Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

‘ป๋าเต็ด’ ฟาดใส่!! ‘สมาคมฟุตบอล – รัฐบาล’ หลังปลด โค้ชทีมชาติไทย แบบฟ้าผ่า!! ลั่น!! แยกแยะไม่ออก

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) ‘ป๋าเต็ด’ โพสต์เฟซ!! เผยข้อคิด ‘ข่าวกีฬาไทยวันนี้’ ทิ่มแรง!! สมาคมฟุตบอล-รัฐบาล โดยระบุข้อความว่า …

ข่าวกีฬาไทยวันนี้

1.สมาคมฟุตบอลแยกไม่ออกระหว่างโค้ชที่ดีกับโค้ชที่ชอบ

2.รัฐบาลแยกไม่ออกระหว่างไพ่ที่เป็นการพนัน กับไพ่ที่เป็นกีฬา

I SUS…

ปัตตานี- “แผน ถปภ.904 สานพลังความมั่นคง ปกป้องสถาบันหลักของชาติ”

ประชุมแถลงแผนถวายความปลอดภัย (ถปภ.904) ผ่านระบบ VTC ขับเคลื่อนภารกิจถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดี

📅 วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น.
ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 15
ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร
ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี / ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เข้าร่วมการประชุมแถลงแผน “ถปภ.904” ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VTC)
โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุม

📡 การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการถวายความปลอดภัย
แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยมุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกองทัพภาคที่ 4 บูรณาการกำลังร่วมกันวางมาตรการถวายความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการข่าว การรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความสะดวกด้านเส้นทาง และการประสานความร่วมมือกับส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่

💬 พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของภารกิจถวายความปลอดภัยในครั้งนี้ ว่าเป็นภารกิจอันทรงเกียรติสูงสุดของกองทัพ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และเต็มเปี่ยมด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมยืนยันความพร้อมของหน่วยในพื้นที่ที่จะปฏิบัติภารกิจด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

🌿 การแถลงแผน “ถปภ.904” ในครั้งนี้ ยังถือเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่พสกนิกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หลัก “หนึ่งใจเดียวกัน เพื่อถวายความปลอดภัยแด่องค์ราชันและพระราชินีของปวงชนชาวไทย”

กมธ.ทหารฯ จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง 'เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS'

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) เวลา 08.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุม หมายเลข 402 - 403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา จัดการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS” โดยมี พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวรายงาน โอกาสนี้ พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เข้าร่วมงานเสวนา พร้อมด้วย สมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมาธิการฯ อนุกรรมาธิการฯ ผู้ปฏิบัติงานให้แก่สมาชิกวุฒิสภา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ภายใต้มิติของ CLASS เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 ได้กลายเป็นโอกาส และความท้าทายในการสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ โดยผลการเสวนาทางวิชาการในวันนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะได้แนวความคิด อันเป็นที่มาของข้อเสนอเชิงปฏิบัติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ รวมทั้ง การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศโดยคนไทยเพื่อประเทศไทย

สำหรับการจัดเสวนาทางวิชาการในช่วงเช้า มีการอภิปรายในหัวข้อ “เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS (Cyber-Land-Air-Space-Sea)” ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พลโท ชาติชาย ชัยเกษม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Cyber พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Land พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Air และพลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Sea โดยมี นายก่อเขต จันทรเลิศลักษณ์ ผู้อำนวยการข่าวไทยพีบีเอส เป็นผู้ดำเนินรายการ

ส่วนในช่วงบ่าย มีจัดการอภิปราย หัวข้อ “หมุดหมายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย” ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ นายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย และ CEO บริษัท ASIMAR พลอากาศเอก สุพิจจารณ์ ธรรมวาทะเสรี อดีตรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ดร.กตัญญู กลับสุวรรณ นายกสมาคม Smart Cities Thailand และผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีและนวัตกรรม นายกฤต กุลหิรัญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด นายภาคย์ บุญยุบล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานเทคโนโลยีและปฏิบัติการดาวเทียม บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

การเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการ นักวิชาการ และภาคเอกชน ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มภัยคุกคามและโอกาสใหม่ ๆ ภายใต้บริบทเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 และกรอบมิติความมั่นคง CLASS (Cyber-Land-Air-Space-Sea) โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงแห่งชาติให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านการพัฒนาต้นแบบระบบอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อวางยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีและการป้องกันประเทศที่ทันสมัย เชื่อมโยงทุกมิติความมั่นคง ในการเพิ่มขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและความมั่นคง ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ

‘พลังประชารัฐ’ วาง!! ‘ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล’ นั่ง!! ‘แม่ทัพเมืองหลวง’ เตรียมลุย!! ศึกเลือกตั้ง 2569

(23 ต.ค. 68) การวางแม่ทัพครั้งใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ถูกวางตัวให้เป็น แม่ทัพเมืองหลวง

พรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปรับทัพครั้งใหญ่ หวังให้นายธีรชัย เป็นแม่ทัพใหญ่ในเมืองหลวง โดยให้วางยุทธศาสตร์ใหม่ในเมืองหลวง เพราะเขาคือนักเศรษฐศาสตร์ที่เชื่อมั่นในระบบ เขาคืออดีตเลขาธิการก.ล.ต และนักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารแห่งประเทศไทย เขามีจุดยืนในความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ดังนั้นการมาของเขาสะท้อนพรรคพลังประชารัฐ ที่เลือกความมีเสถียรภาพเหนือกระแส จากพักที่พึ่งอำนาจของรัฐ ไปสู่พรรคการเมืองที่มีความน่าเชื่อถือ นี่คือนิยามของพรรคพลังประชารัฐ ก้าวใหม่ที่จะเดินไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2569

ป.ป.ส. ซ้อนแผนรวบหนุ่มอังกฤษคาคอนโดหรู! ยึดโคเคน 1.1 กก. มูลค่ากว่า 3 ล้าน เตรียมปล่อยต่อนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แถลงผลปฏิบัติการขยายผลสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ หลังสนธิกำลังร่วมกับ ขว.ทบ. และ ขกท.ศปก.ทภ.1 ซ้อนแผนจับกุมชายชาวอังกฤษ วัย 25 ปี ได้คาคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมของกลาง โคเคน 1.1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ที่ลักลอบนำเข้ามาผ่านพัสดุไปรษณีย์ เตรียมส่งต่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในกลุ่มปาร์ตี้

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ตรวจพบพัสดุต้องสงสัยจากต่างประเทศ ซุกซ่อนโคเคนภายในกล่องน้ำหนักรวม 1,100 กรัม ระบุชื่อผู้รับเป็นชาวต่างชาติ แต่เมื่อตรวจสอบกับคอนโดฯ กลับไม่พบชื่อผู้พักอาศัยดังกล่าว จึงแจ้งให้ไปรษณีย์มารับคืน ทันใดนั้นชายชาวอังกฤษได้ปรากฏตัวลงมาขอรับพัสดุ ทำให้ชุดสืบสวนที่เฝ้าซุ่มอยู่เข้าควบคุมตัวทันที

จากการตรวจค้นภายในห้องพักยังพบ กัญชาเพิ่มเติมจำนวนหนึ่ง จึงแจ้งข้อหา “นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวย้ำว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอกย้ำว่าไทยจะไม่ยอมให้ถูกใช้เป็นแหล่งพักหรือแพร่กระจายยาเสพติดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะยาเสพติดกลุ่ม Club Drugs อย่างโคเคน ยาอี คีตามีน แฮปปี้วอเตอร์ หรือแก๊สหัวเราะ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงในสถานบันเทิง เราได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งปราบปรามอย่างเข้ม เพื่อปกป้องสังคมและเยาวชนจากภัยยาเสพติดทุกรูปแบบ”

‘อาจารย์อุ๋ย’ ชี้!! ไทยมีสิทธิตามหลักอธิปไตยรัฐ ควรพิจารณา ห้าม!! กัมพูชาเข้าร่วมซีเกมส์ เหตุละเมิด!! กฎหมายระหว่างประเทศ กระทบ!! ความมั่นคง

(23 ต.ค. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศและอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า

จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงมีความตึงเครียด ตั้งแต่ที่กัมพูชายิงจรวดใส่เป้าหมายพลเรือนของไทยจนมีผู้เสียชีวิต 8 คน ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม โดยไม่มีเหตุใด ๆ  และยังไม่เคยยอมรับผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ  

และยังมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารส่วนบุคคล ซึ่งขัดอนุสัญญาออตตาวา และจากเหตุปะทะในพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ (Human Shield) เพื่อออกหน้าแทนกำลังทหารของตน ควบคู่กับการขยายตัวของเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน ที่หลายประเทศชี้ว่าอำนาจรัฐของกัมพูชาเข้ามามีส่วนสำคัญที่ทำให้การกระทำเหล่านี้เฟื่องฟูและขยายตัว หรือที่สื่อในหลาย ๆ ประเทศเรียกว่า “รัฐสแกมเมอร์” (Scammer State)  

ผมจึงขอตั้งคำถามว่า ไทยสามารถห้ามกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และปฏิบัติตัวอย่างไร้มนุษยธรรม ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9- 20 ธันวาคม 2568 นี้หรือไม่ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ? 

ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยมีสิทธิภายใต้หลัก อธิปไตยแห่งรัฐ (State Sovereignty) ที่จะควบคุมบุคคลและคณะจากต่างประเทศ หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะกระทบต่อ ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security) นอกจากนี้หากให้กัมพูชาซึ่งเป็นประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศหลายประการตามที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยรัฐมีส่วนร่วมรู้เห็น เข้าร่วมการแข่งขันก็จะกระทบต่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และความศักดิ์สิทธิ์และจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์แห่งการกีฬาตามที่กำหนดไว้ในหลักการสำคัญ (Fundamental Principal) ของกฎบัตรซีเกมส์ (SEAGF Charters and Rules) และ กฎบัตรโอลิมปิก (Olympic Charter) รวมทั้งอาจสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้กับนักกีฬาชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน และอาจเกิดความไม่ปลอดภัยกับตัวนักกีฬาของกัมพูชาเอง เนื่องจากความรู้สึกของคนไทยที่เป็นเพื่อนร่วมชาติผู้ถูกกระทำยังคุกรุ่นอยู่

ผมจึงมีความเห็นว่ารัฐบาลควรส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการระหว่างประเทศด้านกีฬาที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องสั่งห้ามกัมพูชาไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ หรืออย่างน้อยที่สุดต้องให้กัมพูชาเข้าร่วมในฐานะ “ทีมเป็นกลาง” (Neutral Delegation) โดยไม่ใช้ธงหรือเพลงชาติ เช่นเดียวกับกรณีรัสเซียในสงครามยูเครน ซึ่งจะรักษาทั้งความมั่นคงของไทยและภาพลักษณ์ทางการทูตของไทยบนเวทีกีฬาโลก 

ด้วยความปรารถนาดี

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดกิจกรรมวันพยาบาลแห่งชาติ มอบโล่รางวัลเกียรติคุณ และรางวัลคนดีศรีดอกปีบ

ที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.ต.กิติศักดิ์ สายนุช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีกล่าวอาศิรวาทราชสดุดี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จัดขึ้น เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 21 ตุลาคม 2568 และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2568

น.อ.หญิงสุมาลี ไวยเนตร รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล กล่าวรายงานว่า องค์กรพยาบาลฯ ได้ให้ความสำคัญยิ่งกับพยาบาลวิชาชีพผู้ประพฤติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ที่มุ่งให้การช่วยเหลือด้านสุขภาพประชาชนอย่างทั่วถึงเท่าเทียม โดยไม่หวังประโยชน์และสิ่งตอบแทนใดๆ 
และเพื่อยกย่องเป็นบุคคลต้นแบบ คนดี ศรีดอกปีบของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ให้เกิดความภาคภูมิใจ และปฏิบัติตนตามรอยพระบาท ฝ่ายการพยาบาลฯ จึงได้จัดพิธีแสดงความยินดี มอบโล่รางวัลกับผู้ได้รับรางวัลเกียรติคุณพิเศษและรางวัลคนดีศรีดอกปีบ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สำหรับพยาบาลวิชาชีพและพนักงานช่วยเหลือผู้ป่วย 

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีต่อวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และจัดให้มีกิจกรรมวิชาการ การเสวนาในโครงการ “Healthy habits for aging สุขกายสุขใจวัยเก๋า” โดยเผยแพร่ความรู้สำหรับผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป ในการดูแลสุขภาพตนเอง การค้นหาความเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน อาทิ การป้องกันการหกล้ม การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยภายในบ้าน 

อีกทั้งจัดนิทรรศการแสดงบอร์ดพระราชกรณียกิจเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า บอร์ดวิชาการทางด้านสุขภาพ และบูทกิจกรรมสุขภาพจำนวน 10 บูท ถวายเป็นพระราชกุศลฯ 

พล.ร.ต.กิติศักดิ์ สายนุช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เน้นย้ำว่า การทำงานของพยาบาลคือ การสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่ต้องใช้ความเสียสละ กรุณา และยึดมั่นในหลักคุณธรรม น้อมนำและดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในฐานะ "พยาบาลของพระราชา" ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

สมุทรปราการ-สมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ แถลงข่าวเตรียมจัดใหญ่!! งานแสดงสินค้าจากโรงงาน  FACTORY OUTLET FAIR 2025 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ภายในร้านบ้านเกาะยอ ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทางสมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ เปิดแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ในการเตรียมจัดงานแสดงสินค้าจากโรงงานและพี่น้องชาวใต้ FACTORY OUTLET FAIR 2025 

นายไพรัตน์ จันทร์ไชยแก้ว นายกสมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานกล่าวเปิดงานแถลงข่าวถึงการจัดงาน โดยมี นายชาญณรงค์ รมย์ทอง เลขานุการจัดงาน พร้อมด้วย นายสมเกียรติ ทองเหลือ นายอรุณ บุญเพชรทอง นายถาวร รัตนพันธุ์ คณะกรรมการฝ่ายจัดงาน และป๋าเท็ดดี้ โลโซ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานครั้งนี้

มีสมาชิกสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว โดยสมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ กำหนดการจัดงาน "สมาคมชาวใต้สมุทรปราการ Factory Outlet Fair 2025" ในวันที่ 5 - 14 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00 - 23.00 น ณ ลานอเนกประสงค์ เยื้องหมู่บ้านพฤกษา 106 สมุทรปราการ ถนนตำหรุ-บางพลี ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

สำหรับวัตถุประสงค์ ทางสมาคมมีนโยบายการจัดงานขึ้นเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้รวมถึงพี่น้องประชาชน อีกทั้ง จัดหาทุนดำเนินกิจกรรมของสมาคมสู่พี่น้องชาวใต้ทั่วประเทศ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานจะนำไป จัดซื้อจัดหา วัสดุอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคที่จำเป็นนำไปมอบให้ทหารชายแดนที่กำลังปกป้องรักษาชายแดนไทย 

จากสถานกาณ์ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ และรายได้อีกส่วนหนึ่งจะดำเนินการดูแลบรรเทาทุกข์พี่น้องตามเหตุสถานการณ์ต่างๆ ต่อไป 

ทั้งนี้ การจัดงานสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ ได้ดำเนินการจัดงานมาเป็นระยะเวลาถึง 12 ปี โดยการจัดงานจะจัดขึ้นทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมของทุกปี ในการจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พี่น้องชาวได้ ทั้งในสมุทรปราการและพี่น้องพันธมิตรได้รวมตัวพบปะสังสรรค์ 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพื่อส่งต่อสาธารณะประโยชน์ในเรื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายพบปะสังสรรค์โดยมีสมาชิกพี่น้องชาวใต้เข้าร่วมงาน รวมถึงหน่วยงาน องค์กรภาครัฐ และเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม สถานศึกษา ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการขับเคลื่อนการสร้างอาชีพ การกระจายรายได้ในท้องถิ่น สนับสนุนส่งเสริม-พัฒนาความสามารถของเยาวชน ส่งเสริม-รักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงาม ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงานพิเศษกว่าทุกครั้ง 

โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุน จากองค์กรต่างๆ มากมาย เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมมากขึ้น และได้รับประโยชน์ในการจัดกิจกรรม ครั้งนี้ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 2,000 คน โดยได้รับการสนับสนุนร่วมมือจากโรงงานอุตสาหกรรม การจำหน่ายสินค้าธงฟ้า การจำหน่ายสินค้า ของใช้ อาหาร เครื่องดื่ม จากประชาชนทั่วไปบูธจัดแสดงสินค้าต่างๆ 

การประกวดดนตรีระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยมีรางวัลให้แก่ผู้เข้าประกวด เพื่อยกระดับความสามารถของเยาวชนและประชาชนเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมธุรกิจบันเทิง และยังต่อยอดให้ได้ใช้ความสามารถในการประกอบอาชีพต่อไป โดยการประกวดนี้ได้รับความร่วมมือจาก ค่ายเพลง และศิลปิน มาร่วมเป็นกรรมการตัดสิน 

นอกจากนี้ กิจกรรมภายในงาน งานออกร้านจากศิลปินดารา การแสดงบนเวที พบกับคอนเสิร์ต ศิลปิน 5 ธันวาคม 2568 BIG BROTHER วันที่ 4 ศิลปิน Dit Smile Buffalo-But Nursery Sound-B-Angle- Syam วันที่ 6 ธันวาคม วง ซูซู วันที่ 10 ธันวาคม ตัวตึงก๊อปปี้โชว์ วันที่ 12 ธันวาคม วงไก่กะละมัง วันที่ 13 ธันวาคม บ เบิ้ล 300 วันที่ 14 ธันวาคม รถแห่ ช.ช้าง มิวสิค ชัยภูมิ

กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ และมูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ จัดโครงการต้นกล้าความดีของสังคม รุ่นที่ 6 ปลุกพลังเยาวชน เฟ้นหาทีมไอเดียรักษ์โลก สู่การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

จุดประกายอนาคต กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ร่วมกับ มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้าน CSR จัดโครงการ “ต้นกล้าความดีของสังคม ปีที่ 6” เฟ้นหา ผสานกำลังพัฒนาเยาวชน จากทั่วทุกภูมิภาคให้ก้าวเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม เตรียมลุ้นทีมแชมป์ เพื่อสานต่อ และขับเคลื่อนสร้างอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมให้เติบโต ต่อเนื่อง และยั่งยืนร่วมกัน

เมื่อวันที่ (21 - 22 ตุลาคม 2568) กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุน จัดโครงการ “ต้นกล้าความดีของสังคม ปีที่ 6” มาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ นำโดย ดร.ชลิดา อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ และเป็นประธานมูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ มุ่งมั่นขับเคลื่อนตามเจตนารมณ์ เพื่อให้เยาวชนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอด และพัฒนาเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้จริง สำหรับปีนี้ โครงการได้เพิ่มความพิเศษด้วยการเชื่อมโยงแนวคิดด้าน “สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์โลก” ให้เยาวชนได้ออกแบบสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ และทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน อีกทั้ง ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะได้มีโอกาสแสดงไอเดียทางการขาย เพื่อนำสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยจะได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการ

ซึ่งได้ดำเนินการเฟ้นหาทีมตัวแทนเยาวชนจากทั่วประเทศ กว่า 100 ทีม ร่วมกันแสดงความคิดสร้างสรรค์ และเสนอแนวทางใหม่ ๆ ในการอนุรักษ์โลก สำหรับปีนี้ คัดผู้ผ่านเข้ารอบ เพียง 15 ทีม เพื่อค้นหาผู้ชนะเพียง 1 เดียว ชิงทุนการศึกษา มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท พร้อมรับโล่ประกาศเกียรติคุณ และรางวัลพิเศษ “โล่เกียรติคุณสุดยอดแห่งความยั่งยืน” เพื่อต่อยอดโครงการไปสู่การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งในอนาคตต่อไปได้

นอกจากนี้ โครงการต้นกล้าความดีของสังคม ปีที่ 6 ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกฝังแนวคิดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการส่งเสริมการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล พร้อมกับต้องการปลูกฝังให้เป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งหวังให้เยาวชนได้เรียนรู้ เผยแพร่พระบรมราโชวาท พระราชดำรัสฯ ในรัชกาลที่ 9 นำมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน ต่อยอดไปสู่การประยุกต์ใช้ในอนาคต เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ได้รู้จักการใช้ศักยภาพของตน เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดพัฒนาตนเองต่อไปได้อย่างมีคุณภาพอีกด้วย 

อีกทั้ง ภายในโครงการแข่งขัน ยังมีฐานกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ และประสบการณ์ให้กับเยาวชนอย่างรอบด้าน ทั้งกิจกรรมฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเรียนรู้เทคนิคการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี การเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นคุณค่าของพลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนาทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์แล้ว ยังช่วยให้เยาวชนเข้าใจถึงผลกระทบของปัญหาขยะที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และเห็นคุณค่าของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ดร.สามารถ สว่างแจ้ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาชุมชน มาร่วมเป็นวิทยากรพิเศษในหัวข้อ “กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา : Knowledge of Land” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดมุมมองใหม่ให้กับเยาวชนในการเรียนรู้เรื่องการทำงานร่วมกัน การสร้างพลังบวกในทีม และการเข้าใจบริบทของพื้นที่ตนเอง เพื่อนำองค์ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับ ไปต่อยอดใช้ในการดำเนินชีวิต รวมถึงการนำไปพัฒนาชุมชนในอนาคตได้อย่างสร้างสรรค์ และเพื่อเป็นกำลังเสริมความคิดที่ดีในการแข่งขันนี้อีกด้วย 

โดยการประกวดผลงานสุดสร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ในปีที่ 6 แต่ละผลงานได้สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักรู้ต่อสิ่งแวดล้อม และความตั้งใจที่จะเปลี่ยน “ของเหลือใช้” ให้กลายเป็น “ของมีค่า” อย่างแท้จริง ผลงานที่เข้าร่วมประกวด มีความหลากหลาย และน่าสนใจเป็นอย่างมาก เช่น ซังข้าวโพด เปลือกแก้วมังกร กาบกล้วย ก้านผักตบชวา อวนทะเล และขยะพลาสติก โคมไฟ ซองใส่เครื่องปรุง ดอกไม้ประดิษฐ์ กระเป๋าผ้า รวมถึงเศษวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้แล้ว มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว 

ผลการแข่งขัน ทีมเยาวชนผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่

รางวัลชนะเลิศ 

ทีม บุปผาดอกไม้ประดิษฐ์  โรงเรียนปราจีนกัลยาณี จังหวัดปราจีนบุรี

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1

ทีม เยาวชนพลเมืองสันกำแพง โรงเรียนสันกำแพง สพม. จังหวัดเชียงใหม่

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

ทีม ปุ๋ยชีวภาพสูตรสามพี่น้อง RN โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จัดหวัดอุดรธานี

 รางวัลสุดยอดแห่งความยั่งยืน

ทีม NW GREEN BRANK โรงเรียนหนองหานวิทยา จ.อุดรธานี

ดร.ชลิดา อนันตรัมพร กล่าวเพิ่มอีกว่า “โครงการต้นกล้าความดีของสังคม ในปีนี้ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ภายใต้แนวคิดหลักที่แข็งแกร่งที่ว่า “เพราะคุณ คือ เมล็ดพันธุ์ที่พร้อมเติบโต เป็นต้นกล้าที่ดีของประเทศ” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนา และส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทย ให้เติบโตเป็นพลังสำคัญของสังคมในอนาคต แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงปัญหาขยะ และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลาการจัดโครงการต้นกล้าความดี เราได้เห็นพลัง ความตั้งใจ และความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยที่ต้องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผลงานที่ส่งเข้าประกวดแต่ละชิ้น ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ และจิตสำนึกอันงดงามของคนรุ่นใหม่ ที่พร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อนำพาให้เยาวชนทุกคนที่ร่วมแสดงศักยภาพในเวทีนี้ จุดประกายแรงบันดาลใจให้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกันสร้างโลกที่น่าอยู่ให้คงอยู่กับคนรุ่นต่อไป เพราะการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการประกวด แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแบ่งปันแนวคิด และการปลูกจิตสำนึก เพื่อร่วมกันสร้างสังคมสีเขียวให้ยั่งยืนค่ะ”

“โครงการต้นกล้าความดีของสังคม ปีที่ 6” ไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการประกวดเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการ ปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทย ให้พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมในอนาคต ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้จะเป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่จะเป็น “แรงบันดาลใจ” ที่ส่งต่อแนวคิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสู่สังคมในวงกว้าง เพื่อร่วมกันสร้างประเทศไทยที่เติบโตอย่างสมดุล และยั่งยืนต่อไป เพราะพลังของเยาวชน และความคิดสร้างสรรค์ คือ กุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม และสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน อย่าหยุดที่จะคิด และอย่าหยุดที่จะลงมือทำ เพราะโลกใบนี้ต้องการ ‘ต้นกล้าความดี’ จากเราทุกคน

วันปิยมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES 

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สร้างความเศร้าโศกแก่ประชาชนและชาติไทยอย่างยิ่ง พระองค์ทรงครองราชสมบัตินาน 42 ปี และทรงพระชนมายุ 58 พรรษา

พระองค์ทรงพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ พระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาศิลปวิทยาและวิชาต่างๆ ตั้งแต่โบราณราชประเพณี รัฐประศาสน์ ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ วิชาปืนไฟ มวยปล้ำ กระบี่กระบอง และวิศวกรรม เพื่อเตรียมรับราชสมบัติ

ก่อนจะบรรลุนิติภาวะ พระองค์ได้เสด็จประพาสต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ชวา และอินเดีย เพื่อทอดพระเนตรระบบการปกครองของชาวยุโรป เพื่อนำมาปรับใช้กับการบริหารราชการไทยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น หลังทรงบรรลุนิติภาวะจึงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2416 และทรงพระราชอำนาจเด็ดขาดในการบริหารราชการแผ่นดิน

รัชสมัยของพระองค์เต็มไปด้วยการพัฒนาและสวัสดิการต่อประชาชน เช่น การไฟฟ้า ไปรษณีย์ โทรเลข และโทรศัพท์ ด้วยพระราชกรณียกิจที่ยังความผาสุกให้แก่ประชาชน ทวยราษฎร์จึงถวายพระนามว่า “พระปิยมหาราช” และกำหนดทุกวันที่ 23 ตุลาคม เป็น “วันปิยมหาราช” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top