Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

'รัฐบาล' เผยครึ่งปีแรก 66 มูลค่าการลงทุนต่างชาติแตะห้าหมื่นล้าน ส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตกว่า 3 เท่า จากยอดปี 65 ทั้งปี

(22 ก.ค. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้ผลักดันและส่งเสริมการลงทุนอย่างจริงจัง ทำให้ใน 6 เดือนแรกของปี 2566 มีผู้สนใจเข้าลงทุนในประเทศเพิ่มต่อเนื่อง และได้มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันปี 2565 โดยอยู่ที่จำนวน 326 ราย รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 48,927 ล้านบาท สร้างการจ้างงาน 3,222 คน นักลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ญี่ปุ่น 74 ราย เงินลงทุน 17,527 ล้านบาท 2.สหรัฐอเมริกา 59 ราย เงินลงทุน 2,913 ล้านบาท 3. สิงคโปร์ 53 ราย เงินลงทุน 6,916 ล้านบาท 4.จีน 24 ราย เงินลงทุน 11,505 ล้านบาท และ 5. สมาพันธรัฐสวิส 14 ราย เงินลงทุน 1,857 ล้านบาท สำหรับการลงทุนจากชาติอื่น ๆ มีจำนวน 102 ราย เงินลงทุน 8,209 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ธุรกิจส่วนใหญ่สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นโยบายการส่งเสริมการลงทุน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมแรงดันหลุมขุดเจาะปิโตรเลียม ขั้นตอนดำเนินการขุดสถานีใต้ดิน การออกแบบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในโครงการรถไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เป็นต้น

นอกจากนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ความพยายามของรัฐบาลในการมุ่งส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเทคโนโลยียานยนต์รูปแบบใหม่ อย่างอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งปีแรก (เดือนมกราคม-มิถุนายน) ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมีมากถึง 31,738 คัน โดยมากกว่าถึง 3 เท่าของจำนวนทั้งหมดในปี 2565 

และจากรายงานของ China Association of Automobile Manufacturers (CAAM) พบว่า ไทยถือเป็น 1 ใน 3 ประเทศ ผู้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนมากที่สุด เนื่องจากผู้บริโภคมีความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มากขึ้น ประกอบกับภาครัฐได้มีการออกมาตรการสนับสนุนให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริโภค รวมถึงมีมาตรการจูงใจให้นักลงทุนสามารถขยายธุรกิจ และใช้ไทยเป็นฐานในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนในภูมิภาค โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่มีศักยภาพ เข้าร่วมการเจรจาธุรกิจกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอย่างบริษัท BYD ซึ่งมีแผนลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ของ BYD แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ไทย นับเป็นการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างบริษัทผลิตรถยนต์โลกกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตในไทยได้มีส่วนร่วมอยู่ในซัพพลายเชนระดับโลก

“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทย มาอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยนับได้ว่ามีศักยภาพและความได้เปรียบที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ รวมทั้ง มีกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล มีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เป็นประโยชน์กับการค้าการลงทุน ซึ่งเมื่อประกอบกับนโยบายของไทยที่เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี ตอบรับความท้าทายระดับโลก เช่น ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง” น.ส.รัชดากล่าว

‘เจ้าหน้าที่’ ฝ่ากระแสน้ำเจ้าพระยา ดำลึก 8 เมตร ค้นหา ‘ไอโฟน’ หลังได้รับเหตุขอความช่วยเหลือ งมหาจนเจอ!! ยังใช้งานได้ปกติ

เมื่อวานนี้ (21 ก.ค. 66) เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจาก น.ส.น้ำ อายุ 38 ปี หลังทำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน รุ่น 12 โปรแม็กซ์ ตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณโป๊ะท่าน้ำของอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี

ในที่เกิดเหตุพบ น.ส.น้ำ ชี้จุดที่ทำโทรศัพท์ตกลงไปบริเวณข้างโป๊ะพอดี ชุดประดาน้ำลงน้ำค้นหาโดยใช้เวลาเพียง 20 นาที ก็พบกับโทรศัพท์จมอยู่ในแม่น้ำ โดยที่เครื่องยังมีแสงไฟและสามารถใช้งานได้ตามปกติ ก่อนจะส่งมอบคืนให้กับ น.ส.น้ำ

น.ส.น้ำ กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังนั่งให้อาหารปลาอยู่ โดยถือโทรศัพท์มือถือไว้ด้วย ก่อนทำโทรศัพท์หลุดมือตกลงไปในแม่น้ำ รู้สึกตกใจมากจนคิดว่าอาจจะไม่ได้โทรศัพท์เครื่องนี้กลับคืน เนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างแรง แต่เจ้าหน้าที่มาช่วยดำน้ำค้นหาจนเจอ ตนดีใจมากเพราะซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้มาในราคาเกือบ 50,000 บาท ตั้งแต่เริ่มเปิดวางจำหน่าย

ด้านนายฉัตรชัย แหวนทองคำ ทีมเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของมูลนิธิร่วมกตัญญู รหัสบางรัก 28 กล่าวว่า การค้นหาโทรศัพท์มือถือที่ตกลงไปในแม่น้ำตรงจุดนี้มีอุปสรรคนิดหน่อย คือจุดที่ตกซึ่งเป็นหน้าโป๊ะมีความลึกประมาณ 8-9 เมตร และมีกระแสน้ำที่ค่อนข้างแรง เกรงว่ากระแสน้ำจะพัดโทรศัพท์ออกไปไกลจากจุดที่ตก แต่สุดท้ายก็สามารถดำน้ำงมจนเจอห่างจากจุดที่ตกออกไปประมาณ 3 เมตร

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ขอแจ้งไปยังประชาชนที่เดือดร้อนและต้องการขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิร่วมกตัญญูในการช่วยค้นหาสิ่งของมีค่าต่างๆ ทางมูลนิธิยินดีช่วยเหลือให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สามารถติดต่อได้ที่ทางมูลนิธิร่วมกตัญญู โทร.02-751-0951-3 หรือทางเพจเฟซบุ๊ก นทีคลับ ชุดกู้ภัยทางน้ำ มูลนิธิร่วมกตัญญู

‘เพชร กรุณพล’ ลั่น!! ถ้าสุดโต่งแล้วเจริญ แล้วไม่อยากสุดโต่งกันเหรอ

เมื่อวานนี้ (21 ก.ค. 66) ‘เพชร’ หรือนายกรุณพล เทียนสุวรรณ นักแสดง และพิธีกร และนักการเมืองในสังกัดพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความสุดโต่งของพรรคก้าวไกล เช่น 'ยกเลิกเกณฑ์ทหาร-ม.112' ระหว่างออกรายการ 'แฉ' โดยระบุว่า…

“สุดโต่งแล้วเจริญแบบ อังกฤษ, ญี่ปุ่น, สวีเดน, เดนมาร์ก ไม่อยากสุดโต่งกันเหรอ คิดว่าเราเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป”

>> สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://vt.tiktok.com/ZSLmWRh2m/ 

'นักศึกษา มธ.' จี้!! คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เบรก!! มือชี้ขาดชะตา 'พิธา' ห้ามมาเป็น อ.สอนพิเศษ

เมื่อวานนี้ (21 ก.ค. 66) จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคก้าวไกล สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ จากที่มีชื่อถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น โดยมีมติ 7 ต่อ 2 เสียง สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

สำหรับ ตุลาการเสียงข้างน้อย 2 เสียง ในกรณีให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.หรือไม่นั้น ประกอบด้วย นายนภดล เทพพิทักษ์ กับ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ขณะที่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติเสียงข้างมาก ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม, นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์, นายปัญญา อุดชาชน, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์ และ นายอุดม รัฐอมฤต

ล่าสุด สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และ คณะกรรมการนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีจดหมายเปิดผนึกถึง คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ขอให้ยุติการเชิญ นายอุดม รัฐอมฤต มาปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษ

‘หนึ่ง iMoD’ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในวัย 30 ปี ลูกเพจร่วมอาลัยกับการจากไปอย่างกะทันหัน

(22 ก.ค. 66) หนึ่ง iMoD อินฟลูเอนเซอร์ดังด้านไอที ถูกรถชนเสียชีวิตในวัย 30 ปี แฟนเพจร่วมอาลัยกับการจากไปอย่างกะทันหัน

เฟซบุ๊ก iMoD เพจด้านไอทีชื่อดัง โพสต์แจ้งข่าวเศร้าว่า หนึ่ง iMoD หรือ นายเกียรติศักดิ์ มูลรินทร์ อินฟลูเอนเซอร์วัย 30 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถชนเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. โดยระบุว่า

เป็นเรื่องที่เศร้าใจเป็นอย่างมากที่ต้องเรียนให้ทุกท่านได้ทราบถึงข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของ Keattisak Moonrin หรือ หนึ่ง iMoD จากอุบัติเหตุทางถนนเมื่อเช้าวันนี้ 20 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา

หนึ่งเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ดูแลน้อง ๆ และเป็นห่วงน้อง ๆ อยู่เสมอ ใครที่ได้ดูคลิปของหนึ่งอาจจะเห็นว่าเป็นคนพูดเก่ง แต่จริง ๆ แล้วหนึ่งเป็นคนเรียบร้อยมากมีความเคารพนอบน้อมและพูดจาไพเราะเสมอ วันนี้หนึ่งจากไปแล้ว ขอให้หนึ่งไปอยู่ในที่ที่สวยงาม มีท้องฟ้าสวย ๆ มีน้องแมวน่ารักรายล้อม หนึ่งจะอยู่ในใจน้อง ๆ และพวกเราชาว iMoD ตลอดไป

ขอเรียนเชิญเพื่อน พี่น้องหรือแฟนเพจที่อยากร่วมส่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย มาร่วมพิธีการสวดพระอภิธรรมซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 22 - 24 ก.ค. และพิธีฌาปนากิจ 25 ก.ค. 2566 นี้ ณ วัดป่าแพ่ง ถนน เมืองสมุทร ตำบล ช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่

สำหรับ หนึ่ง iMod เป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์และพิธีกรของช่อง iMod มีชื่อเสียงจากการทำรีวิวเทคโนโลยีและไอที ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า, มือถือ รวมถึง Gadget ต่าง ๆ จนมีผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งหลังทราบข่าวก็ทำให้ผู้ที่ติดตามผลงานรวมถึงเพื่อน ๆ ต่างร่วมเข้ามาแสดงความอาลัย หลายคนใจหายกับการจากไปอย่างกะทันหันเช่นนี้

‘วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม’ แหล่งรวม ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ กราบไหว้สักการะ เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต

‘ท้าวเวสสุวรรณ’ เทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นเจ้าแห่งอสูรทั้งปวง คนส่วนมากบูชา กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณให้แคล้วคลาด ให้ปลอดภัยจากอันตราย และท่านก็ยังคงศักดิ์สิทธิ์ด้านอื่นๆด้วยเช่นเรื่องของ การเงิน ความเจริญในหน้าที่การงาน ความร่ำรวย ความมั่นคงมั่งคั่ง ถือได้ว่าเป็นเจ้าแห่งขุนทรัพย์เลยก็ว่าได้

ที่วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หรือ วัดบางชัน วัดแห่งนี้ ถ้าพูดถึงท้าวเวสสุวรรณ ก็ดังไม่แพ้วัดจุฬามณีอย่างแน่นอน วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม วัดเก่าแก่ริมคลองบางชัน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435 โดยตั้งอยู่ในซอยพระยาสุเรนทร์ 1 เป็นวัดที่สามารถเข้าไป สักการะท่านท้าวเวสสุวรรณได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้คนส่วนใหญ่ที่ศรัทธา นิยมมาสักการะขอพร ขอโชคลาภ ขอความร่ำรวย ปลดหนี้สิน ให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

ภายในวัดสามารถทำบุญไหว้พระได้ ก่อนที่เราจะเดินเข้าไปที่จุดไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณ วัดเป็นวัดไม่ใหญ่มาก แต่ด้านในงดงามมากๆ มีที่กราบไหว้ขอพรหลายจุด มีไอ้ไข่ มีพระราหู มาที่เดียวได้ครบเลย ไหว้พระเสร็จแล้วก็ไปบูชาดอกไม้ธูปเทียนและผ้า 3 สีมาไหว้ขอพรที่ด้านหน้าท้าวเวสสุวรรณ ค่าบูชาตามป้ายเลยคือตามกำลังศรัทธา ได้ดอกไม้ธูปเทียนแล้วเราก็นำมาไหว้ขอพรได้เลย

ก่อนจะขอพรเราก็ต้องท่องบทสวดเพื่อขอพรจากท้าวเวสสุวรรณกันก่อน โดยบทสวด มีดังนี้
ก่อนอื่นท่องนโม 3 จบ จุดธูปสักการะ 9 ดอก ดอกกุหลาบ 9 ดอก
แล้วท่องบทสวดตามนี้
อิติปิโสภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณมรณังสุขัง อะหังสุคะโต นะโมพุทธายะท้าวเวสสุวรรณโณ
จตุมหาราชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโตเวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโมพุทธายะ
วิธีเรียกทรัพย์เข้ากระเป๋า
ให้นำกระเป๋าสตางค์ของท่าน วนทางขวารอบกระบองขององค์ท้าวเวสสุวรรณ 9 รอบ แล้วอธิฐานว่า
“ขอให้เงินทอง ไหลมาเทมา ขอให้กระเป๋าใบนี้เต็มไปด้วยเบี้ย ด้วยอัฐ ขอให้ข้าพเจ้า.....(ชื่อ-นามสกุล)… ทำอะไรให้ รวย รวย รวย” 

มีความเชื่อกันว่าหากใครที่บูชาท้าวเวสสุวรรณ ท่านนั้นก็จะมีความร่ำรวย ปลอดภัย มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ แก้ไขเรื่องของปีชงต่างๆ ได้ด้วย เชื่อกันว่าท้าวเวสสุวรรณ ยังช่วยป้องกันเรื่องของคุณไสยมนต์ดำด้วย ถือได้ว่าท่านช่วยได้ในทุกๆด้าน แต่บุคคลนั้น ที่มาไหว้ขอพรก็ต้องดำเนินชีวิตของตนด้วยความดีด้วย 

พอไหว้ขอพรท่านท้าวเวสสุวรรณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็มาเสี่ยงโชคโดยการจุดธูปเสี่ยงเลขกันได้เลย ใครได้เลขไหนก็ลองนำไปเสี่ยงดวงกันดูได้

ข้อมูลเพิ่มเติม
ที่ตั้ง : 2 ถนน พระยาสุเรนทร์ 1 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
พิกัด : https://goo.gl/maps/aL6wcWNc2XPwMTNNA
เวลาเปิด - ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
ติดต่อ : 02-517-7677

22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงตัดสินพระราชหฤทัย นำประเทศไทยเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1

วันนี้เมื่อกว่า 105 ปีมาแล้ว เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงตัดสินพระราชหฤทัย นำประเทศไทยเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1

สงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2457-2461 โดยเป็นความขัดแย้งระหว่าง ฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งมีประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย เป็นผู้นำ กับฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งมีเยอรมนี และออสเตรีย-ฮังการี เป็นผู้นำในเหตุการณ์ครั้งนั้น ประเทศสยาม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ดำเนินนโยบายรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด

กระทั่งในปี พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าฝ่ายมหาอำนาจกลางได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และปราศจากมนุษยธรรม ส่งผลให้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 พระองค์ทรงตัดสินพระราชหฤทัยประกาศสงครามต่อฝ่ายมหาอำนาจกลาง และเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร พร้อมทั้งส่งกองทหารอาสาไปร่วมรบณ สมรภูมิทวีปยุโรป

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2461 โดยฝ่ายสัมพันธมิตรได้รับชัยชนะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้สร้างถาวรวัตถุ เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว 

เป็นที่มาของการโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวงเวียน ที่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งแรกของประเทศไทยขึ้น โดยทำการสร้างบริเวณถนน 3 สาย (ปัจจุบันคือ ถนนไมตรีจิตต์ ถนนมิตรพันธ์ และถนนสันติภาพ) ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย ต่อมาได้พระราชทานนามวงเวียนว่า ’22 กรกฎาคม’

ปัจจุบัน วงเวียน 22 กรกฎาคม กลายเป็นแหล่งการค้าของกรุงเทพมหานครชั้นใน ทั้งนี้ที่บริเวณวงเวียน ยังปรากฎป้ายหินที่จารึกเป็นภาษาไทยและภาษาจีน มีใจความว่า...

อนุสรณ์แห่งนี้เป็นวงเวียนแห่งแรกของประเทศไทย สร้างเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงนำประเทศไทยเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 ก่อนจะได้รับชัยชนะในเวลาต่อมา

ชื่นชมครอบครัว นร.ชาย ม.5 ถูกคู่อริยิงเสียชีวิต บริจาคลิ้นหัวใจ-ไต-กระจกตา ช่วยคนหลายชีวิต

โลกโซเชียลแห่แสดงความเสียใจ พร้อมชื่นชมอนุโมทนาบุญกับครอบครัวนักเรียนชาย ม.5 ที่บริจาคอวัยวะหนึ่งชีวิตต่อลมหายใจอีกหลายชีวิต หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นคู่อริดักซุ่มยิง ขณะที่ตำรวจ สภ.กุฉินารายณ์ร่วมทีมสหวิชาชีพสอบปาก 4 โจ๋ร่วมกันก่อเหตุ พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก

จากกรณีนักเรียนชายชั้นม.5 วัย 16 ปี โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ถูกกลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้านดักซุ่มยิงจนเสียชีวิต ที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านคุย ต.สามขา อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดจับภาพขณะถูกยิงตกจากรถจักรยานยนต์ กระทั่งตำรวจสภ.กุฉินารายณ์ตามจับตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุได้รวม 4 คน อายุ 16-18 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืน 4 กระบอก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียล โดยเฉพาะในเฟซบุ๊กข่าวประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายคน รวมทั้งประชาชนชาวกาฬสินธุ์ ต่างพากันแสดงความเสียใจ และแสดงความชื่นชมอนุโมทนาบุญกับครอบครัวนายปาริวรรธน์ พลเยี่ยม นักเรียนชั้น ม.5 อายุ 16 ปี ชาว ต.สามขา อ. กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นคู่อริยิงเสียชีวิต ซึ่งจากข้อมูลของโรงพยาบาลระบุว่า นายปาริวรรธน์ ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ ด้วยสาเหตุมีภาวะเลือดออกในสมอง โดยแพทย์รักษาอาการเบื้องต้น และส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ทีมแพทย์ได้ทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ ก่อนอาการผู้ป่วยทรุดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยมีภาวะสมองตาย ซึ่งครอบครัวจึงได้แจ้งเจตนารมณ์สร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ให้ผู้เสียชีวิต

โดยการบริจาคอวัยวะทุกส่วนที่ใช้ประโยชน์ได้ คือ ลิ้นหัวใจ ไต 2 ข้าง ตับ และกระจกตา 2 ข้าง ให้กับสภากาชาดไทย ผ่านศูนย์รับบริจาคอวัยวะโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งถือเป็นผู้บริจาคอวัยวะรายที่ 7 และบริจาคดวงตา รายที่ 8 ประจำปีของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์

ทั้งนี้นายแพทย์ สุรสิทธิ์ จิตรพิทักษ์เลิศ ผู้อำนวยโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายแพทย์ถนอมศิลป์ ก้านมะลิ รองผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน นายแพทย์ศุภชัย ศรีจันทะ ประธาน Service Plan สาขารับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ คุณจิรารัตน์ ทรัพย์เกิด ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านลูกค้าสัมพันธ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกอบจ.กาฬสินธุ์ คณะเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ร่วมมอบพวงหรีด และใบประกาศเกียรติคุณ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 เพื่อแสดงความขอบคุณครอบครัวนายปาริวรรธน์ ที่มีเมตตาและเสียสละบริจาคอวัยวะ เพื่อต่อลมหายใจให้อีกหลายชีวิต พร้อมขออนุโมทนาในกุศลที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลยังประชาสัมพันธ์สำหรับท่านที่สนใจบริจาคอวัยวะ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะสภากาชาดไทย โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โทรศัพท์ 043-812714

ผบ.ตร.มอบรางวัล “ทำดี มีรางวัล” ตำรวจเจรจาหญิงเตรียมกระโดดสะพานและนักเรียนพลเมืองดีช่วย CPR ผู้ป่วยหมดสติ

วันนี้ (21 ก.ค.66) เวลา 11.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบเกียรติบัตรโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้แก่ข้าราชการตำรวจ 1 นาย และนักเรียนพลเมืองดี 1 คน จาก 2 เหตุการณ์ ดังนี้ 

เหตุการณ์แรก กรณี “ช่วยเหลือหญิงพยายามกระโดดสะพาน” ผู้ที่ทำความดี คือ ร.ต.ท.ธีรธัช บัวเผื่อน รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ 3 กองบังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 1 โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะ ร.ต.ท.ธีรธัชฯ ขับรถยนต์ส่วนตัวกลับที่พัก ได้พบหญิงวัยกลางคนเดินอยู่ตามลำพัง มีลักษณะคล้ายจะกระโดดสะพานภูมิพล 1 จึงรีบลงจากรถเพื่อเข้าเจรจาให้ความช่วยเหลือ จนสามารถช่วยเหลือหญิงสาวดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ช่วงกลางปี 2555 ร.ต.ท.ธีรธัชฯ ได้เคยให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน จนประชาชนผู้พบเหตุได้บันทึกรูปภาพและเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ได้รับความชื่นชมจากประชาชนเป็นอย่างมาก

และเหตุการณ์ที่ 2 กรณี “นักเรียนพลเมืองดี ช่วย CPR ผู้ป่วยหมดสติ” ผู้ที่ทำความดี คือ น.ส.ประติภา ดีหามแห หรือ “น้องนุ่น” นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ (รัชดา) โดยเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566 เวลาประมาณ 18.30 น. ขณะที่ น.ส.ประติภาฯ เดินทางกลับบ้าน บริเวณ ซอย เจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กทม. ได้พบชายกำลังช่วยเหลือผู้ป่วยนอนหมดสติอยู่เพียงลำพัง จึงได้รุดเข้าช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ด้วยการ CPR เพื่อฟื้นคืนชีพให้ผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นกลับมามีชีพจรดั้งเดิม จนทีมแพทย์และทีมกู้ชีพเดินทางมาถึง และนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป 

ผบ.ตร.กล่าวว่า “ตนขอชื่นชมในความกล้าหาญ ที่ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และทันท่วงทีตนจึงได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” และเงินรางวัลคนละ 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่จะมอบรางวัลให้กับข้าราชการตำรวจหรือประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ทำงานเชิงรุก เพื่อความสงบสุขของประชาชน ประกอบคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชน หรือทางราชการ ประพฤติตนดี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมและช่วยเหลือประชาชนจนเป็นที่ยอมรับต่อสังคม”

‘แจ็คสัน หวัง’ พาคุณพ่อ-คุณแม่กินหมูกระทะ แฟนคลับเห็นแล้วชื่นใจ อยากให้อยู่ไทยนานๆ

(21 ก.ค. 66) มาพร้อมกับรอยยิ้มให้เหล่าอากาเซ่ได้ฟินกันอีกแล้ว สำหรับศิลปินดังระดับโลก อย่าง ‘แจ็คสัน หวัง’ หนึ่งในสมาชิกวง ‘GOT7’ ที่ล่าสุดมาประเทศไทย พร้อมกับคุณพ่อและคุณแม่

เรียกได้ว่าทำเหล่าอากาเซ่ปลื้มใจอย่างมาก เพราะนอกจากจะมาทำงานแล้ว แจ็คสันยังเลือกประเทศไทยเป็นประเทศที่มาพักผ่อนกับพ่อแม่ด้วย เรียกได้ว่าประเทศไทยเป็นสถานที่ที่อบอุ่น และฮีลใจสำหรับแจ็คสันแน่นอน

ล่าสุดมีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งโพสต์คลิปสุดน่ารัก แจ็คสันพาพ่อแม่ไปกินหมูกระทะร้านดัง แถวสยามสแควร์ พร้อมกับระบุข้อความว่า

“อยู่🇹🇭นานๆ ได้มั้ย เห็นพี่แล้วมันชื่นใจ ยิ่งเห็นป๊าม๊าอยู่ด้วย ยิ่งมีความสุข”

หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า…

“พักผ่อน กินให้อิ่ม อยู่กับครอบครัวให้มีความสุขนะคะเฮีย🥰🥰 อยากให้อยู่นานๆจังเลย”
“ขอให้มีความสุขมากๆ”
“พักผ่อนให้มีความสุขนะคะ” เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top