Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

'พรรคกล้า-ชุมพร' ทวงเงินเยียวยาพระสงฆ์ 60 บาทต่อวัน-ส่วนลดค่าน้ำ ค่าไฟ ช่วยวัดสู้วิกฤตโควิด-19

พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ ผู้เสนอตัวสมัครรับเลือกตั้ง จ.ชุมพร พรรคกล้า กล่าวระหว่างลงพื้นที่ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโควิค-19 ที่วัดดอนทรายแก้ว ต.นาทุ่ง ว่า ได้สนทนาธรรมกับพระมหาศิลป์ชัย ชยโชติ ป.ธ.๙ ถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อวัด เช่นกัน งดบิณฑบาตในบางวันที่มีข่าวการแพร่ระบาดในเมือง ทำให้ขาดแคลนอาหาร ซึ่งทางกรมการศาสนาเคยจะให้เงินเยียวยา 60 บาทต่อวัน ต่อพระ 1 รูป แต่ขณะนี้ทางวัดยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว ซึ่งทางพระมหาศิลป์ชัย ระบุว่าไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร ซึ่งทางพรรคกล้าจะช่วยติดตามเรื่องต่อให้กับทางวัดอีกที

"ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ วัดขนาดใหญ่ยังพอดูแลตัวเองได้ ต่างกับวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีเงินบริจาคน้อย ยิ่งพบเจอกับวิกฤต ก็ยิ่งลำบากไปใหญ่ ญาติโยมมาทำบุญที่ก็วัดน้อยลง หายไป ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ วัดขาดรายได้ ไม่มีเงินในการบริหารรายจ่ายในวัด ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุง ต่าง ๆ ที่ทางวัดยังคงจ่ายราคาปกติ" พ.ต.อ.ทศพล กล่าว

พ.ต.อ.ทศพล กล่าวด้วยว่า วัดเป็นศาสนาสถานซึ่งไม่ได้หวังผลกำไร ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทางการไฟฟ้า หรือการประปา มีมาตรการให้ส่วนลด ค่าน้ำ ค่าไฟ ในช่วงที่เกิดปัญหาวิกฤตเช่นนี้กับทางวัด หรือศาสนสถานอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลต้องมีมาตรการเร่งด่วนเรื่องนี้

‘ชูวิทย์’ สวนกลับ ‘ธนกร’ เปรียบเช่น เด็กชงกาแฟให้นาย เอาไว้เรียกใช้ซื้อข้าวมันไก่ เก่งแต่ปาก เลียแข้งเลียขานายไปวัน ๆ แล้วหวังเติบโตทางการเมือง ส่วนตน ขอเป็น ‘โจรโรบินฮู้ด ปล้นคนโง่ เสริมปัญญาคนเดินดิน’ 

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ ระบุว่า

โจรโรบินฮู้ด ปล้นคนโง่ เสริมปัญญาคนเดินดิน
-
‘ธนกร’ อัด ‘ชูวิทย์’ เก่งแต่ปาก แนะ ทำตัวเป็นองคุลีมาล อย่าเป็นโจรป่า
https://www.thairath.co.th/news/politic/2087675
-
ขอขอบคุณที่ชมผมว่าเป็น ‘โจรป่า’ แต่อยากให้ทำตัวเหมือน ‘องคุลีมาล’ 

จากเด็กเมื่อวานซืนอย่าง นายธนกร วังบุญคงชนะ ตำแหน่งแค่เลขาหน้าห้องรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ

หากชาวบ้านไม่ทราบ ว่าตำแหน่งนี้ทำหน้าที่อะไร ก็เสมือนเด็กชงกาแฟให้นาย เอาไว้เรียกใช้ซื้อข้าวมันไก่ อะไรทำนองนั้น

แล้วได้แต่รอ ‘หวังบุญหล่นทับตีนบวมในอนาคต’

ผมทำงานมามาก เห็นคนมาหลากหลาย ไม่ว่าในโรงนวด ในโรงเหล้า ในเลานจ์ ในคุก หรือแม้แต่การเมืองในสภา

เด็กพวกนี้อยากเกิดอยากโตทางการเมืองอย่างนายธนกรกันทั้งนั้น คงไม่มีใครอยากเป็นเด็กซื้อโอเลี้ยงยันแก่ 

จึงต้องคอยปกป้องนายให้ได้เห็นหัว อย่างนายสามารถที่เป็นถึงผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ดันเรียนหนังสือเองไม่เป็น ให้คนอื่นไปเรียนไปสอบแทน

พวกนี้มีกิเลสการเมืองบังตา อยากเกิดแต่ไม่รู้จะเอาอะไรเกิด ยกเว้นตอบโต้ไปตามเรื่องตามราวให้นายเห็นว่ามีบทบาท แท้จริงยังหาตัวตนไม่เจอ นับประสาอะไรจะไปช่วยชาวบ้านได้ 

สิ่งที่ผมพูดวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เป็นเรื่องที่คนไทยเห็นด้วยกับผม ไม่ว่าวัคซีนที่มาช้า ไม่วางแผนล่วงหน้า รวบอำนาจทุกอย่างไว้กับตัวเอง แถลงสเปะสปะ ทำงานเชื่องช้าไม่ทันโลก ทั้ง ๆ ที่โควิดไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่ระบาดมาเป็นปี 

ชาวบ้านทุกคนจะมารอเศษเงินจากสารพัดโครงการของรัฐบาลแบบนี้ มันไม่ใช่ ต้องมุ่งเน้นเรื่องวัคซีน และใช่ครับ รัฐบาลได้พยายามแก้ไขสถานการณ์ แต่ถามจริง ๆ มันไม่ช้าไปหรือไงท่าน?

คนเขาพูดปากเปียกปากแฉะกันมาตั้งนาน เพิ่งจะมาขึงขังเอาตอนวายป่วงไปทั่วประเทศ

หากท่านทันโลก ป่านนี้ประชาชนคนไทยคงได้ยิ้มแย้มแจ่มใส การค้าการขายครึกครื้น

มันเป็นความผิดผมที่ไปกระทุ้งรัฐบาลทุกเช้าเย็นหรือ?

สงสัยผมต้องคอยเอาใจนายกฯ ว่าท่านทำถูกแล้วคร้าบ เหมือนเด็กฟันน้ำนมการเมืองยังไม่ขึ้นอย่างนายธนกร อย่างนั้นหรือ? 

นี่ผมว่ากำลังจะเงียบ เพราะท่านนายกฯ เพิ่งปรับกระบวนทัศน์ยุทธศาสตร์เรื่องโควิดมาถูกทาง แม้จะช้าไป 

แต่ดันมาร่ำร้องไม่ดูฤกษ์ดูยาม ต้องให้นายเรียกไปด่าว่า อยากดังผิดเวลา 

สงสัยคงต้องพูดต่อ เช้า สาย บ่าย เย็น เพราะเรื่องวัคซีนเป็นเรื่องของชาติ ไม่ใช่เอามาใช้โจมตีกันทางการเมือง 

และที่เปรียบชูวิทย์ว่าเป็น ‘โจรป่า’ ผมยอมเป็น ‘โจรโรบินฮู้ด’ ปล้นคนโง่ที่อยากเสวยอำนาจนาน ๆ เอามาเสริมสมองให้ชาวบ้านเขารู้ทัน

ไม่ใช่เก่งแต่ปาก เลียแข้งเลียขานาย แล้วหวังเติบโตทางการเมือง

ลีลานี้ควรเลิกได้แล้วครับ คนเขารู้ทันหมดแล้ว

‘สุริยะ’ สั่ง กนอ.ป้องกันโควิดระบาดในนิคมฯ ด้าน ‘วีริศ’ เผยจับมือ ส.อ.ท. เสนอใช้พื้นที่นิคมฯ ทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางฉีดวัคซีนให้ประชาชน เตรียมหารือ กกร. ฉีดวัคซีนคนในนิคมฯ ให้ได้โดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาคการผลิต 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลนิคมอุตสาหกรรมตลอดจนโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ให้เร่งวางมาตรการป้องกันผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 โดยเพิ่มการเฝ้าระวังและกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของไทย โดยนิคมอุตสาหกรรมถือได้ว่าเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญและเป็นแหล่งสร้างรายได้อันดับต้น ๆ ของประเทศ ซึ่งหากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวงกว้างจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับเศรษฐกิจของไทย และกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) สินค้าต่าง ๆ ไปทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์

ด้านนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า วัคซีนเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้หลุดพ้นจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นมีบุคลากรในโรงงานและเจ้าหน้าที่ของ กนอ. ในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ประมาณ 1 ล้านคน ที่ต้องได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยในจำนวนนี้มีบุคลากรประมาณ 5 แสนคน ที่ยินดีรับภาระค่าใช้จ่ายในการฉีดรายละ 1,000 บาทเอง อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทราบว่ารัฐบาลได้มีการนำเข้าวัคซีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น กนอ.จะขออาสาทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานงานเพื่อให้ได้วัคซีนจากภาครัฐมาโดยเร็ว 

ทั้งนี้ กนอ.จะร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเร่งหารือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย ในการจัดหาวัคซีนให้กับบุคลากรในทุกช่องทาง ที่สำคัญคือ ได้มีการหารือกับ ส.อ.ท.และเห็นตรงกันว่าจะร่วมกันอำนวยความสะดวกในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน โดยได้เสนอให้ใช้พื้นที่ของ กนอ. ที่มีอยู่ในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งโดยศักยภาพของ กนอ. แล้วมีความพร้อมทั้งด้านพื้นที่และบุคลากร สามารถจัดสถานที่ฉีดวัคซีนให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยสามารถเตรียมการฉีดวัคซีนได้ทันที

“การได้รับวัคซีนสำหรับคนที่ทำงานในนิคมฯ ต่าง ๆ โดยเร็ว จะเกิดประโยชน์อย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจ ภาคการผลิต ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากอยากได้วัคซีนไปฉีดให้กับแรงงาน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) เพราะหากเกิดการแพร่ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรมแล้วจะเกิดผลกระทบต่อกระบวนการผลิต จนเกิดความเสียหายต่อธุรกิจอย่างรุนแรงได้ จึงพร้อมที่จะจ่ายค่าวัคซีนเอง โดยทางผู้ประกอบการได้สอบถามเข้ามาเพราะอยากให้ภาครัฐจัดหาวัคซีนทางเลือกให้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากบุคลากรในภาคการผลิตมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าบุคลากรในด้านอื่น ๆ ดังนั้น หากมีการร่วมมือร่วมใจให้แรงงานได้รับวัคซีนให้มากที่สุด จะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยบรรเทาการระบาดในประเทศและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้” นายวีริศ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กนอ.ติดตามสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ พบว่า มีจำนวนผู้ปฏิบัติงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอกเดือน เม.ย. 64 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 298 ราย หายป่วยแล้ว 12 ราย และยังเหลือผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา ทั้งสิ้น 286 ราย ซึ่งทาง กนอ. ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ เพื่อลดการติดเชื้อภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมให้ได้มากที่สุด โดยเป้าหมายสุดท้าย คือ ให้ตัวเลขการติดเชื้อเป็นศูนย์โดยเร็วที่สุด

จุรินทร์ นำ พาณิชย์จัดโมบายพาณิชย์ ลดราคา ! ช่วยประชาชน 730 คัน ลดสูงสุด 60% ช่วยประชาชนช่วงโควิด ตระเวนจอดขายของราคาถูก 500 ชุมชน ทั้งกรุงเทพและปริมณฑล

วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายในงาน Mobile พาณิชย์ลดราคา ! ช่วยประชาชน Lot 10 ณ บริเวณป้ายกระทรวงพาณิชย์ (ร้ัวด้านหน้าริมถนน)

นายจุรินทร์ กล่าวว่าวันนี้เป็นการเปิดตัวโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot ที่ 10 ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 9 Lot โดย Lot นี้ กระทรวงพาณิชย์จัดในรูปแบบรถ Mobile พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ที่จะตระเวนไปจำหน่ายสินค้าราคาถูกทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด เพื่อที่จะให้สามารถนำสินค้าและให้บริการสินค้าต่างๆในราคาถูกไปจำหน่ายให้พี่น้องประชาชนถึงชุมชนต่างๆ ให้พี่น้องประชาชนที่จำเป็นต้องกักตัวอยู่ในชุมชนสามารถได้รับบริการที่ทั่วถึง

โดยได้จัดรถ Mobile ทั้งหมด 730 คัน วิ่งกระจายไปทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ส่วนนึงจะไปจอดที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ทั่วกรุงเทพมหานคร จอดประมาณครึ่งวัน แล้วจะตระเวนไปตามจุดและชุมชนต่างๆ จะเข้าไปในชุมชนประมาณ 400-500 ชุมชน
สินค้าราคาถูกประกอบด้วย 2 ส่วน 1.สินค้าที่จำเป็นต่อการบริโภค 6 ชนิดและ 2.สินค้าอุปโภคบริโภค 6 หมวด 

สำหรับสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพในชีวิตประจำวัน 6 ชนิดประกอบด้วย 1.ข้าวสารถุงเป็นข้าวหอมมะลิ กิโลกรัมละ 30 บาท 2.ไข่ไก่ เบอร์สาม 3-4 แผงละ 30 ฟอง ราคา 83 บาท ตกฟองละ 2.77 บาท 3.น้ำมันพืชขนาด 1 ลิตร ขวดละ 43 บาท 4.น้ำตาลถุงละ 1 กิโลกรัม 20 บาท 5.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองละ 5 บาท และ 6.ปลากระป๋อง กระป๋องละ 12 บาท

สินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคอีก 6 หมวด หมวดที่หนึ่งอาหารสำเร็จรูปมี 11 รายการ ลดสูงสุด 33% หมวดที่สองซอสปรุงรส 16 รายการ ลดสูงสุด 28% หมวดที่สามของใช้ประจำวัน 16 รายการ ลดสูงสุด 50% หมวดที่สี่สินค้าสำหรับชำระร่างกาย 4 รายการ ลดสูงสุด 60% หมวดที่ห้าสินค้าสำหรับการซักล้าง 23 รายการ ลดสูงสุด 54% และหมวดที่หกยา 3 รายการ ลดสูงสุด 23% โดยภาพรวมสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภค 6 หมวดนี้ ลดราคาเฉลี่ยสูงสุด 60%

โดยจะเริ่มดำเนินการออกให้บริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 400-500 ชุมชนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเป็นเวลา 30 วันถึงวันที่ 8 มิถุนายนคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าของชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท ซึ่งได้รับความร่วมมือจากตลาดทั้งหมด 7 ตลาด 1.ตลาดสี่มุมเมือง 2.ตลาดไท 3.ตลาดยิ่งเจริญ 4.ตลาดมีนบุรี 5. ตลาดเวิลด์มาร์เก็ต
6.ตลาดเสรีสายห้า และ 7.ตลาดบางใหญ่

จับรายวัน! “กองกำลังสุรสีห์ จับกุมเเรงงานต่างด้าว 24 คน  ชายเเดนประจวบคีรีขันธ์ ”

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 กองทัพภาคที่ 1 โดย กองกำลังสุรสีห์ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวกองกำลังสุรสีห์, สภ.คลองวาฬ, ร้อย.ตชด.146 เเละฝ่ายปกครอง จัดชุดลาดตระเวน, จรยุทธ์, ซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณช่องทาง เเละบริเวณพื้นที่ตามเเนวชายเเดน เพื่อสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ป้องกันการเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ที่กลายพันธ์เข้ามาในประเทศ

โดยเวลา 20.30 น. วันที่ 9 พ.ค. ขณะที่ทางเข้าหน้าที่ฉก.จงอางศึก ออกลาดตระเวน ตามเส้นทางธรรมชาติ ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 24 คน (ชาย 17,หญิง .6,เด็ก 1) บริเวณเส้นทางธรรมชาติช่องทางพุนำ้หยด ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์  ขึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมตรวจค้น และตรวจวัดอุณหภูมิ ตามมาตราการเฝ้าระวัง พร้อมนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสภ.คลองวาฬ ดำเนินคดีตามกฏหมาย และผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

‘หมอยง’ ชี้ ฉีดวัคซีนไม่เพียงป้องกันตัวเราไม่ให้ป่วยรุนแรง แต่ยังป้องกันคนรอบข้าง ระบุ วัคซีนที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ วัคซีนที่ฉีดได้เร็วที่สุด เชื่อปีหน้ามีวัคซีนมากพอให้เลือกได้หลายยี่ห้อ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุข้อความว่า

วัคซีน covid-19 การป้องกันไม่เฉพาะแค่ตัวเรา

การฉีดวัคซีนป้องกัน covid-19 นอกจากจะป้องกันตัวเรา ไม่ให้ป่วยรุนแรงและเสียชีวิต

ในขณะเดียวกันก็พบว่าโอกาสติดเชื้อของเราก็น้อยลง ถึงแม้ว่าจะป้องกันได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ อันจะเป็นการป้องกันเขาด้วย โดยเฉพาะป้องกันบุคคลในบ้าน ที่ไม่ค่อยได้ออกนอกบ้าน หรือคนที่เรารัก ไม่ให้ป่วยหรือติดเชื้อได้

ถ้าทุกคนได้รับวัคซีน ก็จะเป็นการป้องกันเขาป้องกันเรา และในที่สุด โรคโควิด 19 ก็จะอยู่ในความควบคุม ไม่ให้มีการแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น

การให้วัคซีนในคนหมู่มากเห็นได้ชัดในประเทศอังกฤษ ที่ให้วัคซีนไปแล้วร่วม 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ที่ได้รับอย่างน้อย 1 เข็ม อังกฤษจากที่เคยมีผู้ป่วยเป็นหมื่นต่อวัน และมีการเสียชีวิตเป็นหลักร้อยหลักพันต่อวัน แต่ขณะนี้ เหลือผู้ป่วยเป็นตัวเลขที่เท่ากับหรือน้อยกว่าประเทศไทย และที่สำคัญอัตราตายไปประเทศอังกฤษเหลือหลักหน่วย หรือหลักสิบต้น ๆ เช่นวันที่ 9 พฤษภาคม มีการเสียชีวิตเพียง 2 คนเท่านั้น น้อยกว่าประเทศไทยเสียอีก ส่วนในฝรั่งเศส มัวแต่พะวงเรื่องอาการข้างเคียง และการได้รับวัคซีนน้อยกว่าประเทศอังกฤษมากกว่าครึ่ง ทำให้ขณะนี้ยังมีผู้ป่วยเป็นหลักหมื่น และมีการเสียชีวิตเป็นหลักหลายร้อยคนต่อวัน ทั้งที่วัคซีนในประเทศก็ไม่ได้ขาดแคลนแบบบ้านเรา

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราจะต้องได้รับวัคซีนหมู่มากให้เร็วที่สุด เพื่อลดความสูญเสียทางด้านสุขภาพ ร่างกาย เศรษฐกิจและสังคม ให้เร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ของทุกคน ตัวเราและส่วนรวม และประเทศชาติ

วัคซีนที่ดีที่สุดขณะนี้ คือวัคซีนที่ฉีดได้เร็วที่สุด

ในปีหน้า ใครต้องการกระตุ้น วัคซีนยี่ห้ออะไร เมื่อถึงเวลานั้นเชื่อว่าวัคซีนจะมีจำนวนมากขึ้นและเพียงพอ


ที่มา : https://www.facebook.com/yong.poovorawan

สำนักข่าวเกียวโดนิวส์รายงานว่ายอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ในญี่ปุ่น อยู่ที่ 7,246 คน มากที่สุดนับจากวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา

สำนักข่าวเกียวโดนิวส์รายงานว่ายอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ในญี่ปุ่น อยู่ที่ 7,246 คน มากที่สุดนับจากวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่การระบาดระลอกที่ 4 เริ่มลุกลามไปยังพื้นที่ซึ่งยังไม่อยู่ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือได้ผ่อนคลายมาตรการลงบางส่วน

นั่นจึงทำให้ทางรัฐบาล ที่เคยประกาศสิ้นสุดสถานการณ์ฉุกเฉินรอบ 3 ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ต้องขยายประกาศออกไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม ซึ่งครอบคลุม 15 จังหวัดจากทั้งหมด 47 จังหวัด หลังมียอดผู้ติดเชื้อใหม่มากเป็นประวัติการณ์ เช่น ไอจิ, ฟุกุโอกะ, ฮอกไกโด ที่มีผู้ติดเชื้อ 575, 519 และ 403 คน ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี ประชาชนชาวญี่ปุ่นบางคนไม่คิดว่าการขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะช่วยอะไรได้ เพราะยอดผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้น แถมยังพบผู้ติดเชื้อไวรัสเป็นแบบสายพันธุ์ใหม่อีกด้วย ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ทุกคนต่างสวมหน้ากากอนามัย แต่กลับกันผู้คนยังคงเดินทางและใช้ชีวิตไปกับสถานการณ์การระบาดแบบเคยชิน จนไม่รู้สึกว่าเป็นวิกฤติอีกต่อไป


ที่มา: https://www.naewna.com/inter/571787

ครั้งแรก! ประเทศไทยออกมาตรฐานเรือนำเที่ยว

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการท่องเที่ยวได้ออกมาตรฐานเรือรับจ้างนำเที่ยวเป็นครั้งแรก ภายใต้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย (ไทยแลนด์ ทัวร์ริซึม สแตนดาร์ด) เพื่อช่วยยกระดับการให้บริการด้านการท่องเที่ยว โดยเรือรับจ้างนำเที่ยวที่ได้รับรองมาตรฐานเรือรับจ้างนำเที่ยว ถือว่ามีความพร้อมในการให้บริการ ทั้งในด้านสภาพทางกายภาพ ด้านบุคลากร ด้านคุณภาพการให้บริการ ด้านความเป็นธรรม ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านมาตรการเกี่ยวกับเรือ และด้านมาตรการเกี่ยวกับแผนหรือกิจกรรมการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในการเข้ารับบริการยิ่งขึ้น

สำหรับการกำหนดมาตรฐานเรือรับจ้างนำเที่ยว นั้น กรมการท่องเที่ยว กำหนดว่า ต้องเป็นเรือบรรทุกผู้โดยสารครอบคลุมทั้งที่แล่นอยู่ในลำน้ำหรือทะเล มีด้วยกัน 3 ประเภท คือ เรือกลลำน้ำ เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต เละเรือโดยสารประเภทอื่น ๆ ที่ได้รับการจดทะเบียนให้บรรทุกคนโดยสาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการนำเที่ยว ซึ่งตามมาตรฐานนี้แบ่งเป็น 3 ขนาด ตามจำนวนการบรรทุกผู้โดยสาร คือ เรือขนาดเล็ก บรรทุกไม่เกิน 15 คน, เรือขนาดกลาง บรรทุกไม่เกิน 16-70 คน และเรือขนาดใหญ่ บรรทุกไม่เกิน 71 -150 คน 

พร้อมทั้งกำหนดรายละเอียดด้านต่าง ๆ คือ ด้านกายภาพ เรือมีใบอนุญาตตามกฎหมาย ทางขึ้น-ลงสะดวก มีป้ายเลขทะเบียน ระบุจำนวนผู้โดยสาร ป้ายแนะนำการปฏิบัติตนขณะโดยสารและเกิดเหตุฉุกเฉินชัดเจน มีพื้นที่เก็บสัมภาระเพียงพอ สะดวก มีห้องน้ำ ห้องส้วม ถูกสุขลักษณะ มีอุปกรณ์สื่อสาร ติดตั้งโคมไฟเดินเรือ หรืออื่น ๆ มีระบบระบายอากาศ เก็บเชื้อเพลิงเหมาะสมปลอดภัย มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต มีชูชีพพร้อมใช้งาน เบาะนั่งครบตามจำนวนผู้โดยสาร วางในจุดที่เหมาะสม มีน้ำยาดับเพลิง มียาสามัญประจำบ้าน ชุดปฐมพยาบาล และมีน้ำดื่มสะอาดสำรอง 

ทุเรียนไทยยังโดนใจจีน!! ปิดดีล​ 45​ นาที​ ขนเต็มลำ​ 25​ ตัน​ ส่งตรงจีนกว่าหมื่นลูก หลัง​ 'ก.เกษตรฯ'​ โชว์!! กลยุทธ์สั่งซื้อล่วงหน้า​ พาทุเรียนไทยทุบสถิติขายหมดล็อตสองในจีน เกลี้ยง!!

'อลงกรณ์'​ เผยเคล็ดลับแพลตฟอร์มพรีออเดอร์ดันทุเรียนไทยขายดีในจีน​ ด้านเจ้ากระทรวงเกษตรสั่งขยายผลสินค้าเกษตรอื่นๆ​ ต่อทันที

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้​ (Fruit Board) เปิดเผยถึงความสำเร็จของ​ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นครั้งที่​ 2​ ภายใน​ 2​ สัปดาห์​ ในการส่งออกทุเรียนทางเครื่องบินล็อตที่สองไปจีนจำนวน 25 ตัน​ (11,200ลูก) สู่เมืองซีอาน​ เมืองเอกของมณฑลส่านซีในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน​ ด้วยกลยุทธ์ 'ระบบสั่งซื้อล่วงหน้า'​ (Pre order platform) เมื่อวันที่​ 8​ พ.ค.​ ที่ผ่านมา​ โดยใช้เวลาขายออนไลน์หมดภายในเวลาเพียง​ 45​ นาที 

“ก่อนหน้านี้​ เราได้ทดลองขายด้วยแพลตฟอร์มใหม่เป็นครั้งแรก​ 20​ ตัน​ ใช้เวลา​ 9​ ชั่วโมง​ ซึ่งตื่นเต้นกันมาก​ เพราะว่าขายไม่ถึงวันได้เกือบหมื่นลูกเต็มลำเครื่องบิน​ โดยและขนขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิส่งไปยังเมืองเซินเจิ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา 

"แต่เมื่อวานนี้​ เราใช้เวลาขายไม่ถึงชั่วโมงกับการขายทุเรียนเต็มลำ​ 25​ ตัน​ ผ่านระบบสั่งซื้อล่วงหน้า( Pre-Order platform) เป็นครั้งที่​ 2​ ไปยังประเทศจีน​ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของผลไม้ไทย" 

สำหรับในรอบที่​ 2​ นี้​ เป็นการเปิดตลาดตอนในของจีนอย่าง​ มณฑลส่านซี​ ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือด้วยแพลตฟอร์มใหม่​ บนความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตร, กระทรวงพาณิชย์,  บริษัทเอกชนและสหกรณ์ผลไม้​ เช่น​ สหกรณ์เมืองขลุง จังหวัดจันทบุรี​ และเป็นการสร้างแบรนด์ทุเรียนไทยในระดับสหกรณ์ผลไม้​ (Cooperative Farm based Branding) ตามแนวทางเกษตรสร้างสรรค์​ (Creative Agriculture) ต่อไปเกษตรกรชาวสวนทุเรียนและสหกรณ์จะสามารถขายได้ราคาสูงขึ้น 

หลังความสำเร็จในครั้งนี้​ ทาง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ ก็ได้สั่งการให้ขยายผลไปยังสินค้าเกษตรอื่นๆ​ ต่อทันที

นายอลงกรณ์​ กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยความสำเร็จคือ​ การเน้นคุณภาพและมาตรฐานของทุเรียนในระบบ​ GAP และ​ GMP ระบบตรวจสอบย้อนกลับ​ (Traceability) ระบบการประกันสินค้า, ระบบทรัพย์สินทางปัญญา​ (สร้างแบรนด์) การสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า​ (Trust) และความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาคเกษตรกรและกระทรวงเกษตรฯ​ 

โดยทั้งหมดอยู่​ ภายใต้​ '5 ยุทธศาสตร์เฉลิมชัย'​ ​ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายการปฏิรูปไม้ผลทั้งระบบของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) และการขับเคลื่อนโมเดล​ 'เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด' ที่ร่วมกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ โดยโครงการนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณใดๆ​ แต่เป็นระบบที่ให้เอกชนรับผิดชอบการขายและการขนส่งโลจิสติกส์ภายใต้แพลตฟอร์มที่คณะอนุกรรมการอีคอมเมิร์ซของกระทรวงเกษตรฯและฟรุ้ทบอร์ดออกแบบ 

อลงกรณ์​ ทิ้งท้ายอีกว่า​ หลังจากออเดอร์ของทุเรียนไทยดีลถึงมือชาวเมืองซีอานและผู้ประกอบการจีน​ พวกเขาต่างตื่นเต้นที่จะได้ลิ้มรสทุเรียนคุณภาพสดจากสวนทุเรียนเมืองจันทบุรีถึงกับขึ้นป้ายต้อนรับที่สนามบินกันเลยทีเดียว

BizMAX THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ EP.1/3 ตอน ‘เศรษฐกิจของคนตัวเล็ก’

BizMAX THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้  EP.1/3 ตอน ‘เศรษฐกิจของคนตัวเล็ก’

พบกับ คุณเอ๋ อรรชวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า 

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES 

.

.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top