Saturday, 5 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี - ประชุมใหญ่! เตรียมการน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้งฯ เสด็จตามพระราชกุศล โครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ปีที่ 26

ณ ห้องประชุมชั้น 3 กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับสมาคมประมงในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน และองค์การสะพานปลา จัดประชุมเตรียมการน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน “จากทะเลสู่เด็กดอย” โดยเสด็จตามพระราชกุศล โครงการตามพระราชดำริให้แก่ นักเรียนในโครงการส่วนพระองค์ ในถิ่นทุรกันดารให้มีโอกาสได้รับประทานอาหารทะเล เพื่อต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน โดยก่อนการประชุมฯ พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้กล่าวให้การต้อนรับ และพูดคุยกับผู้แทนสมาคมประมง และหน่วยงานต่าง ๆ อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

หลังจากนั้น ได้มอบหมายให้ พลเรือตรี ขวัญชัย อินกว่าง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานการประชุม เพื่อเตรียมการน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน โดยเสด็จตามพระราชกุศล สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีนประจำปี งบประมาณ 2565 โดยในปีนี้นับเป็นปีที่ 26 โดยมีสมาคมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม โดยได้เรียนเชิญผู้แทนสมาคมประมง ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน และองค์การสะพานปลา รวม 12 จังหวัด จำนวน 26 หน่วยงาน

ประกอบด้วย กลุ่มไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เขตทัพเรือภาคที่ 1 สมาคมการประมงจังหวัดตราด สมาคมชาวประมงร่วมใจ อ.คลองใหญ่ สมาคมอวนครอบปลากะตัก(แห่งประเทศไทย) สมาคมการประมง อ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี สมาคมประมงระยอง สมาคมอวนล้อมปลากะตัก สมาคมประมงชลบุรี สมาคมการประมงแสมสาร กลุ่มเกษตรกรประมง ต.บางเสร่ สมาคมการประมงสมุทรปราการ สมาคมการประมงคลองด่าน สมาคมการประมงสมุทรสาคร ชมรมเรืออวนลากจังหวัดสมุทรสาคร สมาคมประมงสมุทรสงคราม สมาคมประมงเรืออวนลากคู่สมุทรสงคราม สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด สมาคมชาวประมง อ.บ้านแหลม สหกรณ์การประมงบ้านแหลม จำกัด สมาคมประมงประจวบคีรีขันธ์ สมาคมประมงปราณบุรี สมาคมประมงบางสะพาน สมาคมชาวประมงร่วมใจปากน้ำชุมพร สมาคมชาวประมงปากน้ำหลังสวน สมาคมชาวประมเรืออวนซั้งและเรือร่วมปากน้ำชุมพร และ องค์การสะพานปลา รวมถึงกลุ่มบริษัทภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนโครงการฯ ได้แก่ บริษัท โกลบอล พาวเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอลกรีนเคมีคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลี่ยม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยแท้งค์ เทอร์มินัล จำกัด ร่วมหารือและเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

ความกังวลเกี่ยวกับการเริ่มต้น - ความขัดแย้ง ในอ่าว “Bengal” หลังจากสันติภาพหลายปี!!

Dhaka / Bangladesh - อ่าวเบงกอล กำลังเผชิญกับการทดสอบจริงเมื่อเผชิญกับภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติในทะเลจีนใต้ หลังจากที่ปักกิ่งอ้างอธิปไตยเหนือทะเลอย่างกว้างขวาง

ความกังวลได้เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับการเริ่มต้นความขัดแย้งในภูมิภาคนี้อีกครั้ง หลังจากที่จีนพยายามขยายอิทธิพลของตนเหนืออ่าวไทยผ่านการเพิ่มกิจกรรมทางทหารและการปรากฏตัวของกองทัพเรือในภูมิภาค

จีนยังคงสร้างด่านหน้าทางการทหารและอุตสาหกรรมบนเกาะเทียมที่สร้างขึ้นในน่านน้ำพิพาทที่มีร่วมกันระหว่างไต้หวัน ฟิลิปปินส์ บรูไน มาเลเซีย และเวียดนาม

ในการให้สัมภาษณ์กับ RuksanaKibria ศาสตราจารย์ภาควิชาวิเทศสัมพันธ์แห่งมหาวิทยาลัยธากา เธอเน้นว่าปัญหาการเดินเรืออ่าวเบงกอลเป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์และอินเดีย แต่ได้รับการแก้ไขผ่านศาลระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายแห่งท้องทะเล(ITLOS)

ก่อนหน้านี้ ข้อพิพาททางทะเลในภูมิภาคนี้ได้รับการแก้ไขแล้วภายใต้กฎหมายการเดินเรือ หลังจากที่รัฐบาลบังกลาเทศยื่นฟ้องถึง 2 คดีต่อศาลระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเลในปี 2009 ซึ่งทั้งสองคดีได้ยุติลงในปี 2012 และ 2014

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ประตูสู่ศักยภาพมหาศาลของบังคลาเทศในทะเลได้เปิดออก เสนอโอกาสในการทำงานมากมายตั้งแต่การสกัดน้ำมัน ก๊าซ และทรัพยากรแร่อื่น ๆ จากทะเล ไปจนถึงความมั่นคงด้านอาหาร การประมง การขนส่งผู้โดยสารและสินค้า การท่องเที่ยว และ ความมั่นคงทางทะเล บรรลุรูปแบบเศรษฐกิจแบบบูรณาการที่มีศูนย์กลางอยู่ที่สิ่งที่เรียกว่า “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน”

ตามกฎหมายการเดินเรือ ประเทศหนึ่งมีสิทธิได้รับ 12 ไมล์ทะเลจากทะเลอาณาเขตและสูงสุด 200 ไมล์ทะเลจากการผูกขาดทางเศรษฐกิจของสัตว์ทุกชนิดและทรัพยากรที่ไม่ใช่สัตว์

นอกจากนี้ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ MunshiFaiz Ahmed กล่าวว่า “ในปัจจุบันพรมแดนของบังคลาเทศเกือบจะเท่ากับเขตแดนของอีกส่วนหนึ่ง นี่เป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับบังคลาเทศ และด้วยเหตุนี้ " Sunil economy " ที่เรากำลังพูดถึงในวันนี้จึงถูกเปิดเผย และประตูสู่ความเป็นไปได้นั้นก็เปิดออก"

 

ชลบุรี - ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกำลังพลร่วมกิจกรรมจิตอาสา เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี อีกทั้งยังแสดงออกถึงความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานในพื้นที่

ตามที่เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาด วัดใหม่อยู่สงัด  หมู่ 9 ต.บางเสร่  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีนายอำเภอสัตหีบเป็นประธานในพิธี

ในการนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ 

นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงออกถึงความร่วมมือร่วมใจ ความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานในพื้นที่

 

‘ฟิลิปปินส์ - อังกฤษ’ ย้ำจุดยืน!! ‘ไม่แบนบุหรี่ไฟฟ้า’ เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าแนะไทย ดูเป็นแบบอย่าง

เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า เผยความเคลื่อนไหวจากการประชุมยาสูบโลก ชี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ลุกขึ้นแถลงจุดยืนกลางที่ประชุมฯ ว่าจะเน้นนโยบายควบคุมยาสูบแบบสมดุล ทั้งทางด้านกฎระเบียบและการเก็บภาษี และจะไม่แบนบุหรีไฟฟ้า เพื่อป้องกันผลเชิงลบ ขณะที่อังกฤษระบุอัตราผู้สูบบุหรี่ลดต่ำสุด เป็นผลมาจากมาตรการที่ครอบคลุมรวมถึงการสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า แนะประเทศไทยเดินตามรอยสองประเทศ เพื่อประโยชน์ประเทศและผู้สูบบุหรี่

นายอาสา ศาลิคุปต เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ และเพจ "บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร" เผยความเคลื่อนไหวจากการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ ขององค์การอนามัยโลก ครั้งที่ 9 หรือ FCTC COP 9 ระบุว่า “กระทรวงต่างประเทศของฟิลิปปินส์เป็นตัวแทนของประเทศลุกขึ้นเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลกพิจารณาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทดแทนการสูบบุหรี่ เพื่อทำให้มาตรการควบคุมการสูบบุหรี่กลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง ฟิลิปปินส์ยอมรับว่าการเก็บภาษีบุหรี่ทำให้รัฐบาลมีรายได้จำนวนมาก เพื่อใช้บริหารประเทศและทำกิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่ แต่ฟิลิปปินส์รู้ว่าการเก็บภาษีอย่างสุดโต่งไม่ทำให้การเลิกบุหรี่สำเร็จได้ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมยาสูบแบบสมดุลทั้งทางด้านกฎระเบียบและการเก็บภาษี และย้ำอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการแบนบุหรี่ไฟฟ้าแน่นอน”

นายเทอโดโร ลอคสิน จูเนียร์ รมว.ต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมระหว่างการเปิดประชุม FCTC COP 9 ว่าการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายิ่งทำให้เกิดตลาดใต้ดินและการลักลอบนำเข้าในประเทศมากขึ้น ซึ่งฟิลิปปินส์เสนอว่าการแก้ปัญหาบุหรี่และตลาดใต้ดินบุหรี่ไฟฟ้าจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และการปรึกษาหารืออย่างครอบคลุมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด

ขณะที่ตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุขประเทศอังกฤษกล่าวว่า อัตราการสูบบุหรี่ในประเทศอังกฤษลดลงอย่างต่อเนื่องมาตลอด 20 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบอย่างครอบคลุม ซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษีบุหรี่ การห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ และการสนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่ได้รับการควบคุม

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายลาขาดควันยาสูบ อีกรายกล่าวเสริมว่า “ฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญกับงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งสรุปตรงกันว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ จึงเพิ่งผ่านร่างกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นกรอบควบคุมยาสูบรูปแบบใหม่ที่จะช่วยให้ดอันตรายให้กับผู้สูบบุหรี่ได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันการขายผลิตภัณฑ์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ ส่วนอังกฤษก็เป็นประเทศต้นแบบที่สนับสนุนเรื่องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการเลิกบุหรี่ สองประเทศนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการพิจารณาอย่างรอบคอบและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย มาตรการที่ออกมาจึงมีการศึกษาข้อดีและผลกระทบอย่างรอบคอบแล้ว”

 

‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ รับหนังสือคัดค้าน ต่อต้านการก่อสร้างคอนโดยักษ์ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตัวแทนชาวประชานุกูล ซอยรัชดาภิเษก 66-68 ที่ใด้รับความเดือดร้อนจากการสร้างคอนโดยักษ์ ยื่นหนังสือถึงสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ผ่านนายศรีสุวรรณ จรรยา คัดค้านต่อกต่อต้านการก่อสร้างคอนโดของบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งจำนวน 1 อาคาร 3 ทาวเวอร์ สูง 18 ชั้น ยาวติดกันเกือบ 300 เมตร บนเนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน 66.8 ตร.ว. ภายในซอยรัชดา 66 กับ 68 ซึ่งเป็นซอยแคบ.จำนวนหัองพักทั้งสิ้น 1302 ห้อง

พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่พักอาศัยของชาวชุมชน ที่อยู่กันมานาน 40-50 ปี การที่คณะกรรมการ คชก. เห็นชอบรายงาน EIA ของโครงการ ชาวชุมชนไม่เห็นด้วยเพราะส่งผลกระบบต่อมลพิษเสียง ฝุ่นละออง และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขกฏกระทรวง ฉบับที่ 33 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกตาม พรบ. ควมคุมอาคาร 2522 และ 2544

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ของโครงการดังกล่าวปรากฏว่าข้อมูลไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ เช่น ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ.2535)  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกตามความ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 และไม่เป็นไป ตามข้อบัญญัติ กทม.เรื่องควบคุมอาคาร 2544 และเป็นอาคารสูงที่บังแดด บังลมบ้านเรือนที่พักอาศัย รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง เสียงดัง จากการจราจร จากการก่อสร้าง จากยานยนต์และปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม ที่จะตามมาอีกมากมายจากผู้ที่จะเข้ามาพักอาศัยอีกนับพันคนด้วย

คุณศิริ เหมือนศรี กล่าวว่า โครงการคอนโดที่จะเกิดขึ้นจะทำให้ตนเดือดร้อน และทรมานแน่นอน เคยเสนอให้สร้างแบบ 3ชั้น เขาก็ทำกันได้ แต่นี้ 30 ชั้น อีไอเอก็ไม่ผ่าน มติชาวบ้านก็ไม่เห็นด้วย จะลดมาเหลือ18ชั้นก็เดือดร้อนเช่นเดิม บ้านฉันห่างแค่8เมตร ถ้าเริ่มสร้างจะเกิดผลกระทบกับความเป็นอยู่มาก ที่กลัวมากเรื่องเครนใครรับผิดชอบถ้าหล่นพังลงมา เรื่องเสียงตอกเสาเข็ม ฝุ่นละออง ฉันเองเป็นโรคปอดอยู่ด้วยถูกตัดไปข้างหนึ่ง จะอยู่กันไม่ได้แน่นอน แล้วใครจะรับผิดชอบ

ด้านนายสมศักดิ์ พร้อมเชื้อแก้ว ผู้อาศัยติดโครงการ กล่าวว่า ร่วมประชุมมีคำถาม 3 อย่าง ไม่เคยตอบได้เลย อย่างแรก เรื่องการจราจร ที่จอดรถรับได้เพียงร้อยละ 60 เท่านั้น แล้วที่เหลือ ไปจอดที่ไหน ซอย 66 ที่เป็นซอยใหญ่สุดและคนอยู่มากที่สุด ต่อไปนี้จะมีรถมาจอดตามหน้าบ้านเต็มไปหมด แล้วจะเกิดปัญหาจราจรติดขัดแน่นอน

 

ตำรวจจับมือ ศธ. เปิดโครงการ! "นักเรียนจิตอาสา สถานศึกษาปลอดภัย" เพื่อสร้างนักเรียนต้นแบบ ณ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พร้อมโชว์นวัตกรรมเครื่องคัดกรองโควิด-19 อัจฉริยะ รับเปิดเทอม

ที่โรงเรียนบ้านคลองใบพัด อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา คุณอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.อ.พีรพงศ์ ธนโพธิ์ชัย ผกก.สภ.วังน้ำเขียว, คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด บ.วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ รองประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดโครงการ "นักเรียนจิตอาสา สถานศึกษาปลอดภัย" โดยมีนายอำเภอวังน้ำเขียว และรอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 3 ให้การต้อนรับ

โดยโครงการนี้จัดอบรมให้เป็นต้นแบบกับนักเรียนและสถานศึกษา เพื่อปลูกฝังให้พี่ดูแลน้อง รวมถึงเป็นการปลูกจิตสำนึกให้นักเรียนมีจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และได้มีการมอบเข็มจิตอาสาน้อยให้กับนักเรียนชั้น ป.5 ป.6 ที่ผ่านการอบรมในครั้งนี้ จำนวน 22 คน

อีกทั้ง บ.วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้นำกระเป๋า, เครื่องเขียน, หมวกกันน็อค, หน้ากากอนามัย และสเปร์ยแอลกอฮอล์ มามอบให้กับนักเรียนในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว อีกด้วย จากนั้นเลขาฯรมว.ศธ. และ รองโฆษก ตร.  จึงได้ร่วมกันทอดไก่เป็นอาหารกลางวัน ให้น้อง ๆ นักเรียนด้วย

ด้าน พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นดูแลเรื่องความปลอดภัยของประชาชน และทาง ศธ. ได้มีโครงการโรงเรียนปลอดภัย ดังนั้น สภ.วังน้ำเขียวจึงคิดโครงการ "นักเรียนจิตอาสา สถานศึกษาปลอดภัย" ขึ้น เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับน้องๆ และเป็นต้นแบบที่ดี เพราะเด็กคืออนาคตที่ดีของชาติและในวันนี้ได้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบของให้กับโรงเรียนตามชายขอบ ของอ.วังน้ำเขียวจำนวน 5 โรงเรียน

นอกจากนี้ ได้มีการการเปิดตัว “เครื่องคัดกรองโควิด-19 อัจฉริยะ” ที่ช่วยคัดกรองวัดอุณหภูมินักเรียนก่อนเข้าโรงเรียน โดยนำไม้กั้นมาประยุกต์ใช้ เพื่อลดภาระครู และเก็บสถิติของนักเรียนที่อุณหภูมิร่างกายผ่านหรือไม่ผ่านเกณฑ์ โดยผู้คิดค้น คือ นายจักรกฤษณ์ อินทสงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบุไผ่ และในอนาคตก็จะพัฒนาต่อยอดเก็บข้อมูลของนักเรียนผูกกับบัตรนักเรียนสมาร์ทการ์ด เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ

 

ลูกแว๊น! สร้างความเดือดร้อน พ่อแม่งานเข้า!! ปล่อยปละละเลย ถูกจับ "ยึดรถ-ปรับ-ติดคุก"

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจํานงค์ โฆษก ตร. เผยว่า จากกรณีที่มีการจับกุมแก๊งจักรยานยนต์ที่มาจากหลายพื้นที่มารวมตัวร่วมขบวน “ทริปไม่อาบน้ำ” ไปเที่ยวเขาค้อ-ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ห้วงวันที่ 6-7 พ.ย. 64 ที่ผ่านมา 

โดยแก๊งรถจักรยานยนต์กลุ่มดังกล่าว จะขับขี่เกาะกันมาเป็นกลุ่ม ๆ บางกลุ่มจะขับขี่ด้วยความเร็ว และขับขี่ด้วยความประมาทหวาดเสียวเต็มท้องถนน ส่งเสียงดังสนั่น แบบไม่สนใจใคร สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน อีกทั้งทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 

โดยเฉพาะหนึ่งในอุบัติเหตุนั้นก็คือ การที่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์(Big Bike) ได้ขับขี่ด้วยความเร็ว และเกิดการเฉี่ยวชนกัน จนทำให้รถเกิดเสียหลักไปชนท้ายรถยนต์เก๋งจนได้รับความเสียหาย ส่วนรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ถึงกับขาดออกจากกันเป็น 2 ท่อน ซึ่งหลังเกิดเหตุกลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกัน ได้ยกซากรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุ ขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป โดยไม่รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 คน นั้น

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษก ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการกำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศหากพบการกระทำผิดกฎหมาย ให้ดำเนินคดีอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และได้จัดตั้ง“ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปข.ตร.)” ขึ้นมาเพื่อปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ โดยมีพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เป็น ผู้อำนวยการศูนย์

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจับกุมดำเนินคดีกับกลุ่มรถจักรยานยนต์ไปแล้วหลายกลุ่มและบางคดีศาลยังมีคำพิพากษาให้ริบรถอีกด้วย จึงขอแจ้งเตือนไปยังกลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ที่มีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนบนท้องถนน ไม่คำนึงถึงปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และ ขอเตือนไปยังผู้ปกครอง ว่าอย่าได้ปล่อยปละละเลย และขอให้ช่วยทางเจ้าหน้าที่เป็นหูเป็นตาดูแลบุตรหลานของท่าน อย่าให้ออกมาสร้างความเดือดให้กับผู้อื่น เพราะไม่ใช่แค่ ผู้ขับ และ ผู้ซ้อน ที่จะมีความผิดแต่กฎหมายยังเอาผิดกับตัวผู้ปกครองอีกด้วย โดย 

>> "คนขับ" มีความผิดตาม มาตรา 43 พรบ.จราจรทางบกฯ - ผิด “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย” จำคุก 3 เดือน ปรับสูงสุด 10,000 บาท, คุมประพฤติ, ทำงานบริการสังคม 

>>"คนซ้อน" มีความผิดตาม มาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา - ผิด “สนับสนุน” รับโทษ 2 ใน 3 ของคนขับ, คุมประพฤติ, ทำงานบริการสังคม 

>> "ผู้ปกครอง" มีความผิดตาม พรบ.คุ้มครองเด็กฯ มาตรา 26(3) - บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติ เสี่ยงต่อการกระทำผิด ผู้ปกครองอาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุด 30,000 บาท 

>> "ยึดรถ" ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558

ข้อ 1 ห้ามมิให้ผู้ใดรวมกลุ่มหรือมั่วสุมหรือจัดให้มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะเป็นการนําไปสู่การแข่งรถในทางอันเป็นความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก

‘ผบช.ภ.7’ ตรวจเยี่ยม สภ.พุทธมณฑล สั่งกำชับ!! เร่งสนองนโยบาย ผบ.ตร. บังใช้กฎหมายให้ “ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา”

สภ.พุทธมณฑล ภ.จว.นครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วยพล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.ฝรก.พ.ต.อ.สายฟ้า จิราวรรธนสกุล รอง ผบก.อก.ภ.7 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมเพื่อตรวจเยี่ยม บำรุงขวัญกำลังให้ข้าราชการตำรวจ​ และขับเคลื่อนนโยบายของ ผบ.ตร.ในการยกระดับสถานีตำรวจเพื่อประชาชน

โดยมี พ.ต.อ.สธนทัต ตั้งสิทธิ์เสรีวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.จุลภณ มีชำนาญ ผกก.สภ.พุทธมณฑล รอง ผกก., สว. และข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วมประชุมโดยใช้เวลาประชุม 1 ชม. โดยประมาณ

ภายหลังประชุม พล.ต.ท.ธนายุตม์ ได้เปิดเผยว่า ได้สั่งกำชับในที่ประชุมให้นำนโยบายรัฐบาล วิสัยทัศน์ ผบ.ตร. "เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่นำสมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา" วิสัยทัศน์ตำรวจภูธรภาค 7

"ภักดีองค์ราชันมุ่งมั่นสร้างศรัทธา พัฒนาเป็นมืออาชีพ บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม นำสมัย เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา" และวิสัยทัศน์ ผบช.ภ.7"ทำงานเชิงรุก เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน" ไปปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม แล้วต้องทำงานกันเป็นทีม ยึดมั่นในระเบียบวินัย บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน และดำรงตนอย่างมีเกียรติ เกาะติดพื้นที่ เกาะติดประชาชน มวลชน และชุมชน เกาะติดคนร้ายหรือเกาะติดศัตรูของประชาชน และเกาะติดผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเกาะติดลูกน้อง พร้อมทั้งให้ ยกระดับองค์ความรู้ ยกระดับวิธีคิด ยกระดับวิธีการทำงาน และ ยกระดับการใช้ดุลพินิจ ให้ทำงาน ทำดี ทำบุญ และมีภาวะผู้นำ(Smart Smile Strong)

จะต้องมีการระดมกวาดล้างอาวุธปืน วัตถุระเบิด มือปืนรับจ้าง อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันเหตุเชิงรุก ก่อนเหตุเกิด อันอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศ  และจะต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามโครงการ"SMART SAFETY ZONE 4.0" และต้องบริการ ประชาชน และนักท่องเที่ยวด้วยใจบริการ(SERVICE MIND)ให้มีมาตรการป้องกัน แก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ให้หมั่นจัดมีการตรวจสอบแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม บ้านพัก ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติ มาตรการของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ยังให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติ และพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชา ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนธรรมเนียมของทางราชการอย่างสม่ำเสมอโดยใกล้ชิด และสร้างขวัญกำลังใจ ความสามัคคี ภาพลักษณ์ของตำรวจให้ดีขึ้น และสร้างความเชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชนเพื่อให้ยอมรับว่าข้าราชการตำรวจเป็นมิตรที่ดีของประชาชน เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงตามคำสั่งกรมตำรวจ ที่ 1212/2537 ลง 1 ต.ค.2537 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ

 

สวนนงนุชพัทยา กระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ "ไทยเที่ยวไทย" หลังเปิดเมือง จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ 1 ฟรี 1 !!!

สวนนงนุชพัทยา นำโดยนายกัมพล ตันสัจจาประธานสวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากเปิดเมือง ในพื้นที่เมืองพัทยาโดยเฉพาะซื้อบัตรผ่านประตู 1 ท่าน ฟรี 1 ท่าน เที่ยวชมสวนนงนุชพัทยา     

นายกัมพล กล่าวว่า ทางสวนนงนุชพัทยาได้ปฏิบัติตานนโยบายการเปิดเมืองร่วมโครงการ Pattaya move on โดยสนับสนุนการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย ตลอดระยะเวลาการจัดโปรโมชั่น 2 เดือนที่ผ่านมานั้น ได้รับความสนใจจากคนไทยเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภาคตะวันออก สวนนงนุชพัทยา จึงจัดโปรโมชั่นเฉพาะซื้อบัตรผ่านประตู 1 ท่าน ฟรี 1 ท่าน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยตามโครงการ"ไทยเที่ยวไทย" ที่เข้ามาเยี่ยมสวนใหม่ที่มีการออกแบบเพิ่มเติม อธิเช่น สวนลอยฟ้า,สวนกระถาง,สวนตะบองเพชร,หุบเขาไดโนเสาร์, สวนไม้ด่าง, เนิสร์เซอร์รี่พันธ์ไม้ต่าง ๆ และสร้างไดโนเสาร์เพิ่มเติมกว่า 60 ชนิด หรือเรียกได้ว่าเป็นสวนนงนุชใหม่ บนพื้นที่ 1,700 ไร่                    

         

 

จับกุม! ขบวนการ ‘ขนแรงงานต่างด้าว’ หลบหนีเข้าเมือง พบผู้ต้องหาคนไทย 2 คน - ต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 32 คน โดยกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัย เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย หรือลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์  ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล ผบก.ตม 5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5  และ พ.ต.อ.วีรวัฒน์ นิลวัตร ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ แถลงข่าวจับกุม ดังนี้

เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.5  , ตม.จว.เชียงใหม่ , กก.3 บก.สส.ภ.5  และ กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายสาธิตฯ และนายพะลือแควฯ  “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง พ้นจากการจับกุม” และจับกุมตัวนายจ่อฯ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมากับพวกรวม 32 คน “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต , ฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 3 และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือผู้ว่าราชการจังหวัด (คำสั่งจังหวัดตาก ที่ 684/2563) ตามมาตรา 35 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558” บริเวณช่องทางธรรมชาติชายแดน อ.แม่สอด จว.ตาก ต่อเนื่อง บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 108 หลักกิโลเมตรที่ 104 ต.หางดง อ.ฮอด จว.เชียงใหม่

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการขนคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจากพื้นที่ จว.ตาก เลี่ยงเข้ามาใช้เส้นทางที่เกิดเหตุเพื่อจะเดินทางไปกรุงเทพฯ จึงได้ออกตรวจสอบเมื่อถึงเวลาเกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียนเชียงใหม่ (รถคันที่ 1) และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียนเชียงใหม่ (รถคันที่ 2)  ลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งจึงได้เรียกให้หยุดและตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบนายสาธิตฯ เป็นคนขับรถคันที่ 1 และนายพะลือแควฯ เป็นคนขับรถคันที่ 2 จึงได้ทำการตรวจค้นรถ ผลการตรวจค้นรถยนต์คันที่ 1 (รถนำ) ไม่พบคนต่างด้าว ส่วนรถยนต์คันที่ 2 พบนายจ่อฯ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองพร้อมพวก รวม 16 คน นั่งโดยสารภายในรถและหลบซ่อนอยู่ในท้ายกระบะโดยมีตาข่าย(แสลม) พลาสติกสีดำคลุมไว้ และในขณะที่กำลังตรวจค้นอยู่นั้นได้มีรถยนต์คันที่ 3 คือรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียนตาก ขับมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถยนต์ของทางราชการ คนขับได้เร่งความเร็วของรถและขับฝ่าหลบหนีไป จากนั้นคนขับทราบภายหลังว่าเป็นชายได้หยุดรถแล้ววิ่งหลบหนีไป

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top