Friday, 6 November 2026
Hard News Team

27 สิงหาคม พ.ศ. 2426 ภูเขาไฟ ‘กรากาตัว’ ในอินโดนีเซียระเบิดครั้งรุนแรงที่สุด เกิดเสียงดังกึกก้องไกลถึงออสเตรเลีย คร่าชีวิตกว่า 3.6 หมื่นคน

ภูเขาไฟ ‘กรากาตัว’ ที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะชวา และเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนิเซีย บนแนววงแหวนแห่งไฟ ภูเขาไฟแห่งนี้เคยระเบิดครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2426 โดยเริ่มจากการระเบิดรุนแรงในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2426 แต่เหตุการณ์ก็สงบ แม้จะมีการระเบิดในระดับไม่รุนแรงอีกหลายครั้งซึ่งไม่มีใครคิดว่านี้เป็นสัญญานเตือนภัย…

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2426 เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง และการระเบิดระดับกลางติดต่อกันอีกหลายครั้ง และในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2426 ก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุด แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เถ้าถ่านจำนวนหลายล้านตันบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด เสียงระเบิดดังกึกก้องไปไกลถึงออสเตรเลีย ผลจากการระเบิดยังทำให้เกิดคลื่นสึนามิสูงกว่า 30 เมตร ซากปะการัง, เศษหิน และวัสดุต่าง ๆ ประมาณ 600 ตัน ถูกคลื่นหอบขึ้นฝั่ง มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 36,000 คน

>> ความรุนแรงครั้งนั้นส่งผลกระทบไปไกลเพียงใด

ในประเทศไทยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพขณะดำรงพระยศเป็น ‘พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร’ ทรงบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ใน ‘ประวัติอาจารย์’ (พระนิพนธ์ประวัติของพระยาพฤฒาธิบดีศรีสัตยานุการ (อ่อน โกมลวรรธนะ) ซึ่งเคยเป็น เจ้าอาวาสวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ) ขณะนั้นพระองค์ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ และประทับที่วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ บางปะอิน อยุธยา ว่า…

“เมื่อเดือนสิงหาคมจะเป็นวันใดข้าพเจ้าไม่ได้จดไว้ แต่อยู่ในระหว่างวันที่ 27 จนถึงวันที่ 30 เวลาบ่าย ข้าพเจ้านั่งอยู่ที่ตำหนักได้ยินเสียงดังเหมือนยิงปืนใหญ่ไกลหลายนัด นึกในใจว่าคงยิงสลุตรับแขกเมืองที่เข้ามากรุงเทพฯ ครั้นเวลาเย็นลงไปนั่งเล่นที่สะพานท่าน้ำตามเคย ไปพูดขึ้นกับพระที่อยู่มาก่อน ท่านบอกว่าที่วัดนิเวศน์ฯ ไม่เคยได้ยินเสียงปืนใหญ่ยิงในกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าไม่เห็นเป็นการสำคัญก็ไม่ค้นหาเหตุผลต่อไป

ครั้นรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง เห็นแสงแดดเป็นสีเขียวตลอดวัน คนทั้งหลายพากันพิศวงทั่วไปในท้องถิ่น ที่ตื่นตกใจก็มี แต่ในวันต่อมาก็กลับเป็นปกติตามเดิม เป็นหลายวันจึงทราบข่าวว่าภูเขาไฟระเบิดที่เกาะกระกะเตา ซึ่งอยู่ระหว่างเกาะชวาและเกาะสุมาตรา คนตายหลายหมื่น เสียงภูเขาไฟระเบิดและไอที่ออกบังแสงแดด ทั้งละลอกน้ำในท้องทะเลแผ่ไปถึงนานาประเทศ ไกลกว่าที่เคยปรากฏมาแต่ก่อน”

'พีระพันธุ์' ห่วงน้ำท่วมภาคเหนือตอนบน กระทบ 'น้ำมัน-ไฟฟ้า' มอบ 'ปตท.-กฟผ.' ช่วยเหลือประชาชน 'ใกล้ชิด-เร่งด่วน'

(26 ส.ค. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในทางภาคเหนือตอนบนหลายพื้นที่ จังหวัดเชียงราย, จังหวัดพะเยา, จังหวัดน่าน และ จังหวัดแพร่ จากที่ฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2567 จนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2567 เนื่องมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านทางตอนบนของภาคเหนือที่มีกำลังค่อนข้างรุนแรง ส่งผลให้ประชาชนในหลายพื้นที่ภาคเหนือ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 

ขณะนี้แม้ว่าปริมาณฝนจะเริ่มซาลงแล้ว แต่ยังต้องระวังมวลน้ำที่ยังไหลในลุ่มน้ำต่างๆ ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าช่วยบรรเทาผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที

สำหรับการบริหารจัดการด้านพลังงานในพื้นที่ประสบอุทกภัย ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนหากได้รับผลกระทบ อาทิ การขนส่งน้ำมันหากเส้นทางได้รับผลกระทบ ทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรมธุรกิจพลังงาน ได้เตรียมการสำหรับแนวทางฟื้นฟูสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับผลกระทบและจะมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันหลังจากน้ำลด 

ในด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเบื้องต้น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เตรียมถุงยังชีพไว้ จำนวน 15,000 ถุง และผ้าห่มกันหนาวอีก 15,000 ผืน ส่วนบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ส่งถุงยังชีพไปแล้วกว่า 10,000 ถุง และน้ำดื่ม 10,000 ขวด รวมทั้งได้จัดส่งหน่วยปฏิบัติการ PTT Group SEALs ซึ่งรวมพนักงานจิตอาสา กลุ่ม ปตท. ที่มีทักษะพิเศษในการกู้ชีพและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุกบริษัทในกลุ่ม ปตท. เร่งนำอุปกรณ์ ได้แก่ โดรน เรืออะลูมิเนียมท้องแบน เรืออะลูมิเนียมท้องวี รถตรวจการณ์ รถสิบล้อ และอุปกรณ์การช่วยเหลือต่างๆ ร่วมปฏิบัติการมอบถุงยังชีพให้ประชาชน โดยเฉพาะบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษอย่างคนชราและเด็กๆ ในพื้นที่ที่ยากแก่การเข้าถึง 

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2567 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ 6,674 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 70% ของความจุเขื่อน น้ำใช้งานได้รวมทั้งสิ้น 3,824 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 57% ของความจุเขื่อน ทั้งนี้ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 2,836 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 30% เทียบกับความจุเขื่อน นอกจากนี้ได้ลดการระบายน้ำในเขื่อนฯ ลงเหลือวันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อลดผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำตอนล่าง 

“ขณะนี้กระทรวงพลังงาน ได้เตรียมความพร้อมไว้ทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำมัน ไฟฟ้า เพื่อเข้าช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที ซึ่งก็ได้วางแนวทางในการช่วยเหลือทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งหลังน้ำลด เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดกับประชาชน” นายพีระพันธุ์ กล่าว

'ดร.เสรี' เตือน!! สถานการณ์น้ำท่วมสุ่มเสี่ยง ต้องบอกความจริงกับปชช. ย้ำ!! การบอกต้องไม่ใช่เพียงคำว่า "เอาอยู่" หรือ “ไม่ท่วมเหมือนปี 2554"

(26 ส.ค. 67) ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ประธานกรรมการบริหาร Futuretales LAB, MQDC ผู้เชี่ยวชาญ IPCC โพสตฺเฟซบุ๊กเรื่อง ‘60วันอันตราย การจัดการภาวะวิกฤติและสื่อสารความเสี่ยงควรทำอย่างไร?’ ระบุว่า…

ความเสียหาย ความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่สำหรับประเทศไทยในอดีตมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 10,000-1,000,000 ล้านบาท (น้ำท่วมใหญ่ 2554) โดยเฉพาะการเสียชีวิตของประชาชนซึ่งประเมินมูลค่าไม่ได้ การบริหารวิกฤติจึงมีความสำคัญสูงสุด ประกอบกับการสื่อสารความเสี่ยงในภาวะวิกฤติต้องมีความเข้าใจ และสามารถถ่ายทอดให้ประชาชนที่กำลังวิตก กังวล และห่วงใยต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และจะเกิดขึ้น หลายหน่วยงานที่ออกมาให้ข้อมูลต้องชัดเจน ไม่ยืดเยื้อ ไม่เทคนิคมาก ทำให้เข้าใจยากจนขาดความน่าสนใจ ดังนั้น 60 วันจากนี้ต่อไป จึงเป็นสถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่ไม่เพียงการบอกความจริงกับประชาชน แต่ต้องไม่ใช่เพียงคำว่า “เอาอยู่” หรือไม่ท่วมเหมือนปี 2554

สถานการณ์น้ำที่กำลังท่วมพื้นที่ภาคเหนือ และที่อื่น ๆ เริ่มสับสน วุ่นวาย เช่น กรณีคันกั้นน้ำแตกหลายจุด มีผู้เสียชีวิต น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ คล้าย ๆ กับเหตุการณ์ที่ยังจำติดตาน้ำท่วมใหญ่ 2554  ประชาชนจึงต้องขนขวาย แสวงหาความจริงในโลก Social ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยง ความโกลาหล ความตระหนก ข้อมูลปราศจากข้อเท็จจริง รัฐบาลจึงต้องบริหารวิกฤตินี้ให้ได้ และที่สำคัญต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ทีมผู้เชี่ยวชาญน้ำจากหลายองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชนจึงได้รวมตัวกันเพื่อกอบกู้วิกฤต และจะพยายามให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ดังรูปที่แนบมาเป็นการประเมินเบื้องต้นสถานการณ์ที่เป็นไปได้สำหรับภาคกลาง และสถานการณ์เลวร้ายที่สุดจากพายุจร ประชาชนที่อยู่ในเขตสีส้มให้ติดตามข้อมูลด้วยนะครับใน 60 วันอันตรายนี้

'จิราพร' ชี้!! 'โครงการคลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข' คืบหน้า ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว เพิ่มรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่

(26 ส.ค. 67) นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความก้าวหน้าของโครงการ ‘10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข’ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 โครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ดำเนินการติดตามสำรวจคลองรอบกรุง ครอบคลุมคลองโอ่งอ่าง คลองบางลำพู ตลอดจนบริเวณสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ พร้อมกับตรวจเยี่ยมพื้นที่สะพานหันและพบปะกับประชาชนผู้ประกอบอาชีพค้าขาย ณ ริมคลองโอ่งอ่าง พบว่า การปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองให้สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี และส่งผลต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น

นางสาวจิราพร กล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการ ‘10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข’ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน เพื่อสนองพระบรมราโชบายในการพัฒนาและฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองที่เสื่อมโทรมตามกาลเวลา และขยายผลสู่การพัฒนาแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ผลจากการพัฒนาโครงการฯ ส่งผลให้ 10 คูคลองในหลายจังหวัดพื้นที่นำร่อง อาทิ ลำน้ำแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และคลองรอบกรุง ตั้งแต่คลองโอ่งอ่างถึงคลองบางลำพู กรุงเทพฯ ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อเนื่อง ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมอย่างเครื่องบีบอัดตะกอนเลนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปรับคุณภาพน้ำให้ใสสะอาด

นอกจากการปรับภูมิทัศน์แล้ว รัฐบาลยังมีกลไกการกำจัดขยะ การจัดระเบียบที่อยู่อาศัยใหม่ การบริหารระบบระบายน้ำ การพัฒนาสาธารณูปโภค การปรับปรุงทางเดินเท้า และการเพิ่มไฟส่องสว่างที่ทำควบคู่ไปทั้งระบบ เพื่อยกระดับทัศนียภาพให้แต่ละพื้นที่มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดี สร้างรายได้สู่ชุมชน ทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนสองฝั่งคลองดีขึ้นตามลำดับ

“ส่วนหนึ่งของคลองรอบกรุง ที่ขุดขึ้นเมื่อปี 2326 ในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นย่านการค้าชุมชนมาตั้งแต่โบราณ โดยในปัจจุบันมีปัญหาจากขยะมูลฝอย การระบายน้ำ และถ่ายเทน้ำ ปัญหาน้ำท่วม น้ำเน่าเสีย จึงกำหนดเป้าหมายพัฒนาเป็นเมืองเดินได้ เมืองเดินดี โดยดึงอัตลักษณ์และฟื้นฟูวิถีคลอง ผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ” นางสาวจิราพรกล่าว

นางสาวจิราพร กล่าวว่า นอกจากการปรับปรุงทางเดินริมคลองและภูมิทัศน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังมีโครงการห้ามจับสัตว์น้ำ โดยร่วมมือกับกรมประมงในการเก็บตัวอย่างน้ำ ตรวจคุณภาพน้ำเพื่อเตรียมประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำอีกด้วย

‘ผบ.ทร.’ สั่งทุกหน่วยช่วยเหลือพื้นที่สถานการณ์อุทกภัย พร้อมจัดเรือผลักดันน้ำ บรรเทาผลกระทบประชาชน

(26 ส.ค. 67) ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เรียกประชุมผู้บังคับหน่วยของกองทัพเรือในพื้นที่ต่าง ๆ ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อรับทราบถึงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งตรวจสอบความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เพื่อเตรียมแผนในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ ซึ่งจากอุทกภัยขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้มีกระแสน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรจนมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยกองทัพเรือในทุกพื้นที่ ดำเนินการสำรวจความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือ รวมถึงเพื่อแจ้งเตือนประชาชน ตลอดจน จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเตรียมบรรจุกระสอบทราย การจัดถุงยังชีพ การจัดโรงครัวพระราชทาน และครัวสนามเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนกับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนั้น ชุดเฉพาะกิจผลักดันน้ำ ได้มีการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ ในการระบายน้ำในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ โดยปัจจุบันได้มีการติดตั้งที่จังหวัดนครนายกและเตรียมพร้อมให้การสนับสนุนจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ โดยพร้อมให้การสนับสนุนในทันทีที่ได้รับการร้องขอ ทั้งนี้ เรือผลักดันน้ำ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการระบายน้ำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ครั้งละปริมาณมาก อีกทั้งยังสามารถชะล้างไล่ดินเลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นแอ่งให้หมดไป ทำให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เป็นแอ่ง เป็นบึง และเป็นคอขวด ซึ่งเป็นที่ลุ่มระบายน้ำออกได้ลำบาก และไหลออกได้ช้า

สำหรับในห้วงวันที่ 24 - 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในส่วนของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตหนองคาย ได้จัดกำลังพลให้การสนับสนุน เทศบาลเมืองหนองคาย ในการบรรจุถุงทรายเพื่อจัดทำแนวป้องกันน้ำจากแม่น้ำโขงที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมฝั่งแม่น้ำโขง ในพื้นที่บริเวณ ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย

ในขณะที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้จัดกำลังพล ร่วมกับชาวจันทบุรี ในการบรรจุถุงยังชีพ เพื่อส่งมอบแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือทิศรับความเดือดร้อนจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น และในช่วงบ่ายวันนี้ ฐานทัพเรือกรุงเทพได้จัดให้มีการบรรจุกระสอบทราย เพื่อเตรียมความพร้อมสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ทั้งนี้กองทัพเรือ ยังคงเตรียมความพร้อม ทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ที่จะให้การสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ 1696 ตลอด 24 ชั่วโมง

'พีเค' เผยจุดพีกงานพิธีกร แค่ชั่วโมงครึ่งได้ค่าตัว 1 แสนบาท พ้อ!! ไม่คิดอายุ 50 ปี ต้องมานั่งนับหนึ่งใหม่ ลั่น!! ยังชอบทำงานที่สุด

(26 ก.ย. 67) 'พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร' ได้ออกมาเล่าถึงการทำงานพิธีกรและเผยจุดพีก ผ่าน Thairath Talk ระบุว่า...ทำงานแค่ 1 ชม.ครึ่ง ได้ค่าตัว 1 แสนบาท แต่ก่อนที่จะมีชื่อเสียงจากการเป็นดีเจ ก็เริ่มมีเงินจากงานอีเวนต์ โดยงานพิธีกรแรกคือเปิดตัวเหล้า ไม่มีค่าตัว ได้ค่าตัวเป็นเหล้า 1 ขวด มิกเซอร์ 2 ขวด

จากนั้นลูกค้าก็พูดกันปากต่อปาก จนค่าตัวเพิ่มจาก 5 พัน เป็น 1 แสนบาท โดยได้เงินเท่าไหร่ ก็เอาไปใช้จ่ายหมด ทั้งบ้าน รถ คอนโด จนถึงตอนนี้ที่ตนอายุ 50 ปี ที่ควรจะเป็นจุดสูงสุดในชีวิต กลับต้องมานั่งนับ 1 ใหม่ แต่โชคดีที่บ้าน รถ คอนโด ผ่อนหมดแล้ว และไม่ต้องห่วงเรื่องหนี้สิน เพราะหากวันนี้ไม่ทำงานก็อยู่ได้ แต่ชีวิตตนชอบทำงานที่สุด

‘บิ๊กป้อม’ ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดแพร่ ส่ง ‘ชัยวุฒิ-พล.ต.ท.ปิยะ’ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ

(26 ส.ค. 67) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มอบหมายให้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และพลตำรวจโทปิยะ ต๊ะวิชัย ทีมโฆษกพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ วัดปากจอก ต.ทุ่งแล้ง อ.ลอง จ.แพร่ เป็นตัวแทนมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในเขต พื้นที่อำเภอลอง จังหวัดแพร่ จำนวน 400 ชุด พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพจำนวน 600 ชุด ให้กับตัวแทนนายอำเภอเด่นชัย และตัวแทนนายอำเภอวังชิ้น รับมอบถุงยังชีพ

โดย นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พลเอกประวิตร เข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่บางครัวเรือนยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านเรือนได้ เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมและประชาชนหลายคนยังขาดแคลนเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พลเอกประวิตร จึงห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย โดยขอให้กำลังให้ทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งพรรคพลังประชารัฐหวังว่ามอบถุงยังชีพที่เรานำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นได้

“พรรคพลังประชารัฐ นำโดยท่านหัวหน้ามีความเป็นห่วงใยความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่กำลังได้รับกับความเดือดร้อน และยากลำบากในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวแพร่ทุกท่าน ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปโดยเร็ว” นายชัยวุฒิกล่าว 

'ราชตฤณมัยสมาคมฯ' ประกาศลุย Entertainment Complex 2 แสนล้าน ดึงดูด 'ต่างชาติท่องเที่ยว-เสริมสร้าง ศก.-ช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียน'

(26 ส.ค. 67) ฐานเศรษฐกิจ รายงานว่า นายปฐวี สุรินทร์ กรรมการบริหารราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงการลงนามในเอ็มโอยูกับกลุ่มนักลงทุนที่จะเข้ามาร่วมทุน ‘The Royal Siam Haven’ เรียบร้อยแล้ว ส่วนพื้นที่ที่จะใช้ในการจัดทำโครงการนั้นขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะเป็นพื้นที่ใหญ่มาก

แผนการลงทุน 'The Royal Siam Haven' ครั้งนี้ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2567 ในการประชุม วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567 ในวาระครบรอบ 108 โดยมี พลเอกจำลอง บุญกระพือ ประธานกรรมการอำนวยการราชตฤณมัยสมาคมฯ ซึ่งมีสมาชิกสามัญประจำปี 2567

ที่ประชุมได้เปิดตัวโครงการ Entertainment Complex มูลค่าการลงทุนกว่า 2 แสนล้าน ด้วยแนวคิดทันสมัยเข้ากับธุรกิจบันเทิงและการท่องเที่ยวเพื่อเชิญชวนให้ชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวเสริมสร้างเศรษฐกิจและเม็ดเงินหมุนเวียน โดยมีแนวคิดที่สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันในชื่อ 'The Royal Siam Haven'

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการเปิดตัว Project แบบครบวงจร World Class ระดับเอเชียซึ่งจะเป็นทั้งสนามม้าแห่งใหม่ที่เป็นสนามม้าเพื่อการแข่งขันระดับสากล โรงแรมระดับ 6 ดาว สนามกอล์ฟที่กว้างขวาง ยอร์ชคลับ ภัตตาคารหรู โรงละคร โรงพยาบาล การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศูนย์การเรียนรู้ และกิจกรรมกีฬาและบันเทิงอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อความสมบูรณ์แบบ

การเปิดตัวภายในงานมีนักลงทุนจากทั่วโลกมาร่วมประชุมปรึกษาหารือพร้อมทั้งร่วมลงทุนภายในโครงการ The Royal Siam Haven ทั้งนี้การดำเนินงานดังกล่าวมีภาคเอกชนเป็นหลักในการขับเคลื่อนโครงการภายใต้ชื่อ บริษัท Royal Sport Complex จำกัด หรือ RSC ซึ่งเป็น Partner ร่วมกับราชตฤณมัยสมาคมฯ 

โครงการ The Royal Siam Haven ถือเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ ทั้งยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของสนามม้าไทยสู่มาตรฐานสากล

อังกฤษเปิดแคมเปญหนุนบุหรี่ไฟฟ้าให้กับสิงห์นักสูบ

รัฐบาลอังกฤษเปิดแคมเปญสำหรับผู้สูบบุหรี่ในเมืองบาธและซัมเมอร์เซตทางตะวันออกเฉียงเหนือให้นำบุหรี่มาแลกกับบุหรี่ไฟฟ้าชุดตั้งต้น เพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่

ภายหลังองค์กรรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ (Action on Smoking and Health หรือ ASH) ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จนั้น คือคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่

นางเบกกี้ เรย์โนลด์ ผู้อำนวยการฝ่ายสาธารณสุขสภาเมืองบาธและซัมเมอร์เซตทางตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า “มีหลักฐานที่สำคัญที่ชี้ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ได้ และบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับควันบุหรี่”

พร้อมเสริมว่า “เราดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับประเทศ “Swap to Stop” เพราะทำให้ผู้สูบบุหรี่ในเมืองของเรามีโอกาสได้ลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย”

“เราทราบดีว่าการเลิกบุหรี่เป็นเรื่องที่ยาก และมีผู้สูบบุหรี่หลายคนที่พยายามเลิกบุหรี่หลายต่อหลายครั้ง ขณะนี้บุหรี่ไฟฟ้ากำลังเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมและมีผลสำเร็จสูงสุดในการช่วยเลิกบุหรี่ สภาฯ จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อเชิญชวนและกระตุ้นให้ผู้สูบบุหรี่ในเมืองของเราเข้าร่วมแคมเปญนี้”

โครงการ Swap to Stop ประเมินว่าจะมีส่วนช่วยให้รัฐบาลอังกฤษบรรลุเป้าหมายในการเป็นประเทศปลอดบุหรี่ภายในปี 2030

ผู้สูบบุหรี่ที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญต้องมีอายุ 18 ขึ้นไปและต้องให้ความยินยอมปิดเผยข้อมูลติดต่อเพื่อให้โครงการฯ สามารถติดตามและประเมินผลได้

(ข่าวแปลจาก BBC Free vape scheme to encourage Somerset adults to stop smoking (bbc.com)

‘พีระพันธุ์’ ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง จัดตั้งโรงครัว-แจกน้ำดื่ม-ส่งทีมงานติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

(26 ส.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความห่วงใยกับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยภาคเหนือ โดยได้ส่งมอบถุงยังชีพไปในพื้นที่ประสบภัยตั้งแต่วันแรก และมอบหมายให้นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งศูนย์ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนตั้งแต่วันแรก โดยได้จัดพื้นที่จอดรถ จัดตั้งโรงครัวแจกจ่ายอาหาร และน้ำดื่ม แก่ผู้ประสบภัย พร้อมจัดส่งถุงยังชีพไปยังชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง 

นายอัครเดช กล่าวต่อไปว่า ล่าสุดในวันนี้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มอบหมายให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.แพร่ อย่างใกล้ชิด

ด้าน นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า วันนี้ลงพื้นที่เข้าไปในชุมชนต่าง ๆ ได้พบเห็น บ้านเรือนอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้านขาดที่พักพิง ผู้ป่วยที่ติดเตียง ผู้สูงอายุที่ไม่ยอมออกจากบ้าน ซึ่งน่าเป็นห่วงในเรื่อง ความปลอดภัย ความสะอาด สุขอนามัย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ต้องการการดูแล อยากวอนขอให้ทุกภาคส่วน ได้มาร่วมมือกันบรรเทาความทุกข์ของพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วม

"ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยหัวหน้าพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค มีความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันแรก กำชับให้ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชน ในวันนี้ได้ส่งให้ผมลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เมื่อได้เห็นถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน และเห็นการร่วมแรงร่วมใจของทีมงาน และอาสาสมัครทุกท่าน ขอให้เป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ประสบภัยในครั้งนี้ ขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด และเมื่อสู่ภาวะปกติน้ำลดลงแล้ว ยังมีเรื่องความเสียหายของบ้านเรือน ชีวิต ทรัพย์สิน ที่จะต้องช่วยกันดูแลและเยียวยาให้พี่น้องประชาชนกันต่อไป" นายเอกนัฏ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top