Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ชง 6 มาตรการแก้ปัญหา PM 2.5 แนะแต่ละจังหวัดควรมี ‘Mr.ฝุ่น’ ช่วยอ่านทิศทางลม

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ชง 6 มาตรการแก้ปัญหา PM 2.5 ตั้ง 'คณะกรรมการลุ่มอากาศ'- กลไกการตลาดรวมพลังผู้บริโภคไม่ซื้อสินค้าเชื่อมแหล่งกำเนิดมลพิษ - ยกเว้นภาษีที่ดินให้พื้นที่ใช้พักฟาง แนะควรมี 'Mr.ฝุ่น' ในเมืองและเขตต่าง ๆ ถ้าทุกคนอ่านทิศเป็น เข้าใจเชื้อเพลิงได้ รู้ว่าแต่ละจังหวัดเป็นได้ทั้งเมืองต้นลมและปลายลม จะได้คุยหาทางออกร่วมกัน

ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ กล่าวตอนหนึ่งในงานเสวนา Policy Forum : Policy Dialogue ฝ่าทางตัน 'วาระฝุ่น' 2568 ( 11 ก.พ. 68) โดยได้นำเสนอ 6 มาตรการในการแก้ปัญหาที่มองว่าสามารถทำได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ประกอบด้วย

1.ข้อมูลการตลาด ภาคประชาสังคมและพลังผู้บริโภคต้องเข้มแข็ง ด้วยการช่วยกันค้นหาเปิดเผยสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิดPM 2.5 และไม่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์นั้น เป็นการลดแหล่งกำเนิดจากการเผาต่าง ๆ เช่น จากโรงงานน้ำตาล 60 แห่งมี 20 แห่งที่ยังรับซื้ออ้อยที่มีการเผา ก็เปิดเผยชื่อโรงงานและยี่ห้อน้ำตาล เป็นต้น 

2.ลดแหล่งกำเนิดจากการใช้รถ เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันEURO 5 เป็น EURO 6 ในราคาที่ไม่แพงมากนัก ร่วมกับการกวดขันและติดตามรถควันดำร่วมกับภาคประชาชนยกเว้นภาษีที่ดี พื้นที่พักฟาง

3.ภาคอุตสาหกรรมที่ยังมีการพูดน้อยถึงว่าเป็นแหล่งก่อ PM 2.5 ควรมีการนำโดรนมาบินปลายปล่องโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อวัดปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกมาแทนการใช้วิศวกรปีนขึ้นไปวัด

4.ขอให้กระทรวงการคลัง ออกระเบียบเรื่องภาษีที่ดิน ในการกำหนดพื้นที่ยกเว้นภาษีที่ดิน ให้กับพื้นที่พักฟาง ก็จะได้พื้นที่ว่างของภาคเอกชนมาให้เกษตรกรพักฟางทุกตำบลทั่วประเทศจะได้ไม่ต้องมีการเผาพื้นที่เกษตร แต่จะต้องมีการดูแลที่ดีไม่ให้ฟางเกิดไฟไหม้ และรอให้ผู้มาซื้อฟางไปทำอาหารสัตว์ หรือโรงงานไฟฟ้าชีวมวล

5.จัดตั้งคณะกรรมการลุ่มอากาศ ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนจังหวัดที่อยู่ในทิศทางลมทั้ง 3 แบบคือ ลมหนาว, ลมตะวันตกเฉียงใต้ และลมตะเภาที่ส่งผลต่อการพัดพาฝุ่น PM2.5 โดยก่อนที่จะถึงช่วงเวลาของสภาพอากาศและทิศทางลมแต่ละแบบที่จะเกิดขึ้น คณะกรรมการนี้ก็มาบริหารจัดการร่วมกันภายใต้สูตร 8/3/1 โดยร่วมวางแผนลดปัญหาล่วงหน้า 8 เดือน ส่วนช่วง 3 เดือนที่สภาพอากาศปิดเป็นฝาชีก็ไม่ให้มีการเผา และ 1 เดือนหลังจากนั้นใช้ในการถอดบทเรียนเพื่อปรับในปีต่อไป

และ6.ส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งสภาลมหายใจให้เกิดขึ้นทุกจังหวัด ลงลึกถึงระดับพื้นที่ และนำไปสู่การจัดตั้งสภาลมหายใจCLMV เพื่อร่วมขับเคลื่อนปัญหาระหว่างประเทศ 

"สภาลมหายใจ เราเสนอว่าควรมี 'Mr.ฝุ่น' ในเมือง และเขตต่าง ๆ เพราะลมเปลี่ยนทิศ และป่าแห้งตามช่วงเวลา ซึ่งแต่ละจังหวัดเป็นได้ทั้งเมืองต้นลมและเมืองปลายลม ในขณะเดียวกัน ต้องทำให้ทุกคนรู้ด้วยว่า ถ้าเขาอ่านทิศทางเป็น เข้าใจเชื้อเพลิงได้ อย่างฝุ่นของเราเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาจากหมู่บ้านนั้นอำเภอนี้ จังหวัดนั้น แล้วที่จังหวัดนั้นเขาปลูกอะไร หรือเป็นช่วงเทศกาลอะไรอยู่ ทำให้เราต้องรับฝุ่นแบบนี้ จะได้คุยกับเมืองต้นลมถูก

ในเดือนมกราคม, มีนาคม และเมษายน อย่างน้อยทิศทางลมจะเปลี่ยน 3 หน จึงอยากชวนรัฐบาลกลางพิจารณาว่าควรจะตั้งคณะกรรมการที่ให้จังหวัดปลายลมและข้างเคียงรวมตัวเป็นฝ่ายหัวโต๊ะ แล้วชวนจังหวัดต้นลม ตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงมา มานั่งหัวโต๊ะ อธิบายให้เข้าใจว่าท่านกำลังปลูกอะไร แล้วอยากให้เมืองปลายลมช่วยอะไร เพราะถ้าจังหวัดปลายลมไม่อยากรับลมนั้น จะได้ระดมพลังประชาชนมาช่วยแก้กัน โดยต้องดำเนินตามหลัก '8-3-1' 

ผู้นำกองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงประท้วง หลังรัฐบาลไทยขอหมายจับ คดีค้ามนุษย์และแก๊งต้มตุ๋นออนไลน์

ซอ ชิต ตู่ (Saw Chit Thu) หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า หม่อง ชิต ตู่  ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา ออกมาคัดค้านแผนการของรัฐบาลไทยที่เตรียมจับกุมเขา เนื่องจากศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์จำนวนมากที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของเขาในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งตั้งอยู่ติดชายแดนไทย

"ผมอยากถามว่า ผมทำอะไรให้ประเทศไทยถึงต้องมีการจับกุม?" ซอ ชิต ธู กล่าวกับบีบีซีภาษาพม่า "ผมก่อการกบฏต่อประเทศไทยหรือไม่?"

ซอ ชิต ตู่ เป็นผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ร่วมมือกับรัฐบาลทหารเมียนมา เขาดูแลศูนย์กลางธุรกิจหลอกลวงทางออนไลน์ในพื้นที่ชเวก๊กโก (Shwe Kokko) เมืองเมียวดี ซึ่งดำเนินการร่วมกับบริษัท Yatai International ของเซ่อ จื้อเจียง (She Zhijiang) อาชญากรชาวจีนที่ปัจจุบันถูกคุมขังในกรุงเทพฯ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษของไทย (DSI) ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับ 3 ผู้นำ BGF ได้แก่ ซอ ชิต ตู่, พันโทโมท โทรน (Lieutenant Colonel Mote Thone) และพันตรีทิน วิน (Major Tin Win) ในข้อหาค้ามนุษย์

พวกเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ชาวอินเดีย ซึ่งถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงทางโทรศัพท์ (Call Center Scam)

ตั้งแต่การรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 ศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปยังชาวจีนได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในเมืองเมียวดี รายงานระบุว่ามีชาวต่างชาติจำนวนมากจากหลายประเทศ รวมถึงคนในท้องถิ่น ถูกบังคับให้ทำงานในขบวนการเหล่านี้หลังจากถูกค้ามนุษย์ผ่านทางภาคเหนือของไทย พร้อมกับมีการทรมานและการละเมิดสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม ซอ ชิต ตู่ ยืนยันกับบีบีซีภาษาพม่าว่า กลุ่มติดอาวุธของเขาได้พยายามอย่างมากในการปราบปรามการค้ามนุษย์ และช่วยเหลือเหยื่อจำนวนมากให้รอดพ้นจากการค้ามนุษย์ "แต่ความพยายามของเราไม่เคยได้รับการรายงานในข่าว" เขากล่าว

"แผนการออกหมายจับเป็นอันตรายอย่างมากต่อพวกเรา ผมรู้สึกเสียใจอย่างแท้จริงกับการกระทำของฝ่ายไทย" เขากล่าวเสริม

พันโทนายเมียว ซอว์ (Naing Maung Zaw) โฆษกของ BGF กล่าวกับสื่อ The Irrawaddy ว่า "เราได้ทำผิดอะไรหรือไม่ถึงต้องถูกออกหมายจับ? เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ดังนั้นเราไม่มีความเห็นใดๆ"

BGF ยังอ้างว่ากำลังจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจพิเศษ นำโดยซอ ชิต ธู เพื่อกำจัดเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ในพื้นที่ที่ BGF ควบคุมในเมืองเมียวดี

องค์กรสิทธิมนุษยชน Justice for Myanmar ได้เปิดโปงการมีส่วนร่วมของ BGF กับธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ที่ดำเนินการโดยชาวจีน รวมถึงบ่อนการพนันผิดกฎหมายในเมียวดี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้คว่ำบาตรซอ ชิต ตู่ ในเดือนธันวาคม 2566 ฐานเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานบังคับ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ก็ได้คว่ำบาตรโมท โทรน และทิน วิน ด้วยเช่นกัน

เมื่อเดือนที่แล้ว กองกำลัง BGF กลับมาอยู่ในความสนใจของสื่ออีกครั้ง หลังจากมีรายงานว่าหวัง ซิง (Wang Xing) นักแสดงชื่อดังชาวจีน ถูกลักพาตัวไปยังเมืองเมียวดี ไทยถูกกดดันจากรัฐบาลจีนให้นำตัวเขากลับมา และตำรวจไทยได้ช่วยเหลือหวัง ซิง ออกจากศูนย์หลอกลวงได้สำเร็จ แม้ว่ารายละเอียดของปฏิบัติการดังกล่าวจะไม่ได้รับการเปิดเผยทั้งหมด

ขณะที่จีนเพิ่มแรงกดดันต่อเมียนมา ทางการไทยจึงตอบโต้โดยการตัดไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และการขนส่งเชื้อเพลิงไปยังพื้นที่ห้าจุดในเมียนมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของซอ ชิต ธู และกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA (Democratic Karen Benevolent Army) ในเมืองเมียวดี

พลเอกไซ จ่อ ลา (General Sai Kyaw Hla) ผู้บัญชาการเขตทหารที่ 1 ของ DKBA กล่าวกับ The Irrawaddy ว่ากองกำลังของเขาจะไม่อนุญาตให้มีศูนย์หลอกลวงออนไลน์อีกต่อไป ยกเว้นธุรกิจการพนันออนไลน์ในพื้นที่เกี๊ยวก๊าด (Kyauk Khat)

เขาอ้างว่ามีชาวต่างชาติกว่า 100 คนที่ถูกค้ามนุษย์มาทำงานในศูนย์เหล่านี้ได้รับการช่วยเหลือ และจะถูกส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ไทย "เร็วๆ นี้"

หลังจากไทยตัดเสบียง ทางการทหารเมียนมาและ BGF ได้ร่วมกันส่งตัวเหยื่อค้ามนุษย์ 61 คนจาก 7 ประเทศให้กับทางการไทย นอกจากนี้ รัฐบาลทหารเมียนมายังได้บุกตรวจค้นศูนย์การพนันและหลอกลวงออนไลน์ในเมืองม่องหย่าย (Mongyai) รัฐฉานตอนเหนือ ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้กว่า 100 คน รวมถึงชาวต่างชาติหลายสิบคน

ในขณะเดียวกัน ทางการไทยได้ปลดพล.ต.ต.เอกราษฎร์ อินต๊ะสืบ และ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เอี่ยมกมล ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีส่วนพัวพันกับธุรกิจการพนันและศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในเมียวดี รวมถึงความล้มเหลวในการหยุดยั้งการค้ามนุษย์

เปิดแคมเปญซื้อแคลิฟอร์เนีย ตอบโต้ข้อเสนอฮุบกรีนแลนด์

(13 ก.พ.68) เดนมาร์กเปิดแคมเปญประชดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยข้อเสนอซื้อรัฐแคลิฟอร์เนียจากสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ความพยายามของทรัมป์ที่ต้องการให้เกาะกรีนแลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกา

แคมเปญนี้ใช้สโลแกน 'Make California Great Again' หรือ "ทำให้แคลิฟอร์เนียกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง" ซึ่งตั้งใจล้อเลียนคำขวัญหาเสียงของทรัมป์ โดยเสนอว่าหากรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่ภายใต้การดูแลของเดนมาร์ก ชาวเมืองจะได้สัมผัสกับค่านิยมแบบสแกนดิเนเวีย ไม่ว่าจะเป็นระบบสุขภาพถ้วนหน้า นโยบายการเมืองที่อิงข้อเท็จจริง รวมถึงวิถีชีวิตที่มี 'ฮุกกะ' ปรัชญาแห่งความสุขแบบเดนิช

ผู้สนับสนุนแคมเปญยังระบุว่า หากแคลิฟอร์เนียกลายเป็นของเดนมาร์ก ฮอลลีวูดอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตั้งแต่การเพิ่มเลนจักรยานในเบเวอร์ลีฮิลส์ ไปจนถึงการแพร่หลายของ 'สมอร์บรอด' หรือแซนด์วิชเปิดหน้าสไตล์เดนิช ตามท้องถนนของลอสแอนเจลิส

ข้อความประชาสัมพันธ์ของแคมเปญยังระบุอย่างติดตลกว่า “ลองมองแผนที่แล้วคิดดูสิ เดนมาร์กต้องการอะไร? เราต้องการแสงแดด ต้นปาล์ม และโรลเลอร์สเกต! นี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะทำให้ฝันนั้นเป็นจริง”

เป้าหมายของแคมเปญคือรวบรวมรายชื่อให้ได้ 500,000 รายชื่อ และแม้จะมีการประกาศระดมทุน 1 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ในความเป็นจริง แคมเปญนี้ไม่ได้เปิดรับเงินบริจาคแต่อย่างใด ขณะนี้มีชาวเดนมาร์กมากกว่า 200,000 คนที่ร่วมลงชื่อสนับสนุน

แนวคิดการซื้อแคลิฟอร์เนียมีขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างทรัมป์และผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เกวิน นิวซัม โดยเฉพาะในประเด็นนโยบายผู้อพยพ ซึ่งล่าสุด นิวซัมได้จัดสรรงบประมาณ 50 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการเนรเทศของรัฐบาลทรัมป์

ด้านทรัมป์เองเคยพยายามผลักดันแนวคิดซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์กตั้งแต่ปี 2019 แต่ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด ล่าสุดเขายังระบุว่าอาจใช้มาตรการทางเศรษฐกิจหรือแม้แต่ทางทหารเพื่อกดดันให้เดนมาร์กยอมยกกรีนแลนด์ให้กับสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม มุขมนตรีกรีนแลนด์ได้ย้ำชัดเจนว่ากรีนแลนด์ไม่ใช่สินค้าที่สามารถซื้อขายได้ และอนาคตของเกาะแห่งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนกรีนแลนด์เอง

‘สส.วิทยา แก้วภราดัย’ แสดงสปิริต ถอนแจ้งความ ไม่ติดใจเอาความทั้ง ‘แพ่ง-อาญา’ ที่ ‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ ปราศรัยใส่ร้าย ด้วยข้อมูลเท็จ ล่าสุดเจ้าตัวยอมรับผิด โพสต์ขอโทษ

(12 ก.พ. 68) นายวิทยา แก้วภราดัย สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตัดสินใจถอนแจ้งความ ไม่ดำเนินคดีกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงและนักปราศรัยจากพรรคเพื่อไทย หลังเจ้าตัวยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดพลาดบนเวทีปราศรัย และโพสต์ขอโทษผ่านโซเชียลมีเดีย

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2566 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่ สนามหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยพาดพิงว่านายวิทยาเป็นผู้คัดค้านโครงการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเล เขาพลายดำ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช และรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อขัดขวางโครงการ ซึ่งนายวิทยา ยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จ และส่งผลให้เขาตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2566

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายณัฐวุฒิ ได้ติดต่อมาขอโทษเป็นการส่วนตัว และโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในวันนี้ ยอมรับว่าการกล่าวหานั้นเกิดจาก ความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากข้อมูลที่อ้างอิงมาจากรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต่อมาได้ตรวจสอบพบว่านายวิทยาไม่ได้คัดค้านหรือขัดขวางโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด

ในโพสต์ขอโทษ นายณัฐวุฒิระบุว่า “ผมขออภัยต่อนายวิทยา แก้วภราดัย ในความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และคำปราศรัยที่ทำให้เกิดความเสียหายไว้ ณ ที่นี้”

ด้วยเหตุนี้ นายวิทยาจึงพิจารณาแล้วว่า ณัฐวุฒิได้แสดงความรับผิดชอบและสำนึกผิดอย่างจริงใจ จึงตัดสินใจ ถอนคำร้องทุกข์ และไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาอีกต่อไป

การตัดสินใจของนายวิทยาถือเป็น อีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการเมืองที่พร้อมเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามยอมรับผิดและขอโทษโดยไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันทางกฎหมาย ขณะเดียวกัน กรณีนี้ก็เป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลบนเวทีปราศรัยที่ต้องรอบคอบและตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนจะกล่าวถึงบุคคลอื่น

ทรัมป์เอาคืน!! เดินหน้าฟันภาษีโต้กลับชาติที่เก็บภาษีสหรัฐฯ ลั่นอเมริกาถูกเอาเปรียบมานานแล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยเมื่อวันพุธ (12 ก.พ.68) ว่า เขามีแผนลงนามคำสั่งใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับประเทศที่เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะมีการดำเนินการภายในสัปดาห์นี้

"ผมอาจจะดำเนินการในวันพรุ่งนี้เช้า หรืออาจใช้เวลาพิจารณาเพิ่มเติม แต่แน่นอนว่าเราจะเดินหน้ากับมาตรการนี้" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว พร้อมเน้นย้ำว่า "สหรัฐฯ ถูกเอาเปรียบจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศมานานหลายปีแล้ว"

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะของญี่ปุ่นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กล่าวถึงแนวทางการใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ โดยระบุว่าอาจมีการประกาศอย่างเป็นทางการในวันจันทร์หรืออังคาร

เมื่อวันจันทร์ (10 ก.พ.) ผู้นำสหรัฐฯ ได้สั่งปรับขึ้นอัตราภาษีสำหรับการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจาก 10% เป็น 25% โดยให้เหตุผลว่านโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการทางภาษีของทรัมป์ได้ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่พันธมิตรทางเศรษฐกิจและประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ รวมถึงภาคธุรกิจและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนเตือนว่าการขึ้นภาษีอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงขึ้นในสหรัฐฯ

‘เอกนัฏ’ สั่ง!! ‘ทีมตรวจสุดซอย’ ลุยต่อเนื่องตรวจ 2 โรงงาน เชื่อมโยง!! ไฟไหม้โรงงานพลาสติกเถื่อน จ.สมุทรสาคร

(12 ก.พ. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ส่งทีมตรวจสุดซอยลุยตรวจต่อเนื่อง นำโดย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ขยายผลเหตุเพลิงไหม้โกดังทลายเครือข่ายที่เคยพบเศษพลาสติกกว่า 6,900 ตัน พร้อมตรวจค้น 2 โรงงานที่มีความเชื่อมโยงกับโรงงานพลาสติกเถื่อน จ.สมุทรสาคร ที่ถูกสั่งปิด เมื่อวันที่ 1 ก.พ.68 ที่ผ่านมา

น.ส.ฐิติภัสร์กล่าวว่า ในที่เกิดเหตุเพลิงไหม้พบป้ายชื่อบริษัทที่ติดอยู่ คือ บริษัทเถิงฟา พลาสติก แอนด์ เมทเทิล จำกัด ตั้งอยู่ที่ 288/6 หมู่ที่ 4 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีนายฟู่ซิน หลัว เป็นหนึ่งในกรรมการจากการขยายผลพบอีก 2 บริษัทที่มีความเชื่อมโยงกัน คือ 1) บริษัท ยูนิโบร เมทัล (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่ที่ 288/6 หมู่ที่ 4 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีนายฟูควน ลัว และนายฟู่ซิน หลัว เป็นกรรมการ ประกอบกิจการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตราย 2) บริษัทเถิงต๋า พลาสติก แอนด์ เมทเทิล จำกัด ตั้งอยู่ที่ 288/12 หมู่ที่ 4 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีนายฟูควน ลัว เป็นกรรมการ ประกอบกิจการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการตรวจค้นทั้ง 2 บริษัท พบเศษพลาสติกสายไฟนำเข้าจากต่างประเทศ บางส่วนมีลักษณะคล้ายกับเศษพลาสติกสายไฟในโกดังที่เกิดเหตุไฟไหม้ โดยนายฟูควน ลัว กรรมการบริษัท ยูนิโบร เมทัล (ไทยแลนด์) จำกัด รับสารภาพเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ยังตรวจพบขยะอิเล็กทรอนิกส์และแผ่น PCB ถูกบดย่อยกองอยู่และในถุง big bags เป็นจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งมีบริษัท บี เค รีไซเคิล จำกัด เป็นเจ้าของ ส่วนการตรวจค้นบริษัท เถิงต๋า ที่ตั้งอยู่ติดกัน พบมีการลักลอบประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนกกฎหมายไม่ปฏิบัติตามประกาศเรื่องสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว

พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมและส่งตัวนายฟูควน ลัว กรรมการบริษัท ยูนิโบร เมทัล (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทเถิงต๋า พลาสติก แอนด์ เมทเทิล จำกัด และบริษัทเถิงฟา พลาสติก แอนด์ เมทเทิล จำกัด ส่งตัวไปดำเนินคดีที่ บก.ปทส. พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้มีส่วนกระทำความผิดทั้งหมดอย่างถึงที่สุด

“หากประชาชนพบเห็นปัญหาหรือเหตุต้องสงสัยเกี่ยวกับการประกอบการอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกต้องหรือสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐาน มอก. สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่าน ‘แจ้งอุต’ หรือไลน์ไอดี ‘traffyfondue’ เพื่อกระทรวงฯ จะเร่งส่งทีมสุดซอยลงพื้นที่จัดการกับปัญหาให้ประชาชนในทันที” น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

‘BCN’ บริษัทวิจัยตลาดของญี่ปุ่น เผยข้อมูล!! แบรนด์ทีวีที่ขายดี ‘ทีวีแบรนด์จีน’ ยึดครึ่งหนึ่ง ของตลาดญี่ปุ่น ได้สำเร็จ!!

(12 ก.พ. 68) ในปีที่ผ่านมา ไฮเซนส์ (Hisense) กลายเป็นแบรนด์ทีวีที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยส่วนแบ่งตลาด 41.1% โดยแบ่งเป็น REGZA ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ไฮเซนส์เข้าซื้อจากโตชิบา คิดเป็น 25.4% และทีวีภายใต้ชื่อแบรนด์ไฮเซนส์เองอีก 15.7% ส่วน TCL ครองส่วนแบ่งตลาด 9.7% แซงหน้าแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง โซนี่ (Sony) และพานาโซนิค (Panasonic)

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีวีจีนได้รับความนิยมคือ คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ความต้องการทีวีสมาร์ทในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไฮเซนส์และ TCL ใช้กลยุทธ์ ราคาคุ้มค่า และเทคโนโลยีล้ำสมัย ดึงดูดผู้บริโภค

ยกตัวอย่างเช่น ทีวีไฮเซนส์ขนาด 55 นิ้ว ที่จำหน่ายในญี่ปุ่น มีราคาเพียงไม่ถึง 100,000 เยน (ประมาณ 23,000 บาท) ในขณะที่ทีวีขนาดเดียวกันของพานาโซนิคราคาเกือบ สองเท่า นอกจากนี้ ผู้บริโภครุ่นใหม่ในญี่ปุ่นหันมาให้ความสนใจแบรนด์จีนมากขึ้น โดยพวกเขามักศึกษาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจซื้อ

"สมัยก่อน คนญี่ปุ่นจะเลือกซื้อทีวีแบรนด์ญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ตอนนี้แนวคิดนั้นเริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันและราคา มากกว่าชื่อแบรนด์" พนักงานร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในโตเกียวให้สัมภาษณ์

ในอดีต ทีวีจีนมักถูกมองว่าเป็น "ของราคาถูก คุณภาพต่ำ" แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ปัจจุบันแบรนด์จีนไม่เพียงแต่ครองตลาดระดับกลางและล่าง แต่ยังเริ่มรุกตลาดทีวีระดับพรีเมียมอีกด้วย

เทรนด์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น กำลังเกิดขึ้นในตลาดโลกเช่นกัน ซัมซุง และ LG ซึ่งเคยครองตลาดทีวีระดับไฮเอนด์ กำลังสูญเสียส่วนแบ่งให้ไฮเซนส์และ TCL

รายงานจาก Counterpoint Research ระบุว่า การเติบโตของแบรนด์จีนกำลัง "ทำลายการผูกขาด" ของแบรนด์เกาหลีใต้ในตลาดทีวีระดับไฮเอนด์ โดยเฉพาะในกลุ่ม OLED, QD LCD และ MiniLED LCD

ทีวีจีนไม่ได้เป็นเพียงแค่ "ทางเลือกที่ถูกกว่า" อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป อาจเห็นแบรนด์จีนครองตลาดโลกได้มากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

‘ทรัมป์’ สั่ง!! ICE ลุยกวาดล้าง ผู้อพยพผิดกฎหมาย รวบ!! เทพีทานตะวัน โจแอน หลิว ได้ที่บอสตัน

(12 ก.พ. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Ethan Hunts’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ....

เมื่อหน่วยงานดูแลผู้อพยพสหรัฐ เอเคเอ ICE ลงมือกวาดล้างผู้อพยพผิดกฎหมายตามคำสั่งทรัมป์ ซึ่งเริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง

นี่คืออีกผลงานหนึ่ง เมื่อ ICE ตรวจสอบพบผู้อพยพผิดกฎหมายชื่อดัง ฉายา “เทพีทานตะวัน“ นางสาวโจแอน หลิว หรือชื่อจีน หลิวเฉียวอัน นักกิจกรรมไต้หวัน หนึ่งในผู้ปลุกระดมมวลชนต่อต้านจีน หรือ การปฏิวัติสีดอกทานตะวัน เมื่อปี 2014

เธอเข้ามาในสหรัฐตั้งแต่ปี 2019 จนวีซ่าหมด ก็ยังไม่กลับประเทศ จนมาถูกรวบตัวที่บอสตัน เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2025 ที่ผ่านมา
นางสาวโจแอน ถูกจับในข้อหาค้ายา และฉ้อโกงเพื่อหาเงินใช้ในกิจกรรมด้านการเมืองของ DPP โดยใช้นามแฝงว่า “โจโจ้” 

ย้อนไปเมื่อครั้งร่วมเคลื่อนไหวกลุ่มต่อต้านจีน นางสาวโจแอน ยังมีคดีติดตัว ในฐานะจัดหา บริการทางเพศ โดยที่ตัวเธอเองก็รับงานในตลาดบน(กลุ่มลูกค้าไฮโซ) อนึ่งผ้าโพกหัวที่เธอใช้ มีข้อความว่า “ประชาธิปไตยไม่สามารถซื้อหรือขายได้!“ (แต่การค้าบริการฯ อนุโลม?)

การประท้วงดอกทานตะวัน ในปี 2014 นั้นมีขึ้นเพื่อต่อต้านพรรค KMT ในขณะนั้นที่จะออกกฎหมายเอื้อทางเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งว่าไปแล้วไต้หวันได้เปรียบมากมาย จากการที่การค้าส่วนใหญ่ก็ทำกับจีนอยู่แล้ว

เธอจะถูกส่งตัวกลับไต้หวัน ซึ่งอาจจะไปรับโทษต่อที่บ้านเกิด เพราะยังมีคดีเมาแล้วขับซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และคดีคุกคามทางเพศเยาวชน

นาโอมิ โพสต์อินสตาแกรม ขอบคุณ ‘นายกฯ อิ๊งค์-ทักษิณ’ เผย!! รู้สึกตื่นเต้น ที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมผลักดัน แฟชั่นไทย ก้าวไกลสู่เวทีโลก

(12 ก.พ. 68) นาโอมิ เอเลน แคมป์เบลล์ (Ms. Naomi Elaine Campbell) นางแบบชื่อดังระดับโลก โพสต์อินสตาแกรมระบุว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เยือนประเทศไทยตามคำเชิญของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

การใช้พลังแห่งแฟชั่นในเชิงวัฒนธรรม เพื่อนำไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นสิ่งที่ฉันให้ความสำคัญมาโดยตลอด และฉันรู้สึกยินดีที่ได้เห็นว่า สิ่งเหล่านี้เป็นวิสัยทัศน์ร่วมกันกับประเทศไทย

ขอขอบคุณ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกฯ และประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย สำหรับการพูดคุยอันมีคุณค่าเกี่ยวกับการนำเสนอเสน่ห์และพรสวรรค์อันโดดเด่นของไทยบนเวทีแฟชั่นระดับโลก

ด้วยประสบการณ์ในแวดวงแฟชั่นระดับนานาชาติของฉัน ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มีส่วนร่วมในการสร้างเส้นทางที่เอื้อให้ความคิดสร้างสรรค์ของไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก

‘เท่าพิภพ’ สนับสนุน!! ‘นายกฯ อิ๊งค์’ แก้กฎหมาย ยกเลิกวันห้ามขาย ‘เหล้า-เบียร์’ อธิบายละเอียด มีมาตรายกเลิก แต่ต้องเหนื่อย!! ตอนคุยกับข้าราชการสายสุขภาพ

(12 ก.พ. 68) นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับกฎหมายควบคุมการจำหน่ายเเอลกอฮอล์ ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาข้อมูลการแก้กฎหมาย เรื่องการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. รวมทั้งเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระ
.
นายเท่าพิภพ ระบุว่า สนับสนุนครับ ประเทศเราต้องควบคุมเเอลกอฮอล์ด้วยการเคร่งครัดการบังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะเรื่องเยาวชนครับ แต่กฎหมายเราไปเข้มเรื่องอื่นออกทะเล จนทำให้กฎหมายดูไปเป็นสากลไปซะมาก ต้องแก้เเบบนายกฯ ว่าเเหละครับ
.
การศึกษาผลกระทบท่านก็ลองทำดู แต่เรื่องข้อกฎหมายผมศึกษาให้เเล้ว ไม่มีอะไรมากครับ
.
เรื่องเวลาขาย
.
1. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2515 เรื่องเวลาขายอันนี้ต้องยกเลิก ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กมธ.พิจารณาเสร็จ มีมาตรายกเลิกครับ
.
2. หลังจากยกเลิกตามข้อ 1 เเล้ว พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับปัจจุบัน) ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชงให้ รมต.สาธารณสุข เห็นชอบครับ ย้ำว่ารัฐมนตรีไม่มีอำนาจชงเอง คณะกรรมการจะมีข้าราชการสายหมอ สายสุขภาพเยอะหน่อย จะอนุรักษ์นิยมหน่อยครับ
.
3. ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมฯ ฉบับใหม่จะตัดอำนาจรัฐมนตรีออก เป็นอำนาจของคณะกรรมการโดยตรง ซึ่งเเม้ รมต.สาธารณสุข จะเป็นประธาน เเต่ก็จะตีโต้คัดค้านไม่เซ็นเห็นชอบได้เเบบเดิม
.
เรื่องวันพระ หรือห้ามขายออนไลน์ เป็นผลงานจากคณะกรรมการดังกล่าวด้วย
.
ข้อเสนอที่สงวนไว้เป็นเสียงข้างน้อยนั้นเห็นว่าควรยกเลิก หรือลดอำนาจการออกกฎประกาศของคณะกรรมการดังกล่าวแล้วเปลี่ยนเป็นการออกกฎกระทวงด้วยอำนาจรัฐมนตรีแทนครับ ยังไงฝากท่านนายกในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และพรรคเพื่อไทย ช่วยให้ สส.ฝ่ายรัฐบาลสนับสนุน คำสงวนของผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วยครับ
.
สิ่งนี้จะทำให้ท่านนายกได้ทำตามที่อยากทำได้ครับ ไม่งั้นถึงเเม้เป็นนายกก็จะบังคับคณะกรรมการควบคุมให้แก้เเค่เรื่องวันเวลาขายเหล้านี้บอกเลยยากครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top