Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘EA’ ลงนามสินเชื่อ SLL กับ ‘EXIM BANK’ มูลค่า 500 ลบ. ผลักดันนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีธุรกิจพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) และ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ลงนามการสนับสนุนทางการเงินภายใต้ วงเงินกู้ระยะยาวลักษณะ Sustainability Linked Loan (SLL) มูลค่า 500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ และนำนวัตกรรม เทคโนโลยีมาพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาด ณ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ได้ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกํากับดูแลที่ดี (Environmental, Social, Governance : ESG) ครอบคลุมธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานสะอาด ได้แก่ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ และ ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่ง EA ได้จดทะเบียนอยู่ในรายชื่อ Thailand Sustainability Investment (THIS) 5 ปีติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่สำคัญ มีการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ มีการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเข้าข่ายที่ EXIM bank จะสนับสนุนเงินกู้ระยะยาวในลักษณะ SLL ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีความตระหนักและมีแผนการจัดการโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยสามารถบรรลุสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ Net Zero Emission

‘เศรษฐา’ นำคณะลุยขอนแก่น สักการะศาลหลักเมืองเป็นสิริมงคล ชาวอีสานแห่ต้อนรับ ตะโกน “นายกฯ เศรษฐา พาไปเป็นเศรษฐี”

(8 ก.ย. 66) ที่จ.ขอนแก่น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะชาวขอนแก่น โดยมี สส.ขอนแก่น และอดีต สส.ขอนแก่น ได้แก่ นายภาควัต ศรีสุรพล นายสิงหภณ ดีนาง นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข น.ส.วิภาณี ภูคำวงศ์ นายวันนิวัติ สมบูรณ์ นายชัชวาล พรอมรธรรม น.ส.รัมภามาศ ทีฆธนานนท์ นายจตุพร เจริญเชื้อ และนางมุกดา พงษ์สมบัติ รวมทั้งนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าฯ ขอนแก่น ให้การต้อนรับ

เวลา 08.15 น. นายกฯ และคณะ ได้เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลหลักเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมีกลุ่มชาวอีสาน 20 จังหวัดมารอต้อนรับ โดยได้ผูกผ้าขาวม้าและมอบพวงมาลัยให้กับนายกฯ พร้อมส่งเสียงตะโกนว่า “นายกฯ เศรษฐา พาไปเป็นเศรษฐี” ทั้งนี้ นายกฯ เดินทางมาด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ดสีดำ ทะเบียน กล 5558 อุดรธานี

นายเศรษฐาและคณะ ได้เดินทางมารับประทานอาหารเช้าที่ร้านเอมโอช ซึ่งเป็นร้านไข่กระทะชื่อดังใน จ.ขอนแก่น

'มท.1' ขึงขัง!! สั่ง 'พ่อเมือง' ทำแบล็กลิสต์ 'ผู้มีอิทธิพล' หลังเกิดเหตุ 'กำนันดังนครปฐม' ลั่น!! จะปล่อยให้เกิดขึ้นอีกไม่ได้

(8 ก.ย.66) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กทม. มีการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนางทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดาไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธาน เข้าร่วมพบปะผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศที่มาเข้าร่วมการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง

นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการประชุมขับเคลื่อนฯว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครปฐม ที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเป็นเหตุให้มีเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม ที่บ้านกำนันดัง นั้น ทุกคนก็เห็นและทราบดีว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น ต้องช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรไม่ให้มีระบบเช่นนี้มาทำร้ายชีวิต ทำลายความเป็นอยู่ของประชาชน ลูกน้องผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งถือปืนเข้ามาสังหารประชาชนชาวบ้านหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ สิ่งเหล่านี้ภายใต้ความเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะพ่อเมืองจะปล่อยให้เกิดขึ้นอีกไม่ได้เราต้องไปดูว่า คนเหล่านี้เข้ามาเป็นกำนัน มาเป็นหัวหน้าผู้นำมวลชนได้อย่างไร และจะปล่อยให้มวลชนเดินตามสไตล์คนเหล่านี้แล้วชุมชนและประเทศจะเป็นอย่างไร

“เรื่องเหล่านี้ภายใต้การบริหารงานของพ่อเมืองจะยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศของเราหรือ เราต้องไปดู ไปขึ้นบัญชี ไปดูประวัติและดูพฤติกรรม ใครที่มีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ จะมาเป็นผู้นำมวลชนไม่ได้ มีที่เดียวที่คนเหล่านี้จะอยู่ได้ซึ่งสมัยก่อนอยู่ในสังกัดของกระทรวงมหาดไทยแต่ตอนนี้อยู่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมแล้ว เราต้องส่งไปอยู่ตรงนั้น ซึ่งปลายทางเขายินดีที่จะรับคนเหล่านี้ ไม่ให้ออกมารบกวนวิถีชีวิตของประชาชนคนไทยที่เรารักสงบและมีแต่ความร่มเย็น” รมว.มหาดไทย กล่าว

'สวนดุสิตโพล' เผยผลสำรวจ ‘ประชาชนอยากบอกอะไร ครม.เศรษฐา 1’ พบ!! ขอให้บริหารชาติด้วยความโปร่งใสและอย่าลืมเงินดิจิทัล 10,000

(8 ก.ย. 66) ‘สวนดุสิตโพล’ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ‘ประชาชนอยากบอกอะไร ครม.เศรษฐา 1’ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,042 คน (สำรวจทางภาคสนามและออนไลน์) ด้วยแบบสอบถามแบบปลายเปิด (ให้ผู้ตอบเขียนคำตอบด้วยตนเอง) สำรวจระหว่างวันที่ 4 - 7 กันยายน 2566 พบว่า

สิ่งที่อยากบอกกับนายกรัฐมนตรี คือ อยากให้บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ร้อยละ 45.99 ใช้ความสามารถในการเป็นผู้บริหารธุรกิจมาใช้ในการบริหารประเทศ ร้อยละ 31.02 และทำตามนโยบายที่ให้ไว้ โดยเฉพาะเงินดิจิทัล 10,000 บาท ร้อยละ 28.10

สิ่งที่ประชาชนอยากบอกรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง อันดับ 1 มีดังนี้

1.รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำงานรวดเร็ว สื่อสารชัดเจน ร้อยละ 51.43

2.รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ร้อยละ 65.76

3.รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ควบคุมราคาสินค้ าไม่ให้แพงเกินไป ร้อยละ 65.47

4.รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ไม่เป็นเครื่องมือทางการเมือง รับฟังความเห็นทุกฝ่าย ร้อยละ 48.90

5.รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มสิทธิสวัสดิการรักษาให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ร้อยละ 72.50

6.รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ยกระดับประเทศไทยสู่สากล สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับ ร้อยละ 61.11

7.รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ควบคุมราคาพลังงาน แก้ปัญหาราคาแพง ร้อยละ 68.25

8.รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง บริหารงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีวินัยทางการเงิน ร้อยละ 70.77

9.รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระตุ้นการท่องเที่ยวและการกีฬา ร้อยละ 40.96

10.รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ คนยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ร้อยละ 46.13

11.รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พัฒนาการวิจัยเทคโนโลยี นำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ ร้อยละ 42.26

12.รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ประกันราคา ร้อยละ 64.14

13.รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ขยายเส้นทาง เชื่อมต่อการคมนาคม ร้อยละ 54.79

14.รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แก้ปัญหามิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ร้อยละ 42.51

15.รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ ฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ร้อยละ 59.45

16.รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ไม่รับสินบน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ร้อยละ 43.61

17.รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ร้อยละ 65.97

18.รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม สืบสานวัฒนธรรมไทยให้สืบต่อไป ร้อยละ 53.98

19.รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายทุนเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ร้อยละ 53.09

20.รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ส่งเสริมสินค้าอุตสาหกรรมไทย สินค้าการเกษตร ร้อยละ 45.45 

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล กล่าวว่า จากผลการสำรวจจะเห็นได้ว่า หลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประชาชนก็อยากให้แต่ละกระทรวงทำงานบนความรับผิดชอบตามเนื้องานของแต่ละกระทรวงให้ดียิ่งขึ้น ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ แก้และสะสางปัญหาเก่า พัฒนาสิ่งใหม่ ส่งเสริมจุดเด่นของประเทศไทยนำไปต่อยอด นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้มาตรฐานขั้นพื้นฐานในการทำงานคือต้องมีความซื่อสัตย์ โปร่งใส และทำเพื่อประเทศชาติ จึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลใหม่จะสร้างผลงานให้เป็นรูปธรรมเพื่อพิสูจน์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อไป

 

‘น้องเหนือ ดิสรยา’ ใส่ชุดครุยถ่ายรูปใต้น้ำ ฉลองเรียนจบแบบเก๋ๆ ด้าน ‘แม่กบ ปภัสรา’ รู้สึกภูมิใจ!! แวะมาเมนต์ชมลูกสาว “เลิศมาก”

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.66 ขอแสดงความยินดีกับ ‘น้องเหนือ ดิสรยา’ ลูกสาวคนสวยของคุณแม่กบ ปภัสรา นักแสดงในตำนานที่หลาย ๆ ยังคงคิดถึง ขณะนี้น้องเหนือจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดจึงได้โพสต์ภาพถ่ายรูปฉลองเรียนจบสุดเก๋ ใส่ชุดครุยดำดิ่งลงใต้น้ำ ที่บอกเลยว่าปังมาก

หลังจากที่ ‘น้องเหนือ ดิสรยา เตชะไพบูลย์’ ลูกสาวคนเก่งของคุณแม่ ‘กบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์’ จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ล่าสุดเธอก็ได้โพสต์ภาพถ่ายรูปเฉลิมฉลองการจบการศึกษา ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ในแบบที่ใคร ๆ ก็ต้องร้องว้าว เพราะเธอได้สวมชุดครุยลงไปถ่ายภาพใต้น้ำ พร้อมโพสท่าสุดเก๋ อย่างกับนางแบบในนิตยสาร

ล่าสุด ‘น้องเหนือ ดิสรยา’ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม ที่ใช้ชื่อว่า nurdesoraya ซึ่งเป็นภาพที่เธอสวมชุดครุย โพสท่าทางอยู่ใต้น้ำ พร้อมระบุข้อความว่า “waiting for you .”

ทางคุณแม่ ‘กบ ปภัสรา’ ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมไอเดียแปลกใหม่ของลูกสาว ที่ได้ระบุว่า “เลิศมากลูกแม่” ซึ่งดูแล้วคุณแม่คงจะภูมิใจและก็ปลื้มใจในตัวลูกสาวคนเก่งคนนี้อยู่ไม่น้อย เหล่าแฟนคลับที่เข้ามากดถูกใจโพสต์ดังกล่าวก็ชื่นชมในความน่ารักของแม่ลูกคู่นี้อยู่ไม่น้อย

ต่อมา ‘น้องเหนือ ดิสรยา’ ก็ได้โพสต์คลิปสั้น ๆ เผยให้เห็นเบื้องหลังของการถ่ายทำภาพเซตใต้น้ำดังกล่าว อีกทั้งยังได้ระบุข้อความเพิ่มเติมว่า “a little behind the scene from ytd . thank you @mameawpcd for filming this video and for the inspiration na ka”

ทั้งเพื่อน ๆ ของน้องเหนือ รวมถึงเหล่าแฟนคลับขอคุณแม่ และเหล่าแฟนคลับของน้องเหนือก็ได้เข้ามาแสดงความคิดชื่นชมกันมากมาย อาทิ “น่ารักมากค่ะ”, “เลิศมากๆๆๆๆ” เป็นต้น

‘รังสิมา รอดรัศมี’ โวย!! ค่าอาหาร สส. 1 วัน 5 แสนบาท แนะ!! ให้ ‘บัตร 1 พันบาท’ สำหรับคนเข้าประชุมดีกว่า

(8 ก.ย. 66) กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ได้สัมภาษณ์ ‘รังสิมา รอดรัศมี’ อดีต สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงประเด็นเรื่องงบประมาณข้าวของ สส. ว่า งบประมาณวันหนึ่ง 500,000 บาท เอาไปทิ้งๆ ขว้างๆ บางวันเหลือมากมาย บางวันอาหารยังมาไม่ถึง ประชุมล่ม อาหารเสียหมด เพราะเขาคิดเป็นรายหัว หัวละ 1,000 ต่อวันอยู่แล้ว แต่ถ้าวันไหน มีวุฒิสภาก็จะเป็น 750,000 บาท ตนจึงอยากฝากไปยัง คณะ สส. ชุดใหม่ ว่าใครอยู่กิจการสภา ให้เปลี่ยนแปลงการจ่ายเงิน สส. เช่น ถ้าใครมาให้ไปเซ็นชื่อ แล้วมีบัตรให้ 1,000 บาท เพื่อไปกินร้านอาหารต่างๆ เท่านี้ ถ้าเหลือเงินก็จะคืนเข้าคลังวันละ 4-5 แสนต่อวัน

นอกจากนี้ ยังฝากอีกว่า สส.บางคนให้ลูกน้องมากวาดไปทั้งชั้น ย้ำ เขาเอาไว้ให้ สส. ไม่ได้เอาให้เลี้ยงทั้งโคตร ทั้งตระกูล บาง สส. ไม่เข้าอภิปราย ไม่เคยจะอ้าปากพูดในสภา แต่ว่ารอจ้องอย่างเดียวอยู่แถว ๆ ห้องอาหาร เหลือเชื่อ ไม่มียางอาย ตนก็ไปตักเตือนไปว่าแทบจะตลอดเพราะคุณชวน หลีกภัย มอบหมายให้ไปจับตา แต่ก็เห็นจนชินตา

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานรัฐสภา พร้อม ‘พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง’ รมว.ยุติธรรม ต้อนรับสภาเทศบาลนครยะลา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับ นายอนุชิต กาญจนานุชิต รองนายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เลขานุการ ที่ปรึกษา และสมาชิกสภาเทศบาลนครยะลา จ.ยะลา จำนวน 30 คน เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 เวลา 16.35 น. ณ ห้องรับรองพิเศษ 207 ชั้น 2 (โซนกลาง) อาคารรัฐสภา ในโอกาสที่มาศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการ รวมทั้งด้านเทคโนโลยีและระบบสื่อสารของรัฐสภา โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม , นายซูการ์โน มะทา และนายสุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ และนายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวต้อนรับและขอบคุณชาวจังหวัดยะลาที่ให้ความกรุณาเลือก สส.พรรคประชาชาติ ทั้ง 3 เขต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดยะลา เป็นจังหวัดที่เป็นบ้านเกิดของตน พร้อมกันนี้ได้ให้แง่คิดเกี่ยวกับการทำงานด้านการเมืองตลอดระยะเวลาสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา โดยการพัฒนาของระบบสาธารณูปโภคในด้านต่าง ๆ ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวจังหวัดยะลาดียิ่งขึ้น ในวันนี้รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่คณะผู้บริหารสภาเทศบาลนครยะลามาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานรัฐสภา ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าในฐานะ สส.มีความยินดีที่จะช่วยผลักดันงานด้านต่าง ๆ ของท้องถิ่นให้สำเร็จ ผู้แทนราษฎรและหน่วยงานท้องถิ่นต้องช่วยกันทำงานเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีความสุข และได้หารือประเด็นขยายเส้นทางรถไฟทักษิณารัถย์จากสิ้นสุดปลายทางที่ชุมทางหาดใหญ่ ให้ขยายมายังสถานียะลา หรือสถานีสุไหงโกลก เพราะรถไฟถือเป็นการคมนาคมหลักของประชาชนในภาคใต้ รวมทั้งปัญหาอีกหลายประเด็นที่สภาเทศบาลนครยะลาได้สะท้อนมานั้น ต้องขอฝากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมช่วยผลักดันต่อไป 

“ผมขอให้สมาชิกสภาเทศบาลนครยะลาได้มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน เพื่อบ้านเมือง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะการที่เราสร้างสิ่งใดๆที่เป็นประโยชน์ต่อคนจำนวนมากแล้ว มันจะเป็นผลบุญติดตัวเราตลอดไป” นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวทิ้งท้าย

ฉะเชิงเทรา-แถลงข่าวกำหนดจัดงานเทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรม : ความรักความสุข ความมั่งคั่ง Chachoengsao Happiness & Wealthy Carnival, Smart City from Learning City

มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ร่วมกับเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา และสภาวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา แถลงข่าวกำหนดจัดงานเทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรม : ความรักความสุข ความมั่งคั่ง Chachoengsao Happiness & Wealthy Carnival, Smart City from Learning City “ฉะเชิงเทราเมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองอัจฉริยะของคนทุกช่วงวัย”

วันนี้ 7 กันยายน 2566 ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดฉะเชิงเทรา ตําบลหน้าเมือง อําเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา นางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวกำหนดจัดงานเทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรม : ความรักความสุข ความมั่งคั่ง Chachoengsao Happiness & Wealthy Carnival, Smart City from Learning City “ฉะเชิงเทราเมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองอัจฉริยะของคนทุกช่วงวัย”

จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัด 1 ใน 3 ของจังหวัดในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (The Eastern Economic Corridor : EEC) และได้รับคัดเลือก จากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออกให้เป็น “พื้นที่เมืองใหม่สำหรับการอยู่อาศัย” ซึ่งเป็นโอกาส ที่เราจะนําต้นทุน เหล่านี้ที่เรามีอยู่ในพื้นที่อันทรงคุณค่ามีรากเหง้าทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความรัก ความสุข  ความมั่งคั่ง ขับเคลื่อนสู่เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว น่า ลงทุน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ร่วมกับเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา และสภาวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กำหนดจัดงานเทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรม : ความรักความสุข ความมั่งคั่ง Chachoengsao Happiness & Wealthy Carnival, Smart City from Learning City 

ในระหว่างวันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2566 ณ บริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำบางปะกง ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา บริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำบางปะกง (หน้าโรงพยาบาลพุทธโสธร) ซึ่งภายในพบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย จีน จัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ อาหารจากชุมชนต่างๆมากมายมากกว่า150 ร้านค้า นิทรรศการของมหาวิทยาลัยราชภัฏฯนิทรรศการจากชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา  และชุดการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน จากนักเรียน นักศึกษาและชุมชนตลาดบ้านใหม่ และในการจัดงานครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากท่านนิรุต  มณีพันธ์  ผู้ว่าการรถรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารการ จัดทริปทริปพิเศษ โดยนำคณะผู้บริหาร พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย และนักท่องเที่ยว วันละ 200 คน เดินทางด้วยขบวนรถไฟ KIHA183 มาเที่ยวงานเทศกาลของเราในครั้งนี้

“ เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า ” กระหึ่มอาเซียน ปลื้ม หม้อแปลงไทย ลดพลังงาน - ลดคาร์บอน  กระทรวงพลังงานอาเซียน ยอมรับ มอบรางวัลนวัตกรรม หม้อแปลงเทคโนโลยี ล้ำสมัย ASEAN Energy Awards (Energy Efficiency Building)

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด โดย คุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์  รองกรรมการผู้จัดการ นำหม้อแปลงไทย ลดพลังงาน - ลดคาร์บอน ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ระดับภูมิภาคอาเซียน ASEAN Energy Awards 2023 ณ Bali Nusa Dua Convention Center เกาะบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย  โดย บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวด ประเภท Cutting Edge Technology (เทคโนโลยีล้ำสมัย) จากผลงาน "หม้อแปลง Low Carbon" ด้านการอนุรักษ์พลังงานและการประหยัดพลังงาน พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจาก คุณกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย คุณประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมแสดงความยินดี

ดร. ประเสริฐ กล่าว ความสำเสร็จเหล่านี้เกิดจากทุกหน่วยงาน ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการลดใช้พลังงานและนี่ คือต้นทางแห่งความสำเร็จของหน่วยงานที่จะเป็นตัวอย่างในการขับเคลื่อน ผลักดัน และสานต่อนโยบานด้านพลังงานเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero)
คุณประจักษ์  กิตติรัตนวิวัฒน์  กล่าว ขอขอบพระคุณ ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)  โดยหม้อแปลงดังกล่าว ตอบโจทย์ การประหยัดพลังงาน ของภาคอุตสาหกรรม  และผู้ประกอบการอาคารสถานที่ ที่สามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 11.5% และลดคาร์บอนมากกว่า 100 ล้านตันคาร์บอน คืนทุนภายใน 2-5 ปี เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านพลังงาน เพื่อผลัดดันการเปลี่ยนผ่านไป สู่พลังงานสะอาด ความยั่งยืนนี้จะส่งเสริมการเติบโตสีเขียวในภูมิภาค  ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องประกาศนโยบายการลดคาร์บอน โดยประกาศเป้าหมายความเป็นกลางของแผนลดก๊าซคาร์บอนในปี 2575 จะเห็นภาพการใช้พลังงานทั้งด้านอุตสาหกรรมและภาคประชาชน ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับการ ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ดังนั้น หม้อแปลงที่กล่าวข้างต้นจึงตอบโจทย์ทุกหน่วยงาน ภาครัฐ และเอกชน ด้านการประหยัดพลังงานและลดคาร์บอน (คืนทุน 2-5 ปี) หม้อแปลง Low Carbon เป็นหม้อแปลงบริหารระบบจัดการพลังงาน ที่บริหารจัดการสิ้นเปลืองให้เกิดประสิทธิภาพและมีความเสถียรภาพกับการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มั่นคงและยั่งยืน ทำให้โรงงานอุตสาหกรรม ,อาคาร สถานประกอบการ ลดค่าไฟฟ้า 5-20% (Energy Saving) ลดคาร์บอน 5-20% (Low Carbon) มากกว่า 100 ล้านตัน ลดมลพิษ (Low Emission) ทำให้อุปกรณ์อายุการใช้งานยาวนานขึ้น (Long Life Equipment) เพื่อเป็นการตอบโจทย์ให้กับ ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม สถานประกอบการ เจ้าของอาคาร ตามนโยบายของรัฐบาล ในการลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน”

'เพจดัง' งง!! โพสต์แนะเด็กรุ่นใหม่ 'หัดเก็บเงิน-ลดฟุ่มเฟือย' กลับโดนทัวร์ลงทวิตเตอร์ แถมถูกระงับใช้บัญชียาว

(8 ก.ย. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘ถามอีก กับอิก Tam-Eig’ ของ ‘อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

“Twitter ส่วนตัวของผมถูก เฮีย Elon Musk แบนถาวรมา 1 เดือนแล้วนะครับ เพราะไปแนะนำให้คนรุ่นใหม่เริ่มเก็บออมเงิน อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และให้เริ่มลงทุนตั้งแต่เริ่มทำงาน 

ปรากฏว่าโดนทัวร์ลงหนัก retweet ไปหลักแสนครั้ง (และโดนซ้ำอีกอันที่พาดพิงหุ้น TESLA ซึ่งทัวร์ลงอีก)

สรุปก็เลยโดนแบน แบบถาวร แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่ามี account ปลอมที่แอบอ้างชื่อผม ไปแจกคริปโตบ้าง ขอยืมตังบ้าง ขอยืนยันว่าปลอมหมดนะครับ

ตอนนี้ผมน่าจะเลิกเล่น twitter ถาวรแล้วสำหรับ account ส่วนตัว อย่าไปเชื่อพวกที่มาหลอกนะครับ
แต่ถ้าเป็นของช่อง TAMEIG ที่เป็น official ยังไปตามกันได้ที่นี่ครับ https://twitter.com/TamEig”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top