Thursday, 5 November 2026
Hard News Team

‘เอกภพ สายไหมต้องรอด’ เปิดข้อมูลสุดตะลึง เครือข่าย The iCon โยกเงินมหาศาลผ่านคริปโต

(18 ต.ค. 67) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอกภพ สายไหมต้องรอด ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ความว่า 

พบเส้นเงินผิดปกติกว่า 247,911,936 USDT มูลค่ากว่า 8,223 ล้านบาท ถูกโอนออกไปก่อนที่ 'โค๊ชแล็ป' ดิไอคอน จะถูกจับเพียง 1 ชั่วโมง

ก่อนหน้านี้รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามยึดทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีของเครือข่าย The iCon เพื่อนำมาชดใช้ให้ผู้เสียหาย

‘อิสราเอล’ ยืนยันแล้วสังหาร ‘ยาห์ยา ซินวาร์’ ผู้นำกลุ่มฮามาส จับตา! อนาคตความขัดแย้ง-ตัวประกันในพื้นที่ตะวันออกกลาง

(18 ต.ค. 67) ยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นผู้วางแผนการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ที่จุดชนวนให้เกิดสงครามกาซา ถูกกองกำลังอิสราเอลสังหารในดินแดนปาเลสไตน์ โดยอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี

การสังหารเขาถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของอิสราเอล และเป็นเหตุการณ์สำคัญในความขัดแย้งที่กินเวลานานหนึ่งปี ผู้นำชาติตะวันตกกล่าวว่าการเสียชีวิตของเขาเป็นโอกาสให้สงครามยุติลง แต่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลกล่าวว่าสงครามจะดำเนินต่อไป

กองทัพอิสราเอลกล่าวว่าได้สังหารซินวาร์ในปฏิบัติการทางตอนใต้ของฉนวนกาซาเมื่อวันพุธ

“หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการระบุตัวตนของศพแล้ว สามารถยืนยันได้ว่ายาห์ยา ซินวาร์ถูกกำจัดแล้ว” กองทัพอิสราเอลระบุ

ขณะนี้ยังไม่มีความเห็นใด ๆ จากกลุ่มฮามาส แต่แหล่งข่าวในกลุ่มก่อการร้ายกล่าวว่าสัญญาณจากฉนวนกาซาบ่งชี้ว่าซินวาร์ถูกสังหารในปฏิบัติการของอิสราเอล ในอิสราเอล ครอบครัวของตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวในฉนวนกาซา กล่าวว่าพวกเขาหวังว่าจะมีการหยุดยิงเพื่อนำตัวประกันกลับบ้าน แต่ก็กลัวว่าคนที่พวกเขารักจะตกอยู่ในอันตรายที่ร้ายแรงกว่า

ในฉนวนกาซา ซึ่งถูกกองกำลังอิสราเอลโจมตีอย่างไม่ลดละเป็นเวลาหนึ่งปี ชาวเมืองกล่าวว่าพวกเขาเชื่อว่าสงครามจะดำเนินต่อไป แต่พวกเขายังคงยึดมั่นในความหวังที่จะกำหนดชะตากรรมของตัวเอง

ประธานาธิบดีไบเดนของสหรัฐฯ ซึ่งได้โทรศัพท์แสดงความยินดีกับเนทันยาฮู รวมถึงประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส กล่าวว่าการเสียชีวิตของซินวาร์เป็นโอกาสให้ความขัดแย้งในฉนวนกาซาที่กินเวลานานกว่าหนึ่งปีสิ้นสุดลงในที่สุด และเพื่อให้ตัวประกันชาวอิสราเอลได้กลับบ้าน

แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ ต้องการเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับข้อเสนอที่จะบรรลุการหยุดยิงและการปล่อยตัวตัวประกัน โดยเรียกซินวาร์ว่าเป็น "อุปสรรคหลัก" ต่อการยุติสงคราม “อุปสรรคนั้นได้ถูกขจัดออกไปอย่างชัดเจน ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าใครก็ตามที่เข้ามาแทนที่ (ซินวาร์) จะตกลงหยุดยิง แต่การหยุดยิงนั้นได้ขจัดอุปสรรคสำคัญในการหยุดยิงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา” เขากล่าว มิลเลอร์กล่าวว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซินวาร์ปฏิเสธที่จะเจรจาเลย

เนทันยาฮูกล่าวที่กรุงเยรูซาเล็มทันทีหลังจากการเสียชีวิตได้รับการยืนยันว่า การเสียชีวิตของซินวาร์เป็นโอกาสให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลาง แต่เขาเตือนว่าสงครามในฉนวนกาซายังไม่สิ้นสุด และอิสราเอลจะดำเนินต่อไปจนกว่าตัวประกันจะถูกส่งตัวกลับ

เนทันยาฮูกล่าวในแถลงการณ์ที่บันทึกวิดีโอไว้ว่า “วันนี้เราได้สะสางเรื่องทั้งหมดแล้ว วันนี้ความชั่วร้ายได้รับการโจมตี แต่ภารกิจของเรายังไม่เสร็จสิ้น” “ถึงครอบครัวตัวประกันที่รัก ฉันขอกล่าวว่า นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญของสงคราม เราจะเดินหน้าต่อไปจนกว่าคนที่คุณรัก คนที่เรารัก จะกลับบ้าน”

อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลกล่าวว่า “นี่คือความสำเร็จทางทหารและศีลธรรมอันยิ่งใหญ่สำหรับอิสราเอล” เขาเรียกซินวาร์ว่าเป็น "ฆาตกรหมู่ที่รับผิดชอบต่อการสังหารหมู่และความโหดร้ายเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม" - การโจมตีอิสราเอลที่นำโดยกลุ่มฮามาสที่จุดชนวนให้เกิดการโจมตีในฉนวนกาซา

พลโทเฮอร์ซี ฮาเลวี ผู้บัญชาการทหารอิสราเอล กล่าวว่า การที่อิสราเอลไล่ล่าซินวาร์ในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้เขา "ทำตัวเหมือนผู้หลบหนี ทำให้เขาต้องเปลี่ยนสถานที่หลายครั้ง"

เขากล่าวว่า ทหารพบซินวาร์ระหว่างปฏิบัติการปกติโดยไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่นั่น ซึ่งแตกต่างจากปฏิบัติการอื่น ๆ ที่ต่อต้านผู้นำกลุ่มก่อการร้ายโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองที่ครอบคลุม

การสังหารดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการภาคพื้นดินในเมืองราฟาห์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งกองทัพอิสราเอลสังหารนักรบ 3 คนและนำศพของพวกเขาไป สถานีวิทยุกองทัพอิสราเอลรายงาน

ซินวาร์ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำโดยรวมของกลุ่มฮามาสหลังจากการลอบสังหารอิสมาอิล ฮานีเยห์ ผู้นำทางการเมืองในกรุงเตหะรานเมื่อเดือนกรกฎาคม เชื่อกันว่าซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์ที่กลุ่มฮามาสสร้างขึ้นภายใต้ฉนวนกาซาในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าชาติตะวันตกต่างหวังว่าจะมีการหยุดยิง แต่การเสียชีวิตของเขาอาจทำให้เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งมีแนวโน้มว่าความขัดแย้งจะขยายวงกว้างขึ้น อิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอนเมื่อเดือนที่แล้ว และขณะนี้กำลังวางแผนตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยอิหร่านซึ่งเป็นพันธมิตรของกลุ่มฮามาสและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แห่งเลบานอนเป็นผู้ลงมือ

แต่การเสียชีวิตของชายผู้วางแผนการโจมตีเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนักรบได้สังหารผู้คนในอิสราเอลไป 1,200 คน และจับตัวประกันไปมากกว่า 250 คน ตามการนับของอิสราเอล อาจช่วยผลักดันความพยายามในการยุติสงครามที่หยุดชะงักซึ่งอิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 42,000 คน ตามข้อมูลของทางการด้านสาธารณสุขของกาซา

ซินวาร์ ซึ่งเกิดเมื่อปี 2505 เคยได้รับมอบหมายให้ลงโทษชาวปาเลสไตน์ที่ต้องสงสัยว่าให้ข้อมูลแก่อิสราเอล ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในฐานะหัวหน้าเรือนจำ เขากลายเป็นฮีโร่บนท้องถนนในฉนวนกาซาหลังจากรับโทษจำคุกในเรือนจำของอิสราเอลนานกว่า 20 ปีในข้อหาวางแผนการลักพาตัวและสังหารทหารอิสราเอล 2 นายและชาวปาเลสไตน์ 4 นาย

เขาได้รับการปล่อยตัวในปี 2011 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนนักโทษกว่า 1,000 คนกับทหารอิสราเอล 1 นายที่ถูกลักพาตัวไปซึ่งถูกคุมขังในฉนวนกาซา จากนั้น Sinwar ก็ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในกลุ่มฮามาสอย่างรวดเร็ว เขาอุทิศตนเพื่อกำจัดอิสราเอล

อิสราเอลสังหารผู้บัญชาการของกลุ่มฮามาสหลายคนในฉนวนกาซา รวมถึงบุคคลสำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่านในเลบานอน ส่งผลให้ศัตรูตัวฉกาจของอิสราเอลต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายชะตากรรมของตัวประกัน

การสังหารครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามใหม่ๆ เกี่ยวกับชะตากรรมของตัวประกัน และอนาคตของความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลาง

พีระพันธุ์-เอกนัฏ นำทีมรวมไทยสร้างชาติร่วมพิธีเปิด ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จ.สุราษฎร์ธานี

(18 ต.ค.67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมในพิธีเปิดงานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จ.สุราษฎร์ธานี ประจำปี 2567 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-22 ตุลาคม 2567 

โดยมี คณะกรรมการบริหาร สส. และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติได้ร่วมในงานประเพณีในครั้งนี้ อาทิ นายชุมพล กาญจนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร และสส.สุราษฎร์ธานี เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ, รองศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 และรองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ, นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน สส.สุราษฎร์ธานี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ, นายธานินท์ นวลวัฒน์ สส.สุราษฎร์ธานี เขต 7 พรรครวมไทยสร้างชาติ, นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต พรรครวมไทยสร้างชาติ

ยกระดับทักษะดิจิทัลภาครัฐไทย มุ่งสร้างรากฐานนวัตกรรมเพื่อการบริการประชาชน

กรุงเทพมหานคร – สถาบันพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้านดิจิทัล (TDGA) ภายใต้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เดินหน้าโครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรภาครัฐ โดยได้รับความร่วมมือจาก Google ในการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ยั่งยืน

ในฐานะตัวแทนจาก Google ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประสานงานและถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อสนับสนุนพันธกิจของ TDGA โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ ดังนี้:

 - ความเข้าใจในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์: ร่วมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแนวคิดการเปลี่ยนผ่านด้วย AI (AI Transformation) และแนวทางการใช้ Generative AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของภาครัฐ.

 - การแลกเปลี่ยนมาตรฐานสากล: สนับสนุนข้อมูลด้านสถาปัตยกรรมคลาวด์ (Cloud-native) เพื่อให้บุคลากรภาครัฐสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มั่นคงและปลอดภัย.

 - นวัตกรรมเพื่อสังคม: ร่วมแบ่งปันกรณีศึกษาการใช้เทคโนโลยีเพื่อสาธารณประโยชน์จากทั่วโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน.

"ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของ Google ในการร่วมสนับสนุนโครงการของ TDGA ในครั้งนี้" ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ กล่าว "เรามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันความรู้และเครื่องมือทางเทคโนโลยี เพื่อร่วมเดินทางไปกับบุคลากรภาครัฐไทยในการสร้างสรรค์บริการดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนค่ะ"

‘เกาะช้าง’ คว้าอันดับ 2 เป็นรองแค่ ‘มัลดีฟส์’ จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเขตร้อนยอดเยี่ยม

(18 ต.ค. 67) Travel + Leisure สื่อสิ่งพิมพ์ด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ ได้เผยแพร่รายชื่อ 30 สถานที่พักผ่อนเขตร้อนที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งรวมถึง 3 เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เกาะช้าง (ประเทศไทย), พาลาวัน (ฟิลิปปินส์), และบาหลี (อินโดนีเซีย) การจัดอันดับครั้งนี้เน้นย้ำถึงศักยภาพทางธรรมชาติและการท่องเที่ยวของภูมิภาค โดยคาดว่าจะส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะยาว

รายชื่อ 30 อันดับจุดหมายปลายทางเขตร้อนชื้นที่ได้รับการจัดอันดับมีดังนี้:

1. มัลดีฟส์ - มัลดีฟส์
2. เกาะช้าง - ไทย
3. หมู่เกาะฮาวาย - สหรัฐอเมริกา
4. ฟิจิ - ฟิจิ
5. พาลาวัน - ฟิลิปปินส์
6. หมู่เกาะกัลป์ฟ์ออฟจีน - สหราชอาณาจักร
7. คอสตาริกา - คอสตาริกา
8. โบราโบร่า - เฟรนช์โปลินีเซีย
9. เม็กซิโก - เม็กซิโก
10. บาหลี - อินโดนีเซีย

11. จามีกา - จามีกา
12. สาธารณรัฐโดมินิกัน - สาธารณรัฐโดมินิกัน
13. หมู่เกาะ Tuamotu - เฟรนช์โปลินีเซีย
14. จามากา - จามากา
15. หมู่เกาะวิคตอเรีย - สหราชอาณาจักร
16. เปอร์โตริโก - สหรัฐอเมริกา
17. เกรเนดา - เกรเนดา
18. โดมินิกา - โดมินิกา
19. บาฮามาส - บาฮามาส
20. เซนต์บาร์ตส์ - แอนติกาและบาร์บูดา

21. ปาลาวา - ปาลาวา
22. ลอสกาบอส - เม็กซิโก
23. แคนคูน - เม็กซิโก
24. วิลิซิยานาเกา - ฟิจิ
25. หมู่เกาะเลามู - เคนยา
26. เซเชลส์ - เซเชลส์
27. เกาะ Zakynthos - กรีซ
28. เฟอร์นันโด เด โนโรนยา - บราซิล
29. เกาะฮาม - ออสเตรเลีย
30. อิบิซา - สเปน

18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชสมภพ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 - สวรรคต 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411) พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี มีพระนามเดิมว่า "เจ้าฟ้ามงกุฎ" เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด ตรงกับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช 

พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อ วันที ๒ เมษายน พ.ศ.2394 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาวิชาการด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่การปกครองได้แก่ ตำราพิชัยสงคราม การฝึกอาวุธ วิชาคหกรรม โหราศาสตร์ และ ทรงโปรดวิชาภาษาต่างประเทศ เป็นพิเศษ พระองค์ท่านทรงมีความเชียวชาญในวิชาโหราศาสตร์และดาราศาสตร์อย่างมาก ปวงชนชาวไทยจึงได้ถวายพระราชสมัญญาให้พระองค์เป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”

เมื่อ พ.ศ.2411 พระองค์ทรงคำนวณว่าจะสามารถเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้ในประเทศสยาม ณ หมู่บ้านหว้ากอ ตำบลคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระองค์จึงโปรดให้ตั้งพลับพลาเพื่อเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่ตำบลหว้ากอ ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่พระองค์ทรงคำนวณก็เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงดังที่ทรงได้คำนวณไว้

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เสด็จสวรรคต ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2411 พระชนมายุ 64 พรรษา

“ หม้อแปลงไทย เจริญชัยฯ ” รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ NiA พิสูจน์จริง หม้อแปลงใต้น้ำ (Submersible Transformer) “ ช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ ”

ผ่านการใช้งานในสภาวะน้ำท่วม ต้านทานได้ถึง 5 เมตร ตอบโจทย์พื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมขัง และปลอดภัย
มาตรฐานอเมริกา IEEE Std.C57.12.24-2016 - IEEE Std.C57.12.24-2009

หม้อแปลงใต้น้ำ (Submersible Transformer) รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ NiA ผ่านการทดสอบการจมน้ำ (3 m.) ต้านทานได้ถึง 5 เมตร ตามมาตรฐานอเมริกา IEEE Std.C57.12.24-2016 – IEEE Std.C57.12.24-2009 รับรองโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และติดตั้งใช้งานจริงที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นระยะเวลา 5 ปี อีกทั้งได้ผ่านการใช้งานในสภาวะน้ำท่วมขังเกือบ 2 เมตร ในขนาดที่จ่ายไฟและสามารถใช้งานได้ปกติไม่พบความเสียหายจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ หม้อแปลงใต้น้ำ สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง หม้อแปลงที่ติดตั้งบนเสาไฟที่มีทัศนียภาพไม่สวยงาม ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นประโยชน์ต่อสังคมและพี่น้องประชาชน ทั้งด้านความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ป้องกันการเกิดอัคคีภัย และช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าขายในพื้นที่ให้แก่ประชาชน ทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าของที่ดินให้มีราคาเพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบันหม้อแปลงใต้น้ำ มีการติดตั้งและใช้งานจริงที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังต์ สยามสแควร์ เพื่อนำร่องความมั่นคงทางระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย ความทันสมัย รวมถึงการจัดการความมั่นคงด้านพลังงาน ตามนโยบายการเพิ่มศักย์ภาพเมือง SMART CITY ของกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการยกระดับเป็นมหานครแห่งอาเซียน เป็นเมืองท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

‘ผอ.สำนักงานสลาก’ เผยจำหน่ายสลาก N3 วันแรก ประชาชนสนใจท่วม เก็บข้อมูลก่อนเปิดเต็มตัว เม.ย. 68

(17 ต.ค. 67) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) นำโดย พันโทหนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วย เรือโทสุภาสชาญ ทัศนกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานฯ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ที่ อ.เมือง จ.เชียงราย ที่ให้ความร่วมมือ และสมัครใจเข้าร่วมโครงการจำหน่าย ‘สลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลัก’ ซึ่งเปิดจำหน่ายเป็นวันแรก ในงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 หรือ เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป

พันโทหนุน เปิดเผยว่า บรรยากาศการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลัก ในระบบทดสอบแบบปิด (Sandbox) ในวันแรก เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยในระยะการทดสอบนี้ สำนักงานสลากฯ จะเป็นผู้จำหน่ายเอง ไม่เกิน 5 ล้านฉบับต่องวด จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในฟีเจอร์ 'ค้นหาร้านสลากตัวเลขสามหลัก' และสามารถชำระเงินด้วยระบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ เท่านั้น ในราคาฉบับละ 20 บาท

ทั้งนี้ สำนักงานสลากฯ กำหนดให้ในช่วงระยะการทดสอบ ต้องจำหน่ายและซื้อสลากฯ ผ่านจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 จำนวน 647 แห่งทั่วประเทศ ที่ให้ความร่วมมือเข้าร่วมโครงการเท่านั้น ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่า จุดจำหน่ายในหลายพื้นที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการนำจอสมาร์ททีวีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่ออธิบายขั้นตอนการจำหน่ายอย่างชัดเจน รวมทั้งมีการใช้สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก ที่หลากหลายมาใช้ในการจำหน่าย แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวอย่างมาก  

พันโท หนุน กล่าวว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลักเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ที่จ่ายเงินรางวัลแบบผันแปรตามจำนวนผู้ถูกรางวัลในแต่ละหมายเลขของงวดนั้น ๆ  หากผู้ซื้อต้องการทราบจำนวนเงินรางวัลในแต่ละประเภทรางวัลที่จะได้รับ สามารถตรวจสอบได้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในฟีเจอร์ ‘เช็กเลขขายดีและเงินรางวัลงวดนี้’ ซึ่งจะแสดงจำนวนผู้ซื้อ , จำนวนเงินรางวัลทั้ง 1,000 หมายเลข ตั้งแต่ 000-999 ณ เวลาขณะนั้นให้ผู้ซื้อได้รับทราบ ก่อนตัดสินใจทำรายการซื้อ

“สำนักงานสลากฯ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความสนใจ และขอบคุณร้านค้าในจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ที่เข้าร่วมทดสอบการจำหน่ายด้วยความสมัครใจ ซึ่งขณะนี้ระบบการจำหน่ายต่าง ๆ มีความพร้อม และหลังจากนี้ สำนักงานสลากฯ จะติดตาม และเก็บรวบรวมข้อมูล ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้ครบถ้วนรอบด้านมากที่สุด ก่อนที่จะเปิดให้มีการจำหน่ายเต็มรูปแบบในช่วงเมษายน 2568”

สำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลัก จะใช้ผลรางวัลอ้างอิงจากผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก ที่กำหนดออกรางวัลเดือนละ 2 ครั้ง ในทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน หรือตามที่สำนักงานสลากฯ กำหนด โดยรางวัลสามตรงและสามสลับหลัก จะมาจากเลข 3 ตัวท้ายของผลรางวัลที่ 1, รางวัลสองตรงมาจากผลรางวัลเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลพิเศษจะสุ่มจากผู้ถูกรางวัลสามตรงเท่านั้น ผู้ที่ถูกรางวัลจะได้รับการเตือนในแอปพลิเคชันเป๋าตัง และสามารถกดรับเงินรางวัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ทันที

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว สืบเนื่องจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้จัดพิธีส่งมอบการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ขนาดการติดตั้งรวมทั้งสิ้น 100 กิโลวัตต์ ในโครงการ “สนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ ประจำปีงบประมาณ 2567 ทั่วประเทศ ด้วยการจัดหาและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้กับโรงเรียนในกลุ่มภาคเหนือตามแผนการดำเนินงานด้านกิจการเพื่อสังคม (CSR) ของสำนักงานสลากฯ

วิปรัฐบาล-ฝ่ายค้านเห็นร่วมกันเลื่อนการพิจารณา แก้รัฐธรรมนูญไปประชุมสภาสมัยหน้า คาดกลาง ธ.ค.

(17 ต.ค. 67) มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ภายหลัง สส.หารือความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เสร็จสิ้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แจ้งผลการหารือกับนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กรณีวันประชุมสภาในสัปดาห์หน้า ว่า ประธานวิปทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมวันที่ 24-25 ตุลาคม โดยในวันที่ 24 ตุลาคมจะเป็นกระทู้ต่างๆ เพื่อตรวจสอบรัฐบาล ขณะที่วันที่ 25 ตุลาคมจะเป็นการพิจารณาญัตติต่างๆ ที่ค้างอยู่

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าหากพิจารณาในสมัยประชุมนี้จะเป็นการกระชั้นชิดเกินไป จึงต้องการจะพิจารณาเรื่องนี้ในสมัยประชุมหน้า เบื้องต้นทางสภาเห็นว่าวันที่ 16-18 ธันวาคมโดยประมาณ ซึ่งอยากให้นายวันมูหะมัดนอร์นำช่วงวันดังกล่าวไปหารือกับนายมงคล สุรัจจะ ประธานวุฒิสภา

ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาในสมัยหน้านั้น จะได้หารือกับนายมงคลก่อนต่อ ซึ่งตอนนี้นายมงคลไม่อยู่ เนื่องจากมีภารกิจติดประชุมที่ต่างประเทศ เมื่อท่านกลับมาจะไปปรึกษาท่าน หากได้ผลเป็นอย่างไรจะเรียกวิปสามฝ่ายมาประชุมโดยพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง และหากมีข้อกฎหมายที่จะนำเข้าสู่การพิจารณา ก็สามารถนำเสนอก่อนประชุมได้

ถอดบทเรียนจากต่างประเทศ อาจารย์นิติศาสตร์ มธ. แนะ 5 แนวทาง ออกกฎหมายคุม ‘อินฟลูเอนเซอร์’

(17 ต.ค. 67) ผศ.ดร.เอมผกา เตชะอภัยคุณ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวสภาผู้บริโภค ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอินฟลูเอนเซอร์เยอะมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่ใช้สื่อออนไลน์อย่างแพร่หลาย เพราะฉะนั้นการใช้อินฟลูเอนเซอร์จึงเป็นการตลาดที่เข้าถึงคนไทยได้ง่าย และรวดเร็ว รวมถึงคอนเทนต์ที่มีความหลากหลาย และเกินจริง ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นข่าวว่าอินฟลูเอนเซอร์ได้นําแนวคิดหรือความเชื่อบางอย่างที่หมิ่นเหม่ เช่น การลงทุนในการพนันออนไลน์ การดูแลสุขภาพแบบผิด ๆ การชวนลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ หรือเรื่องความเชื่อทางศาสนา

เมื่อถามถึงกฎหมายที่จะเข้ามาควบคุม ผศ.ดร.เอมผกา ได้ยกตัวอย่างกฎหมายควบคุมอินฟลูเอนเซอร์จากในหลายประเทศ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับประเทศไทย โดยถูกแบ่งออกเป็น 5 แนวทาง

แนวทางที่ 1 ‘ให้ข้อมูลว่าเป็นการโฆษณา’ เป็นกฎหมายบังคับว่าอินฟลูเอนเซอร์ต้องแจ้งให้ชัดว่ารีวิวนั้นเป็นโฆษณา ซึ่งกลไกนี้จะถูกระบุอยู่ในกฎหมายทั้งในประเทศแถบเอเชียและยุโรป เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย นิวซีแลนด์ แคนาดา โดยใส่แฮชแท็กระบุชัดเจนว่าเป็นโฆษณาไว้ตั้งแต่ต้นโพสต์หรือต้นคลิปวิดีโอ เพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่ารีวิวนั้นเป็นการโฆษณา

แนวทางที่ 2 ‘เปรียบอินฟลูเอนเซอร์ คือผู้ประกอบธุรกิจ’ หลายประเทศมองว่าอินฟลูเอนเซอร์ คือผู้ประกอบธุรกิจ เพราะว่าอินฟลูเอนเซอร์ ทำคอนเทนต์แลกกับยอดวิวซึ่งยอดวิวก็นำมาสู่รายได้ เท่ากับเป็นผู้ประกอบธุรกิจ และในเชิงผู้ประกอบธุรกิจจะอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมาบังคับใช้

แนวทางที่ 3 ‘เปิดเผยข้อมูล’ ต้องมีการเปิดเผยตัวตนที่ชัดเจน ที่สามารถเจาะจงไปได้ว่าคนนี้คือใคร เช่น นอร์เวย์ ออกกฎหมายกำหนดให้อินฟลูเอนเซอร์ต้องแจ้งรายละเอียดภาพบุคคลที่ใช้สำหรับการขายและโฆษณาสินค้าบนโซเชียลมีเดียต่อหน่วยงานรัฐ

แนวทางที่ 4 ‘ควบคุมเนื้อหา’ เป็นกลไกที่มองถึงการควบคุมเนื้อหาที่มีความอ่อนไหว หรือข้อมูลที่อาจผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนได้ เช่น ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำหนดให้อินฟลูเอนเซอร์ ต้องจดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากสภาสื่อแห่งชาติ (NMC) เพื่อป้องกันการโฆษณาที่ ผิดกฎหมาย และการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดหรืออันตรายต่อสาธารณะ

“ต้องบอกก่อนว่า ไม่ใช่ว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์แล้วต้องขอใบอนุญาต แต่จะเป็นเฉพาะคอนเทนต์เท่านั้นที่ต้องขอใบอนุญาต เช่น การเงินการธนาคาร การทำเสริมความงาม การรักษาโรค ต้องเป็นคนเฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้นที่จะพูดได้ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะพูดเรื่องรักษาโรคได้ แต่ต้องเป็นหมอจริง ๆ เท่านั้น” ผศ.ดร.เอมผกากล่าว

แนวทางที่ 5 ‘ทำแนวทางหรือข้อแนะนำ’ ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นการทำคู่มือแนะนำอินฟลูเอนเซอร์ สำหรับบางประเทศที่ยังไม่รู้ว่าจะออกกฎหมายรูปแบบไหน โดยทำเป็นคู่มือแนะนำไปก่อนว่าสิ่งไหนทำได้หรือไม่ได้ ให้เรียนรู้ ตระหนัก จากกฎหมายที่มีในปัจจุบัน

แม้ว่า ประเทศไทยยังไม่มีกฎระเบียบสำหรับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์อย่างชัดเจน จะมีเพียงกฎหมายควบคุม เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 รวมทั้งอยู่ระหว่างพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. …. ที่มีความพยายามปรับปรุงการกำกับดูแลการนำเสนอข้อมูลให้เท่าทันสื่อปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีร่าง พ.ร.บ.อาหาร ฉบับสภาผู้บริโภค ที่เพิ่มกำหนดนิยาม ให้ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ซึ่งครอบคลุมถึงพรีเซนเตอร์ ที่ทำการโฆษณาอาหาร จะต้องรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาด้วย

อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยจะขยายการกำกับดูแลให้ครอบคลุมกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์อาจต้องทบทวนการกำหนดนิยามของสื่อออนไลน์ให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงแนวทางการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับการผลิตเนื้อหา อาจต้องศึกษาจากตัวอย่างของกฎหมายและมาตรการของต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทสังคมไทยต่อไป

สำหรับแนวทางที่ทำได้ในประเทศไทย ผศ.ดร.เอมผกาให้ข้อเสนอว่า “แนวทางที่สามารถทำได้ในเลยน่าจะเป็น การเปิดเผยว่าคอนเทนต์นี้คือการโฆษณา เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลในการตัดสินใจ รวมถึงการตีความว่าอินฟลูเอนเซอร์เป็นผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้รับผิดบางอย่างที่กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคนั้นมีกลไกบังคับใช้สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ระมัดระวังในการรับโฆษณาสินค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนการควบคุมเนื้อหาอาจารย์มองว่าเป็นแนวทางที่ดีเพื่อป้องกันข้อมูลข่าวปลอม แต่อาจขัดต่อบริบทสังคมไทย เรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น ถือว่าเป็นความท้าทายในการควบคุมเนื้อหาและการรักษาสิทธิแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้โซเชียลมีเดีย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top