิชาการเกษตรอนุมัติให้ใช้นั้นไม่มี   โดยไม่มีจำหน่ายในพื้นที่อำเภอแม่สอด ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปฏิบัติตามปรพกาศของกรมวิชาการเกษตรได้ และทางเจ้าหน้าที่ด่านตรวจตรวจพืช ไม่มีทางออกอื่นให้ ส้งผลให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนมากถึง 20,000 บาทต่อ 1 พ่วง และยังต้องเผชิญปัญหากับเหตุการณ์ไม่สงบ และปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกด้วย และเมื่อปีที่ผ่านมาไม่มีข้อกำหนดดังกล่าว การยื่นหนังสือนี้จึงขอผ่อนปรนจากกรมวิชาการเกษตรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการนำเข้าข้าวโพด

ด้านเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืช แจ้งกับกลุ่มผู้ประกอบการที่ไปยื่นหนังสือว่า จะนำเรื่องนี้ รายงานไปยังกรมวิชาการเกษตร เพราะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่มีอำนาจใด ๆ นอกจากการปฏิบัติหน้าตามข้อกำหนดของกรมวิชาการเกษตร แต่ได้แนะนำให้รวมตัวกัน พร้อมกับชิปปิ้ง เพื่อหาทางออกร่วมกัน

ทางผู้ประกอบการแจ้งว่า ได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากการเข้มงวดตรวจรถบรรทุกข้าวโพดที่บริเวณด่านพรมแดนไทย-เมียนมา 2 ของเจ้าหน้าที่ หากพบมอดเพียงตัวเดียวก็ไม่ผ่าน นอกจากนี้ทางผู้ประกอบได้รวมตัวกัน เพื่อหาทางออก โดยจะขอให้บริษัทที่ทางกรมวิชาการเกษตรกำหนดไว้ให้ผู้ประกอบการต้องนำข้าวโพดผ่านการอบตัวมอด จาก 6 บริษัท ก็ไม่ยอมไปบริการถึงพื้นที่ หลังจากมีการร้องขอจากผู้ประกอบการ เนื่องจากปัญหาการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการไม่มีทางออกใด นอกจากการขอผ่อนปรนเท่านั้น

 

ยะลา - เคอร์ฟิววันแรก เมืองเบตงเงียบสงัดทั้งเมือง มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กู้ภัย ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบ

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.64 เวลา 21.00 น. ที่บริเวณหอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง ได้เป็นประธานปล่อยแถว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เบตง, นปพ.ยะลา32, ตชด.445, ฉก.ตชด.445, ทหาร ชุดป้องกันชายแดนที่4, ฝ่ายปกครอง และกู้ภัยในพื้นที่อำเภอเบตง จำนวน 200 นาย เพื่อดูแลรักษาความสงบในห้วงเวลาเคอร์ฟิว และเป็นการทำตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ที่ประกาศ ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00 น.-04.00 น. เพื่อเป็นมาตรการยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 COVID-19  โดยเริ่มจากวันนี้เป็นวันแรกจนถึงวันที่ 18 พ.ค.64 ผู้ที่ฝ่าฝืนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีพ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง หัวหน้าหน่วยกำลังในพื้นที่เข้าร่วม

ทั้งนี้เมื่อถึงเวลา 22.00 น. นายอำเภอเบตงพร้อมเจ้าหน้าที่ได้เวียนไปตรวจดูตามถนนหนทาง สถานที่ร้านค้าต่างๆ ภายในเขตเทศบาลเมือง พบว่า ตามถนนหนทางภายในเขตเทศบาลเงียบสงัด ไม่มีประชาชน ออกมาพลุกพล่านเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา มีเพียงเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามจุดต่าง ๆ เท่านั้น ส่วนตามร้านสะดวกซื้อก็ปิดบริการหมดแล้วตั้งแต่เวลา 21.00 น. เพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน และร้านค้าต่าง ๆ ทราบมาก่อนหน้านี้แล้ว


ภาพ/ข่าว ธานินทร์ โพธิทัพพะ / ปื้ดเบตง  

ชลบุรี - เมืองพัทยา เริ่มแล้ว นำทีมติดตั้งโครงเหล็กเตรียมเปิดด่านตรวจวัดคัดกรองโควิด-19 หน้าวัดช่องลม

รองนายกเมืองพัทยานำทีมเตรียมความพร้อมสถานที่ตั้งด่านตรวจวัดคัดกรองป้องกันโควิด-19 หน้าวัดช่องลม (นาเกลือ) ตลอด 24 ชั่วโมง เข้มคนเดินทางเข้าเขตเมืองพัทยา

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.64 มีรายงานว่า นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมคณะทำงานนายกเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่อำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่นำอุปกรณ์โครงเหล็กเพื่อติดตั้งเต๊นท์ขนาดใหญ่ บริเวณหน้าวัดช่องลม (นาเกลือ) จ.ชลบุรี เพื่อเป็นด่านตรวจวัดคัดกรองป้องกันโควิด-19 ที่จะเริ่มปฏิบัติการการอย่างเข้มข้นในวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ค.64 นี้

นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ให้ข้อมูลด้วยว่า กรรมการควบคุมโรคจังหวัดชลบุรีที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเป็นประธาน ได้จัดประชุมกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลุบรี เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ตามประกาศของ ศบค. หลังจากจังหวัดชลบุรีเป็นหนึ่งใน 6 จังหวัด พื้นที่สีแดงเข้ม หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 

ในส่วนของอำเภอบางละมุง พบว่ามีรายงานพบผู้เชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐฏิจที่สำคัญของจังหวัดชลบุรี คณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดชลบุรีจึงมีคำสั่งให้เพิ่มระดับความเข้มข้มของมาตรการการควบคุมโรค โดยให้มีการจัดตั้งด่านตรวจวัดคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้าเขตพื้นที่

โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าท่ีปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้อง และจิตอาสา ปฏิบัติหน้าท่ีตรวจวัดคัดกรองประจำด่านตรวจวัดคัดกรองก่อนเข้าเขตพื้นที่เมืองพัทยา โดยใช้ริมถนนสุขุมวิท บริเวณหน้าวัดช่องลม (นาเกลือ) โดยเบื้องต้นมีแนวคิดจะตั้งด่านตรวจวัดคัดกรองดังกล่าวตลอด 24 ชม.

ทั้งนี้ บริเวณขาเข้าเมืองพัทยา จะมีการตรวจวัดอุณหภูมิผู้สัญจรด้วยพาหนะทุกคัน ในส่วนขอขาออกนั้น ผู้ประสงค์ที่จะเดินทางออกนอกพื้นที่จะต้องมีหนังสืออนุญาตเดินทางจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ มาแสดงต่อทางเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจวัดคัดกรองอำเภอบางละมุงด้วย ส่วยรายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่จะมีความชัดเจนในวันพรุ่งนี้จากทางนายอำเภอบางละมุง


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

‘วิชามาร’ สร้างข้อมูลเท็จ ลดความน่าเชื่อถือ ‘แบรนด์’ ธุรกิจ

ต้องยอมรับว่า Social Media เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกระจายข่าวสารไปยังกลุ่มคนได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เลือกเสพข้อมูลข่าวสารจากช่องทาง Social Media มากกว่าช่องทางอื่น ๆ ส่งผลให้ Social Media นั้นมีความทรงอิทธิพลอย่างมาก อีกทั้งยังกระจายข้อมูลข่าวสารไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง

จากอิทธิพลของ Social Media ดังกล่าว ทำให้เกิดข้อมูลทั้งที่เป็นเรื่องจริงและไม่จริง ผุดขึ้นอย่างมากมายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะข่าวปลอม หรือ Fake News ที่ระบาดอย่างหนัก พอ ๆ กับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ว่าได้ เพราะจากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ที่สรุปข้อมูลจากการแจ้งเบาะแส และการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงการระบาดรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 19 ธ.ค. 63-28 ก.พ. 64 พบข้อความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จำนวน 35.47 ล้านข้อความ หลังจากคัดกรองแล้วพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์เป็นข่าวปลอม 2,784 ข้อความ โดยมีข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 1,346 เรื่อง  

อย่างไรก็ตาม ‘ข่าวปลอม’ ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่มีมาช้านาน แต่ในอดีตการจะปล่อยข่าวปลอม จะต้องมีเครื่องมือที่สามารถกระจายข่าวได้ หากไม่เครื่องมือของตัวเอง ก็จะใช้วิธี อย่างเช่น การส่งจดหมายลูกโซ่ ถัดมาเมื่อมีอินเทอร์เน็ต ข่าวปลอมยิ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นส่งผ่าน FWD Mail การส่งในเว็บบอร์ดต่าง ๆ จนกระทั่งมาถึงการแชร์ผ่าน Social Media

การสร้างข่าวปลอมมีทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ การเมือง และสังคม แม้บางครั้งคนที่สร้างข่าวปลอม อาจต้องการเพียงแค่ความสนุก แต่กลับส่งผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะในฝั่งของภาคธุรกิจ ที่อาจจะถูกลดความน่าเชื่อถือในตัวบริษัท หรือ แบรนด์สินค้า ก็ได้

ยกตัวอย่างเคส คลาสสิค ข่าวปลอมในธุรกิจประกันภัย ที่เริ่มมีคนส่งต่อผ่าน FWD Mail ครั้งแรกราวปี 2549 แต่กระทั่งปัจจุบันก็ยังมีแชร์ข่าวนี้ผ่าน Social Media อยู่เรื่อย ๆ

โดยข่าวที่แชร์กันในโลกออนไลน์ เป็นข้อความเกี่ยวกับ “รายชื่อ Black List บริษัทประกัน(รถยนต์)” ที่ระบุ ข้อความว่า...

รายชื่อ Black List บริษัทประกัน (รถยนต์) สำหรับผู้ที่จะถอยป้ายแดงทั้งหลาย รวมทั้งที่ถอยแล้วมาป้ายไม่แดงแล้ว

รายชื่อ Black List บริษัทประกัน (รถยนต์) ข้อมูลจากบริษัท ทิสโก้ รู้ไว้ก็ดีนะ

จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

บริษัทประกันดังกล่าว คือ

อันดับที่ 1. ลิเบอร์ตี้ประกันภัย มี ดร.พาชื่น รอดโพธิ์ทอง และพ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต ถือหุ้นใหญ่

อันดับที่ 2. มิตรแท้ประกันภัย (ไทยประสิทธิ์เดิม)

อันดับที่ 3. บ.สัมพันธ์ประกันภัย นายศรีศักดิ์ ณ นคร ถือหุ้นใหญ่

บ.ทั้ง 3 ข้างต้น อู่ต่าง ๆ ส่ายหน้าหนี ไม่รับรถเข้าซ่อมเพราะเบี้ยวค่าซ่อมหลายร้อยล้านบาท โดยลิเบอร์ตี้เป็นสุดยอดแห่งการเบี้ยว

ยังมี บริษัทประกันภัยที่อยู่ในข่ายจะโดนอู่ต่าง ๆ ขึ้นบัญชีดำอีกคือ

อันดับที่ 4 บ.อาคเนย์ประกันภัย เพราะถึงแม้จะไม่ชักดาบแต่จะใช้วิธี 'HairCut ' คือจะต่อรองกับอู่ว่าจะจ่ายให้น้อยกว่าค่าซ่อมที่ค้างไว้ ซึ่งอู่ต่าง ๆ หลายแห่งก็ต้องยอม เพราะไม่อยากยุ่งยากเรื่องฟ้องร้อง

ยังมีอีกประเภท คือ จ่ายค่าซ่อมช้ามาก บางที่เป็นปีถึงจะชำระให้' ได้แก่

อันดับที่ 5 พัชรประกันภัย

และอันดับที่ 6 เอราวัณประกันภัย

อันดับที่ 7 พาณิชยการประกันภัย บริษัทนี้คนที่เรารู้จักเพิ่งโดนสด ๆ ร้อน รถชนมา 4 เดือนแล้วยังไม่ได้เริ่มแตะเลย เนื่องจากว่าไม่มีเงินจ่าย ให้อู่ซ่อม พูดง่าย ๆ ว่าจะเจ๊งแล้ว

ข้อมูลข้างบนนี้คงมีประโยชน์กับท่านที่กำลังมองหา บ.ประกัน จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง เพราะจ่ายเบี้ยประกันแล้ว ใคร ๆ ก็อยากได้รับบริการที่ดี ไม่มีตุกติก

และก็เพิ่งมีรายล่าสุดก็คือ อันดับ 8 บ.สินทรัพย์ประกันภัย อยู่ในอาการง่อนแง่น

บริษัทประกันภัยทั้งหมดนี้ คุณควรจะช่วยกันแชร์ให้คนที่น่าสงสารรู้ก่อนที่จะเค้าจะเสียรู้ บริษัทพวกนี้

 

นี่คือข้อความทั้งหมดจากเคสกรณีตัวอย่าง!!

อย่างไรก็ตาม หากเป็นคนที่ไม่อยู่ในแวดวงธุรกิจ หรือไม่ได้ติดตามข่าวสารธุรกิจประกันภัย ก็จะหลงเชื่อข้อความเหล่านี้โดยง่าย เพราะในอดีตที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของธุรกิจประกันภัยในสายตาคนทั่วไปมักไม่ค่อยดีอยู่แล้วนั่นเอง

แต่หากคนที่ติดตามข่าวสารจะพบข้อเท็จจริงว่า บริษัทประกันวินาศภัยที่ถูกกล่าวอ้าง ได้แก่ บริษัท พาณิชยการประกันภัย จำกัด บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด และบริษัท พัชรประกันภัย จำกัด ได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยไปแล้วในระหว่างปี 2547 ถึงปี 2557

ส่วนอีก 4 บริษัท ยังประกอบธุรกิจอยู่ โดยมีฐานะการเงินอยู่ในเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท อาคเนย์ ประกันภัย ยังเป็นหนึ่งในเครือกลุ่มธุรกิจการเงินของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี อีกด้วย

หากย้อนไปดูต้นของข้อความเท็จดังกล่าว มีทั้งหมด 3 เวอร์ชั่น ยุคปี 2549-2552 ข้อความอันเป็นเท็จมีบริษัททั้งหมด 7 แห่ง ถูกกล่าวหาว่ามีฐานะทางการเงินไม่ดี มีการส่งผ่านกระดาษในลักษณะจดหมายลูกโซ่ ต่อมาปี 2553-2556 ข้อความดังกล่าวยังคงเหมือนเดิม จำนวนบริษัทยังคงมี 7 บริษัท เพียงแต่ลบสัญลักษณ์ขึ้นย่อหน้าใหม่ และมีการจั่วหัวเป็นตัวดำ ส่งผ่าน e-mail จากนั้น ในปี 2557 เป็นต้นมา มีการเพิ่มบริษัทประกันภัยอีก 1 แห่ง รวมเป็น 8 บริษัท แต่ข้อความส่วนใหญ่ยังคงเหมือนเดิม ส่งผ่านกันทางสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ทำให้บริษัทที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ ได้รับความความเสียหายและขาดความน่าเชื่อถือจากประชาชนที่ได้รับข้อมูลเท็จดังกล่าวอย่างมาก

กระทั่ง หนึ่งในบริษัทที่ได้รับความเสียหาย อย่างมิตรแท้ประกันภัย ได้ปฏิบัติการ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ ด้วยการฟ้องร้องผู้ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวรายหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในคดีอาญาในข้อหา ความผิดนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพรบ.กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และฟ้องคดีแพ่ง ข้อหา ละเมิด เรียกร้องค่าเสียหายอีก 1 ล้านบาท ซึ่งศาลได้ตัดสินให้คู่กรณีทำการไกล่เกลี่ย โดยให้ผู้ถูกฟ้องทำการส่งข้อความขอโทษผ่านทาง Social Media ทั้งเพจเฟซบุ๊ก และไลน์กลุ่ม ที่ผู้ถูกฟ้องเป็นสมาชิกอยู่ เนื่องจากไม่มีเงินชดใช้ 

ในกรณีนี้ จึงถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของธุรกิจที่ได้รับจากข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือข่าวปลอม แม้จะมีการฟ้องร้องเอาผิดกับผู้แชร์ข้อมูลไปแล้วหลายราย แต่ข้อมูลดังกล่าว ก็ยังส่งต่อกันผ่าน Social Media จนถึงทุกวันนี้ 

ฉะนั้น ก่อนจะแชร์ข่าวสารข้อมูล หรือ โพสต์ข้อความอะไรบน Social Media ควรเช็คข้อมูล หรือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนทุกครั้ง เพราะถ้าแชร์ข้อมูลเท็จ หรือ ข่าวปลอมออกไป แล้วเกิดความเสียหายกับคนอื่น ถูกฟ้องร้องขึ้นมา จะต้องเสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาล และอาจถึงขั้นติดคุก และเสียเงินเสียทอง โดยไม่รู้ตัว เพราะอย่าลืมว่า โทษจากการทำผิด พรบ.คอมพิวเตอร์นั้น หนักหนามิใช่น้อย
 

เผลอใจให้คนหลอกลวง!! ตำหรับยา ‘หมอ (ไม่ได้) บอก’ หลอกให้หลง!! ส่ง ‘โควิด’ ไปสู่ที่ชอบ

วิกฤติโควิด-19 ดูจะยังหนักหนาหาที่จบยาก ทำให้ทุกคนต้องพยายามดิ้นรนหาทางเลี่ยงติดเชื้อให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ยกเว้นใครก็ไม่รู้) 

แน่นอนว่ามาตราการต่าง ๆ ในการป้องกันดูแลตัวเองไม่ว่าจะเป็นใส่หน้ากากอนามัย หมั่นใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เว้นระยะห่าง หรืออีกมากมาย

แต่ทำไมมันช่างดูวุ่นวายนัก ทำไมมันยากจัง อยากมีสูตรสำเร็จเลยอะ (พลีซซซซ)

เดี๋ยว ๆ อย่าทำเป็นเล่นไป!! ก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่ามีสูตรสำเร็จ โดยมียาที่บอกสรรพคุณว่ากินแล้วป้องกันโควิดได้ด้วยนะ!!

ในช่วงวิกฤติที่ใคร ๆ เริ่มมองหาทางป้องกันและรักษาหลาย ๆ แบบ ก็เป็นจังหวะโอกาสของยาหลากตำหรับหลายสูตรโผล่ขึ้นมาให้เห็นกันที่หน้าจอโทรศัพท์ได้ไม่เว้นแต่ละวัน 

แต่มันก็ไม่มีปัญหาหรอกถ้าตำหรับยาเหล่านี้มันช่วยได้อย่างที่อวดอ้างสรรพคุณ เพราะในความเป็นจริงกลายเป็นว่ายาต่าง ๆ ที่ถูกแชร์กันโครม ๆ ไม่ว่าจะผ่านทางไลน์ เฟซบุ๊ก หรือแม้แต่ทวิตเตอร์ มันดันเป็นยาที่หมอ (ไม่ได้) บอก เนี่ยสิ...

อย่างเมื่อไม่นานมานี้หลาย ๆ คนคงได้เห็นการอวดอ้างสรรพคุณของสมุนไพร ‘ฟ้าทะลายโจร’ ที่แชร์กันให้พรึ่บว่า ช่วยป้องกันโควิด-19 ได้ (แหม่ขนาดนั้นเลยนะยาเทวดาปะเนี่ย) 

ความจริงมันก็ถูกครึ่ง ไม่ถูกครึ่ง!! เพราะว่ากันว่าฟ้าทะลายโจรมีประโยชน์ในการนำมาใช้กับผู้ป่วยโควิด และถ้ากินในปริมาณน้อย ก็ช่วยป้องกันหวัดได้ (แต่ต้องกินในปริมาณที่ถูกที่ควรนะจ๊ะ) ถึงกระนั้นก็ไม่เห็นมีหมอท่านไหนออกมาคอนเฟิร์มว่า ฟ้าทะลายโจรช่วยป้องกันโควิด-19 ได้จริง

แต่สิ่งที่น่ากลัว คือ ดันมีการแชร์ข้อมูลว่าฟ้าทะลายโจรช่วยป้องกันโควิด-19 จนมีคนมากมายหลงเชื่อและซื้อบริโภคกันยกใหญ่ ทำเอาขนาดขาดตลาดกันเลยทีเดียว 

แน่นอนว่าการแห่กันมาซื้อมาใช้โดยไม่ได้ศึกษา ย่อมส่งผลลบมากกว่าผลลัพธ์ที่ดี เพราะแม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะเป็นสมุนไพรแต่ก็ใช่ว่าใคร ๆ ก็ใช้ได้ โดยมีข้อห้ามสำหรับผู้ที่แพ้ยาฟ้าทะลายโจรตั้งแต่ หญิงตั้งครรภ์ให้นมบุตร ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต และไม่ควรใช้ร่วมกับยาวาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล ยาลดความดันโลหิต เพราะยาเหล่านี้ถ้าใช้ร่วมกันขึ้นมาละก็ ถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดหัวใจตีบ เพราะจะทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด และอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ 

อย่างว่าล่ะนะ ขึ้นชื่อว่ายาแล้ว มันก็ไม่ใช่ขนมที่จะบริโภคเท่าไรก็ได้ หากคิดจะใช้ยาก็ต้องใช้ตามปริมาณที่เหมาะสม ใช้เยอะเกินแทนที่จะให้คุณ จะกลายเป็นให้โทษแทน ซึ่งเรื่องนี้ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่หลงเชื่อข้อมูลผิด ๆ โดยไม่ศึกษาให้ครบถ้วน คิดแค่ว่าเป็นสมุนไพร กินเข้าไป กินเข้าไป สุดท้ายไปลงเอยที่โรงพยาบาลกันถล่มทลาย 

นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องของ ‘ข่าวปลอม’ ในโลกออนไลน์ ที่หยิบยกมาเล่าให้ฟัง ซึ่งเกิดจากการปล่อยข้อมูลผิด ๆ จนคนหลงเชื่อและกลายเป็นสร้างผลกระทบในทางลบต่อคนอื่น ๆ และอยากหยิบยกมาให้คิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะเชื่อ

อย่าตกเป็น ‘เหยื่อ’ ของข่าวลวงในโลกออนไลน์ ยอมเสียเวลาสักนิด ใช้เวลาค้นหาข้อมูล ใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูล เพิ่มสิ่งเหล่านี้เข้าไปสักนิดในชีวิตคุณ 

เราไม่อยากให้ใครเป็น ‘เหยื่อ’ ของข้อมูลลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติแบบนี้ ‘คนหลอกลวง’ เขาพร้อมทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ตัวเอง โดยไม่ใส่ใจชีวิตคนอื่นอยู่แล้ว 

...จริงๆ นะ!! 


อ้างอิง:
https://www.facebook.com/DramaAdd/posts/10158599361813291
https://www.hfocus.org/content/2021/04/21423
https://www.facebook.com/mix.watcharapakorn/posts/2915209905420389
https://news.thaipbs.or.th/content/303508
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top