Monday, 3 August 2026
Hard News Team

ศาลสหรัฐฯ สั่งจีนจ่ายเงินชดเชย 24,000 ล้านดอลลาร์ ชี้เป็นต้นเหตุทำให้โลกเข้าใจผิดเกี่ยวกับโควิด-19 และปกปิดข้อมูล

(10 มี.ค. 68) สำนักข่าว The New York Times รายงานว่า ศาลกลางแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ออกคำสั่งให้ สาธารณรัฐประชาชนจีน จ่ายเงินชดใช้ความเสียหายแก่ รัฐมิสซูรี รัฐที่อยู่ทางตอนกลางของสหรัฐฯ จำนวน 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 816,000 ล้านบาท) หลังจากที่ศาลตัดสินว่า จีน ได้ชักนำให้โลกเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยอ้างว่าจีนได้มีการปกปิดข้อมูลและปล่อยให้ข้อมูลผิดๆ แพร่กระจายออกไปจนกระทบต่อการรับมือการระบาดในระดับโลก

คำตัดสินดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก รัฐมิสซูรี ยื่นฟ้องร้องรัฐบาลจีนในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลที่ไม่โปร่งใสเกี่ยวกับต้นตอของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีการกล่าวหาว่าการกระทำดังกล่าวของจีนทำให้การแพร่ระบาดลุกลามอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อชีวิตและเศรษฐกิจทั่วโลก

ศาลระบุว่า จีนต้องรับผิดชอบในการปกปิดข้อมูลที่สำคัญในช่วงเริ่มต้นของการระบาด ส่งผลให้รัฐบาลและประชาชนในหลายประเทศไม่สามารถเตรียมพร้อมตอบสนองต่อวิกฤตนี้ได้อย่างทันท่วงที ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ รวมถึงความสูญเสียทางชีวิตอย่างมหาศาล

ทั้งนี้ ทางการจีนยังไม่ออกมาชี้แจงหรือแสดงความคิดเห็นต่อคำสั่งของศาลสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจีนอาจจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินนี้ เนื่องจากยังคงยืนยันว่าไม่มีการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจมีต้นกำเนิดจากแหล่งอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับจีน

สำหรับคำตัดสินดังกล่าว ถือเป็นคำตัดสินที่สำคัญในคดีที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบทางกฎหมายในระดับสากลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ยังคงร้อนระอุในหลายประเด็น

รู้จัก ‘คาลินินกราด’ ไข่แดงท่ามกลางนาโต้ เมืองที่เยอรมันไม่กล้าพูดถึง แต่ก็ลืมไม่ลง

กลางสมรภูมิร้อนระอุของยุโรป มีดินแดนหนึ่งที่เปรียบเสมือนกระดูกชิ้นโตติดคอของเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ดินแดนที่พวกเขาอยากทำเป็นไม่สนใจ แต่กลับต้องจับตามองทุกความเคลื่อนไหว เมืองนั้นคือ คาลินินกราด อดีต 'คอนิกส์แบร์ก' เมืองหลวงแห่งปรัสเซียตะวันออก เมืองที่เคยเป็นหัวใจของอารยธรรมเยอรมัน แต่วันนี้กลายเป็น ห้องเก็บขีปนาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย ที่พร้อมจะทำให้ยุโรปทั้งทวีปต้องนั่งไม่ติด

จากศูนย์กลางแห่งปรัสเซียสู่หมากรบของเครมลิน
คอนิกส์แบร์กเคยเป็นเมืองสำคัญที่สุดเมืองหนึ่งของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอัลแบร์ทิน่า บ้านเกิดของอิมมานูเอล คานท์ นักปรัชญาผู้เปลี่ยนแปลงโลก เป็นศูนย์กลางของกองทัพรัสเซียที่สร้างนักรบผู้แข็งแกร่ง และเป็นที่ที่กษัตริย์ฟรีดริชที่ 1 ประกาศสวมมงกุฎเป็นกษัตริย์แห่งปรัสเซียครั้งแรกในปี 1701 เมืองนี้เคยเป็นความภาคภูมิใจของจักรวรรดิเยอรมัน

แต่สงครามโลกครั้งที่สองได้เปลี่ยนทุกอย่าง หลังจากที่นาซีเยอรมันพ่ายแพ้ให้กับกองทัพแดงในปี 1945 คอนิกส์แบร์กก็ถูกโซเวียตเข้ายึด สตาลินสั่งขับไล่ชาวเยอรมันทั้งหมดออกจากพื้นที่ เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น 'คาลินินกราด' เพื่อเป็นเกียรติแก่มีไคโล คาลินิน ผู้นำโซเวียต และทำให้เมืองนี้กลายเป็นป้อมปราการของคอมมิวนิสต์ นับแต่นั้นเป็นต้นมา เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งภูมิปัญญาเยอรมัน กลายเป็นศูนย์กลางของอาวุธสงคราม

เมืองที่เยอรมันไม่กล้าพูดถึง แต่ก็ลืมไม่ลง
ชาวเยอรมันบางกลุ่มยังคงมองคาลินินกราดด้วยความรู้สึกเจ็บปวด มันคือดินแดนที่เคยเป็นของพวกเขา เป็นมรดกแห่งจักรวรรดิที่พวกเขาสูญเสียไปตลอดกาล แต่อย่าเข้าใจผิด ไม่มีใครในรัฐบาลเยอรมันกล้าออกมาพูดว่าพวกเขาต้องการดินแดนนี้คืน เพราะการแตะต้องเมืองนี้ก็เท่ากับ ท้าทายเครมลินโดยตรง และไม่มีใครในยุโรปอยากเป็นต้นเหตุของสงครามโลกครั้งที่สาม

แต่ถึงจะไม่พูดออกมา ความจริงก็คือ คาลินินกราดเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทำให้รัสเซียแข็งแกร่งในยุโรป และมันทำให้เยอรมันกับฝรั่งเศสต้องเกรงใจรัสเซียมากกว่าที่พวกเขาอยากยอมรับ

คลังแสงของรัสเซียที่พร้อมถล่มยุโรปตะวันตก
คาลินินกราดไม่ใช่แค่เมืองชายขอบของรัสเซีย แต่มันคือ ป้อมปราการทางทหารที่พร้อมโจมตียุโรปได้ทุกเมื่อ กองทัพรัสเซียใช้เมืองนี้เป็นฐานติดตั้ง ขีปนาวุธ Iskander-M ที่สามารถยิงหัวรบนิวเคลียร์ไปถึงกรุงเบอร์ลิน ปารีส หรือแม้แต่ลอนดอนได้ในเวลาไม่กี่นาที ไม่เพียงแค่นั้น เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ที่สามารถสกัดเครื่องบินของนาโตไม่ให้เข้าใกล้ได้

และถ้านั่นยังไม่พอ คาลินินกราดยังเป็น ที่ตั้งของกองเรือรัสเซียในทะเลบอลติก ซึ่งสามารถปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของยุโรปได้ในกรณีที่เกิดความขัดแย้ง ถ้ารัสเซียต้องการเล่นเกมหนักกับนาโต พวกเขาแค่ต้องสั่งให้กองเรือจากคาลินินกราดปิดกั้นทะเลบอลติก และยุโรปเหนือจะถูกตัดขาดจากเส้นทางขนส่งทันที

เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส กับปัญหาที่พวกเขาแก้ไม่ได้
สงครามยูเครนทำให้ยุโรปต้องออกมาสนับสนุนเคียฟอย่างเต็มที่ เยอรมันกำลังส่งรถถัง เลโอโพลด์ ฝรั่งเศสกำลังส่งขีปนาวุธ อังกฤษกำลังช่วยฝึกทหารให้ยูเครน พวกเขาหวังว่า ถ้ารัสเซียแพ้ในยูเครน มันจะทำให้มอสโกอ่อนแอ

แต่ปัญหาก็คือ ถ้ารัสเซียถูกไล่ออกจากยูเครน คาลินินกราดจะกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งกว่าเดิม เพราะเครมลินไม่มีวันยอมให้ตัวเองอ่อนแอลงในยุโรปโดยไม่มีการตอบโต้

เยอรมันรู้อยู่เต็มอกว่า ถ้าสงครามลุกลาม คาลินินกราดจะเป็นจุดที่ยุโรปต้องกังวลมากที่สุด พวกเขาไม่อยากให้รัสเซียใช้เมืองนี้เป็นฐานยิงนิวเคลียร์ไปยังยุโรปตะวันตก พวกเขาไม่อยากให้รัสเซียใช้มันเป็นฐานปิดล้อมทะเลบอลติก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้

รัสเซียรู้ว่าไข่แดงนี้สำคัญแค่ไหน
เครมลินรู้ดีว่า คาลินินกราดคือ ไพ่ตายของรัสเซียในยุโรป พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไร แค่มีมันอยู่เฉย ๆ ก็ทำให้ยุโรปต้องนั่งไม่ติดแล้ว

ตอนนี้นาโตกำลังเสริมกำลังในโปแลนด์และลิทัวเนีย อังกฤษกำลังส่งเรือรบเข้าสู่ทะเลบอลติก ฝรั่งเศสกำลังเตรียมระบบป้องกันทางอากาศเพิ่มเติม แต่รัสเซียแค่ เพิ่มขีปนาวุธในคาลินินกราด เท่านั้นเอง และยุโรปก็ตื่นตระหนกกันไปหมด

สรุป: เมืองที่อันตรายที่สุดในยุโรป
คาลินินกราดเป็นมากกว่าเมือง มันคือ ป้อมปราการของรัสเซียในใจกลางยุโรป เป็นดินแดนที่ทำให้เยอรมันต้องเดินบนเปลือกไข่ และทำให้นาโตต้องคิดหนักก่อนจะเผชิญหน้ากับรัสเซีย

ในโลกที่เต็มไปด้วยสงครามการเมืองและการแข่งขันทางทหาร คาลินินกราดไม่ใช่แค่ 'เมืองชายขอบของรัสเซีย' แต่มันคือ หมากสำคัญบนกระดานที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจของยุโรปได้ทุกเมื่อ

ไม่มีใครในตะวันตกอยากพูดถึงมัน ไม่มีใครอยากแตะมัน แต่ไม่มีใครสามารถทำเป็นลืมมันได้ เพราะพวกเขารู้ดีว่า ถ้าคาลินินกราดยังอยู่ รัสเซียก็จะไม่มีวันแพ้ในเกมอำนาจของยุโรป

‘แพทองธาร’ สั่งเดินหน้าเร่งเครื่องเศรษฐกิจ หวังทุกหน่วยงานทั้งรัฐ-เอกชน ช่วยดันจีดีพีโตเกิน 3%

นายกรัฐมนตรี เปิดประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1 สั่งทุกหน่วยงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผลักดันจีดีพี ปี 2568 โตเกิน 3%

(10 มี.ค. 68) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเกินเป้าหมาย 3% ที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้

นายกฯ ระบุว่า แม้ในช่วงปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนให้ขยายตัวได้มากกว่านี้ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกกระทรวงและภาคเอกชน

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานร่วมกันคิดค้นมาตรการและโครงการที่สามารถเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยจะเน้นไปที่การขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก ควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยมีความยั่งยืนในระยะยาว

‘มาร์ก คาร์นีย์’ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแคนาดา ต่อจาก ‘จัสติน ทรูโด’ เตรียมพร้อมรับมือความท้าทายในศึกทางการค้า และการเมืองจากสหรัฐฯ

(10 มี.ค. 68) มาร์ก คาร์นีย์ อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางแคนาดาในวัย 59 ปี เตรียมได้รับการแต่งตั้งให้เป็น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา ต่อจาก จัสติน ทรูโด หลังจากได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคลิเบอรัลหรือเสรีนิยม ซึ่งมีความสำคัญสำหรับอนาคตทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่คาร์นีย์เตรียมรับมือกับความท้าทายทั้งในด้านการค้าระหว่างประเทศ และแรงกดดันจาก สหรัฐอเมริกา คู่ค้าสำคัญของแคนาดา

การขึ้นเป็นผู้นำประเทศของคาร์นีย์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แคนาดากำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการตัดสินใจของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแคนาดาอย่างมีนัยสำคัญ 

คาร์นีย์ซึ่งมีประสบการณ์จากการเป็นผู้นำในองค์กรการเงินระดับโลก ได้ประกาศว่าเขาจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะเดียวกันจะต้องรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ และพันธมิตรอื่น ๆ ให้แข็งแกร่ง

การค้าและการเจรจาทางเศรษฐกิจ จะเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่คาร์นีย์จะต้องรับมือ โดยเขาจะต้องพยายามลดผลกระทบจากการคว่ำบาตรและการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจแคนาดา ในขณะที่ต้องรักษาเสถียรภาพการค้าในภูมิภาคและในระดับโลก

นอกจากนี้ยังมีประเด็นด้านนโยบายภายในประเทศที่คาร์นีย์จะต้องจัดการ รวมถึงการปฏิรูปภาษีและการดูแลภาคพลังงานที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมแคนาดา คาร์นีย์จะต้องทำงานร่วมกับรัฐสภาเพื่อให้ผ่านกฎหมายที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตและการลงทุนในประเทศ

การแต่งตั้งของคาร์นีย์เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าแคนาดากำลังมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจและการเมือง โดยผู้นำใหม่จะต้องพร้อมรับมือกับการทดสอบทั้งจากภายในและจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

'รัฐวิชญ์-บุณยนุช' ผงาดแชมป์ 'ช้าง โอเพ่น 2025' พร้อมตีตั๋วลุยศึก Yonex Junior Golf Championship ที่ญี่ปุ่น

(10 มี.ค. 68) 'น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง' โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ เดอะ เจ็นซ์ จัดการแข่งขัน 'ช้าง โอเพ่น 2025' ซึ่งเป็นรายการกอล์ฟแรกของฤดูกาลนี้ โดยการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ สนามพานอราม่า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จังหวัดนครราชสีมา

โดยการแข่งขันครั้งนี้ มีการคัดเลือกเยาวชนจากรุ่น Junior GENZ (ชาย) และ (หญิง) เพื่อมอบโอกาสให้กับผู้ชนะในการแข่งขันได้เข้าร่วมแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2025 ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาเยาวชนกอล์ฟไทยให้เติบโตในระดับนานาชาติ

ผลปรากฏว่าในรุ่น Junior GENZ (ชาย) รัฐวิชญ์ รัฐชัยอนันต์ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในรอบสุดท้ายทำคะแนนได้ถึง 5 อันเดอร์พาร์ จบสกอร์รวมสองวันที่ 4 อันเดอร์พาร์ 140 คว้าแชมป์ไปครอง 

ส่วนในรุ่น Junior GENZ (หญิง) บุณยนุช ศุภกิจบุญชู คว้าแชมป์ด้วยสกอร์ 2 โอเวอร์พาร์ 146 หลังจบการแข่งขันสองวัน

งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ ประธานจัดการแข่งขัน 'ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์' ที่เข้ามามอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับผู้ชนะในทั้งสองรุ่น พร้อมทั้งกล่าวถึงความสำคัญของการสนับสนุนเยาวชนไทยในการแข่งขันกอล์ฟระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ รายการถัดไปคือ 'บางจาก แชมเปี้ยนชิพ 2025' ซึ่งเป็นการแข่งขันที่สำคัญในการเก็บคะแนนสะสมสำหรับ World Amateur Ranking และ Junior Golf Scoreboard โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 เมษายน 2568 ที่สนามกบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ จังหวัดปราจีนบุรี

สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf หรือโทร. 065 696 2229

‘กรุงเทพคริสเตียน’ ทำถึง!! ออกบัตรนักเรียนใหม่ไฉไลกว่าเดิม รวมเทคโนโลยีการเงิน+การศึกษา ทำได้ยันวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางอาชีพ

รองผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเผยโฉมบัตรนักเรียน VISA ที่ผสานเทคโนโลยีทางการเงินและการศึกษา เสมือนมีกุญแจดิจิทัลเป็นของตัวเอง สามารถทำธุรกรรมภายในโรงเรียนได้ครบวงจร พร้อมติดตามการใช้จ่าย วิเคราะห์พฤติกรรมการกินและเชื่อมโยงข้อมูลกิจกรรม และความสนใจของนักเรียน ช่วยค้นหาเส้นทางอาชีพที่เหมาะสม

เมื่อวันที่ (9 มี.ค. 68) บนโซเชียลมีเดีย มีการแชร์โพสต์จากเฟซบุ๊ก Wichai Neung ของนายวิชัย สีสุด รองผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) โพสต์ข้อความระบุว่า "โรงเรียนกำลังสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะโรงเรียนแห่งแรกในประเทศไทย ที่เปิดตัวบัตรนักเรียนที่มีสัญลักษณ์ VISA ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก

จะเกิดอะไรขึ้น หากบัตรนักเรียนทำได้มากกว่าการเป็นแค่บัตรประจำตัว? เข้าสู่โลกนวัตกรรมใหม่แห่งการบริหารการศึกษาที่นักเรียนกรุงเทพคริสเตียนทุกคนมีกุญแจดิจิทัลเป็นของตัวเอง

บัตรนักเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยใบนี้ไม่ใช่แค่บัตรประจำตัว แต่คือนวัตกรรม ที่เกิดจากการผสานเทคโนโลยีทางการเงินและการศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากศิษย์เก่าของเราเอง - 'โอ๊ต 162' ผู้เชื่อมั่นในศักยภาพของการเรียนรู้ยุคใหม่ และจับมือร่วมกับ VISA เพื่อนำพาการศึกษาไทยก้าวสู่อนาคต

บัตรนี้ไม่ใช่แค่บัตรนักเรียนทั่วไป แต่เป็นผู้ช่วยส่วนบุคคล ที่สามารถติดตามการใช้จ่าย และช่วยเสริมสร้างความฉลาดรู้ทางการเงิน (Financial Literacy), วิเคราะห์พฤติกรรมการกิน และให้คำแนะนำด้านโภชนาการ และเชื่อมโยงข้อมูลกิจกรรม และความสนใจของนักเรียน เพื่อช่วยค้นหาเส้นทางอาชีพที่เหมาะสม โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่ระดับประถม

บัตรนักเรียน BCC คือการปฏิวัติวงการการศึกษาไทยที่ผสานเทคโนโลยี Generative AI และ Data Analytics พร้อมยกระดับงานวิชาการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยสู่แนวคิด 'การเรียนรู้แบบไร้รอยต่อ' (BCC SEAMLESS EDUCATION) ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

โปรเจกต์นี้ได้รับการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านการวิจัยและพัฒนาของงานนโยบายและงานนวัตกรรมการศึกษามากว่า 3 ปี ทำให้นักเรียนตั้งแต่ระดับประถม 1-มัธยม 6 สามารถใช้บัตรนี้ทำธุรกรรมภายในโรงเรียนได้ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น แตะจ่ายค่าอาหารในโรงอาหาร แตะยืมหนังสือจากห้องสมุด แตะเช็กอินเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร และยังไม่หยุดแค่นั้น...

อาหารทุกมื้อ ขนมทุกชิ้น เครื่องดื่ม ที่ซื้อในโรงอาหาร จะถูกบันทึกและนำมาวิเคราะห์ควบคู่กับข้อมูลสุขภาพของนักเรียน โดยใช้เทคโนโลยี BIA (Bioelectrical Impedance Analysis) ซึ่งช่วยให้เข้าใจแนวโน้มด้านพัฒนาการร่างกาย โภชนาการ และพฤติกรรมการบริโภค หนังสือที่ยืม ชมรมที่เข้าร่วม และกิจกรรมที่นักเรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับประถมจะถูกบันทึกและประมวลผลเพื่อสร้างแผนการพัฒนานักเรียนรายบุคคล ผ่านโครงการ BCC Self Discovery Program ช่วยให้นักเรียนมัธยมต้นค้นพบเส้นทางอาชีพของตนเองอย่างแม่นยำ ก้าวไปไกลกว่าการวิเคราะห์ตามลายนิ้วมือที่ใช้ในปัจจุบัน

มากกว่าการใช้จ่าย คือการสร้างอิสรภาพทางการเงิน เมื่อบัตรนักเรียน BCC มาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงแบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งใช้มาตรฐานเดียวกับบัตร VISA ทั่วโลก ป้องกันการโจรกรรมและการใช้บัตรโดยไม่ได้รับอนุญาต หากทำบัตรหาย โรงเรียนสามารถปิดใช้งานได้ทันที สามารถตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย ผู้ปกครองควบคุมการเติมเงิน กำหนดวงเงิน และติดตามการใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ แม้นักเรียนจะใช้จ่ายผ่าน MRT หรือซื้อของจาก 7-Eleven ก็สามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังสามารถแปลงค่าเงินบาทเป็นสกุลเงินต่างประเทศเพื่อใช้จ่ายได้ทั่วโลก

เงินสดอาจหายไป แต่ความฉลาดรู้ทางการเงินต้องเพิ่มขึ้น เพราะบัตรนักเรียน BCC ไม่เพียงแต่สร้างความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยให้นักเรียนมีความฉลาดรู้ทางการเงินในโลกยุคดิจิทัล เมื่อวันนี้โลกก้าวไปไกลกว่าเงินสด และมูลค่าของเงินลดน้อยลง นักเรียนจึงต้องไม่ใช่แค่ปรับตัว แต่ต้องเป็นผู้นำ ที่เข้าใจถึงคุณค่าที่แท้จริงของเงินในเศรษฐกิจดิจิทัล

นักเรียนในโพสต์นี้เป็นนักเรียนคนแรกที่เปิดซองบัตรให้กรรมการตรวจรับด้วยมือเขาเองตามมาตรฐานที่เข้มงวดของ VISA แม้นักเรียนจบการศึกษาไปแล้ว และในช่วงปิดเทอม หลายคนเลือกที่จะไว้ผมยาว ทำสีผม หรือทำเล็บตามกระแส GELBOY ในความเห็นส่วนตัวของผม สิ่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้บุคลากรทางการศึกษาทุกคนต้องเข้าใจว่า นอกโรงเรียน นักเรียนมีเสรีภาพในการคิดและแสดงออก ที่กรุงเทพคริสเตียน เราไม่เพียงแค่ให้ความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังให้เด็กๆ มีมารยาทที่ดี เคารพผู้อื่น และมีน้ำใจ โดยรักษาสมดุลระหว่าง อิสรภาพและความรับผิดชอบ

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ผู้บริหาร และครูทุกคน ไม่ได้แค่เตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับอนาคต แต่เรากำลังสร้างอนาคตนั้นให้พวกเขา"

เกาหลีเหนือเผยโฉมเรือดำน้ำนิวเคลียร์เป็นครั้งแรก ท้าทายมหาอำนาจโลก สั่นสะเทือนคาบสมุทรเกาหลี

(10 มี.ค. 68) สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีใต้ เผยแพร่ภาพถ่ายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็น “เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธนำวิถีทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของเกาหลีเหนือ

รายงานของ KCNA ยังเปิดเผยว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้เดินทางไปเยี่ยมชม อู่ต่อเรือแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้สร้างเรือรบของประเทศ โดยเขาได้ตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ และกล่าวย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างกำลังทางทะเลเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากศัตรู

แหล่งข่าวทางทหารจากเกาหลีใต้และสหรัฐฯ กำลังวิเคราะห์ภาพถ่ายและข้อมูลที่เผยแพร่ เพื่อตรวจสอบความสามารถที่แท้จริงของเรือดำน้ำลำนี้ โดยเฉพาะศักยภาพในการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งหากได้รับการยืนยัน จะถือเป็นก้าวสำคัญของเกาหลีเหนือในด้านยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ทางทะเล

ทั้งนี้ การเปิดตัวเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลียังคงสูงขึ้น ท่ามกลางการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ซึ่งเปียงยางมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของตน

นักวิเคราะห์เชื่อว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเกาหลีเหนืออาจกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านอาวุธในภูมิภาค และเพิ่มความกังวลในหมู่ชาติตะวันตกเกี่ยวกับเสถียรภาพและสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี

สมุทรปราการ-'ภัทรพล จำปารัตน์' เปิดปราศรัยใหญ่ตอบทุกประเด็นร้อน เข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ (9 มี.ค.68) ผู้สมัครหมายเลข 2 โดย ดร.ภัทรพล จำปารัตน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว ได้เปิดปราศรัยใหญ่ ก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว ณ หอประชุมศูนย์กีฬาเทศบาลเมืองบางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 

โดยการกล่าวปราศรัยครั้งนี้ มีประชาชนชาวบางแก้ว กว่า 1,000 คน เดินทางมาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยพร้อมทั้งตอบข้อซักถามรวมถึงประเด็นร้อนของการเลือกตั้งนายกบางแก้วฯ ในครั้งนี้ ทั้งนี้การกล่าวปราศรัยใหญ่ของ ดร.ภัทรพล จำปารัตน์ ได้พูดถึงนโยบายการแก้ปัญหาเร่งด่วน 8 ข้อ คือ 

1.การประสานกรมทางหลวงสร้าทางกลับรถถนน บางนา-ตราดช่วงกม.10 เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนในการเดินทางของประชาชน 2.โครงการกำจัดขยะ 3.ร่วมแก้ไขปัญหา ชุมชนราชวินิตบางแก้ว 4.โครงการวางท่อระบายน้ำ 5.โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิดcctv 6.แก้ไขปัญหาน้ำท่วมชุมชนเปรมฤทัยหมู่15 7.แก้ปัญหาน้ำท่วมซอยบางนา-ตราด 39 และ 8.เปลร่วนขยะ วัชพืช และเศษกิ่งไม้ให้เป็นทรัพย์มีค่า

ซึ่งการปราศรัยได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยได้ซักถามในข้อสงสัยต่างๆ รวมถึงมีประชาชนได้ร้องขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาในชุมชนเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด โดยหลังจาก
เสร็จสิ้นการปราศรัยแล้วทาง ดร.ภัทรพล ได้ให้สัมภาษณ์กับคณะสื่อมวลชนรวมถึงตอบประเด็นร้อนที่สำนักข่าวแห่งหนึ่ง ได้ลงข่าวอ้างถึงคดีที่ ป.ป.ช.ฟ้องเอง คุก 3 ปี 4 ด.รอลงอาญา อดีตนายกอบต.บางแก้ว นั้น จะส่งผลกระทบเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ 

โดยทางด้าน ดร.ภัทรพล จำปารัตน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีฯ หมายเลข 2 เปิดเผยว่า คดีที่เกี่ยวกับ ปปช. นั้น ไม่ส่งผลกระทบการเลือกตั้งแน่นอนรวมถึงทุกคดีที่ผมได้ต่อสู้มาด้วยความสุจริตใจ ตั้งแต่เป็นนายก อบต. ทุกนโยบาย ทุกโครงการที่อนุมัติ อนุญาต สั่งการไปนั้น ล้วนแล้วเกิดขึ้นด้วยความจริงใจ และความสุจริตใจ ไม่มีเจตนาใดๆ เลย ที่จะนำไปสู่การโกงกิน หรือทุจริตบ้านเมือง ทุกการกระทำ ทุกนโยบาย ทุกโครงการ ทุกลายเซ็นในฐานะนายกฯ นั้นมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีข้อบกพร่อง และข้อผิดพลาด 

ผมไม่โทษใครและพร้อมที่จะแก้ไขพร้อมที่จะต่อสู้ ในกระบวนการยุติธรรมเคารพการตัดสินของศาลทุกศาล ผมมีความมั่นใจในการกระทำของผมไม่ทุจริตอย่างแน่นอน ความบกพร่องเกิดขึ้นได้สำหรับคนที่ทำงานจริงๆ คนที่ไม่ทำงานย่อมไม่มีความผิดพลาดได้ 

อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวบางแก้วออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว ในวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

‘ทนายวันชัย’ โพสต์เฟซ!! ศึกอภิปรายของ Gen Y กับ Gen Y ชี้!! ฝ่ายค้าน อาจไม่รู้จริง เปิดไอแพดอ่าน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่สะเทือน

(9 มี.ค. 68) นายวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และทนายความชื่อดัง ด้โพสต์เฟซบุ๊ก “ทนายวันชัย สอนศิริ” เรื่อง “ศึกอภิปรายของ Gen Y กับ Gen Y” เนื้อหาระบุว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกอุ๊งอิ๊งโดยพรรคฝ่ายค้านในครั้งนี้ จะมีชื่อคุณทักษิณ ชินวัตร ในญัตติหรือไม่ ผมว่าไม่สำคัญ เพราะดูจากเนื้อหาสาระที่จะอภิปราย คนอภิปรายดูแล้วก็อย่างงั้นๆ แหละ เพราะเป็นการปะทะกันของคนรุ่น Gen Y ต่อ  Gen Y  ไอแพดต่อไอแพด AI ต่อ AI ไม่ใช่มาจากฝ่ายค้าน ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถตรงต่อเรื่องนั้นๆ ก็คงจะเป็นข้อมูลที่ได้รับมา หามา แล้วก็เอามาประมวลโดยผู้อภิปรายบางคน ก็อาจจะไม่รู้จริง เพราะอภิปรายครั้งที่ผ่านๆมา ก็ตะบี้ตะบัน อ่านไอแพดกันเป็นวรรคเป็นเวร ไม่ลืมหูลืมตา จนไม่แน่ใจว่าผู้อภิปรายนั้น รู้จริงต่อเรื่องนั้นๆ หรือเปล่า จึงไม่มีอะไรน่ากลัว น่าตื่นเต้น น่าติดตาม และก็คงไม่มีไรที่จะทำให้นายกอุ๊งอิ๊งสั่นสะเทือนไปได้

ยิ่งตอนนี้พรรคฝ่ายค้านมีชนักปักอกอยู่ที่ ปปช. จะรอดหรือไม่รอด ก็น่าจะวิตกมากกว่านายกอุ๊งอิ๊ง คงจะทำให้พะวงหน้าพะวงหลัง อภิปรายไป วิตกไป อ่านไอแพดไป ก็คงจะผิดๆถูกๆ เหมือนหลายคน ที่อ่านตัวเลขผิด ขายขี้หน้ากันมาหลายคนหลายครั้งแล้ว ดังนั้นการที่จะมาถกเถียงกัน เรื่องชื่อคุณทักษิณ ว่าจะมีอยู่ในญัตติหรือไม่  ผมว่าผ่านๆไปเหอะ ฝ่ายค้านเค้าคงขอแค่อภิปราย ทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านเท่านั้น แต่เนื้อในของการอภิปรายแล้ว ก็คงไม่มีอะไรเท่าไหร่ เพราะลำพังฝ่ายค้านแค่อยู่ให้รักษาตัวรอดปลอดภัยก็เก่งแล้ว… การอภิปรายนายกอุ๊งอิ๊ง ก็เป็นเรื่องของเด็กกับเด็ก รุ่นกับรุ่น ว่ากันไปว่ากันมา หาอะไรไม่ได้ แล้วก็เลิกๆกันไป ก็แค่นั้นแหละ อย่าไปห่วงเรื่องชื่อของคุณทักษิณในญัตติเลย

ลือสะพัด!! ‘ลิซ่า’ อาจได้รับบทนำ ในภาพยนตร์ ‘James Bond’ ที่กำลังจะมาถึงในปีหน้า 2026 กํากับโดย Christopher Nolan

(9 มี.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก

‘Lali Lloud’
ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

มีข่าวลือว่า ‘LISA’ จะเข้าแสดงใน Bond 26 ภาพยนตร์ James Bond ที่กําลังจะมาถึง ในปีหน้า 2026

จากการกล่าวอ้างบางอย่าง ‘ลิซ่า’ จะเล่นบทนําในภาพยนตร์ James bond เรื่องใหม่ของ amazon ว่ากันว่าหนังจะกํากับโดย Christopher Nolan 

ที่จริงแล้ว ลิซ่าเคยกล่าวไว้ว่า ‘เธอจะดําเนินอาชีพการแสดงต่อไป’ และ บัญชีทางการ @007 แชร์เกี่ยวกับ LISA ทำให้ข่าวลือนี้ น่าจะเป็นความจริง!! 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top