Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

‘รมต.เอกนัฏ’ ส่ง ‘ทีมสุดซอย’ เก็บหลักฐานตึก สตง. ถล่ม ชี้!! หากพบวัสดุก่อสร้างด้อยมาตรฐาน จะเอาผิดให้ถึงที่สุด

(29 มี.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีการก่อสร้างอาคารที่ถล่ม เป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญกับทุกประเด็นที่อาจเป็นสาเหตุ ทั้งเรื่องการออกแบบวิศวกรรมการก่อสร้าง หรือการใช้เหล็กด้อยคุณภาพ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงที่กระทรวงอุตสาหกรรมไม่อาจปล่อยผ่านได้

ที่ผ่านมาชุดสุดซอยได้ตรวจค้นปิดดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่ายไปแล้ว 7 ราย มูลค่าของกลางประเมินอยู่ที่ 361 ล้าน มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละเป็นพันล้าน ไม่นับอันตรายที่เกิดขึ้นจากความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

นายเอกนัฏ ระบุว่า เคสหนึ่ง ที่ตนไปปิดตั้งแต่ปีก่อน เป็นบริษัทต่างชาติ ทุนจดทะเบียนมหาศาล อิทธิพลเยอะ อายัดของกลาง เรียกผลิตภัณฑ์ตกคุณภาพคืนมาทั้งหมด และหยุดประกอบกิจการจนถึงวันนี้ ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่ให้มีการเปรียบเทียบปรับ มีตัวแทนจากสำนักงานอัยการ และสำนักงานตำรวจ มาร่วมกับทาง สมอ.

ส่วนตึก สตง. ที่ถล่ม ตนก็จะส่งทีมสุดซอยพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บหลักฐาน หากพบว่ามีการใช้เหล็กหรือวัตถุก่อสร้างด้อยคุณภาพก็จะดำเนินการจัดการให้ถึงที่สุดเหมือนอย่างที่ผ่านมาแน่นอน

‘AP Racing’ เบรกคุณภาพไฮเอนด์ จากอังกฤษ เปิดตัวแทนจำหน่าย ครั้งแรกในไทย เน้น!! มาตรฐานคุณภาพระดับโลก ส่งตรงจากสนามแข่ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อวานนี้ (28 มี.ค. 68) AP Racing เบรกคุณภาพระดับโลก อายุกว่า 100 ปี จากประเทศอังกฤษ ประกาศเปิดตัวแทนจำหน่าย AP Racing อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้การนำเข้าและจัดจำหน่ายโดย KCC Motorsport ผู้เชี่ยวชาญสินค้ามอเตอร์สปอร์ตระดับไฮเอนด์

โดย คุณ โชคสถิตย์ เบญจรัตนาภรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท เคซีซี แมชชีนเนอรี่ จำกัด กล่าวว่า “เรามีความภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเบรก AP Racing อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย หลังจากต้องผ่านด่านการคัดเลือกหลายรอบจาก AP Racing ประเทศอังกฤษ โดยเป้าหมายของเราคือต้องการให้คนชอบการอัปเกรดรถในประเทศไทยได้สัมผัสถึงเทคโนโลยีเบรกระดับสูงจากสนามแข่ง ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดในการใช้ยานยนต์ ภายใต้การดูแลจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่พร้อมให้การบริการและคำแนะนำจากวิศวกรทั้งไทยและโรงงานที่ประเทศอังกฤษเพื่อเลือกคาลิเปอร์และจานเบรกให้เหมาะสมกับรถ รวมถึงการติดตั้งที่ถูกต้องได้มาตรฐาน มีอะไหล่ซัพพอร์ต เพราะทุกวินาทีของความเร็วคือประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด”

ทางด้าน Mr.James Coyne, Key Account Manager AP Racing จากประเทศอังกฤษ กล่าวว่า “ผมมีความยินดีที่ได้ทาง KCC Motorsport มาเป็น Authorized Dealer ในประเทศไทย จากที่เราได้คัดเลือกจากหลายบริษัทที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เราเห็นถึงศักยภาพในการจัดจำหน่ายและการดูแลลูกค้าของ KCC Motorsport ที่ตั้งใจจะมอบสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่านอกจากที่ลูกค้าจะได้ใช้เบรกมาตรฐานคุณภาพระดับโลกจากสนามแข่งแล้ว ยังเชื่อมั่นได้ว่าจะได้รับการบริการที่ดีจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการคัดเลือกจาก AP Racing อีกด้วย”

สำหรับ เบรก AP Racing เป็นเบรกมาตรฐานสูงระดับไฮเอนด์จากประเทศอังกฤษ ที่มุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับรถยนต์ ทั้งในระดับผู้ใช้ทั่วไปและในรายการแข่งระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น รายการแข่งฟอร์มูล่าวัน, NASCAR, Super GT, World Touring และ World Rally ล้วนให้ความไว้วางใจระบบเบรกและคลัชจาก AP Racing ซึ่งในปี 2025 รายการแข่งฟอร์มูล่า1 ฤดูกาลแรกที่จะจัดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลียในเดือนมีนาคมนี้ AP Racing ได้เป็นผู้ผลิตระบบเบรกและคลัชให้กับรถแข่งถึง 8 ใน 10 ทีม

เบรก AP Racing เป็นเบรกมาตรฐานสูงระดับไฮเอนด์จากประเทศอังกฤษ ที่มุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับรถยนต์ ทั้งในระดับผู้ใช้ทั่วไปและในรายการแข่งระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น รายการแข่งฟอร์มูล่าวัน, NASCAR, Super GT, World Touring และ World Rally ล้วนให้ความไว้วางใจระบบเบรกและคลัชจาก AP Racing ซึ่งในปี 2025 รายการแข่งฟอร์มูล่า1 ฤดูกาลแรกที่จะจัดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลียในเดือนมีนาคมนี้ AP Racing ได้เป็นผู้ผลิตระบบเบรกและคลัชให้กับรถแข่งถึง 8 ใน 10 ทีม

ด้วยการออกแบบที่ทันสมัยและเทคโนโลยีที่ผ่านการทดสอบจากสนามแข่งจริง AP Racing ได้นำเบรกจากสนามแข่งมาสู่การขับขี่บนท้องถนน เช่น Pro 5000R, Radical-ll ในปี 2025 นี้ AP Racing เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากมายเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ รุ่น Forged 10 คาลิเปอร์เบรกขนาด 10 Pistons ซึ่งตอบโจทย์รถกลุ่ม Sport Car และ Super Car โดยเฉพาะ

นอกจากนี้สำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูง AP Racing ถือเป็นแบรนด์แรกที่ได้ผลิตเบรกระดับไฮเอนด์ที่เพื่อการUpgradeรถ ออกแบบเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ในรุ่น AP Racing MONO-E และ Radical-E ที่สามารถหยุดรถได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เงียบและหนักแน่น พร้อมทั้งยืดระยะทางการวิ่งของรถไฟฟ้าให้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ ในกลุ่มรถกระบะ และรถเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ AP Racing ได้ออกรุ่น Radical X ที่มาพร้อมคาลิเปอร์ขนาด 6 POTS ซึ่งสามารถรองรับน้ำหนักรถที่มากได้ เหมาะสำหรับรถที่ใช้งานหนัก สไตล์แอดเวนเจอร์ โดยมีเทคโนโลยี Forged Steel นอกจากนี้ AP Racing ยังเปิดตัวคาลิเปอร์สีใหม่ คือ คาลิเปอร์สีใหม่ คือ สีขาว และ สีเหลือง 

ปิดท้ายในส่วนของราคาจำหน่ายของชุดระบบเบรก AP Racing มีตั้งแต่ระดับราคา 100,000 บาท ไปจนถึง 1,200,000 บาท ตามประเภทของรถที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของรถเพอร์ฟอร์แมนซ์ รถอีวี รถยนต์คลาสสิกฯลฯ....

ชื่นชม!! ‘หมอเต้ย’ ผ่าตัดคนไข้กลางแจ้งหลังเกิดแผ่นดินไหว ผ่าตัดเสร็จภายใน 10 นาที รักษาชีวิตคนไข้ได้ปลอดภัย

เมื่อวานนี้ (28 มี.ค. 68) จากกรณี ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Tony Lim ได้มีการแชร์ภาพบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ กำลังผ่าตัดคนไข้กลางแจ้ง หลังเกิดสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินแผ่นดินไหว จนมีกระแสทางโซเชียล แห่ชื่นชมว่าเหมือนเป็นหมอฮีโร่ สุดเท่ และให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

โดย พ.ต.ท.วรัญญู จิรามริทธิ์ แพทย์ศัลยกรรมโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์มือถือว่า คนไข้ต้องมีการผ่าตัดเปิดทวารเทียมทางหน้าท้อง ซึ่งก็มีการผ่าตัดตามกระบวนการ จากนั้นก็ทำการเย็บทวารเทียม แต่ระหว่างที่กำลังผ่าตัดปิดช่องท้องนั้น ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวพอดี ตนและทีมแพทย์ จึงตัดสินใจแพคคนไข้ออกมาจากห้องผ่าตัด ออกมาในจุดที่ปลอดภัยก่อน

จากนั้นก็ประเมินสถานการณ์แล้วว่า คนไข้จำเป็นต้องเร่งผ่าตัดเพื่อปิดช่องหน้าท้องโดยด่วน เพราะถ้าไม่เร่งผ่าตัดปิดหน้าท้อง ก็อาจจะเกิดภาวะลำไส้เคลื่อน แล้วกังวลใจว่าจะมีลำไส้บางส่วนโผล่ออกมาจากช่องท้องแล้วโดนอากาศข้างนอกได้ จึงต้องมีการทำการผ่าตัดบริเวณข้างนอกห้อง และใช้เวลาในการผ่าตัดเพียง 10 นาทีเท่านั้น อีกทั้งขั้นตอนนี้เป็นการเย็บหน้าท้องในขั้นตอนสุดท้าย

ซึ่งก็คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะมีการสวมถุงมือ และใช้อุปกรณ์ที่สะอาดปลอดเชื้อโรค คล้ายกับการทำแพทย์สนาม ส่วนอาการของคนไข้ตอนนี้ปลอดภัยดีแล้ว กำลังแอดมิตอยู่ที่ห้องพักของโรงพยาบาล

ส่วนตัวไม่ทราบเลยว่ามีการนำภาพไปแชร์ลงในโซเชียลและมีคนชื่นชมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตนเองก็เพิ่งเสร็จจากภารกิจการรักษาคนไข้ และเขียนรายงานการรักษาคนไข้ให้กับทางโรงพยาบาล ซึ่งตนเองก็ทำตามหน้าที่ของแพทย์คนหนึ่งที่ต้องช่วยชีวิตคนไข้อย่างดีที่สุด

สวนนงนุชพัทยา จัดของขวัญฉลองปีใหม่ไทยเที่ยวฟรีตลอดเดือนเมษายน และเข้าฟรีทุกวันตลอดชีวิต

(29 มี.ค.68) นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา แจ้งข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าสวนนงนุชฟรีได้ทุกวันตลอดชีวิตกี่ครั้งก็ได้ เฉพาะผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปเริ่มตั้งแต่ เดือนเมษายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อเป็นของขวัญให้พี่น้องคนไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สู้อายุ และทางสวนนงนุชพัทยาจึงอยากเปิด โอกาสให้ทุกท่านได้ท่องเที่ยวในสถานที่ระดับโลกฟรี และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการในเรื่องการจับจ่ายใช้สอยระหว่างเดินทาง 

สำหรับผู้ที่มีวันเกิดเดือนเมษายน รับบัตรผ่านประตูเข้าฟรี ตลอดทั้งเดือน เพียงแสดงบัตรประชาชนแล้วรับสิทธิได้เลยไม่จำกัดจำนวน  ส่วนโปรโมชั่นอื่นเด็กที่มีความสูงไม่เกิน140 ซม.(ที่มากับครอบครัว) และผู้พิการเข้าฟรีทุกวัน ผู้สูงอายุ (มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป)เข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์ ท่านที่สนใจชมการแสดงนงนุชโชว์ และการแสดงของน้องช้างแสนรู้ มีการแสดงวันละ 4 รอบ ณ โรงละครสกาลานงนุชพัทยา 

ภายในสวนนงนุชพัทยา มีสวนสวยมากกว่า 60 สวนบนพื้นที่ 1,700 ไร่ เป็นสวนที่รวบรวมความเป็นระดับโลกไว้มากมาย เช่น เป็นสวนพฤศาสตร์ที่มีการรวบรวมพันธุ์ไม้ไว้มากกว่า18,000 ชนิดและมีอยู่หลายชนิดที่มีมากที่สุดในโลก,เป็นสวนที่ติดหนึ่งในสิบสวนที่สวยที่สุดในโลก, มีไดโนเสาร์ขนาดเท่าตัวจริงมากกว่า 1,700 ตัว  มีการปรับปรุงตลอดเวลาเพื่อแสดงพันธุ์ไม้ใหม่ นับได้ว่ามาเที่ยวที่เดียวจบครบถ้วนโดยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 น.- 18.00น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.nongnoochpattaya.com

ตำรวจไซเบอร์บุกจับครูโรงเรียนอนุบาลลักลอบจำหน่ายท่อเก็บเสียงอาวุธปืน ผ่าน Shopee

(29 มี.ค.68) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เปิดเผยว่า พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.3 , พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี ผกก.1 บก.สอท.3 นำกำลังจับกุมครูโรงเรียนอนุบาลลักลอบจำหน่ายท่อเก็บเสียงอาวุธปืนผ่าน Shopee 

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.3 นำโดย พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี ผกก.1 บก.สอท.3  สืบทราบว่ามีบัญชีพบว่ามีผู้ใช้แอพพลิเคชั่น Shopee ชื่อ “Goodluck Airrow” ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวน 1.5 พันคน และมีการลงข้อมูลภาพนิ่งในการขายสินค้าประเภทอุปกรณ์ท่อเก็บเสียง (SILENCER) และอื่นๆ โดยในร้านค้าในแอปพลิเคชันดังกล่าวจะไม่ใช้ชื่อว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กับอาวุธปืนโดยตรง ชุดสืบสวนจึงได้ทดลองสั่งท่อเก็บเสียงอาวุธปืนโดยในแอปพลิเคชันใช้ชื่อสินค้า กรองน้ำมัน 35 มม.เกลียวข้อต่อ ผลปรากฎว่าร้านดังกล่าวมีการจัดส่งสินค้าท่อเก็บเสียงอาวุธปืนจริง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ส่งพัสดุตรวจสอบกับกองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองควบคุมยุทธภัณฑ์ กรมการอุตสาหกรรมทหาร กระทรวงกลาโหม ผลตรวจยันยืนยันว่าสินค้าดังกล่าวเป็นยุทธภัณฑ์ และไม่เคยได้รับใบอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ให้มีซึ่งยุทธภัณฑ์ท่อลดเสียงไว้ในครอบครองแต่อย่างใด

จากการสืบสวนพบว่า ร้าน GoodluckAirrow ได้จัดส่งพัสดุชิ้นดังกล่าวมาจากบริษัทขนส่งแห่งในจังหวัดกำแพงเพชร จัดส่งโดย นายสุรสิทธิ์ฯ อายุ 43 ปี เป็นครูโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ และยังพบว่านายสุรสิทธิ์ฯ มีช่อง YOUTUBE มีการลงคลิปวีดีโอเป็นคลิปการเรียนการสอน และเป็นการทดสอบยิงปืนอัดลมโดยใช้ท่อเก็บเสียง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับท่อเก็บเสียงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสั่งซื้อ ชุดสืบสวนจึงได้เดินทางไปตรวจสอบในพื้นที่ที่เชื่อว่าเป้าหมายพักอาศัยอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ โดยได้เข้าไปสังเกตการบริเวณโรงเรียนดังกล่าว พบรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นรถของนายสุรสิทธิ์ฯ จอดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามชายต้องสงสัยไปยังที่พักอาศัย ลักษณะที่พักอาศัยเป็นบ้านพักข้าราชการ พบรถผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คัน และเฝ้าสังเกตการณ์จนพบพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่าเป็นอันตรายต่อผู้อื่น คือการนำอุปกรณ์ลักษณะคล้ายอาวุธปืนขึ้นมาประทับเล็งบริเวณระเบียงหลังห้องพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับนายสุรสิทธิ์ฯ ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับ ศาลอาญาที่ 2114/2568 ลง 27 มีนาคม 2568 ได้ขอหมายค้น จำนวน 2 แห่งเพื่อพบนายสุรสิทธิ์ฯ และตรวจยึดสิ่งของที่เชื่อว่าใช้ในการกระทำความผิด

ต่อมา เช้าวันที่ 28 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้น อาคารที่พัก (แฟลต) ครู ที่จังหวัดนครสรรค์ พบนายสุรสิทธิ์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับ และได้ตรวจยึดของกลางจำนวน 13 รายการ ดังนี้
1.อาวุธปืนยาวขนาด .22 ยี่ห้อ cz ไม่มีทะเบียน พร้อมเครื่องบังคับเสียงจำนวน1 กระบอก
2 เครื่องกระสุนปืนขนาด . 22 สองกล่องจำนวน 100 นัด
3. เครื่องกระสุนปืนขนาด . 22 จำนวน 5 นัดอยู่ในแม๊กกาซีน
4 อาวุธปืนอัดลมจำนวน 5 กระบอก
5 เครื่องกระสุนปืนอัดลมจำนวน 20 ตลับ ตลับละ 500 นัด รวม รวม10000 นัด
6 เครื่องปั๊มลูกปืนอัดลมจำนวน 1 เครื่อง
7. เครื่องกลึงเหล็ก ขนาดเล็กจำนวน 1 เครื่อง รุ่น RX-210E
8. ไอแพด 1 เครื่อง
9. โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
10. โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง
11. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 เล่ม ใช้ผูกกับ shoppee
12. แท่งอลูมิเนียม 
13 ปืน BB gun จำนวน  2 กระบอก

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้เปิดร้านใน shoppee มาประมาณ 6 เดือน เริ่มเปิดร้านใน shoppee เมื่อ 12 ตุลาคม 2567 ขายไป 2449 ครั้ง ตำรวจไซเบอร์ กก.1 บก.สอท.3 ชุดจับกุมได้ควบุมตัว นายสุรสิทธิ์ฯ พร้อมสิ่งของตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการกำชับตำรวจทุกหน่วยทำงานอย่างเต็มที่ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว เพิ่มกำลังสายตรวจดูแลสวนสาธารณะที่เปิดรองรับประชาชน

เมื่อวานนี้ (28 มี.ค.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุอาคารก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) ทรุดตัวถล่ม บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 ตรงข้ามศูนย์การค้าเจเจมอลล์ แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหวนั้น เมื่อเวลา 17.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมี พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร , พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 , พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ร่วมตรวจสอบ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลสำรวจจุดเกิดเหตุทั้งหมด พร้อมกำหนดแผนปฏิบัติ มอบหมายผู้รับผิดชอบในการบริหารการจัดการในทุกมิติ และกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติให้เป็นไปตามแผน ขั้นตอนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งวางแผนบริหารจัดการและอำนวยการจราจรในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง ประชาสัมพันธ์เส้นทางการจราจรทางช่องทางต่าง ๆ ทุกช่องทางเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ประสานงานและอำนวยความสะดวกนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ให้โรงพยาบาลตำรวจจัดกำลังช่วยเหลือโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือดูแลเหลือผู้ป่วย และให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ จัดเตรียมชุดปฏิบัติการพร้อมปฎิบัติอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า กองบัญชาการตำรวจนครบาล  เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และสนับสนุนข้อมูลในการสอบสวนอย่างถูกต้อง กำหนดแผนการสอบสวน การชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ การตรวจพิสูจน์ทางนิติเวช การตรวจอัตลักษณ์บุคคล พร้อมนำสุนัขตำรวจมาช่วยในการค้นหาผู้รอดชีวิตและสนับสนุนการปฏิบัติเมื่อได้รับการร้องขอทันที และให้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำที่กองอำนวยการร่วมของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประสานงานและการรับข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำให้ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญ ขอให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่และสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ และสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กำหนดแผนปฏิบัติและบูรณาการปฏิบัติในการจัดกำลังสายตรวจเพิ่มความเข้มในการดูแลความเรียบร้อย ความเป็นอยู่ และปลอดภัย บริเวณสวนสาธารณะที่กรุงเทพมหานครเปิดรองรับประชาชนที่ประสบภัย ตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ สวนเบญจสิริ, สวนเบญจกิติ, สวนลุมพินี สวนจตุจักร และศูนย์กีฬาทุ่งครุ โดยประสานงานกับเขต กรุงเทพมหานคร ในการจัดไฟส่องสว่าง การอำนวยความสะดวกต่าง ๆ การบริการที่พี่น้องประชาชนที่ไปหลบภัย หรือยังหวั่นวิตกแล้วไม่กลับเข้าอาคาร คอนโด บ้านพัก เพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมซ้ำซ้อน อันเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งด่วนตำรวจทุกพื้นที่ออกตรวจตรา ช่วยเหลือ อพยพประชาชนหรือผู้ประสบภัยไปพื้นที่ปลอดภัย กรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวรับรู้ได้ทั่วประเทศ

(28 มี.ค.68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการด่วนตำรวจทุกพื้นที่ ให้ดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หลังจากเวลาประมาณ 13.30 น. เกิดแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน สามารถรับความรู้สึกสั่นไหวบริเวณกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยในกรุงเทพมหานคร เกิดเหตุอาคารทรุด มีผู้ประสบภัยจำนวนมาก

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ออกตรวจตรา และให้ความช่วยเหลือ อพยพประชาชนออกนอกอาคารหรือตึกสูงไปยังพื้นที่ปลอดภัย กรณีที่พื้นที่ใดมีผลกระทบหรือมีเหตุตึกอาคารทรุดหรือไม่ปลอดภัย ให้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและนำไปยังพื้นที่พยาบาลหรือพื้นที่ปลอดภัย พร้อมจัดเตรียมบริหารจัดการเหตุในพื้นที่ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อนำส่งการสนับสนุนด้านต่าง ๆ เน้นการติดต่อสื่อสารสั่งการในพื้นที่ พร้อมสั่งการให้โรงพยาบาลตำรวจจัดบุคลากรทางการแพทย์เตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะต้องให้การสนับสนุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

สงขลา-ประธานวุฒิสภา และกลุ่ม สว.สงขลา นำทีมพบประชาชนและองค์กรทุกภาคส่วน เปิดเวทีรับฟังปัญหา และความเดือดร้อน เพื่อนำไปแก้ไข และผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ

เมื่อวานนี้ (27 มี.ค. 68) คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) นำโดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา ประกอบด้วย นายกมล รอดคล้าย ประธานกรรมการ , นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล รองประธานกรรมการ คนที่สาม , นายยะโก๊ป หีมละ , นายโสภณ มะโนมะยา และ นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ กรรมการ เดินทางลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อรับฟังทุกเสียงของพี่น้องประชาชน และองค์กรทุกภาคส่วนใน จ.สงขลา ในการสะท้อนปัญหาสู่การแก้ไขผ่านกลไกวุฒิสภา ระหว่างวันที่ 27-28 มี.ค. และมีการลงพื้นที่ทั้งใน อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา จ.สงขลา

ซึ่งโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) กิจกรรมแรกจัดขึ้นที่ห้องประชุม Blue Ocean อาคารบริหารธุรกิจ (HBS) มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเป็นการเปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนและความคิดเห็นจากปัญหาที่เกิดขึ้นใน จ.สงขลา ทั้งจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาคธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยวเที่ยว และเอกชน เช่น หอการค้าจังหวัดสงขลา สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และประชาชนจากหลากหลายกลุ่มอาชีพ รวมกว่า 100 คน โดยทาง นายวิทยา จันทร์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

โดยช่วงแรกทาง นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งบทบาทหน้าที่ต่างๆ และยังกล่าวว่า การรับฟังเสียงของประชาชนก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในการนำมาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไขในประเด็นที่ขัดข้อง และช่วยผลักดัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและประเทศชาติในส่วนที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะสามารถทำได้

จากนั้นทางสมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา ทั้ง 5 ท่าน ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุภภาคส่วน ซึ่งกลุ่มแรกที่ออกมาสะท้อนปัญหาคือ กลุ่มของธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมใน อ.หาดใหญ่ ทั้งจาก นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา และกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ใน จ.สงขลา ที่ได้เสนอขอให้มีการทบทวนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับล่าสุด

เนื่องจากมองว่า ประเทศเพิ่งผ่านพ้นจากช่วงโควิด 19 มาได้ไม่นาน อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวก็กำลังอยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรูปแบบใหม่นั้น จะสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการมากขึ้นไปอีก แทนที่จะเก็บในลักษณะของการประเมินจากรายได้แบบของกรมสรรพากร เช่น โรงแรมไหนมีลูกค้ามาก ก็สามารถจ่ายภาษีได้มาก แต่กลับกันการเก็บภาษีรูปแบบใหม่ที่ต้องเสียเท่ากันหมด หากโรงแรมในขนาดเดียวกัน ทำเลเดียวกัน โรงแรมที่มีลูกค้าน้อย และมีรายได้น้อย ก็จะต้องแบกรับภาระในการจ่ายภาษีที่หนักกว่า และจะโยงไปถึงการครอบครองที่ดินของบุคคลต่างๆด้วย ซึ่งหากเป็นที่ดินว่างเปล่า ก็จะพยายามหาอะไรมาปลูก มาทำ ไม่ให้เข้าข่ายการเป็นที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เป็นแค่ทำบังหน้าเลี่ยงข้อกฎหมาย อีกทั้งชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ได้มีทุนทรัพย์มากมาย หรือได้ที่ดินสิ่งปลูกสร้างมาจากมรดกตกทอด ก็จะต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูงขึ้นไปอีก และเสี่ยงที่จะต้องขายที่ดินให้กับคนอื่นหรือนายทุน หากไม่สามารถจ่ายภาษีได้ไหว ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของการจัดเก็บภาษีใหม่ทั้งในแง่ของการต้องการที่จะอนุรักษ์ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งต้องการลดการครอบครองที่ดินของนายทุน

นอกจากนี้ทางกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมใน อ.หาดใหญ่ ยังได้เสนอให้มีการจัดระเบียบของโรงแรมที่และพักต่างๆ ทั้งหมด เนื่องจากตอนนี้มีทั้งที่อยู่ในระบบ และนอกระบบ โดยต้องการในพวกโรงแรมที่พักที่อยู่นอกระบบ ทั้งในรูปแบบของการเข้ามาเช่า และทำประโยชน์ของชาวต่างชาติ และบางส่วนที่ทำในลักษณะเป็นบ้านหรือที่พัก แล้วเปิดให้เข้าไปใช้บริการ เช่น พูลวิลล่า ก็ต้องตรวจสอบ และนำข้าระบบ เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ประกอบธุรกิจเดียวกัน และการจัดเก็บภาษี

โดยนอกจากเรื่องธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หลักของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้ว ยังมีตัวแทนในการนำเสนอที่จะให้ทางรัฐบาลผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งเป็นโครงการมูลค่ากว่า 1 แสนล้าน บนเนื้อที่กว่า 11,800 ไร่ ใน 4 ตำบล ของ อ.จะนะ และ อ.เทพา ซึ่งมีความพยามที่จะผลักดันให้เป็นอุตสาหกรรมที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศและคนในพื้นที่ และพื้นที่ดังกล่าวยังเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความพยามยามในทำโครงการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคมาตั้งแต่ปี 2532 แล้วด้วย แต่ยังไม่สำเร็จ พร้อมกันนี้ได้มีการยื่นหนังสือให้ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกลักดันเรื่องนี้ด้วย โดยมอบผ่านทาง นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา

ขณะที่ทางภาคเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ 4 อำเภอคาบสมุทรสทิงพระ คือ อ.สิงหนคร อ.สทิงพระ อ.กระแสสินธุ์ และ อ.ระโนด ได้เสนอแนะให้มีการพลิกโฉมการเกษตร โดยมองว่า หากปลูกพืชแล้วขายผลผลิตแบบเดิมเหมือนในอดีต อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรลองปรับเปลี่ยนวิธีคิด หารูปแบบวิธีการใหม่ๆ แปรรูปผลผลิต หรือหาช่องทางส่งออกที่มากขึ้น เพื่อให้มีรายได้ และมีความมั่นคงขึ้นมากกว่านี้

ซึ่งทางกลุ่ม สว.สงขลา ได้รับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะต่างๆจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ และจะมีการนำเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยกันแก้ไข และผลักดันให้การการพัฒนาที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ทั้งหลังเสร็จสิ้นการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทางคณะฯ ยังได้เดินทางไปยังด่านศุลการกรสะเดา และด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งมีพรมแดนติดต่อกับประเทศมาเลเซีย เพื่อศึกษาการดำเนินงานของด่านศุลกากร รวมทั้งโครงการสำคัญของรัฐ และในวันพรุ่งนี้ (28 มี.ค.) ทางคณะฯ ยังมีกำหนดการพบปะกับกลุ่มผู้ประกอบการที่ห้องประชุมหอการค้าจังหวัดสงขลา และพบปะกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในย่านตลาดกิมหยง เมืองหาดใหญ่ เพื่อติดตามสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย
 

สื่อดังเผยญี่ปุ่นเตรียมร่วงจาก 10 อันดับแรก GDP โลก ต่ำกว่า เกาหลีใต้ และรัสเซีย รายได้ต่อหัวลดลงเป็นประเทศรายได้กลางใน 50 ปี

(28 มี.ค. 68) สื่อเศรษฐกิจชื่อดังของญี่ปุ่น Nikkei ได้เผยรายงานจาก ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ เมื่อวานนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ไม่สดใสของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในอนาคต โดยคาดการณ์ว่า ในอีก 50 ปีข้างหน้า รายได้ต่อหัวของคนญี่ปุ่นจะร่วงลงอย่างรวดเร็วจนทำให้ประเทศตกไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่มี รายได้ปานกลาง

รายงานระบุอีกว่า GDP รวมของประเทศญี่ปุ่น จะลดลงอย่างรวดเร็วและ หลุดจาก 10 อันดับแรกของโลก ในอีก 50 ปีข้างหน้า คาดว่า GDP ที่แท้จริงโดยรวมของญี่ปุ่น จะลดลงจากอันดับที่ 4 ในปี 2024 (3.5 ล้านล้านดอลลาร์) ไปอยู่อันดับที่ 11 ในปี 2075 (4.4 ล้านล้านดอลลาร์) แม้ว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ แต่คาดว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยในช่วงปี 2071–2075 จะอยู่ที่เพียง 0.3% เท่านั้น

และจะตกจาก อันดับที่ 29 ปัจจุบัน ไปยัง อันดับที่ 45 หมายความว่าญี่ปุ่นจะตกต่ำกว่า เกาหลีใต้และรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งของประเทศอย่างรุนแรง

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจได้ชี้ให้เห็นว่า การขาดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นไม่สามารถตามทันประเทศอื่นๆ ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจขาดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

นอกจากนี้ การลดลงของประชากร โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่มีอายุสูงขึ้นและขาดแรงงานรุ่นใหม่ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นจะต้องเผชิญกับปัญหาของการขาดแคลนแรงงานและความยากลำบากในการรักษาฐานการผลิตในประเทศ

ผลการวิจัยนี้เตือนให้ญี่ปุ่นต้องเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยการไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยี AI และการลดลงของประชากร อาจนำไปสู่การลดลงของการผลิตและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเสียสมดุลในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สิ่งที่น่ากังวลคือ ความสามารถในการแข่งขันของญี่ปุ่นในระดับโลก ที่จะลดลงตามลำดับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนจากต่างชาติ การจ้างงาน และการสร้างความมั่งคั่งในประเทศในระยะยาว

แม้จะมีการทำนายสถานการณ์เศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วง แต่รายงานยังระบุว่า ญี่ปุ่นยังคงมีโอกาสในการปรับตัว โดยการลงทุนในนวัตกรรม AI และการพัฒนานโยบายการขยายฐานแรงงาน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตและการจัดการทรัพยากรของประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากญี่ปุ่นไม่สามารถปรับตัวได้ทันเวลา อาจทำให้ประเทศเผชิญกับการถดถอยทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวที่ยากจะกลับตัวได้

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 เยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ที่ถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนขณะตั้งด่านตรวจ และตำรวจ สภ.พรหมบุรี ที่เกิดอาการอ่อนแรงและวูบหมดสติหลังถูกผู้ไลฟ์เฟซบุ๊กกดดัน

เมื่อวานนี้ (27 มี.ค.68) เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย คุณณัฐวดี เอี่ยมวงศ์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 และคณะ เดินทางไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเยี่ยม สร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1  ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยได้มอบกระเช้าดอกไม้และเงินช่วยเหลือให้แก่ข้าราชการตำรวจ จำนวน 2 นาย พร้อมให้กำลังใจ ขอบคุณในการปฏิบัติหน้าที่ และขอให้อาการดีขึ้นโดยเร็ว

1. ด.ต.ทวีศักดิ์ ศรีเมือง ผบ.หมู่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ภ.จว.ปทุมธานี 
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดสกัดชั่วคราวบริเวณถนนกลางซอยรังสิต-นครนายก 30 จ.ปทุมธานี ได้มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามายังจุดสกัดด้วยความเร็ว และพุ่งชน ด.ต.ทวีศักดิ์ ศรีเมือง บริเวณจุดสกัดดังกล่าว ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา (กระดูกเข่าขวาแตก) และมีแผลที่ฝ่ามือขวา จึงได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ล่าสุดอาการโดยทั่วไปดีขึ้น อยู่ระหว่างรอผ่าตัดกระดูกเข่าขวา

2. ด.ต.ศุภมิตร พวงประเสริฐ ผบ.หมู่ (จร.) สภ.พรหมบุรี ภ.จว.สิงห์บุรี
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งกล้องจับความเร็วบริเวณถนนสายเอเชีย ต.บางน้ำเชี่ยว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เกิดอาการเกร็ง แขนขาอ่อนแรง และวูบหมดสติ ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอาการโดยทั่วไปดีขึ้น ขณะนี้ทำกายภาพอย่างต่อเนื่องและสามารถพูดโต้ตอบสื่อสารได้

ทั้งนี้ การเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ เป็นหนึ่งในนโยบายที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และทางด้านสมาคมแม่บ้านตำรวจ คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้มีนโยบายในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวตำรวจ โดยได้จัดทำโครงการหลายโครงการที่มุ่งเน้นช่วยเหลือข้าราชการตำรวจและครอบครัว เช่น โครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ที่จะดูแลช่วยเหลือ บำรุงขวัญกำลังใจข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ โดยมอบหมายให้ผู้แทนสมาคมแม่บ้านตำรวจลงพื้นที่เยี่ยมบำรุงขวัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังใจและแสดงความขอบคุณที่ข้าราชการตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พี่น้องประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top