Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘ฮ่องกง’ เจอน้ำท่วมใหญ่ ‘ถนน-สถานีรถไฟใต้ดิน-ห้าง’ ได้รับผลกระทบหนัก สั่งปิดรร.-ให้ปชช.ทำงานที่บ้าน พร้อมประกาศเตือนพายุฝนอยู่ระดับสูงสุด

(8 ก.ย.66) สำนักข่าวรอยเตอร์ และเอเอฟพีรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักบนเกาะฮ่องกง ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมสูงเป็นวงกว้างในฮ่องกง ทำให้ถนนหนทาง ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟใต้ดิน จมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่ทางการฮ่องกงได้สั่งปิดโรงเรียน และขอให้ประชาชนทำงานอยู่ที่บ้าน

ข่าวระบุว่า ฝนที่ตกลงมาถือว่าเป็นฝนที่ตกหนักที่สุดในรอบ 140 ปี นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติมาของฮ่องกง ส่งผลให้น้ำหลายสายไหลลงมาตามพื้นที่เนินเขา ขณะที่ทางการออกประกาศเตือนความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่ม

ทั้งนี้ มีคลิปวิดีโอที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นถนนหลายสายที่มีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ขณะที่อีกคลิปหนึ่ง เป็นภาพของเจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดินต้องเดินลุยน้ำเข้าไปในสถานี เพื่อพยายามควบคุมไม่ให้น้ำจากถนนทะลักเข้าไปภายในสถานี

โดยมีรายงานว่า อุโมงค์ข้ามท่าเรือของฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่เชื่อระหว่างเกาะฮ่องกงกับเกาลูน ก็ถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน รวมไปถึงย่านแหล่งข้อปปิ้งอย่างไฉหว่าน ที่ก็ปรากฏภาพของน้ำท่วมสูงด้วย

ด้านสำนักงานสังเกตการณ์ฮ่องกง รายงานว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน จนถึงเที่ยงคืนย่างเข้าสู่วันที่ 8 กันยายน อยู่ที่ระดับ 158.1 มิลลิเมตร และว่า ฝนที่ตกหนักครั้งนี้ เกิดขึ้นจากร่องความกดอากาศน้ำที่เกี่ยวข้องกับส่วนที่เหลือจากไต้ฝุ่นไห่ขุย

โดยตอนใต้ของจีนเพิ่งจะเจอกับไต้ฝุ่น 2 ลูก คือ เซาลา และไห่ขุย ขณะที่ฮ่องกงเองไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากไต้ฝุ่นทั้งสองลูกดังกล่าว

ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนพายุฝนระดับ ‘สีดำ’ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และว่า จะมีฝนตกลงมากว่า 200 มิลลิเมตรบนเกาะหลักของฮ่องกง เกาลูน และบางส่วนของฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของนิวเทอร์ริทอรีส์

นอกจากนี้ ยังมีรายงานปิดจุดผ่านแดนผู้โดยสารและสินค้าบางแห่ง ที่เชื่อมระหว่างฮ่องกับกับเมืองเสิ่นเจิ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากน้ำที่ท่วมสูง

‘ต้อม เป็นเอก’ เผย ชีวิตที่ปราศจาก ‘ความฝัน-ตัวตน’ เป็นเรื่องปกติ เปรียบเสมือน ‘เครื่องประดับ’ มีติดตัวไว้ก็เท่ดี แต่ถ้าไม่มี ‘ไม่เป็นไร’

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้ TikTok บัญชี BrandThinkme โพสต์คลิปวิดีโอ เป็นเอก รัตนเรือง หรือ ‘ต้อม เป็นเอก’ ผู้กำกับและนักเขียนบทภาพยนตร์ชาวไทย ที่ได้แชร์ข้อคิดดีๆ สำหรับ ‘ความฝัน’ และ ‘ตัวตน’ โดยระบุว่า…

“ผมไม่รู้สำหรับวาทกรรมที่บอกต้องหาตัวตนให้เจอ มีความฝันต้องตามฝัน…ผมไม่ทราบว่าวาทกรรมพวกนี้มาตอนไหน? มันไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความฝัน เพราะคนที่ ‘ไม่มีความฝัน’ ก็มีอยู่เต็มไปหมด”

“ดังนั้น ความฝันไม่มี ตัวตนไม่มี ไม่เป็นไร…หากตัวคุณแค่อยากทํางานแบงก์ไปวันๆ แล้วก็ซื้ออาหารถุง 20 บาท 2-3 ถุงเพื่อกลับมากินกับแฟนที่บ้าน แต่พอคุณไปอ่านเจอประเด็นนี้เข้า… ก็คงรู้สึกและตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ความฝัน’ ของเราคืออะไร? แล้วมันกลายเป็นว่าเรามีปมด้อยหรือเปล่า? เพราะไม่มีความฝัน ไม่มีตัวตน”

“ความฝันมันดี…มันเป็น ‘Luxury’ แต่มันไม่ใช่ ‘Necessity’ ความฝันก็เปรียบเสมือนสิ่งของเครื่องประดับ อย่างกระเป๋า Louis Vuitton ถ้ามีมันก็เท่ดี และต่อให้ไม่พูดเรื่องเท่ กระเป๋า Louis Vuitton มันก็คงทนและดี แต่ยังยืนยันว่ามันไม่ใช่สิ่งจําเป็น….”

BYD เปลี่ยนรถคันใหม่ให้ลูกค้าที่ชาร์จรถ EV แล้วเกิดควัน ด้านเจ้าของรถเผย ยังเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้าและจะใช้งานต่อไป

จากกรณี รถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ BYD รุ่น ATTO3 เกิดควันจากฝากระโปรงหน้าขณะทำการชาร์จไฟฟ้า บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งทาง บีวายดี และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ BYD ได้ส่งทีมเข้าตรวจสอบ พร้อมออกแถลงการณ์ 2 ฉบับดังข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้า

(8 ก.ย.66) รายงานข่าวจากเพจ จส.100 ระบุว่า ทางเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุ ได้รับการติดต่อจากบีวายดีและเรเว่ ในการมอบรถยนต์ BYD รุ่น ATTO3 คันใหม่ให้เพื่อทดแทนคันเดิมที่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยระบุว่า หลังจากเกิดเหตุได้มีการนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดโดยวิศวกร และแจ้งเบื้องต้นว่ารถคันดังกล่าวได้เปลี่ยนอะไหล่ที่มีปัญหา ทำการสตาร์ทรถ และชาร์จทั้ง AC และ DC ได้เป็นปกติแล้ว แต่ทาง บริษัทฯ ก็ยังยืนยันจะมอบรถไฟฟ้า BYD Atto3 คันใหม่ให้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการตกแต่งติดฟิล์มให้เหมือนคันเดิม ก่อนจะนัดส่งมอบในวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย.66 นี้

ซึ่งเจ้าของรถคันดังกล่าวได้ระบุเพิ่มเติมอีกว่า ในช่วงแรกหลังเกิดเหตุมีความกังวลอยู่บ้าง แต่หลังจากนี้ มองว่าเป็นอุบัติเหตุและเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้าและจะใช้งานต่อไป

‘ตลาดน้ำ 4 ภาคพัทยา’ เกิดเหตุไฟไหม้ลุกลามทั้งตลาด ล่าสุดคุมเพลิงได้แล้ว เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย

(8 ก.ย.66) ศูนย์วิทยุสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงลุกไหม้ตลาดน้ำ 4 ภาค ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงกว่า 20 คันระดมเข้าระงับเพลิงไหม้ ที่เกิดเหตุพบต้นเพลิงอยู่กลางตลาดน้ำ 4 ภาค โดยไฟลุกโชนอย่างต่อเนื่อง พนักงานบางคนกระโดดน้ำหนีไฟไหม้ โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วไม่มีท่าทีว่าจะดับได้ ด้านเจ้าหน้าที่ได้กระจายจุดให้รถดับเพลิงเข้า โดยจุดที่ไฟไหม้อยู่ใจกลางของตลาดน้ำ

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนต้นเพลิงนั้นไม่มีท่าทีว่าจะดับ บวกกับพื้นที่มีลมกระโชก มีฝนโปรยปราย นอกจากนี้ยังมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

จากการสอบถามในเบื้องต้น พนักงานบอกยังไม่รู้ว่าจุดไหนที่เป็นต้นเพลิง โดยพื้นที่ทั้งหมดส่วนใหญ่แล้วเป็นไม้ หลังคามุงจาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ระดมใช้น้ำฉีดสกัดเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลาม จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหาย

'อดีตทูตนริศโรจน์' ซัด!! พวกตกใจป้ายภาษาจีนที่ห้วยขวาง ทีป้าย 'ฝรั่งอั้งม้อ-ญี่ปุ่น' เกลื่อนเต็มเมือง กลับไม่ติดใจ

(8 ก.ย.66) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj ว่า...


คนไทยบางคนตกใจกับป้ายภาษาจีนของห้างร้านย่านห้วยขวาง


อยากถามว่าไม่ตกใจกับป้ายฝรั่งอั้งม้อที่เต็มเมืองหรือ ? 


ไม่ตกใจป้ายญี่ปุ่นแถวสุขุมวิท บาร์ย่านถนนธนิยะ แถวสีลม ? 


ไม่ตกใจป้ายแถว Little India ที่พาหุรัด ? 


ไม่ตกใจป้ายภาษาอาหรับย่านนานา ? 


ประเทศไทยเป็นประเทศทำการค้าเสรี ตราบใดที่เขาทำอย่างถูกต้องจดทะเบียนการค้าตามกฎหมาย เขาก็ทำได้  


ในต่างประเทศที่ LA Sydney ยังมี Thai Town ป้ายภาษาไทยทั้งย่าน 


ผมแปลกใจกับพวกที่ตกใจป้ายภาษาจีนที่ห้วยขวาง แล้วที่ถนนเยาวราชทั้งเส้นล่ะ มีป้ายภาษาจีนเต็มสองฝากถนนมานานโขแล้ว ไม่ตกใจหรือ ?


 

‘ปตท.’ จับมือ ‘RINA’ พัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนภาคเศรษฐกิจ สร้างโอกาสทางธุรกิจ รองรับการเติบโตของพลังงานแห่งอนาคต

เมื่อไม่นานนี้ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ร่วมแสดงความยินดีในพิธีลงนามความร่วมมือพัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในภาคเศรษฐกิจระหว่าง ปตท. โดย นายคมกฤช โล่ห์เพ็ชร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่วางแผน ปตท., นายยุทธนา สุวรรณโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันนวัตกรรม ปตท. และ ‘RINA’ โดย Mr. Andrea Bombardi, Executive Vice President, Carbon Reduction Excellence, RINA Mr. Enrico Beccaceci, Senior Technical Manager, ASEAN Engineering Integration, RINA เพื่อความร่วมมือในโครงการนำร่องการทดสอบการผสมก๊าซไฮโดรเจนในก๊าซธรรมชาติ ซึ่งครอบคลุมถึงการประเมินประสิทธิภาพการใช้งาน รองรับการพัฒนาการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงในอนาคต

นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ ในการพัฒนาห้องปฏิบัติการของสถาบันนวัตกรรม ปตท. ให้เป็นศูนย์ปฏิบัติการการให้บริการเชิงเทคนิค ในการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงของประเทศไทยด้วย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการเติบโตในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต และเป้าหมาย Net Zero Emissions ของกลุ่ม ปตท. และประเทศไทยต่อไป


 

‘เจ๊ไฝ’ อวดภาพจับมือดาราหนุ่ม ‘พัค โบกอม’ เหล่าแฟนคลับแห่แซว “อยากเกิดเป็นเจ๊ไฝ”

ร้อนแรงกระหึ่มโซเชียล หลังเชฟชื่อดัง ‘เจ๊ไฝ’ เผยภาพจับมือสุดน่ารักกับ ‘โบกอม’ นักแสดงมากความสามารถจากแดนกิมจิ ผู้ครองใจสาว ๆ ทั่วโลก ทำแฟนคลับแห่อิจฉา ปนเอ็นดูในความน่ารักของทั้งคู่

แฟนคลับตื่นเต้นกันยกใหญ่ หลัง ‘เจ๊ไฝ สุภิญญา จันสุตะ’ เชฟชื่อดังของเมืองไทย เจ้าของร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ผู้รังสรรค์เมนูไข่เจียวปูจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ได้เผยภาพคู่หนุ่มหล่อ ‘พัค โบกอม’ นักแสดงแนวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ ที่มีผลงานโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งเป็นภาพที่ถ่าย ณ ประเทศเกาหลีใต้ โดยทางเจ๊ไฝได้เดินทางไปเที่ยวและทำงานเปิดตัวสินค้าใหม่ที่นั่น

แต่สิ่งที่ทำเอาชาวเน็ต และเหล่าแฟน ๆ ของหนุ่มโบกอมรู้สึกอิจฉานั้น เป็นเพราะภาพดังกล่าวทั้งคู่กำลังจับมือกันอย่างน่ารักนั่นเอง ทั้งอิจฉา ทั้งรู้สึกประหลาดใจว่าทั้งสองไปรู้จักสนิทสนมกันได้ยังไง

และเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ทางอินสตาแกรมส่วนตัวของ ‘เจ๊ไฝ’ ที่ใช้ชื่อว่า jayfaibangkok ได้มีการโพสต์ภาพที่เจ๊ไฝได้จับมือกับโบกอม ผ่านสตอรี่ พร้อมระบุข้อความว่า “Lovely to see you again @bogummy #chefcares”

จากภาพและข้อความสุดน่ารักนี้ที่สื่อความได้ว่า ทั้งสองอาจเคยพบกันมาก่อนหน้านั้นแล้ว จึงเป็นเหตุให้ทั้งคู่สนิทสนมกันดังที่ปรากฏในภาพ ซึ่งหากย้อนกลับไปในช่วงปีที่แล้ว เคยมีภาพของพระเอกหนุ่ม ‘พัค โบกอม’ เดินทางมากินอาหารที่ร้านของ ‘เจ๊ไฝ’ และเมื่อทั้งสองได้พบกันอีกครั้งที่ประเทศเกาหลีจึงเกิดเป็นภาพน่ารัก ๆ ดังกล่าว

ทางด้านแฟนคลับแห่คอมเมนต์อยากเป็นเจ๊ไฝกันถ้วนหน้า สงสัยงานนี้เจ๊ไฝจะมีคู่แข่งทำไข่เจียวปูขายเพิ่มขึ้นอีกเพียบ เพราะใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ๊ไฝ

‘ญี่ปุ่น’ ยิงจรวดขนส่งยาน ‘มูนสไนเปอร์’ ขึ้นสู่อวกาศ มุ่งหน้าทำภารกิจลงจอดดวงจันทร์ เป็นชาติที่ 5 ของโลก

(7 ก.ย. 66) สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ญี่ปุ่นได้ปล่อยจรวดขนส่ง ‘H-IIA’ เพื่อส่งยานสำรวจดวงจันทร์ ‘มูนสไนเปอร์’ ของญี่ปุ่น พร้อมดาวเทียม ‘X-Ray Imaging and Spectroscopy Mission’ (XRISM)

ออกจากฐานยิงบนเกาะทาเนกาชิมะ ทางตอนใต้ของประเทศ ขึ้นสู่อวกาศเป็นผลสำเร็จ เมื่อวันที่ 7 กันยายน นับเป็นความพยายามครั้งที่ 4 หลังจากครั้งก่อนต้องล้มเหลว เพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ในภารกิจส่งยานสำรวจมูนสไนเปอร์ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ ที่คาดว่ายานสไนเปอร์จะลงจอดภายในระยะ 100 เมตรจากตำแหน่งใกล้กับปล่อง Shioli บนด้านใกล้ของดวงจันทร์

โดยยานสไนเปอร์จะเข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์ภายใน 4 เดือนนับจากนี้ จากนั้นจะโคจรรอบดวงจันทร์ ก่อนพยายามลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในราวเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ญี่ปุ่น จะกลายเป็นประเทศที่ 5 ของโลก ที่ส่งยานสำรวจลงจอดบนดวงจันทร์สำเร็จ หลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ อินเดีย ได้สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นชาติที่ 4 ของโลกนอกจากสหรัฐ รัสเซียและจีนที่ส่งยานสำรวจไปลงดวงจันทร์สำเร็จ

ทั้งนี้ ภารกิจส่งยานสำรวจมูนสไนเปอร์ไปยังดวงจันทร์ ที่มีมูลค่าโครงการ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,562 ล้านบาท) มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถของญี่ปุ่น ในการส่งยานอวกาศที่มีน้ำหนักเบาและใช้ต้นทุนต่ำไปลงจอดบนดวงจันทร์ได้

นอกจากนี้ จรวดขนส่ง ยังบรรทุกดาวเทียม X-Ray Imaging and Spectroscopy Mission (XRISM) ซึ่งติดกล้องโทรทรรศน์ขนาดเท่ารถบัสไว้ด้วย เพื่อจะไปศึกษาปรากฏการณ์ในอวกาศ เช่น หลุมดำ อันเป็นโครงการร่วมระหว่างหน่วยงานอวกาศของญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป

ขายฝีมือ!! โซเชียลแห่ชม ชายนั่งเป่าลูกโป่งด้วยใจรัก เขียนป้ายบอก “แล้วแต่จะให้ ไว้เป็นค่าข้าว ดีกว่าเป็นโจร”

(7 ก.ย. 66) ทุกอาชีพมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ขอแค่ไม่ไปปล้น จี้ ใครมา อย่างเช่นผู้ชายคนนี้ ที่กำลังถูกแชร์บนโลกโซเชียล โดยเฟซบุ๊กชื่อว่า ‘Rainbow Six’ ได้เผยภาพชายคนหนึ่ง นั่งอยู่บริเวณข้างร้านสะดวกซื้อในพื้นที่จังหวัดราชบุรี พร้อมเล่าว่า…

“#ความสุขของเขาจริงๆ ทำผมอิจฉาชีวิตเขานะ นั่งดูเขาเกือบชั่วโมง อดใจไม่ไหว ต้องเข้าไปคุย สรุปคือ ผู้ชายคนนี้ผ่านครับ ใช้ฝีมือแลกเงินของแท้ แล้วชิ้นงานลุงเขาสวย น่ารักมาก เขาบอกมันคือความสุขของเขา #เมืองราชบุรี ใครเจอตรงไหนก็อุดหนุนเขาได้เลย ชีวิตคนเรามันก็แค่นี้แหละครับ สุดจริงชายคนนี้…”

โดยชายรายนี้ยังเขียนข้อความบนป้ายระบุว่า “แจกลูกโป่ง แล้วแต่จะให้ค่าข้าว ดีกว่าเป็นโจร”

เปิดปมสังหาร ‘สารวัตรหนุ่มอนาคตไกล’ หลังปฏิเสธ ‘กำนันนก’ ไม่จัดหาตำแหน่งให้หลานชาย ฉีกหน้ากลางงานเลี้ยงโชว์บารมี

(7 ก.ย. 66) รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ ‘กำนันนก’ ผู้มีอิทธิพลใน จังหวัดนครปฐม นั้น จากแนวทางสืบสวนพบเป็นคนกว้างขวางในพื้นที่ สนิทสนมใกล้ชิดกับอดีตนักการเมืองใหญ่ระดับประเทศ รู้จักตำรวจใหญ่ นักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่มากมาย จึงมักนัดพบดื่มสังสรรค์กันที่บ้านพักกันประจำ ประกอบมีแผนการจะฝากฝังหลานชายที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ให้ได้ย้ายตำแหน่งหน้าที่ จึงวางแผนนัดหมายให้ พ.ต.ต.ศิวกร มาร่วมสังสรรค์ที่บ้านพักในวันนี้เพื่อจะโชว์บารมีว่าตนเองรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน คล้ายกับบีบให้ พ.ต.ต.ศิวกร ยอมทำตาม

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าบ้าน มีการจัดโต๊ะนั่งรับประทานอาหาร จำนวน 2 โต๊ะ โดยโต๊ะกลมเป็นสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่นั่ง มี นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ ‘กำนันนก’ นั่งเป็นประธานหัวโต๊ะ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสง ผกก.กก.2 บก.ทล., พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร. ผกก.สน.พญาไท, พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ต.ณรงค์ พิทักษ์ฉนวน สว.ฝอ.กก.2 บก.ทล., พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ด.ต.ชนาณัฐ วุฒิยากร ผบ.หมู่ บก.ทล. โดยมี จ.ส.ต.พิสิฐ ชิวปรีชา ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. และ จ.ส.ต.เมทิศกร พันศ์สีจันทร์ ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. คอยบริการผสมเครื่องดื่มให้ ส่วนโต๊ะอีกโต๊ะหนึ่งจะเป็นโต๊ะยาวเรียงต่อกัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก กก.2 ทล., เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จากโรงพักใกล้เคียง รวมถึง นายธนัญชัย มือปืน และกลุ่มลูกน้องของ นายปวีณ คนอื่นๆ นั่งอยู่ ซึ่งงานดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 20.00 น.

กระทั่งผ่านไป 1 ชั่วโมง เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะที่ผู้คนกำลังดื่มกินกันตามปกตินั้น นายประวีณ หรือ ‘กำนันนก’ ก็ได้เริ่มเปิดฉากพูดคุยกับ พ.ต.ต.ศิวกร เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการให้ช่วยสับเปลี่ยนตำแหน่ง จ.ส.ต.พิสิฐ หลานชาย ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ พ.ต.ต.ศิวกร จากสายตรวจรถวิทยุ มาเป็นสายตรวจจักรยานยนต์ แต่ทาง พ.ต.ต.ศิวกร ได้ตอบปฏิเสธไปอ้างว่าต้องรอให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำหน้าที่นั้นเกษียณก่อน ทำให้นายประวีณ ไม่พอใจและรู้สึกเสียหน้า ก่อนนายประวีณ จะพูดขึ้นมาในลักษณะไม่พอใจ ว่า “ขอมันคนเดียว มันเป็นหลานผม” แต่ทาง พ.ต.ต.ศิวกร ก็ยังแสดงทีท่าปฏิเสธอยู่ ยิ่งทำให้นายปวีณ ไม่พอใจหนักขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยืน และ ตบโต๊ะ พร้อมย้ายไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่งที่ลูกน้องของตัวเองนั่งอยู่

ระหว่างนั้น พ.ต.ต.ศิวกร และ จ.ส.ต.พิสิฐ เห็นท่าไม่ดีจึงลุกเข้าไปขอโทษนายประวีณ แต่นายประวีณ ก็ทำท่าทีไม่สนใจ พร้อมพูดไล่ให้ พ.ต.ต.ศิวกร กลับไป พ.ต.ต.ศิวกร จึงกลับมานั่งที่โต๊ะเดิม ส่วน จ.ส.ต.พิสิฐ นั้นนั่งคุยกับนายประวีณ อยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะ แล้วไหว้อำลา จากนั้นจึงเดินออกจากโต๊ะไปที่ลานจอดรถเพื่อกลับบ้าน

ให้หลังจากนั้นไม่นานประมาณ 5 นาที นายธนัญชัย มือปืน ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินเข้าไปยืนทางด้านข้างของ พ.ต.ต.ศิวกร ห่างประมาณ 1 เมตร ก่อนชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงใส่ พ.ต.ต.ศิวกร จำนวนหลายนัด จน พ.ต.ต.ศิวกร ล้มฟุบไป ขณะเดียวกันกระสุนยังถูก พ.ต.ท.วศิน ที่นั่งอยู่ติดกับ พ.ต.ต.ศิวกร ผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บไปด้วยอีกราย หลังเกิดเหตุกลุ่มเพื่อนตำรวจจึงเร่งช่วยกันพาตัว พ.ต.ต.ศิวกร และ พ.ต.ท.วศิน นำส่งโรงพยาบาลนครปฐม ก่อนที่ พ.ต.ต.ศิวกร จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนตัว นายธนัญชัย อาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไป

ทั้งนี้ ล่าสุด ‘กำนันนก’ ได้เข้ามอบตัวแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top