Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

“มท.1” คาด มีติดเชื้อเพิ่ม หลังแรงงานทิ้งกทม.กลับบ้าน สั่งเข้มตรวจเชิงรุก พบกลับบ้านให้กักตัว 14 วัน วอนสังคมเข้าใจ แก้โควิดไม่ง่าย ยัน รัฐบาลสื่อสารทุกเรื่องชัดแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลแรงงานเคลื่อนย้ายออกต่างจังหวัด หลังปิดแคมป์คนงานในกทม. และปริมณฑล จำนวนมาก ว่า เรามีนโยบายให้แรงงานอยู่ในแคมป์ ไม่ให้เคลื่อนย้าย และจะเยียวยาเฉพาะคนที่อยู่ในแคมป์ ส่วนแรงงานที่เคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัด ที่เป็นแรงงานคนไทย ต้องถูกกักตัวที่บ้าน 14 วัน เพื่อสังเกตอาการ ไม่ให้ออกไปไหน ซึ่งทุกพื้นที่จะเป็นอย่างนี้หมด เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อ โดยกระทรวงมหาดไทย จะกำชับให้พื้นที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต้องเข้มงวด ฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการแพร่เชื้อ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานถึงผลเสียอะไรออกมา

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนที่สื่อเผยแพร่ว่ามีแรงงานออกมาซื้อข้าวของ เนื่องจากเพิ่งจะมีคำสั่งออกมา และระบบยังไม่มีความพร้อม แต่เรื่องนี้ศบศ. ได้ให้ทำงานบูรณาการกันระหว่าง สมาคมทางด้านอาหาร และผู้ประกอบการก่อสร้าง ให้ร้านอาหารต่างๆทำอาหารไปแจกจ่ายตามแคมป์ก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหา จึงมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมได้ดีขึ้น ทั้งนี้ยอมรับว่าที่มีปัญหาคือการควบคุมแคมป์ก่อสร้างในต่างจังหวัด และปริมณฑล ที่มีหลายร้อยแห่ง หากปล่อยให้เกิดการเคลื่อนย้ายก็จะคุมไม่อยู่และจะทำให้มีปัญหาเรื่องเตียงไม่เพียงพอ จึงต้องหยุดการเคลื่อนที่ทั้งหมด ไม่ให้เคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัด แต่จะให้อยู่ในแคมป์ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องควบคุมแคมป์คนงานในต่างจังหวัดด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เราจะคุมทั้งหมดในพื้นที่สีแดง และทุกพื้นที่จะต้องเข้มงวดไม่ให้มีแรงงานออกจากแคมป์ ถ้าพบว่าออกไปก็จะต้องถูกกักตัว ตนเชื่อมั่นว่าต่างจังหวัดจะมีความเข้มงวดไม่ให้แรงงานเหล่านี้เข้าไปอยู่พื้นที่ ยืนยันว่าจะไม่มีการไปแพร่เชื้อในต่างจังหวัด สิ่งที่อยากเน้นคือเมื่อเขาออกไปจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอยู่ ถ้าเขามีเชื้อและถูกกักตัว เชื้อก็จะไม่ระบาด 

“สื่ออย่าไปลงว่า เมื่อแรงงานที่อาจจะมีเชื้อไปต่างจังหวัด แล้วจะทำให้แดงไปทุกจังหวัด ต้องดูให้ละเอียด เพราะเราคุ้นเคยกับโควิด มาตั้งแต่ระลอกแรก พอปิดกทม.หมด ประชาชนก็หนีออกไปต่างจังหวัด อาจทำให้ยอดผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะเกิดจากการแพร่ระบาดในจังหวัดนั้นๆตรงนี้ทำให้เราเห็นว่าน่าจะคุมได้” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถึงการป้องกันแรงงานในบริเวณชายแดน ต้องกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เป็นอีกเรื่องที่ต้องป้องกัน หากลักลอบเข้ามาก็จับ ซึ่งแรงงาน เสนอว่าถ้ามีความจำเป็นต้องใช้แรงงาน จะให้เข้ามาให้อย่างถูกต้อง โดยต้องคุยกับ 3 ประเทศด้วย เมื่อเข้ามาต้องมีมาตรการกักตัว เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมายและจะช่วยในการจัดการการแพร่เชื้อได้ เมื่อถามว่าจะต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เป็นพิเศษ หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ต้องระดมกำลังทหาร ตำรวจและมหาดไทย เพราะ 6 จังหวัด มีหลายร้อยแคมป์จึงต้องช่วยกันหมดทุกหน่วยงาน

เมื่อถามว่าถึงความคืบหน้าของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ยอมรับว่ายังฉีดไม่ได้หมด เพราะการฉีดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับวัคซีนที่มีอยู่ ต่อข้อถามว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ทำงานเต็มกำลังแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแพทย์ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในพื้นที่สีแดงจะเต็มที่แล้ว เช่นการสร้างโรงพยาบาลสนาม ไม่ใช่มีแต่การสร้างเตียง แต่มีบุคลากรสธ.เข้ามาทำงานด้วย ขณะเดียวกันบุคลากร ต้องป้องกันตัวเองด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่ในส่วนอื่นเชื่อว่าระดมได้ โดยช่วงนี้ให้ทหารมาคุมหน้าแคมป์คนงาน 

เมื่อถามว่าขณะนี้ประชาชนจำนวนมาก ไม่เข้าใจการทำงานของรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ต้องค่อยๆสื่อสาร เพราะโควิดเป็นเรื่องซับซ้อน บางทีสื่อมาถามตนยังไม่แน่ใจว่าสื่อเข้าใจหมดหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องยากยิ่งมีการตั้งคำถามว่ากลัวจะเป็นอย่างนี้กลัวจะเป็นอย่างนั้นยิ่งทำให้ยุ่งกันไปใหญ่ เมื่อรัฐบาลทำมาตรการอะไรไปก็จะมีคำถามตามมาอีก

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะจำเป็นต้องสื่อสารให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลสื่อสารชัดเจนไม่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมาก็แก้ตามสถานการณ์ แต่ตอนนี้ปัญหาเกิดจากแคมป์ก่อสร้างติดเชื้อมาก มากเสียจนระบบสาธารณสุขจะรับไม่ได้ ยกตัวอย่างกทม.ป่วยเป็นพัน ๆ คน และคนที่ป่วยทุกคนก็อยากอยู่โรงพยาบาลทั้งนั้น ไม่ว่าจะเขียว เหลือง แดง เขาอยากอยู่ทั้งนั้น พอเราจัดไม่ทันต้องรอก็เริ่มมีปัญหาแล้ว ดังนั้นจึงต้องหาวิธีหยุดให้ได้ เพราะถ้ายังเพิ่มวันละพัน แม้จะทำโรงพยาบาลสนามได้แต่บุคลากรทางการแพทย์ก็มีจำนวนไม่เพียงพอ ดังนั้นแคมป์คนงานจำเป็นจะต้องหยุดก่อนร่วมทั้งชุมชนจะต้องเข้มงวดด้วยและต้องตรวจเชิงรุก 

เมื่อถามว่า กังวลถึงการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ ทำให้เกิดการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรามีหน้าที่สร้างความเข้าใจและอย่านึกว่าเรื่องโควิดเป็นเรื่องที่แก้กันง่าย ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่แก้ง่ายมันยากมันซับซ้อน เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเข้าใจ ตนไม่คงไม่ต้องยกตัวอย่างของหลายประเทศ ซึ่งเขามีปัญหาทั้งนั้น เข่น วัคซีน การรักษาอาการก็มีปัญหา ประเทศชั้นนำก็ทราบดีว่ามีปัญหา ซึ่งเราก็ต้องแก้ไขปัญหาไป และเราก็อยากให้ทุกคนได้รับความดูแลและอยากให้ทุกคนร่วมมือการป้องกัน

"วันชัย" เหน็บ "ฝ่ายค้าน" หยุดมโน ใส่ร้าย ส.ว. เผยไม่มีใครคิดยื่นตีความแก้รธน. รื้อระบบเลือกตั้ง

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวถึงกรณีที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่ามี ส.ว. เตรียมยื่นตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 91 ถึงความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ว่า ตนไม่ได้ข่าวว่าจะมี ส.ว. เตรียมยื่นและไม่มี ส.ว. คนใดที่คิดจะดำเนินการดังกล่าว เพราะไม่มีเหตุผลใดที่จะขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยระบบเลือกตั้งที่เป็นความต้องการของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ดังนั้น ส.ว. ไม่คิดจะขวางหรือขัดแข้งขัดขาของ ส.ส. ทั้งในการพิจารณาเนื้อหาวาระ 2 รวมถึงวาระ 3 ด้วยเช่นกัน

“ฝ่ายค้านอย่าคิดมาก อย่ามโน และอย่าคอยใส่ร้ายทิ่มตำกัน ทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน เมื่อเจตจำนงต้องการแก้บัตร 2 ใบ ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน ก็ควรร่วมมือแก้ให้สำเร็จ ขณะที่บรรยากาศของทั้ง 2 ฝ่ายหลังจากลงมติรับหลักการวาระแรกแล้วยังเป็นไปด้วยดี บรรยากาศเข้าที่เข้าทาง เพราะเห็นว่าส่วนใหญ่ต้องการ และไม่ถึงขนาดที่จะทำให้เกิดเป็นผลเสีย แม้ช่วงแรกจะมีความรู้สึกหงุดหงิดกันบ้าง” นายวันชัย กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ 2 มาตรา ซึ่งมีผู้ระบุว่าไม่เพียงพอต้องแก้ไขมาตราอื่นๆ ร่วมด้วย นายวันชัย กล่าวว่า หลักการใหญ่ที่เสนอ คือ แก้ไขระบบเลือกตั้ง ดังนั้นในแนวปฏิบัติสามารถแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องได้อย่างเรียบร้อย แต่ทั้งนี้เป็นเรื่องที่กรรมาธิการฯ ต้องพิจารณา

หมอเฉลิมชัย เผยข้อมูลคนสิงคโปร์มั่นใจวัคซีน Sinovac แห่จองฉีดแบบเสียเงิน ทั้งที่รัฐบาลมี Pfizer และ Moderna ให้ฉีดฟรี

น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัว Chalermchai Boonyaleepun โดยมีข้อความว่า ต่างจิตต่างใจ ลางเนื้อชอบลางยา ชาวสิงคโปร์แห่ต่อคิวฉีดวัคซีน Sinovac แบบเสียเงิน ทั้งที่มีวัคซีน Pfizer และ Moderna ให้ฉีดฟรี ปัญหาเรื่องการเลือกวัคซีนว่า บริษัทไหน เทคโนโลยีอะไร จะดีกว่ากัน ยังคงเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันไม่จบสิ้นในหมู่ประชาชนทุกประเทศทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยเราเอง มีประชาชนส่วนหนึ่ง ที่มีความมั่นใจในวัคซีนของสหรัฐอเมริกาที่ใช้เทคโนโลยี mRNA ของบริษัท Pfizer และ Moderna และไม่มั่นใจในวัคซีนของจีน ที่ใช้เทคโนโลยีเชื้อตาย ของบริษัท Sinovac หรือ Sinopharm จนเกิดเหตุการณ์ ชะลอการฉีดวัคซีนของจีนไว้ก่อน และจะรอฉีดวัคซีนของสหรัฐฯ แม้จะต้องเสียเงินก็ตาม

ขณะเดียวกันในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนเหมือนประเทศไทย และมีระดับการศึกษาตลอดจนระดับเศรษฐกิจไม่ได้ด้อยกว่าประเทศไทย (อาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ) กลับมีความเชื่อเรื่องวัคซีนของประชาชนส่วนหนึ่ง ไปในทางตรงกันข้าม

โดยมีปรากฏการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีชาวสิงคโปร์จำนวนมาก ได้แห่กันไปจองคิว บางคนถึงกับไปนอนจองที่ตั้งแต่ตีสอง เพื่อจะฉีดวัคซีน Sinovac ของจีน โดยจะต้องเสียเงินเพิ่ม 7.50 -18.60 เหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ ได้จัดฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderna ให้ฟรีอยู่แล้ว

ขณะนี้รัฐบาลสิงคโปร์ ได้อนุญาตให้ 24 สถานพยาบาลเอกชน นำเข้าวัคซีน Sinovac ของจีนจำนวน 200,000 โดส มาฉีดเป็นวัคซีนทางเลือก และสามารถเก็บเงินกับประชาชนได้ เป็นกรณีตรงกันข้ามกับประเทศไทยเลยทีเดียว

โดยเหตุผลที่ชาวสิงคโปร์ส่วนหนึ่งแย่งกันมาจองคิววัคซีน ซึ่งศูนย์บางแห่ง มีวัคซีนเพียง 200 โดส แต่คนมาจองถึง 1000 คน และเกิดการแห่เข้าคิวแบบล้นหลาม จนมีชาวสิงคโปร์คนหนึ่ง ยอมจ่ายเงินถึง 1000 เหรียญ เพื่อที่จะได้คิวการฉีดวัคซีนจีนของ Sinovac

ที่คนสิงคโปร์ แห่มาสนใจวัคซีน Sinovac นั้น มาจากเหตุผลดังนี้

1.) เชื่อในเทคโนโลยีเชื้อตายของวัคซีน Sinovac ว่าจะสร้างความสบายใจปลอดภัยในระยะยาว ดีกว่าเทคโนโลยีใหม่เอี่ยมแบบ mRNA ของ Pfizer และ Moderna

2.) คนที่ฉีดวัคซีนฟรีของสิงคโปร์ทั้ง Pfizer และ Moderna มีจำนวนหนึ่งที่เกิดแพ้หรือมีผลข้างเคียงมาก ก็หลบมาฉีดวัคซีนของจีน ซึ่งมีผลข้างเคียงน้อยกว่า

3.) มีรายงานประสิทธิผล (Effectiveness) การป้องกันโรคในโลกแห่งความเป็นจริง (Real world) ของวัคซีนเทคโนโลยีเชื้อตายที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ในขณะที่ประสิทธิผลในโลกแห่งความเป็นจริงของวัคซีนเทคโนโลยี mRNA ดูจะน้อยลงเป็นลำดับ

4.) คนที่จะเดินทางไปจีน ถ้าฉีดวัคซีนของจีนครบ 2 เข็ม จะไม่ต้องกักตัว มีชาวสิงคโปร์เป็นจำนวนมากที่เป็นเชื้อสายจีน จึงตัดสินใจฉีดวัคซีนของ Sinovac เป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจ ระหว่างสิงคโปร์กับไทย ซึ่งมีความสนใจและต้องการที่จะฉีดวัคซีนแบบตรงกันข้าม จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

ทำให้พบความจริงที่ว่า แต่ละคน ต่างมีเหตุมีผล และความคิด ตลอดจนความเชื่อของตนเอง ในการเลือกวัคซีนที่แตกต่างกัน คือ ต่างจิตต่างใจ หรือลางเนื้อชอบลางยา นั่นเอง

 

ที่มา : https://www.facebook.com/237959479586026/posts/3970092423039361/


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“ศรีสุวรรณ” พร้อมแพทย์เวชกรรม ยื่นศาล รธน. วินิจฉัยกรณีหญิงตั้งท้องประสงค์ทำแท้งขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่ หวั่นกม.กระทบจิตใจหมอ 

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมคณะแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอใช้อำนาจตามมาตรา231 ของรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา301 มาตรา305(3) มาตรา305(4) และ มาตรา305(5) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา26 ประกอบ มาตรา4 มาตรา25 มาตรา26 มาตรา27 มาตรา28 มาตรา50(6) และ มาตรา77 วรรคสอง หรือไม่ ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวเป็นการอนุญาตให้หญิงที่ตั้งครรภ์หากประสงค์จะทำแท้งก็สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองโดยไม่มีความผิด แม้อายุครรภ์จะมากกว่า 12 ถึง 20 สัปดาห์ และหากจะให้แพทย์ทำแท้งให้ก็เพียงแค่ยืนยัน ว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศเท่านั้น ก็สามารถทำแท้งได้เลย โดยไม่ต้องมีข้อบ่งชี้หรือหลักฐานยืนยันเสียก่อน อันถือได้ว่าเป็นกฎหมายที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดของไทย 

แต่เมื่อกฎหมายดังกล่าวได้มีการบังคับใช้มาแล้ว ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจำต้องทำแท้งให้คนท้อง เป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจแพทย์ที่ต้องทำหน้าที่ดังกล่าวเป็นอย่างมาก แม้ในทางกฎหมายจะยังไม่ถือว่าทารกในท้องยังไม่มี “สภาพบุคคล” แต่ในทางการแพทย์ตามศัพภวิทยา (Embryology) ระบุว่า “เด็กอายุครรภ์ 3 เดือนหรือ 12 สัปดาห์นั้น มีอวัยวะต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว มีอวัยวะเพศชัดเจน มีหัวใจเต้นเร็ว มีการเคลื่อนไหวของร่างกาย เนื่องจากระบบประสาททำงานแล้ว มิใช่เป็นเพียงก้อนเลือดอย่างที่หลายคนอาจเข้าใจ 

การที่กฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งทารถที่มีอายุครรภ์ดังกล่าว จึงชัดเจนว่าเป็นการทำลายมนุษย์ ซึ่งอาจเป็นบาดแผลในจิตใจของแพทย์ผู้กระทำและมารดาไปตลอดชีวิต ซึ่งแพทย์ทุกคนมีหน้าที่สำคัญในการธำรงไว้ซึ่งจริยธรรมทางวิชาชีพเวชกรรมซึ่งเป็นมโนธรรมชั้นสูง” อีกทั้ง ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ยึดมั่นในศีล 5 ข้อเป็นหลักนำทางชีวิต และข้อที่หนักและสำคัญที่สุดคือ ศีล ข้อที่หนึ่ง เรื่องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หากละเมิด ย่อมมีรู้สึกขัดแย้งภายใน ความเชื่อทางศาสนา ศีลธรรม บาปบุญ ต่อตัวเองและครอบครัว เป็นปัจเจกบุคคล จะล้มล้างไม่ได้ 

กฎหมายดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าเป็นการกระทบต่อมโนธรรมชั้นสูงของความเป็นแพทย์ และจะสร้างบาดแผลในจิตใจของแพทย์ผู้กระทำและมารดาของทารกไปตลอดชีวิต ซึ่งชัดเจนว่าจะเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะสูตินรีแพทย์ จึงเป็นกฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อ มาตรา26 ประกอบ มาตรา4 ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยตรง เหตุนี้แพทย์ทางเวชกรรม สูตินรีแพทย์จึงมอบฉันทะให้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยนำความนี้ยื่นเป็นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่า การตรากฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 หลายมาตราหรือไม่  

เพจ หลง อินเดีย ได้แชร์เรื่องราวของช่างตัดผมชาวอินเดียผู้รักในการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ และเลือกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากการอ่าน แม้ตัวเองจะไม่มีโอกาสได้เรียนสูง ๆ เหมือนผู้อื่น แถมเขาคนนี้ยังพยายามกระตุ้นให้คนรอบข้างหันมารักการอ่านและลองห่างจากสมาร์ตโฟน

เพจ หลง อินเดีย ได้แชร์เรื่องราวของช่างตัดผมชาวอินเดียผู้รักในการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ และเลือกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากการอ่าน แม้ตัวเองจะไม่มีโอกาสได้เรียนสูง ๆ เหมือนผู้อื่น แถมเขาคนนี้ยังพยายามกระตุ้นให้คนรอบข้างหันมารักการอ่านและลองห่างจากสมาร์ตโฟนในมือดูเสียบ้างว่า...

“ผมเรียนไม่จบชั้นม.2 เพราะที่บ้านผมยากจนมาก แต่ความกระหายในการอยากเรียนรู้ของผม #มันไม่มีวันหยุด” นี่คือร้านตัดผมอินเดียที่มีหนังสือในร้านกว่า 900 เล่ม

คุณพี พรมารีอัปปัน ช่างตัดผมในเมืองตูติโคริน จากรัฐทมิฬนาฑู รัฐทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย เขามีสโลแกนประจำร้านตัดผมของเขาว่า #หากจะตัดผมร้านนี้ต้องอ่านหนังสือขณะนั่งรอคิว

“ผมเชื่อมาตลอด ว่าการศึกษาที่ดีนั้นสำคัญมาก ผมใฝ่ฝันในวัยเด็กว่า ผมอยากเข้าทำงานในสำนักงานหรือบริษัทชั้นนำ แต่ด้วยความที่บ้านของผมยากจนมาก ผมจึงมาไกลสุดได้เพียงแค่ชั้น ม.2 ที่ยังไม่สมบูรณ์เสียด้วยซ้ำ”

“แต่เพราะผมยังคงหลงใหลในความรู้ กระหายในการศึกษาอย่างมาก หลังจากที่ต้องลาออกจากโรงเรียน ผมก็รับจ้างทำงานหาเงิน พอเก็บเงินได้สักระยะ ผมจึงตัดสินใจเปิดร้านตัดผมของตัวเอง ซึ่งเป็นร้านเล็ก ๆ“

“เมื่อ 8 ปีก่อน ผมจึงได้เริ่มสะสมหนังสืออย่างจริงจัง แล้วได้เอามาตั้งไว้ที่ร้าน โดยมีตั้งแต่หนังสือ อัตชีวประวัติของคนดัง ไปถึงหนังสือนิยายขายดี มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาทมิฬเลยครับ...และแน่นอน ทั้งหมดนี้ผมอ่านมันหมดแล้ว”

“และอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมตั้งใจก็คือ #การแยกผู้คนออกจากสมาร์ตโฟนสักระยะ ปัจจุบันนี้ผู้คนติดสมาร์ตโฟนมากเกินไป ผมจึงมีกุศโลบายว่า ถ้าคุณอ่านหนังสือในร้านผมขณะรอคิว ผมจะลดราคาให้เลย 30%”

“โดยที่คุณจะอ่านแค่ 2-3 หน้าก็ได้ แล้วก็ช่วยจดสรุปสั้น ๆ หรือโน้ตเล็ก ๆ โดยไม่ต้องเป็นข้อมูลเชิงวิเคราะห์จริงจังลงในสมุดของร้านให้ผม เพียงเท่านี้ทั้งคุณและผมก็ได้ประโยชน์ทั้งคู่...แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือ #ตัวพวกคุณ”

แม้จะมีลูกค้าบางท่านที่ให้ตายยังไงก็ไม่อ่าน เพราะไม่ชอบการอ่านจริง ๆ คุณพีก็มีทางเลือกให้ค่ะ นั่นก็คือ #หนังสือเสียง ซึ่งเขาจะเปิดให้ฟังในร้าน และให้คนที่รอคิวตัดผมจับใจความแล้วเขียนสรุปไว้

และในปีที่แล้ว เขาก็ได้เริ่มทำการปรับเปลี่ยนบางส่วน โดยมีการแบ่งปันให้มีการยืมหนังสือแก่ทางโรงเรียนสำหรับนักเรียนอีกด้วยนะคะ เพราะคุณพีแค่อยากให้คนทุกคนมีความรู้ติดตัวไว้

เคยได้ยินคำนี้กันมั้ยคะเพื่อน ๆ ที่ว่า #คุณไม่อ่านคุณจะรู้อะไร สำหรับบอสคำ ๆ นี้มันบาดลึก และ บาดคมมากค่ะ เพราะมันทำให้เราตระหนักขึ้นได้เสมอว่า การอ่านนอกจากจะได้รู้ แต่การได้รู้นั้นจะเปิดโลกของเรามากแค่ไหน

ชอบแนวความคิดนี้มากเลยค่ะ สมแล้วที่อินเดีย คือ Number 1 ของโลก ที่เป็นประเทศรักการอ่านที่สุดค่ะ

 

ที่มา : https://www.facebook.com/101560597967366/posts/372977294159027/


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“บิ๊กตู่” เคาะเงินช่วยลูกจ้าง-นายจ้างเจอปิดกิจการ 1 เดือน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากประกาศควบคุมที่ออกมา โดยจะเป็นมาตรการพิเศษที่จะทำในช่วง 1 เดือน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 6 จังหวัด โดยช่วยเหลือลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33 ในสาขาก่อสร้าง สาขาที่พักแรมละบริการด้านอาหาร สาขาการบริการอื่น ๆ เช่น ร้านนวด สปา และสาขาศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ เช่น งานอีเว้นต์ งานกลางคืน รวม 6.9 แสนคน โดยกระทรวงแรงงานจะจ่ายค่าทดแทนกรณีเหตุสุดวิสัย 50% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท 

ขณะเดียวกันลูกจ้างกลุ่มนี้รัฐยังช่วยจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมให้อีก 2,000 บาทต่อราย ซึ่งส่วนนี้จะได้รับเฉพาะลูกจ้างตาม ม.33 ที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น ซึ่งมีจำนวนประมาณ 6 แสนคน ส่วนนายจ้างเองจะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อหัวลูกจ้าง โดยคิดรายหัวลูกจ้างที่อยู่ในบริษัทสูงสุดไม่เกิน 200 คน อีกส่วนหนึ่งผู้ที่เป็นแรงงานนอกระบบประกันสังคม โดยพิจารณาจากจำนวนลูกจ้างและนายจ้างที่มาลงทะเบียนในระบบถุงเงิน หากต้องการรับความช่วยเหลือผ่านมาตรการที่จะออกมานี้ก็ต้องไปรีบลงทะเบียนเข้าระบบประกันสังคม โดยกระทรวงแรงงานจะอำนวยความสะดวกให้

“มาตรการนี้จะใช้เงินรวม 7,500 ล้านบาท แยกเป็น เงินจากกองทุนประกันสังคม 3,500 ล้านบาท และใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน อีก 4,000 บาท ที่จะใช้ในส่วนที่รัฐช่วยเหลือรายละ 2,000 บาท โดยจะเสนอครม.วันที่ 29 มิ.ย.นี้ เห็นชอบหลักการ และจะเสนออนุมัติวงเงินในสัปดาห์ต่อไป เพื่อให้เริ่มต้นจ่ายเงินได้ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ ส่วนระยะถัดไปจะมีมาตรการเพิ่มเติมไปช่วยเหลือเอสเอ็มอีทั่วประเทศ” 

‘หมอแม็พ-ทนายบอน’ ขอบคุณกรมการแพทย์ พิจารณาแนวทางให้ยา Favipiravir ก่อนได้เตียงรักษาทันที พร้อมเสนอรัฐสร้าง ‘Community-City Quarantine’ แยกผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัว กักตัวไว้สถานกักตัวชุมชน-จังหวัด ป้องกันระบาดแบบทวีคูณ

ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ คณะทำงานด้านสาธารณสุข พรรคกล้า และนายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมาย พรรคกล้า กล่าวถึงแนวทางกรมการแพทย์เตรียมจ่ายยา Favipiravir ให้ผู้ติดเชื้อทันที ระหว่างรอเตียงรักษาว่า แม้จะเริ่มที่การจ่ายยาให้เฉพาะผู้ติดเชื้อที่มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง แต่การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ให้จ่ายยาทันที จะเป็นประโยชน์และสามารถรักษาชีวิตของผู้ป่วยได้จำนวนมาก สอดคล้องกับข้อเสนอพรรคกล้าถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยขอให้จ่ายยาผู้ติดเชื้อทันที เพื่อความเสี่ยงอาการรุนแรง

“ไม่ว่าการปรับเปลี่ยนนี้จะเกิดจากข้อเสนอของพวกเราหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ก็พอ เพราะเราอยากเห็นการแก้ไขที่ทันท่วงที การรักษาที่ดีที่สุดคือการรักษาที่เร็วที่สุด นอกจากจะลดโอกาสการเสียชีวิตแล้ว ยังลดภาระแพทย์ พยาบาล บุคลากรด้านสาธารณสุข ถือเป็นอีกแนวทางเพื่อป้องกันระบบสาธารณสุขล่มสลายได้” ทพ.กันตพงศ์ กล่าว

ขณะที่นายณัฐนันท์ ยังย้ำถึงข้อเสนออีก 1 ข้อ ขอให้หยุดยั้งการระบาดแบบ ‘ทวีคูณ’ ด้วยการแยกผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัวและคนใกล้ชิดทันที ซึ่งทำได้ด้วยการสร้าง ‘ที่กักตัวชุมชน’ (Community Quarantine) หรือ ‘ที่กักตัวของจังหวัด’ (City Quarantine) ด้วยการหาสถานที่ตามชุมชนหรือสถานที่ขนาดใหญ่รองรับผู้ป่วยที่ทราบผลออกมากักตัวทันที เพื่อป้องกันการระบาดจากผู้ป่วย 1 คน ไปสู่ครอบครัวหลายคน คนไทยเป็นครอบครัวใหญ่บางครั้งจาก 1 คน กระจายสู่ 15 ถึง 20 คนก็ยังมี

“หากไม่หยุดยั้งการระบาดแบบทวีคูณ ก็ไม่มีทางควบคุมการระบาดได้ โดยสถานที่กักตัวดังกล่าว สธ. ต้องผ่อนผันหลักเกณฑ์ จะยึดกฎระเบียบเคร่งครัดไม่ได้ เพราะเป็นสถานการณ์วิกฤติ โดยต้องใช้อาสาสมัครที่ได้รับการฝึกอบรม เข้ามาดูแลแทนหมอและพยาบาล อาจมีข้อถกเถียงเรื่องต่าง ๆ แต่ต้องคิดว่าเพื่อหยุดยั้งการระบาดแบบทวีคูณ จะต้องแยกตัวผู้ป่วยออกมาด้วยวิธีการใดก็ได้ ซึ่งในสถานที่กักตัวนี้ยังสามารถเร่งจ่ายยา Favipiravir ให้ผู้ป่วยได้อีกด้วย” นายณัฐนันท์ กล่าว


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

แชมป์เก่าอย่างโปรตุเกส โบกมืออำลาศึกฟุตบอลยูโร 2020 ไปเรียบร้อย หลังพ่ายให้กับเบลเยียมไป 1-0 พร้อมกับหยุดการทำลายสถิติต่าง ๆ ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเพียงเท่านี้

#เก็บตกยูโร2020 ⚽

แชมป์เก่าอย่างโปรตุเกส โบกมืออำลาศึกฟุตบอลยูโร 2020 ไปเรียบร้อย หลังพ่ายให้กับเบลเยียมไป 1-0 พร้อมกับหยุดการทำลายสถิติต่าง ๆ ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเพียงเท่านี้

หากว่ากันโดยภาพรวม ทีมชาติโปรตุเกสกับยูโรหนนี้ ไม่ได้ทำผลงานน่าผิดหวังอะไรมากมาย เพราะต้องไม่ลืมว่า โปรตุเกสอยู่ร่วมสายเดียวกับเยอรมัน ฝรั่งเศส แถมยังมีฮังการี ที่เล่นดีเหลือเกิน ดังนั้น ผ่านเข้ารอบมาได้ ก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน

แต่ที่ต้องวิเคราะห์กันอย่างหนักหน่วง มันคือฟอร์มการเล่นของนักเตะตัวความหวังทั้งหลาย โดยเฉพาะนักเตะความหวังของชาติอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ฟอร์มต่ำกว่าคุณภาพอย่างน่าตกใจ!

มาดูสถิติของบรูโน่กับยูโรหนนี้กันหน่อย ลงเล่นทั้งหมด 4 นัด แต่ไม่เต็มเกมสักนัด ถ้าไม่ถูกเปลี่ยนออก ก็ถูกส่งลงสำรอง เบ็ดเสร็จรวมเวลาลงเล่นไปทั้งสิ้น 206 นาที มีการยิงประตูเป็น 0 การแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูเป็น 0 ความพยายามในการสร้างโอกาสยิงประตู 4 ครั้ง การส่งบอลที่แม่นยำคิดเป็น 75% และวิ่งรวมเป็นระยะทาง 23.9 กิโลเมตร

ดูจากสถิติตัวเลข ต้องบอกว่า น่าใจหาย นี่มันบรูโน่คนเดียวกับที่ลงเล่นในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จริง ๆ หรือ? เจ้านักเตะเบอร์ 18 คนนั้นมันวิ่งพล่านไปทั่วสนาม จ่ายบอลงาม ๆ อยู่ตลอดเวลา และทำประตูได้อยู่เป็นประจำ แต่ไอ้เจ้านักเตะเบอร์ 11 ที่อยู่ในทีมโปรตุเกสชุดนี้ มัน ‘บรูโน่เสิ่นเจิ๊น’ อ๊ะเปล่าเพ่!

มีสมมติฐานที่นำมาซึ่งฟอร์มแย่ ๆ ของบรูโน่อยู่หลายประการ เป็นต้นว่า เจ้าตัวมีอาการล้าจากการลงเล่นแบบมากมายก่ายกองในฟุตบอลลีกตลอดช่วงที่ผ่านมา หรือเป็นเพราะแท็คติกในทีมโปรตุเกสชุดนี้ ที่ไม่เอื้อให้เขาได้เล่นได้ตามอิสระอย่างใจคิด หรือเพราะมีสตาร์รุ่นพี่อย่างโรนัลโด้ ที่บารมีแรงซะจนตัวเองเล่นไม่ออก หรืออาจเป็นเพราะบรูโน่คาดหวังกับตัวเองมากเกินไป จนทำให้เล่นไม่เป็นธรรมชาติ สุดท้ายจึงทำฟอร์มหลุดหายไปซะดื้อ ๆ อย่างที่เห็น

เอาล่ะ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว ที่เหลือคงเป็นเรื่องที่เจ้าตัวต้องกลับไปพิจารณาแก้ไข มันคือประสบการณ์แย่ ๆ ที่เขาต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ความจริงเรื่องฝีเท้าคงไม่น่าห่วง แต่ที่น่าห่วงคือสภาพจิตใจ ถึงตรงนี้ แฟนคลับบรูโน่ก็ได้แต่ส่งกำลังใจ และอยากอยากบอกกับเจ้าตัวว่า ‘พักบ้างเน้อะ พี่โน่เน้อะ’


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผบ.ทร. ถกหน่วยขึ้นตรง กองทัพเรือ เข้มป้องกัน 'โควิด-19' พร้อมสร้างความเข้าใจจัดหา 'เรือดำน้ำ'

พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่ากองทัพเรือ ได้จัดให้มีการประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ โดยมี พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Tele Conference : VTC) 

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญคือ การเตรียมความพร้อมในการรับทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2564 รวมถึงการฝึกภาคสาธารณะ ของนักเรียนจ่าทหารเรือ ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจะดำเนินการ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ของ COVID-19 สำหรับเรื่องสั่งการในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงและหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพเรือในวันนี้ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการหน่วยต่างๆในกองทัพเรือ เฝ้าระวังป้องกัน และดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19  อย่างเข้มงวด  

นอกจากนั้น ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 จะมีการรับทหารกองประจำการผลัดใหม่เข้าทำการฝึกภาคสาธารณะ ซึ่งจะเป็นการรวมกำลังพลจำนวนมาก ที่เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ซึ่ง ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้แสดงความห่วงใย พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เกิดความปลอดภัย ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด ด้วยมาตรการที่เข้มแข็ง  พร้อมทั้งได้เตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางปฏิบัติตั้งแต่เริ่มขึ้นรถ เพื่อเดินทางมายังหน่วยฝึก ซึ่งเป็นไปตามกรอบและมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยมี กรมแพทย์ทหารเรือเป็นหน่วยกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้ดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ โดยมุ่งหวัง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น มั่นใจในมาตรการ และเป็นการแสดงออกซึ่งความตั้งใจจริงในการดูแลบุตรหลานของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

ส่วนกำลังพลที่ต้องสูญเสียรายได้จากอาชีพเสริม ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูครอบครัว ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงและหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ ของกองทัพเรือทุกนาย เอาใจใส่ดูแลกำลังพลโดยใกล้ชิด รวมทั้งช่วยส่งเสริมกิจกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับกำลังพลที่ได้รับความเดือดร้อน  และขอให้กำลังพลและครอบครัว ร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ บนพื้นฐานการดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท และมีความพอเพียง

ในช่วงท้าย โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ ขอให้ทุกหน่วยร่วมขยายผลการสร้างการรับรู้สนับสนุน ในโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ว่าการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือนั้น เป็นการทำเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติ มิใช่เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้หนึ่งผู้ใด โดยเน้นย้ำว่า “อย่าให้การทำหน้าที่ของพวกเรา ต้องกลายเป็นจำเลยอีกต่อไป”

“ประวิตร” ถก กนช.สั่งขับเคลื่อนแผนแม่บทน้ำเพิ่มประสิทธิภาพ บริการจัดการน้ำ รับมือฤดูฝน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 2/2564 ผ่านวิดีโอ คอนเฟอร์เรนท์ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ เข้าร่วม โดยกนช.เห็นชอบการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ผ่านระบบ "Thai Water Plan" ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการแผนงานโครงการ และฐานข้อมูล เพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น และเห็นชอบให้ทบทวน บทบาท ของหน่วยงาน บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อให้มีเอกภาพการทำงาน มากขึ้น 

นอกจากนั้นที่ประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำ แหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำ 32,344 ล้านลบ.ม. (45%) ขนาดกลางมีปริมาณน้ำ 2,732 ล้านลบ.ม.(50%) และขนาดเล็ก มีปริมาณน้ำ 1,868 ล้านลบ.ม. (37%) ซึ่งสทนช.ได้ดำเนินการขับเคลื่อน 10 มาตรการ เพื่อรับมือฤดูฝน โดยบูรณาการหน่วยงานภายใต้กอนช. และมีความคืบหน้าในภาพรวม อย่างน่าพอใจ โดยมุ่งเน้นการป้องกันน้ำหลาก น้ำท่วม และการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า ให้เพียงพอ ต่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการอุตสาหกรรม และรับทราบ ผลการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ที่สำคัญได้แก่ แนวทางการแก้ปัญหา ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ระบบนิเวศแม่น้ำโขง ต่อวิถีชีวิตของประชาชนในลุ่มแม่น้ำโขง 7 จังหวัด

โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอให้สทนช.เร่งดำเนินการตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ แม่น้ำโขงต่อวิถีชีวิตของประชาชน ในลุ่มแม่น้ำโขง และให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำโขง อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ทันต่อสถานการณ์ โดยใช้กลไกคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัด ดำเนินการ ต่อไป

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นอกจากนั้น ให้เร่งรัดแผนงาน โครงการภายใต้แผนแม่บทน้ำ และพ.ร.บ.น้ำ ให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายและกรอบเวลา ที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้ อย่างเพียงพอ และลดผลกระทบ จากภาวะน้ำท่วม ภัยแล้ง และน้ำเค็มรุก อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top