Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘ลุงตู่’ ฝาก ‘ประชาชน-ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต’ ทบทวนให้ถี่ถ้วน ไทยมาไกลแค่ไหน ก่อนจรดปากกา

อีกไม่กี่อึดใจประชาชนคนไทยจะได้มีโอกาสเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้กันอย่างแน่นอน และเชื่อว่าการเลือกตั้งหนนี้ คนกลุ่มใหม่ที่บ้างก็เรียกว่า New Voter เอย หรือ First Voter เอย ก็จะได้มีโอกาสใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยข้อมูลจาก rocketmedialab.co ระบุhttp://rocketmedialab.coว่า ผู้คนเลือดใหม่กลุ่มนี้ ที่กำลังจะเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ที่ 4,012,803 คน โดยจำนวน First Voter ในการเลือกตั้ง 2566 ครั้งนี้ คิดเป็น 7.67% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด

THE STATES TIMES ได้มีโอกาสสอบถาม ‘ลุงตู่’ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เกี่ยวกับการเลือกตั้งหนนี้ ที่จะมีเยาวชนคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งได้เลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิต โดย ลุงตู่ กล่าวว่า...

“ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเขา ที่มีโอกาสใช้สิทธิในครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งผมเองก็ขอให้น้อง ๆ ทุกคน มีสติในการเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติในการที่จะเป็น นายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ให้ดี”

ลุงตู่ กล่าวต่ออีกว่า “ผมอยากให้การเลือกตั้งหนนี้ เป็นการรวมพลังของคนไทยทุกคนในการร่วมมือกันช่วยกันร่วมมือพาบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการแบ่งอายุ หรือวัย เพราะทั้งหมดคือคนไทยด้วยกัน เลือกเพื่อพาประเทศไทยให้เดินข้างหน้า เลือกเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในอนาคตอีก เพราะบ้านเมืองเราขัดแย้งกันไม่ได้อีกแล้ว

“...และส่วนตัวผม ก็อยากให้ประชาชนทุกท่านลองตั้งสติดี ๆ แล้วมองดูภาพประเทศไทยที่แท้จริงว่า วันนี้ประเทศของเราอยู่จุดไหนแล้ว เราเดินหน้ามาไกลหรือยัง แล้วจะเดินหน้าไปต่อไปพร้อมกันได้หรือไม่ หลายสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะไม่ทันใจหรือถูกใจ เพราะต้องใช้เวลาพอสมควรในการดำเนินการ หลายอย่างเราทำมากว่าจะเสร็จ ก็ 4 ปี 5 ปี 8 ปี”

ลุงตู่ เล่าต่ออีกว่า “แน่นอนว่าบางอย่างมันต้องใช้เวลานานกว่าที่กล่าวไป เพราะโลกมันเปลี่ยนทุกวัน มันต้องมีการปรับแก้และพัฒนากันทุกวัน ทุกเดือน ทุกช่วงเวลา การประชุมในต่างประเทศทุกครั้งล้วนมีวาระที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น หน้าที่ของเราก็คือ ต้องกลับมาทบทวนโจทย์เหล่านี้ แล้วทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าทันการเปลี่ยนแปลง ซึ่งวันนี้เรากำลังอยู่จุดนั้น”

“ผมไม่ติดขัดเรื่องการคิดเร็วนะ แต่หากคิดเร็วเกินไป แล้วเกิดปัญหาที่คาดการณ์ไม่ได้ แก้ไม่ได้ มันก็จะยิ่งเป็นปัญหาหนักขึ้นไปอีก เพราะวันนี้ประเทศไทยเราอยู่ในจุดที่ รู้เท่าทันนานาชาติ แล้วก็วางตัวเอง วางประเทศไว้ให้ในจุดที่สมดุลได้แล้ว นี่คือประเทศไทยของเรานะจ๊ะ...ขอบคุณทุกคนนะจ๊ะ” ลุงตู่ กล่าวทิ้งท้าย

‘สนธิญา’ ร้อง กกต. สอบคุณสมบัติ ‘พิธา’ ปมถือหุ้นสื่อ ชี้!! หากผิดจริง อาจพาผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกลเป็นโมฆะไปด้วย

(12 พ.ค. 66) ที่สำนักงาน​คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง ​(กกต.)​ นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ หลังถูกตรวจสอบแล้วพบว่า ยังถือครองหุ้นในบริษัทสื่อสารมวลชน อาจเข้าข่ายขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ​(พ.ร.ป.)​ ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง

นายสนธิญา กล่าวว่า​ การถือครองหุ้นสื่อของนายพิธา​หากตรวจสอบแล้วพบว่า นายพิธามีความผิดจริงจะส่งผลให้จำนวน ส.ส.ไม่ถึง 90% และจะทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ เนื่องจากนายพิธาเป็นหัวหน้าพรรคที่ต้องรับรองคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล แต่เมื่อนายพิธาขาดคุณสมบัติเสียเอง ก็จะส่งผลทำให้การรับรองคุณสมบัติของผู้สมัครพรรคก้าวไกลทุกคนเป็นโมฆะ

นายสนธิยา ยังกล่าวว่า ตนได้เปิดแฟนเพจเพื่อรับเรื่องร้องทุกข์แจ้งเหตุการณ์ทุจริตการเลือกตั้งซึ่งพบว่ามีหลายคนส่งข้อความมาแจ้งเรื่องของการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง มีหัวคะแนนของพรรคการเมืองและผู้สมัครตระเวนเก็บบัตรประชาชนและจดรายชื่อของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยสัญญาว่าจะให้เงิน ซื้อเสียง แต่จนถึงตอนนี้ใกล้วันเลือกตั้งแล้วหัวคะแนนยังไม่ยอมมาจ่ายเงินตามที่สัญญาไว้จึงอยากให้กรรมการการเลือกตั้งส่งผู้ตรวจการเลือกตั้งหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร โดยได้นำหลักฐาน เป็นภาพและเบอร์ของผู้สมัครพร้อมทั้งข้อความการพูดคุยผ่านทางเมสเซนเจอร์แฟนเพจมายื่นให้กับกกต.ประกอบการพิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

‘สาวไทย’ โดน ‘โจรเขมร’ กระชากกระเป๋า บาดเจ็บหนัก บัตรเครดิต-พาสปอร์ตหายเกลี้ยง ​สูญเงินร่วม 3 แสนบาท!!

(12 พ.ค. 66) เตือนภัย ซีเกมส์ 2023 ‘สาวไทย’ โชคร้าย มาเชียร์ฟุตบอล แต่ถูก ‘โจรเขมร’  กระชากกระเป๋า ได้รับบาดเจ็บหนัก แถมสูญทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งเปิดฉากชิงชัยมาตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา นั้น

ล่าสุด ในกลุ่มไลน์ข่าวของสื่อมวลชนไทย ที่ได้มาเกาะติดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ ได้มีการแจ้งข่าวร้ายเกี่ยวกับคนไทย ที่ได้รับอันตรายจากมิจฉาชีพจากการถูกกระชากกระเป๋า จนได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนและขาหนัก รวมทั้งยังสูญเสียทรัพย์สินเงินทองรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท อีกด้วย

โดยรายงานข่าว ระบุว่า คนไทยที่ประสบเหตุเป็นผู้หญิง เดินทางมาธุระที่กัมพูชา และจะเข้าไปดูฟุตบอลมีบัตร แต่เข้าไม่ได้ เลยกลับไปนั่งดูในร้านแถวที่พัก กระทั่งโดนกระชากแถวๆ นั้น

“แจ้งทีมงานและทุกคนที่ออกไปทำงานตามสนามต่างๆ ระวังตัวให้มากนะครับ มีน้องคนไทยโดนกระชากกระเป๋าลากไถลไปกับพื้นบาดเจ็บค่อนข้างมาก โจรได้กระเป๋า channel ตุ้มหู บัตรเครดิต พาสปอร์ต​ เอกสารสำคัญ​ส่วนตัว ทุกอย่างหายหมด รวมทรัพย์สิน​ที่โดนไปไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท”

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน นายสาธิต กรีกุล หรือ ‘บิ๊กจ๊ะ’ พิธีกรกีฬาและผู้บรรยายกีฬาชื่อดัง ที่เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่เกาะติด และรายงานความเคลื่อนไหวการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา ก็ได้ถูกโจรพยายามจะกระชากกระเป๋าสะพายข้าง ระหว่างที่กำลังยืนซื้อของอยู่บริเวณหน้าโรงแรมที่พักของตัวเองในกรุงพนมเปญ แต่ยังโชคดีที่ไม่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแต่อย่างใด

เปิดตัวขุนพล ‘พรรคใหญ่’ ชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. นนทบุรี ใครได้หมายเลขไหน? อย่าจำผิด!!

สำหรับ 8 เขตของจังหวัดนทบุรี ตามการแบ่งเขตของ กกต. มีดังนี้ 

>>เขต 1 อ.เมืองนนทบุรี (เฉพาะต.บางกระสอ ต.ท่าทราย และต.บางเขน)
>>เขต 2 อ.เมืองนนทบุรี (เฉพาะต.บางกร่าง ต.บางศรีเมือง ต.บางรักน้อย ต.สวนใหญ่ และต.ตลาดขวัญ)
>>เขต 3 อ.บางกรวย และอ.เมืองนนทบุรี (เฉพาะต.บางไผ่)
>>เขต 4 อ.ปากเกร็ด (เฉพาะต.บางพูด ต.บ้านใหม่ ต.คลองเกลือ และต.บางตลาด)
>>เขต 5 อ.ปากเกร็ด (ยกเว้นต.บางพูด ต.บ้านใหม่ ต.คลองเกลือ และต.บางตลาด) อ.บางบัวทอง (เฉพาะต.ลําโพ และต.ละหาร) และอ.เมืองนนทบุรี (เฉพาะต.ไทรม้า)
>>เขต 6 อ.บางใหญ่
>>เขต 7 อ.บางบัวทอง (เฉพาะต.บางบัวทอง ต.พิมลราช และต.โสนลอย) และอ.ไทรน้อย (เฉพาะต.ไทรน้อย และต.คลองขวาง)
>>เขต 8 อ.บางบัวทอง (เฉพาะต.บางคูวัด ต.บางรักพัฒนา และต.บางรักใหญ่) และอ.ไทรน้อย (ยกเว้นต.ไทรน้อย และต.คลองขวาง)

กฟผ.- กลุ่มมิตรผลและพันธมิตร เดินหน้าพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ‘โครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนอุบลรัตน์’ 

กฟผ.- กลุ่มมิตรผลและพันธมิตร (MPD Consortium) ประกอบด้วยบริษัท มิตรผล เอ็นเนอร์ยี เซอร์วิสเซส จำกัด บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท Dongfang Electric International Corporation จำกัด ลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ ร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น ย้ำเสถียรภาพพลังงานหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืน เดินหน้าประเทศสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2566 ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท คลองเตย กรุงเทพมหานคร                นายหวัง ลี่ผิง อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริษัทและประธานคณะกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล ประธานในพิธีร่วมแสดงความยินดี โอกาสลงนามสัญญางานจัดซื้อและจ้างก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ ร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ระหว่าง กฟผ. กับ กลุ่มมิตรผลและพันธมิตร (MPD Consortium) โดยมีนายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. ร่วมลงนามกับนายกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย รองประธานคณะกรรมการบริหาร พร้อมด้วยนายวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และ ธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล ในนามบริษัท มิตรผล เอ็นเนอร์ยี เซอร์วิสเซส จำกัด นายหลี่ เจี้ยนฮัว ประธานกรรมการบริษัท Dongfang Electric International Corporation (DEC) และนายพโยมสฤษฏ์ ศรีพัฒนานนท์ รักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA ENCOM)

นายหวัง ลี่ผิง อัครราชทูตที่ปรึกษาฯ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีน-ไทยมีความร่วมมือฉันท์มิตรด้านเศรษฐกิจและการค้า โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย และบริษัทจีนที่มีความเชี่ยวชาญได้เข้ามาร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทย อาทิ พลังงานสะอาด การเกษตรสมัยใหม่ เศรษฐกิจดิจิทัล ในด้านอุตสาหกรรมพลังงาน กฟผ. มีเป้าหมายพัฒนาพลังงานสะอาดสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลไทยเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน DEC ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านพลังงานของจีน และพันธมิตรในประเทศไทย มีความเชื่อมั่นว่าความสำเร็จของโครงการจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาโครงการที่เขื่อนอุบลรัตน์ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดของ กฟผ. ซึ่งมีแผนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำฯ อีก 15โครงการทั่วประเทศ รองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ตามนโยบายประเทศและ กฟผ. ในการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กลยุทธ์ ‘Triple S’ คือ Sources Transformation เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน Sink Co-creation เพิ่มแหล่งดูดซับกักเก็บคาร์บอน Support Measures Mechanism ส่งเสริมการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจกในภาคประชาชน และส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

สำหรับโครงการที่เขื่อนอุบลรัตน์มีขนาดกำลังผลิต 24 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดในรูปแบบผสมผสาน พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับพลังน้ำ พร้อมทั้งติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน BESS (Battery Energy Storage System) ที่ช่วยเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มีเสถียรภาพมากขึ้น นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของ กฟผ. ในฐานะผู้นำกลุ่มผู้ผลิตพลังงานสะอาด และเป็นอีกก้าวของประเทศในการเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2050

นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริษัทและประธานคณะกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล กล่าวเสริมว่า กลุ่มมิตรผลมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจพร้อมกับสร้างความยั่งยืนให้สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมานานกว่า 20 ปี ด้วยการต่อยอดจากภาคเกษตร สู่การพัฒนาพลังงานรูปแบบใหม่ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อสนับสนุนการผลิตพลังงานสะอาดที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยภายในปี 2065 ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่มีแนวโน้มความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  

นายหลี่ เจี้ยนฮัว ประธานกรรมการ DEC กล่าวว่า DEC ในฐานะเอกชนขนาดใหญ่ ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมด้านพลังงานเพื่อความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ให้บริการและร่วมดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียนมาแล้วทั่วโลก อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และระบบกักเก็บพลังงาน ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบความร่วมมือของประเทศจีน ที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาพลังงานร่วมกันกับประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของไทยและของโลก

นายพโยมสฤษฏ์  ศรีพัฒนานนท์ รักษาการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ PEA ENCOM กล่าวว่า การพัฒนาโครงการฯ กฟผ. ที่เขื่อนอุบลรัตน์ ช่วยยกระดับประเทศไทยสู่ความมั่นคงด้านพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน สอดคล้องกับการจัดตั้งและแผนธุรกิจของ PEA ENCOM ซึ่งได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ องค์กรชั้นนำด้านวิศวกรรมพลังงาน เราจึงเชื่อมั่นว่าการดำเนินการโครงการร่วมกันในครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จด้วยดี บรรลุเป้าหมายของ กฟผ. อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและคนไทยต่อไป

แม่ทัพภาคที่ 3 มอบทุนการศึกษาสำหรับบุตรกำลังพล ที่สามารถสอบเข้าเป็นนักเรียนทหาร ประจำปี 2566 (เป็นกรณีพิเศษ)

วันที่ 12 พ.ค. 66  เวลา 13.30 น. พลโท สุริยะ  เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษาสำหรับบุตรกำลังพลที่สอบเข้าเป็น นักเรียนเตรียมทหาร, นักเรียนแพทย์ทหาร และ นักเรียนพยาบาลกองทัพบก ประจำปี 2566 จำนวน 25 คน ณ ห้องบันเทิงทัพ 1 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการให้กำลังใจและสนับสนุนครอบครัวกำลังพล ที่สร้างแรงจูงใจและส่งเสริมบุตรเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนทหาร ซึ่งถือเป็นครอบครัวตัวอย่างในการผลิตกำลังพลให้กับกองทัพ โดยได้มอบเงินให้กับบุตรกำลังพลดังกล่าว รวม 275,000 บาท เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับกำลังพล ตลอดจนเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษาให้กับครอบครัวของกำลังพล ให้บุตรของกำลังพลได้มีกำลังใจ มีความมุมานะในการที่ศึกษาเล่าเรียน มีความรู้ ความสามารถ เป็นกำลังสำคัญ และอนาคตที่ดีของประเทศชาติต่อไป
 

คณะกรรมการฝ่ายการศึกษานอกระบบ สศอ.ชม. ประชุมวางแผนพัฒนาการศึกษาเอกชนนอกระบบจังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 12 พฤษภาคม 2566 เวลา 9.30 น. นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี อ.ดวงสมร ไชยรัตน์ ประธานฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จ.เชียงใหม่ กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุม London, EFL Learning Centre เชียงใหม่ พร้อมด้วยผอ.ญาณิกา ปานทอง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน และ อ.ปาริชาติ ป้อมไธสง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ / ดร.วิไลวรรณ วรรณโชติผาเวช ผู้แทนผู้บริหาร กช.&ประธานปส.กช.นอกระบบ จ.เชียงใหม่ เพื่อวางแผนพัฒนาการศึกษาเอกชนนอกระบบจังหวัดเชียงใหม่ ให้สอดคล้องกับยุคสมัย วิสัยทัศน์ และ ยุทธศาสตร์ ของสมาคมฯ  

นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวว่า โรงเรียนเอกชนสังกัด สช. จำนวนทั้งสิ้น 11,792 โรง มีโรงเรียนเอกชนนอกระบบอยู่ถึง 7,803 โรง โดยโรงเรียนเอกชนนอกระบบ หมายถึง โรงเรียนที่จัดการศึกษาโดยมีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆได้แก่ 1)ประเภทสอนศาสนา 2)ประเภทศิลปะและกีฬา 3)ประเภทวิชาชีพ 4)ประเภทกวดวิชา 5) ประเภทเสริมสร้างทักษะชีวิต 6)สถาบันศึกษาปอเนาะ 7) ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา)  โรงเรียนเอกชนนอกระบบเหล่านี้ หากตัดเอาโรงเรียนที่สอนเกี่ยวเนื่องกับศาสนา คือประเภทที่ 1,6,7 ออกไป ก็จะพบว่ามีอยู่  4 ประเภท รวมทั้งสิ้น 4,965 แห่ง

เมื่อโลกเปลี่ยนไป ทิศทางการจัดการศึกษาแตกต่างออกไปจากเดิม การเรียนในโรงเรียนนอกระบบของเอกชนกำลังกลายเป็นรูปแบบหรือวิถีใหม่ของการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง และ เป็นเส้นทางสู่การศึกษาในอนาคต (Road to the Future) ปัจจุบันการจัดการศึกษาเอกชนนอกระบบ จัดเป็นการศึกษาทางเลือกที่มีคุณภาพ และมีจุดแข็งในการจัดการ คือมีความคล่องตัว ยืดหยุ่น สามารถจัดการเรียนการสอนตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ผ่านสมาคมที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกับสช. ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนโรงเรียนเอกชนนอกระบบให้ตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาเเละการพัฒนาประเทศ

ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสทำงานในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ กช. นอกระบบ เรื่องแรกๆที่ สช. ผ่านคณะกรรมการ กช. ได้ผลักดันสนับสนุน อาทิ1) การผ่านระเบียบที่ทำให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบสามารถร่วมกันจัดการศึกษากับการศึกษาในระบบอื่นๆได้อย่างมีคุณภาพ

2) กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เปิดให้ประชาชนเรียนนอกระบบมากขึ้น ผู้เรียนจบแล้วมีงานทำ สามารถใช้หนี้กองทุนได้โดยเร็ว รวมทั้งเป็นการกระจายรายได้ไปยังสถานศึกษาขนาดเล็ก หรือโรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษานอกระบบและอาชีพ อาทิโรงเรียนวิชาชีพ  ศิลปะและกีฬา สร้างเสริมทักษะชีวิต กวดวิชาและอื่นๆ ซึ่งการให้กู้เพื่อเรียนหลักสูตรระยะสั้นเป็นการตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศ ภายใต้ฐานเศรษฐกิจ s-curve และ New s-curve ถือเป็นการลงทุนระยะสั้น แต่ได้ผลระยะยาว และยังทำให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบเติบโตขึ้นจากเดิมอีกด้วย 

ขอชื่นชมและสนับสนุนการทำงานของฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จ.เชียงใหม่ที่ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโรงเรียนเอกชนนอกระบบให้ตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาเเละการพัฒนาประเทศ การจัดกิจกรรมโครงการต่างๆ เพื่อแสดงศักยภาพของนักเรียน ครูผู้สอน และโรงเรียนเอกชนนอกระบบจ.เชียงใหม่ นี่จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งของโรงเรียนเอกชนนอกระบบที่กำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งนอกจากจะทำให้การจัดการศึกษาดังกล่าวไม่เหมือนเดิมตามที่เราเคยคุ้นชิน เเต่ก็มั่นใจได้ว่า รูปแบบและวิธีการใหม่ๆเหล่านี้จะทำให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบมีคุณภาพเเละดีขึ้นกว่าเดิม

อาจารย์ดวงสมร ไชยรัตน์ ประธานฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมสถานศึกษาเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ ปีบริหาร 2565-2567 กำหนดวิสัยทัศน์สมาคมฯ - พัฒนาการศึกษาเอกชนเชียงใหม่ ให้มีคุณภาพก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล และ วางกรอบยุทธศาสตร์ 7 ประการ ได้แก่ เสริมสร้างคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของผู้เรียนสู่สากล,พัฒนาผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณสมบัติที่ดี
,เสริมสร้างสวัสดิการและสวัสดิภาพผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา,เสริมสร้างสัมพันธภาพและความร่วมมือซึ่งกันและกันของสถานศึกษาเอกชน องค์กร และ หน่วยงานต่างๆ,อนุรักษ์และดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีภูมิปัญญาไทยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม,น้อมนำศาสตร์พระราชามุ่งเน้นคุณธรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และบริหารทรัพยากรและงบประมาณให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า

ฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จ.เชียงใหม่ จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อวางแผนพัฒนาการศึกษาเอกชนนอกระบบจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย วิสัยทัศน์ และ ยุทธศาสตร์ ของสมาคมฯ  ช่วงท้ายของการประชุมจะขอเรียนเชิญท่านได้ให้เกียรติมอบเกียรติบัตรรางวัลต่าง ๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับผู้บริหาร ครูผู้สอน และ นักเรียนของโรงเรียนเอกชนนอกระบบ จ.เชียงใหม่

ผู้ที่ได้รับรางวัล วิริยะอุตสาหะ 1/2566 ได้แก่ 1.นางสาว ปนิตา  ทองจำรูญ (Platinum) 2.Boy Michael Wang (Platinum) 3.Miss Risa Sato (Gold) 4. นางสาว ชญานันทน์ ลิ้มสุคนธ์ (Silver) 5. เด็กชาย วิทย์วิสิฐ   อำนวยชัยชนะ (Silver) 6. ดร. ภัทรมนัส ศรีตระกูล (Bronze) 7. นางสาว นภัสรพี ชัยวงศ์  (Bronze) 8. นางสาว ชฎาภัส เรืองสังข์ (Bronze) 

คุณครูผู้ที่ได้รับรางวัล ครูโรงเรียนเอกชนดีเด่น ประเภทครู บุคลากรทางการศึกษางานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี 2566 ได้แก่
1. Dr.Wilaiwan Wannachotphawet  2. Mr. John Quinn
3. Mr. Dean Du Plooy 4. Mr. Pip Masion 5. Mr. Daniel Thomas  
6. Mr. Gary Matier   7. Miss Kanokwan Jantawong 8. Mr. Woramet Chaimongkol   9. Miss Anushika Sirinthipaporn  
พร้อมกันนี้มอบเกียรติบัตรรางวัลดีเด่น คณะกรรมการฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จังหวัดเชียงใหม่ อีกด้วย

เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน: โครงข่ายรถไฟ นครสวรรค์ - ตาก - แม่สอด

รัฐบาลมุ่งพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ให้เป็นศูนย์กลางระบบราง อินโดจีน ด้วยโครงข่ายรถไฟ

นครสวรรค์ - ตาก - แม่สอด ซึ่งเป็นระบบรางยุคใหม่ ผ่านหลายจังหวัดและเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านได้

‘หมอวรงค์’ เยือนตลาดเมืองแกลง ลุยช่วย ‘เท็ดดี้’ เบอร์ 2 ชูนโยบาย ‘ประกันภัยช้างป่า’ ตายได้ 5 แสน-ชดเชยทำลายพืชผล

(11 พ.ค. 66) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมทีมงาน ได้เดินทางมาที่ อ.แกลง จ.ระยอง โดยขึ้นรถปราศรัยนโยบายในพื้นที่ตลาดเมืองแกลง ก่อนจะเดินพบปะประชาชน บริเวณห้างวัฒนานุกิจ เทศบาลเมืองแกลง อ.แกลง จ.ระยอง โดยมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปกันจำนวนมาก

นพ.วรงค์ ได้กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิตไปเมื่อวาน ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรค ที่มีนโยบายประกันภัยช้างทั่วประเทศ หากเสียชีวิตจากการถูกช้างป่าทำร้าย จ่ายทันที 500,000 บาท รวมถึงการจ่ายชดเชยหากพืชผลทางการเกษตรเสียหายจากช้างป่าทำลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่าย หากเข้าไปเป็นรัฐบาลสามารถทำได้ทันที

นายทฤษฎี ธนาบริบูรณ์ หรือเท็ดดี้ ผู้สมัครส.ส.พรรคไทยภักดี ระยองเขต 3 เบอร์ 2 ฝากพี่น้องชาวอ.แกลง และ อ.เขาชะเมา ช่วยกันเลือก เบอร์ 2 และพรรคเบอร์ 21 เข้ามาทำงานเป็นสส. เขต 3 ยืนยันจะใช้ความรู้ความสามารถ ทำงานเพื่อบ้านเมืองให้พัฒนาต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top