Monday, 27 July 2026
Hard News Team

รองโฆษก ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กกรณีตำรวจออกหมายจับ “ลุงพล” ในคดีน้องชมพู่

โดยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษก ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีตำรวจออกหมายจับ “ลุงพล” ในคดีน้องชมพู่ ว่า 1 ปี คดีน้องชมพู่ #บางทีฆาตกรก็มาในรูปแบบของสื่อ (บางคน) ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับครอบครัวน้องชมพู่ ที่ตำรวจได้อกหมายจับลุงพล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากใช้เวลามาปีกว่า

คดีน้องชมพู่ อาจไม่ใช่เด็กคนเดียวที่เป็นเหยื่อจากฆาตกร แต่ยังมีผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของสื่อบางคน บางค่าย ที่ไร้จรรยาบรรณ ที่สมควรต้องแสดงความรับผิดชอบบ้างในฐานะที่มีส่วนฉุดกระชากสังคมให้บิดเบี้ยวจากการทำหน้าที่ เพียงแค่หวังเรทติ้ง 

เฝ้าติดตามการรายงานนี้อย่างห่างๆ เพราะทนดูไม่ได้กับสื่อบางช่องที่นั่งเล่าข่าวเรื่องนี้ได้เป็นเวลานานในแต่ละวัน เหมือนเป็นซีรีส์หนังดังอยู่แรมเดือน สร้างให้ผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งกลายเป็นฮีโร่ ทั้งๆ ที่มีสถานะที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นฆาตกร หรือแค่ผู้ต้องสงสัย 

ทฤษฏีการกำหนดวาระของสื่อหรือ Agenda Setting ทำให้เห็นปรากฏการณ์นี้ได้ชัด ว่าความพยายามที่จะยัดเยียดข้อมูลให้ผู้รับสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนสนใจในประเด็นเหล่านั้นไปสักระยะ จนทำให้ผู้คนคล้อยตามจนทำให้รู้สึกว่าต้องสนใจและให้ความสำคัญราวกับดูละครหลังข่าวที่พลาดไม่ได้ในสักตอน โดยอาศัยช่องว่างทางความรู้ของผู้รับสารในฐานะคนเสพสื่อที่อาจไม่รู้เท่าทัน

และตราบใดที่สื่อ (บางคน) ยังต้องการเรทติ้งจนลืมความรับผิดชอบ เหตุการณ์แบบนี้คงเกิดขึ้นได้อีก 

พฤติกรรมแบบนี้จึงไม่ต่างกับการเป็นฆาตกรที่ฆ่าคนไทยแบบผ่อนส่งด้วยการสร้างค่านิยมที่ผิดๆ ให้กับสังคมไทย จากการที่มีคนหลายคนติดตามรายการ และอาจนำไปเป็นแบบอย่างได้ว่าการเป็นผู้ต้องหาที่คดียังไม่ถึงที่สุดก็สามารถกลายเป็นพระเอกได้ในชั่วข้ามคืน ถ้ามีสือช่วยทำหน้าที่ในการประกอบสร้างความจริง ช่วยปั้นดินให้เป็นดาว แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นดินที่เปื้อนโคลนด้วยซ้ำ

วันนี้นอกจากเอาใจช่วยให้ตำรวจจับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว ยังอยากได้ยินคำขอโทษจากสื่อบางคน และไม่แน่ใจว่าระหว่างคำขอโทษจากสื่อ กับการจับตัวผู้ต้องหาได้ อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน 
ดรุณวรรณ

2 มิถุนายน 2564

“บิ๊กป้อม” ให้เปิดปฎิบัติการกวาดล้างยาเสพติดชั้นใน-ชุมชนเมือง ย้ำ ไม่ให้ไทยเป็นทางผ่านส่งออกยาเสพติด กระทบภาพลักษณ์ประเทศ สั่งสอบลึกฟันเชื่อมโยงทุกระดับที่เกี่ยวข้อง

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก ประจำ รองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายความมั่นคง) เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจการปฎิบัติงานของฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ปปส. ทุกระดับที่ร่วมกันสกัดกั้นและกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลต่อเนื่องที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ที่ฝ่ายทหารและตำรวจได้ร่วมกันสนธิกำลังเข้าสกัดกั้น จับกุมการลักลอบขนย้ายและยึดยาเสพติดได้จำนวนมากในแต่ละครั้ง  

โดยภาพรวม ตั้งแต่ 1 ม.ค.- 31 พ.ค.64 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 99,421 คน ยึดยาบ้าได้กว่า 210.42 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 11.4 ตัน และยึดสารเสพติดอื่นๆ ได้อีกจำนวนมาก ทั้งนี้พบความเคลื่อนไหว ของขบวนการค้ายาเสพติดผ่านการขนส่งพัสดุและการติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้นในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำเป็นนโยบายและสั่งการกับฝ่ายความมั่นคง ต้องไม่ให้ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่าน ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากไทยส่งออกไปยังประเทศที่ 3 โดยเด็ดขาด ซึ่งมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ต่อประเทศโดยตรง โดยเฉพาะกรณีการซุกซ่อนลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากไปในสินค้ารูปแบบต่างๆ ทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและอาหารเสริม ซึ่งถูกตรวจพบในฮ่องกง ออสเตรเลียและเกาหลีใต้ เมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา 

โดยขอให้ ตร.ประสานกับ ปปส.และศุลกากร ให้ความสำคัญคุมเข้มกวดขันสินค้าผ่านระบบศุลกากรอย่างจริงจัง และให้ร่วมกันเร่งสืบสวนขยายผลทางลึกเชื่อมโยงขบวนการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางและบังคับใช้กฎหมายยึดทรัพย์เอาผิดทั้งหมดไม่มียกเว้น และหากมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจหรือมีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดในทุกระดับ โดยให้รายงานผลให้ทราบโดยเร็ว

“พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ ขอให้ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง คุมเข้มสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนและคงความต่อเนื่อง พร้อมให้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ในพื้นที่ชั้นใน ชุมชนเขตเมืองอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ประสานการทำงานร่วมกับ ป.ป.ส. ติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์และส่งผ่านทางพัสดุไปรษณีย์  เพื่อลดปัญหาภัยคุกคามบั่นทอนสังคมและเหตุของอาชญกรรม ลูกโซ่ที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่เกิดขึ้น ซ้ำเติมปัญหาโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้น” พล.ท.คงชีพ กล่าว

ศปก.ศบค.เผย กระทรวงสาธารณสุข เตรียมกระจายวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ในวันที่ 3 หรือ 4 มิ.ย.นี้ เพื่อเริ่มฉีด 7 มิ.ย.

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขแจ้งข้อมูลมาว่าจะเริ่มกระจายวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปในจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 3 หรือวันที่ 4 มิ.ย.เป็นต้นไป เพื่อใช้สำหรับการฉีดให้กับประชาชนกลุ่มทั่วไปภายในวันที่ 7 มิ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถบอกได้ว่าการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในเดือน มิ.ย.จะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในแผนกระจายวัคซีนหรือไม่ เพราะการส่งมอบวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าจะทยอยส่งเป็นล็อต ซึ่งการวางแผนฯ คำนวณจากวัคซีนเต็มจำนวน แต่วัคซีนที่ได้มาเป็นการทยอยส่งเป็นระลอก จึงไม่อยากรับปาก เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมาอาจมีเหตุการณ์ที่ขัดข้องเล็กๆน้อยๆ ทำให้เกิดความล่าช้าไปบ้าง แต่หากยึดตามสัญญาก็เป็นไปตามนั้น

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้ชี้แจงก่อนหน้านี้แล้วว่าการจัดส่งวัคซีนจะเป็นการทยอยส่งมอบ ซึ่งภายในเดือน มิ.ย.นี้จะส่งมอบครบจำนวน 6 ล้านโดส จึงจำเป็นต้องพิจาณาเป็นรายเดือน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะทยอยแจกจ่ายต่อไปตามจำนวนวัคซีนที่ได้รับเข้ามา

"มีการรายงานมายัง ศบค.ว่า วัคซีนจะเข้ามาจำนวน 6 ล้านโดสในเดือน มิ.ย. เป็นแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวก ส่วนวัคซีนของซิโนฟาร์มนั้นยังไม่ทราบรายละเอียด" พล.อ.ณัฐพล กล่าว

ส่วนการฉีดวัคซีนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้ครบตามจำนวนคนที่ลงทะเบียนไว้หรือไม่นั้น พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีน อาจได้ครบหรือไม่ครบแล้วแต่ละจังหวัด แต่บางจังหวัดที่มีคนลงทะเบียนจำนวนมากอาจจะได้ไม่ครบ สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนก่อนหน้านี้หากอยู่ในระบบแอปลิเคชัน "หมอพร้อม" จะมีการแจ้งกลับไปว่าจะมีการเลื่อนฉีดวัคซีนออกไปหรือไม่อย่างไร ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบแอปพลิเคชันจะมีการแจ้งผ่าน อสม.ผ่านสายงานการลงทะเบียนในช่องทางนั้นๆ

สำหรับกรณีที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องการจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มนั้น เลขาฯ สมช. กล่าวว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. กำลังพิจารณาอยู่


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“รมว.คมนาคม” ติดตามความก้าวหน้า การเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนมาคม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ ครั้งที่ 3/2564 (ผ่านระบบ Zoom) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เวลา 14.30 น. โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้าหน่วยงานและผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ และคณะกรรมการฯ ร่วมประชุม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ดำเนินการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเดินทางของระบบรางของประเทศแล้วเสร็จ และเตรียมการเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ (Soft Opening) ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 เพื่อให้การเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการฯ เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด จึงได้เร่งรัดการดำเนินการในด้านต่างๆ ดังนี้ 
.
1.) การเตรียมความพร้อมด้านการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งระบบ รวมทั้งการเชื่อมต่อการให้บริการระบบขนส่ง ประกอบด้วย

(1.1) ปรับลดจำนวนรถไฟเข้าสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยวางแผนปรับลดขบวนรถไฟ เหลือเพียง 22 ขบวน โดยมีแผนจะเริ่มปรับตารางเดินรถในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 เพื่อให้ผู้โดยสาร ได้มีการปรับพฤติกรรมในการเดินทาง ทั้งนี้ ขบวนรถไฟที่ให้บริการในระยะนี้ ยังคงจะวิ่งให้บริการบนทางรถไฟเดิม และในวันที่ 1 ธันวาคม 2564 จะใช้ตารางเดินรถเช่นเดียวกับเดือนสิงหาคม แต่จะวิ่งให้บริการบนโครงสร้างยกระดับ สำหรับรถไฟเส้นทางสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ

(1.2) ปรับเส้นทางรถโดยสารประจำทาง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกรมการขนส่งทางบก และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้ปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทางเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับสถานีหลัก โดยจะปรับปรุงเส้นทางให้แล้วเสร็จก่อนการเปิดให้บริการแบบ Soft Opening ในเดือนกรกฎาคม 2564

2.) การเตรียมความพร้อมด้านสถานีของโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ซึ่งได้ดำเนินการประกวดราคาหาผู้รับจ้างเพื่อปรับปรุงสถานีตลิ่งชัน บางบำหรุ บางซ่อน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขออนุมัติ ออกประกวดราคา ซึ่งคาดว่าจะได้ผู้รับจ้างภายในเดือนมิถุนายน 2564 และการจ้างบริการเตรียมความพร้อมการเปิดใช้สถานีกลางบางซื่อและสถานีรถไฟฟ้า 12 สถานี ประกอบด้วย งานจ้างทำความสะอาดและกำจัดขยะ งานจ้างบริการรักษาความปลอดภัยและจราจร งานจ้างบริหารจัดการงานอาคารและสถานที่บริเวณรถไฟฟ้าสายสีแดง งานจ้างบริการรักษาความปลอดภัยและทำความสะอาดอาคารและพื้นที่โดยรอบของโรงซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีแดงและทำความสะอาดขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดง งานจ้างติดตั้งระบบจัดการจราจรภายในบริเวณลานจอดรถสถานีกลางบางซื่อ และจัดเก็บค่าบริการจอดรถ 

3.) การเตรียมความพร้อมด้านการกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า (Gateway/Hub) โดย รฟท. ได้ดำเนินการจัดทำแผนการปรับปรุงจุดเชื่อมต่อผู้โดยสาร และจุดเชื่อมต่อสินค้า โดยแบ่งแผนการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย

ระยะเร่งด่วน ปรับปรุงพื้นที่ทางเข้าสถานีรถไฟรังสิตทั้งทางฝั่งตะวันออก (รังสิต) และฝั่งตะวันตก (ปทุมธานี) ให้แล้วเสร็จก่อนการเปิดให้บริการ Soft Opening ในเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ และปรับปรุงพื้นที่จุดจอดรถอโศกให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 ก่อนการเปิดให้บริการรถไฟสายสีแดงอย่างเป็นทางการ

ระยะกลาง ปรับปรุงสถานีตลิ่งชัน เพื่อรองรับการหยุดขบวนของรถไฟทางไกลเพื่อเชื่อมต่อระบบเข้าสู่รถไฟฟ้าชานเมือง โดยคาดกว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2565 

ระยะยาว พัฒนาสถานีเชียงรากน้อยและสถานีวัดสุวรรณ โดยออกแบบและก่อสร้างเป็นจุดเชื่อมต่อสำหรับการขนถ่ายสินค้า และการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าอย่างครบวงจร โดยคาดว่าจะออกแบบแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2565 และก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2566 รวมถึงการออกแบบและก่อสร้างสะพานกลับรถบริเวณทิศใต้ของสถานีรังสิต เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะสามารถเข้าถึงสถานีรังสิตทั้ง 2 ฝั่งได้โดยสะดวก โดยมีแผนการดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2566 เช่นเดียวกัน

4.) การเตรียมความพร้อมด้านราคาค่าโดยสารและบัตรโดยสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กำหนดอัตราค่าโดยสารของโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ให้เหมาะสม สอดคล้องตามต้นทุน โดยไม่เป็นภาระต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน และไม่เป็นภาระทางการเงินของ รฟท. โดย รฟท. ได้ประมาณการต้นทุน ปริมาณผู้โดยสาร และความถี่การเดินรถ เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารตามระยะทางให้มีความเหมาะสม รวมถึง พิจารณาแนวทางการปรับลดค่าใช้จ่ายและการส่งเสริมการเดินทางเพื่อเพิ่มรายได้ต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้ระบบจัดเก็บค่าโดยสารรองรับตามมาตรฐานเทคโนโลยีบัตร EMV (Europay Mastercard and Visa) โดยให้จัดทำข้อมูลกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน งบประมาณที่คาดว่าจะใช้ รวมทั้งแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้สามารถเปิดใช้บริการได้ภายในปลายปี 2564และยังได้พิจารณาร่างข้อกำหนดการพัฒนาระบบบัตรโดยสาร หรือระบบตั๋วโดยสาร ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเสนอแนะและความเห็นเพิ่มเติม ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมต่อไป

และยังได้กำหนดแนวทางการจัดเก็บอัตราค่าแรกเข้าในการเดินทางเชื่อมต่อ โดยการจัดเก็บค่าแรกเข้าแบบไม่ซ้ำซ้อน ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและรถไฟชานเมืองสายสีแดง มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม ประกอบด้วย เงื่อนไขการจัดเก็บค่าแรกเข้า กรณีที่ผู้โดยสารเปลี่ยนถ่ายระบบรวมถึงเงื่อนไขการจัดแบ่งและชดเชยค่าแรกเข้า ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายระบบ และกรณีเปลี่ยนถ่ายกับระบบรถไฟฟ้าที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของ รฟม. โดยการเดินทางเชื่อมระหว่างรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และรถไฟฟ้าสายสีชมพูในอนาคต อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดวิธีการแบ่งรายได้และค่าใช้จ่ายร่วมกันก่อนเสนอต่อกระทรวงคมนาคมต่อไป

5.) ด้านการสื่อสารสาธารณะ รฟท.ได้เปิดช่องทางในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารการดำเนินงาน และรับฟังความคิดของประชาชนผู้ใช้บริการ โดยประชาชนผู้ใช้บริการสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารความก้าวหน้าการดำเนินงานและแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ได้ทาง Facebook Fanpage : Bang sue Grand Station เพื่อกระทรวงฯ และ รฟท. จะได้นำมาใช้ในการปรับปรุงเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ดีที่สุดต่อไป

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มขึ้นอีก 2 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการฯด้านการพิจารณาดำเนินการขอพระราชทานชื่อโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และพิธีการที่เกี่ยวข้อง และคณะอนุกรรมการฯ ด้านการพัฒนาสถานีกรุงเทพ (สถานีหัวลำโพง) และพื้นที่ช่วงสถานีกลางบางซื่อ-สถานีกรุงเทพ เพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ให้สามารถดำเนินการในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยต่อไป

ครม. อนุมัติเงินค่าตอบแทน อสม. 3 เดือน พร้อมจัดหารถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. อนุมัติโครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อีก 3 เดือน ตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย. 2564 วงเงินรวมไม่เกิน 1,575 ล้านบาท เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีแก่ อสม. ผู้ปฏิบัติงานในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน ซึ่งที่ผ่านมา อสม. ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมอย่างถ้วนหน้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค. 2563-มิ.ย. 2564 เป็นระยะเวลา 16 เดือน กรอบวงเงินรวม 8,348 ล้านบาทแล้ว 

ทั้งนี้ยังอนุมัติกรอบวงเงิน 129 ล้านบาทสำหรับจัดหารถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแบบ 2 จุดบริการ จำนวน 11 คัน และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ (Express Analysis Mobile Unit) จำนวน 11 คัน เพื่อดำเนินการค้นหาผู้ติดเชื้อในระดับพื้นที่และเป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการตรวจวิเคราะห์ผลโรคโควิด-19 รวมจำนวน 22 คัน โดยมีแผนที่จะใช้รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยและรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษในเดือน ส.ค. และ ก.ย. 2564 เพื่อช่วยสนับสนุนการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกโดยเฉพาะในชุมชนแออัด ตลาด แคมป์คนงาน รวมถึงคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งในปัจจุบันไทยมีการใช้งานรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน ควบคู่กับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย จำนวน 21 คัน

“รัฐบาลและประชาชนมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ จากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย ซึ่งประสบความสำเร็จช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เชิงรุก ควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ให้อยู่ในวงจำกัดช่วยลดผลกระทบทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม และเพิ่มความมั่นคงของประเทศด้วย”

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2564

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2564 กับประเด็นสถานการณ์โควิด-19 ไต้หวันกับวิกฤตวัคซีน

สัมภาษณ์สด คุณศรัณย์ กาญจนาภาส นักเรียนทุนปริญญาโท National Taipei University of Technology , ไต้หวัน

.

.


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้' ของคุณเจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ นักเขียน และคนไทยในอเมริกา ได้โพสต์สถานการณ์การฉีดวัคซีนไปแล้วในหลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกาว่า...

จากเฟซบุ๊ก 'เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้' ของคุณเจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ นักเขียน และคนไทยในอเมริกา ได้โพสต์สถานการณ์การฉีดวัคซีนไปแล้วในหลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกาว่า...

ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง

วันที่ 1 มิถุนายน 2564

รัฐอินเดียน่า (ไม่บริการคนที่ไม่ใช่พลเมือง)

ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแค่ 35 %

ส่วนรัฐยอดนิยมที่เปิดเสรีบริการนักท่องเที่ยวจากดัชนีวันที่ 1 มิถุนายน 2564

นิวยอร์กพลเมืองที่ฉีดครบสองเข็มแค่ 46%

แคลิฟอร์เนียจำนวนคนฉีดครบสองเข็ม 43%

รัฐอิลลินอยส์แค่ 39%

นอกจากนี้ ยังมีบทสนทนาของคนไทยในสหรัฐฯ ที่สะท้อนความกังวลใจต่อสถานการณ์ในสหรัฐฯ หลังจากเริ่มมีฉีดวัคซีนในประเทศ แต่ยังไม่ครอบคลุมพอจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

โดยบางความเห็นมองว่า ตอนนี้รัฐเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา ทั้งมาจากละติอเมริกา / จากเอเชีย ส่อแววคุมยาก

บางความเห็นมองว่าเริ่มพบคนอเมริกันไม่ใส่หน้ากากมากขึ้น ตามแหล่งสาธารณะมีใส่กันราว 10% แถมเดินเบียดกันไปมา

สิ่งเหล่านี้สะท้อนความต้องการอิสรภาพของคนในประเทศ ที่ดูเหมือนจะสวนทางกับสถานการณ์การควบคุมเชื้อ หลังตัวเลขการฉีดวัคซีนดูจะยังไม่ครอบคลุม ปล่อยต่างชาติเข้าเมือง และเริ่มการ์ดตกกันเอง

ความกังวลเกี่ยวกับการกลับมาระบาดซ้ำใน USA จึงเริ่มมีกันพูดถึงขึ้นมาอีกเป็นระยะๆ

จริงอีกด้านจากอเมริกา

 

ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10219625949502786&id=1337643342

https://usafacts.org/visualizations/covid-vaccine-tracker-states/state/illinois


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘สุเทพ’ จี้ รัฐบาลเยียวยา ‘นวดสปา’ หลัง กมธ.แรงงานฯ รับเรื่องร้องขอความเป็นธรรม ซัด ‘ประยุทธ์’ ต้นตอปัญหาควรลาออก เพื่อเปิดทางมีรัฐบาลใหม่ ด้าน ‘ทวีศักดิ์’ ชี้ คำสั่ง กทม.- ศบค. ขาดความชัดเจน เล่นกับความทุกข์ร้อนของประชาชน

สุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเเรงงาน สภาผู้เเทนราษฎร พร้อม ทวีศักดิ์ ทักษิณ กรรมาธิการฯ รับหนังสือร้องของความเป็นธรรมจากกลุ่มอาชีพนวดและสปา ที่เรียกร้องให้รัฐบาลให้ผ่อนปรนเเละยกเลิกมาตรการสั่งปิด หลังได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการเเพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ทั้ง 3 ระลอก เเต่ไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ จากภาครัฐ 

สุเทพ กล่าวว่า ตนรู้สึกเศร้าใจกับการบริหารงานของรัฐบาลที่ส่งผลกระทบเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเกิดจากความไม่ชัดเจนด้านนโยบายของ ศบค.และรัฐบาล ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผู้ใช้เเรงงาน ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการในภาคส่วนต่างๆที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดสถานประกอบการ ทั้งร้านนวดเเละสปา ร้านอาหาร สนามกีฬา หรือสถานประกอบการ อื่นๆ ทั้งหมด ตนจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินการอย่างเร่งด่วน ขณะนี้มีหลายกลุ่มที่เดือดร้อนมาก เช่น พี่น้องเเรงงานนอกระบบกลุ่มรถยนต์ขับขี่สาธารณะ (แท็กซี่), กลุ่มลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างกว่า 1,300 คน จากบริษัทบิลเลียน จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งนับตั้งเเต่ถูกเลิกจ้างยังไม่ได้รับการเยียวยาจากผู้ประกอบการ จากสถานการณ์ที่มีความลำบากไปทั่วเช่นนี้ จึงขอเรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกเพื่อเปิดทางให้บุคคลมีความสามรถเข้ามาบริหารงานแทน 

ด้าน ทวีศักดิ์ ทักษิณ ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า กลุ่มผู้ประกอบการนวดแผนไทยเเละสปา ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างจากนโยบายที่ไม่ชัดเจนของภาครัฐที่ใช้ควบคุมการเเพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่ โดย เมื่อวานนี้ (31 พ.ค. 64 ) ทางกรุงเทพมหานครออกมาตรการปลดล็อก 5 กลุ่มธุรกิจซึ่งมีร้านนวดเเละสปาให้กลับมาเปิดกิจการได้ เเต่ไม่ทันข้ามวัน ในช่วงเย็น ทางศบค.กลับออกเเถลงการณ์ให้ชะลอมาตรการดังกล่าว จึงส่งผลกระทบต่อทางด้านจิตใจของพี่น้องประชาชนเเละผู้ประกอบการมาก เพราะทันที่ที่ได้ข่าวว่าปลดล็อก จากต้นทุนที่ไม่มีอยู่แล้วด้วยหวังว่าจะเปิดกิจการได้จึงไปกู้หนี้ยืมสินแต่สุดท้ายก็โดนยกเลิกไป เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนแบบนี้ไม่ควรเกิดรัฐบาลต้องมีความชัดเจนต่อกรณีที่เกิดขึ้น

พิทักษ์ โยธา นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย กล่าวว่า ในวันนี้ที่มายื่นเรื่องต่อประธานกรรมาธิการเเรงงาน เพื่อขอคัดค้านคำสั่งของ ศบค. ให้ปิดสถานที่ต่างๆรวมร้านนวดเเละสปาออกไปอีก 14 วัน กรณีความไม่ชัดเจนระหว่าง ศบค.กับ กทม. ที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการไม่มีทุนเป็นเดิมอยู่เเล้ว เเต่เมื่อรัฐประกาศมาตรการคลายล็อกออกมาก็ต้องเตรียมพร้อมเปิดร้านอีกครั้ง โดยต้องไปกู้นายทุนนอกระบบมาก่อน ทั้งในการพ่นยา ฆ่าเชื้อ เสื้อผ้า ซื้อหน้ากากอนามัย พอมาตรการรัฐออกมาสั่งปิดอีก 14 วัน ทุกคนแทบล้มทั้งยืน เพราะหนี้นอกระบบเขาเก็บเป็นรายวัน ไม่รู้จะเอารายได้มาจากไหน ตั้งแต่ระลอกแรกพวกเราได้รับผลกระทบด้วยการสั่งปิดทุกครั้งและแทบไม่ได้รับการเยียวยาเลย โครงการเราชนะ มีผู้ได้รับการช่วยเหลือเพียง 65% เท่านั้น อีก 35% คือ มีรายได้ในในปี 2562 เกิน 300,000 บาท ซึ่งทางรัฐบาลใช้ AI ตรวจสอบ แต่เราได้รับผลกระทบในปี 2563 จึงไม่ได้รับความช่วยเหลือ พนักงานของเราจะไปสมัครงานที่ไหนไม่ว่า ปั้มน้ำมัน ร้านอาหาร ก็ไม่มีตำแหน่งให้ ไม่รู้พวกเขาจะกินอยู่อย่างไรต่อไป จึงต้องการให้กรรมาธิการช่วยเหลือในกรณีดังกล่าว 

ขณะที่ อักษิกา จันทรวินิจ ตัวเเทนผู้ประกอบการร้านนวดเพื่อสุขภาพในกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่าน นโยบายต่างๆ ที่ออกโดยศูนย์บริหารสถานการณ์เเพร่ระบาดโรคไวรัสโคโรนา 2019 ( ศบค.) ทำให้กิจการได้รับผลกระทบจำนวนมาก แต่เป็นนโยบายแบบหว่านแห ปัจจุบันมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเเละมีอยู่ทุกภาคส่วน มีหน่วยงานราชการ มีธนาคาร เเละมีร้านสะดวกซื้อ ที่พบว่ามีผู้ติดเชื้อทุกๆหน่วยงาน เเต่ทุกหน่วยงานได้รับการดูเเลอย่างเป็นธรรม ไม่มีหน่วยงานไหนถูกปิดทุกที่ทั่วประเทศเหมือนสปา ร้านสักคิ้ว ฟิตเนส ตรงนี้จึงต้องขอความเป็นธรรม เราขอให้ ศบค.และ กทม.ดูเเลพวกเราอย่างเท่าเทียม เราต้องการพื้นที่ในการทำงานได้ในภาวะติดเชื้อ เราไม่มีวันทำให้จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงได้ภายในเร็ววันนี้  ศบค. ทำลายความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่มีความตั้งใจ แต่ ศบค. ไม่เคยเห็นความตั้งใจดังกล่าวในการรับผิดชอบสังคมของพวกเรา กลับใช้นโยบายสั่งปิดเเบบหว่านแหและเหมารวม ขอเรียกร้ององให้ภาครัฐเร่งดูเเลผู้ประกอบการและพนักงานนวดสปาอย่างเร่งด่วน

“บิ๊กตู่” ยันพรรคร่วมไร้ปัญหา หลัง “ชาดา” ชวน “เสี่ยหนู” กลับบ้าน เจ้าตัวแจงกลางวง ครม.สมาชิกอาจเข้าใจผิด เตรียมลุกแจงในสภา พร้อมทำความเข้าใจสมาชิกพรรค

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถาม แทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้ตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงเหตุผลที่ ศบค. ชะลอ มติ กทม.ในเรื่องการผ่อนคลายกิจการกิจกรรม 5 ประเภทว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันยังคงมีอยู่ ดังนั้นการที่คณะกรรมการโรคติดต่อ ของกรุงเทพมหานคร ประชุมกันและมีผลสรุปออกมานั้น ก็ยังไม่ได้มีการนำเสนอเข้าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนั้นมติของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครจึงยังไม่มีผล เป็นเพียงการแถลงข่าวผลประชุมของคณะกรรมการ โรคติดต่อ กทม. ซึ่งจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของ ศบค.ชุดใหญ่อีกครั้งก่อน เพื่อพิจารณารายละเอียดต่างๆ จึงได้มีการชะลอมติดังกล่าวไว้ ยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวของ กทม.ยังไม่มีผล แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในเบื้องต้น 

นายอนุชา กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการพูดถึงเรื่องของงบประมาณในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นที่สื่อมวลชนถามว่า นายกรัฐมนตรีมีความเห็นอย่างไร ต่อท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่พอใจกับการจัดสรรงบประมาณนั้น เรื่องดังกบ่าว พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลจะได้มีการพูดคุยกับสมาชิกพรรคของตัวเองในรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งในที่ประชุม ครม.วันเดียวกันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่าอาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันในเรื่องการจัดสรรงบประมาณ เพราะนอกเหนือจากงบประมาณในรายกระทรวงแล้ว ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ยังมีงบประมาณอื่นๆทั้งที่เป็นงบกลาง และงบที่นำมาใช้จากกรอบวงเงินกู้ ซึ่งเมื่อนำมาบวกกันแล้ว จะเห็นได้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา โควิด-19 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งบประมาณในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 153,900 กว่าล้านบาทก็จริง แต่ยังมีในส่วนของงบประมานที่ตั้งไว้ที่กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีงบประมาณที่ตั้งไว้ที่กองทุนการแพทย์ฉุกเฉินอีก เพราะฉะนั้นเมื่อรวมกันแล้วก็จะมีวงเงินในส่วนของงบปกติตั้งไว้ถึง 293,000 กว่าล้านบาท แต่ไม่ได้มีการพูดถึง มีการพูดถึงเฉพาะงบที่กระทรวงสาธารณสุขได้รับจึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมาได้ ตัวอย่างเช่นงบที่มาจากงบกลางล่าสุดที่ได้มีการอนุมัติไป 311 ล้านบาท เพื่อให้เป็นค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรค โควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ส่วนนี้ก็เป็นงบประมาณที่มาจากกรอบวงเงินรายจ่ายประจำปีที่เป็นงบกลาง เป็นรายการค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทาแก้ไขปัญหาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรค โควิด-19 นอกจากนี้งบกลางยังมีอีกหลายส่วนที่ดำเนินการไปแล้ว อาทิ รัฐบาลได้จัดให้มี สถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้กับประชาชนที่ต้องกักตัว 14 วัน หรือ State Quarantine ที่ผ่านมา ครม. ได้ใช้งบกลางในการดูแล โดยประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดใด หรือแม้กระทั่งการจัดหาวัคซีน จำนวนหลาย 10 ล้านโด้ส ก็ใช้เงินจากงบกลางทั้งสิ้น ไม่ได้ผ่านมาในส่วนของงบกระทรวงสาธารณสุข หากไปดูตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเดียวก็จะไม่สามารถเห็นตัวเลขที่รัฐบาลใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ได้ ต้องนำงบประมาณในส่วนอื่นๆ ทั้งงบจากเงินกู้ งบจากส่วนกลางมาบวกรวม ทั้งการคัดกรองผู้ติดเชื้อ การจัดหารถโมบายในการตรวจคัดกรองต่างๆ ทั้งหมดมาจากงบเงินกู้ทั้งสิ้น

“ประเด็นที่สื่อมวลชนสอบถามมาว่านายกรัฐมนตรีจะแก้ปัญหา และดูแลพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไร หลังเกิดความระหองระแหงขึ้นมานั้น เรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าไม่ได้มีความระหองระแหงในพรรคร่วมรัฐบาลอะไรทั้งสิ้น ในการประชุมครม.ก็ได้มีการพูดคุยกันด้วยดีทุกอย่าง ทุกพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้มีการชี้แจงว่าจะได้ทำการพูดคุยกับสมาชิกของพรรคตัวเองเพื่อ ชี้แจงให้เกิดความเข้าใจในรายละเอียดเพิ่มเติม โดยนายอนุทิน ได้บอกว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหลังจากที่สมาชิกได้อภิปรายในบางส่วนแล้ว ก็จะลุกขึ้นชี้แจงด้วยตัวเองถึงงบประมาณของกระทรวงสาธาณสุขที่ได้รับอย่างเหมาะสม โดยนายกรัฐมนตรีได้กรุณาจัดสรรงบประมาณทั้งในส่วนของงบกลาง  งบเงินกู้เพิ่มเติมให้กับกระทรวงสาธารณสุขด้วย ยืนยันว่าการทำงานของรัฐบาลในปัจจุบันไม่มีปัญหาใดใดทั้งสิ้น ยังทำงานด้วยความพยายามที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ประชาชนมีความชัดเจนในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการการฉีดวัคซีน การจัดหาวัคซีนทั้งวัคซีนหลักและวัคซีนทางเลือก รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้การแพทยระบาดของโรค โควิด-19 ทุเลาลงให้ได้มากที่สุด”นายอนุชากล่าว

นายอนุช่ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการเยียวยาต่างๆนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะเงิน 5 แสนล้าน จาก พ.ร.ก.เงินกู้ ก็จะมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน โดยแผนงานทั้งหมดมีอย่างชัดเจนว่าจะใช้เงินจำนวน 5 แสนล้านบาทอย่างไร จะนำไปใช้ในกรอบอย่างไรบ้าง ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขทั้งสิ้น ทั้งการจัดหาเวชภัณฑ์ การจัดหาอุปกรณ์ต่างๆในการดูแลผู้ป่วย การจัดหาวัคซีน การเยียวยาในอนาคตให้กับประชาชนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

โฆษกกองทัพเรือ แจง ซื้อรถถังเข้าประจำการในนย. ใช้เงินงบประมาณปี 2563 เพื่อทดแทนรถถังหลัก Type 69-II

พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ มีการกล่าวถึงการจัดส่งรถถังมายังประเทศไทย ในการพิจารณางบประมาณ 2565 ของรัฐบาล เมื่อ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นั้น กองทัพเรือ ได้จัดหา ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก แบบ ZTD 05A  หรือ VN 16  จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโครงการซื้อยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ระยะที่ 1 จำนวน 3 คัน วงเงิน 398,143,400 บาท ในปีงบประมาณ 2563  เพื่อทดแทนรถถังหลัก Type 69-II  ของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน  ทั้งนี้ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN16 จะเข้าประจำการ ในกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

สำหรับ ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN16  ออกแบบและผลิตโดย China North Industries Corporation (NORINCO) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมความมั่นคงของจีน โดย VN 16 เป็นรถถังเบาสะเทินน้ำสะเทินบก มีน้ำหนักประมาณ 26.5 ตัน ติดตั้งปืนใหญ่รถถังขนาด 105 มม. เกราะทำด้วยอลูมิเนียมอัลลอย มีความเร็วบนถนน 65 กม./ชม. ความเร็วในน้ำ  25 กม./ชม.

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวยืนยันว่า การจัดหายานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก แบบ VN 16  นั้น เป็นการจัดหาในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งเป็นไปตามแผนการเสริมสร้างกำลังกองทัพเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อดูแลความมั่นคงในส่วนที่กองทัพเรือรับผิดชอบ โดยดำเนินการในห้วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัส COVID - 19 ทั้งนี้ กองทัพเรือ มุ่งมั่นในการเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ เป็นที่พึ่งของประชาชนและบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งกระบวนการจัดหายุทโธปกรณ์เป็นไประเบียบราชการทุกประการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top