Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘ลาว’ จุดยุทธศาสตร์สำคัญในสงครามเวียดนาม ประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดถล่มมากที่สุดในโลกที่ไม่ใครสนใจ

(7 มิ.ย. 66) ในช่วงสงครามเวียดนาม ประเทศลาวเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ถูกสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดถล่มอย่างหนัก จนทำให้ประเทศนี้ มีอัตราระเบิดต่อหัวประชากรมากที่สุดในโลก

1.) จนถึงทุกวันนี้ยังมีชาวลาวต้องเสียชีวิตจากระเบิดที่สหรัฐอเมริกาทิ้งเอาไว้ ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2564 เจ้าหน้าที่กวาดล้างระเบิด UXO ของลาวเสียต้องสละชีวิตไป 3 คน และบาดเจ็บ 2 คนจากเหตุระเบิดในหมู่บ้านกิโลเมตร 38 เมืองปากช่อง แขวงจำปาสัก จากการรายงานของ Laotian Times สื่อภาษาอังกฤษในลาว

2.) UXO (Unexploded ordnance) หรือระเบิดที่ยังไม่ได้ถูกจุดชนวน ถูกทิ้งไว้โดยสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 (หรือสงครามเวียดนาม) ทำให้ ‘ลาวถือเป็นประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักที่สุดในโลกในอัตราต่อหัวประชากร’ จากข้อมูลของเว็บไซต์ Legacies of War องค์กรที่สร้างความตระหนักเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การทิ้งระเบิด ในยุคสงครามเวียดนามในประเทศลาว และสนับสนุนการกวาดล้างระเบิดที่ยังไม่ระเบิด

3.) ย้อนกลับไปในช่วงสงครามเวียดนาม ขณะที่สหรัฐฯ กำลังรบในเวียดนามอยู่นั้น ในลาวก็เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นมาด้วยระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์หรือ ‘ขบวนการปะเทดลาว’ ที่เอียงไปทางเวียดนามและฝ่ายรัฐบาลราชอาณาจักรลาวที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ทำให้ลาวถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ กลายเป็นสงครามที่เรียกว่า ‘สงครามลับ’ ในลาว

4.) จากข้อมูลของ Legacies of War ระบุว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2516 สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดในลาวมากกว่า 2 ล้านตัน ระหว่างภารกิจทิ้งระเบิด 580,000 ครั้ง ซึ่งเท่ากับเครื่องบินบรรทุกระเบิดไปทิ้งทุกๆ 8 นาทีตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลา 9 ปี การทิ้งระเบิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสงครามลับในลาวเพื่อสนับสนุนรัฐบาลลาว เพื่อต่อต้านขบวนการปะเทดลาวที่ปักหลักตามภูเขา และเพื่อสกัดกั้นฝ่ายเวียดนามเหนือในจากการใช้ ‘เส้นทางโฮจิมินห์’ ซึ่งเป็นทางลัดที่ฝ่ายเวียดนามเหนือตัดเข้ามาในลาวเพื่อเข้าโจมตีเวียดนามใต้

5.) แม้สงครามจะจบลงแล้ว ด้วยการถอนตัวจากสงครามเวียดนาม (หรือพ่ายแพ้) ของสหรัฐฯ และชัยชนะของเวียดนามเหนือและฝ่ายคอมมิวนิสต์ในลาว แต่ระเบิดมากถึงหนึ่งในสามไม่ระเบิด ทำให้แผ่นดินลาว ‘ปนเปื้อน’ ไปด้วย UXO จำนวนมาก ผู้คนกว่า 20,000 คนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจาก UXO ในประเทศลาวนับตั้งแต่การทิ้งระเบิดยุติลง ตามข้อมูลของ Legacies of War

6.) แต่มันไม่ใช่ระเบิดเป็นลูกใหญ่ๆ เท่านนั้น เพราะส่วนใหญ่มัน คือ ‘ระเบิดลูกปราย’ (Cluster munition/cluster bomb ) ที่เป็นระเบิดลูกเล็กๆ ที่อยู่ในระเบิดลูกใหญ่อีกต่อหนึ่ง มันถูกออกแบบมาเพื่อทำลายรันเวย์หรือสายส่งกำลังไฟฟ้า เพื่อกระจายอาวุธเคมีหรือชีวภาพ หรือเพื่อกระจายทุ่นระเบิด แต่ในสงครามลับในลาว มันถูกทิ้งแบบปูพรมเพื่อทำลายขบวนการคอมมิวนิสต์ที่หลบซ่อนตามป่าทึบ

7.) ระเบิดลูกปรายลูกใหญ่แต่ละลูกบรรจุลูกระเบิดเดี่ยว หรือที่เรียกว่า ‘บอมบี’ (bombies) หลายร้อยลูก ซึ่งมีขนาดประมาณลูกเทนนิส ประมาณ 30% ของระเบิดเหล่านี้ยังไม่เกิดการระเบิด มันถูกทิ้งไว้ในแผ่นดินลาวมากมายมหาศาล รอวันที่ผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จะไปพบ แล้วหยิบมันขึ้นมาหรือโยนเล่นโดยไม่รู้เรื่อง แล้วก็เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ทำให้มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันจากระเบิดคลัสเตอร์ในโลกเกิดขึ้นที่ลาว

8.) Legacies of War เปิดเผยว่าลาวถูกทิ้งระเบิดลูกปรายกว่า 270 ล้านลูกในช่วงสงครามเวียดนาม (มากกว่าการทิ้งระเบิดในอิรัก 210 ล้านลูกในปี 2534, 2541 และ 2549 รวมกัน) มากถึง 80 ล้านลูกที่ยังไม่ระเบิด เกือบ 40 ปีผ่านไปหลังสงคราม น้อยกว่า 1% ของระเบิดเหล่านี้ที่ถูกทำลาย และพื้นที่ที่เต็มไปด้วยระเบิดมากที่สุดแห่งหนึ่งของลาวคือแถบแขวงเชียงขวาง และแขวงตอนกลางและตอนใต้ เช่น คำม่วน สะหวันนะเขต, สาละวัน, อัตตะปือ, เซกอง และบางส่วนของจำปาสัก

9.) สถานการณ์ทุกวันนี้เริ่มที่จะดีขึ้นมาบ้าง เพราะในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บล้มตายรายใหม่ในลาวเพียง 50 รายจากระเบิดลูกปราย ลดลงจาก 310 รายในปี 2551 อุบัติเหตุเกือบ 60% ส่งผลให้เสียชีวิต และ 40% ของเหยื่อเป็นเด็ก (เช่นไปพบลูกบอมบีแล้วคิดว่าเป็นของเล่นแล้วนำมาโยนใส่กัน) จากข้อมูลของ Legacies of War

10.) สหรัฐฯ เองก็ไม่ได้ทอดทิ้งลาว หลังจากรื้อฟื้นความสัมพันธ์แล้ว สหรัฐฯ ก็ช่วยเหลือลาวในการกู้ระเบิดอยู่เนืองๆ เพียงแต่มันเป็นเงินที่เทียบไม่ได้กับงบประมาณที่สหรัฐฯ ทุ่มเทไปกับการ ‘ทำลายล้างลาว’ เพราะในช่วงสงคราม สหรัฐฯ ใช้เงิน 13.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อวัน เป็นเวลา 9 ปีในการทิ้งระเบิดลาว Legacies of War ประเมินว่า ในเวลาเพียง 10 วันของการทิ้งระเบิดที่ลาว สหรัฐฯ ใช้เงินไป 130 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าที่ใช้ในการเคลียร์ระเบิดในลาวตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา

‘ทางหลวงหมายเลข 12’ ผลงานความสำเร็จจากรัฐบาล ‘บิ๊กตู่’  เชื่อมโยงระเบียง ศก.ตะวันออก-ตะวันตก กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

ผลงานความสำเร็จ!! ยุทธศาสตร์รัฐบาล ‘พล.อ.ประยุทธ์’ ถนนสายเศรษฐกิจเส้นประวัติศาสตร์ ‘ทางหลวงหมายเลข 12’ เชื่อมต่อ 4 ประเทศอาเซียน เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค เพิ่มมูลค่าการค้าตามแนวชายแดน

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 66 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมความสำเร็จจากยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาล การกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค ยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน คู่ไปกับการพัฒนาตามแนวทางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ใช้จุดแข็งและความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ของประเทศเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงทางคมนาคม เพิ่มโอกาส ช่องทางการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของไทย ทั้งในระดับอนุภูมิภาค ภูมิภาค และทั่วโลกชื่นชมความสำเร็จผลงาน

ถนนสายเศรษฐกิจเส้นประวัติศาสตร์ ทางหลวงหมายเลข 12 สายกาฬสินธุ์-บรรจบทางหลวงหมายเลข 12 (บ้านนาไคร้) - อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่ง รองรับการเดินทางในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร และส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก (East - West Corridor)

รัฐบาลได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างเชื่อมโยง โดยทางหลวงหมายเลข 12 แนวใหม่นี้ยังเชื่อมต่อ 4 ประเทศอาเซียนเข้าด้วยกัน โดยเริ่มจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผ่านไปยังจังหวัดมุกดาหารเชื่อมต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไปสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในขณะที่อีกฝั่งสามารถวิ่งไปยังเมียนมาได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมทะเลจีนใต้กับมหาสมุทรอินเดียเข้าด้วยกันอีกด้วย ถือเป็นทางเศรษฐกิจใหม่ รวมทั้งยังเป็นทางลัดเชื่อมจังหวัดกาฬสินธุ์-มุกดาหาร ให้ประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก และลดระยะการในการเดินทาง

ทางหลวงหมายเลข 12 ยังเป็นเส้นทางสนับสนุน และรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สายเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor–EWEC) ช่วยกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค เพิ่มมูลค่าการค้าตามแนวชายแดน ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอีกด้วย

จากข้อมูลของกองยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2566 เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารมีการดำเนินการลงทุนแล้ว 3 โครงการ วงเงิน 392 ล้านบาท จากโครงการที่ขอรับการส่งเสริมฯจาก BOI 5 โครงการ วงเงิน 2,102 ล้านบาท และมีธุรกิจตั้งใหม่ 868 ราย วงเงิน 1,655 ล้านบาท

‘Apple Store’ เตรียมเปิดสาขาใหม่ 15 แห่งในเอเชียแปซิฟิก ด้าน ‘เวียดนาม’ หลุดโผ ไม่มีรายชื่ออยู่ในโปรเจกต์ใหญ่ครั้งนี้

‘เวียดนาม’ ไม่ได้อยู่ในแผนของ Apple ในการเปิดตัวร้านค้าใหม่ 15 แห่ง ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่บัดนี้จนถึงปี 2027

เมื่อไม่นานนี้ สํานักข่าวบลูมเบิร์ก ของสหรัฐฯ รายงานว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ มีแผนที่จะสร้าง ปรับปรุง หรือย้ายที่ตั้งโรงงาน 15 แห่ง ในประเทศจีน, ญี่ปุ่น 5 แห่ง, อินเดีย 3 แห่ง, เกาหลีใต้ 2 แห่ง, มาเลเซีย และออสเตรเลียที่ละ 1 แห่ง

ซึ่งหมายความว่า มาเลเซียจะเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศต่อไป ที่จะได้รับ Apple Store รองจากสิงคโปร์และไทย

เมื่อเดือนที่แล้ว Apple ได้เปิดตัวร้านค้าออนไลน์สําหรับลูกค้าชาวเวียดนาม และนักวิเคราะห์คาดว่า สิ่งนี้จะนําไปสู่การเปิดร้านค้าอิฐและปูนในประเทศ

Apple ได้แสดงความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาดเวียดนามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อปีที่แล้วได้แต่งตั้งผู้จัดการประเทศเป็นครั้งแรกและตั้งช่อง YouTube อย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงเวียดนามว่า บรรลุการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในรายงานทางการเงิน ในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว มีร้าน Apple มากกว่า 520 แห่งใน 26 ประเทศ

‘พิธา’ กับวิกฤตหุ้นสื่อไอทีวีที่ต้องเผชิญ เมื่อสังคมต่างตั้งคำถาม แม้จะเจ้าตัวยืนยันว่า พร้อมชี้แจง กกต. และขอเดินหน้าจัดตั้ง รบ.ต่อ

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 66 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายอมรับว่า มีการโอนหุ้นสื่อไอทีวีของตนเองแล้ว และมีความพร้อมที่จะชี้แจงต่อ กกต.

ประเด็นถือหุ้นไอทีวีของนายพิธา คงต้องรอ กกต.ว่าจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร จะยกคำร้อง หรือจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน

‘หุ้นไอทีวี’ เป็นประเด็นที่กระทบต่อการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล ยิ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไอทีวียังอยู่ และยังผลิตสื่ออยู่ จะยิ่งเป็นอุปสรรคต่อนายพิธาในการก้าวเดินต่อไป

จากประเด็นการถือหุ้นสื่อไอทีวีของนายพิธา ทำให้เกิดข้อสงสัยและเกิดการตั้งคำถามตามมาอีกหลายประเด็น เช่น

- ข้อต้องห้ามการลงสมัคร ส.ส.ห้ามเป็นเจ้าของ หรือถือหุ้นสื่อ
- ข้อบังคับพรรคก้าวไกล ห้ามสมาชิกพรรคเป็นเจ้าของสื่อ และถือหุ้นสื่อ
- นายพิธาถือหุ้นไอทีวีมาตั้งแต่ปี 2549 หลังพ่อเสีย ทำให้หุ้นก้อนนี้ตกทอดมาถึงทายาท
- ปี 2562 นายพิธาลงสมัคร ส.ส.มาแล้วครั้งหนึ่ง และได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ การถือหุ้นไอทีวีของนายพิธาจะกระทบถึงการเป็น ส.ส.ปี 2562 หรือไม่?
- นายพิธาไม่มีคุณสมบัติเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล จะเป็นหัวหน้าพรรคได้หรือ?
- นายพิธาเซ็นรับรองผู้สมัคร ส.ส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ จะถือเป็นโมฆะหรือไม่?
- ผู้สมัครก้าวไกลที่มีคะแนนนำ จะได้เป็น ส.ส.หรือไม่?
- คะแนนพรรคจะสามารถเอามาคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อก้าวไกลได้หรือไม่?

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ล้วนเป็นประเด็นคำถามทั้งสิ้น ยังไม่นับรวมเรื่องรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตรา ตัวอย่างเช่น

1.) การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 นั้น ดำเนินการก่อนปิดรับสมัคร ส.ส. ซึ่งนายพิธาถือหุ้นไอทีวีอยู่
2.) มาตรา 89 (2) ผู้ได้รับการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 160
3.) มาตรา 160 (6) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98
4.) มาตรา 98 (3) ห้ามผู้สมัคร ส.ส.เป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ

ดังนั้น ถ้าตีความตามนี้ก็น่าจะถือว่า นายพิธา ‘ขาดคุณสมบัติ’ ตั้งแต่วันปิดรับสมัครตามมาตรา 88 ในวันที่ 4-7 เมษายน 2566 แล้วครับ (ตามความเห็นของ สว.สมชาย แสวงการ)

แต่หนทางที่ถูกต้องชอบธรรมที่สุด คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยให้เป็นที่ยุติครับ คำวินิจศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุด คำวิฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร

ประชุมอธิบดีศุลกากรอาเซียน ครั้งที่ 32

วันที่ (6 มิ.ย.66) ณ โรงแรมเคปดารา รีสอร์ท พัทยา นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานเปิดการประชุมอธิบดีศุลกากร อาเซียน ครั้งที่ 32

นายพชร เปิดเผยว่า การประชุมอธิบดีศุลกากรอาเซียน ครั้งที่ 32 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2566 ในรูปแบบผสม ประกอบด้วย ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และเลขาธิการอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาศุลกากรอาเซียนของคณะทำงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอธิบดีศุลกากรอาเซียน จำนวน 5 คณะทำงาน ได้แก่ คณะกรรมการประสานงานด้านศุลกากรอาเซียน (ASEAN Coordination Committee on Customs : CCC) คณะทำงานด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าและพิธีการศุลกากร (Customs Procedures and Trade Facilitation Working Group : CPTFWG)

คณะทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามทางศุลกากร (Customs Enforcement and Compliance Working Group : CECWG) คณะทำงานด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถทางศุลกากร (Customs Capacity Building Working Group : CCBWG) และคณะทำงานด้านการพัฒนาระบบ(ASEAN Single Window (ASEAN Single Window Steering Committee : ASWSC)

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างศุลกากรอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และองค์การศุลกากรโลก เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ และประสบการณ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับศุลกากร

รวมถึงการหารือร่วมกับตัวแทนจากภาคเอกชน ได้แก่ EU-ASEAN Business Council และ US-ASEAN Business Council เพื่อรับทราบประเด็นต่าง ๆ และข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน โดยจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้า รวมทั้งเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค อีกด้วย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645
 

กระบี่-อพท ร่วม ทกจ.กระบี่ พบปะผู้ประกอบการ ผลักดันเป็นพื้นที่พิเศษคลองท่อมเมืองสปา

เวลา 13.00 น. นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. และคณะผู้บริหาร อพท. ร่วมกับ นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่อำเภอคลองท่อมที่เกี่ยวข้องกับน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม 3 แห่ง ได้แก่ วารีรัก ฮ็อต สปริง แอนด์เวลเนส อมตยา เวลเนส และ ณัฐฐาวารีน้ำพุร้อน รีสอร์ท แอนด์ สปา พบปะผู้ประกอบการภาคเอกชน

เพื่อแนะนำบทบาทภารกิจขององค์กรรวมถึงหารือเรื่องการประกาศพื้นที่พิเศษ คลองท่อมเมืองสปา เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ทั้งนี้จะเป็นกรอบและแนวทางสำหรับบูรณาการความร่วมมือ และดำเนินงานร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์จากฐานทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าของน้ำพุร้อนเค็มอย่างยั่งยืนต่อไป

สุโขทัย-นายกเล็กเมืองศรีสัชนาลัย ต้อนรับผู้บริหาร และบุคลากรเติมการพัฒนาสู่เมืองท่องเที่ยวศรีสัชนาลัย

นายสมศักดิ์ พุ่มชื่น นายกเทศมนตรีเมืองศรีสัชนาลัย พร้อมด้วยนางพินิจนันท์ ศรีทัศน์ รองนายกเทศมนตรีฯ และคณะผู้บริหารสภาฯ ปลัดเทศบาลฯ ผู้อำนวยการฝ่ายและบุคลากรในสังกัดเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ร่วมแสดงความยินดีและมอบช่อดอกไม้ต้อนรับ นายไชยา บุญเกิด ในโอกาสเข้ารับดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองศรีสัชนาลัย เพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองศรีสัชนาลัยสู่เป้าหมายเมืองพัฒนา เมืองท่องเที่ยวต่อไป 

และร่วมให้การต้อนรับข้าราชการโอนย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ในครั้งนี้ ได้แก่ นายธนธัญ โครธาสุวรรณ์ ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายการโยธา (นักบริหารงานช่าง ระดับต้น) กองช่าง เทศบาลตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง ฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง สังกัดกองช่าง เทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย นางสาวกัญญาภัค สวัสดิ์รักษา ตำแหน่ง ครู สังกัดโรงเรียนบ้านวงพระจันทร์ กองการศึกษา เทศบาลตาบลเมืองบางขลัง มาดำรงตำแหน่ง ครู สังกัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหนองบัว งานบริหารการศึกษา ฝ่ายแผนงานและโครงการ กองการศึกษา เทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย

สุริยา ด้วงมา จ.สุโขทัย 081-284-4862

วันสิ้นสุด ‘ยุทธนาวีที่มิดเวย์’ ในสงครามโลกครั้งที่สอง ถือเป็นยุทธนาวีที่สำคัญที่สุดในแนวรบมหาสมุทรแปซิฟิก

‘ยุทธนาวีมิดเวย์’ (Battle of Midway) เป็นยุทธนาวีที่สำคัญที่สุดในแนวรบด้านมหาสมุทรแปซิฟิก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน พ.ศ. 2485 ประมาณหนึ่งเดือนหลังยุทธนาวีทะเลคอรัล และประมาณหกเดือนหลังจากญี่ปุ่นโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด จากการต่อต้านการโจมตีของกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นที่มิดเวย์อะทอลล์ และเป็นการคาดโทษ ความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้ของกองเรือรบญี่ปุ่น จอห์น คีแกนได้เรียกมันว่า “ที่สุดของความประหลาดใจและเด็ดเดี่ยวอย่างคาดไม่ถึง ในประวัติศาสตร์ของการทำสงครามกองทัพเรือ” ยุทธนาวีนี้ เคยเป็นการพ่ายแพ้ที่เลวร้ายที่สุดของกองทัพเรือญี่ปุ่นในระยะ 350 หลา

หลังยุทธนาวีทั้งสอง กองเรือสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรแปซิฟิกเสียหายอย่างหนัก กองทัพญี่ปุ่นจึงคิดเข้าโจมตีมิดเวย์อะทอลล์ เพื่อเป็นการปิดช่องโหว่ในแนวป้องกันทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกของญี่ปุ่น และเป็นฐานในปฏิบัติการสำหรับแผนขั้นต่อไป รวมไปถึงการทำลายเรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกาที่ยังคงเหลืออยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่เนื่องจากสหรัฐอเมริกาสามารถถอดรหัสลับของกองทัพเรือญี่ปุ่นได้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม สหรัฐอเมริกาจึงสามารถเตรียมการป้องกันและจัดวางกำลังพล จนสามารถทำลายกองทัพเรือของญี่ปุ่นได้ ยุทธนาวีมิดเวย์ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้สหรัฐอเมริกากลับมาชิงความได้เปรียบในยุทธบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเริ่มเป็นฝ่ายรุกโจมตีกองทัพเรือญี่ปุ่นจนจบสงคราม
 

เปิ้ล ไอริณ’ ฟาดแรง!! หลังโดนแบนร่วมงานบางกอกไพรด์ เหตุปมการเมือง ลั่น!! ไม่ยุติธรรม เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครอง

‘เปิ้ล ไอริณ’ เสียความรู้สึกตั้งใจไปร้องเพลงให้กระหึ่มใจกลางเมือง แต่ถูกแคนเซิล ลั่นไม่ยุติธรรมโดนตัดสิทธิ์จากให้มีบทบาท 4 เหลือแค่ 1 แต่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองแล้ว ไม่ให้ไปงานนี้ เพราะไม่ไปยืนแผ่นดินเดียวกัน หนักแผ่นดิน!! ชี้ดาราแค่หุ่นเชิด ไม่รู้อิงการเมือง หนุน sex worker

(6 มิ.ย. 66) กรณีที่ ‘เปิ้ล ไอริณ ศรีแกล้ว’ ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่าถูกเจ้าของงานบางกอกไพรด์ 2023 สั่งแบนห้ามร่วมงาน หลังแสดงความเห็นค้านแก้ ม.112 เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งในงานดังกล่าว มีทั้ง ‘ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ว่าที่นายกฯ คนที่ 30 รวมทั้ง ‘อุ๊งอิ๊ง แพรทองธาร ชินวัตร’ จากพรรคเพื่อไทย และ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยชาว LGBTQIAN+ และศิลปิน ดารามากมาย

ล่าสุด ‘เปิ้ล ไอริณ’ ได้เปิดใจหลังถ่ายรายการ ‘รายการคุยทะลุดรามา’ ช่องเวิร์กพอยท์ ยันตอนแรกต้องทำถึง 4 บทบาท แต่ภายหลังกลับลดจนเหลือบทบาทเดียว ซึ่งทำให้ตนเสียชีวิต แต่พอมาถึงตอนนี้ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วที่ช่วยไม่ให้ไป เพราะตอนแรกตนไม่ทราบว่าจะมีนักการเมืองมาร่วมเดินขบวนด้วย

“ตอนแรกเปิ้ลได้รับการติดต่อทาบทามไปงานนั้น โดยเปิ้ลจะมีบทบาท 4 อย่าง หนึ่งเปิดตัว พบนักข่าว เปิดงาน สองจะใช้เพลง money ของเปิ้ล ร้องแห่ตามถนน สามเปิ้ลจะร่วมขบวนแห่ไปด้วย สี่จะต้องมีการขึ้นเวที แต่พอใกล้ถึงเวลาจริงๆ เปิ้ลก็เพิ่งมาทราบว่าทางงานบอกไม่ต้องไปงานที่สนามศุภชลาศัย แล้วให้ไปแค่ที่สยามเลย เราก็บอกว่ามันแคนเซิลง่ายๆ อย่างนั้นเลยเหรอ เรารู้สึกเสียความรู้สึก เราตั้งใจไปคอนเสิร์ต ไปร้องให้กระหึ่มใจกลางเมือง นี่คือความฝันสูงสุดของเปิ้ลเลย แต่เปิ้ลก็ต้องโดนทำลายความฝัน ที่ตอนแรกไม่ทราบสาเหตุ

เปิ้ลว่ามันไม่ยุติธรรมกับเปิ้ล จาก 4 มาเหลือ 1 มันก็โดนตัดสิทธิ์ โดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว แต่มา ณ วันนี้เปิ้ลถือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ช่วยเหลือเปิ้ลเอาไว้ไม่ให้เปิ้ลต้องไปงานนี้ เปิ้ลจะไปทำไม งานที่มีเจ้าภาพงานเป็นตระกูลที่รัฐบาลต้องเข้าไปทำรัฐประหาร เพราะว่าเงินมันเหลือในคลัง 0 บาทแล้ว คุณสร้างหนี้เอาไว้ 84,000 ล้าน ตอนนี้รัฐบาลต้องจ่ายหนี้ข้าวของคุณ ชาวนาที่ผูกคอตายไป รัฐบาลต้องแบกรับภาระเดือนละ 30,000 ล้าน มันใช่หน้าที่ของพวกเราไหมที่เปิ้ลจะต้องไปนั่งซัปพอร์ตเขา อย่าเป็นอัลไซเมอร์ค่ะ จำกันให้ได้ ดีนะที่เปิ้ลไม่ไปยืนแผ่นดินเดียวกัน หนักแผ่นดินค่ะตรงนั้น เปิ้ลไปยืนไม่ได้หรอก” เปิ้ล ไอริณ กล่าว

คาดดาราที่ไปไม่รู้ว่าอิงการเมือง ใช้ดาราเป็นหุ่นเชิด งงสนับสนุน
“แล้วเปิ้ลจะบอกอีกสองเรื่อง เรื่องแรก ดาราที่ไปหลายคนไม่รู้ว่ามันอิงการเมืองอยู่ เนื่องจากว่าถ้าดาราไปในเรื่องของการเมืองมันมีค่าใช้จ่ายสูง ไปช่วยหาเสียง ไปการเมือง แต่เขาใช้คำพูดกับเปิ้ลว่าเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้ LGBTQ ได้รับความเท่าเทียม แต่เขาไม่ได้บอกเลยว่ามีนักการเมืองมา ดาราทุกคนไปก็งง แถมยังไปอิงการเปิดตัว Pride Clinic ของ รพ.บำรุงราษฎร์ ซึ่งมีการผ่าตัดแปลงเพศ เท่ากับเอาดาราไปเป็นหุ่นเชิด แต่มีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ด้านหลังรึเปล่า

ฉะนั้น คราวหลัง ศิลปินทุกคนต้องระวังคำว่า กทม. ไว้แล้วนะคะ กทม. จัด แต่พอไปถึงปุ๊บ สิ่งที่มันเป็นนโยบายเขาถามให้ละเอียดก่อน อะไรเปิ้ลก็ไม่ติดใจ แต่ท้ายของนโยบายที่เปิ้ลอ่านมาคือ สนับสนุน sex workerแล้วดาราที่ไปมีศิลปินแกรมมี่ด้วย ที่มีพี่เบิร์ด ธงไชย อยู่ด้วย สนับสนุน sex worker เหรอ เปิ้ลงง จุดประสงค์กับสิ่งที่คุณต้องการ กับสิ่งที่เราอุตส่าห์ตั้งใจไปมันคนละเรื่องกันหรือเปล่า ดีใจที่ไม่ได้ไป ถือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเปิ้ลไว้ค่ะ”

โดนตัดสิทธิ์ต้องมีเหตุผล ก่อนหน้านี้เพิ่งสนับสนุนนโยบาย ‘ลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา’
“ถามว่าปีนี้มีนักการเมืองหลายพรรคไปเลย ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นหรือเปล่า อ้าว แล้วทำไมเปิ้ลถึงโดนตัดสิทธิ์ได้ มันต้องมีสาเหตุสิ เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะก่อนหน้านั้นเปิ้ลเพิ่งออกมาสนับสนุนนโยบายของ ลุงตู่ เปิ้ลกับลุงตู่อาจจะเหมือนกันตรงนี้ อยากพูดอะไรก็พูด

ความจริงก็คือความจริง ทำไมเปิ้ลต้องโดนตัดสิทธิ์ด้วย มีเหตุผลอะไร แล้วคุณชัชชาติ เขาเคยอยู่พรรคไหน มันเป็นคำถามของเด็กอนุบาลที่ไม่น่ามาถามเปิ้ลด้วยซ้ำไป (เขาเปลี่ยนเป็นให้เราไปร่วมงานแทนขึ้นขบวน เราก็เลยไม่คิดที่จะไปงาน?) เปิ้ลไม่อยากตอบคำถามพวกนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะเปิ้ลไม่ได้เป็นหุ้นสื่อค่ะ”

เขาไม่ให้ขึ้นคอนเสิร์ต ขึ้นรถแห่ ส่วนนึงอาจปกป้องเพราะตนโพสต์ข้อความทางการเมือง
“ก็อาจจะเป็นจริงนะคะ เพราะถ้าเกิดเปิ้ลขึ้นเวที ประโยคแรกเปิ้ลคงจะพูดว่า SAVE 112 ก็ดีแล้วที่เขาไม่ให้เปิ้ลไป เขาก็คิดถูกแล้ว ถามว่าเราก็โอเค เลือกที่จะไม่ไปไหม ก็คงจะแตกต่างกัน เปิ้ลก็ออกมาแสดงจุดยืน SAVE 112 ที่อีกกลุ่มต้องการที่จะยกเลิกและแก้ไข มันก็ขัดแย้งกันอยู่แล้ว มันก็อาจจะมีการเห็นต่างบางอย่างแต่ในสิ่งนึงเปิ้ลก็ยังสงสัยว่า งานนี้มีคอนเซ็ปต์ว่ารักความต่าง สนับสนุนความเท่าเทียม คำพูดยังแบบว่า… คำถามต่อไปดีกว่าค่ะ”

ยันไม่ได้อยากดัง
“เปิ้ลใช้เฟซบุ๊กมา 20 ปี ไม่เคยขึ้นจอดำเลย นี่เป็นสาเหตุที่เปิ้ลเสียใจ ที่หลายๆ คนก็เรียกร้องแม่ แล้วสิ่งที่เขาเอามาล่อเราตอนแรก อยากให้เราไป เขาพูดกับเราว่าเราจะได้เป็นแม่เลย เด็กๆ จะได้ไปเจอพี่เปิ้ลด้วย จุดประสงค์ของเรามีเท่านี้ไม่ได้อยากจะดังอะไรทั้งสิ้น แต่เรารู้สึกว่าถ้าเราเห็นภาพทุกคนร้องเพลงเรา เพลงเราไปดังก้องถนนได้ เปิ้ลจะมีความสุข เป็นฝันของเปิ้ล จะเป็นวันที่อยู่ในความทรงจำของเปิ้ลจนวันตายเลยค่ะ แต่ไม่เป็นไร ถ้าเพลงของเปิ้ลอีกฝั่งนึงจะดับลงไป แต่เพลงสรรเสริญพระบารมีจะดังก้องขึ้น มันก็คุ้มค่าแล้วค่ะ”

ย้ำไม่หนุน sex worker
“ตัวเปิ้ลเองไม่ได้สนับสนุน sex worker มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถึงเปิ้ลจะภาพเซ็กซี่ แต่การที่เราสนับสนุนให้เด็กมีเพศสัมพันธ์เพื่อหารายได้ ยังไงเปิ้ลก็ไม่สนับสนุน จะกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเปิ้ลก็ค้านตลอด วันนึงถ้าเปิ้ลเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเรื่องพวกนี้ที่ มันก็คงไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของเปิ้ล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังคุ้มครองเปิ้ลอยู่ไม่ให้ได้ไปงานนั้น คนละคลื่นพลังงาน พอพลังงานมันไม่บาลานซ์กัน ทำยังไงก็ไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว

เมื่อก่อน คำว่า ‘บูลลี่’ หรือความคิดเห็นที่กระทบเราเปิ้ลต้องขอบคุณทั้งหมด มันเป็นวัคซีนให้เปิ้ลตอนนี้ เปิ้ลเชื่อเรื่อง ฟิสิกส์ควอนตัม พลังงานมวลรวม ยิ่งเราต้องการจะปกป้องอะไร สิ่งสูงสุดแค่ไหน สิ่งใหญ่โตแค่ไหน พลังงานมวลรวม อุปสรรคปัญหาหรืออะไรต่างๆ มันก็เข้ามาเท่านั้น เปิ้ลรู้ก่อนหน้านี้แล้ว เปิ้ลรู้และรับมือกับมันได้ เพราะเปิ้ลอยู่กับสิ่งนี้มา 30 กว่าปีในวงการแล้ว ก็ไม่ได้มีส่วนสำคัญอะไรในชีวิต เปิ้ลเขียนในเพลงไปแล้วว่าโฟกัสสิ่งใดสิ่งนั้นขยายผล ตัวเปิ้ลไม่ได้โฟกัสเรื่องลบเลย ซึ่งลึกๆ เปิ้ลก็เมตตาพวกเขานะ มันเหมือนจุดดำในกระดาษขาว เปิ้ลมีลิควิดเปเปอร์ในจิตใต้สำนึกที่สามารถลบจุดดำนั้นได้ค่ะ”

ไม่แคร์ถูกแอนตี้ เพราะไม่ได้รับงานในวงการ อยู่อย่างพอเพียง
“ไม่ได้มายด์เลยค่ะ ตอนนี้จริงๆ ไม่ได้จะรับงานในวงการเลย ไม่ได้มายด์เรื่องเงินอยู่แล้ว ตัวเปิ้ลอยู่อย่างพอเพียงนะ ทำเพลง money เห็นเปิ้ลมีบ้านช่อง ดูเฟซบุ๊กเปิ้ลดีๆ สิ ไปส่องดูอีกที เปิ้ลไปเที่ยวบนดอย ที่พักหลักร้อย เปิ้ลใช้เงินอย่างประหยัด เพราะเปิ้ลจะเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์หลังตายเพื่อมอบเป็นการกุศลให้กับเด็ก 5 มูลนิธิเปิ้ลอยู่ของเปิ้ลได้ เพราะลึกๆ แล้วเปิ้ลเป็นคนประหยัด เปิ้ลรู้ว่าเปิ้ลอายุไม่ยืน เปิ้ลเลยรีบสะสมทำความดี”
 

สดช.’ จัดอบรมเสริมทักษะ-พัฒนาความรู้ภารกิจกองทุนฯ มุ่งสู่การบริหารรัฐกิจแนวใหม่ เปี่ยมคุณธรรม

วันที่ (6 มิ.ย. 66) กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจของกองทุนฯ เพื่อพัฒนาความรู้ และทักษะ พร้อมเสริมสมรรถนะที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน ครั้งที่ 3 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ห้องแกรนด์บอลรูม 2 ชั้น

โดยได้รับเกียรติจาก นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมและเป็นวิทยากรการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “ธรรมาภิบาล : หลักการเพื่อการบริหารรัฐกิจแนวใหม่ และคุณธรรม จริยธรรม การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ภาครัฐ” พร้อมด้วย นางสุรีพร พรโสภณวิชญ์ ผู้อำนวยการกองบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบุคลากรกองทุนฯ ได้ร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top