Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

'อาร์ต พศุตม์' ประกาศชัด ยืนทุกครั้งที่ได้ยินเพลงสรรเสริญฯ ชี้!! ใครไม่ยืนไม่ว่า แต่ไม่มีสิทธิไปต่อว่าคนที่ยืน

วันที่ (30 มิ.ย. 66) หลังจากกรณีที่ นักแสดงรุ่นใหญ่ที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน อย่าง 'นก สินจัย' โพสต์ภาพการยืนถวายความเคารพในโรงหนัง โดยมีข้อความประกอบว่า..."แม้เหลือคนเดียวทั้งโรง เราก็จะยืน" พร้อมลงแคปชันว่า "...เราก็จะยืน" จนกลายเป็นกระแส และมีเพื่อนร่วมวงการ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับดัง นักร้อง นักแสดง ต่างก็ออกมาแสดงจุดยืนกันอีกมากหน้าหลายตา

ล่าสุดดาราหนุ่มอย่าง 'อาร์ต พศุตม์' ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการยืนถวายความเคารพในโรงหนังเมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีบรรเลงขึ้น โดยได้โพสต์ภาพ พร้อมระบุข้อความแสดงจุดยืนของตนอย่างชัดเจน ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @art_phasut98 ระบุว่า...

"สะดวกแบบนี้ ใครไม่ยืน แต่ผมยืนทุกครั้ง ที่ได้ยินเพลงนี้ไม่ว่าที่ไหน

….ไม่เคยต่อว่าใครว่าไม่ยืน แต่ คนที่ไม่ยืนก็ไม่มีสิทธิต่อว่าคนที่ยืน"

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ ก็มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาคอมเมนต์และชื่นชมกันมากมาย

‘เพนตากอน’ เผย ‘บอลลูนสอดแนมจีน’ ที่ถูกเครื่องบินรบยิงตก ไม่ได้เก็บข้อมูลใดๆ แค่ลอยออกนอกเส้นทางเข้าสู่น่านฟ้าสหรัฐฯ

วันที่ (30 มิ.ย. 66) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า บอลลูนสอดแนมของจีนที่ถูกเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ยิงตกนอกชายฝั่งรัฐเซาท์แคโรไลนา เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้นไม่ได้เก็บข้อมูลข่าวกรองใดๆ ขณะลอยอยู่เหนือประเทศสหรัฐฯ
 
นายแพทริก ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่าทางสหรัฐฯ รับรู้ว่า บอลลูนลูกดังกล่าวมีขีดความสามารถในการเก็บข้อมูลข่าวกรอง แต่จากการประเมินในตอนนี้บ่งชี้ว่า บอลลูนที่ว่านี้ไม่ได้เก็บข้อมูลใดๆ ขณะบินอยู่เหนือประเทศสหรัฐฯ และความพยายามของสหรัฐฯ ในการลดการเก็บข้อมูลข่าวกรอง ส่งผลให้บอลลูนไม่สามารถเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนใดๆ ออกไปได้
 
บอลลูนลูกดังกล่าวลอยข้ามดินแดนประเทศสหรัฐฯ ไล่ตั้งแต่รัฐอะแลสกาไปจนถึงบริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐเซาท์แคโรไลนา กินระยะเวลาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยบินผ่านสิ่งก่อสร้างทางทหารที่มีความละเอียดอ่อน จุดให้เกิดความกังวลว่า จีนอาจใช้บอลลูนลูกดังกล่าวในการเก็บข้อมูลข่าวกรองที่สำคัญ
 
ภายหลังการถูกยิงตก กองทัพสหรัฐฯ ได้กู้ซากของบอลลูนดังกล่าวขึ้นจากมหาสมุทรแอตแลนติก และหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างวิเคราะห์เศษชิ้นส่วนของบอลลูน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ย่ำแย่ลง โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ออกมายกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีนในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่จีนออกมาปฏิเสธว่า บอลลูนลูกดังกล่าวไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อสอดแนม เพียงแต่ลอยออกนอกเส้นทางจนเข้าสู่น่านฟ้าสหรัฐฯ เท่านั้น
 
ทั้งนี้ นายไรเดอร์ไม่ได้ยืนยันรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล ที่รายงานว่าบอลลูนดังกล่าวของจีน มีการใช้อุปกรณ์ที่สหรัฐฯ ผลิต แต่กล่าวว่ าในอดีตอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนของจีนมีการใช้อุปกรณ์ของสหรัฐฯ ที่หาได้ทั่วไป
 

‘อานนท์’ ลั่น!! ถ้า ‘ก้าวไกล’ ถอยเรื่องแก้โครงสร้างการเมือง เลือกตั้งคราวหน้าก็เตรียมตัวสูญพันธุ์เหมือนกับพรรคอื่นๆ

วันที่ (30 มิ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอานนท์ นำภา นักเคลื่อนไหวการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า…

“ถ้าก้าวไกลถอยเรื่องการแก้ไขโครงสร้างอำนาจของสถาบันการเมือง ก็ไม่ต่างอะไรกับพรรคการเมืองอื่นๆ เลือกตั้งครั้งหน้าก็เตรียมสูญพันธุ์เช่นกัน

การจะแก้ไขโครงสร้างอำนาจมันก็ต้องทำในสภา ถ้าไม่ได้ตำแหน่งประธานสภา ก็ยากที่จะทำได้ สักพักไปเจอการเตะถ่วงร่างกฎหมาย การเบรคไม่ให้อภิปราย ทุกอย่างก็จบ

ถ้าเพื่อไทยเห็นจุดนี้และอยากร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยก็ควรถอยเรื่องประธานสภา ให้ก้าวไกลเป็นหัวหอกเรื่องนี้ โดยมีเพื่อไทยเป็นกองหนุนและทำงานด้านปากท้องแบบที่เพื่อไทยอ้างว่าถนัดและทำเป็น แบบนี้สังคมจะได้ประโยชน์กว่า

เว้นเสียแต่ว่าเราไม่มีความฝันร่วมกัน สภาพมันจึงเป็นเช่นที่เราเห็นตอนนี้”
 

ข่าวดี!! ‘แหล่งเอราวัณ’ เพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติ เป็น 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทำให้ ‘ค่าไฟ’ จ่อถูกลง

วันที่ (30 มิ.ย. 66) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตของแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 (แหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ) ได้ดำเนินการเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอัตรา 210 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็น 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน 
 
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ได้เร่งดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อประกอบกิจการปิโตรเลียมภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (วันที่ 24 เมษายน 2565) จนถึงปัจจุบัน
 
โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ได้ดำเนินการติดตั้งแท่นหลุมผลิตใหม่ จำนวน 8 แท่น และการจัดหาแท่นขุดเจาะจำนวน 4 ตัว เพื่อใช้สนับสนุนการเจาะหลุมบนแท่นหลุมผลิตใหม่ และแท่นหลุมผลิตเดิม 
 
รวมทั้งมีแผนจัดหาแท่นขุดเจาะเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 ตัว เพื่อนำมาใช้เร่งการเจาะหลุมผลิตเพิ่มเติม โดยความคืบหน้าสิ้นเดือนพฤษภาคม 2566 ได้มีการเจาะหลุมแล้วเสร็จจำนวน 96 หลุม จากแผนเจาะหลุมตามแผนงานในปี 2566 จำนวนทั้งสิ้น 273 หลุม
 
ซึ่งการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาระดับอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ที่อัตรา 210 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และสามารถเพิ่มอัตราการผลิตเป็น 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันได้ตามแผน ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป
 
นายสราวุธ กล่าวอีกว่า บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ได้กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติของแปลงสำรวจฯ G1/61 ที่อัตรา 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 และที่อัตรา 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 เป็นต้นไป โดยจะมีการดำเนินงานสำคัญเพิ่มเติมภายในปีนี้ เพื่อให้สามารถเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติตามเป้าหมาย อาทิ การติดตั้งแท่นหลุมผลิตใหม่ การจัดหาแท่นขุดเจาะเพิ่มเติม และการบริหารจัดการการใช้งานแท่นขุดเจาะเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นต้น
 
“การผลิตปิโตรเลียมจากแปลงสำรวจฯ G1/61 กลับมามีอัตราการผลิตสูงสุดในอ่าวไทยอีกครั้ง ถือเป็นสิ่งที่ดีต่อสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศ โดยจะส่งผลให้ช่วยลดการนำเข้า LNG จากต่างประเทศมาผลิตไฟฟ้า ช่วยลดความผันผวนของภาระค่าไฟฟ้า และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เศรษฐกิจ และสังคม ให้แก่ประเทศต่อไป” นายสราวุธ กล่าวทิ้งท้าย
 .

‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์’ โพสต์ถึง ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระพันปีหลวงฯ’ ที่ทรงเป็นราชินีต้นแบบที่ดีของคนไทย และเป็นศูนย์รวมใจของชาติ

เมื่อไม่นานนี้ ‘คุณภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอน’ หรือ ‘คุณปุ๋ย’ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อเทิดพระเกียรติถึง ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านได้ทรงมีเมตตาต่อตนเองและครอบครัว อีกทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พสกนิกรไทยเสมอมา พร้อมชื่นชมในความน่ารักและเป็นกันเองของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โดยระบุว่า…

“I sincerely want to pay our most humble respect to Her Majesty, the Queen Mother of Thailand. My family and I always have the beloved Queen Sirikit in our hearts,
especially at this time with the concerning news of her recent stroke. Our Queen has been a profound role model for me from a young age. For a Thai girl growing up in the US, seeing Her Majesty's photos was always a source of Thai Her loveliness and arace are inimitable.

“ข้าพเจ้าขอแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีของไทย ข้าพเจ้าและครอบครัว เทิดไท้องค์ราชินีในดวงใจเสมอมา โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่มีข่าวล่าสุด เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองของพระองค์ องค์ราชินีของเราทรงเป็นแบบอย่างที่ลึกซึ้งสำหรับข้าพเจ้าตั้งแต่ยังเด็ก สำหรับสาวไทยที่เติบโตในอเมริกา การได้ชมพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ และได้เห็นถึงความน่ารัก อันเป็นเอกลักษณ์ทางเชื้อชาติของพระองค์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้ อีกทั้ง ยังถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเสมอมา นับเป็นความซาบซึ้งอย่างหาที่สุดมิได้”

‘ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอน’ หรือ ‘คุณปุ๋ย’ อดีตนางสาวไทย และนางงามจักรวาล หรือ มิสยูนิเวิร์สประจำปี 2531 ซึ่งในขณะนั้น เธอเป็นตัวแทนชาวไทยคนที่ 2 ที่ได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาล หลังจากอาภัสรา หงสกุล นางงามจักรวาลชาวไทยคนแรกชนะการประกวดนางงามจักรวาลในปี 2508 นอกจากนั้น เธอยังได้ดำรงตำแหน่ง ผู้แทนองค์การสหประชาชาติสำหรับโครงการช่วยเหลือเด็กและสตรีในระดับนานาชาติ และเป็นประธานตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กอีกหลายแห่ง อีกทั้งเธอยังเป็นนักธุรกิจอีกด้วย
 

🔍นิตยสาร Forbe

🔍นิตยสาร Forbes (ฟอร์บส) ของสหรัฐฯ เผยผลจัดอันดับบริษัทมหาชนยอดเยี่ยมของโลกครั้งที่ 20 ประจำปี 2023 โดยมี 17 บริษัทมหาชนของไทยติดทำเนียบ ‘GLOBAL 2000’

ทั้งนี้ เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกมี 4 ข้อ ได้แก่ รายได้ กำไร สินทรัพย์ และมูลค่าตลาด โดยใช้ข้อมูลทางการเงิน 12 เดือนล่าสุด จนถึงวันที่ 5 พ.ค. 66 มาประกอบการคำนวณอันดับ ส่วนจะมีบริษัทมหาชนไหนบ้าง มาดูกัน!!
 

คุณพ่อของ ‘เพียว อัจฉราพร’ แจง!! เพจแอบอ้างชื่อลูกสาว กรณีโพสต์ถึง ‘พิธา’ วอนเจ้าของเพจกรุณาติดต่อตนด่วน

(30 มิ.ย. 66) จากกรณีดรามาที่ได้มีเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ ‘อัจฉราพร คงยศ - Ajcharaporn Kongyot’ ซึ่งเป็นเพจที่กลุ่มแฟนคลับกีฬาของ ‘เพียว อัจฉราพร’ สร้างขึ้นเพื่ออัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับการแข่งขันขันของนักวอลเลย์บอลหญิง ทีมชาติไทย

โดยเมื่อคืนวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางเพจได้มีการแชร์โพสต์รูปภาพของ ‘นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ที่มาร่วมเชียร์นักวอลเลย์บอลหญิงไทย ณ สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ที่พบกับทีมชาติตุรกี ในศึกวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2023 จนทำให้มีกลุ่มแฟนคลับกีฬาได้เข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก เช่น

“รักและติดตามน้องตลอดตั้งแต่อยู่กับพี่ๆ 7 เซียน ตอนแรกที่เห็นเสียใจมากเพราะไม่ว่าน้องไปจะแพ้หรือชนะก็เชียร์ตลอด ส่งกำลังใจให้ตลอด แต่อันนี้รับไม่ได้จริงๆ ค่ะ เราติดตามเพจนั้นอยู่ค่ะกำลังจะเลิกติดตามเลย ถ้าน้องไม่เกี่ยวก็สบายใจรักเพียวนะคะ”

“อย่าเอาการเมืองไปยุ่งกับกีฬา คนไม่ได้ชอบพิธาทุกคน เราเชียร์วอลเลย์บอลในนามคนไทย ชื่นชอบเด็กๆ เชียร์เด็กๆ ไอ้นั่นมาจากไหน ดูไปเสียอารมณ์ไป ต่อไปคงเฉยๆ กับทีมนี้ละ เสียอารมณ์ กล้องก็ถ่ายจนน่าเกลียด”

“ตกลงยังไงครับ ผมกำลังจะเลิกเชียร์น้องนะครับถ้าเลือกข้าง บุคคลสาธารณะต้องอยู่เป็นครับ ให้คนทั้งประเทศรัก ยังไงคุณพ่อช่วยชี้แจงด้วยก็ดีครับ”

“คิดแล้วว่าต้องไม่ใช่เพียวแน่ๆ เล่นจบโพสทันทีนักกีฬายังอยู่ในสนามเลย ของบุ๋มบิ๋มก็เหมือนกัน แต่ก็อยากให้นักกีฬาเฉยๆ ไว้อย่าแสดงออกเยอะ ถึงจะชอบหรือไม่ชอบเป็นการส่วนตัวก็ตาม นักการเมืองหิวแสงพวกนี้ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยเข้ามาดูหรอก ไม่อยากให้เสียฐานแฟนคลับที่เพียรสะสมกันมานาน”

“ไร้มารยาท เป็นนักการเมืองน่าจะคิดได้นะว่ากีฬาเป็นของส่วนรวม แต่ตัวเองมีทั้งคนชอบคนเกลียดที่ไหนควรไปไม่ควรไป ทำลายบรรยากาศมาก สรุปไม่ดูเลย”

ล่าสุด ทางนายธีระพงค์ คงยศ คุณพ่อของเพียว อัจฉราพร นักวอลเลย์บอลสาว ได้โพสต์ชี้แจงผ่านเพซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ ‘ธีระพงค์ คงยศ สิชลแอร์ซาวด์’ โดยระบุว่า ทางน้องเพียว อัจฉราพร ลูกสาวของตนนั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว และขอให้ทางแอดมิน รวมถึงเจ้าของเพจที่แอบอ้างใช้ชื่อลูกสาวของตนไปสร้างเพจนั้น ติดต่อกลับมาหาตนเพื่อชี้แจงถึงกระแสดรามาที่เกิดขึ้นด้วย เนื่องจากทำให้ลูกสาวของตนถูกวิพากษ์วิจารณ์เสียๆ หายๆ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่อง
 

นายกฯ เปิดการใช้งานระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล และระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า โดยใช้งานผ่านแอปฯ ไทยดี (ThaID) อย่างเป็นทางการ ย้ำรัฐบาลมุ่งมั่นนำพาประเทศสู่การเป็นดิจิทัลไทยแลนด์

วันที่ (30 มิ.ย. 66) ณ ลาน Promotion ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซ็ลทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการใช้งานระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) และระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า (Face Verification System) โดยใช้งานผ่านแอปพลิเคชันไทยดี (ThaID) อย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันตัวตน โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลให้เสียเวลา ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ของการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลที่มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการดำเนินโครงการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล และระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้า โดยการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันไทยดี ว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดตัวในการใช้งานอย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำว่าปัจจุบันเทคโนโลยีถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ รัฐบาลมุ่งมั่นนำพาประเทศไปสู่การเป็นดิจิทัลไทยแลนด์ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นองค์ประกอบหลักในการเพิ่มศักยภาพการให้บริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐ ให้มีความเป็นเลิศ ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่ว ถึงด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ทำให้ผู้รับบริการทุกคนสามารถเข้าถึงงานบริการภาครัฐได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัย

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสำเร็จ ในการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐเพื่อประชาชน โดยขอชื่นชมกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ผนึกกำลังร่วมกันดำเนินโครงการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล และระบบเปรียบเทียบภาพใบหน้าโดยการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันไทยดี จนสำเร็จและสามารถเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการได้ในครั้งนี้ ถือเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมถึงพัฒนาและบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของภาครัฐให้มีความเท่าเทียมกับระดับมาตรฐานสากล และหวังว่าหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จะได้นำแอปพลิเคชันไทยดีไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการให้บริการประชาชนอย่างแท้จริง

นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจขับเคลื่อนโครงการนี้ และต่อยอดไปสู่การพัฒนาระบบการให้บริการภาครัฐที่ครอบคลุมในทุกหน่วยงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ระบบราชการไทย รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการ และสนองต่อความต้องการให้กับประชาชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดยประชาชนสามารถยืนยันตัวตนทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย สามารถลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเดินทางไปลงทะเบียนที่สำนักทะเบียนแต่อย่างใด พร้อมขออวยพรให้การดำเนินการดังกล่าว สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในปัจจุบันว่าต้องใช้อย่างรู้เท่าทัน ให้เกิดความปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ต้องมีการพิจารณาคิดวิเคราะห์และตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเชื่อหรือเผยแพร่ข้อมูลออกไป เพื่อร่วมกันป้องกันในการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือไม่ถูกต้องที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและบุคคลอื่นด้วย
 

‘มธ.-ปตท.’ จับมือพัฒนาสถานีบริการ NGV ธรรมศาสตร์รังสิต เพิ่มพื้นที่สีเขียวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (ปตท.) พร้อมด้วยผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ปตท.ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีบริการ NGV ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต สู่แหล่งรวมบริการที่หลากหลายทั้งด้านพลังงานในอนาคต ศูนย์รวมสินค้าและบริการที่ตรงกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่สะดวกสบายเข้าถึงได้ง่าย ภายใต้แนวคิด ‘Greenity+’ ในรูปแบบการผสมผสานการใช้งานพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด และการให้บริการและสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในพื้นที่ (Mixed Used Station)

ซึ่งประกอบด้วย สถานีให้บริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ชนิดพิเศษ (NGV Plus Station) สถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า (Charging Station) พื้นที่ทำงานร่วมของนิสิตนักศึกษา (Co-working Space) และพื้นที่กลางแจ้งส่วนกลางที่มีความร่มรื่นจากพื้นที่สีเขียว (Outdoor Common Space) รวมถึงนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลายทั้งร้านค้า ร้านอาหาร - เครื่องดื่ม ในรูปแบบทั้งไดร์ฟ-อิน (Drive-in) และ ไดร์ฟ-ทรู (Drive-through) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้บริการที่ต้องการนั่งรับประทานอาหารในร้าน และผู้ใช้บริการที่ต้องการความสะดวกสบายในการรับอาหาร รวมถึงเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง และเป็นพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับด้านพลังงานสะอาด โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2568 ด้วยงบประมาณ 105 ล้านบาท
 

ตำรวจไซเบอร์จับหนุ่มตัณหากลับ ลวงเด็ก 13 ถ่ายคลิปหวิว ปล่อยขายออนไลน์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้มีการกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บนสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีผู้ใช้บัญชีไลน์ “pakkapon” ได้อยู่ใน
ไลน์กลุ่มชื่อ “คั่นเวลา” มีสมาชิก 167 คน ได้ลงสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยประกาศขายในราคา 200 บาท ต่อมาวันที่ 11 มิถุนายน 2566  สายลับจึงติดต่อขอซื้อคลิป ซึ่งมีการแจ้งช่องทางการชำระเงินโดยการโอนไปยังบัญชีทรูมันนี่วอลเล็ท เมื่อโอนเงินสำเร็จ บุคคลดังกล่าวได้ส่งภาพสื่อลามกอนาจารให้แก่สายลับ ผ่านทางโปรแกรม messenger จากการตรวจสอบสามารถยืนยันตัวบุคคลที่อยู่ในวิดีโอดังกล่าวคือ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ซึ่งมีอายุเพียง 13 ปีเท่านั้น

ต่อมากลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ได้ติดตามสืบสวนจนทราบว่าบุคคลดังกล่าวคือ นายภัคพล อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นแอดมินกลุ่ม “คั่นเวลา” ได้พักอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ในตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานี และร่วมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.ม่วงสามสิบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด ศพดส.ตร.ชป.
ภ.3 เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว

เมื่อไปถึงที่บ้าน พบนายภัคพล ผู้ต้องหา จึงเข้าทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นของนายภัคพล ทั้ง 2 เครื่อง พบสื่อลามกอนาจารทั้งเด็กและผู้ใหญ่จํานวนมาก และมีหลักฐานยืนยันว่านายภัคพล ได้สร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นหนุ่มหน้าตาดี เพื่อล่อลวงให้เด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ส่งภาพและวิดิโอลามกอนาจารมาให้ตน และยังบันทึกวิดิโอหน้าจอขณะที่กำลังสำเร็จความใคร่ เพื่อเตรียมจำหน่ายให้สมาชิกในกลุ่มไลน์ ซึ่งมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก และที่สามารถระบุตัวตนได้แล้วจำนวน 4 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งให้ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “ครอบครองและส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก , เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดย การค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทํา ผลิต มีไว้ หรือทําให้แพร่หลายโดยประการ

ใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก และ ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์” หลังจากนั้นได้ทำบันทึกการจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท., พ.ต.อ. สุวัฒน์ เกิดแก้ว รอง ผบก.ตอท. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทาง อินเทอร์เน็ต บก.ตอท. พร้อม พ.ต.ท.วิเชียร คําชุมภู สว.ฯ, พ.ต.ท.ธนพงศ์ธัช อ่อนชูเหมรัต สว.ฯ,
พ.ต.ต.เขมอธิษฐ์ ทองคำ สว.ฯ ,พ.ต.ต.ธีวรา บุญรักชาติ สว.ฯ พร้อมชุดสืบสวนเข้าดำเนินการจับกุม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top