Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘ภาษาอังกฤษ’ เป็นเครื่องมือไว้สำหรับสื่อสาร ไม่ใช่เครื่องวัดความฉลาด

(12 พ.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘สมเกียรติ โอสถสภา’ ได้โพสต์ข้อความมระบุว่า…

บันทึกลับจากเกาะปีนัง 

แวะมาพูดคุยกับพรรคพวกชาวมาเลย์ที่ปีนังได้สามวันแล้วครับ

บรรยากาศสบายๆ ช่วงกลางวันรถไม่ติด แต่ตอนเย็นติดเอาเรื่อง

อาหารหลากหลายเชื้อชาติ มาเล อินเดีย จีน

ค่าใช้จ่ายไม่แพง ส่วนนึงเพราะค่าเงินริงกิตอ่อนลงเยอะ จากเดิม 10 บาทต่อ 1 ริงกิต เดี๋ยวนี้เหลือ 7.5 บาทต่อ 1 ริงกิต

อากาศเมืองที่เป็นเกาะ รับลมทะเลเต็มๆ สดชื่นอยู่แล้วครับ

เดิมปีนังเป็นที่ๆ คนไทยส่งลูกหลานมาเรียน ‘เมืองนอก’

ต่อมาอีกยุค เป็นที่ ๆ หนึ่ง ที่คนไทยมาจับจ่ายซื้อของนำเข้าจากตะวันตก

แต่มาคราวนี้ มีแต่คนปีนังบอกว่าชอบไปเที่ยวเมืองไทย

บางคนขับรถห้าชั่วโมงไปหาดใหญ่ แทบทุกเดือน

บอกว่าติดใจต้มยำกุ้ง 

แต่ดู ๆ แล้วน่าจะมีกิ๊กมากกว่า

คุยไปคุยมา สัมผัสได้ว่า คนมาเลไม่ได้ภูมิใจกับการเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

คนมาเลสื่อสารภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษคล่องทุกคน แม้ประเทศจะเคยเป็นเมืองขึ้น

ภาษาอังกฤษ ใช้วัดความสามารถในการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ

ไม่ได้ใช้วัดความฉลาดของคน 

หลาย ๆ ชาติในอาเซียน แอบแหยงประเทศไทย ที่อยู่เป็นเอกราชมาได้ ตลอดยุคล่าอาณานิคม

เค้าอาจไม่ยอมรับตรงๆ แต่คุยแล้วสัมผัสได้ 

เป็นบันทึก 007 สั้น ๆ จากเกาะปีนัง 

ก่อนจะกลับไปลงคะแนนเลือกตั้งครับ

แต่เที่ยงวันนี้ คงต้องแวะไปร้านชาร์กั๋วเตี๋ยวอีกซักรอบ

เรื่องปากท้องเป็นเรื่องใหญ่เสมอครับ

“อภิสิทธิ์”ลุยเพชรบุรี ชูประชาธิปไตยสุจริต ขอคนเพชรเลือก”อลงกรณ์-กัมพล-อภิชาติ”ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรีเบอร์7ทั้ง3เขตและพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26

วันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีตรองผู้ว่ากทม. และนายอรรถพร พลบุตร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์26ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอชะอำ อำเภอท่ายาง อำเภอเมืองและอำเภอบ้านแหลมในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อหาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.หมายเลข 7 เขต 1 นายกัมพล สุภาแพ่ง อดีต ส.ส.เขต 2 หมายเลข 7 และนายอภิชาติ สุภาแพ่ง อดีต ส.ส.เขต 3 หมายเลข 7 มีประชาชนโบกมือต้อนรับและมอบพวงมาลัยดอกไม้ให้กำลังใจตลอดเส้นทางโดยนายอภิสิทธิ ได้กล่าวปราศรัยกับประชาชนที่ตลาดเทศบาลเมืองเพชรบุรีว่า เจอกับอลงกรณ์ พลบุตร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 ในฐานะผู้สมัครหน้าใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน เราทำงานมาด้วยกัน เชื่อมั่นว่า อลงกรณ์เป็นคนมีผลงาน มีอุดมการณ์ และฝากฝีมือการทำงานไว้คนเพชรบุรีคงจำกันได้ดี เช่นเดียวกับอดีต ส.ส.อภิชาติ อดีต ส.ส.กัมพลและอดีต ส.ส.อรรถพร คราวนี้ตนลงพื้นที่ทั่วประเทศ หนักมาก ต้องต่อสู้ทุกรูปแบบ เรายึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยสุจริต ขอพี่น้องช่วยกันสนับสนุน อลงกรณ์และผู้สมัครประชาธิปัตย์เพชรบุรีทัึ้งสามเขต หมายเลข 7 และพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 26 .

'อัษฎางค์' ลั่น!! ได้เวลาทุบหม้อข้าว รอกินเมื่อคว้าชัย ชี้!! ถ้าแพ้คราวนี้ ก็ยกประเทศชาติให้เขาไปเลย

(12 พ.ค.66) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กว่า...

ปลุกทุบหม้อข้าวแล้ว! ถ้าแพ้คราวนี้ยกประเทศให้เขาไปเลย

มีผู้ใหญ่ตั้งคำถามว่า สมมติว่า พท.และ กก.ชนะเลือกตั้งและได้จัดตั้งรัฐบาล บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร เราจะทำยังไงและควรมีแผนสำรองอย่างไร

คำตอบสั้นๆ ของผมคือ

ถ้าแพ้คราวนี้ โดยฝ่ายเขาได้จัดตั้งรัฐบาล การทำรัฐประหารและการเป็นฝ่ายปกครองมาถึง 8 ปี ก็สูญเปล่า ควรยกประเทศนี้ให้เขาไปครับ

เพราะเป้าหมายสูงสุดของ คสช.และรัฐบาลลุงคือ การคืนความสุขให้คนไทย ซึ่งหมายถึง การปราบปรามขบวนการจาบจ้วงและล้มล้างการปกครอง ซึ่งในเวลานี้งานยังไม่จบ

สำหรับผม 'ไม่ควรมีแผน B'

ต้องมี 'แผน A' แผนเดียวเท่านั้น

กล่าวคือ ต้องชนะเท่านั้น

ก่อนออกรบ ทุบหม้อข้าวทิ้งให้หมดครับ ไปกินข้าวในตอนโค่นคู่ต่อสู้ได้ ถ้าแพ้ ก็ตายในสนามรบไปเลยครับ โลกจะจารึกคุณไว้ตลอดกาล
.
ถ้าไม่ตายในสนามรบ รอดกลับมา ก็โดนศัตรูฆ่าอยู่ดี แถมโลกจะประนามคุณ
.
รบแล้วแพ้ ทั้งที่อาวุธครบมือ อำนาจก็อยู่ในมือ เสียชื่อจริงๆ ครับ และไม่สมควรได้รับการให้อภัย

ขออนุญาตเรียนแบบนี้ตรงๆ ด้วยความเคารพรักครับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผม

ผมมั่นใจ 100% ว่า ลุงตู่จะได้ตั้งรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

ผมแสดงความคิดเห็นแบบนี้ ไม่ได้ต้องการดูหมิ่น แต่ต้องการเติมไฟในจิตใจของทีมลุงตู่และพันธมิตรทุกพรรคให้โชติช่วง

ถ้าเผื่อใจว่าจะแพ้ เราจะแพ้

ตอนพระเจ้าตากตีเมืองจันทร์ พระองค์ท่านมีกำลังและองคาพยพน้อยกว่ามาก แต่พระองค์ท่านสั่งให้ไพร่พลกินให้อิ่มแล้วทุบหม้อข้าวทิ้งให้หมด เพื่อเข้าไปพักผ่อน กินข้าว ฉลองชัยชนะเมื่อรบชนะ

เวลาออกรบ ต้องมีแผนเดียว คือแผนชนะ เท่านั้น

ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา ก็ตายมันในสนามรบไปเลย อย่ามีหน้ากลับมาให้ศัตรูหยามเหยียดและผู้คนสาบแช่ง

ขออนุญาตโพสต์แรงๆ แบบนี้ เพื่อเติมพลังให้สู้อย่างเต็มกำลังครับ

ตำรวจไซเบอร์ระดมกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้างและอาวุธสงคราม ห้วงก่อนวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.66

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้วันเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้น ในวันที่ 14 พ.ค.66 โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้างและอาวุธสงคราม ก่อนวันเลือกตั้ง ในห้วงระหว่างวันที่ 4 – 10 พ.ค.66 ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นช่วงที่กลุ่มการเมือง  ผู้มีอิทธิพลต่างๆ อาจจะก่ออาชญากรรมกำจัดศัตรูทางการเมือง หรือ หัวคะแนนของฝั่งตรงข้าม

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยที่ผ่านมาได้กำชับสั่งการให้ทุกกองบังคับการในสังกัดเร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง ให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม

วันนี้ (12 พ.ค.66) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์  รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง   ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.ณัฐกร  ประภายนต์ ผบก.สอท.2, พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3, พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4, พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 ,พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท. และ พล.ต.ต.สมภพ คูหาวิชานันท์ ผบก.อก.บช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวกรณี ดำเนินการกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลมือปืนรับจ้างและอาวุธสงคราม จำนวนทั้งสิ้น 60 จุด ได้ผู้ต้องหา 50 คน ของกลางอาวุธปืน 77 กระบอก เครื่องกระสุนปืนชนิดต่างๆ รวม 2,440 นัด  

พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก บก.สอท.2 ได้ทำการสืบสวนขยายผล ภายหลังการจับกุมตัว ผู้ต้องหารายสำคัญ เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ. 66  ซึ่งมีพฤติการณ์จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในระบบออนไลน์ โดยกลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล และซุ้มมือปืน โดยการขยายผลพบรายละเอียดของการสั่งซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก จึงนำไปสู่การปิดล้อมตรวจค้นบุคคลและสถานที่เป้าหมาย และจับกุมผู้ต้องหา พร้อมอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก ในห้วงวันเวลา ดังกล่าว

ในการปฏิบัติการของ (บช.สอท.) มุ่งเน้นที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน การอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนเป็นสำคัญ และยังคงเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่องต่อไป

'กกต.' โต้ 'ผอ.ข่าวเวิร์คพ้อยท์' ปม 'คะแนนโผล่ขั้วตรงข้าม' ที่นนท์ ยัน!! เป็น 'ข่าวเท็จ' เตือน!! ผู้ใดกด 'ไลก์-แชร์' มีโทษหนัก

(12 พ.ค. 66) กรณีนายสมภพ รัตนวลี ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ แสดงความเห็นทางแอปพลิเคชัน TikTok ว่า "คนที่เค้าไปเลือกที่จังหวัดเค้า แต่คะแนนกลับโผล่จังหวัดนนทบุรี แล้วกาจากพรรคหนึ่งกลายเป็นอีกพรรคหนึ่ง ขั้วตรงข้ามกันเลย แล้วเป็นอย่างนี้อีกหลายคน กกต. ออกมายอมรับแล้วอ้างว่าเจ้าหน้าที่ผิดพลาด" นั้น ข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จทั้งสิ้น

กกต. ขอชี้แจงว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งของจังหวัดนนทบุรี การกล่าวอ้าง
ว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิเลือกตั้งในจังหวัดหนึ่ง แต่คะแนนไปโผล่ที่จังหวัดนนทบุรี โดยมีการลงคะแนนให้ผู้สมัครอีกพรรคหนึ่งแต่คะแนนกลับไปปรากฎให้ผู้สมัครอีกพรรคหนึ่ง เนื่องจากยังไม่มีการนำบัตรมานับคะแนนจึงไม่อาจทราบว่าคะแนนเป็นของผู้สมัครคนใด ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวจึงเป็นความเท็จ และเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริงในการเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งของจังหวัดนนทบุรี ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ

คำเตือน ผู้ใดแชร์ข่าวดังกล่าวด้วยวิธีการกดไลก์ กดแชร์ รีทวิต รีโพสต์ ทางยูทูบ ทางติ๊กต็อก ส่งต่อทางไลน์ไปยังกลุ่มต่างๆ หรือช่องทางสื่อสารอื่นๆ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน: พัฒนาถนน 348 ตาพระยา - โนนดินแดง

พัฒนาถนน 348 ตาพระยา - โนนดินแดง ผ่านช่องตะโภ เชื่อมโยงเส้นทางสำคัญระหว่างภาคตะวันออก - อีสาน คู่ขนานกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งรูปแบบทางยกระดับและลอดใต้ผืนป่า เพื่อเปิดทางให้สัตว์ข้าม ไม่กีดขวางเส้นทางเดินของสัตว์ ยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งคนและสัตว์

โซเชียลยกย่อง!! หนุ่มวิ่งบนถนน ตากแดดร้อนๆ เปิดทางให้รถมูลนิธิ นำส่งผู้ป่วยเคสฉุกเฉิน

(12 พ.ค. 66) ‘มูลนิธิสว่างสำเร็จเชียงใหม่’ แชร์คลิปผ่าน TikTok ซึ่งภายในคลิปเป็นภาพหนุ่มคนหนึ่ง วิ่งกลางถนน เพื่อเปิดทางให้รถกู้ภัยนำส่งผู้ป่วย ท่ามแดดช่วงกลางวัน และอากาศร้อนสุดๆ 

โดยโพสต์ข้อความระบุว่า “คนมีน้ำใจที่มีให้รถกู้ภัยครับ#จิตอาสา #มูลนิธิสว่างสว่างสำเร็จเชียงใหม่ #กู้ภัยสว่าง #เชียงใหม่ #ดันขึ้นฟีดที #กู้ชีพกู้ภัย #กู้ภัยสว่าง”

นอกจากนี้ในคลิปยังมีข้อความระบุด้วยว่า “น้ำใจบนท้องถนน พี่ชายใจดี วิ่งเปิดทางรถกู้ภัย เคส ICU แดดร้อนเรื่องเล็ก นับถือหัวใจ”

หลังจากโพสต์คลิปได้ไม่นาน มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น

“กราบหัวใจ ที่มีจิตอาสา ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ขอให้พี่เจอแต่สิ่งที่ดี ๆ ๆ เจริญ ๆ”

“ฮีโร่ไม่ต้องมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นมากหรอกครับมีแค่จิตสำนึกที่ดีงามมันก็มีค่ามากพอเสมอมา”

“สิ่งเล็กๆ❤️ที่เขาเรียกว่าน้ำใจ”

“ใจพี่เขายิ่งใหญ่ หมดคำพูด”

“หัวใจหล่อมากน้องชายสุดยอด” เป็นต้น

“ขอชื่นชมน้ำใจที่มีให้กันครับ สังคมไทยจะน่าอยู่มากขึ้นถ้ามีคนแบบนี้เยอะๆๆ🥰🥰🥰”

‘ทนายธันย์พิชา’ ยืนยันเลิกเป็นทนายให้ ‘แอมไซยาไนด์’ ชี้ สุดสิ้นหน้าที่ตั้งแต่ 1 พ.ค. ลั่น!! ใครวิจารณ์เสียหายเจอฟ้อง

(12 พ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ธันย์พิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ ‘แอม ไซยาไนด์’ ได้ติดต่อผ่าน อมรินทร์ทีวี แจ้งว่าขณะนี้อย่ามาเรียกว่าทนายแอม เพราะตนไม่ทำคดีให้แอมแล้ว ตอนนี้แอมมีการเปลี่ยนทนายใหม่ ตอนแรกตนสอบถามแอมในชั้นพนักงานสอบสวนว่าจะเปลี่ยนทนายหรือไม่ ถ้ายังรับได้กับการทำคดีของตน ซึ่งแอมบอกไม่เปลี่ยน

“แต่พอเข้าไปสู่เรือนจำ เมื่อถามแอมอีกครั้ง แอมบอกเปลี่ยน ดิฉันจึงสิ้นสุดการทำคดีให้แอม ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. จึงอยากให้รับทราบโดยทั่วกัน หลังจากนี้เรื่องคดีความของแอม ขอให้สื่อมวลชนไปติดตามกับทนายคนใหม่ คือนายชินคุปต์ ไทยยะกร”

น.ส.ธันย์พิชา บอกอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับแอม แต่มาทำหน้าที่ในฐานะของทนายความในชั้นพนักงานสอบสวนเท่านั้น วันนี้แอมได้แต่งตั้งทนายใหม่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าหน้าที่ทนายความของตนสิ้นสุดลงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.

“ส่วนคนที่ทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของดิฉันให้เกิดความเสียหายหลังจากนี้ ตอนนี้จะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย จะฟ้องกลับทุกคดี” น.ส.ธันย์พิชา ระบุ

‘ทนายอนันต์ชัย’ พบ ‘กลุ่มมาเฟีย’ เก็บค่าเช่า-ออกตั๋วผี หน้าพระธาตุพนม สั่งรื้อแผงลอยเช่าขายของทั้งแถบ พร้อมปลด ‘กรรมการวัด’ ที่มีส่วนรู้เห็น

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 66 นครพนม ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกองทัพธรรม ไวยาวัชรกรวัดพระธาตุพนม สั่งรื้อหมดทั้งแถบ แผงลอยเช่าขายของเรียกเก็บค่าเช่าตั๋วผี พร้อมปลดทั้งชุดกรรมการวัด ตั้งชุดใหม่บริหารงานจัดระเบียบ พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาส ตั้งทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช เป็นประธานฝ่ายประสานงาน ดูแลวัด ทุกภาคส่วน เตือนใครฝ่าฝืนมติวัดดำเนินคดีทันที เดินหน้าขึ้นทะเบียนมรดกโลก ด้านแม่ค้า พ่อค้า ยอมถอยเข้าพื้นที่จัดระเบียบ

จากกรณีมีคำสั่งจัดระเบียบพื้นที่ขายของ หน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จนกระทั่งมีข้อพิพาท ระหว่าง ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิกองทัพธรรม ในฐานะไวยาวัชกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อีกทั้งเป็นประธานบริหารดูแลผลประโยชน์ทั้งภายนอกภายในวัด เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนา และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ในการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนกระทั่งภายหลัง บรรดา พ่อค้า แม่ค้า กลุ่มผู้ค้าดอกไม้เร่ ลอตเตอรี่แผงลอย ที่ออกมาประท้วงวางของขายปิดทางเข้าประตูวัดยอมถอย เนื่องจากทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร มีการออกกฎเหล็กสั่งดำเนินคดี ขั้นเด็ดขาดหากฝ่าฝืน ทำให้บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ยอมถอยเข้าไปขายในพื้นที่จัดระเบียบชั่วคราว รอการสร้างพื้นที่ขายของถาวร เพื่อสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ให้เกิดความสวยงาม เป็นระเบียบ

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิกองทัพธรรม ในฐานะไวยาวัชกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ได้สั่งรื้อแผงลอยเช่าขายของ บริเวณหน้าวัด ที่มีกลุ่มมาเฟีย ที่แอบแฝงผลประโยชน์ อ้างเป็นกรรมการวัด ฉวยโอกาสมาตั้งแผงลอย ให้บรรดา พ่อค้า แม่ค่าเช่า เพื่อเรียกเก็บค่าเช่า แผงละ 500 บาท ต่อเดือน โดยมีการเรียกเก็บมาตั้งแต่งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 และฉวยโอกาสเก็บค่าเช่าต่อ และออกใบเสร็จเป็นตั๋วผี อ้างนำเงินเข้าวัด จนกระทั่งมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีกรรมการวัดบางกลุ่มรู้เห็น จึงมีการสั่งรื้อแผงลอยเช่า ทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหา และเป็นการจัดระเบียบ นอกจากนี้ยังได้ มีคำสั่งปลดกรรมการวัดทั้งชุดเดิม

ทั้งชุด และออกคำสั่งแต่ตั้งใหม่ เพื่อล้างระบบมาเฟีย และป้องกันการฉวยโอกาส แสวงผลประโยชน์จากวัด ทั้งนี้ทาง พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง ให้ ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิกองทัพธรรม ในฐานะไวยาวัชกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายประสานงานกิจการคณะสงฆ์วัดพระธาตุพนม เพื่อประสานงานกับทุกภาคส่วนแทนวัดพระธาตุพนม ให้เป็นไปตามระเบียบขอมหาเถรสมาคม และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์

ขณะเดียวกันจากการสอบถามบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการ ในพื้นที่จัดระเบียบ ยอมรับว่า ทำการค้าขายมานานหลาย 10 ปี เมื่อมีการจัดระเบียบ ช่วงแรกยังมีปัญหาความไม่เข้าใจ แต่มีการพูดคุยเจรจาหารือตกลง เกี่ยวกับการจัดสรรพื้นที่เหมาะสมให้ จึงยอมรับในคำสั่งของมติวัดพระธาตุพนม และยอมขายของในพื้นที่จัดระเบียบ แต่เพียงต้องการความชัดเจน และเหมาะสม เนื่องจารกที่ผ่านมายังไม่มีความชัดเจน ในการจัดระเบียบ บางรายยังฉวยโอกาสเข้าไปขายในพื้นที่หวงห้าม ไม่มีมาตรฐาน ฝากถึงคณะกรรมการวัดขอให้มีมาตรฐานในการจัดระเบียบ ทางพ่อค้า แม่ค้า ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ และให้มีการตรวจสอบสำหรับกลุ่มคนที่ยังฉวยโอกาสแสวงประโยชน์กับทางวัด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top