Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

เลขาสภาฯ ยังไม่มีหนังสือเชิญ ส.ส. ประชุมนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ คาดรอความพร้อมจาก ‘พรรคก้าวไกล’ และ ‘พรรคเพื่อไทย’ หารือกันให้ลงตัวก่อน

นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในหนังสือ แจ้งสมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ขอเชิญเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 3 ก.ค. เวลา 17.00 น ณ ห้องโถง พิธีชั้น 11 อาคารรัฐสภา ซึ่งตามกำหนดการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดประชุมรัฐสภา และจะมีนายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรี คณะ ทูต ทูตานุทูตประเทศต่างๆ ประธานศาลฎีกาและประธานองค์กรอิสระเข้าร่วม กว่า1,000 คน ทั้งนี้ได้แนบคำแนะนำสำหรับสมาชิกรัฐสภาในพิธีเปิดประชุม ทั้งขั้นตอน ต่างๆ และเครื่องแบบการแต่งกายด้วย

ส่วนวันที่ 4 ก.ค.เดิมที่วางไว้เป็นกำหนดวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ ทั้ง2 คน จนถึงขณะนี้ทางสำนักงานเลขาฯ ยังไม่มีการทำหนังสือเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุม โดยมีรายงานว่า สภาฯจะขอประเมินสถานการณ์ความพร้อมในการเลือกประธานสภาฯ อีกครั้งก่อน เนื่องจากขณะนี้ทั้ง 2 พรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทั้งพรรคตก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ยังไม่ลงตัวในตำแหน่งนี้ คาดว่าต้องรอการหารือของ 8 พรรคการเมืองในวันที่ 2 ก.ค.นี้ และตามขั้นตอนสภาฯจะต้องทำหนังสือแจ้งสมาชิกให้รับทราบล่วงหน้า 3 วันก่อนที่จะมีการประชุม และตามกรอบเวลาตามระเบียบ วันประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกจะต้องเปิดประชุมภายใน10 วัน นับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ซึ่งจะตรงกับวันที่ 12 ก.ค. 

‘หน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ’ กู้ซาก ‘เรือดำน้ำไททัน’ ขึ้นบกได้แล้ว เผย พบชิ้นส่วนมนุษย์ในซากเรือ เร่งตรวจสอบหาข้อเท็จจริง

วันที่ (29 มิ.ย. 66) หน่วยยามชายฝั่งของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สามารถกู้คืนชิ้นส่วนของเรือดำน้ำไททัน ที่ประสบอุบัติเหตุระเบิดจากแรงบีบอัดใต้ท้องทะเลลึก 4 กิโลเมตร ขณะลงไปชมซากเรือไททานิกเมื่อสัปดาห์ก่อนขึ้นมาได้แล้ว และพบชิ้นส่วนที่คาดว่าจะเป็น ‘ร่างกายมนุษย์’ ในซากปรักหักพังดังกล่าว

หน่วยยามฝั่งระบุว่า ซากเรือดำน้ำไททันที่ถูกนำขึ้นมาบนบกในวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผานมา ตามเวลาท้องถิ่น จะถูกนำกลับมายังสหรัฐฯ ต่อไป ชิ้นส่วนเหล่านี้จะกลายเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนว่าเรือดำน้ำดังกล่าวเกิดระเบิดขึ้นจากสาเหตุใด

ในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หน่วยยามฝั่งของสหรัฐฯ ระบุว่า สามารถพบซากชิ้นส่วนและหลักฐานจากพื้นทะเล ซึ่งรวมถึงสิ่งที่ถูกระบุว่าน่าจะเป็น ‘ชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์’

‘กัปตันเจสัน นอยบาวเออร์’ ผู้บัญชาการหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ กล่าวขอบคุณ การประสานงานและความร่วมมือจากนานาประเทศ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ในการให้การสนับสนุนการกู้คืนและรักษาหลักฐานที่สำคัญนี้ ที่จมอยู่ในระยะทางและความลึกอย่างมากนอกชายฝั่ง

“หลักฐานดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ตรวจสอบจากศาลระหว่างประเทศหลายแห่ง ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ เพื่อให้เรามีความเข้าใจถึงปัจจัยที่นำไปสู่การสูญเสียของเรือดำน้ำไททัน และช่วยให้แน่ใจว่าโศกนาฏกรรมที่คล้ายกันจะไม่เกิดขึ้นอีก” นอยบาวเออร์ กล่าว

ทั้งนี้ ซากชิ้นส่วนของเรือดำน้ำไททันที่บิดเบี้ยวผิดรูปถูกนำขึ้นฝั่งยังท่าเรือเซนต์จอห์น ในรัฐนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ของแคนาดา จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาการเสียชีวิตของผู้โดยสารทั้ง 5 คน บนเรือดำน้ำดังกล่าวต่อไป

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติดจากนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (29 มิ.ย.66) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางไปยังตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่น ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2566  โดยได้รับรางวัลบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติด ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งจะตรงกับวันที่ 26 มิ.ย.ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลและองค์กรซึ่งประวัติดี มีความเสียสละ และอุทิศตนในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดดีเยี่ยม ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน ซึ่งในงานนี้มีการมอบรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นจำนวน 49 ราย รวมทั้งเชิดชูเกียรติให้กับผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอีกจำนวน 99 ราย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีในวันนี้ รวมทั้งได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลที่มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติด จากท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ทุกวันนี้ปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมายาวนาน ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของไทยในภาพรวม ทำให้รัฐต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากในการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไป กระผมในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐจะขอทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทย เพื่ออนาคตของลูกหลานและพี่น้องประชาชนได้อยู่กันอย่างสงบสุขต่อไป

ผบ.ตร.-นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำคณะผู้บังคับบัญชา คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจ ร่วมฟังธรรมบรรยาย ตามโครงการ “ธรรมนำใจ ครั้งที่ 4”

วันนี้ (29 มิ.ย.66) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้นำคณะผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจที่สนใจร่วมฟังธรรมบรรยาย ตามโครงการ “ธรรมนำใจ ครั้งที่ 4 “ พร้อมเชิญชวนข้าราชการตำรวจทั่วประเทศและครอบครัว รวมถึงประชาชนที่สนใจร่วมฟังธรรมบรรยาย รับชมรับฟังได้ผ่านลิงก์ถ่ายทอดสดทางเพจเฟซบุ๊ก PoliceTV  สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ https://fb.watch/lsEW5e61E5/?mibextid=cr9u03

สำหรับโครงการ “ธรรมนำใจ ครั้งที่ 4”  สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กราบอาราธนาเจ้าคุณพระราชภาวนาวชิรญาณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี) เจ้าอาวาสวัดมเหยงค์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และบรรยายธรรมในหัวข้อ “ภูมิคุ้มครองใจ” 

ทั้งนี้ “โครงการธรรมนำใจ” เป็นโครงการที่จัดขึ้นตามดำริของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้ข้าราชการตำรวจที่มีความสนใจธรรมะ ได้ฟังธรรมบรรยาย เพื่อจะได้นำเอาไปปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ และการดำเนินชีวิตส่วนตัว รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจร่วมรับฟังการบรรยายธรรมผ่านลิงก์ถ่ายทอดสดอีกหนึ่งช่องทาง

ผบ.ตร. พร้อมภาคีเครือข่าย มอบรางวัล โครงการลดอุบัติเหตุทางถนนด้วยคลิปวิดีโอ จากความร่วมมือของคนในสังคม โดยใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย “อาสาตาจราจร”

วันนี้ (29 มิ.ย.66) เวลา 11.15 น. ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รอง จตช. พร้อมด้วย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้แทนกองทุน  เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน   คุณนิตยา ลีธีระกุล ผู้บริหารสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ  คุณอัจฉรา บัวสมบูรณ์ ผู้บริหารสถานีวิทยุ จส.100 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัล และเกียรติบัตร ตามโครงการลดอุบัติเหตุทางถนนด้วยคลิปวิดีโอ จากความร่วมมือของคนในสังคมโดยใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย  “อาสาตาจราจร” โดยมอบรางวัลให้กับประชาชนเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถ  ประจำเดือน พ.ค.2566 รวมทั้งสิ้น 20 รางวัล เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท เงินรางวัลสูงสุด 20,000 บาท โดยบริษัท วิริยะประกันภัยฯ และ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัล

ผบ.ตร. กล่าวว่า นับแต่เริ่มโครงการมาจนถึงปัจจุบัน สังคมมีความตื่นตัว มีคลิปการกระทำผิดกฎจราจรจากภาคประชาชนส่งมาให้คณะทำงานพิจารณาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะในเดือน พ.ค.2566  มีประชาชน ส่งคลิปเข้ามาทางเพจอาสาตาจราจร สวพ.91 และ จส.100 เป็นจำนวนถึง 196 คลิป  ทั้งนี้ เป็นคลิปที่เข้าเงื่อนไข ในการพิจารณารางวัล 33 คลิป  ได้แก่ เป็นคลิปที่เห็นพฤติการณ์การทำผิดชัดเจน  ผู้ส่งเป็นเจ้าของคลิป  และสามารถระบุวัน เวลา ที่เกิดเหตุได้ชัดเจน  

ทั้งนี้ คณะทำงานของมูลนิธิเมาไม่ขับ  ได้คัดเลือกเหลือจำนวน 20 คลิป  ข้อมูลเบาะแสเหล่านี้ แสดงถึงความสนใจใส่ใจของภาคประชาชนกับปัญหาการจราจร และนำไปสู่การสร้างพฤติกรรมขับขี่ปลอดภัย คลิปวิดิโอทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำไปตรวจสอบและติดตามมาดำเนินคดีต่อไป  โครงการนี้มุ่งหวังให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น เคารพกฎจราจร และมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม สามารถส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจรมายังช่องทางต่างๆ ได้แก่ เพจอาสาตาจราจร เพจตำรวจทางหลวง  เพจกองบังคับการตำรวจจราจร  รวมถึงเพจเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 และ จส.100  คลิปที่ได้รับการคัดเลือก นอกจากได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะพลเมืองดีอีกด้วย

ทางด้าน นพ.แท้จริง  ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ  กล่าวเสริมว่า โครงการนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการสร้างการตระหนักรู้ในการขับขี่ปลอดภัย ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร การมีส่วนร่วมดังกล่าวเป็นการสร้างมาตรฐานทางสังคมให้เกิดความยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด

สำหรับคลิปสำคัญที่ได้รับรางวัลในเดือน พ.ค.66 นี้ เช่น รถกระบะที่ขับขี่ด้วยความเร่งรีบเกินสมควรพยายามเร่งแซงในพื้นที่จำกัด แต่แซงไม่พ้น เบียดเกาะกลางถนนจนรถเสียหลักพุ่งชนรถเจ้าของคลิป แล้วไปชนรถเทรลเลอร์อีก 1 คัน ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง ซึ่งคลิปดังกล่าว สามารถเป็น พยานหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการแจ้งข้อหากับผู้ขับขี่รถกระบะดังกล่าว ในข้อหาขับขี่รถโดยประมาทหวาดเสียวเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย

นอกจากนี้ ในการแถลงข่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้อมูลที่น่าห่วงใยฝากไปยังผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ จากสถิติอุบัติเหตุทางถนน ของระบบฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน (PRS) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าผู้เสียชีวิตที่ไม่สวมหมวกนิรภัยมีสัดส่วนสูงกว่าผู้ที่สวมหมวกนิรภัยอย่างชัดเจน จึงขอให้ผู้ขับขี่ทุกคนคำนึงถึงความปลอดภัย 

ใส่ใจในชีวิตของตนเอง และขอเชิญชวนหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน มีมาตรการส่งเสริมให้บุคคลากรในสังกัดปฏิบัติตามกฎจราจร โดยเฉพาะสถานศึกษาที่มีเด็กและเยาวชน ให้ความรู้เน้นย้ำกระตุ้นเตือน นักเรียน นักศึกษา ให้ตระหนักถึงความเสี่ยงบนท้องถนนหากไม่สวมหมวกนิรภัย ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเข้มงวดกวดขันการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย โดยจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดตั้งแต่ 1 ก.ค.66 เป็นต้นไป

‘จิ๊บ ศศิกานต์’ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีการทำร้ายร่างกายผู้หญิง พร้อมชวนทุกคนร่วมกันต่อสู้ เพื่อให้ความรุนแรง-ทำร้ายร่างกายหมดไป

น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ (จิ๊บ) อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขตบางแค ภาษีเจริญ หมายเลข 7 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับ กรณีการทำร้ายร่างกายผู้หญิง โดยได้ระบุว่า ...

ในฐานะลูกผู้หญิง.. 
การถูกทำร้ายร่างกายจากคนที่เรารัก คือความเจ็บปวด
การถูกทำร้ายร่างกายจากคนที่สังคมเชิดชู คือ จุดเริ่มต้นแห่งหายนะของสังคม
ขอเชิญชวนทุกคน ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้การใช้ความรุนแรงและการทำร้ายร่างกายต่อสตรีให้หมดไปจากสังคม เพราะฝันร้าย ต้องอยู่กับผู้กระทำ ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ.

‘คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์’ ภรรยาเจ้าสัวธนินทร์ ถึงแก่อนิจกรรม คนในวงการธุรกิจ รวมทั้งผู้ใกล้ชิด ต่างเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไป

เฟซบุ๊ก We are CP ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวการสูญเสีย คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ ภรรยาของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ โดยระบุว่า

"คณะผู้บริหาร และพนักงาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ และขอร่วมแสดงความเสียใจอย่างเป็นที่สุด ต่อท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ และครอบครัวเจียรวนนท์ทุกท่าน"

ในโลกออนไลน์ มีคนในวงการธุรกิจ รวมทั้งผู้ใกล้ชิด ต่างออกมาร่วมอาลัยต่อการจากไปครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

‘ก้อย อรัชพร’ เลิกกับ ‘นิกกี้ ณฉัตร’ แต่ก็ยังช่วยกันดูแล ‘น้องไนล่า’ ย้ำ ไม่ได้เลี้ยงแบบหมา แต่เลี้ยงแบบลูก

แม้ว่าจะเลิกรากันไปแล้ว แต่อดีตคู่รักอย่าง นิกกี้ ณฉัตร และ ก้อย อรัชพร ก็ตัดสินใจช่วยกันดูแลน้องหมา “ไนล่า” เหมือนเดิม เพราะรักและผูกพันเหมือนลูกคนหนึ่ง แต่ไม่วายเจอดราม่า คนมาว่า สาวก้อย กั๊กความสัมพันธ์ นิกกี้ ไม่ยอมคืนน้องหมาไปทั้งที่เลิกกันไปแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวแล้ว

ดราม่าเรื่องน้องหมา ที่หลายคนมองว่ายังไปเจอ “นิกกี้” ถูกตีความไปเองโดยที่ยังไม่ได้ฟังเรา? “อ๋อ จริงๆ มันเป็นเรื่องที่ก้อยคุยกับพี่นิกกี้ชัดเจนตั้งแต่วันที่เราตัดสินใจแยกกันไปใช้ชีวิตของตัวเอง คิดว่าไม่ได้ดราม่าอะไร ก้อยคิดว่ามันเป็นเรื่องปัจเจกมาก บางคนอาจจะมองว่าความสัมพันธ์ยื้อยึง”

“แต่ก้อยกับพี่นิกกี้ได้คุยกันชัดเจนมากๆ แล้วว่านี่คือทางร่วมและการตัดสินใจร่วมกัน อย่างที่บอกคือก้อยไม่ได้เลี้ยงน้องหมาตัวนึงแบบหมา ก้อยเลี้ยงเขาแบบลูกและเราทั้งคู่ต่างมีความสุขที่ให้เขาได้อยู่กับเราทั้งคู่ ถึงแม้ผ่านวันที่ดราม่ามาก็ยังได้คุยกันว่า เราก็เดินต่อทางนี้แหละเพราะนี่คือเส้นทางที่เราทั้งคู่ตัดสินใจแล้ว”

เราทั้งคู่ทำใจแล้วว่าต้องมีเรื่องทำนองนี้ออกมา? “ใช่ๆ เราเลือกสิ่งที่เรารักเป็นที่ตั้ง นั่นคือ “ไนล่า” อาจจะมีคนที่ไม่ได้เข้าใจในความสัมพันธ์ของเราซึ่งนั่นก็ไม่เป็นไร พอเกิดดราม่าเรามาคุยกันมันก็ยังเป็นในรูปแบบเดิม มันคือสิ่งที่เราตัดสินใจกันถึงความรักที่เรามีต่อน้อง มันก็เลยไม่ได้มีอะไรที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็เข้าใจได้ว่ามันไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าใจในความสัมพันธ์แบบนี้ แต่ละคนก็มีแนวทางที่ไม่เหมือนกัน ก็เข้าใจได้ค่ะ”

จริง ๆ มันกระทบไหมกับคอมเมนต์ด้านลบที่มาวิจารณ์เรา? “ตอนนั้นที่หนูเลือกที่จะพูดออกไป เพราะปกติคอมเมนต์ด้านลบมันมีมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่ทีนี้มันจะมีไอจีของน้องหมา ซึ่งสำหรับหนูมันเป็นไอจีบริสุทธิ์ น้องหมาก็วิ่งเล่นทุกวันก็จะมีคนเข้ามารุมใส่ลบๆ แต่ก็คือรุมด่าหนูแหละส่วนใหญ่ แต่มาลงในช่องไอจีนี้ คือพลังลบในชีวิตมันมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว”

“แต่เรารู้สึกว่าพื้นที่นี้มันเป็นพลังบวกของเรา มันเหมือนไปโดนเส้นเรา จริงๆ พลังงานลบเข้ามาในชีวิตหนูมันไม่น้อยอยู่แล้ว แต่ ณ เส้นนั้นมันคือพลังบวกของหนู เราก็เลยเอาซะเลย เป็นแค่โมเมนต์เดียว แค่พอผ่านโมเมนต์นั้นมันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ หนูคือคนที่เข้าใจได้ว่าหนูทำสิ่งนี้เพื่ออะไร ทำไปทำไม ถ้าคนที่เรารู้จัก เรารัก เราเคยคุยสิ่งนี้ไปแล้วมันก็ตามนั้น”

หนียังไงก็ไม่พ้น? “ทุกคนแหละ ไม่ใช่แค่ก้อย ไม่ใช่แค่คนที่อยู่ในวงการ ทุกคนไม่สามารถทำให้ใครเข้าใจเราได้เสมออยู่แล้ว ตอนนั้นมันองค์ประธานไง มันคือความน่ารักแต่ก็มีมาแบบแน่นๆ แน่นเดียวไม่พอ แน่นไม่หยุด เราก็เลยคิดในหัวว่าหรือเขาต้องการ การสื่อสารบางอย่างจากเรา ก็เลยสื่อสารบางอย่างกลับไป แต่เราสื่อสารสิ่งนั้นไปก็ไม่ได้ช่วยอยู่ดี เราไม่สามารถทำให้เขาเข้าใจได้ ก็โนพอยท์อยู่ดี แต่ก็อาจจะทำให้บางคนเข้าใจมากขึ้น”

เราทั้งคู่มองข้ามดราม่า? “โห เราเจอกันมาไม่น้อยอ่ะ ทั้งหนู ทั้งพี่นิกกี้ ยิ่งผ่านมาเราก็ยิ่งได้รู้ว่าพื้นที่ไหนคือพื้นที่ที่เรารัก พื้นที่ไหนที่เราหวังดีต่อกัน เราคิดดี คิดทุกอย่างบวก แล้วเราเลือกแล้วว่ามันคือการตัดสินใจของเรามันก็แค่นั้นเอง”

รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี เตรียมเปิดให้ใช้ได้ภายในปี 2566 เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชน

เพจเฟซบุ๊ก Thailand LOVER ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่กำลังจะเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการภายในปีนี้ โดยระบุว่า ...

รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี 

รวมจำนวนสถานีทั้งหมด 30+2 สถานี ดังนี้

ช่วงที่ 1 หลักสี่-มีนบุรี แบ่งเป็น 17 สถานี กำหนดเปิด Q1/ปี 66
ช่วงที่ 2 ศูนย์ราชการนนทบุรี-ทีโอที แบ่งเป็น 13 สถานี กำหนดเปิด Q2/ปี 66
ช่วงที่ 3 ส่วนต่อขยายเมืองทองธานี แบ่งเป็น 2 สถานี กำหนดเปิดปี 68

เส้นทางการเดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงที่ 1  หลักสี่ – มีนบุรี แบ่งเป็น 17 สถานี คาดจะเปิดให้บริการในช่วง Q1 ของปี 2566 มีรายละเอียดดังนี้

🚧 PK14 สถานีหลักสี่ ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดถนนแจ้งวัฒนะและถนนวิภาวดีรังสิต สามารถเชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต
PK15 สถานีราชภัฏพระนคร สถานีสุดท้ายบนถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

PK16 สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ สามารถเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

PK17 สถานีรามอินทรา 3 สถานีแรกบนถนนรามอินทราตั้งอยู่บริเวณหน้าโครงการลุมพินี รามอินทรา-หลักสี่ และศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก

PK18 สถานีลาดปลาเค้า ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราระหว่างซอยรามอินทรา 21 และซอยรามอินทรา 23 ใกล้กับห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า

PK19 สถานีรามอินทรา กม.4 ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ระหว่างซอยรามอินทรา 33 และซอยรามอินทรา 37

PK20 สถานีมัยลาภ ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราหน้าปากซอยรามอินทรา 41 ใกล้กับสามแยกมัยลาภ

PK21 สถานีวัชรพล ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ถัดจากทางพิเศษฉลองรัช บริเวณซอยรามอินทรา 59 และซอยรามอินทรา 61

PK22 สถานีรามอินทรา กม.6 ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 40 และซอยรามอินทรา 42

PK23 สถานีคู้บอน ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 69 และซอยรามอินทรา 46

PK24 สถานีรามอินทรา กม.9 ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ใกล้กับโรงพยาบาลสินแพทย์ ช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 54 และซอยรามอินทรา 56

PK25 สถานีวงแหวนรามอินทรา ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราถัดจากถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ใกล้ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และ The Promenade

PK26 สถานีนพรัตน์ ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ใกล้ซอยรามอินทรา 103/1 และโรงพยาบาลนพรัตน์

PK27 สถานีบางชัน ตั้งอยู่บนถนนบริเวณซอยรามอินทรา 113 และซอยรามอินทรา 115

PK28 สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราใกล้กับโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ระหว่างซอยรามอินทรา 121 และ ซอยรามอินทรา 123

PK29 สถานีตลาดมีนบุรี สถานีแรกบนถนนสีหบุรานุกิจ ตั้งอยู่บริเวณหน้าตลาดนัดจตุจักร 2

PK30 สถานีมีนบุรี ตั้งอยู่ริมถนนรามคำแหง บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงของระบบขนส่งมวลชนสายสีชมพูฯ ใกล้กับถนนรามคำแหง เป็นสถานีปลายทางของโครงการ และสามารถเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี

🚧เส้นทางการเดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงที่ 2 ศูนย์ราชการนนทบุรี-ทีโอที แบ่งเป็น 13 สถานี คาดจะเปิดให้บริการในปี 2566 มีรายละเอียดดังนี้

PK01 สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี สถานีต้นทางตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรีและบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ

PK02 สถานีแคราย ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ บริเวณด้านหน้าสถาบันทรวงอก

PK03 สถานีสนามบินน้ำ ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ใกล้กับสามแยกสนามบินน้ำ

PK04 สถานีสามัคคี ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ใกล้ทางแยกเข้าถนนสามัคคี ระหว่างคลองบางตลาดกับถนนสามัคคี

PK05 สถานีกรมชลประทาน ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ใกล้กับโรงเรียนชลประทานวิทยา
PK06 สถานีแยกปากเกร็ด ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมทางแยกปากเกร็ด ก่อนเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ

PK07 สถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี และโฮมโปร ก่อนถึงทางแยกเลี่ยงเมืองปากเกร็ด

PK08 สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28

PK09 สถานีศรีรัช ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 35 ก่อนถึงทางด่วนศรีรัช ใกล้กับหมู่บ้านเมืองทองธานี

PK10 สถานีเมืองทองธานี ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าสำนักงานซ่อมบำรุงกรมทางหลวงและห้างแม็คโคร สาขาแจ้งวัฒนะ

PK11 สถานีแจ้งวัฒนะ 14 ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ระหว่างบิ๊กซีแจ้งวัฒนะและซอยแจ้งวัฒนะ 14

PK12 สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้ากรมการกงศุล ใกล้กับศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

PK13 สถานีโทรคมนาคมแห่งชาติ ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ระหว่างซอยแจ้งวัฒนะ 5 และซอยแจ้งวัฒนะ 7

🚧 ส่วนต่อขยายเมืองทองธานี รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงที่ 3 แบ่งออกเป็น 2 สถานี คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2568 มีรายละเอียดดังนี้

MT01 สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี สถานีส่วนต่อขยายตั้งอยู่บนถนนบางปะอิน-ปากเกร็ด ใกล้กับชาเลนเจอร์ฮอลล์ ของอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยจะมีทางเชื่อมจากสถานีเข้าสู่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ได้สะดวกเลย

MT02 สถานีทะเลสาปเมืองทอง สถานีส่วนต่อขยายตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 บริเวณทางแยกไปทางพิเศษอุดรรัถยา โดยจะเชื่อมทางขึ้นลงไปที่ อิมแพ็ค ฟอรั่ม และทะเลสาบเมืองทองได้สะดวกเลย

🚧 โดยส่วนต่อขยายเมืองทองธานีของ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ผู้โดยสารจะทำการเปลี่ยนได้ที่ PK09 สถานีศรีรัช นั่นเอง เรียกได้ว่าเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพูจะขยายพื้นที่การเดินทางให้กับผู้โดยสารจำนวนมาก สามารถระบายผู้ใช้รถใช้ถนน อาจช่วยลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดบนถนนแคราย – มีนบุรีได้ในอนาคต

‘ONE Championship’ เตรียมจัดการแข่งขันครั้งแรกในกาตาร์ เล็งเจาะกลุ่มแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้ในตลาดตะวันออกกลาง


เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 66 ‘ONE Championship’ บรรลุข้อตกลงกับ ‘Media City Qatar’ เจ้าของเครือข่ายสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศกาตาร์ เตรียมเปิดตัวการแข่งขัน ONE เป็นครั้งแรก ตั้งเป้าเจาะกลุ่มแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

มีการคาดการณ์ว่า ONE จะยกพลบินลัดฟ้าเยือนถิ่นกาตาร์ เพื่อเปิดตัวอีเวนต์แรกในกรุงโดฮาภายในปีนี้ โดยมีแผนที่จะดึงตัวนักกีฬาชั้นแนวหน้าระดับโลกและระดับภูมิภาคเข้าร่วมการแข่งขัน แต่ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน

ก่อนหน้านี้ ONE และ ‘Media City’ ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกัน เพื่อผลิตคอนเทนต์อันหลากหลายสู่สายตาผู้ชมทั่วตะวันออกกลาง และประเทศกาตาร์ยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำรายการเรียลลิตีระดับโลก ‘The Apprentice : ONE Championship Edition’ ซีซันสองอีกด้วย โดยปรากฏว่ามีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี นำมาซึ่งการขยายความร่วมมือเพื่อการจัดแข่งขัน ONE เป็นครั้งแรกในภูมิภาคนี้

ภูมิภาคตะวันออกกลางถืออีกหนึ่งตลาดสำคัญที่มีกลุ่มเป้าหมายศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจเรื่องดิจิทัล นอกจากนี้ ONE ยังมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแรงซึ่งเอื้อต่อการขยายการลงทุนต่อไปในอนาคตด้วย

โดยนอกจากเป้าหมายในการขยายฐานแฟนกีฬา และเครือข่ายพันธมิตรแล้ว ONE ยังตั้งใจจุดกระแสความนิยมในศิลปะการต่อสู้ และเปิดพื้นที่ให้นักกีฬาการต่อสู้ระดับอาชีพในภูมิภาคนี้ ได้มีโอกาสแสดงฝีมือในเวทียิ่งใหญ่ระดับโลกอีกด้วย

โดยแฟน ๆ สามารถติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของ ONE ได้ที่เฟซบุ๊ก ‘ONE Championship Thailand’ เว็บไซต์ www.onefc.com และอินสตาแกรม ‘ONEChampTh’
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top