Saturday, 5 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

ตม.จว.พังงา จับกุม! ชาวเมียนมา ‘ฆ่าเพื่อนร่วมชาติตนเอง’ หลังหลบหนีนาน 17 ปี ก่อนจนมุม!!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัย เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย หรือลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ ที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภัคพงศ์  บูรณ์ชนะ ผกก.ตม.จว.พังงา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.พังงา แถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

นายติ๋วหรือยาว สัญชาติ เมียนมา อายุ 46 ปี หมายจับศาลจังหวัดพังงา ที่ ส.12/2548  ลง  26 ม.ค.48 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน” หมดอายุความวันที่ 29 ก.ย.67 

สืบเนื่องจาก พงส.สภ.ทับปุด ได้รับแจ้งว่า พบศพชายไม่ทราบชื่อ 1 ราย (ทราบชื่อภายหลัง คือ นายลับ อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา) บริเวณ สวนปาล์ม ม.1 ต.บ่อแสน อ.ทับปุด จ.พังงา ต่อมา พงส.สภ.ทับปุด ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และทราบสาเหตุเกิดจากผู้ตายมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมชาติที่ทำงานเดียวกันบ่อยครั้ง ทำให้เกิดความโกรธแค้น จึงร่วมกันฆ่าผู้ตาย แล้วทิ้งศพไว้ ในที่เกิดเหตุ พงส.ฯ จึงได้ออกหมายจับต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 4 ราย ดังนี้ นายดำ นายติ๋วหรือยาว นายโทน และนายซอ

เมื่อปลายปี 2562 สภ.ทับปุด ได้ส่งหมายจับศาลจังหวัดพังงา ที่ ส.12/2548  ลง 26 ม.ค.48 ผู้ต้องหาชื่อ นายติ๋วหรือยาว (พม่า) สัญชาติ เมียนมา ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน หมดอายุความวันที่ 29 ก.ย.67   มาให้  เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.พังงา รู้สึกคุ้นว่าเคยเห็นหน้ามาก่อน คล้ายกับแรงงานที่เคยทำข้อมูลท้องถิ่นไว้ จึงได้ติดตามสืบสวนหาตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวตลอดมา กระทั่งวันที่ 19 ต.ค.64 ได้รับคำสั่งให้ระดมหมายจับของศูนย์ CCOC เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.พังงา จึงได้นำหมายจับพร้อมภาพถ่ายของผู้ต้องหา ไปให้ เจ้าหน้าที่ รายงานตัว 90 วัน ของ ตม.จว.พังงา ตรวจสอบ ทราบว่าเมื่อ วันที่ 15 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งรายงานตัว 90 วัน จากหนังสือเดินทาง บุคคล คล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ แล้วได้นำภาพของหนังสือเดินทาง และข้อมูลเลขประจำตัวคนต่างด้าว  13 หลัก ราย  MR.MIN สัญชาติ เมียนมา ถือหนังสือเดินทาง MC xxxxx มามอบให้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.พังงา เพื่อสืบค้นข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลของ สตม. ทำให้ทราบที่อยู่ของผู้ต้องสงสัย

 

 

ตม.จว.ภูเก็ต - บก.ตม.6 และ บก.สส.สตม. ร่วมกันจับกุม! ผู้ต้องหา ‘สวมสิทธิขอสัญชาติไทย’

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัย เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย หรือลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ ที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม. แถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้ 

นายโอมจี อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 284/2564 ลง 7 ตุลาคม 2564 และ 288/2564 ลง 8 ตุลาคม 2564 ข้อหา “เป็นผู้ยื่นคำขอมีบัตรประชาชนโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่, เป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำหรือใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎร์อื่นโดยมิชอบ, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการที่มีบัตรประจำตัวประชาชน, แจ้งความอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับให้เป็นพยานหลักฐานโดยที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตามมาตรา 267 ในประการที่น่าจะให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

สืบเนื่องจาก ตม.จว.ภูเก็ต ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคนต่างด้าวมีพฤติกรรมทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ของ  ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จว.ภูเก็ต จึงได้ดำเนินการตรวจสอบสืบสวนจนพบข้อมูลต้องสงสัยน่าเชื่อว่า นายโอมจี อายุ 49 ปี เดิมเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา ได้รับสัญชาติไทย ซึ่งอาจเป็นผู้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยโดยไม่ถูกต้อง จากนั้น จึงได้ตรวจสอบไปยังกรมการปกครองและได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากกรมการปกครองกลับมาว่า บุคคลดังกล่าว ( นายโอมจี ) มีภาพใบหน้าลักษณะคล้ายชาวอินเดียไม่น่าจะเป็นพี่น้องกับบุคคลในทะเบียนประวัติราษฎร อีกทั้ง ทะเบียนประวัติมีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ทั้งฉบับซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานดังกล่าวในฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร ประกอบกับการการทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยครั้งแรกนั้นได้ดำเนินการหลังระยะเวลาที่ได้จัดทำทะเบียนประวัติเป็นเวลานาน 

ตม.จว.ภูเก็ต จึงได้ประสานข้อมูลให้ บก.สส.สตม. ช่วยสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงสอบสวนปากคำพยานซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวที่นายโอมจีเข้าไปสวมสิทธิ เจ้าหน้าที่สืบสวนได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนน่าเชื่อว่า นายโอมจีฯ มีพฤติกรรมสวมสิทธิของบุคคลอื่น เพื่อขอมีสัญชาติไทย ขอมีบัตรประชาชนและเพิ่มข้อมูลในทะเบียนราษฎร์โดยทุจริต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำรายงานสืบสวนเสนอผู้บังคับบัญชา และแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง และ สภ.ถลาง เพื่อดำเนินคดีและออกหมายจับผู้ต้องหาในเวลาต่อมา

“อลงกรณ์” ระดมทีม! ‘กรมชลประทาน และจังหวัดเพชรบุรี’ เร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่โครงการชลประทานเขื่อนเพชรหลังจากฝนตกหนักที่เพชรบุรีเมื่อคืนที่ผ่านมาร่วมกับนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพลรองอธิบดีกรมชลประทาน ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าเพชรบุรี นายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี นายสมเกียรติ แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี ตัวแทนเทศบาลเมืองเพชรบุรีรักษาการผอ.สำนักชลประทานที่ 14 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยนายอลงกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่าจากสถานการณ์ฝนตกหนักเหนืออ่างเก็บน้ำและใต้อ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง คือ แก่งกระจาน แม่ประจันต์และห้วยผากเมื่อวานนี้ทำให้มีมวลน้ำจากลุ่มน้ำทั้ง3ไหลลงมาที่เชี่ยนเพชรจำนวนมาก ที่ประชุมจึงกำหนดแผนการระบายน้ำในคลองชลประทานหลัก4สายและแม่น้ำเพชรบุรีอย่างเป็นระบบให้มีผลกระทบต่อประชาชนและขุมชน2ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีน้อยที่สุดพร้อมกับแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำและในพื้นที่ลุ่มต่ำยกของขึ้นที่สูงระมัดระวังเรื่องไฟฟ้าและย้ายสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่ปลอดภัยพร้อมกับให้ท้องถิ่นเสริมแนวตลิ่งที่ต่ำป้องกันน้ำล้นฝั่ง 

ในส่วนกรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องจักรกลช่วยเหลือจังหวัดเพชรบุรีอย่างเต็มที่ตามข้อสั่งการของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯและนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน

นอกจากนี้ยังได้ประสานพลเรือเอก ดร.สมัย ใจอินทร์ขอการสนับสนุนเครื่องดันน้ำจากกองทัพเรือซึ่งส่งมาช่วยเพชรบุรีทุกครั้งที่ประสบภัยน้ำท่วม และขอการสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรกล จากพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยเพื่อช่วยป้องกันน้ำท่วมและช่วยระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ขุมชนเมืองและพื้นที่เกษตร

“น้ำท่วมครั้งนี้เป็นการท่วมแบบล้นตลิ่ง และท่วมที่ลุ่มต่ำเฉพาะบางพื้นที่ในระยะสั้น ไม่ได้ท่วมทั้งจังหวัดจึงไม่มีผลกระทบต่อการค้าธุรกิจ และการท่องเที่ยวในวงกว้างแต่อย่างใด ส่วนพื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการดูแลช่วยเหลือเยียวยาจากทางราชการโดยเร็วต่อไป”

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี แถลงข่าว ’กวาดล้างการแข่งรถ’!! จับกุม รถจยย.แต่งซิ่ง 136 คัน

เมื่อวันที่ 9 พฤจิกายน 2564 เวลา 13:00 น. พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี แถลงข่าวผลการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับยับยั้งหรือแก้ไขปัญหาการแข่งรถในทางมหรือขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น การรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะเป็นการนำไปสู่การแข่งรถในทาง อันเป็นการก่อความเดือดร้อน รำคาญและเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม 

ซึ่งในปัจจุบันยังปรากฎภาพข่าวหรือเหตุการณ์การแข่งรถในทาง การขับรถในลักษณะผิดปกติวิสัยของการขับรถธรรมดา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นเพื่อให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลภ.จว.ปทุมธานีได้ออกแนวทางการปฏิบัติและกำหนดให้มีการระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ใน ภ.จว.ปทุมธานี จากการระดมกวาดล้างดังกล่าวมีผลการปฏิบัติ 

ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

1. ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 136 คัน 

2.ตรวจยึดท่อไอเสียไม่ได้มาตราฐาน 52 อัน 

3.ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน 1 คดี 

4.เปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดระเบียบไว้และใช้รถนั้น 42 คดี 

5.ใช้รถที่มีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ 65 คดี 

6.ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต 245 คดี 

7.ใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน 7 คดี 

8.แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต 1 คดี 

9. ทิ้ง วาง หรือกองซากยานยนต์บนถนนหรือสถานสาธารณะ 7 คดี 

10.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น 1 คดี 

สระบุรี - อบจ.จังหวัดสระบุรี มอบครุภัณฑ์การแพทย์เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้กับจังหวัดเพื่อส่งมอบให้กับสถานพยาบาลต่าง ๆ

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา13.30 น. ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีในระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2564 เป็นต้นมาพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)รายใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้แนวโน้มจะดีขึ้น แต่การติดเชื้อรายใหม่เป็นการระบาดแบบกลุ่มก้อน ซึ่งทำให้ระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอยู่เดิมในระบบโรงพยาบาล ครุภัณฑ์ที่ใช้ในการดูแลรักษามีไม่เพียงพอ ประกอบกับคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสระบุรี ได้ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีจัดหาครุภัณฑ์การแพทย์ ในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ เพื่อใช้ในการวินิจฉัย และรักษาพยาบาล

สำหรับจุดตรวจคัดกรองในหรือนอกหน่วยบริการ โรงพยาบาลสนาม หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ Cohort ward ศูนย์แยกกักในชุมชน (Community Isolation :CI)และการแยกกักตัวที่บ้าน(Home Isolation :HI) หรืออื่น ๆ ตามความจำเป็นเหมาะสม โดยมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ดำเนินการจัดหาครุภัณฑ์ฯ ดังนี้

เครื่องเอกชเรย์เคลื่อนที่ขนาด 100 ma. พร้อมแผ่นรับภาพติจิตอล จำนวน 5 เครื่อง เครื่องให้ออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง (High flow oxygen Therapy) จำนวน 20 เครื่อง เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 สิตร จำนวน 100 เครื่องโดยมี นายเอกพร จุ้ยสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี รับมอบครุภัณฑ์การแพทย์ ดังกล่าว จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี

 

ขอนแก่น - กำนัน - ผู้ใหญ่ เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่า ให้ดำเนินการกลุ่มบุคคล 'เหยียดชาวอีสาน' ให้ถึงที่สุด!!

ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้รับหนังสือจากนายฉัตรชัย โลหะมาตย์ กำนันตำบลหนองกุง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัด พร้อมด้วยตัวแทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกอำเภอของจังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับกลุ่มบุคลที่เหยียดชาวอีสานในโชเชียลกลุ่มคลับเฮ้าส์ TOXIC ตนเองในนามตัวแทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดขอนแก่น ได้มีการพูดคุยหารือกันเรื่องดังกล่าว เพื่อเป็นการปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของพี่น้องชาวภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด เราจะได้ยื่นหนังสือเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ถึงจุดประสงค์ และมีความต้องว่าอยากให้กลุ่มบุคคลที่พูดพาดพิงให้คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่าไม่สมควร ซึ่งเราจะอยู่กันแบบพี่แบบน้อง เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกันไม่อยากให้สร้างความแตกแยก ให้มีความรักสามัคคีกัน และอยากทราบข้อเท็จจริงของกลุ่มนี้ต้องการสิ่งใด

โดยหลังจากที่ได้ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ท่านได้กำชับให้ทำความเข้าใจและชี้แจงให้ทราบว่าเป็นเพียงกลุ่มบุคคล ที่คอยสร้างความแตกแยก ซึ่งอย่าให้พี่น้องประชาชนอย่าได้สั่นคลอนกับเรื่องดังกล่าว แต่อย่างใดก็ตามทางชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดขอนแก่น หลังจากได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่า

ในการออกมาครั้งนี้เป็นเพียงบางส่วน แต่เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดจึงได้มีเพียงตัวแทน ซึ่งทางพวกเราเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวออกมารับผิดดชอบคำพูดของตนเองที่ทำการหมิ่น ด้อยค่าของคนอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำเหยียดด่าถึงบุพการี และบรรพบุรุษ ทางเรานั้นรับไม่ได้ และอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดำเนินการอย่างหนึ่งย่างใดให้ถึงที่สุด

 

 

ปทุมธานี - ‘บิ๊กแจ๊ส’ ห่วงใยผู้ต้องขังในเรือนจำ ส่ง ‘เลขาบาย’ มอบยาวัดคีรีวงศ์เสริมภูมิกันโควิด-19 ก่อนฤดูหนาว

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11:30 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้มอบหมายให้ นายสิระพงษ์ สิริโพธินันท์ รองนายก อบจ.ปทุมธานี และ นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ (น้องบาย)  เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี มอบยาสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันวัดคีรีวงศ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เรือนจำจังหวัดปทุมธานี ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี ตำบลคลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

โดยเรือนจำจังหวัดปทุมธานีมียอดผู้ต้องขังชาย จำนวน 1,321 คน และผู้ต้องขังหญิง จำนวน 98 คน รวมจำนวน 1,419 คน ส่วนทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า) มียอดผู้ต้องขังหญิง จำนวน 692 คน ทางด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ห่วงใยผู้ต้องขังในเรือนจำ ที่พึ่งจะกลับมาสู่สภาวะปกติและจังหวัดปทุมธานีได้เปิดจังหวัด เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำได้อีก ในขณะที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวอากาศเปลี่ยนแปลงมักจะป่วยเป็นไข้หวัดจึงต้องมีการรักษามาตรการในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดในเรือนจำ ได้มอบยาสมุนไพรเสริมภูมคุ้มกันจากวัดคีรีวงศ์ จ.ชุมพร ให้เรือนจำจังหวัดปทุมธานี (สามโคก) และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า)

นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ เลขานุการนายก อบจ ปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้มอบหมายให้นำยาสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน จากวัดคีรีวงศ์ จ.ชุมพร มอบให้กับเรือนจำจังหวัดปทุมธานี (สามโคก) จำนวน 1,500 ซอง ซองละ 28 แคปซูล และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า) จำนวน 1,500 ซอง เพื่อที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ต้องขังที่อยู่ภายในเรือนจำ เพราะว่าใกล้จะถึงฤดูหนาว ท่านนายก อบจ. เป็นห่วงต้องการให้ทุกคนรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

 

กาฬสินธุ์ - เริ่มหนาว! ฝึกเข้มกู้ชีพกู้ภัยรับมืออุบัติเหตุ ในช่วงฤดูหนาวและเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่จะถึงนี้

สภาพอากาศที่จังหวัดกาฬสินธุ์เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จัดอบรมพัฒนาศักยภาพนักปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน EMR 40 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคลกร กู้ชีพ กู้ภัย ให้มีมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเป็นการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุในช่วงฤดูหนาวและเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่จะถึงนี้

ที่หอประชุมธรรมาภิบาล เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ดร.สม นาสอ้าน รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดอบรมพัฒนาศักยภาพนักปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน EMR 40 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคลกร ทั้งภาครัฐ เอกชน ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือทีมกู้ชีพ กู้ภัย ประจำโรงพยาบาลอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนสมาคมและมูลนิธิ โดยมีนายจารุวัฒน์  บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ นายแพทย์จารุพล ตวงศิริทรัพย์ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ แพทย์หญิงฐิตาภรณ์ นาสอ้าน นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลกมลาไสย ตัวแทนบริษัท เซนต์เมด จำกัด ( มหาชน )  ทีมวิทยากร โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อสุขภาพจิตและยาเสพติดร่วมงาน ทั้งนี้มีบุคลากรกู้ชีพ กู้ภัย จากเทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล และเอกชน จำนวน 55 คน เข้ารับการอบรม

ดร.สม นาสอ้าน  รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวอีกว่าบุคลากรในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือทีมกู้ชีพ กู้ภัย ถือเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบสาธารณภัย เช่น อุบัติเหตุ อุบัติภัยต่าง ๆ เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ที่ต้องมีความพร้อมทั้งศักยภาพทางกาย ทางจิตใจ ทักษะความรู้ และอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ เพื่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งสถานพยาบาลอย่างถูกวิธี ผู้ประสบเหตุได้รับความปลอดภัยสูงสุด ดังนั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรกลุ่มดังกล่าว สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ จึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จัดอบรมพัฒนาศักยภาพนักปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน EMR 40 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคคลกร ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ให้มีมาตรฐานในการปฏิบัติการฉุกเฉิน หรือช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยอย่างถูกต้อง

นราธิวาส - พิธีถวายผ้าไตรกฐินพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดตันติการาม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

ที่ วัดตันติการาม หมู่ที่ 3 ตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พลตรี ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีถวายผ้าไตรกฐินพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ขอรับพระราชทานผ่านราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อนำมาทอดถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาส ณ วัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการทำนุบำรุง สืบสานวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีในพระพุทธศาสนา

โดยมี พระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, พันเอก ยุทธนา สายประเสริฐ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 / หัวหน้าคณะทำงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คณะที่ 3, เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี ซึ่งปัจจัยที่รวบรวมได้จากบริวารกฐินผู้มีจิตศรัทธาในครั้งนี้ มียอดรวมทั้งสิ้น 1,059,411 บาท ในการนี้ วัดตันติการาม จะนำไปทำนุบำรุง บูรปฏิสังขรณ์ศาสนสถานที่ชำรุดเสียหายภายในวัด เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจแก่พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ โดยพิธีจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

 

"มูลนิธิออทิสติกไทย" จัดพิธีมอบสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กออทิสติกและเด็กพิเศษ โดยการสนับสนุน "กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ"

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ณ มูลนิธิออทิสติกไทย แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เวลา 11.00 น. "นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ" อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานมอบสื่อบ้านเรียนส่งเสริมทักษะชีวิตเด็กออทิสติกและเด็กพิเศษ ช่วงอายุ 3 -12 ปี ในเครือข่ายศูนย์ทักษะชีวิตบุคคลออทิสติกในชุมชน

โดย "อาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์" ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย ได้กล่าวรายงานซึ่งในโครงการนี้ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก "กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ"เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมฝึกลูกที่บ้านเองได้ในรูปแบบการสอนผ่าน YouTube พร้อมคู่มือในการฝึก และชุดสื่อส่งเสริมพัฒนาการ

อาทิ กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็ก กิจกรรมส่งเสริมทักษะทางวิชาการ กิจกรรมการปรับพฤติกรรมด้วยศิลปะบำบัด และกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาทักษะชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมง่ายๆที่จะทำในบ้านให้กับเด็กออทิสติกและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 77 จังหวัด จำนวน 1,000 ครอบครัว โดยมอบผ่านชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก และศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดทั่วประเทศ

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top