Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

จับตา ครม. จ่อเคาะมาตรการเยียวยาประชาชน อัดงบ 85,500 ล้านบาท เข้าระบบ ด้านกระทรวงการคลังเตรียมเสนอแผนฟื้นฟูการบินไทยเข้าพิจารณา เพิ่มทุน 50,000 ล้านบาท ดันหวนรัฐวิสาหกิจประเภท 3 ให้คลังค้ำประกันเงินกู้

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2564 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านระบบ Video Conference ตามมาตราการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด -19

โดยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 บัญชี “สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรับบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)” พร้อมรับมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ส่วนวาระการประชุมที่น่าสนใจในวันนี้คาดการณ์ว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกเดือน เมษายน โดยการเพิ่มเงินคนละ 2,000 บาท ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเราชนะ 32.9 ล้านคน และโครงการม.33 เรารักกัน 9.27 ล้านคน ใช้งบประมาณกว่า 85,500 ล้านบาท โดยหากครม.ผ่านการเห็นชอบก็จะเริ่มเติมเงินได้ตั้งแต่เดือนวันที่ 20 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป โดยแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด ๆ ละ 1,000 บาทสำหรับโครงการเราชนะ สำหรับผู้ใช้แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง โอนงวดแรก 1,000 บาท วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 โอนงวดสอง 1,000 บาท วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 โครงการเราชนะ

สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มเปราะบางผู้ใช้บัตรประชาชน โอนงวดแรก 1,000 บาท วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 โอนงวดสอง 1,000 บาท วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ขณะที่โครงการ ม.33 เรารักกัน โอนงวดแรก 1,000 บาท วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 โอนงวดสอง 1,000 บาท วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 และเก็บไว้ใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะนำเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยเข้าหารือในที่ประชุม คณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อหาข้อยุติก่อนนัดประชุมเจ้าหนี้ 13,133 ราย เพื่อโหวตแผนในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ คือ การพิจารณาเพิ่มทุนให้การบินไทยซึ่งตามแผนระบุไว้ 50,000 ล้านบาท และการพิจารณานำการบินไทยกลับเป็นรัฐวิสาหกิจประเภท 3 เพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถค้ำประกันเงินกู้หรือเพิ่มทุนได้ โดยไม่ต้องมีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งคาดว่าคณะรัฐมนตรี จะมีมติออกมาเพื่อให้สามารถโหวตผ่านแผนฯ ไปได้ เพื่อนำการบินไทยเดินหน้าฟื้นฟูกิจการต่อไป

กัปตันนกแอร์ 20 ชีวิต ร้อง รมว.แรงงาน ช่วย หลังถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้เวลา 15.00 น.สมาคมฯจะเดินทางไปกระทรวงแรงงาน ดินแดง เพื่อนำนักบินหรือกัปตันของสายการบินนกแอร์ประมาณ 20 คน เข้าพบนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงแรงงาน เพื่อร้องเรียนกรณีบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด(มหาชน)มีคำสั่งเลิกจ้างกลุ่มพนักงานการบินเป็นจำนวนมาก โดยยังไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยจริงตามกฎหมาย

เมื่อปลายเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ผู้บริหารสายการบินนกแอร์ได้มีหนังสือเลิกจ้างมายังกลุ่มพนักงานที่เป็นนักบินหรือกัปตันเป็นจำนวนมาก โดยอ้างว่าบริษัทประสบปัญหาด้านการเงิน และขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ส่งผลให้ประสบภาวะวิกฤตทางการเงินจนเป็นเหตุให้บริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ โดยบริษัทจะต้องปรับปรุงกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ทำให้บริษัทมีความจำเป็นต้องควบรวมฝ่ายงาน หรือยุบโครงสร้างบางฝ่ายงาน ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบต่อนักบินเป็นจำนวนมาก

ขณะนี้นักบินหลักและนักบินผู้ช่วยทั้งหมดกว่า 20 คนได้รับหนังสือแจ้งการเลิกจ้างแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.64 ที่ผ่านมา โดยบริษัทสายการบินนกแอร์อ้างว่าจะจ่ายเงินชดเชย และเงินอื่นๆตาม พรบ.คุ้มครองแรงงานฯ แต่จะได้รับเงินก็ต่อเมื่อบริษัทสามารถดำเนินธุรกรรมภายใต้กระบวนการของการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายต่อไปได้เสียก่อนแล้วเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมต่อพนักงานของบริษัทที่ถูกเลิกจ้าง เพราะตามหลักกฎหมายเมื่อบริษัทมีหนังสือเลิกจ้างแล้วมีผลวันใดบริษัทต้องจ่ายเงินชดเชยและเงินอื่นๆตามกฎหมายทันที ไม่ใช่ให้รอฟ้ารอฝนโดยไม่รู้ว่าจะได้รับเงินเมื่อไร

ก่อนหน้านี้บริษัทดังกล่าวได้เรียกนักบินหรือกัปตันไปเซ็นต์ชื่อแกมบังคับเพื่อขอลดค่าจ้างลงมาครึ่งหนึ่งประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อให้ฐานเงินเดือนต่ำที่สุด ก่อนบอกเลิกจ้าง หากใครไม่ยอมเซ็นต์ก็จะถูกเลิกจ้างโดยทันที ทำให้นักบินส่วนใหญ่จำต้องเซ็นต์ชื่อให้เพราะกลัวตกงาน แต่ทางบริษัทกลับไม่ให้สำเนาหนังสือดังกล่าวให้พนักงานเก็บไว้คนละชุด และไม่มีการกรอกข้อความใดๆในหนังสือดังกล่าว ซึ่งบริษัทจะนำกลับไปกรอกข้อความอย่างไรก็ได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ตาม พรบ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 การใช้เทคนิคการเซ็นต์สัญญาเพื่อขอลดค่าจ้างลงมาจนถึงฐานเงินเดือนต่ำสุดก่อนบอกเลิกจ้าง จึงอาจเป็น “โมฆะ”ได้

นักบินหรือกัปตันของนกแอร์กว่า 20 คนจึงมาร้องขอความช่วยเหลือจากสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เพื่อขอให้ช่วยนำพาไปร้องเรียน รมว.กระทรวงแรงงาน เพื่อขอสั่งการช่วยให้ความเป็นธรรม และดำเนินการทางกฎหมายขั้นสูงสุดต่อบริษัทดังกล่าว

แรมโบ้ จวก หมอชลน่าน กรุณาหุบปากเพื่อชาติ

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. พรรคเพื่อไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯและรัฐบาล ทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขปัญหา ทำทุกอย่างเพื่อจะให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้  มีมาตรการต่างๆออกมาอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด แต่ต้องยอมรับว่าการระบาดเกิดขึ้นได้ทุกที ทุกเวลา  

เรื่องการบริหารจัดการวัคซีน ทั้งนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้นเอกชนนำเข้าวัคซีน และขณะนี้ทุกฝ่ายเร่งทำงาน และเร่งนำไปฉีดให้กับประชาชนแล้ว โดยความร่วมมือจากภาคเอกชน ยืนยันการฉีดวัคซีนเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้อย่างแน่นอน  

ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพรรคเพื่อไทยถึงเอาแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ มาโจมตีนายกฯไม่หยุด และไม่รู้ว่าจะนำมาพูดเพื่ออะไร ทั้งที่ประเด็นต่างๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ชี้แจงไปหลายครั้ง ขอร้องว่าหากไม่มีประเด็นอื่น ขอให้หยุดพูด เพราะหมอชลน่าน หรือพรรคเพื่อไทย อาจไม่รู้ตัวว่าการออกมาพูดนั้นเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของคนทำงานอย่างบุคลากรทางการแพทย์

หมอชลน่านกับพรรคเพื่อไทย จิตใจทำด้วยอะไรเหตุใดถึงจะนำแต่ประเด็นทางการเมืองมาพูด เพียงเพื่อประโยชน์ของตัวเองโดยไม่นึกถึงประชาชน และชาติบ้านเมือง ในขณะที่กำลังเกิดวิกฤต และยังมาซ้ำเติม ไม่กลัวประชาชนเบื่อหน่ายเสื่อมศรัทธาเอือมระอาพรรคเพื่อไทยเลยหรือ หมอชลน่าน เป็นอดีตรัฐมนตรี อย่าทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับนักการเมืองคนอื่นๆเลย หัดหุบปากบ้าง จะดูดีกว่านี้ เพราะปากหมอชลน่านไม่ได้พูดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศขาติประชาชน มีแต่จ้องทำลายขวัญกำลังใจคนอื่นที่ทุ่มเททำงาน เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชน กรุณาหุบปากเพื่อชาติ

รัฐคุชราตทางตะวันตกของประเทศอินเดีย ผู้ศรัทธาอาบร่างกายด้วยมูลและปัสสาวะวัว หวังว่าจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายหรือหายจากโควิด

ในรัฐคุชราตทางตะวันตกของประเทศ ผู้ศรัทธาบางคนเข้าไปในคอกวัวสัปดาห์ละครั้ง เพื่ออาบร่างกายด้วยมูลและปัสสาวะวัว ด้วยหวังว่าจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายหรือหายจากโควิด

ทั้งนี้เนื่องจากในศาสนาฮินดู วัวเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิแห่งชีวิตและโลก ชาวฮินดูใช้มูลวัวทำความสะอาดบ้านและทำพิธีสวดเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคและฆ่าเชื้อ

นายกัวทัม มานิลัล บอริสา ผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทยาแห่งหนึ่ง เป็นหนึ่งในสานุศิษย์สำนักศรีสวามีนรายัณ คุรุกุล วิศววิทยา ประดิษฐนัม ของนักบวชฮินดู ร่วมพิธีอาบมูลและปัสสาวะวัวเป็นประจำ เขาเชื่อว่าวิธีนี้ช่วยให้หายป่วยจากโควิดเมื่อปีก่อน สำนักแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสำนักงานใหญ่บริษัทซีดัสคาดิลา ที่กำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของตนเองอยู่ในขณะนี้

ขั้นตอนการปฏิบัติประกอบด้วยการอาบร่างกายด้วยมูลวัวผสมปัสสาวะวัวปล่อยไว้จนแห้ง กอดหรือเคารพวัวในคอก พร้อมฝึกโยคะเพื่อเสริมสร้างพลังงาน จากนั้นล้างตัวด้วยนมวัวหรือนมเปรี้ยว

ถึงกระนั้น เหล่าแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ทั้งในอินเดียและทั่วโลกเตือนมาตลอดถึงการรักษาแบบทางเลือกว่า อาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าปลอดภัยและเกิดปัญหาสุขภาพมากขึ้น

“ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นรูปธรรมว่ามูลหรือปัสสาวะวัวเพิ่มภูมิคุ้มกันโควิด-19 ได้ เป็นความเชื่อล้วน ๆ อีกทั้งการอาบหรือบริโภคสิ่งเหล่านี้อาจทำให้มีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา เชื้อโรคสามารถแพร่จากสัตว์สู่มนุษย์ได้” นายแพทย์เจเอ จายาลัล ประธานสมาคมแพทย์แห่งอินเดียกล่าว

ไม่เพียงเท่านั้น การรักษาแบบนี้อาจแพร่โควิด-19 ด้วย เพราะผู้คนต้องมารวมตัวกันเป็นกลุ่ม แต่นายมธุจรัญ ดาส ผู้ดูแลคอกวัวอีกแห่งหนึ่งในอาห์เมดาบัดแย้งว่า พวกเขาจำกัดจำนวนผู้ร่วมพิธี

สำหรับการระบาดของโควิด-19 สร้างความเสียหายให้อินเดียมหาศาล จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 22.66 ล้านคน เสียชีวิต 246,116 คน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ตัวเลขจริงสูงกว่านี้ 5-10 เท่า ประชาชนทั่วประเทศกำลังดิ้นรนหาเตียงโรงพยาบาล ออกซิเจน หรือยา หลายคนเสียชีวิตไปโดยไม่ได้รับการรักษา


ที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/937221

สกัดจับรายวัน..!!!! “กกล.สุรสีห์” จับอีกต่างด้าว 49 คน ลอบเข้าเมืองผิด กม.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2564 จากกรณีตามนโยบาย พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กำชับทุกกองกำลัง (กกล.) ชายแดนและหน่วยทหารสกัดจับป้องกันการลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยกองทัพภาคที่ 1 โดยกองกำลังสุรสีห์ รายงาน การจับกลุ่มแรงงานต่างด้าว และผู้นำพา รายละเอียดดังนี้

ชุดปฏิบัติการข่าว (ชป.ขว.) ที่ 2 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า พบเส้นทางเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว (ร่องรอยใหม่) จึงได้ประสานชุดทหารม้าลาดตระเวน (มว.ลว.) ที่ 4 ฉก.ลาดหญ้า จำนวน 4 นาย, สารวัตรกำนันตำบลบ้านเก่า และนายพนมกร คล้ายเมือง ผญบ.หมู่ 7 หนองบ้านเก่า พร้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 2 นาย รวมกำลังทั้งหมด 11 นาย ร่วมกันตรวจสอบเส้นทางและวางแผนซุ่มเฝ้าตรวจ เมื่อเวลา 02.10 น.

สามารถจับกุมผู้นำพา จำนวน 3 คน ทราบชื่อเบื้องต้นนายแป๊ะ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) พี่ชาย นายมนัส ทองเถาว์, นายแอ๊ด อุดเรือน หรือแอ๊ด และนายติ่ง (ไม่ทราชื่อสกุลจริง) พร้อมแรงงานต่างด้าว จำนวน 49 คน (ชาย 25 คน หญิง 24 คน) บริเวณพื้นที่บ้านประตูด่าน หมู่ 14 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 

ปัจจุบันยังควบคุมตัวทั้งหมดไว้ในพื้นที่จับกุม ซักถามเบื้องต้นจะมีผู้นำพาชื่อ “ป๊อกเด้ง” เดินพาต่างด้าวตามมาอีก 30 คน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่กำลังซุ่มเพื่อจับกุมต่อไป

เลือก 'โควิด' หรือ 'วัคซีน'

ประเทศอื่นพบผลข้างเคียงทั้งหมด แต่ทุกประเทศต่างยอมรับผลข้างเคียงว่าย่อมเกิดขึ้นได้ โดยสัดส่วนที่พบเท่ากับ 1 ในแสน แต่หากฉีดยาแก้แพ้แล้วหายทุกคน ไม่มีใครตาย อย่างในประเทศไทยเอง ก็ยังไม่มีการเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว


ที่มา: ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก และ อาจารย์สาขาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

https://www.facebook.com/CheckSuthipong/videos/926573338100192/

องค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ ไบออนเทคในเด็กอายุระหว่าง 12-15 ปีเป็นกรณีฉุกเฉิน

องค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ ไบออนเทคในเด็กอายุระหว่าง 12-15 ปีเป็นกรณีฉุกเฉินแล้ว ซึ่งจะช่วยให้การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสหรัฐมีขอบข่ายที่กว้างมากขึ้น แม้อัตราการฉีดวัคซีนในขณะนี้เริ่มชะลอตัวลงก็ตาม

ก่อนหน้านี้ วัคซีนของไฟเซอร์ ไบออนเทคได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉินสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปในสหรัฐ แต่ขณะนี้ FDA ได้ตัดสินใจอนุญาตให้ใช้วัคซีนดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินสำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 12-15 ปี

เจเน็ต วู้ดค็อก รักษาการกรรมาธิการของ FDA กล่าวว่า “การอนุญาตในครั้งนี้จะช่วยให้ประชาชนที่มีอายุน้อยสามารถได้รับการป้องกันจากโรคโควิด-19 อีกทั้งจะทำให้เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติและยุติการแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น เราอยากให้บรรดาพ่อแม่และผู้ปกครองวางใจว่า FDA ได้ทำการทบทวนข้อมูลทั้งหมดอย่างรอบคอบ และขณะนี้เราได้อนุญาตให้ใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉินแล้ว”

นอกจากนี้ FDA ยังได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ประโยชน์ของวัคซีนที่มีต่อเด็กอายุระหว่าง 12-15 ปีนั้น มีมากกว่าความเสี่ยง จึงได้ตัดสินใจอนุญาตให้ใช้วัคซีนสำหรับเด็กกลุ่มนี้

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลได้มีการจัดแถลงข่าวออนไลน์ถึงกรณีที่จะมีการพิจารณาแผนฟื้นฟูการบินไทยในการประชุม ครม. ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อให้เจ้าหนี้โหวตรับแผนฟื้นฟู

ศิริกัญญา กล่าวว่า ที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดขึ้น คือ รัฐบาล กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และเจ้าหนี้ คุยข้ามหัวประชาชนไทยไปมา แต่กลับไม่เคยสื่อสารโดยตรงกับประชาชน ทั้งที่การช่วยเหลือการบินไทยต้องใช้ภาษี หรือหากจะค้ำประกันหนี้ เจ้าหนี้ก็จะมาเก็บจากผู้ค้ำ ซึ่งก็พวกเราประชาชนคนไทยทุกคนเป็นหนี้สาธารณะอยู่ดี

“รัฐบาลต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า ประชาชนจะได้อะไรจากการเข้าช่วยเหลือการบินไทย หวังผลตอบแทนอย่างไรบ้าง ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่เป็น ทางเลือกไหนดีกว่า สิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีคำตอบจากรัฐบาล”

แผนฟื้นฟูให้พนักงานเสียสละ แต่นายทุนไม่ลดหนี้

ศิริกัญญา ยังได้พูดถึงการทำแผนฟื้นฟูที่แผนธุรกิจในส่วนของการลดต้นทุนทำได้ค่อนข้างดี ยกเว้นแต่ส่วนของแผนการเงินที่ยังไม่น่าพอใจ

“ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมคณะผู้บริหารที่ทำแผนธุรกิจไว้ได้ดี และได้ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ นั่นก็คือ สามารถลดจำนวนพนักงานลงไปได้ถึง 13,000 คน ลดจำนวนตำแหน่งผู้บริหาร รวมทั้งมีการเซ็นสัญญาใหม่ที่มีการปรับลดค่าตอบแทนลง

“แต่สำหรับแผนการเงินก็ถือว่ายังไม่น่าพอใจ สิ่งที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังไปเจรจากับเจ้าหนี้มีใจความหลักคือ หนี้ของธนาคารพาณิชย์ไม่มีการลดหนี้ แต่เป็นการยืดหนี้ออกไปอีก ไม่มีการแปลงหนี้เป็นทุนสำหรับเจ้าหนี้เดิม ผู้ถือหุ้นเดิมไม่มีการลดทุน มีแค่การลดหุ้นที่ยังไม่ได้ชำระเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ การขอกู้เพิ่มทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง 5 หมื่นล้านบาท จากธนาคารพาณิชย์ยังต้องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันมากกว่า 25,000 ล้านบาท”

ศิริกัญญา เน้นย้ำว่า แผนนี้ประนีประนอมกับทุกฝ่ายมากเกินไป เกรงใจนายทุนมากเกินไป ไม่ยอมเจ็บแต่จบเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จึงเป็นแนวครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพื่อซื้อเวลาเท่านั้น

3 ข้อเสนอ เจ็บแต่จบ ปลดภาระขาดทุนสะสมการบินไทย

ในส่วนของการหาทางออกนั้น ศิริกัญญา มีข้อเสนอให้รัฐบาล 3 ข้อ เพื่อล้างขาดทุนสะสม ทำให้ส่วนของทุนกลับมาเป็นบวก และสามารถทำให้การบินไทยอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

“ข้อเสนอแรก คือ #การลดทุน เราจำเป็นต้องลดทุนเพื่อล้างการขาดทุนสะสม ปัจจุบันการบินไทยขาดทุนสะสม 161,898 ล้านบาท ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ -128,742 ล้านบาท เสนอให้ลดทั้งทุนที่ชำระแล้วและส่วนของทุนอื่น ๆ ซึ่งการลดทุนเดิมไม่ใช่อะไรนอกจากเรียกร้องให้ผู้ถือหุ้นต้องร่วมรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

“ขั้นที่สอง เจ้าหนี้ต้องยอมเจ็บ #ต้องมีการลดหนี้หรือแปลงหนี้เป็นทุน เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์หรือผู้ถือหุ้นกู้ต้องร่วมรับผิดชอบอีกส่วนหนึ่ง คิดเป็นตัวเลขกลม ๆ หนี้ที่สามารถลดได้อยู่ที่ประมาณ 300,00 ล้านบาท ถ้าขอ haircut หรือลดหนี้ได้ 40% จะสามารถทำกำไรลดขาดทุนสะสมได้ถึง 120,000 ล้านบาท”

.

แต่ข้อควรระวังทุกคนพูดถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของหุ้นกู้ ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องช่วยเหลือเป็นราย ๆ ไป เพราะผู้ถือหุ้นหรือผู้ฝากเงินสหกรณ์ล้วนแต่เป็นประชาชนรายย่อย

 

“ขั้นสุดท้าย เมื่อลดหนี้จนผลของการขาดทุนสะสมเหลืออยู่น้อย แล้ว #การเพิ่มทุนใหม่อาจทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาล ถ้ารัฐบาลต้องแทรกแซงเสนอให้ต้องกำหนดแผนการขายหุ้นออกที่ชัดเจนใน 3-5 ปี เพื่อไม่ให้เกิด moral hazard”

.

นอกจากนี้ ศิริกัญญา ยังเสนอให้พิจารณาการเปิดประมูลผู้ร่วมทุนใหม่ หรือหาสายการบินอื่นควบรวมได้ ซึ่่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร British airways ของอังกฤษที่ควบรวมกับ Iberia ของสเปน, Air France ของฝรั่งเศสที่ควบรวมกับ KLM ของเนเธอแลนด์ การบินไทยในช่วงเริ่มต้นก็เป็นการร่วมทุนเช่นเดียวกัน

“ดังนั้นดิฉันสรุปว่าแผนการนี้เป็นแผนที่เจ็บแต่จบ คือการลดส่วนของทุน เจรจาลดหนี้ และถ้ามีการเพิ่มทุนโดยรัฐต้องมีแผนการออกใน 3-5 ปี เพื่อทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นกลับมาเป็นบวก และสามารถรอดพ้นปัญหาถ้าเกิด shock ขึ้นมาในขณะนี้ และจะเป็นการแก้ปัญหาการบินไทยอย่างยั่งยืน” ศิริกัญญา กล่าวทิ้งท้าย

'จุรินทร์' นำ พาณิชย์จัดโมบายพาณิชย์ ลดราคาสูงสุด 60% จัดรถโมบาย 730 คัน ตระเวนจอดขายของราคาถูก 500 ชุมชน 'กรุงเทพ-ปริมณฑล' ช่วยประชาชนช่วงโควิด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดงาน Mobile พาณิชย์ลดราคา!! ช่วยประชาชน Lot 10

นายจุรินทร์ กล่าวว่า การเปิดตัวโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot ที่ 10 ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 9 Lot โดย Lot นี้ กระทรวงพาณิชย์จัดในรูปแบบรถ Mobile พาณิชย์ลดราคา!! ช่วยประชาชน ที่จะตระเวนไปจำหน่ายสินค้าราคาถูกทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด เพื่อที่จะให้สามารถนำสินค้าและให้บริการสินค้าต่าง ๆ ในราคาถูกไปจำหน่ายให้พี่น้องประชาชนถึงชุมชนต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชนที่จำเป็นต้องกักตัวอยู่ในชุมชนสามารถได้รับบริการที่ทั่วถึง

โดยได้จัดรถ Mobile ทั้งหมด 730 คัน วิ่งกระจายไปทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ส่วนนึงจะไปจอดที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ทั่วกรุงเทพมหานคร จอดประมาณครึ่งวัน แล้วจะตระเวนไปตามจุดและชุมชนต่าง ๆ จะเข้าไปในชุมชนประมาณ 400-500 ชุมชน สินค้าราคาถูกประกอบด้วย 2 ส่วน

สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในชีวิตประจำวัน 6 ชนิด

1.) ข้าวสารถุงเป็นข้าวหอมมะลิ กิโลกรัมละ 30 บาท

2.) ไข่ไก่ เบอร์สาม 3-4 แผงละ 30 ฟอง ราคา 83 บาท ตกฟองละ 2.77 บาท

3.) น้ำมันพืชขนาด 1 ลิตร ขวดละ 43 บาท

4.) น้ำตาลถุงละ 1 กิโลกรัม 20 บาท

5.) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองละ 5 บาท

6.) ปลากระป๋อง กระป๋องละ 12 บาท

สินค้าเพื่ออุปโภคบริโภค 6 หมวด

1.) หมวดที่หนึ่ง อาหารสำเร็จรูปมี 11 รายการ ลดสูงสุด 33%

2.) หมวดที่สอง ซอสปรุงรส 16 รายการ ลดสูงสุด 28%

3.) หมวดที่สาม ของใช้ประจำวัน 16 รายการ ลดสูงสุด 50%

4.) หมวดที่สี่ สินค้าสำหรับชำระร่างกาย 4 รายการ ลดสูงสุด 60%

5.) หมวดที่ห้า สินค้าสำหรับการซักล้าง 23 รายการ ลดสูงสุด 54%

6.) หมวดที่หก ยา 3 รายการ ลดสูงสุด 23%

โดยภาพรวมสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภค 6 หมวดนี้ ลดราคาเฉลี่ยสูงสุด 60%

โดยจะเริ่มดำเนินการออกให้บริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 400-500 ชุมชน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเป็นเวลา 30 วันถึงวันที่ 8 มิถุนายน คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าของชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท ซึ่งได้รับความร่วมมือจากตลาดทั้งหมด 7 ตลาด

1.) ตลาดสี่มุมเมือง

2.) ตลาดไท

3.) ตลาดยิ่งเจริญ

4.) ตลาดมีนบุรี

5.) ตลาดเวิลด์มาร์เก็ต

6.) ตลาดเสรีสายห้า

7.) ตลาดบางใหญ่

ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีข้อความระบุว่า...

ฝ่ายค้านบางคนตั้งหน้าตั้งตาปั่นว่าวัคซีนมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายจนมีคนจำนวนหนึ่งไม่กล้าไปฉีด เพราะมีเป้าหมายทางการเมือง ไม่ต้องการให้รัฐบาลจัดการควบคุมโควิดได้สำเร็จ

คนที่ทำแบบนี้ใจดำอำมหิตมาก คิดแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองของตน แต่ไม่คิดถึงความปลอดภัยของประชาชน และความอยู่รอดของประเทศไทย ลองสงบจิตสงบใจ คิดใคร่ครวญใหม่หน่อยเถอะนะว่า ที่ทำอยู่นี้มันยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า สมควรหรือไม่ที่จะเอาเรื่องความเป็นความตายของคนไทยมาเล่นการเมือง

หมอเขาพูดอธิบายกี่คน กี่ครั้ง ทำไมถึงไม่ยอมเข้าใจ ทำไมจึงไม่หยุดปั่นเรื่องอันตรายของวัคซีน ทำไมไม่รักประเทศไทยให้มากกว่าความเห็นแก่ตัวเสียทีนะ ส่วนประชาชนนั้น ขอให้คิดเป็น เชื่อหมอนะคะ อย่าเชื่อหมา


ที่มา: https://siamrath.co.th/n/242884


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top