Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘สหรัฐฯ’ เผยความกังวลต่อสถานการณ์ระบบ กม.ไทย หลัง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ส่อโดนเชือดจนอาจชวดเก้าอี้นายกฯ

(18 ก.ค. 66) สหรัฐฯ มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในระบบกฎหมายของไทย จากความเห็นของนายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในวันจันทร์ (17 ก.ค.) หลังมีคำร้อง 2 คดีแยกกัน เล่นงานเอาผิดกับหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่คว้าเก้าอี้ได้มากที่สุดในศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐสภาของไทยกำลังเตรียมการสำหรับลงมติรอบ 2 ในวันพุธ (19 ก.ค.) ว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หัวก้าวหน้า จะได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่

ในการโหวตรอบแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ความพยายามของนายพิธา ซึ่งต้องการดึงทหารออกจากการเมืองและขุดรากถอนโคนธุรกิจผูกขาด เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ถูกตีตกโดยวุฒิสภาที่ได้รับการแต่งตั้งจากกองทัพ ตามหลังรัฐประหารปี 2014

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แทบไม่ส่งเสียงใดๆ เลย เกี่ยวกับสถานการณ์หลังการเลือกตั้งในไทย พันธมิตรทหารเก่าแก่ในภูมิภาคหนึ่งๆ ซึ่งวอชิงตันมีความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ของจีน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อถูกถามระหว่างแถลงสรุปประจำวันเกี่ยวกับสถานการณ์ในไทย นายมิลเลอร์ ตอบว่า วอชิงตันไม่มีผลลัพธ์ที่ชอบในศึกเลือกตั้งของไทย แต่สนับสนุนกระบวนการหนึ่งที่สะท้อนเจตนารมณ์ของคนไทย

“เราจับตาสถานการณ์หลังการเลือกตั้งใกล้ชิดอย่างมาก ในนั้นรวมถึงพัฒนาการเมื่อเร็วๆ นี้ในระบบกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวล” มิลเลอร์ กล่าว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยรับคำร้องวินิจฉัยนายพิธา และพรรคก้าวไกล เกี่ยวกับแผนแก้กฎหมายที่ห้ามหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสถาบันเบื้องสูง นอกจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งยังยื่นคำร้องต่อศาลเดียวกัน ให้พิจารณาคุณสมบัติของนายพิธา เกี่ยวกับการถือครองหุ้นในบริษัทสื่อมวลชนแห่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง ทั้ง 2 คดี ก่อความกังวลว่าศาลอาจชี้ว่านายพิธา ขาดคุณสมบัติสำหรับดำรงตำแหน่งหรือยุบพรรคก้าวไกล แบบเดียวกับครั้งที่พรรคอนาคตใหม่โดนในปี 2020

เมื่อสอบถามความเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้เหล่านี้ นายมิลเลอร์ กล่าวว่า “ผมไม่ขอคาดเดาว่าเราจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่เน้นย้ำว่าสถานการณ์เมื่อเร็วๆ นี้มีความน่ากังวล” 

‘ส.ส.จุลพันธ์’ ให้กำลังใจ ‘แสนดี’ เผย ไม่ควรตัดสินการเห็นต่างว่าถูกหรือผิด วอนสังคม ‘หยุดใช้คำหยาบคาย-คุกคามสภาพทางกาย’ ชี้!! เป็นสิ่งที่ไม่ควร

(18 ก.ค. 66) จากกรณีที่ ‘แสนดี แสนปิติ สิทธิพันธุ์’ บุตรชายนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ออกมาเขียนวิจารณ์พรรคก้าวไกล และต่อมาได้ขอโทษไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจนายแสนดี โดยมีใจความว่า “เป็นกำลังใจให้น้องแสนดีครับ การแสดงความเห็นไม่ควรถูกตัดสินว่าถูกหรือผิด แต่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์การที่ใครจะแสดงความเห็นแย้งเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่การคุกคามด้วยถ้อยคำหยาบคายและกระทบถึงสภาพทางกายน้องเป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่ง

หากเคยคุยกับ อ.ชัชชาติเรื่องลูก จะทราบว่าครอบครัวนี้ผ่านอะไรมาเยอะมาก กว่าจะมาถึงวันนี้ซึ่งไม่ง่ายเลย อยากให้สังคมให้โอกาสน้องคนนึง หยุดพฤติกรรมทำลายผู้เห็นต่าง เปิดโอกาสให้เสียงในสังคมที่มีความแตกต่างได้พูดได้คิดบ้าง แล้วเราจะเข้าใกล้ ปชต.ที่สมบูรณ์ที่ทุกคนฝันไปอีกนิด อีกนิด”

‘คริส พีรวัส’ เผย สัตว์เลี้ยงช่วยฮีลใจ จากโรคแพนิก พร้อมบอก “เป็นแฟนผม ก็ต้องรักแมวผมด้วย”

(18 ก.ค. 66) หนุ่มหล่อผู้ที่ตกเป็นทาสแมว ‘คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์’ มีน้องแมวถึง 4 ตัวด้วยกัน  ตัวแรกคือแมวเพศผู้พันธ์สฟิงซ์ผสมวิเชียร์มาศชื่อ ‘น้องพูลโต’ แสบและซนที่สุดในบ้านและเป็นนายคนแรกของคริส จะมีความตื่นคนมากเพราะไม่ค่อยได้เจอใครเท่าไหร่ ซึ่งอยู่กับคริสมา 4 ปีแล้ว เลยจะติดคริสมาก เวลาจะอาบน้ำก็จะมาเฝ้าหน้าประตู น้องจะเป็นแมวที่นิสัยเหมือนสุนัข และแสนรู้ เป็นสัตว์เลี้ยงที่ช่วยฮีลใจจากอาการป่วยโรคแพนิกได้ดีมาก ๆ

หนุ่มคริสเป็นคนที่รักแมวมากขนาดนี้ เปิดใจพูดดัง ๆ ไปเลยว่า เป็นแฟนฉันก็ต้องรักแมวฉันด้วย น้องแมวตัวถัดมาชื่อ ‘น้องไข่ดาว’ จะไม่ค่อยชอบให้ใครอุ้มเพราะว่าน้องเป็นผู้หญิงจะหวงเนื้อหวงตัวนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกของ ‘มัฟฟิน’ น้องไข่ดาวจะเป็นพันธ์บริติชกับสก็อตติช เพราะมัฟฟินเป็นพันธ์สก็อตติช คริสได้เอาไปผสมกับพ่อพันธ์บริติช เพื่อให้เขาแข็งแรงขึ้น ตัวสุดท้ายชื่อ 
‘น้องไข่หวาน’ เป็นลูกของมัฟฟินเหมือนกัน จะมีนิสัยขี้อ้อนและติดคน

แชมป์โลก 2 สมัย!! 'แวมไพร์ อีสปอร์ต' หอบเงินรางวัล 22 ล้านบาทกลับไทย คว้าดับเบิ้ลแชมป์ 'PUBG MOBILE WORLD INVITATIONAL 2023'

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 17 ก.ค.2566 ที่บริเวณลาน ชั้น 2 ขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ คณะผู้บริหาร บริษัท แวมไพร์ สปอร์ตส์ จำกัด พร้อมด้วยครอบครัวนักกีฬาและบรรดาแฟนคลับต่างเดินทางมารอต้อนรับ นักกีฬาทีม แวมไพร์ อีสปอร์ต ภายใต้การดูแลของ บริษัท แวมไพร์ สปอร์ตส์ จำกัด ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย

โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ เที่ยวบินที่ EK 372 โดยเครื่องลงจอดในเวลา 19.30 น.หลังจากที่ทีมนักกีฬาได้เดินทางไปป้องกันแชมป์ PUBG MOBILE WORLD INVITATIONAL 2023 ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น ซึ่งทีมแวมไพร์ อีสปอร์ต สามารถคว้าเงินรางวัลกลับบ้าน รวมทั้งสิ้น 22 ล้านบาท และทำสถิติเป็นทีม อีสปอร์ต ที่ทำรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย จากการแข่งขันเพียงหนึ่งรายการเท่านั้น

สำหรับการแข่งขัน “PUBG MOBILE WORLD INVITATIONAL 2023” ทีมจากประเทศไทยคว้าแชมป์ โลกได้ทั้ง  2  รายการ คือ การแข่งขันสัปดาห์แรกที่เป็นทัวร์นาเมนต์หลัก และสัปดาห์ที่สองเป็นทัวร์นาแมนต์ Afterparty Showdown ซึ่งหลังจบการแข่งขันทีม แวมไพร์ อีสปอร์ต คว้าดับเบิ้ลแชมป์มาครองได้สำเร็จ เป็นการรักษาแชมป์ ติดต่อกันอีกสมัย มีสมาชิกประกอบด้วย ผู้จัดการทีม (โค้ช) นายชนาธิป รินลา และ 5 นักกีฬา คือ หัวหน้าทีม คิว-ธนรัช มะโคตรสา (xRvenclaw), เวฟ-ศุภชัย สิงห์แก้ว (xSchwepXz), ไมค์-ภูรินษ์ ร้องขันแก้ว (xStoned) , ฟลุ๊ค-ณัชพล โสมทัต (xFlukeTH), โทนี่-ณัฐวุฒิ เมตตาวีรคูณ” (TonyK)และ นูซี่-ศิกรินทร์ นพรัตน์ (NOOZY)

ผลการแข่งขันรอบเมน ทัวร์นาเมนท์ วันสุดท้าย แข่งกันทั้งหมด 6 เกม ซึ่งทีม แวมไพร์ อีสปอร์ต แชมป์เก่าของรายการนี้ โกยคะแนนนำโด่งใน 2 วันแรก และกลับมาระเบิดฟอร์มใน 3 เกมหลังด้วยการเก็บ “Winner Winner Chicken Dinner” หรือ ”กินไก่” ได้ 1 เกม และจบอันดับสองอีก 2 เกม ทำคะแนนรวมไป 227 คะแนน คว้าแชมป์ PMWI 2023 ไปครอง ถือเป็นการป้องกันแชมป์รายการนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนอันดับ 2 เป็นของทีม Six to Eight (ซิกซ์ ทู เอท) จากจีน ทำได้ 138 คะแนน และอันดับ 3 เป็นทีม Gaimin Gladiators (ไกมิน กลาดิเอเตอร์ส) จากเซอร์เบีย ทำได้ 121 คะแนน

นอกจากนี้แวมไพร์ อีสปอร์ต ยังได้เงินโบนัสจากการทำลาย 4 สถิติใหม่ ได้แก่
1.ทำสถิติเก็บ “Winner Winner Chicken Dinner” ได้ 4 ครั้ง (สถิติเดิม แวมไพร์ อีสปอร์ต ทำไว้ 3 ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว)
2.ทำสถิติติดท็อป 3 ต่อเกมมากที่สุด 10 ครั้ง (สถิติเดิม 8 ครั้ง)
3. SchwepXz ทำสถิติช่วยเพื่อน (Total Rescues) 18 ครั้ง (สถิติเดิม 14 ครั้ง)
4.TonyK ทำสถิติยิงมากที่สุด (Total Eliminations) 53 คิล (สถิติเดิม 37 คิล)

ทั้งนี้การคว้าแชมป์ทั้งรอบออลสตาร์ และรอบเมนทัวร์นาเมนท์ และเงินรางวัลโบนัสอื่นๆ รวมแล้ว ทีมแวมไพร์ อีสปอร์ต โกยเงินกลับไทย 22 ล้านบาท โดยที่ TonyK ยังได้รับรางวัล MVP ของการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ด้าน นายชนาธิป รินลา ผู้จัดการทีม (โค้ช) กล่าว่า การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ ในรายการ PUBG MOBILE WORLD INVITATIONAL 2023 สามารถคว้าแชมป์กลับมา และสามารถไปรักษาแชมป์เป็นการป้องกันแชมป์รู้สึกดีใจมากๆ ที่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ถือว่าเป็นรายการที่ใหญ่ในช่วงนี้ซึ่งเป็นการรวมแชมป์ในหลายประเทศมาแย่งชิงที่ 1 น้องๆในทีมทำได้ดีและขอขอบคุณน้องๆทุกคนที่ร่วมซ้อมและตั้งใจกันมาจนสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และสิ่งสำคัญที่สุดในการแข่งขันจะเน้นเป็นทีมเวิคล์ ที่สามารถวางเป้าหมาย และจุดประสงค์เดียวกัน ไปในทิศทางเดียวกัน สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ส่วนที่เหลือเป็นการฝึกซ้อมในแต่ละวัน และในเดือนสิงหาคมต้องไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ต้องเตรียมตัวฝึกซ้อมเป็นอย่างดีและต้องใช้เป็นทีมเวิคล์อย่างมาก

และทางด้าน โทนี่-ณัฐวุฒิ เมตตาวีรคูณ ที่ได้รับรางวัล MVP กล่าว่า การแข่งขันในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันที่ยากมากมีแต่ทีมระดับโลกเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในครั้งนี้ตนเองได้รับแรงใจจากครอบครัวโดยเฉพาะคุณแม่ โดยได้รับรางวัลทั้งหมดประมาณ 22 ล้านบาท รู้สึกดีใจมากและไม่คิดว่าจะได้แชมป์ โดยก่อนแข่งขันตนเองฝึกซ้อมวันละ 8 ชม.ระหว่างแข่งขันมีความกดดันเป็นอย่างมากเพราะพี่ๆ เป็นแชมป์อยู่ต้องรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ สำหรับรายการต่อไป แวมไพร์ อีสปอร์ต จะไปแข่งขันรายการ PUBG Mobile Super League – Southeast Asia Fall 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 2-27 สิงหาคม 2023 

โดยทางด้าน นางเอรดา เมตตาวีรคูณ มารดา โทนี่-ณัฐวุฒิ กล่าว่า กำลังใจส่วนใหญ่มาจากแม่ เลยบอกว่าต้องมีสติก่อน และเราจะสู้ได้ และให้กำลังใจลูกตลอด เมื่อใจรักตรงนี้ต้องมุ่งมั่นทำให้สำเร็จนะลูก และขอให้ได้แชมป์กลับมาให้กับประเทศไทย และให้เยาวชนได้รู้จัก แวมไพร์ อีสปอร์ต ที่ลุกชายชื่นชอบเป็นอย่างมาก และอยากฝากแม่ๆ ทั้งหลายช่วยให้การสนับสนุนลูกด้วย ให้เล่นกีฬาชนิดนี้ 

สำหรับรายการต่อไป แวมไพร์ อีสปอร์ต จะไปแข่งขันรายการ PUBG Mobile Super League – Southeast Asia Fall 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 2-27 สิงหาคม 2023 โดยแฟน ๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ทีมVAMPIRE ESPORTS ได้ที่ Facebook Fanpage : VAMPIRE ESPORT’S หรือ https://www.facebook.com/PUBGMOBILE.TH.OFFICIAL

‘สุวินัย’ เห็นด้วย หลัง ‘แสนดี’ ออกมาวิจารณ์พรรคก้าวไกล

เมื่อวานนี้ (17 ก.ค. 66) สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘Suvinai Pornavalai’ ถึงกรณีนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ แสดงความคิดเห็นต่อพรรคก้าวไกล ระบุว่า…

“คุณแสนดีพูดได้ตรงประเด็นมาก ทุกข้อเลย เหมือนตีแสกหน้าพรรคก้าวไกลด้วยไม้หน้าสาม โพสต์นี้ของคุณแสนดี คือการจับพรรคก้าวไกลออกมาเปลือยกลางแจ้ง อย่างล่อนจ้อน ผมดีใจที่คนรุ่นใหม่อย่างคุณแสนดี มีความคิดและเท่าทัน ความคิดไม่ซื่อ และคิดไม่ชอบของก้าวไกล”

อ่านความคิดเห็นของนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ ที่กล่าวถึงพรรคก้าวไกลได้ที่ >> https://thestatestimes.com/post/2023071740

‘แสนดี’ ขอโทษ ‘พรรคก้าวไกล-ผู้สนับสนุน’ จากใจจริง เผย ยังไม่เข้าใจการเมืองไทยมากพอ ย้ำ ต่อไปจะไตร่ตรองให้ดี

(18 ก.ค. 66) นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ ‘แสนดี’ บุตรชายของนายชัชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงเพิ่มเติม จากกรณีที่โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว วิพากษ์วิจารณ์พรรคก้าวไกล อย่างดุเดือดนั้น ล่าสุดพบว่า นายแสนปิติ ได้ลบภาพออกจากอินสตาแกรมส่วนตัวทั้งหมด และโพสต์ข้อความระบุว่า…

“เพื่อต่อยอดจากคำขอโทษก่อนหน้านี้ของผม

สิ่งที่ผมทำนั้นไม่สามารถให้อภัยได้และไม่เหมาะสม ผมขอโทษสำหรับการใช้ภาษาที่ไม่สุภาพและหยาบคาย เพื่ออธิบายให้กลุ่มคนบางกลุ่ม

ผมยอมรับว่าการกระทำของผมทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างนับไม่ถ้วน และก่อให้เกิดความเกลียดชัง ผมยอมรับว่าสิ่งที่เขียนไปในวันนี้ได้ทำร้ายผู้คนอย่างไม่อาจแก้ไขได้ ในฐานะบุคคลสาธารณะ

ผมตระหนักดีว่าผมได้ทำให้ทุกคนผิดหวังกับสิ่งที่ได้ทำลงไป และมันขึ้นอยู่กับผมที่จะทำให้ดีขึ้นในฐานะปัจเจกบุคคล

ผมเป็นหนี้บุญคุณอย่างเต็มที่ว่าผมได้รับสิทธิพิเศษและชนชั้นนำอย่างมาก ผมไม่มีประสบการณ์และไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับการเมืองไทยหรือการเมืองไทยพอ ไม่เหมาะสมและไม่สมควรอย่างยิ่งที่ผมจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง ทั้งๆ ที่ตัวผมเองก็มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี แต่ผมไม่มีคุณสมบัติ (Qualified)

ผมจะใช้เวลาในการไตร่ตรองการกระทำและความประพฤติของตัวเอง ในช่วงเวลานี้ ผมจะทบทวนตัวเองถึงวิธีที่ผมจะใช้ประสบการณ์นี้เพื่อเติบโต และเป็นผู้ใหญ่ในฐานะคนหนุ่มสาว ประสบการณ์ของผมแตกต่างจากคนอื่นๆ อย่างมาก ผมได้รับผลประโยชน์และสิทธิพิเศษบางอย่างที่ลดทอนและกีดกันผู้คนและคนหลายกลุ่มชุมชน

ผมได้ประโยชน์และใช้ประโยชน์จากภูมิหลังของตัวเอง เพื่อความก้าวหน้าในสังคม สิ่งนี้บ่งบอกถึงระดับความเหลื่อมล้ำและความเหลื่อมล้ำที่แพร่หลายในประเทศไทย ผมรู้ว่า พรรคก้าวไกล และฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยอื่นๆ กำลังทำเพื่อคนเหล่านี้ และแม้ว่าผมจะคิดเห็นต่างกัน แต่ผมก็เคารพความคิดเห็นของพวกเขา

ตลอดวันที่ผ่านมา ผมได้อ่านความคิดเห็นที่ทำร้ายจิตใจเกี่ยวกับรูปร่างภายนอก (Physical Stature) ความฉลาด และภูมิหลังของผม

ในขณะที่ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นของตัวเอง ผมยอมรับว่านี่คือผลของการกระทำของผมเอง และผมก็ยอมรับสิ่งนี้ ผมต้องแสดงความเห็นอกเห็นใจและมีน้ำใจต่อผู้อื่น ผมยอมรับว่าผมไม่ได้เก่งด้านนี้ แต่ในอนาคต หวังว่าจะใช้สิ่งนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาทักษะดังกล่าวเพื่อให้เป็นคนที่รอบรู้และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

มีบางความคิดเห็นที่เกินเลยมากเกินไป จนถึงขั้นเป็นความเกลียดชังและการเลือกปฏิบัติ ผมจะไม่ขอยุ่งกับพวกเขา ผมขอพูดว่า “ความเกลียดรังแต่จะทำให้เกิดความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้น ถ้าให้นึกย้อนถึงตัวผมในฐานะคนๆ หนึ่ง หวังว่าทุกคนคงจะคิดเหมือนกันกัน ว่าเราสามารถปฏิบัติต่อคนอื่นให้ได้ดีขึ้นและอดทนต่อความคิดเห็นที่แตกต่างได้อย่างไร”

รักมาก

แสนดี

พาเที่ยว ‘พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย’ ชมงานศิลป์ชิ้นเอก ที่ประเมินค่ามิได้

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA)  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นจากความหลงใหลในงานศิลปะของ คุณบุญชัย เบญจรงคกุล ที่ได้สะสมมาตลอดช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา 

การเปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยนั้น ก็เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และก็เพื่อเชิดชูเกียรติของบิดาแห่งวงการศิลปะไทยร่วมสมัย อย่าง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยนั้น จะมีการออกแบบอย่างสวยงามและอาร์ทสุดๆ สมกับที่เป็นพิพิภัณฑ์ศิลปะมาก ที่ด้านนอกของอาคารแห่งนี้ ก็ได้มีการนำเอาหินทั้งก้อนมาแกะสลักอย่างประณีตให้กลายเป็นลายก้านมะลิ ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย และมีลายฉลุเพื่อให้แสงแดดสามารถส่องทะลุลงมา โดยแสงที่ส่องลงมานั้น ในแต่ละช่วงเวลาก็จะให้อารมณ์ที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

อาคารของพิพิธภัณฑ์ที่ขาวนวล ดูสะอาดตา มีพลังอันยิ่งใหญ่ที่เรารู้สึกได้ทันที เมื่อได้เดินทางมาถึงที่นี่ ภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยแห่งนี้ ก็จะมีการจัดแสดงผลงานศิลปะของบรรดาศิลปินแห่งชาติหลายๆ ท่าน อาทิเช่น อ.ถวัลย์ ดัชนี อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นต้น 

เมื่อเดินเข้ามาที่ ชั้น G ที่นี่จะเป็นบริเวณของห้องนิทรรศการถาวร ที่จะจัดแสดงผลงานประติมากรรม ของ อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติ และ ห้องนิทรรศการถาวรงานจิตรกรรม ของ ศาสตราจารย์ชะลูด นิ่มเสมอ

ในส่วนของชั้นที่ 2 ก็จะเป็นห้องนิทรรศการถาวรงานศิลปะไทยร่วมสมัย ซึ่งก็จะแบ่งเป็นศิลปะที่สะท้อนวิถีชีวิตของแต่ละยุคแต่ละสมัยจากรุ่นสู่รุ่น จัดแสดงความหลากหลายในปัจเจกภาพทางความคิด ผลงานศิลปะล้วนสะท้อนวิถีชีวิตของยุคสมัย ทัศนะ ความคิด อุดมคติ และความเป็นไปของเหตุการณ์ในสังคม อาทิ ผลงานสื่อผสมของกมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรมและสื่อผสม ในส่วนของห้องนิทรรศการผลงานส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทย ค่านิยมทางสังคม เช่น ผลงานของ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ, ปรีชา ปั้นกล่ำ, วุฒิกร คงคา, ทวี รัชนีกร, วีรศักดิ์ สัสดี, ลำพู กันเสนาะ, เด่นพงษ์ วงศาโรจน์ รวมถึงงานจิตรกรรมเชิงพุทธปรัชญา โดยศิลปิน รุ่นใหญ่อีกหลายท่าน อาทิอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อาจารย์ ปัญญา วิจินธนสาร และ อาจารย์ ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ เป็นต้น

ชั้น 3 ของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย แห่งนี้ได้จัดแสดงงาน ที่เน้นศิลปะเชิงความคิดฝันและจินตนาการภายใต้คติและความเชื่อของคนไทย  หลายๆภาพในห้องจัดแสดงห้องนี้ ก็จะเล่าเรื่องผ่านภาพเรือนร่างของผู้หญิงในอุดมคติ  อย่างภาพ “นางผมหอม” นางในวรรณคดีโดยถ่ายทอดออกมาจาก จากศิลปินไทยคนสำคัญ สุภร พรินทรากุล  นอกจากนี้ยังมีเรือนไทยไม้สัก “เรือนนางพิม” ซึ่งจัดแสดงงานจิตรกรรมสองยุคสมัย ที่เล่าเรื่องราวของนางพิมพิลาไลย สตรีจากวรรณกรรมไทยที่ถูกกล่าวขานใน 2 บริบท ผ่านเรื่อง “ขุนช้าง-ขุนแผน” ใน 2 รูปแบบที่แตกต่างกันโดยเหม เวชกร และสุขี สมเงิน

ชั้น 4 ของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย ก็ได้จัดแสดง ผลงานที่ถือเป็นสุดยอดแห่งมหากาพย์ของจิตรกรรมไทยร่วมสมัย ประกอบด้วยผลงานทุกประเภทของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ปราชญ์ผู้เป็นตำนานแห่งวงการศิลปะไทยร่วมสมัย ทั้งสุดยอดแห่งผลงานวาดเส้นและผลงานที่แสดงออกถึงพลังการเคลื่อนไหวของอารมณ์ด้วยฝีแปรง

เดินต่อมาทางอีกฟากหนึ่งของอาคาร เดินทะลุสะพานข้ามจักรวาลมา ก็จะได้พบกับผลงานจิตรกรรมขนาดความสูง 7 เมตร จำนวน 3 ภาพในชุด “ไตรภูมิ” บอกเล่าการเวียนว่ายตายเกิด ของสรรพสัตว์ในสังสารวัฏตามคติความเชื่อในทางพุทธศาสนา

เมื่อเดินขึ้นมาถึงที่ชั้น 5 ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก็จะได้พบกับงานศิลปะร่วมสมัยจากหลายประเทศ เช่น จีน, เวียดนาม, มาเลเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, ออสเตรเลีย, นอร์เวย์ และห้องที่โดดเด่นที่สุดก็คือห้อง Richard Green ซึ่งจำลองห้องนิทรรศการจากพิพิธภัณฑ์ในแถบยุโรปที่มีหลังคากระจกโค้งรับแสงธรรมชาติ โดยจัดแสดงผลงานจิตรกรรมจากศิลปินยุโรปฝีมืออันดับต้นๆ ในยุคพระนางเจ้าวิคตอเรียซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ของไทย ซึ่งผลงานทุกชิ้นถูกดูแลรักษาเก็บเอาไว้อย่างถะนุถนอมเป็นอย่างดี ผลงานบางชิ้นมีอายุตั้งเกือบ 300 ปี เก่าแก่และทรงคุณค่าทางด้านศิลปะที่มิอาจประเมินค่าได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม
เปิดบริการ วันอังคาร - วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) 10.00-18.00 น.
พิกัด : https://goo.gl/maps/JU9BpESRmL2XhCkN7  
ค่าเข้าชม ราคา 280 บาท 

ตำรวจไซเบอร์ เตือนบุคคลมีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ โฆษณาเว็บพนันออนไลน์มีโทษหนัก ที่ผ่านมามีผู้กระทำผิดซ้ำถูกศาลสั่งจำคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ในปัจจุบันเว็บไซต์การพนันออนไลน์มีหลากหลายรูปแบบ และแฝงมาในหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะแฝงมากับเว็บไซต์ภาพยนตร์เถื่อนผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ เว็บไซต์ลามกอนาจาร หรือมาจากข้อความสั้น(SMS) หรือจากจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) รวมไปถึงการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียง หรือมีอิทธิพลตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ประกาศโฆษณาชักชวนประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น Line, Facebook, Instagram, TikTok เป็นต้น มีการโฆษณามีโปรโมชันเล่นเสียคืนเงิน หรือให้เครดิตจูงใจเพื่อให้มีคนเข้าไปเล่นการพนัน ที่ผ่านมา บช.สอท. ได้เร่งระดมกวาดล้างปราบปรามการลักลอบเปิดเว็บไซต์ออนไลน์ มีการจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องหลายราย พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินคดีกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งได้ประกาศโฆษณาชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าเล่นการพนันออนไลน์ผ่านช่องทางต่างๆ ล่าสุดมีการจับกุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย และที่ผ่านมามีการดำเนินคดีในภาพรวมกว่า 10 ราย

การกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดฐาน “ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478  มาตรา 4 ทวิ, 12 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ” และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเล่นการพนันออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝากไปยังบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ที่ยังมีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวอยู่ ให้หยุดการกระทำนั้นเสีย จะอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นความผิดไม่ได้ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ไม่มีละเว้นอย่างเด็ดขาด และผู้นั้นอาจจะถูกยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อีกด้วย นอกจากนี้แล้วการโฆษณาต่างๆ ยังทำให้ผู้ที่หลงเชื่อเข้าเล่นการพนันอาจจะถูกกลโกงของมิจฉาชีพหลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือเสี่ยงถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางทุจริต ซึ่งปรากฎเป็นข่าวกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.5 บช.สอท. ได้จับกุมผู้ต้องหาประกาศขายฐานข้อมูลส่วนบุคคลจากเว็บไซต์พนันออนไลน์กว่า 2 ล้านรายชื่อ เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้นั้นเคยกระทำผิดมาแล้ว และศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกจำเลย โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ก่อน แต่ผู้นั้นได้มากระทำความผิดในคดีนี้ซ้ำอีกภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด โทษจำคุกที่รอการลงโทษจะถูกนำมาบวกเข้ากับโทษในดังกล่าวด้วย ซึ่งปรากฎเป็นอุทาหรณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ผู้ต้องหารายหนึ่งถูกศาลตัดสินจำคุกกว่า 10 เดือน ไม่รอลงอาญาแต่อย่างใด

รวบแก๊งแพทย์ทหารนาโต้เก๊หลอกโอนเงินเหยื่อหวังได้อยู่ด้วยกัน ตร.ไซเบอร์โทรหาทำฝันสลาย

สืบเนื่องจาก เมื่อ 19 ก.พ.66 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านแอป Instagram โดยอ้างว่าเป็นแพทย์ทหารชาวเวียดนามปฏิบัติหน้าที่ในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO เมื่อพูดคุยกันถูกคอจึงมีการแอดไลน์และได้สนทนากันเรื่อยมาจนผู้เสียหายเกิดชอบพอและหลงรัก

ต่อมา มิจฉาชีพได้พูดจาหว่านล้อมโดยอ้างว่า ต้องการมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับผู้เสียหายที่ประเทศไทย ซึ่งมีแค่ผู้เสียหายคนเดียวที่ช่วยเขาได้ จึงขอให้โอนเงิน จำนวน 10,000 บาท ไปยังบัญชีปลายทาง เพื่อวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ในองค์การสหประชาชาติ (UN) ในการโยกย้ายตำแหน่งมาทำงานที่ประเทศไทย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ช่วงเวลาต่อมา คนร้ายก็อ้างอีกว่า จำเป็นต้องให้ผู้พิพากษาช่วยในการโยกย้ายตำแหน่งอีก จึงขอให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นค่าดำเนินการ ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าวอีก 25,000 บาท หลังจากนั้น มิจฉาชีพก็อ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินค่าดำเนินการไปอีกหลายครั้ง รวมทั้งสิ้น 60,000 บาท

กระทั่งวันที่ 23 มิ.ย.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้โทรหาผู้เสียหาย เนื่องจากพบว่า เป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีปลายทางดังกล่าวอย่างผิดปกติ โดยบัญชีดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นบัญชีม้าของแก๊ง Romance Scam ที่มีผู้เสียหายคนอื่นโดนหลอกให้รักแล้วโอนเงินเช่นกัน ผู้เสียหายจึงทราบว่าตนเองถูกหลอกแล้ว จากนั้นจึงเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี

ต่อมา พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 จัดเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีดังกล่าว และรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง โดย กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้ลงพื้นที่เพื่อสืบสวนหาข่าว จนสามารถเข้าควบคุมตัว นายนราธิป อายุ 31 ปี ชาวอุตรดิตถ์ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยจับกุมได้บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่การเคหะคลองจั่น แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.พงศ์นริทร์ เหล่าเขตกิจ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 สั่งการให้ พ.ต.ท.ภาคภูมิ บุญเจริญพานิช รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3,  พ.ต.ท.เลอศักดิ์ พิเชษฐไพบูลย์ พ.ต.ต.รุ่งเรือง มีสติ และ พ.ต.ต.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม

18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538  วันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 

18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ ‘สมเด็จย่า’ เสด็จสวรรคตที่โรงพยาบาลศิริราช รวมพระชนม์มายุ 95 พรรษา

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ‘สมเด็จย่า’ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 ทรงเป็นบุตรคนที่ 3 ใน พระชนกชู และ พระชนนีคำ พระนามเดิมคือ สังวาลย์ ตะละภัฏ ในวัยประมาณ 7-8 ขวบ ครอบครัวได้นำพระองค์ไปฝาก คุณจันทร์ แสงชูโต ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงในพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ทรงเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนสตรีวิทยา จากนั้นเข้าโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช ซึ่งเป็นโรงเรียนพยาบาลแห่งเดียวในประเทศไทยในขณะนั้น

ทรงเป็นนักเรียนที่มีอายุน้อยที่สุดในรุ่นของพระองค์ซึ่งมีจำนวนเพียง 14 คน พระองค์ทรงเรียนได้ดีและทรงศึกษาสำเร็จภายในสามปี และทรงทำงานต่อที่โรงพยาบาลศิริราช ตามข้อผูกพันของการเป็นนักเรียนหลวง

ในปี พ.ศ. 2460 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงได้รับทุนให้ไปเรียนวิชาพยาบาลเพิ่มเติมที่สหรัฐอเมริกา ในระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้ทรงพบกับ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ (พระบรมราชชนก) ซึ่งได้ทรงถูกพระทัย และขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับ นางสาวสังวาลย์ 

จากนั้นได้ทรงจัดพิธีอภิเษกสมรส ที่วังสระปทุมเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2463 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการแพทย์ ทรงจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาเดินทางไปรักษาผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ ทรงตั้งมูลนิธิขาเทียมออกจัดทำขาเทียมให้ผู้พิการ

นอกจากนั้นยังมีโครงการพัฒนาด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมมากมายอาทิโคงการเกษตรหลวงดอยตุง จังหวัดเชียงราย ต่อมาได้มีการกำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีเป็น ‘วันพยาบาลแห่งชาติ’, ‘วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ’, ‘วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ’, ‘วันรักต้นไม้แห่งชาติ’ และ ‘วันอาสาสมัครไทย’


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top