Friday, 31 July 2026
Hard News Team

"พรรคกล้า" เปิดเคมเปญ "รวมพลผู้กล้า" รับสมัครลงผู้สนใจลงเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ก. สอดรับสัญญาณเลือกตั้งท้องถิ่น - ระดับชาติ เตรียมพรรคให้พร้อมทุกสถานการณ์ 

เพจเฟสบุ๊ก "กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij" หัวหน้าพรรคกล้า และเพจ "อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" เลขาธิการพรรคกล้า โพสต์รูปว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และ ส.ก. พร้อมข้อความ รวมพล ผู้กล้า รับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.- ส.ก. พรรคกล้า ประกาศเดินหน้าเต็มตัวสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พร้อมเน้นย้ำอุดมการปฏิบัตินิยม ทำการเมืองสร้างสรรค์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ต่อสู้ระบบราชการหลัง พร้อม QR Code และลิงค์ candidate.klaparty.org ให้ผู้สนใจสมัครกรอกประวัติในระบบออนไลน์ได้ทันที 

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวว่า สัญญาณเกี่ยวกับการเลือกตั้งเริ่มชัดเจนขึ้น ทั้งรัฐสภาเตรียมลงมติวาระ 3 แก้ไขระบบเลือกตั้ง ส่วนกระทรวงมหาดไทยก็เตรียมให้ ครม. พิจารณากำหนดวันเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต. เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร พรรคกล้าเป็นพรรคการเมืองใหม่ ส่วนอายุรัฐบาลก็เหลืออยู่เพียง 1 ปี 10 เดือน และยังมีกระแสข่าวยุบสภาเกิดขึ้นเรื่อย ๆ พรรคกล้าในฐานะพรรคการเมืองใหม่ ต้องเตรียมความพร้อมโดยเร็ว 

"ที่หัวหน้าและเลขาธิการพรรคกล้า โพสต์รูปข้อความประกาศรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็เพราะต้องการเปิดกว้างให้ผู้สนใจในทุกช่วงอายุ ทุกสาขาอาชีพ ได้มีช่องทางเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง บนแนวทางที่ยึดถือหลักปฏิบัตินิยม ลงมือทำเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ พร้อมสื่อสารในทางสาธารณะว่าพรรคกล้าเอาจริง ไม่ได้หวังเป็นแค่พรรคการเมืองขนาดเล็ก รวมถึงเป็นการเตรียมพรรคให้พร้อมทุกสถานการณ์ หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นในอนาคต" โฆษกพรรคกล้ากล่าว

"ชัยธวัช" เผย "ก้าวไกล" รอหยั่งเชิง มติครม. เคาะเลือกตั้งท้องถิ่น ก่อนเปิดตัวผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้ คุณสมบัติจะต้องบริหารกทม.ช่วงวิกฤต-หลังวิกฤตโควิดได้ จ่อ ผลักดันแก้กม.เพิ่มอำนาจให้กทม. หลังพบปัญหาบริหารงานซับซ้อน

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีในวันที่ 7 ก.ย.นี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 ประเภท ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา ว่า พรรคก้าวไกลจะส่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ส่วนสนาม อบต. และเมืองพัทยา จะเป็นของคณะก้าวหน้า 

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลจะเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อใด นายชัยธวัช กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอดูความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง แผนเดิมที่เราทราบคือจะมีการเลือกตั้ง อบต. ก่อน ถัดมาจะเป็น กทม. และเมืองพัทยา แต่ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอให้เลือกตั้งพร้อมกันทั้ง 3 ประเภท 

เมื่อถามถึงกระบวนการคัดเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัยธวัช กล่าวว่า ขณะนี้จะอยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือก จึงยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ว่ามีตัวเลือกกี่คน เราขอดูมติครม. ในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ย.) ก่อน โดยคุณสมบัติของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่พรรคก้าวไกลจะเสนอนั้น จะต้องมีความเป็นผู้นำ สามารถบริหารกทม.ในช่วงสถานการณ์วิกฤตและหลังวิกฤตโควิด-19 ได้ และต้องเข้าใจปัญหาพื้นฐานของกทม.ว่าจะสามารถใช้อำนาจที่มีอยู่ในการแก้ปัญหาพื้นฐานได้อย่างไร ทั้งเรื่องการจัดการเมืองและเศรษฐกิจท้องถิ่น นอกจากนี้ เราจะพยายามผลักดันการแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้กทม. เพื่อให้คนกทม.มีอำนาจมากขึ้น เพราะการบริหารกทม.ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องการบริหารงานซ้อนทับกันระหว่างการบริหารส่วนกลางของรัฐบาล และกทม. 

“ประวิตร” เร่ง “ยุทธศาสตร์ 5G” พัฒนาโครงการสำคัญ ลดเหลื่อมล้ำ เห็นชอบโครงการ ส่งเสริมการบริการปชช.-เข้าถึงการแพทย์ 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 4/2564  ผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส)เข้าร่วม 

โดยที่ประชุมเห็นชอบโครงการตามที่ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯแล้ว  อาทิ โครงการจัดตั้งศูนย์บริการการแพทย์ทางไกลเพื่อขยายการเข้าถึงการบริการประชาชน โครงการจัดหาระบบและอุปกรณ์5G Smart City ในพื้นที่อีอีซี โครงการฐานบิ๊กดาต้า ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อบริหารพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน โครงการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ,โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัล และโครงการดีมีเดีย เป็นต้น และเห็นชอบโครงการตามมาตรา 26 (6) สำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5G ของประเทศไทยในการต่อยอดการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีที่สำคัญ 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการติดตั้งเทคโนโลยี 5G สำหรับระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ 2.โครงการนำร่องเกษตรดิจิทัล เพื่อการพัฒนาระบบส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายผมนางและปลากะพงขาวในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 3.โครงการนำร่องการพัฒนาด้านเทคโนโลยี 5G ต้นแบบสำหรับให้บริการประชาชน จ.เชียงใหม่ และ 4.โครงการ 5G เพื่อการคัดกรองและแจ้งเตือนสำหรับ เตรียมความพร้อมการเปิด เศรษฐกิจท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กรรมการกองทุนฯและคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ให้กำกับ ติดตาม การดำเนินโครงการที่ผ่านความเห็นชอบแล้ววันนี้ ให้เป็นไปตามเป้าหมายภายใต้กรอบเวลา และงป.ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องเกิดประโยชน์ เป็นรูปธรรม ตามวัตถุประสงค์ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน และส่งเสริมการเข้าถึงทางการแพทย์ เพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 และ ลดความเหลื่อมล้ำประชาชน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ของประเทศ

"พรรคกล้า" เปิดเคมเปญ "รวมพลผู้กล้า" รับสมัครลงผู้สนใจลงเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ก. สอดรับสัญญาณเลือกตั้งท้องถิ่น - ระดับชาติ เตรียมพรรคให้พร้อมทุกสถานการณ์ 

เพจเฟซบุ๊ก "กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij" หัวหน้าพรรคกล้า และเพจ "อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" เลขาธิการพรรคกล้า โพสต์รูปว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และ ส.ก. พร้อมข้อความ รวมพล ผู้กล้า รับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.- ส.ก. พรรคกล้า ประกาศเดินหน้าเต็มตัวสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พร้อมเน้นย้ำอุดมการปฏิบัตินิยม ทำการเมืองสร้างสรรค์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ต่อสู้ระบบราชการหลัง พร้อม QR Code และลิงค์ candidate.klaparty.org ให้ผู้สนใจสมัคร กรอกประวัติในระบบออนไลน์ได้ทันที 

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวว่า สัญญาณเกี่ยวกับการเลือกตั้งเริ่มชัดเจนขึ้น ทั้งรัฐสภาเตรียมลงมติวาระ 3 แก้ไขระบบเลือกตั้ง ส่วนกระทรวงมหาดไทยก็เตรียมให้ ครม. พิจารณากำหนดวันเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต. เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร พรรคกล้าเป็นพรรคการเมืองใหม่ ส่วนอายุรัฐบาลก็เหลืออยู่เพียง 1 ปี 10 เดือน และยังมีกระแสข่าวยุบสภาเกิดขึ้นเรื่อย ๆ พรรคกล้าในฐานะพรรคการเมืองใหม่ ต้องเตรียมความพร้อมโดยเร็ว 

"ที่หัวหน้าและเลขาธิการพรรคกล้า โพสต์รูปข้อความประกาศรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็เพราะต้องการเปิดกว้างให้ผู้สนใจในทุกช่วงอายุ ทุกสาขาอาชีพ ได้มีช่องทางเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง บนแนวทางที่ยึดถือหลักปฏิบัตินิยม ลงมือทำเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ พร้อมสื่อสารในทางสาธารณะว่าพรรคกล้าเอาจริง ไม่ได้หวังเป็นแค่พรรคการเมืองขนาดเล็ก รวมถึงเป็นการเตรียมพรรคให้พร้อมทุกสถานการณ์ หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นในอนาคต" โฆษกพรรคกล้ากล่าว

ประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิของทัพพาราลิมปิกไทย 'พงศกร แปยอ' ผู้คว้า 3 เหรียญทองจากการแข่งขัน Wheelchair Racing ในโตเกียวพาราลิมปิก 2020

แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทย ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจในโตเกียวพาราลิมปิก 2020 (Paralympic Tokyo 2020) ตั้งแต่ต้นจนจบ 

เริ่มตั้งแต่การผ่านคัดเลือกเข้าไปร่วมแข่งขันมากถึง 74 คนซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าพาราลิมปิกทุกครั้งที่ผ่านมา และยังคว้ามาได้ถึง 18 เหรียญ ดันไทยขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 25 ของตารางสรุปเหรียญ

ถึงกระนั้น มหกรรมกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง 'พาราลิมปิกเกมส์' ที่จัดขึ้นครั้งที่ 16 โตเกียว 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก็มักจะทำให้เห็นภาพเดิม ๆ นั่นคือการได้รับความสนใจและชื่นชมจากคนไทยและสื่อไทยน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่พวกเขาสามารถสร้างทั้งความภูมิใจในตนเอง ให้รู้สึกว่าชีวิตมีค่า รวมถึงสามารถเป็นตัวแทนประเทศไทยไปสร้างชื่อเสียงได้ในระดับโลก ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย

ดังนั้น การที่ 'พงศกร แปยอ' ได้กลายเป็นนักกีฬาคนแรกของไทยที่คว้า 3 เหรียญทองรวดจาก Wheelchair Racing ระยะ 100, 400 และ 800 เมตร พร้อมทำลายสถิติสำคัญของโลกได้หมดทั้ง 3 รายการ จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา และไม่ควรเป็นเรื่องธรรมดาที่สังคมไทยจะเพิกเฉย 

ต่อจากนี้ไป การหันมามองและให้ความสำคัญแก่พวกเขาที่มิใช่เพียงแค่ พงศกร แต่ยังรวมถึงฮีโร่พาราลิมปิกไทยทุกคนนั้น ควรมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นกว่านี้

สำหรับประวัติพอสังเขปของ 'กร' พงศกร แปยอ เป็นเด็กหนุ่มจากจังหวัดขอนแก่น เกิดวันที่ 1 ธันวาคม 2539 วัย 24 ปี โดยเจ้าตัวเป็นโปลิโอขาทั้งสองข้างตั้งแต่กำเนิด และเริ่มเล่นกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งตั้งแต่อายุได้ 13 ปี จากนั้นอาจารย์ สากล ทัพสมบัติ ที่สนิทกันชักชวนให้ไปแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 30 "นครสุโขทัยเกมส์" เมื่อปี 2552 และประเดิมด้วยการคว้า 2 เหรียญทองแดงรายการ 100 ม. กับ 400 ม. ทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มคัดติดเป็นนักกีฬาเยาวชนทีมชาติหลังจากนั้น

ส่วนจุดเริ่มต้นบนเส้นทางทีมชาติชุดใหญ่ของ พงศกร นั้นเกิดขึ้นจากการที่ ประวัติ วะโฮรัมย์, เรวัฒน์ ต๋านะ และ อำไพ เสือเหลือง สามนักวีลแชร์เรซซิ่งดีกรีทีมชาติไทยเห็นแววความสามารถและรูปร่างของหนุ่มน้อยที่ตอนนั้นอายุเพียงน้อยนิด จึงตัดสินใจไปขอพ่อแม่ของ พงศกร เพื่อนำมาดูแลสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเล่นกีฬาหรือการกินอยู่ พร้อมทั้งสัญญากับทางบ้านของพงศกรว่าจะพยายามปลุกปั้นให้พัฒนาความสามารถจนประสบความสำเร็จให้ได้ 

อีกทั้ง ประวัติ วะโฮรัมย์ เจ้าของ 2 เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ปี 2016 ยังได้มอบรถวีลแชร์ที่เคยใช้ และสภาพยังดีอยู่ให้ พงศกร เพื่อเข้าแข่งขันรายการต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จในช่วงแรก นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ พงศกร จะเริ่มพัฒนาตัวเองหลังจากนั้นและกลายเป็นเบอร์ 1 ของโลกในทุกวันนี้

#ParalympicsTokyo2020


ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other/other/view/250086

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=388822782611381&id=100044509866439

https://www.bbc.com/thai/58430656

‘ศรีสุวรรณ’ ร้องเอาผิด 2 พระสงฆ์ไลฟ์ไม่เหมาะ ชี้!! ย่ำยีศาสนา ทำให้เป็นเรื่องตลกขบขัน

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ทำคำร้องส่งไปยังมหาเถรสมาคม (มส.) ผ่าน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อขอให้มีบัญชาสอบสวนเอาผิดภิกษุอลัชชี (ผู้ไม่ละอาย) ที่ชอบเล่นโชเขียลมีเดียโดยไลฟ์สดเอาธรรมะมาสอนเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่พอมีคนสนใจเข้ามาดูมาก ๆ รวมทั้งมีเพจที่มาคอมเมนท์ขายสินค้า มาโปรโมทแบรนด์ตัวเอง กลับมาทวงถามให้จ่ายค่ามาใช้พื้นที่เพจของตนในขณะไลฟ์สดนั้น

พฤติกรรมดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า พส. ดังกล่าวมิใช่วัตรปฎิบัติของภิกษุ ที่เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มุ่งแสวงหาปรมัติอันเป็นทางหลุดพ้นจากกิเลสสงสาร เพื่อถึงการดับทุกข์ โดยมีพระวินัยบัญญัติที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้ภิกษุทุก ๆ รูปที่บวชมาในพระศาสนาต้องปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยบัญญัติทุกรูป ถ้าทำไม่ได้ก็จะเป็นเพียงคนโกนหัวแล้วเอาผ้ามาห่มตนให้ดูเหลืองคล้ายดั่งพระภิกษุ ที่ไม่สังวรณ์ว่าตนต้องบิณฑบาตเลี้ยงชีพเป็นอาจิณ หาใช่มาแสวงหาเงินทองความร่ำรวยจากการบวชเป็นพระ ที่บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อเหมือนประชาชนทั่วไปเท่านั้น

ข้ออ้างของการไลฟ์สดเพื่อต้องการเผยแพร่ธรรมะให้เท่าทันยุคสมัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่จะได้เข้าถึงธรรมะได้นั้น เห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างที่ไร้น้ำหนักของเหล่าพระสงฆ์พวกนี้เท่านั้น เพราะคนจะซาบซึ้งในธรรมะต้องมาจากระบบการสั่งสอนอบรมมาตั้งแต่ครอบครัว วัด โรงเรียนร่วมกัน มิใช่มาจากภิกษุที่ทำตนเป็นคณะตลกที่เปลี่ยนหน้าจากหม่ำ เท่ง โหน่ง มาเป็น 2 พระสงฆ์กลุ่มนี้แต่อย่างใด และเชื่อว่าไม่มีใครซาบซึ้งจากข้อธรรมะ ที่นำมาพูดให้ขบขันได้ แต่กลับเป็นการทำให้ศาสนามัวหมองถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์จากเหล่าพระสงฆ์ดังกล่าว โดยสังเกตดูได้จากการโพสต์ทวงเพจต่าง ๆ ที่มาโปรโมทแบรนด์ของตนในขณะที่พระสงฆ์ไลฟ์โดยให้เบอร์พร้อมเพย์ อย่างไม่ละอายต่อพระธรรมวินัย

ตามพระวินัยปิฎก ได้ระบุเอาไว้ในพระมหาวิภังค์ ว่า “อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์” อันถือเป็นอาบัติ เป็นโลกวัชชะ หรือการกระทำที่ทำให้ขาวโลกติเตียนได้ และการเผยแพร่ธรรมะด้วยวิธีตลกขบขัน ไม่ปรากฎในพระไตรปิฎกแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้เหล่าพระสงฆ์พวกนี้ก็เคยมีปัญหาจากข้อขัดแย้งเกี่ยวกับค่าตัวที่ไปเป็นวิทยากรในเวทีต่าง ๆ มาแล้ว หรือบางรูปก็ไปช่วยไลฟ์โฆษณาสินค้าต่าง ๆ ด้วย ซึ่งก็เข้าข่ายต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งตามหลักพระธรรมวินัยนั้นหากต้องอาบัติลักษณะนี้บ่อยครั้งต้องหลุดจากความเป็นพระดั่งโทษปาราชิกเลยทีเดียว

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจปล่อยให้ภิกษุอลัชชีเหล่านี้กระทำการย่ำยีพุทธศาสนาได้อีกต่อไป จึงส่งคำร้องไปยังมหาเถรสมาคมผ่านสำนักพุทธฯ เพื่อให้มีบัญชาวางกฎเหล็กห้ามภิกษุใด ๆ กระทำเยี่ยงนี้อีกและให้สอบสวนเอาผิดพระสงฆ์ที่ต้องอาบัติซ้ำดังกล่าวเพื่อลงโทษขั้นเด็ดขาด

'ชัยชนะ'  ชี้ 'ณัฐวุฒิ' อ้างเรื่องโควิดทำให้คนไม่ออกมาชุมนุมไล่ 'บิ๊กตู่'  เพื่อกลบเกลื่อนเป้าหมายทางการเมืองของตัวเอง - แนะควรเอาเวลาเดินหน้าหาสมาชิกพรรคฯ เพื่อลงเลือกตั้ง  ดีกว่าสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราชและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อ้างว่า การชุมนุมที่แยกอโศก เมื่อวานนี้ (5 กันยายน)  ประชาชนไม่สามารถมาชุมนุมแสดงพลังขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด - 19 ว่า ถือเป็นเรื่องที่ตนคิดไว้แล้วว่า นายณัฐวุฒิ จะต้องหาข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อนสาเหตุที่แท้จริง เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วที่คนออกมาชุมนุมกับนายณัฐวุฒิ และเครือข่าย ไม่เป็นไปตามเป้าหมายนั้น เนื่องจากว่า คนส่วนใหญ่ต่างรู้ทันแล้วว่า นายณัฐวุฒิ ต้องการมวลชนเพื่อเป็นเงื่อนไขและข้อต่อรองทางการเมืองของตนเอง และการไปจัดกิจกรรมย่านใจกลางธุรกิจเหมือนที่เคยทำเมื่อปี 2553 นั้น สะท้อนว่า นายณัฐวุฒิ ยังใช้วิธีการเดิมๆ ที่จะก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย

เพื่อหมายของตนเอง โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของผู้คนที่ทำมาหากินและดำเนินธุรกิจอยู่ในย่านอโศก รวมทั้ง คนที่เคยหลงลมปากของนายณัฐวุฒิ คงเข็ดขยาดหากจะต้องเดิมพันด้วยชีวิต เพื่อแลกกับโอกาสทางการเมืองของผู้อื่น ดังนั้น ตนทราบมาว่า นายณัฐวุฒิ ได้จับมือกับนายจาตุรนต์ ฉายแสง และนักการเมืองบางส่วน เพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้น แทนที่เอาเวลาที่ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง นายณัฐวุฒิ ควรเดินหน้าเพื่อหาคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน มาร่วมเป็นสมาชิกพรรคฯ เพื่อส่งตัวแทนลงแข่งขันในสนามการเลือกตั้ง มากกว่าการใช้มวลชนลงถนนเพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองออกมาใช้มาตรการตามกฎหมายเพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อย เพราะเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายไม่อยากให้เกิดขึ้น 

"ยอมรับว่า มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่พอใจในการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลและทางพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้นำเสียงสะท้อนเหล่านั้น มาเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอปัญหาและนำมาแก้ไขเพื่อให้ทุกฝ่ายมีความพึงพอใจมากที่สุด ทั้งนี้ การที่นายณัฐวุฒิ ออกมาอ้างเรื่องการระบาดไวรัสโควิด - 19 ทำให้คนออกมาน้อยนั้น ก็ต้องถามกลับไปว่า นายณัฐวุฒิ ได้จัดกิจกรรมที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและการควบคุมโรคระบาด ซึ่งสร้างความไม่สบายใจต่อผู้เข้าร่วมหรือไม่ หรือจำนวนคนไม่พอที่จะสร้างเงื่อนไขต่อรองเพื่อประโยชน์ของตนเอง จึงต้องออกอาการหงุดหงิดถึงปัจจัยแวดล้อมที่เกิดขึ้น ดังนั้น ผมเห็นว่า หากนายณัฐวุฒิ ต้องการมวลชนที่สนับสนุนแนวคิดของตนเองจริงๆแล้ว ควรดำเนินการหาสมาชิกพรรคฯ ที่นายณัฐวุฒิ ร่วมก่อตั้งกับนายจาตุรนต์และบุคคลอื่นๆ และคัดเลือกผู้เหมาะสมลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคฯ จะดีกว่าการหาวิธีการเพื่อสร้างภาพว่า มีคนมาร่วมกิจกรรมกับนายณัฐวุฒิ และเครือข่าย เพราะนอกจากมีคนจับได้ไล่ทันแล้ว นายณัฐวุฒิ ก็ต้องเหนื่อยที่จะต้องหาเหตุผลอื่นๆ มากลบเกลื่อนความล้มเหลวของนายณัฐวุฒิ ที่ไม่สามารถระดมคนเพื่อเป้าหมายของตัวเองได้"  นายชัยชนะกล่าว

“โฆษก ปชป.” เชื่อมั่น “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ด้วยยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” มุ่งมั่นทำประโยชน์ให้เกษตรกรและพี่น้องประชาชนทุกคน

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการชี้แจงของรัฐมนตรีของพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา สามารถชี้แจงได้ดี มีเหตุผล และไม่ปรากฎเรื่องทุจริตใดๆ ซึ่งได้ทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงาน ด้วยความมุ่งมั่น คิดถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและพี่น้องเกษตรกรเป็นที่ตั้ง  โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบภายใต้วิสัยทัศน์ “เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด” ใช้ยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต”

ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จับมือกันทำงานโดยมีจุดมุ่งหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตร รวมถึงเป็นประเทศที่มีอาหารคุณภาพของโลก มีหลักสำคัญเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและผู้ประกอบรวมถึงพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านการค้าให้กับประเทศ

ทั้ง 2 กระทรวงมีจุดหมายร่วมกันคือการสร้างฐานข้อมูลเพื่อให้มีการใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน มีระบบฐานข้อมูลกลาง “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย และควบคุมความสมดุลของจำนวนและคุณภาพการผลิตควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วนมากที่สุด โดยจะเห็นว่าพืชผลการเกษตรในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมามีการปรับปรุงพัฒนาระบบการผลิตและทำการตลาด มีตัวเลขปรากฏผลเป็นไปด้วยดี

นายราเมศ ยังกล่าวต่ออีกด้วยว่า การร่วมกันทำงานของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นความตั้งใจที่ยึดเอาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศเป็นหลักสำคัญ โดยสินค้าเกษตรที่พี่น้องเกษตรกรผลิต จากการดูแลของกระทรวงเกษตรฯ จะได้ส่งต่อไปยังช่องทางที่ก่อให้เกิดรายได้โดยกระทรวงพาณิชย์ที่จะดูแลเรื่องการตลาด ทั้งนี้ก็เชื่อมั่นว่าหลัก “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ปชป. นัดประชุม ส.ส. เตรียมลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนได้นัด ส.ส. ของพรรครวมทั้งรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมร่วมกันในวันอังคารที่ 7 ก.ย. นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ซึ่งเป็นการพิจารณาเพื่อลงมติในวาระที่สาม

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เราได้พิจารณาให้ความเห็นชอบตั้งแต่วาระรับหลักการ จนถึงการพิจารณาในวาระที่สอง ไม่ใช่เพราะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเป็นผู้เสนอ และผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระรับหลักการเท่านั้น แต่เป็นเพราะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะช่วยทำให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้การแก้ไขครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมองโดยทั่วไปแล้วดูเหมือนว่า ส.ส. แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่เมื่อมองอย่างถี่ถ้วนแล้วจะเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชนเพราะการเลือกตั้งแบบเดิมจะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกทั้ง ส.ส. เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อไปพร้อมกัน แต่เมื่อแก้ไขแล้วจะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ เลือก ส.ส. เขต 1 ใบ เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือเลือกพรรคอีก 1 ใบ เท่ากับเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงในการเลือกตั้งได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัด

นอกจากนั้นยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเพิ่มมากขึ้น และทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งตามไปด้วย

ส่วนที่บางฝ่ายวิตกว่าการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะทำให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้เปรียบว่าเราไม่ควรมองการได้เปรียบเสียเปรียบเฉพาะการเลือกตั้งแต่ละครั้ง แต่เราควรมองเรื่องของหลักการพื้นฐานเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยระยะยาวมากกว่าการคิดถึงประโยชน์จากการเลือกตั้งเฉพาะหน้าเท่านั้น

สำหรับการที่พรรคการเมืองบางพรรคจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทำได้หรือไม่ ก็เป็นสิทธิที่จะยื่นเรื่องให้วินิจฉัย แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่มีอะไรขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

“โฆษกรัฐบาล” ขอบคุณแรงหนุน ”บิ๊กตู่” แจง นายกฯ ไม่อยากเห็นแบ่งแยก-เกลียดชัง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมขอบคุณทุกฝ่าย โดยเฉพาะขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่ต่างให้กำลังใจผ่านช่องทางต่างๆสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อไป

โดยจะ เร่งทำงานเพื่อให้ประชาชนปลอดโรค ปลอดภัย ซึ่งเห็นได้จากจำนวนตัวเลขผู้หายป่วยที่มีมากกว่าผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดการฉีดวัคซีนของไทยก็สะสมไปแล้วกว่า 36 ล้านโดส รวมทั้งจะเริ่มกระจายชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุดให้กับประชาชนฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.นี้ เป็นต้นปีด้วย แต่เมื่อตัดภาพมาที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งจัดแคมเปญให้ประชาชนมาลงชื่อ “รวมพลไล่ประยุทธ์” โดยระบุว่ามีล้านกว่าคนมาลงชื่อไว้นั้น ยังน่าสงสัยว่าสามารถที่จะยืนยันตัวตนได้จริงหรือไม่

นายธนกร กล่าวว่า เพจรักลุงตู่ ที่มีการลงคะแนนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กว่า 5.1 ล้านคนด้วยว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้จัดทำ ซึ่งที่ผ่านมาตนเคยแจ้งแล้วว่า ไม่ต้องการเห็นภาพความแตกแยก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงพลังความสามัคคีของคนในชาติ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนบ้านเมืองไปสู่จุดหมายร่วมกัน ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงไม่ต้องการให้เกิดกระแสแบ่งแยกหรือความเกลียดชังแม้กระทั่งในโลกออนไลน์ก็ตาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top