Sunday, 18 October 2026
Hard News Team

ลุงทรัมป์ บินมา KL เพื่อทำสิ่งนี้ (เพื่อตัวเอง) พิธีกรรม สนอง need ของลุงทรัมป์ สมใจลุง

(26 ต.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn โดยมีใจความว่า ...

ลุงทรัมป์ บินมา KL เพื่อทำสิ่งนี้ (เพื่อตัวเอง)  พิธีกรรมสนอง need ของลุงทรัมป์ #สมใจลุง

‘ทรัมป์’ โพสต์!! Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ระบุ!! กำลังบินไป ‘มาเลเซีย’

(26 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง พร้อมแสดงความเสียใจต่อคนไทย

ระบุ!! กำลังอยู่ระหว่างบินไปมาเลเซีย และจะพบนายกฯ อนุทินเพื่อลงนามดีลสันติภาพ ‘ไทย–กัมพูชา’  

 

“เชียงราย”ตม.เชียงราย ร่วมตร.ท่องเที่ยวจับจีนเทา 19 คนหนีทัพจากแม่สอดมุ่งสู่ลาว”

คืนวันที่ 24 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมาทางตม.เชียงรายและตร.ท่องเที่ยวโดยการอำนวยการของรัฐพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5  มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์,พ.ต.ท.วิชัย ปันนา สว.ตม.จว.เชียงราย


โดยได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนต่างชาติรูปพรรณสัณฐานเป็นชาวจีนและมีท่าทีน่าสงสัยพากันไปเช่าอยู่ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่บ้านพลูทอง หมู่ 11 ต.ทาสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงชุดสืบสวน กก.2 บก.ทท.2 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงราย รุดไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปพบชายจำนวน 19 คน พากันนอนกระจายไปทั่วบ้านเช่าซึ่งมีอยู่หลายห้อง

จากการสอบถามพบว่าทั้งหมดพูดภาษาไทยไม่ได้แต่ตรวจสอบพบว่าเป็นชาวสัญชาติจีน อายุตั้งแต่ 18-37 ปี แต่ละคนมีหนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตเพียง 6 คนและวีซ่าหมดอายุ ส่วนอีก 13 คนไม่มีเอกสารประจำตัว ตรวจในกระเป๋าสัมภาระพบมีโทรศัพท์มือถืออยู่เป็นจำนวนมากผิดปกติ นอกจากนี้ในบ้านเช่าพบ น.ส.ชัชฎา อายุ 35 ปี ชาว ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แสดงตัวเป็นคนเช่าบ้านและบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้มีคนติดต่อขอให้ไปหาบ้านเช่าเพื่อให้คนจีนไปพัก โดยตนจะมีรายได้จากการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ เป็นเงินวันละ 200 บาท โดยไม่รู้ว่าคนเหล่านี้มาจากไหนอย่างไร

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษาได้ความเพียงว่าทั้งหมดได้เดินทาง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา โดยลักลอบเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติผ่านชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นไปหาห้องพักในเขต อ.เมืองเชียงราย เพื่อรอให้มีคนรับตัวส่งไปทำงานที่ฝั่ง สปป.ลาว ต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งแจ้งข้อกล่าวหาชาวจีนที่มีพาสปอร์ตว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยอนุญาตสิ้นสุด" ส่วนผู้ไม่มีเอกสารใด ๆ ตั้งข้อหาว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" สำหรับหญิงสาวคนไทยตั้งข้อหา "ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม" จากนั้นนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
และขยายผลกลุ่มกระบวนการดังกล่าวต่อไป

 

‘ไอซ์ – ใบตองแห้ง’ ชวนมาฟังแถลง!! MOA พรรคส้ม...หวานจริง หรือขม กลางเวที Hops & Hope!! วันพรุ่งนี้ 1ทุ่มตรง รัชโยธิน

(26 ต.ค. 68) MOA พรรคส้มผ่าทางออก หรือโดนหนูหลอกกินฟรี??

ผ่านไป 1 เดือนกับการแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูลที่ดูแล้วชักจะแหม่ง ๆ ทั้งสส.ไหลเข้าพรรค ทั้งกรณีที่ถูกตั้งคำถามถึงครม. ที่อาจจะมีความเทา ๆ ท้ายที่สุด MOA ของพรรคประชาชนโดนหลอกกินฟรีหรือไม่?

พบกับตัวตึงแห่งยุค "สส.ไอซ์" รักชนก ศรีนอก ทั้งปั่นทั้งชนสุดตัวกับการปราบทุจริต และ "ใบตองแห้ง" พี่ถึก อธึกกิต แสวงสุข นักวิเคราะห์การเมืองที่จะมาร่วมแชร์ความคิดเห็น สถานการณ์เพื่อมองไปยังอนาคต

ชมฟรี Hops and Hope Craft Bar รัชโยธิน วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม นี้ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป 

จองโต๊ะด่วนได้ที่ https://lin.ee/xuxykcn 

ถนนชายแดนปราสาทตาเมือนธม ถนนที่เราไม่ได้เงินจากการทำมัน ถนนที่เราต้องเสียเงินให้มันในทุกๆวัน แม้กระทั่งฝนตก เรายังยืนตากฝน ดูถนนที่เราทำ แม้จะเจออุปสรรค ฝนตกทุกวัน ในขณะที่ทำ แต่เราก็ทำมันจนเสร็จ

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) ช่างบิ๊ก บุรีรัมย์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า ...

#ถนนชายแดนปราสาทตาเมือนธม

ถนนที่เราไม่ได้เงินจากการทำมัน ถนนที่เราต้องเสียเงินให้มันในทุกๆวัน 
แม้กระทั่งฝนตกเรายังยืนตากฝนดูถนนที่เราทำ 
แม้จะเจออุปสรรคฝนตกทุกวันในขณะที่ทำ
แต่เราก็ทำมันจนเสร็จ

‘รศ.ดร.เจษฎา’ แนะ!! กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณา!! ลดช่วง ห้ามจัดงานรื่นเริง เหลือ 30 วัน เห็นใจเด็กๆ ที่อยากจัดกิจกรรม

(26 ต.ค. 68) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …
.
หวังว่า ก.ศึกษา จะลดวัน ที่ห้ามจัดงานบรรยากาศรื่นเริง จาก 1 ปี เป็น 30 วัน . เห็นใจเด็กๆ นักเรียนครับ

กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม นำทัพปราบฮ่อที่ทุ่งเชียงคำ สงครามสำคัญในรัชกาลที่ ๕ เพื่อปกป้องอาณาเขตสยาม

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2428 พันเอก พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เสด็จเป็นแม่ทัพกองทัพฝ่ายใต้ ยกกำลังไปปราบพวกฮ่อที่ทุ่งเชียงคำ โดยตั้งกองบัญชาการอยู่ที่เมืองหนองคาย เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในศึกสำคัญของรัชกาลที่ 5 เพื่อปกป้องอาณาเขตของสยามจากกลุ่มฮ่อที่ก่อความไม่สงบในภาคเหนือและลาว

“พวกฮ่อ” คือชาวจีนที่หนีการปราบปรามของราชวงศ์ชิง หลังความพ่ายแพ้ของกบฏไท่ผิง จึงหลบหนีเข้ามาในดินแดนสยาม ก่อเหตุปล้นสะดมในเขตหลวงพระบาง พวน และหนองคาย สร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรเป็นวงกว้าง ทำให้สยามต้องจัดกองทัพขึ้นปราบถึง 3 ครั้ง ระหว่างปี พ.ศ. 2418 – 2430

การปราบฮ่อครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2428 นับว่าสำเร็จได้ด้วยยุทธวิธีและอาวุธที่ทันสมัยแบบตะวันตก ภายใต้การนำของกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม แม้กองทัพจะต้องเผชิญภัยไข้ป่าและการขาดแคลนเสบียง แต่ก็สามารถขับไล่พวกฮ่อออกจากดินแดนสยามได้สำเร็จ ทำให้ชายแดนภาคเหนือกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

ภายหลังสงคราม รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “เหรียญปราบฮ่อ” ขึ้นในปี พ.ศ. 2431 เพื่อพระราชทานเป็นบำเหน็จความดีความชอบแก่ผู้ไปราชการปราบฮ่อ เหรียญนี้ผลิตโดยบริษัทบีกริมแอนด์โก ประเทศเยอรมนี จำนวนเพียง 500 เหรียญ ถือเป็นเหรียญรางวัลทางทหารชุดแรกของไทย

เหรียญปราบฮ่อจึงไม่เพียงเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศของนักรบสยามเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนพระปรีชาสามารถของรัชกาลที่ 5 ในการพัฒนากองทัพไทยสู่มาตรฐานสากล ปัจจุบันเหรียญดังกล่าวกลายเป็นของหายาก มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาท และเป็นที่เคารพบูชาในหมู่ผู้สะสมและข้าราชการเก่าในนาม “เหรียญนักเลง” แห่งยุครัชกาลที่ 5

“ราชินีแห่งราชินี” ผู้ทรงเป็น “พระแม่แห่งแผ่นดิน”

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที ได้เกิดความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เมื่อสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ จากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๙๓

พระราชประวัติและชีวิตคู่พระบารมี

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ทรงเป็นพระธิดาในพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร

พระองค์ทรงเข้าสู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ และทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีในเวลาต่อมา ทรงเป็นพระราชินีคู่พระบารมีที่ทรงเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในการทรงงานหนักเพื่อพัฒนาประเทศชาติและบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนชาวไทยในทุกพื้นที่ของประเทศ ตลอดระยะเวลากว่าเจ็ดทศวรรษ  ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความเจริญรุ่งเรืองและความสุขของปวงชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน พระราชกรณียกิจเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายแห่งพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาล

การทรงอุปถัมภ์งานศิลปหัตถกรรมและวัฒนธรรมไทย

หนึ่งในพระราชกรณียกิจที่ประจักษ์ชัดคือ การทรงฟื้นฟูและส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่สืบไป ทรงตระหนักว่าศิลปหัตถกรรมไม่เพียงแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประชาชนในท้องถิ่น ผ่าน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกสอนและพัฒนาทักษะการทอผ้า การทำเครื่องเงิน เครื่องเขิน การแกะสลาย และงานหัตถกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
ผลงานศิลปาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ผ้าไหมทองโบราณ, ผ้ายกเมืองนคร, และเครื่องประดับเงินลายวิจิตร ล้วนเกิดจากพระราชดำริและพระวิสัยทัศน์ ทรงทำให้ "ศิลปาชีพ" กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในวงการแฟชั่นและศิลปะระดับนานาชาติ ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวบ้านทั่วประเทศ

โครงการในพระราชดำริเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนามุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน อาทิ

การส่งเสริมอาชีพ: 
ทรงสอนให้ชาวนาปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากการทำนา
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ: 
ทรงส่งเสริมการปลูกป่าและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทรงเข้าใจในความเชื่อมโยงระหว่างป่าไม้และแหล่งน้ำ
 การพัฒนาสาธารณูปโภค: 
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการขุดบ่อน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำ และระบบชลประทานขนาดเล็ก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นรูปธรรม

พระจริยวัตรอันเป็นแบบอย่าง

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในด้านความเสียสละ อดทน และความเพียรพยายาม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก เสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ห่างไกลอย่างใกล้ชิดเพื่อทรงรับทราบปัญหาโดยตรง พระจริยวัตรที่เรียบง่าย แต่ทรงไว้ซึ่งพระเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นกษัตริย์ เป็นที่ประทับใจในหัวใจของปวงชนชาวไทย

พระอัจฉริยภาพในด้านศิลปวัฒนธรรม coupled with พระวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้พระองค์ทรงเป็น "ราชินีแห่งราชินี" ในดวงใจของประชาชนอย่างแท้จริง พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาติและประชาชนนั้นหาที่เปรียบมิได้ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและพลังแห่งความสามัคคีของคนไทยทั่วหล้าฟ้า

พระราชกรณียกิจ“ราชินีแห่งราชินี”

พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้นครอบคลุมหลายด้านจนเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งโลก
ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานอย่างไม่ย่อท้อ ทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องและถวายรางวัลเกียรติยศมากมายจากนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ รางวัลจากกองทุนพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ในฐานะที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพัฒนาสตรีไทย แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพและพระเมตตาที่ทรงมีต่อมวลมนุษยชาติ

สถิตอยู่ในดวงใจชั่วนิรันดร์

การเสด็จสวรรคตของพระองค์ยังความโศกเศร้าอาลัยอย่างสุดซึ้งแก่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า พระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรอันงดงามของ "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง" จะยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตราบชั่วนิรันดร์ ดังสมญานามที่ทรงได้รับจากประชาชนว่า "พระแม่แห่งแผ่นดิน" ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นแสงสว่างนำทางชีวิต.
โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.

ทูลกระหม่อมฯ ทรงโพสต์ กราบบังคมทูลลา ‘สมเด็จแม่’ ด้วยความรักและคิดถึง ‘สถิตในดวงใจนิรันดร์’

(25 ต.ค. 68) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์อินสตาแกรม ถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ความว่า …

“กราบบังคมทูลลาสมเด็จแม่เพคะ ด้วยความรักและคิดถึง #สถิตในดวงใจนิรันดร์”

Queen’s Cup ถ้วยแห่งพระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาที่ทรงมีต่อ ‘วงการฟุตบอลไทย’ จากพระราชหฤทัย สู่!! สนามลูกหนัง สร้างความปลาบปลื้มใจ ให้กับนักกีฬาทั่วแผ่นดิน

(25 ต.ค. 68) Madam Pang - มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …

เรื่องราวแห่งศักดิ์ศรีของ Queen’s Cup ถ้วยลูกหนังประวัติศาสตร์ที่สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณและแรงบันดาลใจสู่ชาวกีฬาไทย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  

ในประวัติศาสตร์แห่งวงการกีฬาฟุตบอลของประเทศไทย ไม่มีสิ่งใดจะทรงคุณค่ายิ่งไปกว่า พระมหากรุณาธิคุณและพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้ทรงมีพระราชดำริให้จัดการแข่งขันฟุตบอล ถ้วยพระราชทาน “ควีนส์คัพ” (Queen’s Cup) อันเป็นการพระราชทานเกียรติอันสูงสุดแก่ชนชาวฟุตบอลไทยทั้งในประเทศและต่างจังหวัด ในปี พ.ศ.2513 ให้มีเวทีแห่งเกียรติยศ และแรงบันดาลใจในการพัฒนาเยาวชนสู่ความเป็นเลิศในกีฬา

พระองค์ทรงเล็งเห็นคุณค่าของกีฬาในฐานะเครื่องหล่อหลอมเยาวชนให้มีความสามัคคี น้ำใจนักกีฬา และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างพลเมืองที่ดีของชาติ ด้วยพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ฟุตบอลไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน หากแต่เป็นสื่อแห่งมิตรภาพ สมานฉันท์ และพลังของความสุขที่หลอมรวมคนไทยทั้งประเทศไว้ด้วยกัน

การแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทาน “ควีนส์คัพ” จึงมิได้เป็นเพียงรายการแข่งขันที่มากด้วยเกียรติประวัติ หากแต่ยังเป็นเวทีแห่งการต่อยอดฝีเท้านักฟุตบอลไทยสู่ระดับนานาชาติ เสริมสร้างศักยภาพ และประสบการณ์ให้แก่นักกีฬารุ่นใหม่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ที่ทรงพระราชทานไว้ แผ่ซ่านอยู่ในหัวใจของชาวฟุตบอลไทยทุกยุคทุกสมัย

นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงพระราชทานกำลังพระราชหฤทัยแก่เหล่านักกีฬา ผู้จัดการทีม และผู้เกี่ยวข้องในทุกภารกิจ ทรงติดตามความก้าวหน้าของวงการกีฬาไทยด้วยความห่วงใย และทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเมื่อเยาวชนไทยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ

พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงประดุจแสงประทีปนำทางแก่ชาวฟุตบอลไทยทุกคน เป็นพลังแห่งศรัทธา และความจงรักภักดีที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย และยังคงส่องสว่างอยู่ในหัวใจของนักกีฬาทั่วแผ่นดิน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top